Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
Antidepressant อุบัติรักนายจอมโหด
Triple N
Ep02 ::You so kindheartedness
2
03/12/2554 19:16:46
616
เนื้อเรื่อง
                 ฉันเองก็ยังไม่กล้าเดินเข้าบ้าน ได้แต่เดินไปบ้านข้างๆที่ถัดไปสองหลังเพื่อซื้อของประจำให้กับน้าและสุดท้ายฉันก็ต้องเดินกลับมาที่บ้าน ก่อนผลักประตูเข้าไปฉันสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆก่อนจะนำเบียร์สองกระป๋องวางไว้ที่โต๊ะด้านหน้าของหน้า พร้อมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เมื่อฟังจบน้าก็ทำตาโต

 
“ว่าไงนะ ไอ้เสี่ยอ้วนนั่นมันจะปล้ำแกหรอ”ฉันพยักหน้าอธิบายให้น้าฟังถึงเรื่องที่ฉันกลับดึก จริงๆแล้วน้าก็ไม่ได้ห่วงอะไรฉันนักหรอกแต่ด้วยแอลกอฮอล์ไปกระตุ้นต่อมอยากรู้เข้าเท่านั้นแหละ

“แล้วแกได้กับมันหรือเปล่า”น้ายังซักฉันต่อ คราวนี้ฉันส่ายหน้าให้ อยู่ดีๆน้าก็ลุกขึ้นตบโต๊ะเสียงดัง

“แกมันโง่ ทำไมไม่ยอมๆมันไป จะได้สบายกันซักทีห๊ะนังฟราย” ฉันก้มหน้ารับคำด่าของหน้า อดทนไว้ฟรายเดย์อดทน “พรุ่งนี้แกกลับไปเลยนะ ยอมๆมันไป เชื่อฉันสิ”

“เดย์ถูกเสี่ยไล่ออกแล้วค่ะ” ฉันบอกน้าเสียงหงอยๆ

“แกว่าไงนะ งั้นต่อไปฉันจะเอาเงินที่ไหนกิน ไหนจะหนี้ที่พ่อแกสร้างเอาไว้อีก ลำพังเงินคนใช้บ้านอีคุณนายโฉมมันไม่พอหรอกนะ ฉันมันโง่เองที่หลงมาแต่งงานกับพ่อแก แล้วดูซิ นอกจากหนี้แล้วมันยังทิ้งแกไว้ให้ฉันเลี้ยงอีก ฉันจะบ้า” ฉันเงยหน้ามองหน้าด้วยน้ำตาที่ไหลไม่หยุด น้าเดินเข้าห้องนอนไปแล้ว

                ฉันฟรายเดย์ เด็กที่เกิดมาพร้อมหนี้สินและไม่เคยถูกรักอย่างจริงจัง พ่อคิดว่าแม่ตายเพราะฉัน และที่ฉันยังอดทน เป็นเพราะหลังจากแม่เสียพ่อก็รับน้าอรเข้ามาเป็นแม่เลี้ยงฉัน หลังจากนั้นไม่นานพ่อก็เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ฉันจึงเหลือน้าอรเพียงคนเดียว ต่อให้น้าด่าฉันยังไง น้าก็เคยเลี้ยงดูฉันจนโตมาขนาดนี้ บุญคุณนี้ฉันคงลืมไม่ลง


 

                 เช้าแล้ววันนี้เป็นวันเปิดลงทะเบียนเรียนเทอมต่อไป เพราะฉะนั้นฉันที่พึ่งตกงานคงต้องดรอปหาเงินซักพัก ฉันตรงไปที่ร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัย เมื่อวานซืนฉันเห็นเขาปิดประกาศรับพนักงานเสิร์ฟไว้

                ตอนนี้ฉันสมัครงานไว้มากมายพอที่สิ้นเดือนนักทวงหนี้มหาโหดจะไม่รุมกระทืบฉันกับน้า แต่ต้องแลกมาด้วยเหงื่อท่วมตัวอย่างฉัน ด้วยสิ่งที่ฉันเป็นทำให้ฉันแทบจะไม่มีเพื่อน หรือจริงๆแล้วฉันไม่มีเลยต่างหาก เรียนฉันก็ไม่ค่อยได้ไปเพราะต้องไปรับจ๊อบเสริมงานต่างๆ ชีวิตฉันดูแย่จังนะว่ามั้ย

