Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เลห์รัก เงาหัวใจ
รัตติกาลสีชมพู
บทที่ 8 วันที่เราต้องจากกัน
9
04/12/2554 21:46:22
360
เนื้อเรื่อง
  ตอนที่ 8วันที่เราต้องจากกัน
 
....ตื๊ด ตื๊ด ๆๆๆ...เสียงโทรศัพท์ของชินพัฒน์ดังขึ้น ทำให้เจ้าของเจ้าเครื่องมือสื่อสารเครื่องเล็กราคาแพงเครื่องนี้ลุกขึ้นมารับสายหลังจากล้มตัวลงนอนได้สักพักหนึ่ง
 
“ฮัลโหลครับ” ชินพัฒน์พูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเล็กน้อย
 
“ชิน แม่นะ” คุณภัสราพูดด้วยน้ำเสียงรีบร้อน
 
“ครับแม่ มีอะไรเหรอครับเสียงแม่ดูร้อนรนนะ” เขาเอ่ยถามพลางสงสัย
 
“พ่อลูกเส้นเลือดหัวใจตีบต้องผ่าตัดด่วนมาก แม่อยากให้ลูกบินมาอังกฤษนะด่วนที่สุดเลยนะลูก”
 
“ครับแม่ผมจะจองตั๋วเดี๋ยวนี้เลยครับ แล้วตอนนี้พ่อเป็นยังไงบ้างครับแม่” ชายหนุ่มพูดพลางเตรียมพาสปอร์ต กระเป๋าสตางค์และของใช้จำเป็นใส่กระเป๋าอย่างเร่งรีบ
 
“ตอนนี้พ่ออยู่ในห้องไอซียูลูก แม่ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง หมอยังไม่ออกมาเลย ชินแม่จะไม่ไหวแล้วนะลูก” พูดไปก็ร้องไห้ไปด้วยความเป็นห่วงสามีสุดใจ
 
“แม่ครับใจเย็นๆนะครับ ผมเชื่อว่าพ่อต้องไม่เป็นอะไรนะครับแม่” ชายหนุ่มพูดปลอบมารดาแต่ข้างในใจเขาไม่ได้เย็นแม้แต่น้อย
 
“ผมจะรีบไปนะครับแม่ แค่นี้ก่อนนะครับ” ชายหนุ่มวางสายทันทีพร้อมกับโทรจองตั๋วเครื่องบินไปลอนดอนเที่ยวบินที่เร็วที่สุด และเมื่อได้ตั๋วเครื่องบินที่ต้องการแล้วเขาก็รีบออกจากบ้านทันทีและไม่ลืมที่จะกดเบอร์โทรศัพท์ของคนที่คุ้นเคยเพื่อบอกเรื่องด่วนให้เธอรู้
 
 


                ภายในห้องนอนสีหวานที่ตกแต่งได้อย่างสดใสน่ารักยิ่งนักหากแต่ตอนนี้เจ้าของห้องห้องนี้ไม่ได้สดใสเหมือนกับห้องนอนห้องนี้เลย
จิตรลดากำลังนอนร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพียงคิดแค่ว่าเธอจะไม่ได้เจอหน้าผู้ชายที่เธอเรียกได้ว่าเป็นคนที่เธอรักที่สุดอีกแล้วมันก็ยิ่งตอกย้ำความเสียใจยิ่งนัก แม้ว่าจะมีเรื่องที่น่าดีใจสำหรับเธอซึ่งก็คือทั้งสองคนรักกันแต่มันน่าเศร้าตรงที่มันกลายเป็นรักต้องห้ามเสียแล้ว เพราะอีกไม่นานเธอจะต้องหมั้นกับผู้ชายทีดีพร้อมทั้งรูปลักษณ์ และสมบัติ นั่นไม่ใช่ปัจจัยสำคัญสำหรับการที่ความรักของทั้งสองเป็นสิ่งที่ต้องห้ามแต่ผู้ชายที่เธอตกลงใจที่จะมีพันธะด้วยนั้นเธอคิดว่าเขาเป็นคนที่ดีมากคนหนึ่งและมันไม่ยุติธรรมสำหรับเขาเลยถ้าเธอกับทัศนัยจะหันมาคบกันแล้วทิ้งเขาไว้ข้างหลังนั่นมันเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวเป็นอย่างมาก
 
