Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
...การกลับมาของ Sway...
48
04/12/2554 06:41:18
478
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 48....การกลับมาของ Sway
 
           
            เก๋งสีดำคันเก่าขับเข้ามาจอดในโรงรถบ้านของลัดดาในเวลาบ่ายของวันเสาร์  ปอลงจากรถพร้อมขนมและผลไม้ที่ซื้อมาฝากหลานๆ  รุจีเดินลงจากรถด้วยรอยยิ้มโดยลัดดามาต้อนรับอย่างเช่นเคย
 
“เด็กๆล่ะลัดดา” ปอถามขึ้นพลางมองไปรอบๆบ้านอย่างพินิจราวกับมองหาใครบางคน
“เด็กๆนอนดูการ์ตูนในบ้านน่ะ  เข้าบ้านเถอะค่ะ  สำลีเอาของไปเก็บในครัวหน่อย”  ลัดดาเรียกสาวใช้มารับข้าวของจากปอ
“หลานๆฉันต้องเรียนศิลปะไม่ใช่เหรอ”  รุจีถามด้วยความแปลกใจที่เดินเข้ามาเห็นบิ๊กและแบ๊กนอนเล่นดูการ์ตูนอย่างสบายใจ
“พอดีคุณครูพวกเค้าไม่ว่างอ่ะค่ะ  เห็นว่าติดงานด่วนขอลาไปอาทิตย์นึง  เด็กๆก็เลยว่างกัน”  ลัดดาเดินพยุงรุจีมานั่งที่โซฟาหรู
“คือพรุ่งนี้คุณครูก็ไม่มาสอนงั้นเหรอ”  ปอหันไปถามลัดดาด้วยสีหน้าเสียดาย ก่อนจะนั่งลง
“ใช่ค่ะ  ทำไมเหรอพี่ปอ”
“อ้อ!  ป่าวหรอก งั้นบิ๊ก แบ๊ก เดี๋ยวอาพาไปดูหนังดีมั้ยพรุ่งนี้”  ปอหันไปลูบหัวบิ๊กที่นอนอยู่ที่โซฟาอีกตัวใกล้ๆมือแก้ไขข้อสงสัยของลัดดา
“ดีครับอาปอ  บิ๊กอยากดูเรื่องนึงเป็นเรื่องรถที่แปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ได้อ่ะ” บิ๊กพูดอย่างตื่นเต้น
“มันชื่อเรื่อง ทรานฟอเมอร์  พี่บิ๊กชอบลืมชื่อเรื่องอยู่เรื่อยเลย”  แบ๊กโวยวายขึ้นมาทันที
“ดา เจ้านิงมันคิดถึงลูกๆอ่ะ ให้นิงมาหาลูกบ้างสิ”  รุจีเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง
“คุณแม่  ถ้าคุณแม่จะมาพูดเรื่องนี้กับดาอ่ะ  คุณแม่เลิกคิดไปเถอะค่ะ  คุณแม่ก็รู้ว่าดาทนกับพี่นิงมาตั้งเท่าไหร่  เค้าเคยปรับปรุงตัวเองบ้างรึป่าว  มาถึงตอนนี้จะมาร้องขอมาหาลูก  ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอคะ”  ลัดดาพูดกระซิบกระซาบกับรุจีเพราะเกรงลูกๆของเธอจะได้รับฟัง ปอฟังการสนทนาของรุจีและลัดดาด้วยความสงสัยว่า นิงพี่ชายของเขาได้ทำอะไรลงไปจึงเป็นเหตุให้ลัดดาต้องฟ้องหย่าในที่สุด
“แต่ลูกๆก็ต้องการพ่อนะดา  แม่รู้ว่าลัดดาทรมานใจที่อยู่กับนิง  แต่ดาต้องคิดถึงลูกสิ”
“ดาเลี้ยงได้ค่ะ  แค่ลูกชาย 2 คน  ดาไม่เคยแคร์อยู่แล้วว่าลูกดาจะมีปัญหาแค่ขาดพ่อ  ดาสามารถเลี้ยงให้ลูกชายดาเป็นเด็กดีได้ ดามั่นใจ ถ้าแลกกับการที่....ขอโทษนะคะคุณแม่  แลกกับการที่ต้องมีพ่อแบบนิง ดาไม่อยากจะต่อว่าพี่นิงลูกชายคุณแม่ไปมากกว่านี้  เลิกพูดเรื่องนี้เถอะค่ะ”  คำตอบของลัดดาทำเอารุจีเงียบไป  เพราะเธอเองก็เลี้ยงปอและนิงมาลำพังเนื่องจากสามีเธอเสียไปตั้งแต่นิงและปอเด็กๆ
 
“แม่ครับ  ทำไมลัดดาถึงอย่ากับพี่นิงเหรอ”  ปอถามขึ้นในขณะขับรถเก๋งสีดำคันเก่ากลับบ้านของเขาที่อยู่คนละฟากซอยไม่ไกลนัก
“เรื่องมันยาวอ่ะ นิงมันเจ้าชู้ มีเล็กมีน้อยตามประสาผู้ชาย  ลัดดามันก็จับได้ตลอด แต่ดามันก็ยอมทนมาตลอด  แม่ก็บอกนิงแล้วว่าให้นิงเลิกมีเด็กได้แล้ว นิงก็ไม่ฟังแม่  สุดท้ายลัดดาจับได้ครั้งล่าสุด  ผู้หญิงของนิงคนล่าสุดก็เด็กมหาลัยปีสุดท้ายนี่แหละร้ายจริงๆมาอาละวาดถึงบ้านลัดดาเลยทีเดียว  ลัดดาทนไม่ได้อีกต่อไปก็เลยฟ้องหย่า  แม่ก็ทำอะไรไม่ได้  เป็นเรื่องภายในครอบครัว จะสงสารก็แต่หลานๆไม่ได้พบหน้าพ่อ  เจ้านิงก็จะมาสำนึกเสียใจร้องไห้จนซูบผอมไปเลย”  รุจีพูดพลางถอนหายใจ
“แม่ แล้วผมเจ้าชู้แบบพี่นิงรึป่าวครับ”  ปอถามขึ้นด้วยความสงสัยในสิ่งที่เขาเป็น
“เอ่อ!  ไม่หรอก ปอมีวาสนาเรื่องผู้หญิงดี  มีผู้หญิงมารักเยอะแยะมากมาย  แต่ลูกอ่ะพยายามจะเลือกผู้หญิงที่ดีที่สุด  แต่ก็ไม่พบสักที ก็เลยดูเหมือนว่าปอจะคบผู้หญิงหลายคน  แต่จริงๆแล้วอ่ะผู้หญิงเหล่านั้นไม่ยอมเลิกกับปอเองนะลูก  ไม่ต้องห่วงหรอกเรื่องอดีตของลูกอ่ะ”  รุจียังคงเข้าข้างลูกชายคนเล็ก
“ครับ  ปอแค่อยากรู้  อยากจะจำอะไรๆได้  มีเรื่องราวแปลกๆให้สงสัยเรื่อยๆ”
“เรื่องอะไรอ่ะ” รุจีถามด้วยความสงสัยหันมองหน้าลูกชาย
“ไม่มีอะไรมากหรอกครับ  ปอไม่สงสัยแล้วล่ะ  ปอเชื่อแม่นะ”  ปอไม่กล้าเล่าเรื่องผู้หญิงในรูปถ่ายและฝันปริศนาให้แม่ฟัง  เกรงว่ารุจีจะคิดมากและเป็นกังวล
 
...................................................................................................................................
 
