Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
ข้านี่แหละ...ราชันแห่งปีศาจ
PuGuN
บทที่ 4 [Chapter 4] wake up now!!?
5
05/12/2554 21:56:04
513
เนื้อเรื่อง


4

 
 

      เสียงฝีเท้าของคนจำนวนไม่ต่ำกว่าสิบวิ่งกรูกันเข้ามาที่ห้องบรรทมของ ‘เจ้าชายกีอัส’ หลังจากที่มีนางสนมคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นไปบอกหัวหน้าองครักษ์อย่างคิวซ์ว่าเจ้าชายยังไม่ยอมขานหรือออกจากห้อง

      ไม่ใช่ว่าเค้าคิดว่าจะมีอันตรายอะไรหรอกนะ แต่กลัวว่าไอ้ตัวปัญหามันจะหนีออกจากวังไปนะซิ!

       คิวซ์หยุดที่หน้าห้องของเจ้าชายกีอัสแม้คนที่อยู่ข้างในจะไม่ใช่ก็เหอะ แต่การจะเข้าไปในห้องนั้นก็ต้องทำความเคารพต่อเจ้าของห้องคนเก่าซะหน่อย คิวซ์และซีลอนโค้งที่หน้าประตูพร้อมๆกับเหล่าองครักษ์ทั้งสิบกว่าคน ก่อนที่คิวซ์จะตะโกนอย่างดังจนแทบจะทำให้พระราชาที่นอนหลับอยู่อีกด้านของวังตื่นขึ้น

      “เจ้าชายกีอัสขอรับ!!!”

       “…”

       แต่เสียงที่ตะโกนกลับมามีแต่ความเงียบ ทำให้คิวซ์หันไปมองหน้าซีลอนและพยักหน้าเข้าใจกันอยู่สองคน ซีลอนดึงดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอียวขึ้นมาฟันประตูอย่างแรงจนบานประตูแง้มออกมานิดนึง คิวซ์เห็นอย่างนั้นเลยยกเท้าช่วยถีบประตูอีกแรงจนประตูล้มโครมไปด้านหน้าท่ามกลางความตกใจของเหล่าองครักษ์

       ทำไมถึงเป็นคู่หูที่น่ากลัวขนาดนี้!

       ประตูที่พังลงนั้นหลุดออกจนเห็นห้องภายใน กลิ่นเลือดโชยมาจนเหล่าองครักษ์ฝึกหัดที่ไมม่เคยได้เห็นของจริงถึงกับย่นจมูกกลั้นหายใจกันอย่างรวดเร็ว ผิดกับสององครักษ์ที่ชินชากับเรื่องพวกนี้จนแทบจะเหมือนเรื่องปกติ

       ภาพภายในห้องทำเอาองครักษ์ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เผลอเดินนำหน้าเข้าไปถึงกับตาค้าง รอยเลือดที่เปราะกระจายอยู่เต็มผนังเป็นหย่อมๆนั้นยังไม่น่าตกใจเท่า ซากศพของชายชุดดำที่นอนตายอยู่กลางห้อง โดยอาวุธนั้นเป็นเพียงส้อมที่ปักคาอยู่ที่คอ!

       น่ากลัวจริงๆ!

       “ทะ...ท่านคิวซ์ จะ..เจ้าชายกีอัส”

       องครักษ์อีกคนพูดขึ้นหลังจากที่มองตามรอยเลือดไปเห็นร่างสูงนอนนิ่งไม่ขยับไปใหนโดยที่บนเตียงเต็มไปด้วยรอยเลือดจนน่าใจหาย!

       “จะ..เจ้าชายโดนลอบสังหาร!”

       เหล่าองครักษ์ต่างพากันทิ้งดาบทิ้งปืนลงไปกองอยู่กับพื้น ก้มหน้าก้มตาน้ำตาหลั่งออกมอย่างไม่ขาดสายโดยไม่ได้ทันมองสักนิดว่าร่างที่นอนอยู่บนเตียงเพิ่งจะกรนเบาๆไปเมื่อกี้นี่เอง

       ซีลอนเดินเข้าไปหาร่างไร้วิญญาณของคนชุดดำ เขาใช้มือสำรวจร่างนั้นเบาๆ อืม…ทั้งร่างมีแผลเป็นเพียงที่เดียว และเป็นทีเดียวที่ปลิดชีวิตของคนๆนี้  คิวซ์มองร่างไร้วิญญาณก่อนจะหันไปมองร่างสูงที่นอนอยู่บนเตียงแล้วใช้สายตานิ่งๆมองอย่างชื่นชม

       นายพัฒนาขึ้นจนฉันตามไม่ทันอีกแล้วนะ…การ์เซีย!

       ซีลอนเงยหน้าออกจากร่างไร้วิญญาณที่นอนอยู่ก่อนจะเรียกเหล่าองครักษ์ที่ยังร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลกับการจากไป (ในความคิดของตัวเอง) ของเจ้าชายให้พาร่างของชายชุดำนี้ออกไปจากห้องและให้อีกส่วนเรียกนางกำนัลมาเช็ดทำความสะอาดคราบเลือดนี้ออกไป

       “เฮ้ย!”