“ทำไมทุกอย่างมันต้องเป็นอย่างนี้ด้วย ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ ฮือๆๆๆๆ ทำไมเท็นต้องมาพูดตอนนี้ด้วย แล้วจี๊ดจะทิ้งพี่ชินได้อย่างไรกัน ฮืออออ”
 
ตื๊ดๆๆๆๆ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จิตรลดาเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาเมื่อรู้ว่าปลายสายเป็นใครเธอจึงกดรับแล้วทำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
 
“ค่ะ พี่ชิน” จิตรลดากรอกเสียงลงไป
 
“น้องจี๊ดครับ พ่อพี่ต้องผ่าตัดด่วน ตอนนี้พี่กำลังจะไปลอนดอนเลยโทรมาบอกน้องจี๊ดนะครับ ถ้าอาการของพ่อพี่ดีขึ้นเมื่อไรพี่จะมารับน้องจี๊ดให้ไปเยี่ยมพ่อพี่นะครับ” ชินพัฒน์พูดอย่างรีบร้อนซึ่งทำเอาปลายสายตกใจเป็นอย่างมาก
 
“ตอนนี้เลยเหรอคะ เดินทางดีๆนะคะ จี๊ดจะรอนะ”
 
“ครับ ดูแลตัวเองดีๆนะครับพี่เป็นห่วง” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง
 
“ค่ะ พี่ก็ดูแลตัวเองดีๆด้วย ที่นู่นตอนนี้กำลังหนาวรักษาสุขภาพด้วยนะคะ” หญิงสาวก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงเขาเช่นกัน
 
ติ้ง ต่อง....ติ้ง ต่อง เสียงกริ่งหน้าบ้านถูกกดขึ้นเป็นผลให้หญิงวัยกลางคนที่แม้จะอายุเริ่มมากแล้วแต่หน้าตาและผิวพรรณยังสวยไม่สร่างต้องละจากอาหารที่กำลังจะทำให้จิตรลดาทานมาเปิดประตูเพื่อต้อนรับแขกที่มาเยือน
 
“สวัสดีครับ คุณอา” ทัศนัยกล่าวทักทายพร้อมกับยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่นับถือเสมือนญาติแท้ๆคนนี้
 
“อ้าว...เท็น..ไหว้พระเถอะจ๊ะ มาหาจี๊ดเหรอลูก พอดีเลยแม่กำลังทำอาหารกลางวันให้ยัยจี๊ดพอดีเลย อยู่ทานด้วยกันนะลูก นานๆว่างมาที” คุณวรรณภาพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เดินนำชายหนุ่มให้เข้าไปในบ้าน
 
“แม่คะใครมาคะ” จิตรลดาถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่พอเห็นคนที่เดินตามมาแล้วนั้นหน้าตาที่ยิ้มแย้มก็เริ่มมีท่าทางสลดลง เพราะเธอเดาการมาของเขาได้เลยว่าเขามาเพราะอะไร
 
“จี๊ด...ทำอะไรอยู่เหรอ” ทัศนัยเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่เขากำลังฝืนให้มันยิ้มแย้ม
 
“เอ่อ...จี๊ดก็ไม่ได้ทำอะไรนิ่เท็น ดูซีรีย์เกาหลีอยู่ไม่เห็นหรือไง” หญิงสาวพยายามพูดให้เป็นปรกติเหมือนเช่นแต่ก่อน เพื่อไม่ให้มารดาที่กำลังยืนมองอยู่สงสัยเธอและเขาที่ไม่รู้สึกสนิทใจกันเหมือนเก่า
 
“คุยกันไปก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่ไปเตรียมตั้งโต๊ะก่อนนะ เท็นอย่าเพิ่งกลับนะลูก” คุณวรรณภาพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และใจดี พูดเสร็จก็เดินเข้าไปในครัวรีบเตรียมอาหารทันที
 
“จะไปแล้วเหรอ” หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นทำลายบรรยากาศที่เงียบงัน
 
“ใช่ เรามาลา เราจะไปฝรั่งเศสวันมะรืนนะจี๊ด” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงที่ราบเรียบหากแต่แฝงความเศร้าสร้อยยิ่งนัก
 
