Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
...ฝันปริศนา...
47
03/12/2554 19:19:05
393
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 47....ฝันปริศนา.....
 
            การิน  หญิงสาวผู้ผ่านเรื่องราวเลวร้ายในชีวิตมาด้วยความกล่ะกลืนฝืนทนและเจ็บปวดในวันนี้เธอทำงานอย่างหนักในบริษัทออกแบบ แต่เธอก็ไม่ละทิ้งผับ Huffy ที่เธอร่วมช่วยก่อตั้งกับบรรดาหุ้นส่วน เธอยังช่วย PR และทำโปสเตอร์อย่างสม่ำเสมอ  นอกจากนี้เธอยังหางานพิเศษทำเพิ่มเติมในวันเสาร์อาทิตย์เพื่อให้ชีวิตดูวุ่นวายไม่ว่างจะมานั่งคิดเรื่องราวในอดีต  งานพิเศษที่เธอรับทำอยู่นั่น คือ  สอนศิลปะเด็ก  โดยมีคนว่าจ้างเธอให้ไปสอนที่บ้าน
 
“คุณครูการิน  บิ๊กวาดรูปต้นมะพร้าวไม่เป็นอ่ะ”  เด็กชายตัวอ้วนยื่นกระดาษสีขาวที่มีรอยขีดเขียนไม่เป็นรูปเป็นร่างแก่เธอ  การินรับกระดาษมาด้วยรอยยิ้ม
“งั้นครูวาดให้ดูก่อนแล้ว บิ๊กวาดตามตัวอย่างนะ”  การินบรรจงวาดภาพต้นมะพร้าวอย่างตั้งใจ
“อะไรกันบิ๊ก  วาดต้นมะพร้าวไม่เป็นเหรอ  นี่ดูแบ๊กซะก่อน  แบ๊กวาดบานาน่าโบ๊ทได้ด้วย”  เด็กชายตัวผอมปะแป้งหน้าขาวชูกระดาษในมือที่มีภาพวาดน่ารักๆให้แก่พี่ชายตัวอ้วน
“นี่อ่ะนะ บานาน่าโบ๊ท  อย่างกะกล้วย” บิ๊กทำหน้าดูถูกน้องชายตามประสาเด็กๆ
“มันก็กล้วยไง  บานาน่า  แปลว่า กล้วย  ท่องได้มั้ยอ่ะตอนเรียนวิชาภาษาอังกฤษ” แบ๊กน้องชายที่ดูฉลาดกว่าเถียงกลับ
“เอาล่ะๆ  อย่าเถียงกัน  วันนี้ครูจะดูซิว่าใครสามารถตีโจทย์ ภาพวันว่างที่แสนสุข  ได้ดีกว่ากัน” การินส่งภาพต้นมะพร้าวให้กับบิ๊ก
“คุณครูการินวาดสวยอ่ะ” บิ๊กถึงกับตะลึงและพยายามวาดตาม
“เป็นไงบ้างเด็กๆ” หญิงสาววัยกลางคนรวบผมตึงเดินเข้ามาที่ม้านั่งสนามสีขาวพร้อมกับอาหารว่างยามบ่ายของทั้งเด็กๆและคุณครู
“แม่ครับ  แบ๊ก วาดบานาน่าโบ๊ทด้วย  แม่ดูสิ”  แบ๊กยื่นกระดาษให้กับผู้เป็นแม่อย่างตื่นเต้น
“บิ๊กวาดต้นมะพร้าว  แม่ดูสิ  วาดตามครูการินวาดให้ดูเป็นตัวอย่าง”  บิ๊กโอ้อวดอีกคน
“จ้า  สวยทั้งคู่เลย  วาดเก่งขึ้นเยอะเลย  เอ๊ะ!วันนี้โจทย์อะไรเอ่ย  ทำไมวาดภาพทะเลกัน”
“วันว่างที่แสนสุข ค่ะพี่ลัดดา  เด็กๆก็วาดภาพทะเลกันสงสัยเพิ่งไปเที่ยวทะเลกันมารึป่าว”  การินหันไปยิ้มกับลัดดาซึ่งนั่งมองลูกชายตัวแสบทั้งสองอยู่ที่ม้านั่งข้างๆการิน
“ใช่ค่ะ  พอดีพี่พาเด็กๆไปเยี่ยมอาของเค้าที่ชลบุรี  เด็กๆก็ไปเล่นน้ำทะเลกันสนุกเลย”  ลัดดายิ้มมองภาพวาดของลูกๆอย่างภูมิใจ
 
            เวลา 4 โมงเย็นการินลากลับไปพร้อมให้ดาวแก่ผลงานของบิ๊กและแบ๊ก  เธอต้องมาสอนอีกในวันต่อมา
 
“ได้สองดาวเหมือนกันเลย”  บิ๊กยื่นกระดาษให้แบ๊กดู  เด็กๆต่างดีใจกับคะแนนที่ได้รับ
“พรุ่งนี้ การินมาสักบ่ายสองก็ได้นะคะ  พี่จะพาเจ้าบิ๊กไปหาหมอฟันหน่อยเห็นบ่นว่าปวดฟัน  เหนื่อยกับเด็กๆพวกนี้จริงๆ”  ลัดดาบ่นพลางเดินมาส่งการินที่ประตูรั้วของบ้านหลังใหญ่
“ได้ค่ะ  ทำไมไม่ให้คุณพ่อเด็กๆพาไปล่ะคะ  การินไม่เคยเห็นสามีพี่ลัดดาเลย”  ลัดดาถึงกับหน้าเปลี่ยนสี
“เออ.....การินถามเรื่องส่วนตัวมากไปขอโทษนะคะ”  การินเห็นสีหน้าลัดดาแล้วจึงรีบขอโทษ
“ไม่เป็นไรค่ะ  พอดีว่าพี่อย่ากับสามีไปแล้ว  เพิ่งอย่าได้ 2 เดือนเอง  ก็เลยต้องดูแลลูกๆทุกอย่าง” ลัดดายิ้มเศร้าๆ
“อ้อ!!เสียใจด้วยนะคะ  ไงก็สู้ๆนะคะพี่ลัดดา พี่ลัดดาเก่งอยู่แล้วล่ะค่ะ  การินกลับก่อนนะคะ”  การินยิ้มจางๆพลางหันมองเด็กๆทั้งสองที่วิ่งเล่นกันที่สนามหญ้า
 
[……ชีวิตคู่ที่ไม่ราบรื่นก็นำพาความทุกข์มาให้กับคนเหล่านั้น รวมถึงอนาคตของเด็กๆที่ไร้เดียงสา  ครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์นักจะต้องส่งผลถึงพวกเค้า  เห็นแล้วไม่อยากแต่งงานเลย  คนหลายคู่ใฝ่ฝันจะเข้าวิวาห์  แต่กลับไม่รู้เลยว่าภายหลังชุดขาวที่แสนสง่าจะเกิดเรื่องราวอะไรบ้าง  ปัญหามากมายที่ถาโถมเข้ามาภายหลังชีวิตแต่งงานมันช่างน่ากลัวสำหรับฉันเหลือเกิน….]
 
            หญิงสาวเดินออกจากซอยเพื่อไปรอโบกรถแท็กซี่  ดีนักที่บ้านของลัดดาอยู่ใกล้ๆหอพักที่เธออยู่มาหลายปี  และออฟฟิตที่เธอทำงานออกแบบก็อยู่ไม่ไกลนัก  การินจึงพักอยู่ที่หมู่บ้าน RNG เช่นเดิม
            หญิงสาวมองไปยังถนนฝั่งตรงข้ามด้วยใจเหม่อลอย  เมื่อซอยถนนฝั่งตรงข้ามเป็นซอยบ้านของหนุ่มใหญ่ที่หายเงียบเข้ากริบเมฆ  การินไม่รู้เรื่องราวใดๆของเขาอีกเลย
 
[……ว่าไปก็คิดถึงพี่ปอเหมือนกันนะ  ป่านนี้เขายังอยู่ที่บ้านหลังนี้รึป่าว  รึว่าไปเล่นคาสิโนต่างแดนอย่างเคยๆ  บางทีเขาอาจจะทำงานกลางวันแล้วก็ได้  เพราะ Sway ผับที่เขาสร้างมากับมือพังทลายลงไปไม่เป็นท่า….]
 
            หญิงสาวตัดสินใจเดินข้ามสะพานลอยไปยังถนนฝั่งตรงข้าม  เธอเดินย่างกรายเข้าซอยบ้านของปอไปด้วยท่าทางลุกลน  กลัวว่าจะมีใครมาเห็นเธอเข้า
            เพียงไม่นานเธอมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าทาวเฮาน์หลังสีขาวที่คุ้นตา   Camry สีขาวไม่ได้จอดไว้หน้าบ้านอย่างเคยๆ  การินพอโล่งใจไปว่าปอคงไม่ได้อยู่บ้าน  ประตูเหล็กถูกปิดไว้อย่างมิดชิด  การินสังเกตเห็นรอยคราบฝุ่นที่จับหนาที่ประตูเหล็กจนน่าสงสัย
 
[……ทำไมฝุ่นหนาขนาดนี้ล่ะ  เหมือนมันไม่ได้ถูกเปิดเลย  ถ้าเปิดทุกวันไม่มีทางที่มันจะหนาขนาดนี้  เอ๊ะ!!  หรือว่าพี่ปอย้ายไปอยู่ที่อื่นนะ….]
 
“ขอโทษค่ะมาหาใครคะ” เสียงสาวใช้บ้านแม่ของปอซึ่งอยู่หลังตรงข้ามบ้านของปอมาสะกิดแขนหญิงสาวจนการินสะดุ้ง
“โอ๊ย!!  เอ่อ...ป่าวค่ะ  ไม่ได้.....”  การินลังเลที่จะถามออกไป   “พี่ปออยู่บ้านปะคะ”  แต่เธอก็ถามไปจนได้
“ไม่อยู่ค่ะ  กลับมาพรุ่งนี้  มีอะไรฝากไว้มั้ยคะ” สาวใช้ชินกับการที่เห็นผู้หญิงมายืนด่ำๆมองๆหน้าบ้านปอบ่อยๆตั้งแต่หนุ่มใหญ่ประสบอุบัติเหตุ
“ไม่มีค่ะ  ขอบคุณมาก”  การินรีบสะบัดหน้าเดินจากไปทันทีด้วยความตื่นเต้น  เธอโล่งใจที่ปอไม่อยู่และไม่มีใครเห็น  หญิงสาวหันกลับไปมองบ้านสีขาวของปอด้วยใจรำลึกถึงหนุ่มใหญ่ที่เธอเคยรัก  แม้ตอนนี้เธอจะหมดความแค้นเคืองลงไป  แต่เธอก็ไม่คิดจะกลับไปติดต่อกับปออีกเลย
 
......................................................................................................................................
 