       เสียงทหารนายหนึ่งที่กำลังเดินไปพยุงร่างชองชายชุดดำร้องออกมอย่างตกใจ เรียกความสนใจของคนอื่นๆที่กำลังเศร้าให้หันมามองอย่างรวดเร็ว

       เสียงที่กำลังร่ำไห้เงียบสนิทดังป่าช้าหลังจากเห็นร่างเปื้อนเลือดที่นอนอยู่บนเตียงขยับตัวไปมา ดวงตาสีแดงฉานลืมขึ้นเล็กน้อยเหมือนยังงัวเงียก่อนจะตะโกนลั่นด้วยความหงุดหงิด

       “หนวกหูจริง คนจะหลับจะนอนมัวแต่มาร้องไห้อยู่ได้ ญาติพวกแกเสียรึไง!”

       ไม่เพียงเท่านั้นร่างเปลือยท่อนบนก็ระบายอารมณ์ด้วยการคว้าสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดคว้างไปอย่างมั่วซั่วด้วยความรำคาญก่อนจะคว้าผ้าห่มเปื้อนเลือดขึ้นมาคลุมโปงนอนต่ออย่างไม่รู้ไม่ชี้

      ตุบ!

       ซากหมอนข้างที่มีรูโหว่ขนาดใหญ่ปะทะเข้าเต็มๆกับใบหน้าหล่อคมคายของคิวซ์ที่เดินเข้ามาหลังจากจัดการกับซากประตูเสร็จ

       เหล่าองครักษ์และนางกำนัลต่างพากันกลืนน้ำลายดังอึกที่เห็นใบหน้าของซีลอนมีเส้นเลือดนูนขึ้นมาเป็นเส้นๆ

       ร่างสูงของคิวซ์ขมวดคิ้วเข้มจนแทบจะผูกติดเป็นริบบิ้น ดวงตาเรียวเพ่งมองไปยังร่างเปลือยท่อนบนที่ยังนอนคลุมโปร่งอยู่อย่างมีความสุข เขากวักมือไล่เหล่าองครักษ์และนางกำนัลให้ออกไปจากห้อง จนภายในห้องเหลือเพียงบุรุษสามคน

       คนหนึ่งกำลังนอนหลับอย่างมีความสุข อีกคนกำลังมองคนหลับอย่างเบื่อหน่าย และอีกคนมองคนที่นอนอยู่อย่างอาคาตแค้น!

       คิวซ์สาวเท้าเข้าไปหาก้อนกลมๆที่นอนขดอยู่เป็นก้อนๆบนเตียงก่อนจะยกเท้าถีบคนที่นอนอยู่จนกลิ้งหลุดๆลงไปกองกับพื้นแต่คนขี้เซาก็ยังค่อยๆลากตัวเองและผ้าห่มขึ้นมายังเตียงนอนอีกครั้งโดยที่ยังไม่ลืมตามองใครทั้งสิ้น ทำให้คนทียืนอยู่ข้างๆถึงกับตากระตุกอย่างแรง

       “การ์เซีย…” เสียงเย็นรอดไรฟัน

       “…ฟี้…ฟี้….”

       “หึ!”

       คิวซ์หันไปสบตากับซีลอนอีกครั้งก่อนที่ทั้งสองจะยกเท้าแล้วถีบลงไปที่ร่างสูงที่นอนอยู่บนเตียงอีกครั้งจนกลิ้งลงมาอีก แต่คราวนี้คิวซ์ไม่ปล่อยให้การ์เซียได้คลานขึ้นไปนอนอีกเป็นครั้งที่สอง พอการ์เซียหล่นปุ๊บเท้าใหญ่ๆของคิวซ์ก็ลงมือกระทืบซ้ำอย่างไม่คิดทันที

      “…ไม่ตื่นก็นอนยาวละทีนี้ ”


 
       หน้าตาบูดบึ้งของการ์เซียรวมทั้งหัวปูดๆนั้นสร้างความขำขันแก่ราชาเป็นอย่างดี ดวงตาขี้เล่นของพระราชายิ้มเป็นประกายเหมือนได้เห็นของแปลกใหม่

       “ฮ่าๆ หัวเจ้าเหมือนมีผลส้มเกาะอยู่เลยลูกข้า”

       สายตาคมกริบถูกส่งไปที่ผู้พูดทันที แต่ถึงแม้สายตานั้นจะคมหรือน่ากลัวขนาดไหน ผู้เป็นพ่อก็ยังหัวเราะต่อไปจนคนมองถึงกับเริ่มหงุดหงิด

       “นี่ตาแก่ เลิกหัวเราะเสียทีได้ไหม!”

       “ฮ่าๆ เจ้าก็สั่งให้หัวของเจ้าเลิกปูดซะก่อนสิ ข้าจะได้ไม่ขำ ฮ่าๆ”

       “เหอะ!”