            ฝ่ายการตลาดของ Sway เริ่มดำเนินการประชาสัมพันธ์การกลับมาอีกครั้งของ Sway  โปสเตอร์ใบปลิวเกลื่อนไปทั่ว  การินเดินผ่านเสาร์ไฟฟ้าที่มีโปสเตอร์งานแกรนด์โอเพนนิ่งของ Sway ปิดทับโปสเตอร์โปรโมชั่นของร้าน Huffy อย่างไม่เกรงใจ  เธอจึงดึงโปสเตอร์ของ Sway ออกมาด้วยความโมโห
 
“นี่เล่นกันอย่างนี้เลยเหรอเนี่ย  Sway จะเปิดวันศุกร์ที่จะถึงนี้  เปิดเหล้าฟรีก่อนสี่ทุ่มด้วย  เหล้ายี่ห้อพื้นๆน่ะสินะ”  การินเดินอ่านโปสเตอร์ของ Sway มาจนถึงห้องพักของเธอซึ่งเธออยู่เพียงลำพังแล้ว  เมื่อนิตาย้ายไปอยู่กับแฟนหนุ่มเมื่อเรียนจบ
 
ตี่  ติ๊ด  ติด  ตี่  ติ๊ดๆๆๆๆๆๆๆ
 
“ฮัลโหลพี่อันว่าไงคะ”  การินรับสายอันด้วยเสียงที่หงุดหงิด
“วันนี้เข้าร้าน 5 โมงเย็นนะการิน  มีประชุมการตลาด  เพราะร้าน Sway จะเปิดศุกร์ที่จะถึงนี้แล้ว  พี่ธนูเรียกประชุมด่วน”
“ทราบแล้วค่ะ  การินเพิ่งดึงโปสเตอร์ของ Swayที่มาปิดทับโปสเตอร์ร้านเราออกจากเสาไฟฟ้ามาเอง  มันเล่นมาปิดทับกันเลยนะพี่  ไม่มีมารยาทเลยอ่ะ”  การินบ่นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ถ้าเล่นกันแบบนี้ก็มาลองดูกันหน่อยดีกว่า  เดี๋ยว 5 โมงพี่ไปรับการินที่หอนะ”
“ได้ค่ะ  แล้วเจอกัน”
 
            อันยังคงทำดีกับการินเสมอมา  เขาหวังเพียงว่าการินจะมองเค้าดีขึ้นในสายตาและในที่สุดก็จะรักเค้าได้  แต่ในทางกลับกันยิ่งอันดีกับการินเท่าไหร่  เธอยิ่งรู้สึกต้องวางระยะห่างไว้  เธอไม่พร้อมที่จะมีใครเข้ามาในชีวิต
 
....................................................................................................................................
 
            หุ้นส่วน Huffy นั่งสีหน้าตึงเครียดกันมุมหนึ่งของร้าน  การินและอันเดินเข้ามาภายในร้านที่บรรยากาศอึมครึม
 
“พี่คิดว่าจะจัด Event แข่งกับ Swayในวันศุกร์ที่จะถึงนี้  แต่ยังไม่รู้ว่าจะหาอะไรจูงใจให้ลูกค้าเข้ามาร่วม Event นี้ดี” ธนูพูดขึ้นพลางชายตามองอันและการินที่มาร่วมนั่งฟัง
“จัดเป็นปาร์ตี้ชาวร๊อคดีมั้ยพี่  แบบขอชาวร๊อคมาแต่งตัวแบบร๊อคๆกันเลย”  จักร ทันตแพทย์หนุ่มเสนอขึ้น
“พี่ว่ามันยังไม่ค่อยน่าสนใจนะจักร” ธนูแย้งขึ้น
“ทำไงให้ผู้หญิงเข้าร้านเราเยอะๆอ่ะ” นัทพูดขึ้น  อ้อยแอร์โฮสเตทสาวหันเหลือบมองนัทแฟนหนุ่มของเธอทันที  “ก็คือ ถ้าสาวๆเยอะหนุ่มๆก็จะตามมาไงล่ะ” นัทรีบแก้ตัวทันที
“ผู้หญิงชอบอะไรกันอ้อย” ธนูหันไปปรึกษา
“ผู้หญิงก็ต้องคู่กับดอกไม้  ความสวยความงาม แฟชั่น  ผู้ชายหล่อๆ”อ้อยทำท่าเพ้อฝัน
“อะแฮ่ม!!จะเพ้อไปแล้วนะ” นัทรีบปราม
“งั้นเป็นปาร์ตี้แฟชั่นโชว์จัดแคสวอร์คไรงี้เลยดีมั้ย”  หยินเสนอขึ้นหลังจากนั่งฟังเงียบๆ
“โห!เธอจะไปเดินเองรึไงหยิน ฮ่าๆๆ” กัสแขวะหยินทันที
“ตลกสิ  แต่ก็ไม่แน่นะหุ่นฉันก็เฟิร์มอยู่ไม่น้อย”  หยินลุกขึ้นโชว์หุ่นของเธอ
“พี่ว่าก็โอเคนะแฟชั่นปาร์ตี้  แต่ปัญหาคือ  จะเอาใครมาเดินแบบล่ะ” ธนูตั้งคำถามต่อไป
“พี่อย่าลืมสิว่าพี่มีหุ้นส่วนเป็นนายแบบคนนึงน้า”  หนุ่มอันลุกขึ้นมาทันที  หุ้นส่วนทุกคนหันไปมองทางอัน
“นั่นสิ  เรามองข้ามอันไปได้ไงพี่  เพิ่งเห็นรูปอันถ่ายข้างดาราสาวชื่อดังแล้วอิจฉา” โยเริ่มนอกเรื่องขึ้นมา
“ผมสนิทกับเพื่อนนายแบบมีชื่อในวงการหลายคน  พวกเขาไม่ค่อยถือตัว  ผมจะติดต่อมาเดินคิดว่าค่าตัวไม่แพง  ดีไม่ดีมันอาจมาเดินให้ฟรีก็ได้”  อันเสนอ
“ถ้างั้นติดต่อและเริ่มดำเนินการโปรโมทให้เร็วที่สุด  การินทำโปสเตอร์นะ  ประสานกับอัน  ส่วนฝ่ายอื่นก็คิดกันว่าวันงานจะมีอะไรบ้าง  มีโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้ายังไง”
 
            การประชุมดำเนินไปจนถึงเวลา 1 ทุ่ม  เด็กร้านต่างทยอยกันมาทำงานเปิดร้านตามปกติ  การินก็ช่วยจัดร้านตามปกติ
            Huffyเปิดบริการตามปกติลูกค้าต่างทยอยกันเข้าร้าน  การินนั่งพักเคียงข้างนาบริเวณโต๊ะของหุ้นส่วน
 
“ท่าทางร้านเรากับ Sway จะเริ่มดุเดือดขึ้นทุกวัน”  นาพูดขึ้นพลางดื่มเบียร์ในแก้ว
“ใช่ค่ะ  การินคิดว่าพี่ปอกลับมาเปิด Sway คราวนี้ต้องขุดไม้ตายอะไรมาเล่นแน่ๆ  ว่าไปก็อยากรู้ว่าเหมือนกันว่าจะมาไม้ไหน”  การินพูดพลางมองลูกค้าที่ทยอยเข้าร้าน  เพียงไม่นานก็เริ่มมากขึ้น
“พี่กลัวอะไรรู้มั้ย”
“คะ  อะไรเหรอคะ”
“พี่กลัวว่าพี่ปอจะกลับมาเล่นงานการินกับพี่อันรึป่าวน่ะสิ  ทำเค้าไว้ซะเจ็บเลย”
“ทำอะไรการินกับพี่อันไม่ได้หรอกค่ะ  นอกจากมายิงการินให้ตาย  แบบนั้นการินก็ไม่มีทางสู้อิทธิพลเถื่อนของพวกเค้าได้”
“การินระวังตัวหน่อยนะ  พี่เป็นห่วงการินมากๆเลยอ่ะ”  นามองน้องสาวด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“ไม่มีอะไรหรอกหน่าพี่นา  ถึงจะเป็นคู่แข่งกัน  ก็ยากจะเจอกันถ้าการินไม่ไปร้านเค้า  หรือเค้ามาร้านเรา แต่การินรู้สึกว่าสองครั้งที่การินพบพี่ปออ่ะ  พี่ปอแปลกๆไปนะพี่  แปลกที่สุดคือแววตา  แววตาพี่ปอเคยมองการินด้วยแววตาที่เย็นชา  การินเคยสบตาเค้าด้วยความรู้สึกแย่ๆ  แต่ที่การินพบเค้าสองครั้งมานี้  แววตาพี่ปอเปลี่ยนไป”
“เปลี่ยนไปยังไงอ่ะ”
“บอกไม่ถูกอ่ะ  มันเป็นแววตาเหมือนครั้งแรกที่พี่ปอมาขอเบอร์การิน”  การินพยายามอธิบาย
“คิดมากไปรึป่าวน้อง  ทำงานกันเถอะลูกค้าเริ่มแน่นแล้วล่ะ”  นาลุกขึ้นเดินเข้าไปในบาร์
 
[……ฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆนะ  แววตาพี่ปอไม่เหมือนเดิม  แววตานี้ทำให้ใจฉันสั่นและหวั่นไหว  รู้สึกได้ว่ามันเป็นแววตาที่มีเจตนาดี  แต่เป็นไปไม่ได้ ครั้งสุดท้ายที่ฉันมองเค้า  เค้าแทบจะฆ่าฉันด้วยซ้ำ  ฉันยังจำสีหน้าท่าทางที่เค้ามองได้ไม่มีผิดเพี้ยน  สงสัยเราจะคิดมากไปจริงๆ…..]
 
