Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
ข้านี่แหละ...ราชันแห่งปีศาจ
PuGuN
บทที่ 1 [Chapter 1] I'M Killer, I'M Garsia...!
2
03/12/2554 08:06:58
713
เนื้อเรื่อง

 

1
 

       ร่างสูงของหนุ่มผมเงินเดินเร่ร่อนอยู่กลางใจเมืองหลวงของประเทศแห่งหนึ่งในยุโรปเพื่อมองหา ‘เป้าหมาย’ ของผู้ว่าจ้างรายใหญ่ที่ให้เงินดีจนน่าสนใจ เพียงแค่ให้กำจัดคนแค่คนเดียวกลับให้ราคางามซะจนน่าขำ

      ขนาดพระราชาเมืองอื่นยังกำจัดมาแล้ว นับภาษาอะไรกับแค่คนเดินดินธรรมดาที่ไม่มีองค์รักษ์คอยเฝ้าให้น่ารำคาญ…หวานหมูจริงๆ

      ร่างสูงเดินเข้าไปในโรงพักแรมที่ใหม่เงียบๆไม่ให้สะดุดตาแล้วทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ว่างซึ่งอยู่ด้านในสุดติดกับกลุ่มก๊งเหล้าใหญ่ที่ดูท่าจะเมาจนแทบหัวทิ่ม หึ...น่าสมเพชจริงๆมีแต่พวกอ่อนหัดเท่านั้นแหละที่กินของพวกนี้จนไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง

       “จะรับอะไรดีคะนายท่าน” สาวเสิร์ฟที่ดูท่าจะเป็นพนักงานในร้านรีบวิ่งเข้ามาถามอย่างรวดเร็วเพราะเกรงว่าจะมีคนอื่นชิงตัดหน้าไปซะก่อน ปกติมีแต่พวกเฒ่าหัวงูแก่ไม่ก็พวกบ้าพลังจ้อไม่หยุดน่าตาก็อัปลักษณ์จนน่าสงสาร
นานๆจะมีชายหนุ่มรูปหล่อเดินเข้ามาจะให้คนอื่นชิงตัดหน้าไปได้ยังไง!

       “…เหล้าเหยือกหนึ่ง”

       ดวงตาสีแดงเงยหน้าไปบอกกับพนักงานสาวที่ยืนหน้าแดงเพราะความหล่ออันน่าตะลึงของคนตรงหน้า เขาแสยะยิ้มน้อยๆพอเป็นพิธีก่อนจะหันไปสนใจ ‘เป้าหมาย’ ของตัวเองที่ยังไม่รู้ชะตากรรมด้วยแววตานิ่งๆ ตอนนี้ในสมองของเค้าเต็มไปด้วยวิธีการต่างๆที่คนธรรมดาอย่าพวกนั้นไม่มีทางคิดขึ้นมาได้เพราะเขาจะไม่มีทางเข้าไปหาเหยื่อก่อน มีแต่เหยื่อเท่านั้นแหละที่โง่มาเป็นฝ่ายเข้าหาเขา :)

       เขาหยิบมีดสั้นเล่มเล็กๆมาเหน็บไว้ตรงฝ่ามือก่อนจะใช้อีกมือหนึ่งที่ว่างหยิบเหยือกเหล้าขึ้นมาดื่มอึกใหญ่เพื่อไม่ให้เป็นที่น่าสงสัย เสียงลมหายใจถูกพ่นออกมาดังฟู่ว เขาละเกลียดจริงๆกับการดื่มเหล้าเนี่ย…นอกจากจะยังทำให้เชื่องช้าแล้วยังทำให้ร่างกายของเขาเสื่อมถอยลงไปอีกด้วย ไม่ทันคิดจบเขาก็ยกเหยือกเหล้าดื่มอีกยกใหญ่จนหมดแล้ววางมันลงบนโต๊ะอย่างดัง

       ปึก!!

