Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
Antidepressant อุบัติรักนายจอมโหด
Triple N
Ep03 :: You pull me from the hell
3
03/12/2554 19:31:15
778
เนื้อเรื่อง
“ฉันไม่คิดว่าเธอจะมาทำงานแบบนี้ด้วย”

               อยู่ดีๆเขาอีกนั่นแหละที่หันมาพูดกับฉันเสียงเข้มๆ ทำเอาฉันกลืนน้ำลายลงคอหลายอึก

“มันได้เงิน” ฉันตอบอ้อมแอ้มออกไปและยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเขา

“เธอจะอยากได้เงินอะไรนักหนา เดือนๆนึงเธอจะเอาเงินซักเท่าไหร่ ฉันเจอเธอกี่ครั้งเธอก็ทำแต่งาน บอกมาสิ มันต้องใช้เงินมากมายอะไรขนาดนั้น” เขาตวาดฉันยาวๆแบบนี้เป็นครั้งแรกทำเอาฉันตัวหดลงไปอีก

“ใจเย็นๆน่า มอนท์”เสียงเพื่อนเขาคนหนึ่งปราม

“เงียบไป วอร์ม เฮ้ยพีขอให้ยัยนี่นั่งด้วย”ตอนแรกเขาหันไปว่าคนที่ช่วยฉัน และหันไปสั่งเพื่อนอีกคนให้ขยับที่ให้ฉันนั่ง ฉันเดินไปนั่งอย่างหงอยๆ ก็วันก่อนที่เจอกันเขายังใจดีกับฉันอยู่เลยแล้วนี่ เขามาตวาดฉันแถมท่าทางเขาก็คุกคามมากด้วย แต่อยู่ดีๆฉันก็ไอไม่หยุดและพบว่าคนที่ชื่อพีกับคนหน้านิ่งๆมุมห้องกำลังสูบบุหรี่อยู่ มอนท์มองฉันอย่างงงๆ แต่ก็ไม่ได้ถาม ฉันเลยไม่กล้าพูดและไม่กล้าลุกด้วย แต่อยู่ดีๆเขาก็เดินไปหยิบบุหรี่จากมือพีแล้วจุ่มมันลงในแก้วใบหนึ่งข้างๆ

“ผู้หญิงดีๆที่ไหนเขามาทำงานแบบนี้บ้าง เธอนี่มัน”ฉันว่าถ้าฉันเป็นผู้ชายเขาคงต่อยฉันหน้าแหกไปแล้วล่ะ T^T

“ทุกวันฉันต้องให้เงินน้า ทุกเดือนฉันต้องจ่ายค่าบ้าน หนี้ที่พ่อฉันทิ้งไว้อีก ถ้าฉันมีเวลามากกว่านี้ฉันก็จะหาอะไรทำให้มากกว่านี้อีก” พอฉันพูดจบ ทั้งห้องจากที่เงียบอยู่แล้วก็เงียบมากกว่าเดิมจนพี่ที่เป็นคนรับฉันเข้าทำงานเปิดประตูมาเจอ

“มาแอบคุยกับผู้ชายอยู่ที่นี่เอง กลับไปทำงานขอเธอได้แล้ว”ประโยคนั่นพี่แคทพูดกับฉันแต่ส่งสายตาหวานหยดย้อยให้กับหนุ่มๆ โลกนี้มันไม่มีความยุติธรรมจริงๆสินะ

“เดี๋ยวครับพี่แคท”

“ว่าไงจ๊ะน้องมอนท์” พี่เค้าจะรู้มั้ยนะว่า สายตามันเหมือนกับจะกินมอนท์ไปทั้งตัวแล้วน่ะ

“ยัยนี่ลาออกแล้วนะฮะ”มอนท์พูดออกมาได้หน้าตาเฉย แต่ดูเหมือนจะมีแค่ฉันและพี่แคทที่ตกใจ พี่แคททำหน้างงปิดประตูไปแล้ว เหลือแต่ฉันที่ยังเอ๋อไม่หาย