            “เห็นเพื่อนพี่บอกว่าอาทิตย์หน้า  การินต้องไปดูไซด์งานที่อัมพวาเหรอ” 
 
            อันมายืนเท้าคางหน้าบาร์ ซึ่งการินกำลังช่วยนาคิดเงินอย่างวุ่นวาย  ในคืนวันเสาร์ที่ลูกค้าแน่นร้าน Huffy
 
“ใช่ๆ ออกแบบร้านขายเสื้อผ้าแถวนั้นอ่ะ”  การินตอบอันอย่างไม่สนใจพลางเช็คบิลล์อย่างวุ่นวาย
“พี่ไปด้วยนะ” อันยิ้มกว้าง
“จะไปทำไม  การินไปทำงาน”  หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาถามอย่างกวนๆ
“พี่ไปเที่ยว  ก็เห็นการินไปพอดีก็เลยไปด้วยกันเลยไง” อันยิ้มและเดินไปดูลูกค้าหน้าระรื่น
“พี่อันนี่ชักจะยังไงๆอยู่นะพี่ว่า”  นาออกความเห็นทันที
“การินไม่คิดอะไรหรอกพี่นา ไม่ว่าพี่อันจะดีกับการินแค่ไหน  การินก็ยังคิดแค่พี่”
“แต่บางทีการินก็ควรเปิดใจบ้างนะ  พี่เห็นการินปิดกั้นตัวเองมาตลอด  มันไม่ดีหรอกเราควรเปิดรับสิ่งใหม่ๆบ้าง  การินยังรักพี่ปออยู่ใช่ปะ” นาถามตรงๆจนการินหยุดคลี่บิลล์ในมือ
“ไม่นี่!!!  การินลืมเค้าไปแล้วนะเนี่ย  ไม่ได้รักแล้วล่ะพี่ ไม่รู้ตอนนี้เค้าเป็นไงบ้างเนอะลืมไปเลย” การินแกล้งยิ้มขำ ทั้งที่ภายในใจยังคิดถึงปออยู่  แม้จะไม่ได้พบกับปอมา 3 เดือนกว่าๆก็ตาม
“ก็ดีแล้วล่ะ  หมดทุกข์หมดโศกไปนะการิน  ต่อจากนี้พี่เชื่อว่าชีวิตการินจะพบแต่เรื่องราวดีๆเข้ามา  พบคนที่ดีกว่าพี่ปอแน่นอน”  นาหันไปยิ้มให้น้องสาวอย่างมั่นใจ
“สมพรปากนะพี่นา”  การินยิ้มแก้มปริ
 
[……มัน 3 เดือนแล้วที่เรื่องราวเลวร้ายต่างๆผ่านพ้นไป  ชีวิตฉันในวันนี้มีแต่งาน  และเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ  ถึงแม้ว่าพี่อันจะเข้ามาในชีวิตมากขึ้น  คอยไปรับไปส่ง รับไปกินข้าวดูหนัง  แต่ฉันกลับรู้สึกว่างเปล่า  และไม่มีความสุขเท่าที่ควร  ฉันรู้สึกเหมือนยืนเคว้งคนเดียวท่ามกลางผู้คนมากมายที่รักและเป็นห่วง  ฉันเองก็ไม่รู้ว่าชีวิตฉันยังต้องการอะไรอีก…..]
 
......................................................................................................................................
 
“คุณครูการินทำไมวันนี้แบ๊กได้สามดาว  แต่บิ๊กได้ดาวเดียวเองล่ะ”
 
            เด็กชายตัวอ้วนโวยวายขึ้นมาทันทีที่การินให้ดาวแก่ผลงาน ในโจทย์ “อาหารสุดโปรด”
 
“บิ๊กครับ  ครูว่าบิ๊กต้องฝึกระบายสีให้มากกว่านี้นะครับ  การที่ครูให้สองดาวบิ๊ก  มันทำให้บิ๊กรู้ตัวว่าต้องปรับปรุงให้ตัวเองดีขึ้น  โดยมีข้อเปรียบเทียบคือ แบ๊ก  บิ๊กสามารถนำงานของแบ๊กมาดูเพื่อเป็นแนวทาง  อนาคตใครจะไปรู้  บิ๊กอาจจะวาดภาพได้ดาวมากกว่าแบ๊กก็ได้  บิ๊กต้องตั้งใจนะครับ  เชื่อครูสิ”  การินลูบหัวบิ๊กอย่างเอ็นดู
“บิ๊กอยากได้สามดาวบ้าง”  บิ๊กงอแงมองภาพวาดแฮมเบอร์เกอร์ของแบ๊กอย่างอิจฉาตามประสาเด็ก
“บิ๊กก็ต้องฝึกให้มากขึ้นนะคะ  อาทิตย์หน้าเราจะมาในโจทย์ศัตว์เลี้ยงแสนรัก  คิดไว้เลยนะว่าจะวาดภาพอะไร  ซ้อมก่อนล่วงหน้าได้เลยนะ วันนี้คุณครูกลับก่อนนะคะ”  การินเก็บกระดานวาดภาพและสีทั้งหลายใส่กระเป๋า
“การินกลับแล้วเหรอจ๊ะ”  ลัดดาเดินมาหาการินที่ม้านั่งเมื่อรู้เวลาเลิกสอน
“ใช่ค่ะพี่ลัดดา ไว้เจอกันเสาร์หน้านะคะ”  การินยิ้มกว้าง
“ไปอาบน้ำแต่งตัวกันแบ๊ก  เดี๋ยวอาปอพาไปกินข้าว  คุณย่าโทรมาบอกเมื่อเช้า” บิ๊กวิ่งนำแบ๊กเข้าบ้านไปทันที  การินได้ยินบิ๊กพูดถึงอาที่ชื่อ ‘ปอ’แล้วสะกิดใจเล็กน้อย
“เด็กๆตื่นเต้นใหญ่  ย่าเค้าจะพาไปทานข้าวนอกบ้าน ต้อนรับอาเค้ากลับบ้านน่ะค่ะ ตั้งแต่หย่ามาพี่ก็ไม่ค่อยว่างพาเด็กๆไปทานอะไรนอกบ้านเท่าไหร่ เหมือนเมื่อก่อนที่พ่อพวกเค้าจะพาไปบ่อยๆ”  ลัดดายิ้มและส่ายหน้าไปมากับอาการของลูกชายทั้งสอง
“อ้อ!!ค่ะ  อาที่เด็กๆพูดถึงนี่ก็หมายถึงน้องของพ่อพวกเค้าใช่ปะคะ”  การินและลัดดาเดินออกมาหน้าบ้าน
“ใช่ค่ะ  พี่เลิกกับสามีก็ไม่ให้เค้ามาที่บ้านพี่  ทั้งที่บ้านเราก็ห่างกันแค่คนละฟากซอย  แต่ญาติๆสามีพี่เค้ารักหลานอ่ะค่ะ  พี่ก็ยอมให้แค่ย่ากับอาเค้ามาหาหลาน” ลัดดายิ้มแห้งๆทุกครั้งที่พูดถึงสามีที่เพิ่งเลิกรากันไป
“ไงก็อย่าคิดมากเลยนะคะพี่ลัดดา ยิ้มไว้ๆ  การินกลับก่อนนะคะ  แท็กซี่ว่างมาพอดีเลย”  การินโบกแท็กซี่ทันที  แท็กซี่สีฟ้าจอดนิ่งสนิท  หญิงสาวไหว้ลาลัดดาอย่างเคารพก่อนจะขึ้นแท็กซี่ไป
“กลับดีๆนะ”  ลัดดายิ้มกว้างให้กับหญิงสาวบนรถแท็กซี่
 
ปี๊นนนน  ปี๊นนนนนน............!!!!!!!!!
 
            เก๋งสีดำจอดท้ายรถแท็กซี่สีฟ้าที่การินเพิ่งขึ้นไป  คนขับอึ้งไปเล็กน้อยที่เห็นหญิงสาวเพียงแวบหนึ่งก่อนจะขึ้นแท็กซี่
            สาวใช้บ้านลัดดากดรีโมทเปิดประตูรั้วที่ใหญ่โตให้เปิดออก  ลัดดาเดินกลับเข้ามารอ ย่าและอาของลูกๆของเธอในโรงรถ
 
“ปอ  ปอ  เป็นไร  ขับเข้าบ้านสิลูก”  รุจีซึ่งนั่งเบาะข้างคนขับตบบ่าลูกชายที่นั่งนิ่งเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง  ปอได้สติสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเลี้ยวเข้าบ้านลัดดาไป
 
            ปอนำรถของนิงมาขับชั่วคราวในขณะรอซ้อม Camry สีขาวคู่ใจที่ยังเข้าศูนย์อย่างยาวนาน  ปอขับรถเข้าไปจอดในโรงรถอย่างระมัดระวังเพราะรุจีเป็นห่วงจะเกิดอุบัติเหตุกับปออีกจึงกำชับเรื่องความระมัดระวังในการขับรถของปออย่างเข้มงวด
 
“สวัสดีค่ะคุณแม่  เด็กๆรีบไปอาบน้ำแต่งตัวรอแล้วล่ะค่ะ”  ลัดดาไหว้ทักทายรุจีอย่างอ่อนน้อม
“จริงเหรอ  คิดถึงเจ้าหลานแสนซนจริงๆ  ไหนๆมาให้ย่าหอมซิ”  รุจีเดินเข้าบ้านไปพร้อมกับคนรับใช้ส่วนตัวที่คอยตามดูแล
“ลัดดา  ผู้หญิงที่ขึ้นแท็กซี่ไปเมื่อกี้ใครเหรอ”  ปอถามลัดดาด้วยสีหน้าสงสัยเมื่อลงจากรถ
“อ้อ!!คุณครูสอนศิลปะเจ้าบิ๊กเจ้าแบ๊กน่ะ มาสอนทุกเสาร์อาทิตย์ ทำไมเหรอพี่ปอ” ลัดดาเดินเข้าบ้านเคียงข้างปอ
“ป่าวๆ ถามดูเฉยๆ” ปอยิ้มเจื่อนก่อนจะทำท่าครุ่นคิดอีกครั้ง
 
[……ผู้หญิงคนเมื่อครู่  หน้าเหมือนเด็กผู้หญิงในภาพนั้นเลย  คนเดียวกับที่เราเคยฝันว่าเอากาแฟสาดใส่เรา  เขาเป็นใครกันนะ เขาต้องรู้จักเราแน่ๆ ผมอยากรู้ว่าเขาเคยสาดกาแฟใส่ผมเหมือนในฝันรึป่าว  ถ้าเขาเคยทำแสดงว่าผมจำได้  จำได้จากความฝัน  แต่ถ้าไม่!! ผมก็เป็นคนความจำเสื่อมแบบเดิม  ต้องคุยกับผู้หญิงคนนี้ให้ได้…..]
 
