Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
secret Miracle เมืองแห่งความ(ไม่)ลับจับรักยัยแม่มดฝึกหัด 1
Cytherea
การเตรียมตัวของอีกฟาก
17
04/12/2554 08:27:44
346
เนื้อเรื่อง
17
การเตรีมตัวของอีกฟาก
 “กรี๊ดดดดด! เซบาสเตียนหล่อจังเลยคร๊า ><” เสียงของสาวๆที่ดังกระหึ่มไปทั่ว เมื่อสองหนุ่มเดินออกมาจากด้านในของห้องพวกเขา หนึ่งในนั้นคือเจ้าของชื่อที่ถูกเรียกจากสาวๆเมื่อกี้นี้ แต่เจ้าตัวกลับทำสีหน้าเฉยชา ทำเอาคนที่อยู่ข้างๆถึงกลับถอนหายใจ
“เฮ้อ~ พอแกมา ฉันก็ถูกกลบไปซะงั้น น่าน้อยใจจริงๆ =3=” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆเงยหน้าขึ้นพูดกับร่างสูงที่ทำสีหน้าเฉยชา ด้วยความสูงของเขาที่มีน้อยกว่าคนข้างๆ ทำให้ตัวเองเหมือนสาวน้อยยังไงก็ไม่รู้
“ขอโทษด้วยครับ อีกแค่สามชั่วโมง กระผมก็กลับร่างเป็นงูเหมือนเดิมแล้วแหละครับ ^^” ร่างสูงหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนกอดอกมองเขาอย่างไม่พอใจนิดๆ เขาคิดอย่างเจ็บใจตัวเองว่า ถ้าเกิดว่าเขาไม่ลืมไปว่าเวลานี้เซบาสเตียนไม่กลายร่างเป็น เขาก็คงไม่มาเดินในเส้นทางนี้หรอก เพราะเซบาสเตียนทำเอาสาวๆลืมไปว่ามีเขายืนอยู่ข้างๆไปซะสนิทเลย
 “เอาเหอะๆ ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก นานๆที แกถึงจะได้เป็นคนกะเขาบ้าง ฉันเข้าใจ =_=”
“ขอบคุณมากนะครับ ^^” การที่เซบาสเตียนพูดนั้นทำให้คนอื่นๆ เห็นเคี้ยวที่ยาวกว่าคนอื่นๆเขา แต่ก็ดูมีเสน่ห์เอามากๆ สายตาที่ดูดุดันและดูลึกลับนั้นทำให้สาวๆกรี๊ดสลบเลยล่ะ ร่างสูงประมาณร้อยเก้าสิบ ผมสีเขียวแก่ปนเหลือง ท่าทางน่ารักๆนั้น ทั้งหมดทำให้เซบาสเตียนป็อปในหมู่สาวๆ......
เฉพาะช่วงที่เป็นมนุษย์
‘ฟึ่บ!’
“กรี๊ดดดด!” แต่จู่ๆก็มีมีดลึกลับที่โยนมากจากทางด้านทาง และมีดนั้นกำลังจะไปที่คอกเทล แต่เซบาสเตียนก็เอามือไปขวางเอาไว้เสียก่อน ใบมีดจึงไม่โดนคอกเทล แต่กลับโดนเซบาสเตียน สาวๆที่อยู่ในระแวกนั้นส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นเลือดสีแดงของเซบาสเตียนไหลออกมา
“งุเห่าแห่งรัตติกาล ที่ได้กลายร่างเป็นมนุษย์...... ได้รับมีดที่กำลังจะแทงเจ้านายผู้เป็นที่รัก.....ด้วยแขนด้านซ้ายของเขา.....อื้อ เอาไปแต่งนิยายของผมได้ดีเลยทีเดียว.....” หลังจากนั้นก็มีชายหนุ่มที่มาพร้อมกับหนังสือในมือของเขา เขาเดินไปด้วย พูดไปด้วย และเขียนไปด้วย เมื่อเขาเขียนเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมามองผลงานที่ตนเองได้ทำไว้เมื่อกี้ จากนั้นก็ขยับแว่นที่เขาใส่นิดหน่อย และทำความเคารพผู้ที่อยู่ตรงหน้า
“สวัสดีตอนเช้าครับ คุณคอกเทลและคุณเซบาสเตียน.....”
“ทำให้ตกใจตั้งแต่เช้าเลยนะคอปเปอร์ ^^”คอกเทลยื่นหน้าขึ้นมาทักทายกลับด้วยรอยยิ้มที่แสนจะไร้เดียงสา.......