“ฉันจะให้เงินเดือนที่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเธอ แลกกับที่เธอต้องมาเป็นคนดูแลฉันและเพื่อนๆในวง  แล้วช่วยไปลาออกให้หมดได้นะไอ้งานสากกะเบือยันเรือรบของเธอน่ะ เห็นแล้วรำคาญหูรำคาญตา”

“ไอ้มอนท์พูดยาวชะมัด” เสียงนี้มาจากใครซักคนที่พึมพำทำให้มอนท์ขมวดคิ้วหนักขึ้นไปอีก

“แล้วมีใครรู้บ้างว่ามหาลัยปิดรับลงทะเบียนเมื่อไหร่” เขาถามแบบไม่ได้เจาะจงคนตอบ

“พรุ่งนี้”

“ดี อีกอย่างคือ เธอกลับไปเรียนซะด้วย จะได้ไม่โง่เง่าทำอะไรไม่คิดอีก” เจ็บปวดที่สุด
 



                วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันไม่ได้เดินกลับบ้าน ตั้งแต่ฉันเจอมอนท์อะไรๆมันก็ดูสบายไปหมดจนบางครั้งก็กลัวว่าเวลาแบบนี้มันจะหมดไปเร็วเหมือนกัน

“มองหน้าฉันทำไม” มอนท์พูดกับฉันทั้งๆที่ตายังทอดมองไปข้างหน้า ฉันไม่ได้ตอบอะไรเขาไป เขาเลยหันมาถามฉันตรงๆ

“ว่าไง มองอยู่ได้”

“บางครั้งคุณก็เหมือนดุ บางครั้งคุณก็ใจดี ฉันเลยสงสัยว่าจริงๆคุณเป็นแบบไหนกันแน่” ฉันเองก็ตอบเขาไปตรงๆ ทำให้เขาครางหึหึในลำคอก่อนหันกลับไปมองถนนตามเดิม

“ทำไมคุณถึงใจดีกับฉันจังนะ”

                คำถามลอยๆที่ฉันเองก็ไม่ได้ต้องการคำตอบอะไร


“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” ฉันบอกเหมือนปกติก่อนจะลงจากรถไป แต่ครั้งนี้มอนท์เรียกฉันไว้ก่อน

“เดี๋ยว”

“เลิกเรียกว่าคุณเหอะ ฉันอายุไม่ต่างกับเธอเท่าไหร่ เรียกคุณเหมือนฉันอายุสี่สิบ” เขาพูดทั้งๆที่ตายังจ้องไปด้านหน้า

“แล้วจะให้ฉันเรียกคุณว่าอะไรล่ะ”

“มอนท์ เรียกฉันเหมือนที่เพื่อนฉันเรียกนั่นแหละ ลงไปได้แล้ว”


 
                ฉันเดินเข้าบ้านมาด้วยอารมณ์เบิกบานสุดฤทธิ์แต่พอกำลังจะเปิดประตูฉันกลับรู้สึกตงิดๆกับไฟที่เปิดรอบทั้งบ้านและประตูที่ไม่ได้ล็อคนี่ เมื่อฉันเปิดประตูเข้าไปก็แทบช็อค บ้านถูกรื้อเละเทะ ข้าวของกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นทั้งของฉันและของน้าอร ตู้เย็นถูกเปิดไว้ ฉันรีบวิ่งขึ้นชั้นสองเพื่อตามหาน้าอร ฉันร้องเรียกน้าอรรอบบ้านแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ฉันวิ่งเข้าไปที่ห้องตัวเองก่อน ทุกอย่างถูกรื้อกระจัดกระจายเหมือนชั้นล่าง ฉันรีบเข้าไปดูในกล่องที่ฉันเก็บเงินมาทั้งเดือน เพื่อจะจ่ายหนี้ต่างๆสิ้นเดือนนี้ มันหายไปหมดแล้ว กล่องที่ว่างเปล่านั่นเหมือนดูดพลังงานของฉันออกไปเกือบหมด แต่อย่างน้อยๆตอนนี้ฉันต้องตามหาน้าอรก่อน น้าอยู่บ้านตลอดน้าต้องรู้ว่าใครเป็นคนทำ บางทีอาจเป็นไอ้พวกเจ้าหนี้มหาโหดที่มาทวงเงินกับน้า  มันอาจจะทำร้ายน้าก็ได้ ฉันรีบผลักประตูเข้าห้องน้าทันที ห้องน้ามีของถูกรื้ออยู่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับฉัน และลางสังหรณ์บอกให้ฉันเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า