       เสียงแก้วที่กระทบกับโต๊ะไม้ดังพอสมควรจึงทำให้ก๊งเหล้าที่มีชายรุ่นราวเดียวกับเขานั่งดื่มกันกลุ่มใหญ่ถึงกับหันมามองดวงความหงุดหงิด

       แม้จะมีสายตาทิ่มแทงจากกลุ่มเป้าหมายมาแล้วแต่ร่างสูงก็ยังทำท่าไม่สนใจหันไปสั่งเหล้าอีกเหยือกใหญ่จนทำให้ชายร่างยักษ์ที่ดูเหมือนจะเป็นแกนนำของกลุ่มก๊งเหล้าใหญ่นั้นเดินมาหาเขาด้วยแววตาหาเรื่อง ร่างใหญ่อายุอาราวไม่น่าเกินยี่สิบเดินเข้ามากระชากคอเสื้อที่เขาเพิ่งไปขโมยมาจากราวตากผ้าจากห้องพักเมื่อเช้าจนตัวของเขาเซไปนิดหน่อย

       หึ…ตรงตามแผนแป๊ะ เห็นไหมว่า ‘เป้าหมาย’ เป็นฝ่ายเดินมาหาเรื่องเขาก่อนถึงที่โดยที่เค้าไม่จำเป็นต้องร้องโวยวายหรือทำอะไรให้ตัวเองดูแย่เลยสักนิดมีแต่คนโง่ฉลาดน้อยเท่านั้นแหละที่คิดจะไปหาเรื่องเหยื่อของตัวเอง

       “เฮ้ย! ไอ้น้องคิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหนว่ะ!?”

       เหอะ…พวกดีแต่ใช้กำลัง เพราะงี้แหละถึงง่ายต่อการกำจัด

       ร่างสูงของ ‘การ์เซีย’ เงยหน้ามองเป้าหมายด้วยแววตาขบขันเล็กน้อย เหอะ…ใหญ่มาจากไหนงั้นเหรอเป็นคำถามของพวกนักเลงกิ๊กก๊อกรึไง -__-?

       การ์เซียทำเป็นไม่สนใจก่อนจะลุกขึ้นยืนมองหน้าเป้าหมายของตัวเอง เหอะ…แค่จัดการนักเลงกิ๊กก๊อกถึงกับต้องจ้างเขาด้วยเงินจำนวนมากขนาดนั้นเลยเหรอ น่าสมเพชจริงๆ เสียเวลาลงมือชะมัด…ให้ตายเลือดของคนพวกนี้ยังเทียบค่าไม่ได้เท่ากับนกฮูกเมื่อเช้าเลยด้วยซ้ำ…พวกชั้นต่ำ!

      “มองหน้าหาเรื่องไงว่ะไอ้หน้าจืด!!”

      หลังที่เป้าหมายของเขาพูดจบก็กระชากคอเสื้อของคนตรงหน้าอย่างแรง ภายในร้านก็เกิดอาการเงียบสงัดราวป่าช้า รังสีอาคาดจากพนักงานสาวทั้งหมดเพ่งเล็งมาที่คนพูด สีหน้าอยากจะฆ่าให้ตายของเหล่าบรรดาสาวๆทำให้คนที่พูดแบบไม่ยั้งคิดถึงกับเหงื่อตก สอง…สี่…หก ฝ่าเท้าของสาวหกคนอาจจะมาประทับตราอยู่ที่ใบหน้าของเขาก็เป็นได้ถ้ายังไม่เลิกเอามือกระชากคอของไอ้หน้าหล่อตรงหน้า

       พรึบ!

       “เฮ้…เอามือของนายออกจากเสื้อของฉันซะจะดีกว่า”

       ร่างใหญ่ของคนตัวโตถึงกับเหลือกตาด้วยความตกใจ ตัวของมันลอยขึ้นเหนือพื้นเพียงแค่มือข้างเดียวที่บีบคอของมันอยู่ ร่างใหญ่ที่ลอยถึงกับหน้าซีดทันทีที่เห็นฝ่ามือข้างนั้น มันไม่ได้เป็นฝ่ามือว่างเปล่าแข็งแกร่งเหมือนคนทั่วไป

       …แต่มันมีคมมีดคมกริบจ่ออยู่ตรงลำคอของมัน ที่เพียงกดเข้าไปเล็กน้อยก็สามารถทำให้เส้นเลือดใหญ่ขาดออกจากกันได้ในเวลาเพียงชั่วอึดใจ!