            หนุ่มอันต้องกลับไปนอนเอาแรงเพราะมีงานถ่ายแบบต่างจังหวัดต้องเดินทางแต่เช้า  การินจึงต้องกลับหอพักด้วยตัวเอง  การินกลับก่อนเวลาปิด Huffy เพราะเธออยากรีบกลับมาทำโปสเตอร์โปรโมท Event ที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่จะถึง
 
ตี่  ติดติ๊ดๆๆๆตี่  ติดๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
“ฮัลโหลมีอะไรมิทราบครับท่านอัน”  การินรับสายเสียงระรื่นในขณะที่เดินออกมาจากร้าน
“วันนี้พี่ไม่ได้ไปส่งกลับดีๆล่ะรู้ป่าว”
“ค่ะรู้แล้วหน่า  พี่ถึงบ้านแล้วเหรอ”
“ถึงนานแล้วจะนอนแล้วเนี่ย  พรุ่งนี้ตื่นตี 5 ไม่อยากไปเลยอ่ะ ไปตั้ง 2 วัน  คิดถึงการิน” อันส่งเสียงออดอ้อนหญิงสาว  แต่การินกลับหุบยิ้มลง
“ตั้งใจทำงานไปเถอะหน่าจะได้รวยๆไง”  การินทำทีเป็นไม่รับรู้อะไร
“อยากรวยเหมือนกัน  จะได้เลี้ยงดูการินได้  การินจะได้ไม่ลำบาก”
“ไม่ต้องมาเลี้ยงหนูหรอกพี่  การินเลี้ยงตัวเองได้ไม่อดตายหรอก”  การินเริ่มลำบากใจอีกครั้ง
“เมื่อไหร่การินจะให้โอกาสพี่สักทีล่ะครับ”  อันเปลี่ยนน้ำเสียงมาจริงจัง
“พี่อัน  การินลำบากใจนะถ้าพี่พูดอะไรทำนองนี้อ่ะ  การินบอกไปหลายครั้งแล้วว่าการินไม่พร้อม”
“ไม่พร้อมหรือว่ารอใคร”  อันแขวะทันทีด้วยสีหน้าหงุดหงิด ในขณะที่นอนกลิ้งอยู่บนเตียงนุ่มๆในห้องนอนของเขา
“พี่อัน!!  ถ้าพี่พูดอะไรทำนองนี้อีกการินจะไม่คุยด้วยนะ  การินขอบอกครั้งสุดท้ายว่าการินไม่ได้รอใครทั้งนั้น  ไม่ว่าใครทั้งนั้น  แค่นี้นะคะการินจะกลับหอแล้วจะรีบกลับไปทำโปสเตอร์  แล้วเรื่องเพื่อนพี่ที่จะมาเดินแบบได้ความว่าไงก็โทรมาบอกด้วย”  การินวางสายไปพร้อมปิดเครื่อง  เธอรู้สึกแย่ที่อันมักจะตอกย้ำเรื่องปอเสมอๆ  มันยิ่งซ้ำเติมความรู้สึกและตอกย้ำว่าเธอเองยังลืมปอไม่ได้
 
            หญิงสาวขึ้นแท็กซี่ไปด้วยใจว้าเหว่  แท็กซี่สีชมพูขับมาจวนจะถึงตึกแสนโทรม  การินมองไปยังตึกที่เธอไม่เคยได้มาเดินเฉียดเลยเป็นเวลาหลายเดือน
 
“พี่คะจอดตรงนี้ล่ะค่ะ”  การินบอกแท็กซี่อย่างกะทันหัน
 
            หญิงสาวลงจากแท็กซี่มาหยุดมองหน้าตึกแสนโทรม  เธอเห็นไฟชั้น 4 เปิดอยู่สลัวๆ  เธอไม่รู้เลยว่าบนร้านนั้นมีบรรดาเด็กร้าน sway และน้องๆปอมานั่งสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน  พร้อมกับปรึกษาหารือกันเรื่องงานแกรนโอเพนนิ่งของร้าน sway
 
“ตื่นเต้นจัง  วันศุกร์นี้แล้ว ร้านเราจะเปิดอีกครั้ง” เตมพูดขึ้นภายในโต๊ะที่มีเหล้าขวดใหญ่พร้อมอาหารหลายอย่าง
“จะระดมลูกค้าที่รู้จักมาให้เยอะๆเลย” มุดออกความเห็นบ้างพร้อมรอยยิ้ม
“นานแล้วนะที่พวกเราไม่ได้มาพบกัน  ฉันคิดถึงบรรยากาศเก่าๆที่นี่มากอ่ะ”  แนมพูดพลางมองไปรอบๆร้าน
“ไม่ได้เป็นรถถังเดินชนลูกค้านานล่ะสิ”  บัสกวนแนมขึ้นมาพร้อมเสียงหัวเราะของทุกคน
“หยุดเลยไอบัส  รถถังอ่ะ  ฉันให้พี่ปอแซวได้คนเดียวเว้ย!!”
“พี่ปอไม่มาเหรอพี่เมส” อายถามขึ้น  เมสซึ่งนั่งอยู่ปลายโต๊ะข้างๆพร  รีบดูนาฬิกา
“โทรไปชวนแล้วอ่ะ  พี่ปอบอกว่ารอป้ารุจีนอนไปก่อน  แอบหนีแม่เที่ยว ฮ่าๆๆ”
“เที่ยงคืนแล้วพี่ปอไม่มาหรอกมั้งพี่เมส” พรพูดขึ้นทำเอาเด็กร้านหน้าจ๋อยกันไป
“ตั้งแต่พี่ปอรถคว่ำ  ป้ารุจีหวงพี่ปอมากๆเลย  พี่ปอก็กลัวว่าป้าจะคิดมากอ่ะ  สงสารพี่ปอต้องมาเจอเรื่องราวแบบนี้  เป็นเพราะนังกา....เอ่อ!นังสาวจัญไร คนเดียวเลย”  พรพูดขึ้นด้วยอาการเมา
“พรพูดงี้ก็ไม่ถูกนะ  การินก็มีส่วนแต่ก็ไม่ใช่ต้นเหตุของทุกอย่าง”  หนุ่มภูนั่งดื่มเหล้านิ่งๆพลางดูบอลจากจอโทรทัศน์ได้ยินพรพูดดังนั้นจึงแย้งขึ้น
“พี่ภูยังไปเข้าข้างมันอีกเหรอ โดนมันหลอกเอาน่ะ”  แนมรีบหันไปต่อว่าด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“พี่ไม่ได้เข้าข้าง  พี่แค่พูดไปตามจริง  พี่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับการินแล้วล่ะ  เฉยๆแล้ว  อีกอย่างพี่ก็มีแฟนแล้วพี่ไม่ได้จะเข้าข้างใคร  ไม่อยากให้ไปโทษการินทุกอย่างน่ะ”  ภูเดินออกจากวงไปเข้าห้องน้ำทันที
“นึกเรื่องพี่ภูขึ้นมาได้ก็ยิ่งเกลียด  คบพี่ภูประชดพี่ปอ  ร้ายกาจจริงๆ” พรยังคงต่อว่าการินอย่างต่อเนื่อง
 
......................................................................................................................................
 
“ฮัดเช่ยยยย!!!!!!!!!!!!!!”
 