                ที่ร้านนี้รายได้ดีจากนักศึกษารวยๆที่เวลาว่างจะออกมานั่งจิบกาแฟรอเรียน หรือมาจับกลุ่มนั่งคุยกัน สถานที่ที่ฉันไม่เคยแม้แต่จะย่างกรายเข้ามาสัมผัสบรรยากาศ

“มอนท์เมื่อวานเย็นแกหายไปไหนมาวะ” เสียงของกลุ่มผู้ชายที่เข้ามาใหม่ดังขึ้น ฉันรีบเดินเข้าไปที่เคาท์เตอร์เพื่อหยิบเมนูไปให้พวกเขา แต่คริสเพื่อนร่วมงานอีกคนขอไปรับออเดอร์แทน ฉันเลยต้องไปเช็ดโต๊ะของกลุ่มที่เพิ่งลุกไป

“เฮ้ย อย่าทำหน้าดุใส่ฉันสิ”เสียงของผู้ชายอีกคนดังขึ้น เสียงเขาสดใสจนฉันอดหันไปมองไม่ได้
                     เขามากันห้าคน แต่ละคนหน้าตาเหมือนหลุดมาจากแมกกาซีนยังไงยังงั้น คนที่ผมสีอ่อนสุดที่นั่งหันหน้ามาทางฉันพอดีหน้าเขาสดใสรับกับสีอ่อนๆของผมของเขาเป็นอย่างดี คนถัดมาอีกสองคนหน้าตาเหมือนกันเหมือนลอกพิมพ์ออกมาแต่คนหนึ่งหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆต่างจากอีกคนที่กำลังยิ้มน้อยๆกับท่าทางของเพื่อนๆ และถัดมาเป็นหนุ่มผมน้ำตาลอมม่วงหน้าตาเจ้าเล่ห์มากอย่างรู้สึกได้ แต่อีกคนหนึ่งเขาหันหลังให้ฉัน ฉันเลยไม่รู้ว่าเขาหน้าตาเป็นยังไงแต่ฉันคุ้นหลังของเขามากๆ เหมือนเคยเห็นเขามาก่อน  พอฉันจะเดินเข้าไปดูกลับมีคนอีกกลุ่มเข้ามาจนฉันลืมสนใจคนกลุ่มนั้นไป


“ฟรายเดย์ พี่ฝากเอาแก้วโต๊ะสามเก็บหน่อยจ้า พี่ต้องไปรับออเดอร์โต๊ะแปดก่อน” ฉันพยักหน้ายิ้มๆแทนคำตอบไป

“ไปกันเหอะ ใกล้จะได้เวลาแล้ว”

“ไปเข้าห้องน้ำก่อน เดี๋ยวมา”

“ไวๆนะจ๊ะมอนท์จ๋า”เสียงทะเล้นๆเหมือนเดิมที่ดังเข้าหูฉันอีกครั้ง ตามมาด้วยเสียงดุๆที่คุ้นหูอีกด้วย

“เดี๋ยวจะโดนฆ่าไม่รู้ตัว”

                เสียงดุๆที่ว่านั้นลุกขึ้นมาเห็นหน้าฉันที่กำลังถือแก้วเต็มถามก็ผงะออกไปเล็กน้อย

“เธอ” เขาก้มมองของที่ฉันถือ ไล่ขึ้นมองจนถึงหน้าของฉันที่ยิ้มแหยๆให้เขาไป

“ฉันเจอเธอ วันนี้ชีวิตคงต้องซวยอีกแน่ๆ ให้ตาย”

                ฉันหัวเราะฝืดๆก่อนจะหลบทางให้เขาไปเข้าห้องน้ำ  ก่อนจะมองดูนาฬิกา ตอนนี้ใกล้จะหกโมงเย็นแล้วฉันต้องไปเปลี่ยนกะเย็นที่ห้างข้างหน้า เมื่อฉันเก็บถ้วยเสร็จก็รีบบอกลาเจ้าของร้าน และวิ่งไปที่ห้างข้างหน้าทันที วันนี้วันแรกจะสายไม่ได้นะฟรายเดย์

                ฉันวิ่งมาถึงห้างM ด้วยเวลาสิบสองนาที อีกสามนาทีจะถึงเวลางาน ฉันรีบเปลี่ยนยูนิฟอร์มแล้วไปหาหัวหน้าพนักงานทำความสะอาดเพื่อฟังรายละเอียดการทำงาน จะได้ไม่ต้องมาชดใช้ค่าเสียหายเวลาทำของของห้างพัง