........................................................................................................................................
 
            ตลาดน้ำอัมพวาในช่วงวันพุธ  ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไหร่นัก  การินพักเบรกการทำงานในเวลาเที่ยง  เดินหาอาหารอร่อยๆริมน้ำกับอันหนุ่มหล่อที่เดินไปไหนมาไหนสาวๆต้องเหลียวหลังเพราะติดตาจากนิตยสารต่างๆ  อันได้เป็นนายแบบถ่ายภาพให้กับนิตยสารเสื้อผ้าในหลายๆเล่ม  จึงไม่แปลกที่จะมีสาวๆคอยมองเมื่อเดินผ่าน
 
“พี่อัน เดินห่างๆการินได้มั้ย  ไม่อยากดังอ่ะ”  การินหันหน้าไปกวนประสาทหนุ่มอันที่เดินเคียงข้างไม่ห่าง
“อะไรกัน  มีแต่สาวๆอยากเดินข้างพี่  มีแต่เธออ่ะอยากให้พี่เดินห่างๆ  แปลกคนจริงๆ”
“ก็เดินไปไหนแล้วสาวๆมองกันเป็นตาเดียว  ไม่รู้สึกว่าไม่เป็นส่วนตัวบ้างเหรอ”  การินแวะดูหมวกสาน ร้านตามรายทางริมน้ำที่ตกแต่งด้วยไม้เก่าๆ
“ไม่นี่  เฉยๆอ่ะ  ไม่แคร์  จะให้เดินกอดคอแบบนี้ก็ยังไหว”  อันฉวยโอกาสคล้องคอกอดการินไว้มั่น  หญิงสาวหน้านิ่วคิ้วขมวดทันที
“พี่ จะรัดคอการินให้ตายเลยมั้ย  ปล่อยเลยไม่งั้นเจ็บหนัก”  การินขู่เสียงเรียบเฉย  อันจึงค่อยๆเอามือออกจากคอการิน
“ดุจริงๆแฟนเรา  ฮ่าๆๆ”  อันพูดขึ้นพลางหยิบหมวกมาดูเล่นและลองใส่อย่างน่าไม่อาย
“ใครแฟน  คิดเองเออเองนะเนี่ย”  การินหันไปค้อนอันก่อนจะเดินเข้าไปในร้านเจตนาจะดูการออกแบบงานไม้เก่าที่ดูทันสมัยเพื่อเธอจะนำไปปรับใช้ได้กับงานดีไซน์
 
            อันรับสายโทรศัพท์ที่สั่นขึ้น เป็นเบอร์ของพ่อของเขาเองซึ่งโทรมาคุยธุระ  อันจึงเดินออกไปคุยนอกร้าน  ปล่อยการินยืนดูหมวกพลางสอดส่ายดูผนังไม้อย่างพินิจเพียงลำพัง
 
“โอ๊ยยย!!!”
 
            เสียงของหญิงชราบางคนที่ยืนข้างๆการินดังขึ้นพร้อมร่างของหล่อนที่อยู่ๆก็ล้มลง  การินรีบเข้าพยุงร่างหญิงชราผู้นั้น  โดยเจ้าของร้านรีบวิ่งเข้ามาดูอีกแรง
 
“คุณป้าเป็นไรปะคะ”  การินช่วยพยุงหญิงชราผู้นี้ไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ภายในร้าน
“นั่งก่อนค่ะ  เป็นอะไรไปคะเนี่ย” เจ้าของร้านช่วยพยุงอีกแรง
“เป็นตะคริวน่ะ  ปวดจริงๆเลย โอ๊ยย!!”  หญิงชราบ่นพลางเอามือมาบีบๆนวดที่ขาขวา
“เดี๋ยวหนูช่วยบีบนะคะคุณป้า  เจ็บแล้วบอกนะคะ”  การินก้มนวดให้อย่างเต็มใจ
“ขอบใจจ่ะ” หญิงชราพยายามจะมองหน้าการินแต่การินก็ก้มๆเงยๆเห็นไม่ถนัดนัก
“มาเที่ยวคนเดียวเหรอหนู”  หญิงชราชวนการินคุย
“อ้อ!!มาทำงานแถวนี้อ่ะค่ะคุณป้า มากับเพื่อนๆ”  การินเงยหน้ามายิ้มให้กับหญิงชรา  หญิงสาวถึงกับอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าของหญิงชราแจ่มชัด  หญิงชราจ้องมองการินอย่างพินิจ
“เอ่อ...คุณ....คุณป้า มาคนเดียวเหรอคะ”  การินถามเสียงสั่นเทา
“ป่าวๆ  มากับลูกชายแล้วก็หลานๆน่ะ คุ้นๆหน้าเราจัง” 
“อ้อ!ค่ะ”  การินยิ้มเจื่อนก่อนจะก้มหน้านวดให้หญิงชราด้วยมือที่เริ่มสั่น
 
“ป้ารุจี  เป็นอะไรอ่ะ”
 
             พรร้องเสียงหลงเมื่อเข้ามารับรุจีในร้าน ก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาด้วยความตกใจเมื่อเห็นรุจีนั่งลงที่เก้าอี้ด้วยท่าทางไม่ดีนัก และมีการินคอยนวดให้  การินเงยหน้ามองพรด้วยความตกใจเช่นกัน  แต่คนที่ตกใจกว่าก็คือ พร นั่นเอง
 
“การิน !  แกทำอะไรแม่พี่ปออ่ะ”  พรเกรี้ยวกราดใส่การินทันที  หญิงสาวลุกขึ้นยืนมองหน้าพรด้วยอาการไม่พอใจ
“ฉันไม่ได้ทำอะไร”  การินตอบด้วยเสียงเยือกเย็น  พรเข้าไปพยุงรุจีให้ลุกขึ้นเมื่อรุจีเริ่มหายจากอาการตะคริว
“เค้าช่วยป้าไว้อ่ะ  ป้าเป็นตะคริว”  รุจีรีบแก้ตัวให้การินทันที
“ป้าจำมันไม่ได้เหรอ  นังการินที่ทำลายชีวิตพี่ปออ่ะป้า”พรหันไปบอกรุจีด้วยสีหน้าโกรธแค้นการิน  รุจีเปลี่ยนสีหน้าเป็นรังเกียจหันไปมองทางการิน
“อ้อ!  จำได้แล้ว เธอนี่เองสินะ” 
“ฉันไม่ได้ทำ  พี่ปอทำตัวเค้าเองต่างหาก”  การินเถียงพรอย่างสุดใจ
 
“แม่!!!” 
 
            หนุ่มใหญ่เดินสีหน้าเหวอเข้ามาในร้าน  ทันใดที่หญิงสาวหันไปมองหนุ่มใหญ่ที่ไม่ได้พบกันมา 3 เดือน  ปอถึงกับอึ้งเมื่อเห็นการินเพราะเป็นผู้หญิงในรูปภาพและในความฝันที่เค้าต้องการคำตอบ  ส่วนการินถึงกับอ่อนแรงเมื่อเห็นหน้าปออีกครั้งโดยเธอไม่รู้เลยว่า  ปอคนนี้จำเธอไม่ได้เช่นคนอื่นๆ
 
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ”  ปอถามพรพลางมองการินด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอกพี่ปอ  เราออกจากร้านนี้ไปเถอะ  ไปไป  พี่”  พรพยุงรุจีออกจากร้านไปอย่างเร่งรีบ  “ตามมาสิพี่  ป้ารุจีรีบนะ”  พรกวักมือกดดันหนุ่มใหญ่ที่มองหน้าการินด้วยความสงสัย
“เอ่อ...ขอโทษนะ คือ”  ปอเอื้อนเอ่ยแต่ก็ถูกพรวิ่งเข้ามาฉุดแขนให้ออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว การินยืนนิ่งอึ้งไปทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะทรุดลงนั่งกับเก้าอี้ไม้
 
[……ทำไมฉันถึงใจเต้นรัวและแรงขนาดนี้  รู้สึกหายใจไม่ออกบอกไม่ถูก  พี่ปอ  พี่ปอจริงด้วย  มันนานเหลือเกินที่ไม่ได้พบกัน  เค้าก็ยังสบายดีทุกอย่าง  แต่แปลกเหมือนเค้าจะถามอะไรเรา ฉันรู้สึกสั่นไปหมดทั้งตัวเลย ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ…..]           
 
………………………………………………………………………………………………….
 