       มือหนาค่อยๆปล่อยมือออกจากลำคอของคนตัวโตช้าๆอย่างอ่อยอิ่งจนคนที่ถูกบีบคออยู่นั้นถึงกับขนลุกซู่ เพียงแค่จังหวะผิดพลาดไปนิดเดียวไม่แน่คอของมันอาจจะหลุดออกจากบ่า     

       “หึ…คิดว่าฉันจะปล่อย ‘เหยื่อ’ ที่มาติดกับให้หนีรอดไปได้รึไง?”
 
       “!!!”

       มือที่คลายออกอยู่ๆก็บีบลงบนลำคออย่างแรงจนใบมีดที่เหน็บเอาไว้บนฝ่ามือทิ่มลงไปบนคอของร่างใหญ่อย่างจัง เลือดสีแดงสดพุ่งออกมาจากลำคอจนดูเหมือนน้ำพุสีเลือดดูน่ากลัว ร่างสูงโปร่งที่เปื้อนเลือดของร่างใหญ่ค่อยๆพยุงร่างของมันพาดบ่าท่ามกลางความตกใจของคนร้านที่ยังไม่หายตะลึงกับเหตุการณ์สยองนองเลือดตรงหน้า การ์เซียแบกร่างไร้วิญญาณของเป้าหมายก่อนจะเดินออกจากร้านโดยไม่สนใจสายตาหรืออะไรที่เข้ามาขัดขวางเขา เพียงแค่การ์เซียหันไปสบตาแล้วมองด้วยแววตานิ่ง คนพวกนั้นก็ต่างพากันทยอยหนีไปจนหมด

       …นี่ละนะวิถีการเอาชีวิตรอดของพวกสัตว์กินพืชอ่อนแอ หึ!

       “นะ…นายท่านคะ คือค่าละ เหล้า… เออ”

       หญิงสาวคนเดิมปรี่เข้ามาก่อนแทบจะหยุดนิ่งไปทันทีที่เห็นดวงตาสีแดงก่ำที่เคยงดงามราวกับภาพเขียนบัดนี้กลับมีสีแดงคล้ายเลือดที่หยดตามลำคอของคนบ่นบ่าไม่มีผิด ใบหน้าหล่อที่นิ่งไร้ความรู้สึกบวกกับความกดดันจำนวนมากที่แผ่ออกมาจากคนตรงหน้าทำให้หญิงสาวรู้สึกว่า

       คนๆนี้น่ากลัวเกินไป…

       “อ้อ…ค่าเหล้าสินะ”

       ร่างสูงที่พูดออดมาอย่างสบายๆทำให้หญิงสาวถึงกับงง การ์เซียควักเงินยื่นไปให้หญิงสาวก่อนจะส่งยิ้มนิ่งๆไปให้ หญิงสาวที่เกิดอาการเคลิ้มถึงกับยิ้มออกมาด้วย แต่เพียงแค่ไม่กี่วินาทีออกมาความรู้สึกเจ็บแปร๊บที่หน้าอกก็ทำให้เธอสะดุ้ง

      มีดปลายแหลมเสียบทะลุหัวใจของเธอโดยที่ยังไม่ทันได้ส่งเสียง ตากลมโตนั้นเหลือกขึ้นอย่างน่าสยองร่างบางค่อยๆล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมๆกับหยดเลือดที่เจ่อนอง เขาเหลือบตาสีแดงไปมองคนที่เหลือ

       คนเมากับพวกมั่วสุม…คนพวกนี้ฆ่าไปก็เสียดายเวลา อีกอย่างถ้าพูดอะไรไปก็คงไม่มีใครเชื่ออยู่แล้ว