            หญิงสาวจามตัวสั่นเมื่อเธอก้าวเท้าเข้าภายในตึกที่มีบันไดไม้รอต้อนรับ  หญิงสาวเอามือแตะผนังสีขาวที่เธอจำได้ดีว่าเธอเป็นคนทาสีกับมือ
 
[……ฝุ่นจับแน่นเชียว  ทำเอาฉันจามซะยกใหญ่  ตึกแสนโทรมก็ยังคงโทรมเหมือนเดิม  บันไดก็ดูไม่กล้าจะเหยียบขึ้นไปได้เกรงจะพังลงมา  ผนังสีขาวก็เริ่มมีรอยด่างดำ  นี่น่ะเหรอที่จะเปิดอีกครั้งในวันศุกร์นี้  ทำไมพี่ปอไม่ทำร้านให้มันดีกว่านี้  ไหนๆก็เปิดทั้งที…..]
 
            การินยืนกอดอกครุ่นคิดอยู่ตรงหน้าบันไดแคบๆเพียงลำพัง
 
“ขอโทษครับ  ขอทางหน่อยนะ”  เสียงชายคนหนึ่งดังมาจากด้านหลัง  การินสะดุ้งสุดตัวหันหลังกลับไปมองทันที  ใครกันมาเห็นเธออยู่ที่ตึกแสนโทรมได้
“การิน!!”  หนุ่มใหญ่คือเจ้าของเสียงนั้น  ปอเห็นการินพร้อมรอยยิ้มของความดีใจ
“พี่ปอ!!!”  การินพึมพำด้วยความตกใจเบิกตากลมโตสุดชีวิตก่อนจะรีบเดินหนีไป  แต่ครั้งนี้หนุ่มใหญ่คว้าแขนหญิงสาวได้ทัน
“เดี๋ยวก่อนสิการิน  ผมมีเรื่องจะถามคุณนะ” 
“ปล่อยนะ  การินไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างพี่”  การินสะบัดแขนสุดแรงเหวี่ยงและตะคอกกลับไปอย่างไร้เยื่อใยก่อนจะรีบวิ่งหนีออกจากตึก  ปอตกใจไม่น้อยแต่ก็รีบวิ่งตามหญิงสาวไปทันที  แต่การินขึ้นแท็กซี่ไปเสียก่อน
 
[……ไม่ได้ถามอีกแล้ว  แต่แปลกทำไมการินถึงมีท่าทางรังเกียจเรานัก การินเรียกชื่อเราด้วยนี่นา  แสดงว่าเราต้องรู้จักผู้หญิงคนนี้แน่ๆ  มีสิทธิ์ที่ความฝันจะเป็นจริง…..]
 
            หญิงสาวขึ้นแท็กซี่ไปด้วยความตกใจ มือหนาของหนุ่มใหญ่ที่มาสัมผัสแขนของเธอทำเอาหญิงสาวถึงกับตัวอ่อนเลยทีเดียว  ใจเธอยังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
 
[……ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเวลาเจอฉัน พี่ปอถึงทำท่าทางดีใจขนาดนั้น  แล้วเค้ามีอะไรจะคุยกับเรานะ  มันต้องเป็นแผนการอะไรของเค้าสักอย่าง  พลาดจริงๆที่พี่ปอมาเห็นเราหน้าตึกนั่นได้เสียฟอร์มสุดๆ  แต่ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยทีพี่ปอยังไปร้าน Huffy ได้เลย….]
 
......................................................................................................................................
 
            การโปรโมทกิจกรรมของร้านทั้งสองนั่นคือ Huffy และ Sway ดุเดือดเข้มข้นมากขึ้น  งานGrand Opening  ของ Swayปะทะกับ EventFashion  PartyของHuffyที่จะมีในคืนวันศุกร์ที่จะถึงนี้คืนเดียวกัน  การินและนิตาต่างช่วยโยเดินทางแปะโปสเตอร์ตามเสาไฟฟ้า  ตามสถานที่ต่างๆอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ และบังเอิญไปปะทะกับปิมและเตมบริเวณตลาดนัด
 
“ไม่เจอกันนานเลยนะ  การิน  นิตา”  ปิมทักขึ้นด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆและชายตามองนิตาแฟนเก่า
“ค่ะ โปสเตอร์สวยดีนะคะ”  การินมองโปสเตอร์ในมือของปิมอย่างดูถูก
“คงสวยสู้ของเธอไม่ได้มั้ง”  เตมพูดขึ้นด้วยสีหน้าหมั่นไส้การิน
“โอ๊ย!ไปเหอะการินอย่ามัวมาเสวนากับอะไรก็ไม่รู้เลย  เสียเวลาทำมาหากิน”  นิตาเดินนำการินไปด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ปิมถึงกับมองตามนิตาไปทันที
“แล้วเจอกันนะพี่ปิม”  การินเดินจากไปพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“สวยตายล่ะนังนิตาแฟนเก่าพี่อ่ะ  นังสาวจัญไรก็อีกคนทำเป็นชูคอเหนือกว่าเรา  เดี๋ยวจะดึงโปสเตอร์ร้านมันออกให้หมดเลยนี่” เตมพูดอย่างใส่อารมณ์
“อย่าทำงั้น  ต้องสู้กันอย่างเป็นธรรม เราไม่ด้อยไปกว่าเค้าอยู่แล้ว  พี่ว่าสักวัน Swayต้องกลับมายิ่งใหญ่กว่า Hubris”  ปิมพูดอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ
 
.......................................................................................................................................
 
 
“ฮัลโหลว่าไงภัท”
            การินรับสายโทรศัพท์เพื่อนสาวที่ไม่ค่อยได้พบปะกันเพราะต่างแยกย้ายกันไปทำงานต่างที่ต่างทางของตัวเอง หญิงสาวเดินออกมานอกร้าน Hubrisในบ่ายของวันศุกร์ซึ่งเธอกำลังช่วยพี่ๆหุ้นส่วนและเด็กร้านจัดตกแต่งร้านให้มีเวทีสวยๆเพื่อเดินแฟชั่นโชว์
 
“แกรู้ข่าว Sway เปิดใหม่รึยังการิน” ภัทพูดน้ำเสียงตื่นเต้น
“รู้แล้วสิ  ทำโปสเตอร์แข่งกันจะแย่อยู่แล้วเนี่ย  วันนี้Huffyก็มี Event ชนกับงานเปิดตัวร้าน Sway ด้วย”
“จริงเหรอ  ฉันจะบอกแกว่าพี่ชัยพี่ชายของแชร์น่ะสิไปหุ้นร่วมกับ sway ด้วย”
“อ้าว!ทำไมพี่แชร์ทำงี้ล่ะ”  การินร้องอย่างผิดหวังพลางเดินออกมาหน้าร้าน
“แชร์บอกว่าพี่ชัยรู้จักกับพี่ชายหุ้น Sway อ่ะ  ก็เลยถูกชวนมาหุ้นด้วย  แล้ววันนี้แชร์ก็ชวนฉันไปงานแกรนด์โอเพนนิ่ง Sway ด้วยเนี่ย  ก็เลยว่าจะชวนแกไปเป็นเพื่อน” ภัทเสียงอ่อนลงในประโยคท้าย
“ตลกสิภัท  แกก็รู้ว่าฉันประกาศตัวเป็นศรัตรูกับตึกนั่นเรียบร้อยแล้วและตั้งนานแล้ว  จะให้ฉันขึ้นไปเหยียบอีกอ่ะนะ  ไม่มีทาง อีกอย่างวันนี้ต้องช่วยที่ร้านHuffy นี่เยอะแยะยุ่งไปหมดเลย ร้านฉันก็มีงานนะแก  แกมาร้านฉันเลยนะ  ปล่อยแชร์มันไป sway คนเดียว”
“บ้าสิ  เดี๋ยวแชร์งอนอ่ะ  เอาเป็นว่าฉันจะโทรหานะถ้าฉันเกิดเบื่อๆ sway ขึ้นมา  ฉันอยากไป Huffy มากกว่าอยู่แล้วล่ะ”
 
            หญิงสาววางสายจากเพื่อนสาวที่ห่างหายกันไปด้วยใจคิดถึง  แต่ก็แอบรู้สึกน้อยใจที่ภัทจะไปร้าน Sway แทนที่จะมาเที่ยวร้านของเธอ  แต่หญิงสาวต้องรีบกลับเข้าไปในร้าน Huffy เพื่อจัดและตกแต่งร้านให้เสร็จก่อนเย็น
 
.....................................................................................................................................
 