“พร  ผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็นใครอ่ะ  พรรู้จักใช่ปะ”  ปอถามพรขึ้นทันทีที่เดินออกมาจากร้านขายหมวกสาน
“ไม่อ่ะ  ไม่รู้จัก  ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ พี่ปออย่าไปสนใจเลย”  พรปฏิเสธเสียงสั่นเพราะเธอไม่อยากให้ปอไปข้องเกี่ยวกับการินอีกแล้ว
“แต่พี่ว่าพี่เห็นเค้าในรูปถ่ายในอลบั้มที่พรให้พี่ดูนะ”
“สงสัย...สงสัยถ่ายติดละมั้งพี่  คิดมาก  เราไม่รู้จักเค้าหรอก  รีบไปเถอะพี่ชายเดินหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้” พรตัดบทรีบเดินนำปอไป 
 
            พรรู้สึกหงุดหงิดใจที่ตั้งใจพาหนุ่มใหญ่มาอัมพวาสถานที่ที่ปอเคยพาเด็กร้านมาเที่ยวเล่นในวันว่าง  แต่ดันกลับมาพบการิน หญิงสาวที่พรเกลียดเข้าไส้ด้วยความคิดว่าการินเป็นคนทำลายชีวิตปอและทำลาย Swayให้พินาศไป  แถมปอยังมีท่าทางสนใจการินจนพรหวั่นใจว่าการินจะกลับมาทำร้ายปออีกครั้ง
 
            หนุ่มใหญ่เดินครุ่นคิดไปตลอดการเดินดูร้านค้าต่างๆกับน้องๆเด็กร้าน Swayที่ชายโทรรรวมตัวกันมาในวันนี้
 
[……ใช่สิหน่า  ผมจำหน้าผู้หญิงคนนี้ได้ติดตาเลยตั้งแต่ฝันถึง  ผมคาดหวังว่าผู้หญิงคนนี้จะสาดกาแฟใส่ผมอย่างที่ผมฝัน  แต่ถ้าพรบอกว่าไม่รู้จักเค้า  มันก็คงเป็นแค่ความฝันจริงๆ  เห้อ!สุดท้ายผมก็จำอะไรไม่ได้เลย…..]
 
.......................................................................................................................................
 
“การิน  ไปกันรึยัง เดี๋ยวงานไม่เสร็จนะ”  อันเดินถือชาเย็นสูตรโบราณมา 2 แก้วด้วยท่าทางอารมณ์ดี  แต่กลับมาพบการินนั่งหน้าซีดอยู่ในร้าน
“เป็นอะไรเรา  ไม่สบายรึป่าว นี่น้ำซื้อมาฝาก  หน้าซีดเชียว”  การินรับแก้วน้ำจากอัน  อันใช้มือประคบหน้าผากหญิงสาวอย่างเบามือด้วยความเป็นห่วง
“ตัวไม่ร้อนนี่  เหงื่อแตกเชียว  ไปเถอะๆ”  อันยิ้มและเดินนำการินที่ไม่พูดไม่จาออกจากร้านไปตามทางริมน้ำเล็กๆก่อนจะเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเพื่อไปอีกฝั่ง
“เมื่อกี้พี่เจอพี่ชายด้วย”  อันพูดขึ้นในระหว่างเดินกลับไซด์งานเคียงข้างการินที่ยังคงช๊อคกับการเจอกับปอครั้งแรกในรอบ 3 เดือน
“เหรอ!  พี่ชายมาทำอะไรอ่ะ”  การินหันไปถามอย่างสนใจ
“เห็นว่ามาเดินเที่ยวอ่ะ  คงมากับยุล่ะมั้ง”
“อ้อ!”  การินไปกล้าเล่าเรื่องที่เจอกับปอให้กับอันฟัง  เพราะทุกครั้งที่พูดเรื่องปออันมักมีอาการหึงหวงพูดจาประชดประชันออกมาจนการินอึดอัดใจ
“พี่ชายบอกว่ากำลังคิดจะเปิด Sway อีกครั้ง  ชวนพี่กลับไปหุ้น  แต่พี่บอกว่าไม่มีทางหรอก  เพราะพี่มีเลือดของ Huffy ข้นอยู่แล้ว  ไม่มีทางกลับไปร่วมงานกับไอ้ปอได้หรอก”
“ถ้าเปิดอีกครั้ง  Huffy ก็ต้องทำการตลาดหนักขึ้นอีกสิ”
“ก็ถูก  แต่เชื่อเถอะว่ายังไง Sway ก็คงสู้ Huffy ไม่ได้อยู่ดี  ลูกค้าติดร้านเรากันจะตายไป  ปอไม่มีทางลุกขึ้นยืนเชิดหน้าได้อย่างยิ่งใหญ่ในวงการนี้ได้อีก”  อันพูดอย่างสะใจ  แต่การินกลับยังครุ่นคิดถึงปอและท่าทางแปลกๆที่ปอจะถามบางอย่างกับเธอ
 
....................................................................................................................................
 
            ประตูร้านซึ่งถูกล๊อคด้วยแม่กุญแจอย่างแน่นหนา  ถูกไขอย่างยากลำบากเล็กน้อยเมื่อมีฝุ่นเกาะหนา ประตูสีแดงถูกเปิดออกอย่างช้าๆ  กลิ่นเหม็นอับคละคลุ้งไปทั่วบริเวณและโชยออกมานอกร้านจน บัส  ผู้เปิดประตูต้องจามออกมา
 
“บัส  แกจามปิดปากหน่อยได้มั้ยหะ  น้ำลายกระเด็นใสฉันเนี่ย”  แนมสาวหุ่นเจ้าเนื้อเดินกระแทกบัสเข้าร้านไปพร้อมๆกับเด็กร้านคนอื่นๆ
“ร้านดูทรุดโทรมลงไปมากเลยเนอะพี่ชาย”  เมสเดินเคียงข้างชายเข้ามาในร้าน Swayที่ถูกปิดตายไปหลายเดือน ในวันนี้ชายนัดรวมพลเด็กร้านรุ่นใหญ่ของ Swayที่ยังอยากกลับมาทำงานที่นี่มาช่วยกันทำความสะอาดฟื้นฟูร้าน
 
            หนุ่มใหญ่ยืนมองป้าย Sway ด้านหน้าประตูอยู่พักหนึ่ง 
 
“นี่แหละ ร้าน Sway ร้านที่พี่สร้างมากับมือนะพี่ปอ  ร้านที่เคยเป็นผับอันดับหนึ่งของที่นี่  เคยมีลูกค้าแน่นร้านทุกวัน  แต่วันนี้มันก็เหลือแค่ที่เห็น”  พรยืนอธิบายอยู่ข้างๆปอ 
 
            ปอก้าวเท้าเข้าไปในร้าน Swayอย่างช้าๆ  พลางสอดส่ายสายตามองไปรอบๆร้าน  โต๊ะเก้าอี้สีแดงวางซ้อนกันไว้ริมร้าน เหลือเพียงลานกว้างๆกลางร้าน  พื้นที่มีฝุ่นเกาะหนาดำ  บูทดีเจที่มีใยแมงมุมขึ้นอย่างน่ารังเกียจ  บาร์น้ำที่ฝุ่นเกาะหนา  เวทีที่เคยคึกคักด้วยวงดนตรีในวันนี้มีเพียงฝุ่นละอองที่จับเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นที่วางอยู่
 
[……นี่น่ะเหรอ  ร้าน Swayร้านที่เราสร้างมา  มันดูโทรมพิลึก  มันเคยมีคนมาเที่ยวแน่นหนาทุกวันจริงเหรอ  แทบไม่น่าเชื่อเลยว่ามันเคยเป็นผับอันดับหนึ่ง  ผับที่พรบอกว่าใน 1 วัน เราใช้ชีวิตที่นี่นานถึง 8 ชั่วโมง  ทุกวัน  ทุกวัน  แต่..........ทำไมเราไม่ค่อยคุ้นเลย  นึกอะไรไม่ออก  เหมือนไม่เคยมาที่นี่เลย  เราเคยผูกพันมากไม่ใช่เหรอ  คิดสิปอ  ต้องจำให้ได้…]
 
            ปอเดินเข้าไปหยุดอยู่ในบาร์  ในขณะที่เด็กร้านต่างร่วมแรงช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูร้านอย่างขมักเขม่น ปอเอามือลูบบาร์และพบว่าฝุ่นจับหนามาก
 
“คุ้นๆมั้ยพี่  โต๊ะหน้าบาร์เป็นโต๊ะประจำของพี่เลยนะ  แล้วลำโพงตัวนั้นพี่ก็ชอบไปนั่ง พี่เรียกมันว่าลำโพงคนเศร้า”  ปิมเดินเข้ามารำลึกอดีตที่ปอสัมผัสไม่ถึง  หนุ่มใหญ่ได้เพียงมองไปยังลำโพงที่ปิมเดินไปนั่งให้ปอดู
 
            จังหวะนั้น  ภาพความฝันของปอก็แวบเข้ามาในหัวอีกครั้ง  ปอถึงกับมึนและปวดหัวเล็กน้อยเอามือกุมขมับ
 