      เขาเดินออกจากทางหลังร้านพร้อมทั้งแบกร่างใหญ่ไว้บนบ่า เขาค่อยๆวางร่างไร้วิญญาณนั้นลงที่จุดนัดพบในซอกเล็กๆที่ไม่ไกลจากร้านเหล้านัก ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นเดิมออกมาเขียนตอบแล้วโยนมันไว้ข้างๆลำตัวของชายผู้เป็นเป้าหมายก่อนจะนำมีดปักเข้าที่หัวใจของร่างนั้นอีกครั้งเพื่อเป็นการยืนยันภารกิจ

       ปึก!

       “เป็นผลงานที่ง่ายเกินไปจนน่าสงสัย…”

       การ์เซียเอ่ยออกมาเบาๆก่อนจะหันหลังกลับไปอีกทาง เขาเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นนิดหน่อยเพื่อให้ไกลจากที่ตรงนั้นแล้วหลบตัวอยู่มุมเสาไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่ๆวางร่างไร้วิญญาณของเป้าหมายเพราะเสียงบางอย่างที่ดังมาจากทางด้านหน้า

       ตึกๆๆ

       เสียงฝีเท้าของคนจำนวนหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็ว ก่อนจะหยุดดูร่างโชกเลือดด้วยความหัวเสีย

       นี่มันไม่ได้อยู่ในข้อตกลง…

       “บ้าเอ๊ย! นายทำเกินใบสั่งอีกแล้วนะ!”

       ชายร่างสูงสมส่วนที่สวมชุดสีดำคล้ายองค์รักษ์จำนวนไม่ต่ำกว่าห้าคนเพียงแต่ในนั้นมีหนึ่งคนที่สวมผ้าคลุมสีขาวดูเหมือนจะยศสูงกว่ายืนล้อมรอบร่างโชกเลือดของชายร่างยักษ์โชคร้ายที่ตกเป็นเป้าหมายโดยไม่รู้ตัว คำสั่งจากเบื้องบนที่หมายหัวนักฆ่าสังหารไร้เงาทำให้พวกเขาต้องส่งหมายสั่งปลอมๆไปให้กับมัน ทั้งๆที่คิดว่าจะจับได้แต่กลับจับได้แต่ร่างไร้ชีวิตของคนๆหนึ่งเพียงเท่านั้นในใบสั่งบอกให้ ‘จับเป็น’ สงสัยคำสั่งนี้จะยากเกินไปสำหรับนักฆ่าอย่างหมอนั้น!

       “ฉันรู้ว่านายอยู่แถวนี้ออกมาซะดีๆ การ์เซียพวกเราเบื่อที่จะเล่นซ่อนหากับนายแล้ว!”

       การพูดที่ดูเหมือน ‘คุ้นเคย’ กันมาก่อนทำให้การ์เซียที่แอบดูอยู่หลังเสาหัวเราะหึๆแล้วเดินออกมาด้วยท่าทีสบายๆ

       “ว้า…รู้ง่ายๆแบบนี้ก็ไม่สนุกเลยนะสิ”

       การ์เซียแสยะยิ้มเย็นก่อนจะเดินไปหา ‘เพื่อนเก่าเพื่อนแก่’ ที่ยืนหน้าทะมึน หึๆคนพวกนี้ไม่รู้จักศิลปะในการฆ่ารึไง ทำหน้าบึ้งกันอยู่ได้?

       “การ์เซีย! นาย…ไอ้บ้าสมองดับ! นายกล้าดียังไงถึงมาฆ่าเป้าหมายที่ฉันต้องจับส่งพระราชานะห่ะ!”