“เหรอ เดินทางดีๆนะ เราคงไม่ไปส่งนะเท็น” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดียวกัน
 
“ตั้งโต๊ะเสร็จแล้วลูกมาทานข้าวกันเร็ว”  คุณวรรณภาเดินเข้ามาตามให้ทั้งสองไปทานข้าว ทำให้สองหนุ่มสาวหยุดอารมณ์ที่แต่ละคนต่างสะกดกลั้นไว้เพียงเท่านั้นเดินตามผู้สูงอายุกว่าเข้าไปในห้องรับประทานอาหารของครอบครัววัฒนวรรณ และเมื่อแต่ละคนนั่งประจำที่ความเงียบงันก็บังเกิดขึ้นอีกครั้ง และมารดาของฝ่ายหญิงสาวก็คอยสังเกตุเหตุการณ์และพฤติกรรมของทั้งคู่อยู่ตลอดเวลา
 
“เท็น ทานไข่ยัดไส้สิลูก ของโปรดของเท็นไม่ใช่เหรอ อาตักให้นะ” คุณวรรณภาเอ่ยขึ้นขัดความเงียบที่แผ่กระจาย พร้อมกับตักไข่ยัดไส้สีสวย หอมน่าทานใส่จานข้าวใบสวยของทัศนัย
 
“ครับขอบคุณครับคุณอา ผมชอบไข่ยัดไส้ฝีมือคุณอาที่สุดเลยครับ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยอาการที่ฝืนเป็นยิ้ม ถึงแม้ว่าปากจะแสดงออกว่ายิ้มแย้ม แต่แววตามันตรงกันข้ามกับอาการที่แสดงออกมาลิบลับ
 
“สองคนนี้ทะเลาะกันหรือเปล่าลูก แม่ว่าแปลกๆนะ เงียบกันไปหมดเลย มีอะไรจี๊ดบอกแม่มาเดี๋ยวนี้เลย” ผู้เป็นแม่เริ่มคาดคั้นหญิงสาว
 
“แม่ก็ถามเท็นสิคะ มาถามจี๊ดทำไม ถามเค้าสิว่าเค้ามาทำไม” จิตรลดาโบ้ยให้มารดาไปถามฝ่ายตรงข้าม
 
“เท็นบอกแม่มา มีอะไรกันแน่สองคนนี้” มารดาหญิงสาวหันหน้ามาคาดคั้นชายหนุ่มทันที
 
“ไม่มีอะไรหรอกครับคุณอา พอดีผมจะมาลาทุกคนน่ะครับ ผมจะไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสวันมะรืนนี้ครับ” ชายหนุ่มตอบคำถาม ทำให้คุณวรรณภามาถึงบางอ้อ ว่าเรื่องแปลกๆนี้คงเป็นเพราะลูกสาวตัวดีน้อยใจฝ่ายชายแน่ๆ
 
“ไหนสองคนตกลงจะไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียด้วยกันไม่ใช่เหรอลูก แล้วทำไมเท็นไปฝรั่งเศส แล้วจี๊ดจะไปอังกฤษล่ะ แม่งงนะลูก” มารดาหญิงสาวเอ่ยออกมาทำให้ทัศนัยถึงกับชะงัก
 
“ไม่ไปออสเตรเลียแล้วเหรอ ไหนบอกไม่ว่าจะยังไงก็จะไปไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงสงสัย เพราะออสเตรเลียเป้นความฝันของจิตรลดาที่ฝันว่าสักวันต้องไปออสเตรเลียให้ได้ ไปเรียน ทำงาน หรือแม้กระทั่งใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเมื่อทุกอย่างที่เมืองไทยลงตัว
 
“พี่ชินอยู่อังกฤษไง จี๊ดจะไปอยู่กับพี่ชิน” หญิงสาวตอบด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากแต่มันเย็นเข้าไปจนสุดขั้วหัวใจของชายหนุ่มเลยทีเดียว
 
“เออ พูดถึงชิน แม่ไม่เห็นเลยนะเมื่อวานนี้” เมื่อชื่อของชินพัฒน์ถูกเอ่ยขึ้น มารดาของจิตรลดาก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้เจอหน้าชินพัฒน์เลยตั้งแต่เมื่อวาน เพราะปกติแล้วต้องพบปะกันประจำ
 