“พี่ปอเป็นอะไรไปรึป่าวพี่”  แคชเชียร์ดาซึ่งเดินเข้ามาดูบริเวณแคชเชียร์ที่เธอคิดถึง  เห็นอาการปอที่ฟุบลงกับบาร์
“ไม่ๆ  ไม่เป็นไรหรอก  มึนๆนิดหน่อยอ่ะ”  ปอใช้มือปัด และพยายามสูดหายใจลึกๆเพื่อเรียกเรี่ยวแรงให้กลับมาอีกครั้ง
“ดาว่าพี่ปอไปนั่งก่อนเถอะพี่”  ดาลากแขนปอมานั่งที่ลำโพงคนเศร้า  โดยปิมรีบลุกขึ้นให้ปอนั่ง
“พี่ปอ เป็นอะไรไป”  พรและเมสรีบเดินเข้ามาทันที  เด็กร้านต่างวิ่งกรูเข้ามามุงหนุ่มใหญ่ด้วยความเป็นห่วง
“พี่ไม่เป็นไรครับ  ไปทำงานกันเถอะ  อย่ามุงเลยพี่หายใจไม่ออกอ่ะครับ”  ปอยิ้มเจื่อนๆให้กับเด็กร้านทุกคน
“เป็นอะไรก็บอกน้องๆนะพี่  เรียกได้ทุกคน  ทุกคนน้องพี่  รักพี่ทุกคน” พรพูดก่อนจะเดินไปช่วยเด็กร้านทำความสะอาดห้องน้ำ
“คุ้นๆบ้างมั้ยพี่”  ชายเดินเข้ามานั่งข้างๆปอซึ่งเริ่มอาการดีขึ้น
“ไม่เลยครับ  แต่ว่า.....ตอนที่ยืนในบาร์เมื่อกี้อ่ะ  ผมนึกถึงความฝันแล้วมันคล้ายๆกับผมยืนอยู่ในบาร์เลยในฝันอ่ะ”
“พี่ฝันว่าอะไรอ่ะพี่”  ชายหันมองหน้าปอด้วยความตื่นเต้น
“ผมฝันว่า  เห็นผู้หญิงคนนึงสาดกาแฟใส่หน้าผม แล้วบรรยากาศในฝันมันฟุ้งๆ  ตอนที่ไปยืนในบาร์มันรู้สึกเหมือนในฝันอ่ะชาย  ฮ่าๆๆ  สงสัยผมจะดูรูปนี้นานไปหน่อยก่อนนอนคืนนั้นก็เลยฝันเห็นผู้หญิงคนนี้”  ปอหยิบรูปใบนั้นติดกระเป๋าสตางค์อยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ได้พบกับการินที่อัมพวา  เค้ายังหวังว่าจะได้พบกับการินในวันเสาร์หน้าที่บ้านของลัดดา  ชายดูรูปใบนั้นเห็นรูปการิน  ชายเริ่มหวั่นหันมองปอ
“พี่ฝันถึงผู้หญิงคนไหนเหรอ”  ชายถามด้วยความตื่นเต้น
“คนนี้ๆ  เรารู้จักผู้หญิงคนนี้รึป่าว  เธอคนนี้เคยเป็นเด็กร้านรึป่าว”  ปอชี้ไปที่รูปการินและหันไปซักชายด้วยสีหน้าเค้นความจริง  ชายถึงกับหน้าซีดไป
“ไม่ใช่นี่พี่ ไม่ใช่หรอก  ผมไม่รู้ว่าเค้าเป็นใคร”  ชายยิ้มแห้งๆก่อนจะเดินไปดูงานทำความสะอาดห้องน้ำ  ปล่อยปอนั่งมองรูปภาพใบนี้ที่ถ่ายในร้านหมูกระทะอย่างแปลกใจ
 
“พร  เมส  พี่ปอฝันถึงการินด้วยว่ะ  เค้าเล่าให้พี่ฟัง”  ชายเดินเข้าไปสุมหัวกับพรและเด็กร้านบางส่วนในห้องน้ำ
“จริงเหรอพี่ชาย” พรร้องขึ้นจนเมสรีบเอามือปิดปากพรไว้อย่างเร่งด่วนกลัวปอเดินมาได้ยิน  ชายชะเง้อออกไปนอกห้องน้ำเห็นปอยืนคุยกับปิมอยู่ริมหน้าต่างไกลๆ
“ใช่  ฝันถึงใครไม่ฝัน  ไปฝันถึงการิน”  ชายส่ายหน้าไปมา
“อย่านะพี่  ห้ามบอกเด็ดขาดเลยเรื่องการินอ่ะ  พรไม่อยากให้พี่ปอมารู้จักการินอีก  อยากให้เค้าลืมนังผู้หญิงคนนี้ไปเลย  พรกลัวเหลือเกินว่าการินจะกลับมาทำร้ายพี่ปออีกอ่ะ”
“นั่นสิ  ผมก็ไม่อยากให้การินรู้ด้วยว่าพี่ปอความจำเสื่อมจำใครไม่ได้  เดี๋ยวเกิดการินนึกสนุกมาแกล้งอะไรพี่ปออีก  จะแย่เอา”  เมสยืนกอดอกด้วยสีหน้าเครียด
“งั้นต้องบอกเด็กร้านทุกคนให้ปิดเรื่องการินไว้  อย่าให้ใครพูดถึงการิน  ราวกับไม่เคยรู้จักการินมาก่อน”  ชายเสนอความคิด
“ใช่ๆ  ช่วยกัน”  พรรีบเดินไปบอกเด้กร้านทีละคน  พร้อมกับเมสและชายที่ช่วยบอกอีกแรง  เพียงไม่นานชื่อของการินก็กลายเป็นชื่อต้องห้ามที่เด็กร้าน Sway ห้ามพูดถึง
“พรจะเรียกการินว่าสาวจัญไร แทนชื่อมัน”  พรบอกกับเมสในขณะกวาดพื้นข้างๆเมสที่ถือถุงดำเก็บเศษขยะบริเวณร้าน
“แรงไปรึป่าว  สาวจัญไรเลยเหรอ”  เมสยิ้มขำ
“ใช่!  ไม่แรงไปหรอก  กับสิ่งที่มันทำให้พี่ปอต้องเป็นแบบนี้  พี่นิงบอกด้วยนะว่ามันเอาหลักฐานไปแจ้งความจับพี่ปออ่ะ  ดูมันทำแต่ละอย่าง  เหมือนฆ่าพี่ปอทั้งเป็น”  พรพูดด้วยความเกลียดแค้น
“ช่างเถอะหน่า  การินก็ไม่มีทางมายุ่งเกี่ยวกับเราได้อีก  อยู่ Huffy โน่น  เราก็อยู่ของเรา  เค้าก็อยู่ของเค้า”
“เอ๊ะ!พี่เมสนี่  พรบอกให้เรียกสาวจัญไรไง  จำไว้สาวจัญไร”  พรหันค้อนแฟนหนุ่มด้วยท่าทางไม่พอใจนัก
 
            ในพริบตาเดียว Swayก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ  ร้านที่ถูกทำความสะอาดครั้งยิ่งใหญ่ปัดกวาดเช็ดถูทุกซอกทุกมุมตั้งแต่เวลาบ่ายโมงของวันจนถึงเวลาสามทุ่ม  ทุกหยาดเหงื่อของเด็กร้าน Sway ช่วยกันทำความสะอาด  ปอยืนมองสภาพร้านที่ดูเป็นรูปเป็นร่างก่อนจะรวมพลเด็กร้านนั่งประชุมกลางร้าน
 
“ขอบใจทุกคนที่มาช่วยกันในวันนี้  พี่สั่งพิซซ่าไปแล้วกำลังมา  รอหน่อยนะ  หิวกันล่ะสิ”  ชายยิ้มมองเด็กร้านทุกคนที่เหนื่อยโทรมกันไปตามๆกัน
“พี่ซึ้งใจทุกคนมากๆนะครับที่มาช่วยกันทำความสะอาด  จากร้านที่ดูไม่เป็นผับ  จนทุกคนทำให้พี่เห็นว่ามันเป็นผับได้ในพริบตาเดียว  น่าประหลาดใจสำหรับพี่มากเลย  พี่ขอโทษที่พี่ไม่สามารถรู้สึกผูกพันกับที่นี่และทุกๆคนได้เหมือนที่เคยรู้สึก  แต่วันนี้พี่รู้สึกก่อเกิดความผูกพันครั้งใหม่ขึ้นมา  พี่จำอะไรไม่ได้  แต่พี่สามารถสร้างความทรงจำดีๆใหม่ๆได้  แต่พี่เชื่อว่าพี่อาจจะจำอะไรได้ถ้าพี่ได้ใช้ชีวิตแบบเดิมๆ  ขอบใจปิมและทุกคนที่เล่าเรื่องราวความเป็นไปเก่าๆให้พี่ฟัง  โต๊ะหน้าบาร์ คือโต๊ะประจำของพี่  พี่ก็จะให้มันเป็นโต๊ะประจำของพี่ต่อไป  โต๊ะหน้าประตูที่พี่เคยเมานอนแผ่พี่อาจจะไปเมานอนแผ่อีกก็ได้  ลำโพงคนเศร้าที่พี่ไปนั่งเวลาอกหัก  แต่ก็ไม่รู้พี่จะได้ไปนั่งอีกรึป่าวนะ  เพราะพี่ยังไม่มีความรักเลย ฮ่าๆๆ”  ปอพูดกับเด็กร้านทุกคนด้วยสีหน้าของความสุข  เด็กร้านยิ้มแก้มปริที่เห็นรอยยิ้มของเจ้านายที่รัก
“ไม่ต้องขอโทษหรอกพี่  พวกเราจะช่วยให้พี่จำอะไรได้เร็วๆนะพี่ปอ”  เตมพูดขึ้น
“ใช่ๆ  เราจะเล่าเรื่องราวความเป็นไปในร้านให้พี่ฟังทุกวันๆ  เดี๋ยวพี่ก็จำได้เอง” แนมช่วยเสริม
“ว่าแต่พี่จะกลับมาเปิด Sway อีกเมื่อไหร่เหรอ”  ปิมถามขึ้นด้วยความสงสัย
“พี่คุยกับพี่นิง  ชายแล้วว่าอาจจะเป็นอาทิตย์หน้า  ชาย  พี่ แล้วพี่นิงยอมเสี่ยงลงทุนอีกครั้ง  ชายจะหาหุ้นมาเพิ่มอีกสองสามคน  พี่อยากให้ Sway กลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้  พี่จะกลับย้อนไปคิดถึงอดีตให้ได้”  ปอพูดอย่างมั่นใจ
“แต่งานบริหารพี่จะเป็นคนบริหารแทนพี่ปอนะ  ก็เพราะพี่ปอจำอะไรไม่ได้  พี่จะจ้างมาเก็ตติ้งมาดูแลด้านการตลาดให้ด้วย  เราจะช่วยกันประคับประคองร้านSway ของเราให้กลับมารุ่งเรืองแบบเก่าให้ได้”  ชายยิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจ
 
            ไม่นานพิซซ่าก็มาถึง  เด็กร้านต่างเปิดเพลงกินพิซซ่าและชายซื้อเหล้ามาเปิดสังสรรค์กันภายในอย่างสนุกสนาน  ปอได้ทำความรู้จักกับเด็กร้านมากขึ้นๆ  แสงไฟบนชั้น 4 ของตึกแสนโทรมสว่างสไวขึ้นอีกครั้ง
 