       “เหอะ…ถ้าตาแก่นั้นอยากจับเป็น ก็คงไม่สั่งงานนี้ให้ฉันทำหรอก”

       “การ์เซีย! นายไม่มีสิทธิมาเรียกพระราชาอย่างนั้นนะเว้ย! -___-^”

      “ก็ที่ตาแก่นั้นยังเรียกฉันว่า ‘ลูกชาย’ ตามใจตัวเองได้เลยแล้วทำไมฉันจะเรียก ‘ตาแก่’ ตามใจตัวเองบ้างไม่ได้ละ”

       การ์เซียพูดก่อนจะยิ้มน่ากลัวอีกครั้งเมื่อนึกถึงหน้าของลุงแก่ๆที่นั่งบนบัลลังก์สีทองด้วยท่าทีโอ่งอาจใบหน้าที่ละม้ายคล้ายกับเขาทำเอาแทบไม่อยากจะพูดถึง เหอะ…วันๆตาแก่นั้นก็เรียกแต่ ‘วันนี้เจ้าลูกชายคนเล็กของเราไปฆ่าใครเข้าอีกละ?’ ทำเหมือนเรื่องที่เขาทำมันเหมือนของเล่นฆ่าเวลาอย่างนั้นแหละ

       เขาเป็น ‘นักฆ่า’ ถึงจะมีประกาศจับแต่ก็ไม่มีใครจับได้! จะจับได้ยังไงในเมื่อ ‘ผู้เป็นพ่อ’ เป็นถึงพระราชาแห่งเมืองไซท์เอลฟาห์ ขืนลูกชายถูกจับประชาชนก็ไม่นับถือนะเซ่ แถมพี่ชายยังเป็นถึงเจ้าชายรัชทายาทหมายเลขหนึ่งที่วันๆเอาแต่ส่งยิ้ม ทำหน้าตาใจดี ผิดกับเค้าที่โลกไม่มีใครรู้ว่านักฆ่าระดับมือสังหารไร้เงามีศักดิ์เป็น ‘เจ้าชายหมายเลขสอง’

       “เฮ้อ…ฉันไม่น่ามีเพื่อนอยากแกเลยวะ”

       “เอาน่ามีเพื่อนอยากฉันนะดีออกนะคิวซ์ อยากน้อยฉันก็รู้ว่านายคงไม่อยากมีเพื่อนอยากไอ้บ้ากีอัสหรอก”

       ‘คิวซ์’ ชายหนุ่มผมสีดำ ตาสีน้ำตาลเข้มสวมชุดสีดำผ้าคลุมสีขาวที่หน้าอกมีตรามากมายประดับอยู่หมายถึงยศและอำนาจต่างๆเรียกให้ถูกก็คือผู้ชายคนนี้มียศถึง ‘หัวหน้าองค์รักษ์’ที่คอยติดตามดูทุกพฤติกรรมของเขาแถมยังพ่วงด้วยคำว่า ‘เพื่อน’ที่ไม่มีใครได้เกียรตินี้เลยสักคนนอกจากคิวซ์ พวกเค้ารู้จักกันตั้งแต่ห้าขวบตอนที่การ์เซียต้องเลือกองค์รักษ์เป็นของตัวเอง พวกเขาเติบโตมาด้วยกันฝึกฝนทุกอย่างเท่าๆกันแต่การ์เซียจะเป็นผู้นำเสมอไม่ว่าจะด้านพละกำลังและการวางแผนที่เข้าขันเทพจนน่ากลัว

       “เฮ้! นั้นมันพี่ชายนายนะ”

       ‘กีอัส’ เจ้าชายหมายเลขหนึ่งที่เป็นพี่ชายแท้ๆของการ์เซีย หน้าตาที่เหมือนกันจนน่าตกใจของทั้งคู่ทำให้ผู้เป็นพ่อถึงกับแปลกใจ ผมสีเงินและดวงตาสีแดงที่ประดับบนใบหน้าของการ์เซียและกีอัสเป็นความเหมือนที่แตกต่าง เจ้าชายกีอัสเป็นผู้อ่อนหวาน และใจดีผิดกับการ์เซียที่นิ่งและดุดันเป็นฝาแฝดที่แตกต่าง