                ว่างเปล่า


                บนพื้นปลายเตียงมีกระดาษอยู่แผ่นหนึ่ง ใจของฉันสั่งว่าไม่ให้เปิดมัน เพราะมันอาจทำให้ฉันใจสลายได้ แต่สุดท้ายยังไงฉันก็จำใจหยิบมันขึ้นมาอ่าน


“น้าอย่าทำแบบนั้นนะ”ฉันพึมพำก่อนจะเปิดอ่านจดหมาย

                เพียงแค่เปิดออก ฉันรู้ทันทีว่านี่คือลายมือของน้าอร ฉันเริ่มมองกระดาษข้างหน้าพร่าเลือนเพราะม่านน้ำตาลงมากั้นระหว่างฉันกับตัวอักษรพวกนั้น ฉันนั่งปาดน้ำตาอยู่หลายต่อหลายครั้งแต่มันก็ไม่หมดไปซักที สุดท้ายที่ฉันทนไม่ไหวจึงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บใจ ตอนนี้สินะที่ฉันจะไม่เหลือใครแล้วจริงๆ ฉันทั้งทึ้งผมตัวเองทั้งปาดน้ำที่ขังขอบตาและพยายามอ่านจดหมายนั่นใหม่


                พอกันทีนะนังลูกเลี้ยง แกมันเป็นตัวอัปมงคลในชีวิตฉันจริงๆ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ฉันจะออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีแก แกรู้มั้ยว่าฉันทนเลี้ยงแกมาทำไม เพราะฉันไม่มีที่ไปต่างหาก ไม่ได้นึกพิศวาสอะไรแกอย่างที่แกคิดหรอกนะ อ่อแล้วเงินในห้องแกน่ะ ฉันขอละกันนะ แกนี่ซ่อนเก่งชะมัดทำเอาฉันต้องรื้อทั้งบ้าน ฝากเก็บด้วยละกันนะยะ ยัยเด็กเฮ็งซวย ถือซะว่าบุญคุณที่ฉันเลี้ยงแกมามันหมดแล้ว แกไม่ต้อง..


                ในขณะที่ฉันยังอ่านจดหมายนั่นไม่จบกลับมือคนกระชากมันออกไปจากมือ และฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ

                มอนท์

“พอได้แล้ว” เขาสะบัดให้เศษกระดาษพวกนั้นลอยไปอีกทางและจับมือฉันที่ยังทำท่าถือกระดาษล่องหนให้ลงมาอยู่ปกติ แต่เพียงฉันได้เห็นหน้าเขา น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้เพื่ออ่านจดหมายให้จบกลับลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ และมือฉันที่กลับไปทึ้งหัวตัวเองอีกรอบ

                นี่ชีวิตฉันมันเกิดอะไรขึ้น นี่มันคงเป็นความฝัน ตื่นได้แล้ว ตื่นได้แล้วฟรายเดย์ !!

“พอ!!” มอนท์ตกคอกฉันอีกรอบ แม้ฉันจะไม่เห็นหน้าตอนที่เขาสั่งแต่ฉันจำน้ำเสียงดุดุของเขาได้          

