Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ก๊วนป่วนโรงเรียนแปลก
Morinne
ตอนที่ 6 อะไรคือความจริงกันแน่!
7
02/12/2554 17:43:38
460
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 6อะไรคือความจริงกันแน่!
                นัตสึกิมองดูตู้แดงของเธอด้วยสายตาประหลาดใจ... 
                ไม่ใช่ว่ามันว่างเปล่าอะไรหรอก...  เพียงแต่มันมีเยอะจนอัดกันเต็มตู้แถมล้นออกมาอีกต่างหาก  และที่ไม่เข้าใจมากที่สุดก็คือ...
                ทำไมมันถึงได้มีแต่จดหมายรัก!
                ‘ถึงฟูจิมิยะคุง  ฉันชื่อxxxจัง อยู่ปีสองห้องหนึ่ง  แอบชอบเธอมานานแล้ว....’
                ‘ถึงฟูจิมิยะคุง....’
                ‘ถึงฟูจิมิยะคุง...’ 
                บางฉบับก็มีชื่อของโจวี่คุง  จิโตเสะจัง มินาโกะจัง  อิชิบะคุงบ้าง...  แต่ก็ไม่เยอะเท่าของ  ฟูจิมิยะ ไค หรอก!
                เธอพับขานั่งขัดสมาธิแล้วเปิดอ่านทีละฉบับ  หวังว่าคงจะเจอซักฉบับที่มีข้อความแบบที่เธอต้องการบ้าง...
                ไม่มี  ไม่มี ไม่มี!!!! 
                นัตสึกิถอนหายใจแล้วเอนตัวล้มลงที่พื้นอย่างหมดแรง เฮ้อ!
                พอหลับตาลงก็เห็นใบหน้าของ ฟูจิมิยะ ไค ลอยขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้  เส้นเอ็นที่ขมับของเธอปูด...
                หมอนั่นมันมีดีอะไรฟระ!  ทำไมถึงมีผู้หญิงมาหลงใหลคลั่งใคล้มากมายขนาดนี้  ทั้งสีหน้าเฉยเมยไร้ความรู้สึก  รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้า  แล้วยังสายตาเย็นชาปานยอดเขาหิมาลัยนั่นอีก...  หรือว่าผู้หญิงโรงเรียนเรนชินเป็นซาดิสก์กันไปหมดแล้ว... 
                เสียงย่ำเท้าซวบซาบดังใกล้เข้ามา  นับเป็นเสียงฝีเท้าหลายสิบคู่ทีเดียวทำให้นัตสึกิอดหันหน้าไปมองไม่ได้  เธอเห็นกองทัพสตรีที่กำลังโกรธแค้น  และพอเห็นเธอพวกหล่อนก็แทบจะกระโจนเข้ามาขย้ำราวกับฝูงไฮยีน่าเห็นเหยื่อ
                “เทนโง นัตสึกิ!!!” 
                นัตสึกิลุกขึ้นมามองพวกหล่อนอย่างงง...  เผลอแป๊บเดียว  ฝูงไฮยีน่าก็เข้ามาล้อมเธอเอาไว้หมดทุกทางแล้ว 
                “llll เอ่อ...  มีอะไรให้ช่วยเหรอ”  เธอเอามือเกาแก้ม 
                หญิงสาวคนหนึ่งก้าวเท้าออกมาข้างหน้าพลางเท้าสะเอวยืนชี้หน้าต่อว่าเธออย่างรุนแรง
                “เธอมันหญิงต่ำช้า  กล้าล่อลวงท่านโจวี่เข้าโรงแรม  คิดจะทำให้เขาเป็นของเธอคนเดียวใช่ไหมยะ!  อย่าคิดนะว่าเธอทำแบบนี้แล้วพวกเราจะยอมน่ะ!”  สิ้นเสียงของหล่อน ฝูงไฮยี่น่าทั้งหลายก็ส่งเสียงร้องเห็นด้วยขึ้นมา
                “เข้าโรงแรม....  อ๋อ  เมื่อวานนี้เอง” 
                “ยังจะทำหน้าระรื่นอีกนะ  วันนี้แหล่ะพวกเราจะสั่งสอนเธอให้รู้สำนึกซะบ้าง  ว่าการล้ำเส้นแบบนี้น่ะ  มันจะได้รับผลยังไง!”
                ล้ำเส้นอะไร... แล้วเธอทำหน้าตาระรื่นตรงไหน??? 