       “หืม…งั้นเหรอคนเดินดินสกปรกที่ตามเนื้อตัวมีแต่บาดแผลเปื้อนเลือดแถมยังสวมเสื้อผ้าเก่าๆขาดๆอย่างนี้มีพี่ชายที่เป็นถึง ‘ว่าที่พระราชา’ ด้วยงั้นเหรอ…น่าดีใจจัง”

       คำพูดกวนจากปากคนตรงหน้าทำเอาคิวซ์ถึงกับหน้าบึ้ง เจ้าบ้าที่เอาแต่ก่อเรื่องวุ่นวายอย่างนี้ทำไมถึงมีศักดิ์เป็นถึงเจ้าชายกันนะ! ช่างเป็นเรื่องตลกร้ายเหลือเกิน!!

      “ฉันไม่ได้มาเพื่อฟังนายพูดจาบ้าบอนี่หรอกนะ นี่เป็นจดหมายของพระราชาเพื่อขอให้นายช่วย…เป็นครั้งแรก”

       คิวซ์รับจดหมายสีขาวที่ถูกม้วนเอาไว้แล้วผูกด้วยเชือกสีแดง ที่ด้านหน้ามีตราประทับของราชวังเอาไว้จากลูกน้องข้างๆ ก่อนจะยื่นมันให้กับการ์เซียที่ยืนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ตรงหน้า

       “หืม ขอให้ช่วยเป็นคั้งแรก? แล้วไอ้จดหมายอีกเป็นร้อยที่ส่งมาไม้เว้นวันนั้นไม่ได้ขอให้ฉันช่วยรึไง”

       การ์เซียหน้าตึง เหอะ! ตาแก่ที่ใช้งานลูกตัวเองจนแทบจะเป็นขี้ข้าอย่างนั้นมีอะไรให้เขาทำอีก แต่ละงานที่ให้ทำถ้าไม่ใช่ฆ่าคนก็ลอบสังหารผู้ที่ทำผิด คิดว่าเขาเป็นนักฆ่าคุณธรรมรึไง!’

       การ์เซียแกะเชือกออกอย่างแรงจนกระดาษแทบขาด คิวซ์ตาโตก่อนจะกระชากจดหมายออกจากมือของการ์เซียแล้วจัดการแกะอย่างระมัดระวังแล้วยื่นให้กับเขา

       “เจ้าบ้า! ถ้าเนื้อหาในกระดาษขาดหายไปฉันต้องเดินทางอีกเท่าไหร่ถึงจะกลับไปนำจดหมายฉบับใหม่มา! แล้วนายคิดว่าการตามหานายมันง่ายนักรึไงหะ ไอ้นักฆ่าไร้เงา!?”

       คิวซ์ทำหน้าบึ้ง ก็แหงละไอ้บ้านี้กว่าจะหาตัวเจอเขาก็ต้องออกตามหามาเกือบเดือน! นี่ถ้าจดหมายสำคัญขาดไปมีหวังต้องกลับไปนำมาให้ใหม่กว่าจะรู้ข่าวกับว่าในจดหมายมีอะไรก็คงล่อไปเกือบปี!

      การ์เซียยักไหล่ก่อนจะอ่านจดหมายในมือ ดวงตาเรียวคมสีแดงไล่อ่านทีละบรรทัดด้วยความเบื่อหน่าย คิวซ์ยิ้มเล็กน้อยในใจ หึ…พออ่านจบความเบื่อหน่ายของนายก็จะหายไปเลยละ

       การ์เซียอ่านไปเรื่อยๆ ดวงตาคมก็เคร่งเครียดลงไปถนัดตา…นี้มันจดหมายบ้าอะไรว่ะ!?

       “ทำไมฉันต้องไปเป็นตัวแทนให้ไอ้กีอัสด้วย!”