            ถึงช่วงเวลาที่ลุ้นระทึก  เวลา 22.00 น.  เวลาที่นักท่องราตรีจะออกมาตระเวนล่าราตรีตามร้านเหล้าและผับ  Sway และ Huffy ต่างตั้งตารอคอยลูกค้า  แน่นอนว่ามีลูกค้าสนใจ Event ของร้าน Huffy ไม่น้อย  โดยเฉพาะลูกค้าสาวๆสวยๆที่ต้องการมาประชันแฟชั่นการแต่งกายและดูการเดินแฟชั่นของนายแบบหนุ่มสุดหล่อกระชากใจ 4-5 คนที่อันชวนมาเดิน  ลูกค้าทยอยเข้าร้าน Huffy อย่างเนืองแน่นเพราะเป็นวันศุกร์แห่งชาติอีกด้วย
 
            ทางฝ่ายร้าน sway ก็ไม่น้อยหน้า  ลูกค้าตื่นเต้นสนใจการกลับมาของ Sway โดยคาดหวังการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น  ลูกค้าจำนวนมากทยอยขึ้นมาบนตึกแสนโทรมจากตึกที่เงียบเหงากลายเป็นตึกที่คึกคักอีกครั้ง
 
            หนุ่มใหญ่ยืนต้อนรับลูกค้าหน้าร้านด้วยรอยยิ้มพร้อมกับชาย  นิง  และเด็กร้านอื่นๆก็ช่วยกันบริการลูกค้าอย่างดีเยี่ยม
            ภัทเดินตามแชร์และชัยหุ้นส่วนใหม่ของ Swayขึ้นมาด้วยความตื่นตาตื่นใจกับร้าน Sway ที่แอบทำการปรับปรุงร้าน 2 วันสุดท้ายก่อนเปิด  ภัทมาหยุดด้านหน้าร้านเมื่อชัยยืนสนทนากับชายอย่างสนิทสนม  ภัทพยายามหลบหน้าหลบตาปอเพราะไม่อยากจะทักทาย โดยที่เธอหารู้ไม่ว่าปอเองก็จำภัทไม่ได้และเห็นภัทเป็นลูกค้าทั่วไปคนหนึ่งเท่านั้น
 
“พี่ปอ  นี่ค่ะของขวัญการกลับมาอีกครั้งของ Sway”  กอยเดินควงแฟนหนุ่มมาในงานวันนี้  ปอรับกล่องของขวัญด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ขอบใจมากจ่ะกอย”  ปอยิ้มให้กับกอยและแฟนของกอยอย่างเป็นมิตร
“ยินดีด้วยนะครับพี่ปอ  ขอให้ความจำกลับมาไวๆนะครับ”  แฟนหนุ่มของกอยอวยพรขึ้นทำด้วยท่าทีที่ไม่ค่อยชอบหน้าปอนัก  เพราะเคยรับรู้สิ่งที่ปอทำให้กอยเสียใจ  ปอยิ้มเจื่อนลง
 
[……ความทรงจำกลับมาอะไรกันนะ  ได้ยินไม่ถนัดเลย  แปลกแฮะ!พี่ปอเห็นเราแต่ไม่ทักสักนิด  หรือเราสวยขึ้นจนพี่ปอจำไม่ได้…]
 
            ภัทยืนคิดอมยิ้มไปคนเดียวรอแชร์และชัย  ก่อนจะเดินเข้าร้านไปพร้อมกับชัย  บรรยากาศในร้าน Sway ที่ตกแต่งใหม่บริเวณหน้าเวทีจนดูอลังการ  ภัทสอดส่ายสายตามองไปรอบๆร้านอย่างตื่นเต้น
 
            ปอยังคงยืนต้อนรับลูกค้ามากมายที่หลั่งไหลมาในค่ำคืนนี้จนกระทั่งร้านแน่น
 
“พี่ปอ  แสดงความยินดีด้วยนะคะ  ตองดีใจมากเลยที่วันนี้ได้มาพบพี่อีกอ่ะ  ตั้งแต่ตองไปหาพี่ที่โรงพยาบาล  ไปอีกทีพี่ก็ออกไปแล้ว  โทรไปก็ไม่ติด  ไปหาที่บ้านก็ไม่เจอ  ตองคิดถึงพี่ปอนะ” ตองเข้าสวมกอดปอหน้าร้านอย่างไม่อายใคร ลูกค้าที่เดินเข้าร้านต่างหันมามองเป็นตาเดียว
“เอ่อ!!  ตองครับ  พี่ทำงานอยู่นะครับ  เชิญด้านในร้านดีกว่า”  ปอพยายามแกะร่างหญิงสาวออกจากลำบาก
“ตองตามมาทางนี้เลยนะ  เดี๋ยวจะไม่มีที่นั่ง  เข้ามาเถอะ”  เตมเห็นท่าไม่ดีจึงเข้าไปช่วยปอไว้
ปอถึงกับถอนหายใจและยิ้มขอบใจเตมที่มาช่วยไว้ทัน  ตองมีสีหน้าหงุดหงิดและเดินเข้าร้านไป
 
“ไงพี่  เจออย่างนี้แย่เลยสิ”  เสียงห้าวๆทักทาย  หนุ่มใหญ่หันไปมองหญิงสาวที่แต่งตัวสวยเซ็กซี่มาอย่างโดดเด่น  ปออึ้งไปกับแบงที่สวยเป็นพิเศษ
“ฮ่าๆ น้องแบง  สวยจนพี่จำไม่ได้เลย  เชิญจ่ะเชิญ”
“พี่ก็จำแบงไม่ได้อยู่แล้วนี่”  แบงยิ้มเจื่อนลงและรู้สึกหวนระลึกถึงวันวานที่เธอเคยเคียงข้างปอในร้าน Sway อย่างมีความสุข
“ครับ  พี่ก็จำไม่ได้จริงๆ”  ปอยิ้มเศร้าที่รู้สึกทรมานใจเมื่อจำเรื่องเก่าๆไม่ได้
“เอาหน่าอย่างที่แบงเคยบอก  จำไม่ได้ก็ทำความรู้จักใหม่เนอะพี่ปอ  แบงเข้าไปหาเพื่อนก่อนนะ  พี่ปอมาชนแก้วกับโต๊ะแบงด้วยนะ”  แบงตบบ่าปออย่างเป็นกันเอง  จังหวะนั้นภาพเหตุการณ์ที่แบงตบหน้าของปอหน้าร้านก็แวบเข้ามาในหัวปอ  หนุ่มใหญ่เซไปเล็กน้อยเมื่อเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมากะทันหัน
“เป็นอะไรรึป่าวพี่”  ชายหันมาเห็นอาการปอจึงถามขึ้นอย่างห่วงใย
“ป่าวๆ  ไหวอยู่ๆ ไม่ได้เป็นอะไร”  ปอพยายามทนยืนต่อไป  พยายามคิดถึงภาพที่แวบเข้ามาสั้นๆและหายไป  แต่เมื่อคิดอีกครั้งก็คิดไม่ออกเสียแล้ว
 
[……เห็นเหมือนแบงตบหน้าเราหน้าร้านนี้  มันเคยเกิดขึ้นรึป่าวนะ  แต่ภาพมาไวไปไวจนเห็นอะไรไม่ชัดเจนเลย  ปวดหัวขึ้นมาอีกแล้วเรา……]
 
            ไม่เฉพาะตอง  กอย  และ แบงที่มาร่วมงานในวันนี้  ผู้หญิงในวงอโคจรของปอต่างมาร่วมงานกันอย่างคับคั่งบางคนรับรู้ว่าปอความจำเสื่อมก็ทักทายตามมารยาท  บางคนก็ไม่รู้เรื่องมาก่อนจึงเข้าไปทักทายกอดรัดปออยู่หลายคน  ทำเอาปอต้องหลบกลับเข้าไปนั่งที่โต๊ะหน้าบาร์โต๊ะประจำของเขาด้วยความรำคาญสาวๆพวกนั้น
 
            หนุ่มใหญ่ยืนมองบรรยากาศในร้านแล้วก็นึกถึงวันที่ไป Huffy มันก็ไม่ได้ต่างกันมาก  ปอรู้สึกดีใจที่ Sway มีลูกค้าเยอะมากในวันนี้
 