                แต่วินาทีนี้ ไม่มีใครหรอกที่จะเข้าใจฉันได้หรอก มาบอกให้พอ แล้วชีวิตฉันที่เหลือฉันจะเดินต่อไปยังไง เวลาฉันกลับมาบ้าน ฉันก็แค่คิดว่า โลกนี้ก็ยังมีคนให้ฉันมองหน้าตอนเช้า กลับมาถึงบ้านฉันก็เจอคนคนนั้น ฉันอยู่บนโลกที่โหดร้ายใบนี้คนเดียวไม่ไหวหรอกนะ ฉันเลื่อนมือของฉันที่คนตรงหน้าจับไว้ออก ตอนนี้ฉันเริ่มมองเห็นภาพตรงหน้า ฉันเห็นหน้ามอนท์ที่กำลังขมวดคิ้วแน่นๆ และเมื่อหันไปอีกทางฉันก็เห็นมีดปอกผลไม้ที่หล่นอยู่ข้างเตียง ฉันลุกขึ้นยิ้มๆให้กับมอนท์อีกครั้ง คราวนี้มอนท์ทำหน้างงใส่ฉันแทน อย่างน้อยภาพสุดท้ายที่ฉันจะเห็นเขาก็ไม่ใช่หน้าดุดุล่ะนะ


“วางลง!!” มอนท์ตะคอกเสียงดังทันทีที่ฉันจับมีดขึ้นมาได้ ฉันนั่งลงที่ขอบเตียงช้าๆ มองไปที่มอนท์ที่กำลังหน้าตื่นเต็มที่ ฉันไม่เคยเห็นมุมนี้ของเขาเลย เห็นแล้วก็ตลกชะมัด ตลกตัวเอง ตลกชีวิต

“มอนท์รู้มั้ย มอนท์เป็นผู้ชายที่ใจดีที่สุดในโลกเลย  รู้มั้ยพ่อบอกว่าฉันเกิดมาแล้วทำให้แม่ตาย พ่อเลยไม่รักฉันเลย ตั้งแต่เด็กที่ฉันจำได้ ฉันก็ถูกส่งเข้าไปเรียนโรงเรียนประจำ ปีนึงฉันได้กลับบ้านสองครั้ง เพราะพ่อไม่ยอมมารับฉันเหมือนเด็กคนอื่นๆ มันไกลมากๆ พอฉันอยู่ม.สอง ฉันกลับมาบ้านเองแล้วฉันก็เจอน้าอร พ่อบอกกับฉันว่าเขาจะมาเป็นแม่แทนแม่คนเดิมของฉัน ถึงแม้ฉันจะไม่พอใจแต่ฉันก็โวยวายอะไรไม่ได้อยู่ดี  ม.ห้า พ่อฉันก็ตายไปอีกคน ไม่มีคนส่งเสียฉันเรียนเหมือนเดิมแต่ฉันยังโชคดีได้ทุนเรียน จบม.หกฉันต้องกลับมาอยู่บ้าน ตอนนั้นน้าอรก็ติดเหล้าแถมยังมีคนหน้าโหดๆมาที่บ้านเกือบทุกวัน ฉันเริ่มทำงาน เก็บเงิน เพื่อให้กับคนพวกนั้น ช่วงแรกที่Uก็ให้ทุน แต่ฉันแทบจะไม่ค่อยได้เรียนจนหลุดออกมา ทุกวันที่ฉันเดินออกจากบ้าน ฉันคิดแค่ว่า อย่างน้อยฉันก็ยังมีน้า มีเสียงบ่นเสียงด่า แต่พรุ่งนี้...มอนท์ มันไม่มีแล้ว” ฉันมองหน้ามอนท์อีกครั้ง ฉันดีใจนะที่เขาฟังฉันพูดจนจบโดยไม่ขัด ฉันไม่เคยพูดให้ใครฟังมาก่อน ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพร่ำพรรณนาให้เขาฟัง

“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”


                ฉึก

“โอ๊ะ”เกิดอาการชาหนึบขึ้นตรงหัวไหล่ จริงๆแล้วมันน่าจะปักลงตรงกับหัวใจซะด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่าคนตรงหน้าจะพยายามปัดมีดออกจากมือฉัน เลือดในตัวฉันค่อยๆไหลลงมาพร้อมกับน้ำตาอีกครั้ง