                ที่ห้าง กะเย็นที่ฉันทำอยู่คือหกโมงเย็นถึงห้าทุ่มของจันทร์ถึงศุกร์ ทำทั้งหมดห้าชั่วโมง ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ฉันทำกะเช้าหกชั่วโมง แค่คิดว่าฉันต้องวิ่งจากร้านกาแฟมาที่ห้างนี่ทุกวันก็อยากหมดแรงซะดื้อๆ และที่สำคัญวันนี้ฉันต้องทำความสะอาดห้องน้ำชาย แค่คิดหน้าฉันก็ร้อนแล้ว แต่เพื่อเงินนะฟรายเดย์ เงิน!!และเมื่อห้างประกาศกำลังจะปิดในเวลาสี่ทุ่มนั้น ก็ปรากฏชายหนุ่มหน้าตาคุ้นเคยอีกครั้ง ฉันที่กำลังถืออุปกรณ์ทำความสะอาดพร้อมชุด กับเขาที่กำลังเงยหน้าจากอ่างล้างมือ เห็นฉันจากเงาสะท้อนกระจกเขาถึงกับผงะถอยติดกับกระจก

“นี่เธอ !!” เขายกมือสั่นๆขึ้นชี้หน้าฉันด้วยแววตาไม่เป็นมิตร ก่อนจะพูดต่อที่ทำฉันอึ้งไปหลายตลบ“เธอสะกดรอยตามฉันทำไมเนี่ย”

“บ้าหรอ ฉันมาทำงานเห็นมั้ยเนี่ย เนี่ย เนี่ย” พอฉันตั้งสติได้ฉันก็ยื่นทั้งไม้กวาด ไม้ม็อบ แล้วก็ผ้าเช็ดอ่างให้เขาดู

“เฮ้ย สกปรก” เขาปัดของตรงหน้าทิ้ง ฉันเองที่แขนก็ล้าไปหมดแล้วเลยปล่อยให้มันตกพื้นไป

“ขอบคุณที่ปัดมันทิ้งนะ มันหนักน่าดูเลย”ฉันพูดจบก็นั่งยองๆกับพื้นห้องน้ำ ไม่คงไม่แคร์มันแล้ว สภาพแย่กว่านี้เขาก็เคยเห็นมันแล้วนี่นา แล้วนี่ก็ใกล้ห้างปิดแล้วด้วยไม่ค่อยมีคนขอแอบพักหน่อยแล้วกัน

“ทำบ้าอะไรนักหนา” ฉันเงยหน้ามองเขาแล้วจิกตาใส่ทันที

“ใช่สิ ถ้าฉันเกิดมารวยเหมือนนายฉันก็ไม่มาทำหรอก เฮอะ”

“อะไรของเธอ ยัยเพี้ยน”

“นี่เงินหมื่นของนายน่ะ” ฉันโพล่งออกไปเมื่อความเงียบเริ่มก่อตัวขึ้น “ฉันขอใช้หนี้ที่ฉันมีอยู่ก่อนนะ แล้วจะคืนให้ อาจจะนานหน่อยแต่ฉันไม่เคยโกงใครนะ”

“ฉันจะรู้ได้ยังไง ว่าเธอจะไม่เบี้ยว”

“ฉันก็ทำอยู่แค่นี้แหละห้าง ร้านกาแฟ บ้านคุณนาย อ่อตอนเช้าฉันรับจ้างส่งหนังสือพิมพ์ด้วย ถ้ากลัวหาไม่เจอก็บ้านฉันไง นายก็รู้จัก”

“นั่นมันรูหนู”เขาสวยฉันกลับทันทีที่ฉันพูดถึงบ้าน

“เออ มันจะเป็นอะไรก็ช่าง แต่ฉันไม่เบี้ยวนายแน่ๆ ฉันสัญญา”ฉันมองหน้าเขาด้วยแววตามั่นคงเขามองตอบกลับมาเงียบๆก่อนจะถามคำถามที่ทำให้ฉันรู้สึกหมดแรงไปอีกครั้ง

“แล้วเธอไม่เรียนหรอ ดูเหมือนเธอก็ยังอายุไม่เท่าไหร่”

“ปีสาม มหาลัยU แต่ตอนนี้เงินไม่พอเลยดรอปไว้ก่อนน่ะ” ฉันพูดเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร จริงๆแล้วถ้าฉันยังทำงานที่บริษัททัวร์ฉันก็คงมีเงินพอที่จะจ่ายค่า
เทอมและมั่นคงพอที่จะจ่ายหนี้ด้วย แต่ตอนนี้สถานการณ์มันพลิกผันคงต้องทำใจ