“ชาย แล้วทำไมตอนนั้นถึงปิดร้าน Sway ล่ะ” ปอถามขึ้นขณะร่วมวงดื่มเหล้าสังสรรค์พิซซ่ากับน้องๆเด็กร้าน
“ก็หุ้นส่วนถอนหุ้นไปหลายคนน่ะพี่  เราก็ไม่มีเงินหมุนพอที่จะบริหารร้าน  อีกอย่าง Huffy ก็ดึงลูกค้าเราไปหมด  เราก็เลยอยู่ไม่รอด”  ชายวางแก้วลงด้วยสีหน้าเศร้าใจกับเรื่องราวในช่วงนั้น
“Huffyเป็นร้านคู่แข่งของเราเหรอ”
“ใช่ครับ  เพิ่งเปิดใหม่  แต่กระแสร้านแรงมากๆ  ลูกค้าแห่ไปเที่ยวที่นั่นกันหมด  ผมยังไม่เคยไปเหมือนกัน  ไม่รู้ว่ามีดีอะไรนัก”
“พาพี่ไปดูร้าน Huffy หน่อยสิ  อยากไปดูว่าเค้าดียังไงไม่ดียังไง  เราจะได้มาปรับปรุงร้านเราให้ดีกว่า  ในเมื่อเราจะเปิดอีกครั้งมันก็ต้องทำให้ดีกว่าเค้า  เดี๋ยวเราแอบไปกันสองคนก็พอพี่ไม่อยากให้ไปกันมากๆเดี๋ยวจะเป็นที่สนใจของร้านนั้น”
“เอ่อ...จะไปจริงเหรอพี่”  ชายมีสีหน้าลำบากใจ
“จริงสิ  อย่าบอกใครนะว่าเราจะไปกัน  พี่อยากทำร้าน Swayให้ดีที่สุดอย่างแท้จริง”
“พี่ปอหัวนักธุรกิจไม่เปลี่ยนเลยนะพี่  งั้นเดี๋ยวตอนขากลับผมจะพาพี่ไป”  ชายยิ้มเจ้าเล่ห์
 
...................................................................................................................................
 
            BM คันสีดำเข้าจอดในลานจอดรถของร้าน Huffyชาย  หุ้นส่วนหนุ่มของร้าน Sway เดินลงจากรถด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย  ปอหุ้นส่วนใหญ่แห่ง Sway ที่ไร้ความทรงจำในอดีตเดินลงจากรถด้วยสีหน้ามุ่งมั่นที่จะเข้าไปพบกับบรรยากาศร้านที่เขาคิดว่าเป็นร้านคู่แข่งที่ Sway ต้องเหนือกว่าให้ได้
            การ์ดรักษาความปลอดภัยหน้าร้านถึงกับอึ้งเมื่อเห็นชายและปอเดินมาถึงหน้าร้าน เพราะบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าตาโหดเหี้ยมผู้นี้เคยทำงานที่ Sway มาก่อน
 
“พี่ปอ  พี่ชาย สวัสดีครับ  มาเที่ยวเหรอพี่”  การ์ดหนุ่มถามด้วยสีหน้าเจื่อนๆ
“อื้ม  มาเที่ยว”  ชายยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะผลักประตูเข้าไปอย่างมั่นใจ  การ์ดหนุ่มรีบวิทยุไปบอกบอดี้การ์ดด้านในถึงการมาเยือนของหุ้นส่วนใหญ่ของ Sway  การ์ดภายในร้านรีบไปรายงานธนูทันที
 
            เสียงเพลงที่ดังกึกก้องไปทั่วร้าน  ลูกค้ามากมายก่ายกองเต้นโยกย้ายกันอย่างสนุกสนาน  ปอเดินเบียดเสียดผู้คนในร้านด้วยความตกใจ  เพราะเค้าจำไม่ได้ว่าเคยพบเหตุการณ์แบบนี้ใน Sway จนชิน  ชายเดินนำปอมายืนตั้งหลักหน้าห้องน้ำด้วยสีหน้าตื่นตาตื่นใจของ Huffy ที่ดูเป็นผับที่ดีในระดับหนึ่ง  ด้วยการตกแต่งที่ดูมีเอกลักษณ์และลูกค้าที่แต่งตัวภูมิฐาน แสงสีและเสียงเพลงที่ดูครบครันผสมผสานกันไปได้ด้วยดี
 
“ร้านเค้าโอเคนะพี่  แต่สว่างไปหน่อยอ่ะ  เห็นหน้าลูกค้าเก่าๆของ Sway เต็มไปหมดเลยพี่”  ชายมองไปรอบๆร้านอย่างพินิจ
“พี่ชาย  สวัสดีค่ะ  ไม่เจอกันนานเลยนะพี่  มาเที่ยวเหรอคะ  หนีร้านตัวเองมาเที่ยวที่นี่  Sway ปิดไปแล้วจริงเหรอพี่  แหววไม่ได้ไปนานเลย”  ลูกค้าประจำเก่าๆของ Sway ต่างเข้ามาทักทายชายและปอ
“พี่ปอ  คิดถึงจัง”  อยู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามากอดรัดปอด้วยอาการเมา  ปอตกใจรีบผลักหญิงสาวออกเบาๆ
“ขอโทษครับ  ผมอึดอัด”  ปอยิ้มเจื่อนๆให้ผู้หญิงคนนั้น
“อึดอัดอะไรกันคะพี่ปอ  ทีตอนไปหาเมย์ที่ห้องไม่เห็นพูดงี้เลย  ทำไมวันนี้มาโผล่ที่ Huffy ได้ล่ะคะ  Sway ปิดไปแล้วนี่นะ  พี่คงมาล่าสาวที่นี่แทนล่ะสิ” เมย์สาวน้อยตัวเล็กที่เคยคุยเล่นๆกับปอช่วงหนึ่งพูดจนปออึ้งไปเล็กน้อย
“ขอโทษนะครับ  ผมไม่ได้มาล่าสาว”  ปอเริ่มมีท่าทีไม่พอใจ
“อะไรกัน  วันนี้พี่ปอพูดแปลกๆ” เมย์มองปออย่างพินิจ
“สวัสดีครับ”ธนูเดินเข้ามาทักทายชายและปอด้วยสีหน้าของผู้ชนะ  เมย์จึงเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างไม่ใส่ใจปอนัก  แต่หนุ่มใหญ่ยังคาใจที่มีผู้หญิงมาพูดกับเค้าในทำนองไม่ดี
“ครับธนู  ร้านโอเคเลยนะธนู  ลูกค้าเยอะมากเลย”  ชายฝืนยิ้มให้กับธนู ซึ่งธนูก็ฝืนยิ้มไม่ต่าง
“ขอบคุณครับ  มากันสองคนเหรอพี่ชาย” ธนูหันมองปอด้วยรอยยิ้มสะใจเล็กน้อย  แต่ปอกลับยิ้มกว้างอย่างจริงใจให้กับธนูเพราะจำไม่ได้ว่าธนูเป็นเจ้าของ Huffy และเจ้าของเก่าของ Hubris คู่แข่งทางธุรกิจกันมาโดยตลอด
“ใช่  มาสองคน” ชายรีบตอบไป  “พอมีโต๊ะมั้ยล่ะธนู”
“โต๊ะเต็มซะล่ะครับ  แต่ผมเชิญพี่ชายกับพี่ปอไปนั่งโต๊ะผมดีกว่า ถ้าไม่รังเกียจ”
“เอ่อ!...งั้นไม่เป็นไร พี่ก็เริ่มๆง่วงแล้วล่ะ  ค่อยแวะมาเที่ยวใหม่วันหลัง  แก่แล้วนอนดึกไม่ค่อยไหว” ชายยิ้มเจื่อนๆอีกครั้ง
“แต่ท่าทางผมว่าพี่ต้องฝึกนอนดึกใหม่อีกครั้งนะครับ  ได้ข่าวว่า Sway จะเปิดอีกครั้ง”ธนูแขวะขึ้นทันที
“อ้อ!  ใช่ครับ  แต่ก็คงเปิดรับลูกค้าเก่าอ่ะครับ  เปิดสนุกๆไม่ได้อะไรมาก”
“งั้นวันหลังเชิญมาเที่ยวที่นี่อีกนะครับ Huffy ยินดีต้อนรับ”  ธนูยิ้มและมองปอด้วยท่าทางแปลกใจ เพราะปกติปอจะพูดจาข่มท่านโผงผางไม่เกรงใจใคร  แต่ในวันนี้เขากลับยืนหลบอยู่หลังชายด้วยสีหน้าระรื่น
“อ้อ ได้ครับถ้ามีโอกาสนะ  พี่กลับก่อนล่ะ”  ชายเดินนำปอเพื่อออกจากร้าน
“ทำไมไม่มีโต๊ะเลยเหรอ”  ปอถามชายระหว่างเบียดเสียดผู้คนออกจากร้าน
“ใช่พี่  กลับดีกว่ามาแค่ได้เห็นก็คงพอแล้วล่ะ”
“เดี๋ยวพี่ขอไปดูห้องน้ำเค้าหน่อยสิ  อยากรู้ว่าเป็นไง” ปอคิดรอบคอบไปถึงห้องน้ำ
“งั้นผมขอไปรอที่รถได้มั้ยครับ  ร้อนอ่ะ คนเยอะไม่ไหวๆ”  ชายพูดด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ได้ๆ เดี๋ยวพี่ตามออกไปนะ”  ปอและชายแยกกันกลางร้านโดยชายออกไปรอปอที่รถ  หนุ่มใหญ่แหวกผู้คนเพื่อเข้าห้องน้ำไป
 
            ภายในห้องน้ำกว้างและสะอาดปอสำรวจอย่างพินิจทั้งการตกแต่งและจำนวนโถปัสสาวะชาย และหนุ่มใหญ่ดันบังเอิญพบกับอัน คู่อริเก่าเพียงทว่าหนุ่มใหญ่กลับจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้  หนุ่มหล่อเห็นปอถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย
 