“คือ พี่ชินเค้าบินกลับอังกฤษค่ะแม่ พ่อพี่เค้าผ่าตัดด่วนค่ะ เส้นเลือดในหัวใจตีบ” หญิงสาวบอกมารดาสายตาและน้ำเสียงเจอด้วยความเป็นห่วงยิ่งนัก
 
“อ้าว แล้วตอนนี้เค้ายังไม่โทรมาบอกเหรอลูกว่าพ่อเค้าเป็นอย่างไรบ้างเนี่ย แล้วงานหมั้นล่ะลูก” มาดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจ
 
“คงต้องเลื่อนไปก่อนค่ะแม่ จนกว่าพ่อพี่ชินจะสามารถเดินทางได้ ตอนนี้จี๊ดก็เลยหยุดทุกอย่างไว้แค่นี้ก่อน” จิตรลดาตอบข้อสงสัยของมารดาออกไป โดยไม่หันมองทัศนัยสักนิดเดียว แต่ภายในจิตใจฝ่ายชายนั้นรู้สึกทั้งดีใจระคนเสียใจ ดีใจที่งานหมั้นเลื่อน แต่เสียใจที่จิตรลดาจะไปอยู่กับชินพัฒน์ถึงอังกฤษ แสดงว่าจิตรลดาคงไม่ได้รู้สึกลึกซึ้งกับเขาเกินเพื่อนเหมือนที่เขาเคยแอบคิดไว้แน่นอนแล้วคงต้องบอกลากันแค่นี้
 
“งั้นจี๊ดก็ไปหมั้นกับเขาที่อังกฤษเลยสิ จะไปอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น
 
“ก็คิดอยู่ เอาแบบนี้ก็ดีนะคะแม่สวมที่โน่นก่อน พอพ่อพี่เค้าดีขึ้นค่อยกลับมาจัดงาน พอจี๊ดเรียนจบก็แต่งกันเลยดีไหมคะแม่” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงและหน้าตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
 
“ก็ได้ลูก จะทำยังไงแม่ก็ไม่ว่า ดูๆกันไปแล้วกัน อย่าลืมที่แม่สอนไว้ล่ะ แต่แม่ว่าถามพ่อหนูก่อนดีไหมลูก” มารดาก็เห็นดีเห็นงามด้วย แต่ก็ไม่ลืมที่จะต้องปรึกษาหัวหน้าครอบรัวอย่างคุณสมภพด้วย
 
“นั่นน่ะสินะ ผมเห็นด้วย อืม คุณอาครับผมขอตัวกลับก่อนนะครับพอดีบ่ายสองโมงผมนัดลูกค้าไว้ครับ เดี๋ยวไปไม่ทัน เอาเป็นว่าผมลาตรงนี้เลยนะครับ ฝากลาอาภพด้วยนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยลาพร้อมกับพนมมือไหว้คุณวรรณภา
 
“จ้ะ ตั้งใจเรียนนะเท็นนะ เป็นดีไซเนอร์อันดับหนึ่งของไทยเลยนะลูก” คุณวรรณภากอดและให้พรแก่ทัศนัย เธอคิดว่าทัศนัยก็เป็นเสมือนลูกชายคนหนึ่งของเธอเสมอ
 
“เราไปนะจี๊ด ลาก่อน” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับมือจิตรลดา หากแต่มือนั้นเย็นเฉียบไร้ซึ่งความอบอุ่นเหมือนเคย
 
“จ้ะเท็น ลาก่อนนะ” หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เรียบและเย็นเหมือนผิวสัมผัสที่มือของเธอ เธอยืนนิ่งมองชายหนุ่มขับรถออกไปจากบ้านเธอจึงกลับเข้าห้องนอน เสมือนร่างนี้ไร้วิญญาณ
 
 
 
 จบตอนแล้วนะคะ แล้วมาเป็นกำลังใจให้กับความรักของจี๊ดอีกนะคะ เมนท์โหวตเป็นกำลังใจให้เจี๊ยบด้วยนะคะ หุหุ

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 144 ท่าน