“ฟรายยยยยยยยยเดย์ เธอขัดอะไรอยู่ ออกมาได้แล้ว ห้างเขาจะปิดแล้วนะ” เสียงป้ามหาโหดดังจากข้างนอกทำเอาทั้งฉันและเขาสะดุ้ง ฉันหัวเราะแก้เก้อหน่อยๆ

“ค่า” ฉันตอบเสียงยานกลับไป ก่อนจะโบกมือลาผู้ชายตรงหน้า ก่อนจะวิ่งเก็บของที่กระจายอยู่วิ่งออกไป

                ห้าทุ่มแล้วฉันรับเงินและเดินตัวอ่อนออกมาจากทางข้างหลังห้างมีพนักงานเดินออกมาพร้อมกันหลายคนไปรอรถเมล์ที่ท่า แต่ด้วยความที่ต้องประหยัดฉันจึงเลือกเดินกลับ ประมาณจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเดินแล้วน่าจะประมาณครึ่งชั่วโมงได้ล่ะมั้งกว่าจะถึงบ้าน ฉันเดินออกไปเรื่อยๆเมื่อเลยป้ายรถเมล์มาแล้วคนที่เดินมาทางเดียวกันก็น้อยลง อยู่ดีๆรถที่คุ้นๆตาก็จอดขนาบเข้าข้างทางพร้อมไขกระจกด้านข้างคนขับลง

“ขึ้นมา ตรงนี้ขาวแดง จอดนานเดี๋ยวโดนจับ”

                ขออีกวันแล้วกันนะที่ฉันจะไม่ต้องเดินกลับ

                วันนี้ฉันขอให้เขาจอดหน้าบ้านคุณนายโฉม ซึ่งเขาก็ยอมแต่โดยดี เขาคงรู้แล้วว่าไม่ควรไปส่งฉันที่หน้าบ้านจริงๆ

“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากๆเลย ตั้งแต่เจอคุณฉันว่าชีวิตฉันมันก็มีเรื่องโชคดีอยู่บ้าง คุณใจดีมากๆเลย”ฉันพูดและพยายามปลดที่คาดนิรภัยแต่วันนี้มันกลับติดกดดึงไม่ออก

“งั้นหรอ”อยู่ดีๆเขาก็พูดเสียงเศร้าๆขึ้นมา “แต่ใครๆก็ว่าฉันน่ากลัวออก ยังแปลกใจอยู่ว่าทำไมเธอไม่กลัวฉัน”

                พอเขาพูดจบฉันหันไปสบตาของเขานิ่งๆ ใช่ ถ้าวันนั้นเขาไม่ช่วยฉันไว้ ไม่มาส่งที่บ้าน ไม่ไปคุยเป็นเพื่อนในห้องน้ำ และยังมาส่งฉันอีกรอบ ฉันคงจะกลัวตาดุๆของเขานั่นแหละ แต่ทุกอย่างที่ฉันได้รับจากเขามันคือสิ่งที่ฉันไม่เคยได้รับจากใคร ดังนั้นฉันเลยรู้สึกขอบคุณเขามากมากมาก และไม่รู้จริงๆว่าต้องตอบแทนเขายังไงในเมื่อเขาก็มีทุกสิ่งอยู่แล้ว

“ลงไปเถอะ แล้วคราวหน้านั่งรถเมล์ก็ดีนะ เงินแปดบาทอาจทำให้เธอปลอดภัยขึ้นอีกล้านเท่า เธอก็น่าจะรู้ดี” เขาปัดมือฉันออกแล้วช่วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้

“ฉันชื่อฟรายเดย์นะ คุณล่ะ”ก่อนลงฉันตัดสินใจถามชื่อเขาไป ใจจริงก็กลัวว่าเขาจะมองว่าฉันอ่อยเขาอย่างในละครหรือเปล่า แต่เขาตอบมาสั้นๆห้วนๆที่ทำให้ใจฉันพองโตขึ้นไปอีก

“มอนท์”