“ไม่เจอกันนานเลยนะ พี่ปอ” อันทักขึ้นด้วยน้ำเสียงเคืองแค้นเช่นเดิม  ปอยิ้มกว้างให้อันเช่นเดียวกับที่ยิ้มให้ธนู  เพราะเค้าก็จำอันไม่ได้เช่นกัน
“ครับ!” ปอเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจอันนัก  คิดว่าอันก็คงเป็นลูกค้าคนหนึ่งที่เคยรู้จักกับเขา  อันถึงกับมีสีหน้าแปลกใจกับรอยยิ้มระรื่นของปอ
“ไม่ใช่ว่ามาสำรวจ Huffy เพื่อหาเรื่องให้ลุงพี่ที่เป็นตำรวจมาปิดร้านผมหรอกนะ”  อันหันไปแดกดัน  จนปอต้องหันกลับมามองอันด้วยสีหน้าแปลกใจ
“ผมต้องทำแบบนั้นเหรอครับ” ปอยิ้มเจื่อนๆก่อนจะเดินหนีอันไปด้วยความไม่เข้าใจแต่ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด  เพราะเมื่ออันพูดเช่นนี้เขาจึงคิดว่าอันคงเป็นหนึ่งในหุ้นส่วน Huffy ที่มองว่าเขา คือคู่แข่ง
“จะรีบไปไหนล่ะพี่ปอ บอกไว้เลยนะว่าอย่ามาล่าสาวในร้านผม  เพราะผมไม่ปล่อยให้พี่มาทำตัวเลวๆใส่ลูกค้าของผมหรอก”  อันพูดจนลูกค้าชายในห้องน้ำหันมามองปอเป็นตาเดียว  หนุ่มใหญ่รู้สึกโกรธที่อันมาพูดจาดูหมิ่นเขาขนาดนั้น  หนุ่มใหญ่หันหลังกลับมาจ้องมองหน้าอันด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“พูดอะไรหัดให้เกียรติคนอื่นบ้างนะครับ  ตอนนี้ผมก็คือลูกค้าของคุณ  ผมไม่รู้หรอกว่าคุณใหญ่แค่ไหนที่นี่  แต่คุณไม่ควรมาแสดงท่าทางวาจาแบบนี้กับผม ซึ่งกำลังเป็นลูกค้าของคุณเช่นกัน”ปอพูดจาต่อว่าอย่างสุภาพและเดินออกจากห้องน้ำไป แต่หนุ่มอันถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก
“อะไรกันเนี่ย  กินยาผิดมารึไง”  อันพึมพำกับตัวเองด้วยความแปลกใจและรีบเดินตามปอออกไปแต่ก็ไม่พบกับปอเสียแล้ว
 
            หนุ่มใหญ่เดินหุนหันออกจากห้องน้ำไปด้วยความไม่พอใจ
 
[……ทำไมกันนะ  อดีตเรามันเป็นไงกัน  ทำไมถึงมีคนพูดกับเราแย่ๆ  ทำไมต้องบอกว่าเรามาล่าสาว  เราเคยเป็นแบบนั้นเหรอ  อยากรู้เว้ย!!…]
 
ตุบบบบบบ!!!!!!!!!!!!!!!!
 
“ขอโทษครับ ไม่ได้ตั้งใจ”  ปอเดินด้วยอารมณ์โมโหโดยไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ  จึงไปชนเข้าให้กับผู้หญิงที่รีบร้อนเข้ามาในร้านเช่นกันในมุมก่อนถึงประตูร้าน
“ไม่เป็น..................................................เอ่อ!!!!”  หญิงสาวผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน  เธอคือ PR สาวแห่ง Huffy นั่นเอง การินเอ่ยคำขอโทษไม่สมบูรณ์เมื่อเห็นหน้าคนที่เธอชนเข้าให้จนเซไป
“คุณ!!”  ปอเห็นการินอีกครั้งก็ต้องยิ้มด้วยความดีอกดีใจที่ได้พบกับการินอีกครั้งหนึ่ง  เขาต้องการถามการินเกี่ยวกับคำถามคาใจที่มี 
 
            การินถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ  ก่อนจะเรียกสติกลับมาปั้นหน้าเคืองแค้นปอรักษามาร์ทที่เคยทะเลาะกันจนกลายเป็นศรัตรูคู่อริ  เธอกลัวจะเผยท่าให้ปอได้รู้ว่าเธอหวั่นไหวที่ได้เจอเขาอีกครั้งในค่ำคืนนี้
 
“ดีใจที่ได้พบคุณอีก”  ปอยิ้มกว้าง  จนการินถึงกับขมวดคิ้วอย่างแปลกใจกับท่าทีของปอที่ยิ้มกว้างดีอกดีใจ
“คุณมาทำอะไรที่นี่”  การินถามขึ้นด้วยสีหน้าไม่ดีนัก  จนปอถึงกับถอดสีหน้าด้วยอาการงง
“ผมก็.... มาเที่ยวไง คือ อย่างนี้นะ  อย่าเพิ่งตกใจ คือ ผมอยากรู้ว่า” ปอพยายามจะอธิบาย  การินรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของปอ
“การิน  พี่ธนูถามหาน่ะ” กัสหุ้นส่วนของ Huffy เดินเข้ามาขัดจังหวะการสนทนา  กัสหันไปมองปอด้วยสีหน้าตกใจที่เห็นหุ้นส่วนใหญ่ของ Sway มายืนในร้านของเขา  แต่ปอกลับยิ้มให้อย่างเป็นมิตร กัสเดินไปคุยกับลูกค้าด้วยความหวั่นใจ
“ค่ะพี่กัส”  การินรีบเดินไปโดยทิ้งสายตาประหลาดใจไว้ที่ปอ
“คุณ  เดี๋ยวสิ”  ปอจะตามการินไปแต่ก็ไม่ทันเพราะการินเดินแหวกผู้คนไปอย่างรวดเร็ว
“โอ๊ย!  เมื่อไหร่จะได้คุยล่ะเนี่ย”  ปอถึงกับส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ  และหันไปมองกัสซึ่งยืนคุยกับลูกค้าอยู่ไม่ไกล  เขาจึงเดินเข้าไปหากัส
“ขอโทษนะครับ”  ปอสะกิดกัสอย่างสุภาพ  กัสหันมามองปอด้วยความแปลกใจอีกครั้ง
“ครับ  คุณมีอะไรรึป่าว”
“คือ  ผมอยากรู้ว่าผู้หญิงคนที่คุณเข้าไปคุยเมื่อครู่นี้ที่เขายืนคุยกับผมอยู่อ่ะครับ ชื่อ อะไรเหรอครับ”
“การิน  การินน่ะเหรอ”  กัสไม่รู้เรื่องราวของปอและการินมาก่อนตอบปอด้วยความสงสัย
“เค้าชื่อการินเหรอครับ”
“ใช่ฮะ  เธอชื่อการิน  เป็น PR ร้านผมเอง  คุณมีอะไรกับเธอรึป่าว”
“ป่าวครับๆ  แล้วคือเธอเป็น PR เธอต้องมาที่นี่ทุกวันรึป่าว”
“ไม่อ่ะครับ แล้วแต่การินจะว่าง”  กัสเริ่มเห็นท่าไม่ดี  “ผมขอตัวไปดูลูกค้าก่อนนะครับ”  กัสรีบเดินจากไปทันที
“ครับๆ ขอบคุณมากครับ”  ปอยิ้มอย่างสุภาพ
 
[….ชื่อ การิน  เป็น PR ที่ร้านนี้  ถึงว่าล่ะมองเราแปลกๆ เพราะคงรู้จักกับเราและรู้ว่าเราเป็นหุ้นส่วน Sway แน่ๆเลย  ว่าแต่การินจะมาสาดกาแฟใส่เราได้ไงนะ  มันจะเคยเกิดเหตุการณ์ในฝันขึ้นจริงหรือเราแค่คิดไปเองกันแน่นะ แต่ในฝันมันเหมือนเคยผ่านมาจริงๆเลยอ่ะ....]
 
            ปอเดินออกมาพบกับชายที่รถด้วยสีหน้าครุ่นคิดเช่นเดิม 
 
“หายไปนานเลยพี่ ผมกำลังจะโทรตามพอดีเลย”  ชายพูดก่อนจะขึ้น BM
“ชาย  ทำไมคนร้านนี้ถึงมองพี่แปลกๆ”  ปอตั้งคำถามทันทีที่ชายออกรถ
“ก็เขารู้ไงว่าพี่เป็นหุ้นส่วน Sway  ไม่มีอะไรหรอกพี่”
“แล้วพี่เคยเป็นไงอ่ะ  ทำไมถึงมีคนหาว่าพี่มาล่าสาวตั้งสองคน  พี่เป็นเป็นคนอย่างนั้นเหรอ”
“ฮ่าๆๆ  เป็นธรรมดาของผู้ชายน่ะพี่  อย่าไปสนใจคำพูดคนเหล่านั้นเลยหน่า  ผู้ชายที่เข้ามาคุยกับผมอ่ะ  ชื่อ ธนู  เป็นหุ้นส่วนใหญ่ของ Huffy  เค้าเคยเป็นเจ้าของ Hubris แล้วก็เจ๊งอ่ะ  ร้านเราก็ไปซื้อ Hubris ไว้ ธนูก็คงรู้สึกเสียหน้าที่ต้องขายร้านให้ Sway ธนูก็มาเปิด Huffy เขาก็เลยดูพูดจาไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
“อ้อ!!  เห็นมองพี่แปลกๆพี่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมสายตาคนในร้านนี้ถึงมองพี่ไม่ดีกันเลย เอ้อ!!ชาย  พี่เจอผู้หญิงในรูปด้วยนะ”
“หะ!”  ชายอุทานเสียงดังจนปอตกใจ
“จะตกใจอะไรขนาดนั้นเนี่ย  พี่แค่เจอผู้หญิงในรูปถ่ายที่พี่เล่าให้ชายฟังอ่ะ”
“จริงเหรอพี่  แล้วพี่ได้คุยอะไรกับเขารึป่าว”  ชายถามอย่างตื่นเต้นและลุ้นระทึก
“ไม่อ่ะสิ พี่ว่าจะคุยแต่เขารีบไปทำงานน่ะ  เขาเป็น PR ที่ร้านนั้น  ชื่อ การิน”
“การิน!”  ชายถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลง   “ไม่ได้คุยอะไรกันเลยเหรอพี่”  ชายถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“การินถามพี่ว่า  พี่มาทำอะไร แค่นั้นเองอ่ะ  เธอทำหน้าทำตาอย่างกะไม่ชอบหน้าพี่เอาซะเลย  คงรู้ว่าพี่เป็นหุ้นส่วน Sway สินะ”  ปอยิ้มขำกับท่าทางของการิน
“อย่าไปสนใจเลยพี่  เด็กธรรมดาๆคนนึง”  ชายพยายามพูดให้ปอคิดเช่นนั้น
“แต่ก็น่ารักดีนะ ฮ่าๆ ขนาดทำหน้าบู้บี้ยังน่ารักเลย”  ปอพูดไปพลางขำเมื่อนึกถึงสีหน้าของการินในร้าน Huffy  ชายถึงกับหันมองปอด้วยความหวั่นใจ
 
[……ผมจะต้องถามคุณให้ได้เลยว่าคุณเคยสาดกาแฟใส่ผมรึป่าว  ผมไม่ยอมหยุดแค่นี้หรอก คุณการิน….]
 