“คนเยอะเนอะพี่  แต่ก่อนร้านเราแน่นแบบนี้ทุกวันเลยนะ” เมสชนแก้วกับปอด้วยรอยยิ้ม
“พี่หวังว่ามันจะเป็นแบบนี้ทุกวัน  พี่กำลังจะจำอะไรได้บ้าง” ปอพึมพำในประโยคหลัง
“พี่ว่าอะไรนะ”
“อ้อ!ป่าวหรอก”  ปอยิ้มและมองไปทางโต๊ะของแบง  ปอจึงเดินเข้าไปทักทายที่โต๊ะของแบง
 
            แพรและเพื่อนสาวหันไปเห็นปอเดินไปทักทายที่โต๊ะของแบงแล้วรู้สึกริษยาขึ้นมาทันที
 
“แพร  พี่ปอจำใครไม่ได้แล้วทำไมไปชนกับโต๊ะนังแบงล่ะ”  เพื่อนสาวของแพรถามทันทีที่เห็นเหตุการณ์
“นั่นน่ะสิ  สงสัยนังแบงอ่อยพี่ปอ จนพี่ปอหลงอีกรอบ  ฉันไม่ยอมหรอกหน่า”  แพรส่งสายตาริษยาไปยังแบงโดยที่แบงไม่รู้ตัว
 
“แบง  พี่ถามอะไรหน่อยสิ”  ปอมองหน้าแบงและพยายามคิด
“อื้ม  ว่าไงพี่”
“แบงเคยตบหน้าพี่หน้าร้านรึป่าว”  คำถามของปอทำเอาแบงเบิกตากว้างและยิ้มออก
“พี่ปอจำได้แล้วเหรอ  ใช่ๆแบงเคยตบหน้าพี่หน้าร้าน  พี่ปอจำแบงได้แล้วใช่มั้ย” แบงจับแขนปอไว้ด้วยความดีใจ
“เอ่อ...ก็ไม่เชิงอ่ะ  พี่แค่เห็นภาพแวบเข้ามาในหัวนิดหน่อย  แต่พี่ก็ยังจำแบงไม่ได้อยู่ดี  มันเป็นภาพสั้นมาก”
“โธ่!!  แบงก็นึกว่าพี่จำได้ซะอีก”  แบงปล่อยมือจากแขนหนุ่มใหญ่แล้วดื่มเหล้าอย่างเสียใจ
“แต่พี่ก็ดีใจนะที่มันมีภาพเก่าๆเข้ามา อีกไม่นานพี่คงจำอะไรได้”
“แบงขอให้พี่จำได้ไวๆนะพี่ปอ”  แบงมองปอด้วยความสงสาร
“พี่ปอ  มาชนกับเพื่อนๆแพรหน่อยสิพี่”  สาวแพรเข้าจู่โจมปอโดยไม่ทันตั้งตัว  แพรลากปอมาที่โต๊ะของเธออย่างไม่เกรงใจแบงเลยแม้แต่น้อย  แบงได้เพียงมองแพรด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์แต่เธอก็ไม่สนใจอะไรนักเมินใส่และดื่มเหล้าต่อ
“พี่ปออ่ะ  ไม่มาชนกับแพรบ้าง  ทีกับนังแบงล่ะเข้าไปชนด้วย”  แพรตัดพ้อปอทันทีทั้งที่ยังควงแขนปอไว้แน่น
“พี่มีธุระคุยกับแบงน่ะครับ”  ปอชนแก้วกับเพื่อนๆแพรทุกคนก่อนจะปลีกตัวเองกลับไปโต๊ะหน้าบาร์ด้วยอาการปวดหัวที่มากขึ้น
 
....................................................................................................................................
 
            ทางด้าน Huffy ลูกค้าแน่นร้านเช่นกัน  ต่างแต่งตัวสวยหล่อกันมาเต็มที่  การินและนาจึงแต่งตัวมาสวยไม่น้อยหน้าลูกค้า  แม้การินจะช่วยนาในบาร์บ้าง  เดินไปทักทายพูดคุยกับลูกค้าบ้าง
 
“สวยเชียววันนี้” 
 
            การินหันไปมองหนุ่มอันที่มากระซิบข้างหูของเธอ  หญิงสาวอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นอันในชุดสูทสุดเท่ อันต้องขึ้นเวทีเดินแบบพร้อมเพื่อนนายแบบที่อันชวนมาในอีกไม่กี่นาที
 
“พี่ก็เท่ดีนะวันนี้  สาวๆกรี๊ดแย่เลยสิคะ”  การินยิ้มแซว
“ใครกรี๊ดพี่ก็ไม่เท่าการินกรี๊ดหรอกหน่า  พี่จะขึ้นเดินแล้วนะ  นั่งดูอยู่นี่นะอย่าไปไหนล่ะ”  อันยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินออกไปเตรียมตัวข้างเวที
 
“และแฟชั่นโชว์พิเศษในค่ำคืนนี้ก็มาถึงแล้วนะครับสาวๆเตรียมพร้อมรึยังคร้าบบบ” 
 
            โยและจักรทำหน้าที่เป็นพิธีกรเฉพาะกิจ  ลูกค้าสาวๆต่างกรี๊ดกร๊าดขึ้นมาดังอื้ออึงไปทั่วร้าน  การินถึงกับต้องปิดหู  และทันใดนั้นสาวๆก็กรี๊ดดังขึ้นอีกตลบเมื่อ หนุ่มหล่อสุดเท่ หุ่นดี เดินแบบขึ้นมาโชว์เสื้อผ้าของดีไซน์เนอร์ที่รู้จักกับอัน  รวมทั้งอันที่เดินขึ้นมาบนเวทีพลางหันไปยิ้มให้กับการิน  การินยิ้มตอบให้กำลังใจ  แต่ทันใดนั้น  ภัท เพื่อนสาวของเธอก็โทรเข้ามาพอดี  การินจึงรีบวิ่งออกจากบาร์ไปทันที  อันมองตามด้วยสีหน้าผิดหวังที่การินไม่อยู่ดูเขาเดินแฟชั่นโชว์นี้
 
“ฮัลโหลภัท  ว่าไงแก  ฉันกำลังดูนายแบบหล่อๆอยู่เลยนะ”  การินต้องวิ่งออกมารับสายภัทหน้าร้าน Huffy ที่เงียบกว่าด้านในร้าน
“จริงเหรอ  อุ๊ย!  เสียดายอ่ะอยากไปดูบ้าง  การินแกรู้ปะ  Sway ทำร้านใหม่สวยเลยล่ะ  ตั้งแต่เดินเข้ามาชั้นแรกนะ  มีการตกแต่งใหม่หมด  ซ่อนไฟสวยๆ  ตื่นตาตื่นใจมากๆ”  ภัทเข้ามาคุยโทรศัพท์เมาท์กับการินในห้องน้ำ
“หะ!  เป็นไปไม่ได้อ่ะ  ฉันเพิ่งไปดูตึกโทรมๆนั้นมาเมื่อไม่นานมานี้เอง มันยังโทรมเหมือนเดิม  ไม่สืโทรมกว่าเดิมด้วยซ้ำ”  การินเถียงสุดใจ
“ถ้าแกไม่เชื่อนะก็ลองมาดูสิ  ฉันยังอึ้งเลยตอนเดินขึ้นมากับแชร์น่ะ  ฉันหนีมาเข้าห้องน้ำเนี่ย  ไม่อยากนั่งปั้นหน้าที่โต๊ะหุ้นส่วน พี่ปอแกอ่ะ  แปลกมากไม่ทักฉันเลยทำอย่างกะไม่รู้จัก  แต่ฉันก็ไม่อยากให้เค้ามาทักหรอก”
“ไม่ทักแกเลยงั้นเหรอ  ฉันก็ว่าพี่ปอแปลกๆว่ะ แกลงมารับฉันด้านล่างตึกหน่อยสิ  ฉันก็อยากรู้ว่าวันนี้บน Sway คนเยอะรึป่าว”
“เต็มร้านอ่ะแก  แน่นมากๆ แกจะมาจริงรึป่าว”
“จริงๆ  ลงมารับฉันด้วย  แต่ฉันไม่แน่ใจว่าการ์ดจะห้ามฉันขึ้นตึกอีกรึป่าว  ลองดูห้ามขึ้นก็กลับ  เดี๋ยวฉันไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”
 
            ด้วยความอยากรู้อยากเห็นกับตาของการิน  เธอจึงเดินขึ้นแท็กซี่สีเขียวเหลืองไปยังตึกแสนโทรมในทันทีโดยไม่ได้บอกใคร  หนุ่มอันเดินแบบพลางสอดส่ายสายตาหาการินแต่ก็ไม่พบเขาจึงเดินแบบด้วยสีหน้าไม่ดีนัก
........................................................................................................................................
 