แต่กลับแฝงไปด้วยความโกรธแค้น
ชายหนุ่มมองผู้ที่ยิ้มแสแสร้งได้แนบเนียบที่สุดแห่งปีด้วยใบหน้าเฉยชา จากนั้นก็เดินไปหยิบมีดออกมาจากแขนของเซบาสเตียนที่ตอนนี้ แขนของเขาเต็มไปด้วยเลือด
“พอดีว่าผมคิดนิยายที่จะแต่งต่อไม่ตก จึงมาหาแรงบันดานใจแถวนี้นะครับ” เขาหันไปคุยกับคอกเทล ก่อนที่จะมองไปที่แขนด้านซ้ายของเซบาสเตียนที่เปียกโซกไปด้วยเลือด ก่อนจะขยับแว่นไปมาอย่างใช้ความคิด จากนั้นก็เปิดหนังสือของเขาขึ้นมาเขียนต่อ
“แขนที่เต็มไปด้วยเลือด......ช่างเป็นภาพที่สยดสยองเสียเหลือเกิน.......ผู้ที่อยู่ภายใต้แสงจันทร์ทั้งหลายต่างก็มองภาพของเจ้านายและลูกน้องที่จงรักภักดี ด้วยแววตาที่....” จากนั้นเขาก็หันหลังกลับเพื่อที่จะเดินกลับไปที่ห้องของเขา เขาก้มหน้าก้มตาเขียนนิยายที่เขาเพิ่งคิดได้สดๆร้อนๆ แต่ก่อนที่เขาจะเดินลับตาไป เขาได้กลับมามองชายหนุ่มทั้งสอง ด้วยแววตาที่เรียบเฉย แต่กลับแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
“ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วย......” เขาพูดก่อนจะหยุดลงเมื่อดูปฏิกิริยาของทั้งสองคน ก่อนจะพูดด้วยเสียงที่แสนจะเย็นยะเยือก
“.....ความสมเพช”
 
‘ครืดด~’
ประตูทางเข้าถูกเปิดออกโดยอัตโนมัติ ซึ่งแสดงถึงการมาเยือนของผู้มาใหม่ ชายหนุ่มที่เดินเข้ามานั้น ก้มหน้าก้มตาเขียนหนังสือในมือของเขา หญิงสาวที่นั่งอยู่กับชายหนุ่มอีกสองคน มองเขาด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจเอาซะเลย
“เมื่อไหร่นายจะละมือออกจากหนังสือนี้ซะทีละคอปเปอร์” หญิงสาวที่ตอนแรกกำลังจะปาลูกดอกอยู่นั้นหันมาถามร่างที่กำลังเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือของเขา เมื่อหญิงสาวเห็นว่าร่างสูงไม่ได้สนใจเธอนัก จึงกลับไปปาลูกดอกต่อ เมื่อปาเสร็จแล้วจึงหันไปชวนร่างสูงคุยต่อ
            “มาเล่นปาลูกดอกกับฉันดีกว่าน่า”
            “ฉันไม่ชอบเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์.....” ร่างสูงพูดขึ้นขณะที่สายตากำลังจดจ่อกับการเขียนหนังสือในมือ เมื่อหญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงนั่งไขว้ห้างจากนั้นก็เท้าคางมองร่างสูงด้วยความระอาอย่างมาก
            “แล้วเมื่อกี้แกไปไหนมาล่ะ คงไม่ใช่ไปเดินเล่นอยู่หรอกนะ” ชายหนุ่มที่ยืนเช็ดอาวุธของเขาอยู่ถามขึ้นมา
            “ฉันแค่ไปหาแรงบันดาลใจ......นิดหน่อย”
            “เหอะ! แรงบันดาลใจของแก ก็คงจะห่วยแตกเหมือนกับหนังสือของ.....”
            ‘ฟึ่บ!’
            “แรงบันดาลใจของฉัน.....คือไอ้นี่ไง” ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังพูดอยู่นั้นก็ต้องหยุดชะงักลงเพราะอยู่ๆ ร่างสูงที่กำลังนั่งเขียนหนังสืออยู่ที่โต๊ะอยู่นั้นหันหลังกลับมาและตวัดปลายมีดที่มีเลือดของเซบาสเตียนติดอยู่ให้ไปจ่ออยู่กับหน้าของชายหนุ่มที่กำลังเช็ดอาวุธอยู่
            ทำให้ตอนนี้มีดกับใบหน้าของเขาห่างกันเพียงไม่กี่เซ็นต์แค่นั้นเอง
            “ละ.....เลือด ของเซบาสเตียน ยะ....อย่างนั้นเหรอ” หญิงสาวที่มองภาพทั้งหมดอย่างอึ้งๆ และมองมีดที่เปื้อนเลือดนั้น ก่อนจะใช้ความสามารถพิเศษในการหาคำตอบว่านั้นเป็นเลือดของใคร และคำตอบที่ได้มาก็ทำเอาเธออึ้งไม่แพ้กัน
            “ทีนี้ แรงบันดาลใจของฉัน......ดีใช้ได้ไหม” ชายหนุ่มที่ยืนถือมีดอยู่ในมือมองร่างสูงด้วยสายตาที่เคียดแค้น คเป็นเรียบเฉยคนที่ถูกถามมองเขาอย่างอึ้งๆ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากลับเป็นเฉยชาอีกครั้ง
            “หึ! ก็ทำให้ฉันให้ฉันตกใจไม่ใช่หน่อยเหมือนกันนะ มันก็ใช้ได้.....นิดหน่อย”
            ‘ฟึ่บ!’