“อย่ามาทำอะไรบ้าๆต่อหน้าฉัน” มอนท์ยังคงเสียงเข้มเอาไว้เหมือนเดิม แต่สายตาของเขาดูไหววูบเมื่อมองที่แผลของฉัน ฉันมองไปที่มันแล้วยิ้มๆ

“ให้ฉันไปเถอะ ฉันไม่รู้ว่าจะตื่นมาเพื่อเจอใครอีกแล้ว”

“ยัยบ้า!!”เขาตะคอกด่าฉันอีกครั้งแต่ฉันกลับไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดของเขาเลย

“อยู่นิ่งๆ ฉันจะพาเธอไปโรงพยาบาล”

                นั่นคือเสียงสุดท้ายที่ฉันได้ยิน ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะดับมืดลง



 
“แม่คะ หนูทำให้แม่ตายอย่างที่พ่อบอกหรือเปล่าคะ” ฉันนั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อนสีขาวข้างๆกับแม่ รอบตัวของฉันเป็นสีขาวเต็มไปหมด

“หนูไม่ได้ทำอะไรแม่เลยจ๊ะ” แม่บอกฉันด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด ถึงแม้ฉันจะไม่เคยได้ยินเสียงแม่ตั้งแต่ฉันลืมตาดูโลก แต่ฉันได้ยินเสียงของแม่ที่คุยกับฉันมาตลอดเก้าเดือน และฉันคิดว่าฉันจำไม่ผิด นี่คือเสียงเดียวกับที่ฉันได้ยิน

“แล้วทำไมพ่อเกลียดหนูจังคะ พ่อผลักไสให้หนูออกไปอยู่ไกลๆทำไม”

“เวลาที่พ่อมองหน้าของหนู พ่ออาจจะคิดถึงแม่มากเกินไปก็ได้”

“แล้วน้าอรล่ะ พ่อเอาน้าอรเข้ามาแทนที่แม่ทำไม”

“เพราะพ่อเขารู้ว่าลูกต้องการคนดูแลไงจ๊ะ เด็กน้อย” แม่ยกมือขึ้นมาลูบผมฉันเบาๆ แววตาอ่อนโยน น้ำเสียงที่อ่อนนุ่มแบบนี้ ฉันไม่เคยได้รับจากที่ไหนจริงๆ

                ฉันโผเข้ากอดแม่อีกครั้ง แม่กอดฉันแน่นขึ้น แน่นขึ้น



“ฮะ แฮ่ม” เสียงกระแอมไอทำให้ฉันลืมตาขึ้นมาจากอ้อมกอดของแม่

                แม่ยังกอดฉันไม่ปล่อย ฉันมองไปที่ด้านหลังมอนท์กำลังมองแม่ด้วยสายตาอาฆาตแค้น แต่บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปนะ ตอนนี้ไม่ใช่ฝุ่นฟุ้งสีขาว แต่กลับเป็นฝ้าสีขาวและผนังห้องสีครีม เหมือนห้องในโรงพยาบาลซะมากกว่า

“เนียนเลยนะไอ!!”เสียงของมอนท์ตะคอกดังขึ้นอีก

“แม่รักลูกนะจ๊า” เสียงของแม่เปลี่ยนไปกลายเป็นเสียงผู้ชายดัดเสียงแปร่งๆเหมือนเป็ดออกลูก ฉันรีบดันตัวออกทันทีและพบว่าเป็น

                หนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนคนนั้น

“อ้าว ตื่นแล้วหรอ สวีตตี้” ผู้ชายคนนั้นพูดต่อแล้วทำท่ากอดล้อเลียนฉันเหมือนเมื่อกี้

                เมื่อกี้ฉันฝันถึงแม่อีกแล้วสินะ

“ไออาร์” เสียงเข้มๆจากด้านหลังดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้คนที่ถูกเรียกว่าไออาร์ตาเบิกโพลงเหมือนได้ยินเสียงยมทูตก่อนจะหันหลังไปช้าๆ

“อ้าว มอนท์จ๋า มาตั้งแต่เมื่อไหร่จ๊ะ” คนที่น่าจะชื่อไออาร์ทำหน้าเนียนก่อนจะเดินไปตบบ่าของมอนท์และ
ทำท่าจะเดินผ่านออกจากห้องไป แต่มอนท์กลับพูดเสียงเขียวขึ้นมาก่อน

“จะรีบไปไหนวะ เมื่อกี้เห็นยังกอดยัยนี่ตัวกลมอยู่เลย”

“แหมก็สวีตตี้เค้าพร่ำเพ้อออกมานี่นา ก็เลย...”