            การินก้าวลงจากแท็กซี่ด้วยท่าทางที่สง่าด้วยการแต่งกายที่ดูดีจาก Concept งาน Fashion Partyของร้าน Huffyจนภัทเพื่อนสาวที่ยืนรออยู่เบิกตากว้าง  การินเข้าสวมกอดภัทด้วยความคิดถึง
 
“คิดถึงแกว่ะภัท  ไม่ได้เจอกันเกือบสองเดือนแล้วมั้งเนี่ย”  การินทักทายเพื่อนสาว
“แหม  งานการเยอะแยะ  ฉันต้องช่วยพี่ฉันขายเบเกอรี่  แกก็งานล้นมือ สวยผิดหูผิดตาเชียวนะวันนี้  ขึ้นไปกัน  ฉันว่าแกต้องอึ้งแน่นอน”  ภัทเดินนำการินเข้าตึกแสนโทรม  เพียงก้าวแรกการินก็ถึงกับชะงัก  เมื่อตึกได้รับการบูรณะปรับปรุงดูดีขึ้นมากผิดจากวันก่อนที่เธอมายืนอยู่
“ไงล่ะเชื่อฉันรึยังว่ามันสวยมาก”  ภัทหันไปมองหน้าการินที่มีสีหน้าอึ้ง
“ทำเร็วมากอ่ะ  วันก่อนยังโทรมอยู่เลย  แต่ดูจากวัสดุแล้วค่อนข้างจะไม่ค่อยทนทานถาวรเท่าไหร่” การินสังเกตงานตกแต่งอย่างพินิจ
“ช่างเถอะหน่าขึ้นไปดูด้านบนดีกว่า”  ภัทเดินนำการินขึ้นมาชั้นสอง  บอดี้การ์ดหน้าใหม่ 2 คนนั่งตรวจบัตรและกระเป๋า  การินโล่งใจที่ไม่ใช่โชค  การ์ดไม่ได้ตรวจการินเพราะเธอมีเพียงกระเป๋าสตางค์และมือถือเท่านั้น
 
[……พี่โชคการ์ดคนเก่าของ Sway ไม่ได้มาทำงาน  การ์ดใหม่คงไม่รู้ว่าฉันถูกห้ามขึ้นตึกแห่งนี้ตื่นเต้นจังเลยที่จะขึ้นไปเหยียบ Sway อีกครั้ง  ฉันกลัวเหลือเกินว่าจะถูกพี่ปอไล่ตะเพิดลงมาอีก  แต่แค่ได้ไปเห็นบรรยากาศร้านก็คงพอ  จะได้นำไปบอกพวกพี่ธนูให้รู้….]
 
            ภัทเดินนำการินขึ้นมาจนถึงชั้น 4 ด้านหน้าร้าน Sway มีลูกค้าออกมาสูบบุหรี่ด้านหน้าร้านกันหลายคน
 
“กลัวว่ะภัท  พี่ปอเค้านั่งอยู่ตรงไหนอ่ะ”  การินถามเพื่อจะได้หลบได้สะดวก
“โต๊ะประจำเค้าอ่ะ  หน้าบาร์”  ภัทตอบพลางจะผลักประตูเข้าร้านแต่ก็ต้องหยุดชะงักและเบิกตากว้างเมื่อผู้ชายที่เดินออกมาจากร้านไม่ใช่ใครที่ไหน  ภัทหันหลังกลับมาทันที  การินถึงกับงงกับอาการของภัท
“ลงไปๆ”  ภัทบอกการินพลางผลักเพื่อนสาว
“ทำไมล่ะ”  การินไม่ทันได้มองอะไรรีบเดินลงบันไดไปจนถึงหน้า Hubris ชั้น 3  การินหยุดเดินและหันมาถามภัทด้วยความสงสัย
“ทำไมต้องลงมาอ่ะภัท”  การินถามภัทก่อนจะเห็นหนุ่มใหญ่เดินลงบันไดมาเพียงลำพัง  การินรู้คำตอบของภัทโดยที่ภัทไม่ได้เอ่ย
 
            ปอเห็นการินซึ่งแต่งตัวสวยสง่าจนเขาถึงกับอึ้งมองตาค้าง  การินยืนนิ่งราวถูกสะกดเช่นกัน
 
“การินมาร้านผมด้วยเหรอครับ  นั่งตรงไหน  ทำไมผมไม่เห็น”  ปอเดินลงมาทักทายการินด้วยท่าทางดีใจเช่นเคย  ภัทและการินมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ
“การินก็....เพิ่งมาอ่ะ  ยังไม่ได้เข้าไปในร้านพี่หรอก  ไม่ต้องไล่หรอกนะ เพราะกำลังจะกลับ”  การินรีบพูดดักเพราะเกรงว่าปอจะไล่เธอด้วยท่าทางขวางโลกเช่นเดิม
“ฮ่าๆ ทำไมผมต้องไล่การินด้วยล่ะครับ”  ปอยิ้มขำ  การินขมวดคิ้วหนักเข้าไปอีกบีบมือภัทไว้แน่น  ภัทบีบมือกลับอย่างเข้าใจในการสื่อสารของการิน
“พี่ปอไม่เห็นทักภัทเลย  พี่จำภัทไม่ได้รึไง”  ภัทแกล้งถามขึ้นด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ
“อ้อ!ครับจำไม่ได้  แต่เห็นน้องมากับคุณชัยใช่รึป่าว”  ปอยิ้มแห้งๆและตอบไปตามความเป็นจริง  ภัทยิ้มงงๆและพยักหน้าหงิกๆ
“ขึ้นมาก่อนสิการิน ผมดีใจนะครับที่คุณมาร้านผมวันนี้อ่ะ”  ปอยิ้มกว้างจนการินอึ้งไป
“นี่พี่ปอ  พี่คิดจะมาไม้ไหนอีกอ่ะ  คือ  การินไม่รู้หรอกนะว่าพี่คิดจะทำอะไร  แต่จะบอกว่ามันไม่สำเร็จหรอก  เรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยให้พี่คิดอะไรได้เลยเหรอคะ”  การินทนไม่ไหวกับท่าทีของปอซึ่งเธอคิดว่าปอมีแผนบางอย่าง
“การิน  พูดเรื่องอะไรอ่ะครับ  สรุปแล้วเรารู้จักกันใช่มั้ย”  ปอตัดสินใจถามออกไปทันที
“หึ!!ถามแปลก  พี่เป็นอะไรไปกินยาไม่เขย่าขวดเหรอ”  การินต่อว่าไปอย่างไม่เคารพจนภัทต้องบีบมือการินและหันไปส่งสายตาตำหนิเพื่อนสาว
“ผมไม่รู้นะครับว่าคุณเคยเคืองโกรธอะไรผมอ่ะ  ผมขอถามคุณคำถามเดียวเถอะการิน  คุณเคยสาดกาแฟใส่ผมบนร้าน Sway รึป่าว”  ปอลุ้นระทึกกับคำตอบ  การินอึ้งไปครู่กับคำถามแปลกๆของปอ
“อ้อ!  จะมาทวงความผิดของการินเหรอคะ  พี่ไม่ต้องมาสาธยายความผิดที่การินทำหรอกนะ  เพราะยังไงการินก็ไม่มีคำว่าขอโทษให้พี่หรอก” การินมีสีหน้าเคืองแค้นปออีกเช่นเคย 
“หมายความว่าคุณเคยทำแบบนั้นใช่มั้ยครับ”  แต่ท่าทางปอกลับดีใจผิดสังเกต  การินหน้าฉงนอีกครั้ง
“อะไรของพี่อ่ะ  การินงง นะ”
“ขอบคุณนะการิน ที่ทำให้ผมกระจ่างใจสักที  ผมไม่ได้ฝันไป  แต่มันเป็นความจริงมันเกิดขึ้นจริงๆ  ผมกำลังจะจำได้แล้ว”  ปอเข้าจับแขนการินทั้งสองข้างและขอบอกขอบใจยกใหญ่  การินอึ้งยืนนิ่ง งงเป็นไก่ตาแตก  ภัทเองก็ถึงกับนั่งลงที่ม้านั่งหน้าร้าน Hubris  ด้วยอาการ งง  เช่นกัน
“จำอะไรอ่ะ”  การินสะบัดแขนเธอออก   “พี่เป็นอะไรไปเนี่ย”
 