            “ที่หลัง.....อย่ามาว่าหนังสือของฉันอีก....เข้าใจใช่ไหม”
            “!!!” ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับไปเขียนหนังสือของเขาต่อ เขาก็ฝากแผลไว้กับเพื่อนของเขานิดหน่อย โดยการใช้มีดปาดคอของเพื่อนจากทางด้านข้าง ทำที่คอของเพื่อนของเขาเต็มไปด้วยเลือด ความรู้สึกเจ็บแปล๊บเล่นของไปในสมองของเพื่อนเขา ทำให้เขาต้องเอามือจับต้นคอเอาไว้ด้วยความเจ็บปวด ผู้ที่โดนเพื่อนรักปาดคอคิดกับตัวเองว่า ถ้าเกิดตัวเองเป็นมนุษย์ธรรมดา ป่านนี้คงได้ลงไปนอนชักดิ้นชักงออยู่ที่พื้นแล้วล่ะมั้ง
            “เป็นยังไงบ้างบีเกียร์ เจ็บมากไหม” หญิงสาวเดินมาถามด้วยความเป็นห่วง พลางมองไปที่แผลที่มือของเขาบังเอาไว้ ตอนนี้เลือดเริ่มไหลออกมาจากซอกนิ้วของเขาแล้ว เขากำลังจะเสียเลือดอย่างมากเลย เขามองไปทางเพื่อนรักของเขาที่กำลังนั่งเขียนนิยายอย่างไม่รู้ร้อน
            “ไม่เป็นไรหรอก.....ฉันขอน้ำหน่อย” เขาหันไปบอกร่างบางที่เขานั้นรักสุดหัวใจ เธอพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปหยิบขวดน้ำที่หัวเตียง และเดินกลับมาหาเขา ก่อนจะยื่นไปให้เขา เขารับมันอย่างสั่นๆ เพราะเขาเริ่มที่จะทนความเจ็บปวดไม่ไหวแล้ว เขารีบดื่มน้ำโดยทันที เมื่อเขาดื่มน้ำจนหมดขวด แผลที่อยู่ที่ต้นคอเขาค่อยๆหายไปจนหมด เหลือไว้แต่เพียงเลือดที่เปรอะเต็มมือและคอของเขา
            “เช็ดซะ ฉันบอกแล้วว่าแกอย่าไปต่อกรกับมันมากนัก ได้เรื่องเลยไหมล่ะ”  ร่างสูงที่นอนมองเห็นการณ์อยู่นั้น วางหนังสือการ์ตูนไว้บนเตียง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดมือ ที่อยู่ห่างจากตัวเขาไม่เพียงกี่เมตร ก่อนจะโยนไปให้เพื่อนที่มีเลือดเปรอะมืออยู่
            “หึ!ฉันไม่เห็นจะสนเลย”
            “นายไม่สน แต่ฉันสนนะ ถ้านายเป็นอะไรขึ้นมาฉันจะเดือดร้อนนะ”  หญิงสาวพูดขึ้นพลางมองร่างสูงด้วยสายตาเป็นกังวล ร่างสูงมองมาที่เธอด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนจะส่งยิ้มอันแสนจะอบอุ่นให้ เมื่อเขาเช็ดเลือดเสร็จก็เอื้อมมือไปขยี้ผมหญิงสาวเบาๆอย่างเอ็นดู
            ‘ครืดดด~’ จู่ๆก็ได้ยินเสียงประตูเลื่อนพร้อมกับการปรากฏตัวของสคูเปอร์ ที่มาพร้อมกับสีหน้าเฉยชา       “มีธุระอะไรเหรอ” หญิงสาวถามขึ้น
            “......ฉันเลื่อนการแข่งเป็นอาทิตย์หน้าแล้ว”
            “!!!” ทั้งสี่คนหยุดชะงักและหันไปให้ความสนใจสคูเปอร์ที่กำลังเอ่ยเสียงเรียบ และมองมาด้วยสีหน้าเย็นชา
            “.....ขอให้ทุกคนเตรียมตัวด้วย......ฉันมาบอกแค่นี้แหละ”
            “ก็ดีเหมือนกัน ฉันละ นอนรอมาเป็นอาทิตย์แล้ว เบื่อชะมัด” ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงในตอนแรกลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย
            “ฉันก็ด้วย รออยู่ว่าเมื่อไหร่จะผ่านเดือนนี้ไปซักที ในที่สุดก็แค่อาทิตย์หน้าแล้ว” หญิงสาวพูดด้วยเสียงสดใส
            “อื้อ ยังไงก็ฝึกซ้อมบ้างล่ะกัน อย่ามัวแต่ประหม่านะ เพราะครั้งนี้พวกมันเอาจริง......”
            “!!!”
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 187 ท่าน