       การ์เซียถอนหายใจก่อนจะลงมือมองอาหารบนโต๊ะ ไม่เข้าใจเลย ทั้งๆที่จานของคนอื่นมีทั้งมีด ส้อม ช้อนครบเซ็ตทำไมมีแต่จานของเขาที่มีช้อนเพียงอย่างเดียว!

       เขาจะหั่นเนื้อจะให้เขาใช้ช้อนตัดเนื้อหรือย่างไง!?

      “นี่ตาแก่! ไม่มีมีดกับส้อมให้ข้าแล้วจะให้ข้ากินเนื้อนี้ยังไงล่ะฮ่ะ!?”

       “เอ๊ะ ไอ้ลูกคนนี้นี่ข้าเพิ่งจะสามสิบต้นๆยังไม่เป็นตาแก่ให้เจ้าเรียกหรอกนะ ไม่คุยด้วยแล้วข้าไปทำงานต่อดีกว่า”

      พระราชาเดินงอนออกจากห้องไปพร้อมๆกับองครักษ์เกือบทั้งหมดที่เดินตามไปโดยไม่เหลียวหลังมองเขาเลยสักนิด ติดจะไม่เดินผ่านเขาเลยเสียมากกว่า ไม่สิ! ไม่ใช่เกือบทั้งหมด แต่เป็น…ทั้งหมดเลยต่างหาก บ้าเอ็ย! พวกนี้มันเป็นอะไรกันหมดว่ะ

       การ์เซียขว้างช้อนออกไปกระทบผนังจนดังเคร้งสร้างความตกใจให้กับองครักษ์ที่เดินรั้งท้ายจนวิ่งออกไปอย่างไม่กลัวตาย เฮ้ย! พวกนี้มันเป็นบ้าอะไรเนี่ย!?

     “เลิกมองด้วยความสงสัยได้แล้ว เอากระจกไปดูซะและข้าคิดว่าเจ้าควรกำจัด ‘คราบ’ เมื่อกลางดึกของเจ้าเสียด้วยดีกว่านะไอ้เจ้าชาย”

       คิวซ์พุดอย่างปลงๆก่อนจะยื่นกระจกสีน้ำตาลบานใหญ่ไปให้การ์เซียที่ทำหน้างง การ์เซียรับกระจกก่อนจะส่องดูหน้าตัวเอง เอ้…ทำไมละข้าก็ว่ายังหล่อเหมือนเดิมนี้ =  =?

       “มีอะไรติดหน้าข้ารึไง ข้าก็เห็นทุกอย่างเป็นเหมือนเดิม”

       “เหมือนเดิมบ้านเจ้านะสิ!”

       เออ…ก็นี่แหละบ้านข้า! =   =

       “เจ้าดูนี่ ดูๆๆ”

       คิวซ์ยื่นกระจกแล้วดันหน้าของเขาให้ดูมันชัดๆ เอ้อ…ก็เห็นแต่หน้าข้ากับหน้าเจ้านี้แหละ แล้วก็…

       “เจ้าเห็นรอยเลือดนี่ไหม! ทั้งตัว หน้า และก็ผมของเจ้าเต็มไปด้วยเลือด ถ้าไม่ใช่คนที่ออกศึกบ่อยอย่างข้าก็คงจะวิ่งหนีไปเหมือนกันแหละ!”

       โธ่เอ้ย…ไอ้เราก็นึกว่าอะไรที่แท้ก็แค่รอยเลือด เหอะ! คนในวังนี่ช่างอ่อนเสียจริง

       “ก็แค่เลือด องครักษ์พวกนั้นไม่เคยเห็นรึไง”

      “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกันการ์เซีย เจ้าอย่าลืมสิว่าตอนนี้เจ้าคือ…เจ้าชายกีอัสผู้แสนอ่อนโยน ไม่ใช่นักฆ่าการ์เซียผู้บ้าคลั่ง!”

      “เหอะ”

     “เจ้าลองนึกภาพว่าถ้าเจ้าไปเจอเจ้าชายกีอัสที่เคยอ่อนโยนอยู่ๆก็กลายเป็นผู้ชายโหดร้ายที่ร่างกายเต็มได้วยเลือดดูสิ เจ้าจะเข้าใจว่าทำไมคนพวกนั้นถึงหนีเจ้าไป”

       อืม…นั้นสินะ =   =;

       แต่…ก็ใครใช้ให้ข้ามาเป็นตัวแทนของไอ้บ้ากีอัสกันละ!

       “เพราะงั้นเจ้าต้องไปอาบน้ำ แล้วเตรียมมาเรียนมารยาทเพราะอีกเพียงหนึ่งเดือนเจ้าต้องเข้ารับพิธี”

       “ข้าฝึกทั้งอย่างนี้ก็ได้”

       “ไม่!/ไม่!”

       เสียงของซีลอนและคิวซ์ดังพร้อมกัน เหอะ! เจ้าพวกนี้นี่เดี๋ยวก็จับไปขังคุกขี้ไก่ซะหรอก! ชิ



 
 

กฎของการเป็นนักฆ่า :

ต้องรู้ตัวเสมอเมื่อมีภัย และต้องเป็นฝ่ายรุกไม่ใช่รับ!

 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 301 ท่าน