 
“พี่ปอ  มาอยู่นี่เอง พรหาซะทั่วร้าน”  พรเดินลงมาเห็นปอก็ร้องโวยวาย  แต่เมื่อเธอเห็นการิน  พรถึงกับตกใจสุดขีดเปลี่ยนสีหน้าแทบไม่ทัน
“การิน!!  แกมาทำอะไรที่นี่”  พรรีบเข้ามายืนขวางปอไว้
“ฉันก็มาหาเพื่อนฉันเฉยๆ  กำลังจะกลับ”  การินเอาภัทมาอ้าง  พรหันไปมองภัทที่นั่งมองเหตุการณ์ด้วยสีหน้างง
“กลับไปได้แล้ว  ที่นี่ไม่ต้อนรับ”  พรพูดด้วยท่าทางรังเกียจ
“พร  ทำไมไปพูดกับลูกค้าแบบนี้ล่ะ  ถึงเค้าจะเป็น PR ที่Huffy  แต่วันนี้เค้าเป็นลูกค้าเรานะ”  ปอหันไปตะคอกพรด้วยความไม่พอใจ พรถึงกับอึ้ง  เพราะปอไม่ได้ตะคอกเธอแบบนี้นานมากตั้งแต่ปอรถคว่ำ
“แต่ว่า!!”  พรไม่กล้าจะพูดถึงอดีตของการินให้ปอฟัง  “พี่ชายให้มาตามไปคุยกับหุ้นส่วนอีกคนที่เพิ่งมาถึงอ่ะพี่”  พรสะบัดหน้างอนปอกลับขึ้นไปด้านบนร้าน  ปอมองตามพรไปด้วยความรู้สึกผิดที่ตะคอกใส่พรไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ  ก่อนจะหันกลับมาหาการินที่ยืนไม่เข้าใจเหตุการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้น
“ผมขอโทษแทนเด็กร้านด้วยนะครับที่พูดจาไม่ดีใส่การิน”
“พี่ปอ  พี่เป็นอะไรไปเนี่ย  อย่าบอกนะว่ารู้สึกผิดกับที่ผ่านมาและอยากทำดีๆตอบแทนการินอ่ะ”  การินลองพูดดักไว้ในความน่าจะเป็น
“ผมจำอะไรไม่ได้  ผมไม่รู้ว่าคุณเคยมีเรื่องอะไรกับผมและกับพรคุณถึงมีท่าทางจงเกียจจงชังผมแบบนี้ ผมความจำเสื่อมครับ”  ปอพูดด้วยสีหน้าท้อใจ
“ฮ่าๆ พี่คิดมุขนี้นานปะ”  การินหัวเราะอย่างไม่เชื่อในคำพูดของปอแม้แต่น้อย
“ผมจำใครไม่ได้แม้กระทั่งแม่ของตัวเอง  แต่ผมฝันว่าคุณเอากาแฟมาสาดใส่ผม  ผมเลยอยากรู้ว่าที่ผมฝันน่ะมันคือเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นหรือเป็นเพียงความฝันเท่านั้น วันนี้ผมรู้แล้วว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ  ผมอาจจะเคยทำอะไรให้คุณไม่พอใจผมขอโทษด้วยนะครับ” ปอพูดด้วยท่าทางจริงใจและสุภาพ
“ตลกหน่าพี่ปอ”  การินมองปอด้วยสีหน้าไม่เชื่อเลยสักนิด
 
“พี่ปอ”  ชายเดินลงมาเห็นเหตุการณ์เพราะพรไปตามชายลงมา  ชายตกใจเล็กน้อยที่เห็นปอยืนคุยกับการิน
“พี่กำลังจะขึ้นไปแล้วล่ะชาย”  ปอหันไปบอกกับชาย “การินครับ  ถ้าไม่รังเกียจเชิญบนร้านนะSway ยินดีต้อนรับ”  ปอยิ้มอย่างเป็นมิตร  การินยืนนิ่งไม่ตอบอะไรด้วยท่าทางสับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น  ปอมีรอยยิ้มผิดหวังเมื่อการินนิ่งเฉยก่อนจะเดินกลับขึ้นไปบนร้านพร้อมกับชาย  พรเดินลงมาทันทีที่ปอเดินกลับขึ้นไปบน Sway
 
“การิน  แกจะมาทำร้ายอะไรพี่ปออีกหะ  แค่นี้ยังไม่สะใจแกรึไงอ่ะ”  พรถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ  การินกอดอกและถอนหายใจกับท่าทางของพรที่คอยหาเรื่องเธอตลอดเวลา
“ฉันยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย”
“ก็เห็นๆอยู่อ่ะว่าแกพยายามทำให้พี่ปอเข้าข้างแก จนพี่ปอตะคอกใส่ฉันอ่ะ  เห็นว่าพี่ปอความจำเสื่อมเข้าหน่อยจะมาฉวยโอกาสนี้ทำร้ายเค้าอีกใช่ปะ”
“พี่ปอความจำเสื่อมงั้นเหรอ”  การินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ใช่สิ  เพราะสิ่งที่แกทำกับเค้านั่นแหละ  พี่ปอคิดมากขับรถคว่ำความจำเสื่อมจำใครไม่ได้ทั้งนั้น  ขอร้องเถอะนะการิน  แกทำร้ายพี่ปอมามากแล้วปล่อยพี่ปอไปเถอะ  อย่าเข้ามาในชีวิตพี่ปออีกเลยฉันขอร้อง”  พรเปลี่ยนสีหน้าเป็นอ้อนวรหญิงสาวซึ่งถึงกับอึ้งหนัก  ภัทเองซึ่งนั่งมองเหตุการณ์ก็ถึงกับอึ้งงึงงันไปเช่นกัน
“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้  และฉันก็ไม่ได้คิดจะเข้ามาในชีวิตพี่ปอด้วย”
“งั้นก็อย่ามาที่นี่อีก  อย่ามาให้ฉันเห็นหน้า  ไปอยู่ร้าน Huffyของแกโน่น  เรามันเป็นศรัตรูกัน จำเอาไว้” พรสะบัดหน้าหนีและเดินกลับขึ้นร้าน Sway ไปทันที  ปล่อยทิ้งการินที่ยืนไม่ไหวต้องทรุดนั่งลงข้างๆภัท
“ไม่น่าเชื่อเลยอ่ะ  ถึงว่าพี่ปอไม่ทักฉันเลยสักนิด”  ภัทพึมพำขึ้นมา
“ใช่!  ไม่อยากเชื่อเลยสักนิด  มันเป็นเพราะฉันงั้นเหรอ”  การินนั่งนิ่งราวสำนึกผิด
“ไม่หรอก  ฉันว่าเป็นกรรมของพี่ปอนั่นแหละ  ทำชั่วไว้เยอะก็ต้องโดนแบบนี้ล่ะ”
“พี่ปอจำอะไรไม่ได้เลย เค้าก็จำเรื่องราวเก่าๆไม่ได้ด้วยสินะ” 
 
            การินพึมพำและนึกย้อนไปถึงอดีตที่เธอเคยทำให้ปอต้องปั่นป่วนวุ่นวาย  เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นบนตึกแสนโทรมนี้มันยังอยู่ในความทรงจำของเธอ  แต่ปอกลับถูกลบทิ้งไปหมดสิ้น
 
………………………………………………………………………………………………….. 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ติดตามต่อไปนะคะ  ^^
จากคุณ สการินวดี/(rewadwee44) อัพเดตเมื่อ 04/12/2554 21:36:04
ความคิดเห็นที่ 2
จะดีรึไม่ดีที่พี่ปอจำอะไรไม่ได้นี่

ลุ้นต่ิอไปค่า
จากคุณ yume15/(yume15) อัพเดตเมื่อ 04/12/2554 08:06:22
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 150 ท่าน