       การ์เซียถึงกับหน้าบึ้ง เนื้อความในจดหมายที่ตาแก่เขียนไม่แตกต่างจากการเล่นเป็น ‘กระจกเงา’ ของหมอนั้น

        “เอาเถอะน่า…ถ้านายเป็นของตอบแทนครั้งนี้ฉันเชื่อว่านายจะต้องตอบตกลงรับคำขอร้องอย่างแน่นอน”

       “เหอะ…แต่ถ้าเป็นให้กลับไปรับตำแหน่งละก็ ขอเซย์กู้ดบายเลยก็แล้วกัน ฉันหนีมันมาแล้วตั้งแต่สิบสามนี่ก็ผ่านมาเกือบหกปีแล้วอย่าคิดว่าฉันจะใช้ชีวิตแบบเจ้าชายเหมือนเดิมได้ ไม่มีทาง…ฉันมีความสุขดีกับการฆ่าและทำลาย”

       การ์เซียรีบปฏิเสธ แน่ละสิเขาหนีไอ้ตำแหน่งหน้าเบื่อนี่มาตั้งกี่ปีอยู่ๆจะให้กลับไปเรื่องอะไรเขาจะทำเล่า!

       “ใครว่าเป็นนายที่รับตำแหน่ง? ท่านเจ้าชายกีอัสต่างหากเพียงแต่วันรับปฏิญาณนายต้องเข้ารับแทนพระองค์ก็เพียงเท่านั้น”

       “แล้วทำไมฉันต้องทำด้วยเล่า!”

       ใช่! ทำไมต้องทำ การให้เปลี่ยนตัวไปรับตำแหน่งแทนเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับเขามาก แม้จะแค่ไปยืนเฉยๆก็เหอะแต่ถ้าตาแก่นั้นนึกคึกจับเขาไปเป็นพระราชาเองจริงๆละ! ความหายนะในชีวิตเขาก็เข้าขั้นไคลแมกซ์เลยนะสิ!!

       “นายไม่เข้าใจความหมายในนั้นรึไง ‘ความปลอดภัย’ ของพระราชาองค์ใหม่เป็นสิ่งสำคัญนายคิดว่าจะไม่มีใครคิดจะลอบปลงพระชนม์ท่านกีอัสเลยรึ?”

       “แล้วจะมีองค์รักษ์หน้าขรึมไว้ทำอะไรกันเล่า! นั่งตีหน้านิ่งอย่างเดียวรึไง”

       องค์รักษ์หน้าขรึมทั้งหกคนถึงกับชักสีหน้าพร้อมกัน หึ้ย! ทำไมหมอนี่ถึงคุยยากคุยเย็นอย่างนี้นะ

       “นายคิดว่าองค์รักษ์จะติดตามพระองค์ไปได้ทุกทีรึไง อย่างน้อยถ้าพวกที่คิดลอบปลงพระชนม์คิดว่าพระราชาองค์ใหม่เป็นผู้ชายที่โหดและดุร้ายน่าจะดีกว่าพระราที่ใจดีและเอาแต่ยิ้มให้คนอื่นทั้งวัน”

       “งั้นก็ใช้คนอื่นแทนสิ”     
    
       “นายคิดว่าคนบนโลกจะมีหน้าเหมือนกันหมดรึไงว่ะ!”

      “เหอะ!”

       คิวซ์เริ่มเบื่อ เค้านึกถึงแต่ก่อนที่ชายตรงหน้าเป็นคนเอาแต่ใจแต่ไม่คิดว่าพอโตขึ้นจะกลายเป็นไอ้บ้าหัวแข็งที่ไม่ฟังใครเลย!

       “นายได้ฟัง ‘ของตอบแทน’ รึยังละ?”

       “ใช่…ของตอบแทนที่จะทำให้นายตอบรับข้อตกลงอย่างง่ายดายยังไงละ”



 
กฎข้อที่สองของการเป็นนักฆ่า :
อย่าเสียเวลาไปกับพวกไร้ค่า และอย่าสงสารแม้จะเป็นสัตว์กินพืชที่อ่อนแอ! เพราะความใจอ่อนเป็นจุดหมายของ 'ความตาย'

 
 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
สนุกมากกกก 
จากคุณ hapless/(hapless) อัพเดตเมื่อ 07/12/2554 21:13:42
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 292 ท่าน