........................................................................................................................................
 
“วันนี้ ปอ เหยียบมาถึงที่นี่เลยนะ” 
 
            อันพูดขึ้นในการประชุมร้านหุ้นส่วนหลังจากร้านปิดและเด็กร้านกลับไปหมดเหลือเพียง  การิน  นา และนิตาอยู่ฟังการประชุมโต๊ะกลางร้าน
 
“ใช่!  คงจะมาสำรวจร้านเราว่าเป็นไง ท่าทางจะเปิด Sway อีกครั้งอย่างที่อันบอกจริงๆ” ธนูนั่งอยู่ที่โซฟาพูดขึ้นอย่างเดาเหตุการณ์ทัน
“เราจะตั้งรับไงดีพี่ธนู” กัสหุ้นส่วนที่มาดูแลร้านประจำวันถามขึ้นด้วยความลำบากใจ
“เราก็ดำเนินการตลาดของเราแบบเดิมไปก่อน  เพราะเราต้องดูท่าทีของ Sway ว่าจะมาไม้ไหน”
“ไงเราก็ต้องตั้งรับให้ดี  เพราะคนอย่างพี่ปอไม่ยอมอะไรง่ายๆแน่  เค้าอาจจะเล่นสกปรกให้ลุงที่เป็นตำรวจมาเล่นงานร้านเราก็ได้นะ”  อันเดินมานั่งข้างๆการินและหันมองหน้ากับการิน
“ได้เจอมั้ยล่ะ เราอ่ะ” อันกระซิบถามการินเป็นการส่วนตัว
“เจอ แล้วทำไม”  การินหันไปกวนประสาทอันอีกตามเคย
“แล้วเป็นไงคุยกันปะ”  อันเริ่มออกอาการไม่พอใจ
“คุย แต่แปลกมากๆ  พี่ปอเหมือนไม่ได้โกรธเคืองอะไรการินเลย  แล้วก็เหมือนจะถามอะไรการินด้วย” การินพร่ำบ่น
“พี่ว่านะเป็นแผนพี่ปอรึป่าว  การินก็ระวังดีๆล่ะ” นาออกความเห็น
“ใช่!ถามจริงได้ติดต่อกับพี่ปอบ้างปะ”  อันหาเรื่องการินอีกครั้ง
“ไม่เลย  ไม่ได้ติดต่อ  ไม่ได้พบเจอ  แต่การินว่าพี่ปอแปลกๆจริงๆนะที่เจอวันนี้”
“พี่ก็ว่าแปลกเหมือนกัน  แต่พี่ว่าพี่ปอคงมีแผนบางอย่างล่ะ  กับการกลับมาอีกครั้งของ Sway”
“เอาเป็นว่าเราจะรอดูท่าทีและข่าวคราวของ Sway ไปก่อน  ฝ่าย PR ดำเนิน Event ของเดือนหน้าต่อเลยนะ  การินโปสเตอร์โปรโมชั่นเดือนหน้าพี่ขอเป็นวันอาทิตย์ทันปะ”  ธนูคุยงานต่ออย่างจริงจัง
“ได้ค่ะทันๆ”  การินพยักหน้าอย่างมั่นใจ
 
            หลังจากปิดร้าน  หุ้นส่วนทยอยกลับบ้านของตัวเอง  กัสอาสาไปส่งนา  และอันไปส่งการินและนิตา
 
“พี่อัน หิวข้าวอีกแล้วว่ะ”  นิตายิ้มทำตาปิบๆให้กับอันเป็นการอ้อนวรให้อันพาไปทานข้าวในช่วงเวลาตี 4
“กินไรดีล่ะเราสามคน”  อันยิ้มถามมองหน้าสองสาวอย่างตามใจ
“การินอยากกินข้าวแกงในตลาดหัวตะโกอ่ะ”  การินเสนอขึ้น  จากการที่เธอได้พบกับปอ  ทำให้เธอแอบคิดถึงสถานที่เก่าๆที่ได้พบกับปอ
“ข้าวแกงอะไรตอนตี 4 เนี่ยนะ”  นิตาหันไปถามรูมเมทสาวด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
“อื้ม  อร่อยด้วย ถูกด้วย  อร่อยจริงนะ”
“ไปสิ  ลองดูๆ” อันขึ้นรถสปอร์ตสีน้ำเงินคู่ใจทันที
 
            ไม่นานนัก รถสปอร์ตสีน้ำเงินก็มาจอดหน้าตลาดหัวตะโก  การินเดินนำอันและนิตาไปยังร้านข้าวแกงที่ปอเคยพาเธอมากินในสมัยที่คบกัน  นิตาตื่นตาตื่นใจกับอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายและด้วยความหิวนิตาจึงจัดซะยกใหญ่  อันถึงกับแปลกใจที่การินพามาร้านแบบนี้
 
“มากินบ่อยเหรอ”อันถามการินในขณะที่เลือกอาหาร
“ไม่ค่อยบ่อยหรอก  ไม่ได้มานานมากๆ  นึกขึ้นได้ก็เลยอยากมากิน  เคยมากินกับเพื่อนๆอ่ะค่ะ”  การินรีบพูดดักกลัวอันจะถาม
“แล้วไปนั่งกินตรงไหนล่ะเนี่ย”  นิตาหันมองซ้ายขวาก็เห็นแต่ร้านค้าริมถนน  ไม่มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งทานอาหารแม้แต่โต๊ะเดียว
“มานี่  ไปนั่งกินที่ม้านั่งตรงโน้น”  การินเดินนำนิตาและอันมานั่งที่ม้านั่งตัวเก่าที่เคยมากับปอ
“เจ๋งเนอะ  นั่งกินแบบรันทดชีวิตมาก  แต่กับข้าวอร่อยจริงว่ะ”  นิตาทานไปบ่นไป
“การินชอบร้านนี้เหรอ” อันถามขึ้นพลางตักข้าวเข้าปาก
“ใช่ๆ  อาหารอร่อยดีอ่ะ  บรรยากาศก็ทุลักทุเลดี  เปลี่ยนบรรยากาศสบายๆมานั่งกินลำบากๆบ้าง  แปลกดี”  การินยิ้มและมองไข่พะโล้ในจานของเธอแล้วคิดถึงปออีกครั้ง  เพราะเป็นอาหารที่ปอโปรดปราน  ทำเอาหญิงสาวน้ำตาซึม
“ไว้จะพามากินบ่อยๆนะ”  อันเอามือมาลูบหัวการินอย่างเอ็นดูก่อนจะทานข้าวต่ออย่างเอร็ดอร่อย
 
[……ทำไมเวลาพี่อันเอามือมาลูบหัวของฉัน  มันไม่เหมือนเวลาที่พี่ปอมาลูบเลยนะ  ก็แน่ล่ะว่าเพราะเป็นคนละคนกัน  ฉันได้กลับมาในสถานที่ที่เคยมากับพี่ปอแล้วรู้สึกคิดถึงพี่ปอจับใจ  ไข่พะโล้ที่เค้าชอบ  ม้านั่งตัวนี้เคยนั่งกันสองคนในเวลาเช้าตรู่  ถ้าจะให้ครบต้องซื้อขนมไทยร้านข้างๆร้านข้าวแกง  ไม่สิพี่ปอต้องเดินเข้าไปซื้อร้านขนมไทยข้างในตลาดลึกๆต่างหาก หลบไปคุยโทรศัพท์กับสาวๆ คิดไปแล้วก็ตลกดีเหมือนกันกับเรื่องราวในเวลานั้น……]
 
            หญิงสาวนั่งเหม่อมองบรรยากาศในตลาดและนึกถึงเรื่องเก่าจนลืมทานอาหารในจาน  เธอรีบทานจนหมดและอาสาเอาจานไปคืนคุณลุงตาหยี่ใจดีคนเดิม
 
“นังหนู  หายไปนานมากๆเลยนะเนี่ย  ปอก็หายไปเลย  ไม่มากินร้านลุงเลยอ่ะ” ลุงเจ้าของร้านทักขึ้น
“คุณลุงจำหนูได้ด้วยเหรอคะ”  การินยิ้มกว้างพลางยื่นจานคืนแก่ลุงตาหยี่
“ได้สิ  ก็หนูมากับปอ  ลุงจำได้”
“พี่ปอเค้าก็พาผู้หญิงคนอื่นมาทานตั้งหลายคน  คุณลุงจำดีจังเลยนะคะ”  การินยิ้มเจื่อนลงเล็กน้อย
“ไม่นี่นะ  ก็เคยเห็นปอมากับหนูคนเดียวนี่แหละลุงก็เลยจำได้”  ลุงยิ้มตาหยี่ก่อนจะตักข้าวให้ลูกค้าที่มาซื้ออาหาร
 
            การินถึงกับอึ้งไปกับสิ่งที่คุณลุงตาหยี่บอกมา  เธอแทบไม่อยากจะเชื่อว่าปอพาเธอมาทานอาหารร้านนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น  มันทำให้เธอรู้สึกดีใจลึกๆ ก่อนจะเดินกลับไปหาอันและนิตาที่นั่งรอที่ม้านั่งตัวเก่า
 
....................................................................................................................................
  

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
เจอกันแล้วๆ จะเป็นยังไงต่อไปอิอิ
จากคุณ yume15/(yume15) อัพเดตเมื่อ 04/12/2554 07:40:32
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 108 ท่าน