“จะไปไหนก็ไปไวไวเลยไอ” หลังเขาพูดจบไออาร์รีบเปิดประตูออกไปและหันมาส่งจุ๊บให้ฉันอีกสองทีโดยที่มอนท์ไม่ทันเห็น ฉันหัวเราะกับท่าทางน่ารักของไออาร์ แต่ก็ต้องหุบยิ้มทันทีเมื่อหันมาเจอนายหน้าโหดตรงหน้า

“ดูท่าทางเธอจะชอบนะ” เขาถามโดยไม่ได้มองหน้าฉันและฉันไม่ได้ตอบอะไรไป ทำให้ความเงียบเข้าปกคลุมเราสองคนอีกครั้ง

                ฉันจำได้ว่าฉันกำลังพยายามที่จะ เอ่อ เอามีดปักตัวเอง แล้วมอนท์เข้ามาช่วยฉันไว้สินะ คิดได้แค่นั้นน้ำตาก็ไหลลงมาหยดหนึ่ง มอนท์เอาผ้าสีฟ้าที่วางอยู่ที่หัวเตียงมาคลุมหน้าฉันไว้ นี่มันคงไม่ใช่ผ้าเช็ดโต๊ะหรอกนะ

“เธอควรจะมองไปข้างหน้ามากกว่าที่จะเอาแต่ร้องไห้ น้ำตาของเธอมันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก” ยิ่งเขาพูดน้ำตาของฉันมันก็ยิ่งไหล ฉันยังไม่ได้ดึงผ้าสีฟ้าออกจากหน้าฉันเลยไม่เห็นว่าเขากำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ น้ำเสียงของเขาฟังเผินๆที่ดูกระด้างๆนั่น ฉันรับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่เขามีให้คนที่ไม่เหลืออะไรเลยอย่างฉัน


“ฉันถามหมอมาแล้ว แผลที่ไหล่เธอไม่ได้ทำให้เธอเป็นอะไรมาก ก็แค่ต้องทำแผลทุกวันจนกว่าปากแผลจะปิดสนิท แล้วหมอก็ให้เธอออกจากโรงพยาบาลได้แล้วด้วย” ฉันเบ้หน้าพลิกตัวหันไปอีกทางทันทีที่เขาพูดจบ

“ทำไมทำท่าแบบนั้น” เขาเดินมาจับไหล่ให้ฉันพลิกตัวกลับมามองเขาเหมือนเดิม


“ฉันไม่อยากกลับบ้าน”
               ฉันบอกเขาไปตรงๆและน้ำเริ่มปริ่มขอบตาอีกครั้ง ตอนนี้ผ้าสีฟ้านั่นหล่นไปแล้ว น้ำตาที่ขังอยู่จึงไหลออกมาโดยไม่อายคนตรงหน้า


“ถ้าเธอกลัวว่าตื่นมาแล้วจะไม่เจอใคร ต่อไปนี้เธอตื่นมาจะเจอฉัน”


--------------------------------------------------------                                                                      

พระเอกเราน่ารักมั้ย ^____^

ตอนที่ 3 แล้วฝากติฝากชมกันหน่อยนะคะ ^^
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
-ขอบคุณจ้า ^___^
จากคุณ nanghnoo/(nanghnoo) อัพเดตเมื่อ 04/12/2554 15:07:41
ความคิดเห็นที่ 2
หนุกๆๆๆ ติดตามค่ะ ^O^ พระเอกน่ารักมาก
จากคุณ ireneadler/(ireneadler) อัพเดตเมื่อ 04/12/2554 11:03:40
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 308 ท่าน