“ขอบคุณที่เสียสละเวลามาส่งนะคะ คุณมอนท์” ^________^

                อยู่ดีๆก็รู้สึกมีความสุขจัง
 


                วันนี้เป็นวันเสาร์แรกที่ฉันไม่ได้ไปที่บริษัททัวร์เพื่อจองตั๋วหรือนับเอกสารให้ลูกค้าเหมือนเดิม แต่ต้องมาคอยวิ่งอยู่ในคลับ ก็คล้ายๆกับผับนั่นแหละแต่มันดูดีกว่าแล้วก็เงินเดือนดีกว่า จริงๆแล้วฉันก็ไม่ค่อยชอบงานที่นี่นะ เพราะฉันแพ้ควันบุหรี่น่ะ แต่ถ้าทำที่นี่แค่อาทิตย์ละสองวันเท่ากับส่งหนังสือพิมพ์สามเดือนเชียวนะ แล้วที่นี่ก็ดูจะมีแต่ไฮโซมาเที่ยว ไม่น่าจะมีเรื่องอย่างว่าหรอกนะ

                ที่ฉันทำก็แค่รับออเดอร์ เสริฟ แล้วก็รินเครื่องดื่ม ฉันทำไปได้ถึงสี่ทุ่มก็มีดนตรีสดขึ้นเล่น พอฉันหันไปมองบนเวที ไม่รู้จะเรียกว่าดลกกลม พรหมลิขิตหรือความซวยกำลังครอบงำเขาอยู่ ฉันเห็นมอนท์บนเวทีแหละ ฉันโบกมือให้เขาทั้งๆที่อีกมือยังถือแก้วเบียร์ของโต๊ะนี้อยู่ก็ตาม ก่อนฉันหันลงมารินเครื่องดื่ม ฉันเห็นเขาทำหน้าขมวดคิ้วอีกแล้วล่ะ เวลาเขาทำแบบนี้ทีไรเขาดูดุทุกทีเลย และหลายๆครั้งที่เขายังเล่นอยู่บนเวที เมื่อฉันเดินผ่านฉันจะมองไปที่เขาซึ่งส่วนมากเขาก็เห็นฉันด้วย

                ผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ที่เขาเปลี่ยนวงอื่นมาเล่นแล้ว ฉันเลยตั้งหน้าตั้งตาให้ถึงตี 1 เร็วๆ งานฉันสิ้นสุดแค่เวลานั้นแต่ก็ดี เพราะถ้าเลิกตี2 พร้อมพวกผับ ฉันคงต้องเดินสวนกับพวกเด็กแว๊นแน่ๆ

                อีกครั้งที่ฉันเดินผ่านบาเทนเดอร์ที่เขาส่งยิ้มให้ ฉันเลยส่งยิ้มกลับไปพร้อมกับนิ่วหน้าเพราะแรงบีบและลากที่ต้นแขน ฉันรีบสะบัดแขนแต่คนจับก็แรงเยอะมาก เขาลากฉันมาที่ห้องแต่งตัวห้องหนึ่ง ทั้งหมดคือคนที่ฉันเจอที่ร้านหมดเลยนี่นา


“หยุด ไม่ว่าแกจะพูดอะไรก็ตามไอ ฉันอารมณ์ไม่ดี”พอเขาลากฉันเข้ามาในห้อง คนที่ทำผมสว่างๆกำลังจะอ้าปากพูดอะไรซักอย่างแต่มอนท์สะบัดผ้าที่อยู่ใกล้ๆมือไปหาคนนั้นพร้อมตวาดลั่น ทั้งห้องเลยอยู่ในความเงียบและหันมองฉันกับเขาสลับกันไปมา


                ตอนนี้ฉันรู้แล้วล่ะว่าเขาน่ากลัวยังไง

------
อาจจะมีคำผิดไปบ้างอย่าถือโทษโกรธกันเลย

ไม่รู้ว่ายาวไปหรือเปล่า ยังไงช่วยกันติชมเรื่องนี้กันด้วยนะคะ :)

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณชมพู่มากค่ะที่ช่วยติชมมา
แก้ไขแล้วน๊าา ติดตามนิยายเราต่อไปด้วยนะคะ ^^
จากคุณ nanghnoo/(nanghnoo) อัพเดตเมื่อ 03/12/2554 19:21:02
ความคิดเห็นที่ 2
สนุกมากๆ เลยค่ะ พระเอกนี่น่ากลัวเนอะ -..- แต่เราว่าตัวหนังสือมันเล็กไปหน่อยอ่ะขอใหญ่กว่านี้ได้ไหมคะจะได้อ่านถนัดตาหน่อย แล้วมาอัพใหม่เร็วๆ นะเรารออ่านอยู่ (ถ้าว่างๆ ก็ไปอ่านของเราบ้างนะคะ ^^)
จากคุณ ireneadler/(ireneadler) อัพเดตเมื่อ 03/12/2554 09:41:33
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 304 ท่าน