                เฮ้ย!  นัตสึกิกระโดดหลบกำปั้นนับสิบที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาหาเธอ  แป๊บเดียวก็ออกมาอยู่นอกวงล้อมแล้ว 
                “นี่!   พวกเธอบ้าไปแล้วหรือไง  ฉันไปทำอะไรให้  ถึงได้มารุมกันแบบนี้เนี่ย!” 
                “ยังจะทำไม่รู้ไม่ชี้อีก  พวกเรา  ตามไป!”
                เหวอ!!!  เธอจะอยู่ให้พวกหล่อนตามมาหรือไง  ยังไงก็ต้องหนีก่อนล่ะ! 
                การทำร้ายผู้หญิงไม่ใช่วิสัยของเธอ  ดังนั้นภาพที่เห็นก็เลยกลายเป็นนัตสึกิที่ตัวคนเดียวต้องวิ่งหนีเหล่าบรรดาโจวี่แฟนคลับที่ยกขบวนกันมาเป็นสิบมาตามล่าเธอไปทุกที่ 
                พอวิ่งผ่านไปยังบอร์ดติดประกาศที่โถงทางเดินรวม  (ถัดจากประตูทางเข้าและชั้นวางรองเท้า)  เธอก็เห็นรูปถ่ายของเธอกับโจวี่ที่กำลังเดินออกมาจากโรงแรมเมื่อวานนี้  ไม่อยากจะเชื่อเลย  รูปนั่นน่ะใหญ่ขนาดที่เธออยู่ห่างหลายเมตรยังมองเห็น! 
                “เป็นไปไม่ได้!”  นัตสึกิรีบเข้าไปดู  ใต้ภาพนั้นน่ะมีข้อความเขียนอยู่ด้วย  เป็นชื่อของเธอ และชั้นเรียนของเธอ  บ้านเลขที่ของเธอ  รวมถึงประวัติส่วนตัวทุกอย่าง.... 
                นี่เธอเป็นพวกนักโทษล่าค่าหัวหรือยังไง...
                ไม่ทันสังเกต  พวกนักเรียนที่กำลังมุงดูประกาศตรงนั้นน่ะก็มีเยอะจนน่ากลัวทีเดียว....
                สายตาที่จ้องมองเธอ  ดูราวกับเธอเป็นหนอนหรือปลวกยังไงยังงั้น... 
                ‘ผู้หญิงคนนี้น่ะเหรอ  ที่พาโจวี่เข้าโรงแรม...’ 
                ‘ไม่อยากจะเชื่อ  โจวี่เปลี่ยนรสนิยมตั้งแต่เมื่อไหร่...’
                เฮ้อ...  กับผู้ชายคนเดียวทำให้เธอเดือดร้อนถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย 
                นัตสึกิถอนใจพลางกระชากรูปถ่ายรวมถึงประวัติส่วนตัวของเธอนั้นลงมาจากบอร์ด
                “แล้วฉันจะแก้ปัญหายังไงดี...”  นัตสึกิหมดหนทาง...  เธอไม่เคยเจอเหตุการณ์ระดับพระกาฬอย่างนี้มาก่อนเลย
                ท่าทางซึมเซาของเธอ  ถูกชายผู้หนึ่งบันทึกข้อมูลเอาไว้หมดแล้ว...
               
                ภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที  ข่าวลือเรื่องของเธอกับโจวี่เข้าโรงแรมด้วยกันเมื่อคืนก็กระจายไปทั่วโรงเรียน  ขนาดเพื่อน ๆ ในห้องของเธอที่ปกติก็ไม่ค่อยอยากจะเข้ามาคบหาพูดคุยอยู่แล้ว  ตอนนี้ถึงกับขยับโต๊ะหนีเธอไปอีก  ตอนนี้รอบ ๆ โต๊ะของเธอที่อยู่ติดหน้าต่างกลายเป็นพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ไปแล้ว...นี่มันวงแหวนเวทหรือยังไง  ฉันไม่ใช่ตัวน่ารังเกียจเสียหน่อย...  ชิ
                พอพักเที่ยงเธอก็จะต้องวิ่งหลบพวกบรรดาโจวี่แฟนคลับไห้วุ่น  มีเวลาแค่ซื้ออันปังกับนมรสกล้วยอย่างละหนึ่งชิ้นเท่านั้น  ให้ตายเถอะ...  แล้วเธอจะหลบไปอยู่ไหนดี... 
                ใช่แล้ว!
                ในห้องกินข้าว VIP ของเหล่าคณะกรรมการนักเรียน  ทุกคนต่างมองโจวี่ที่ตอนนี้กำลังตกเป็นจำเลยอยู่คนเดียว  แต่ท่าทางจำเลยไม่เห็นจะเดือดร้อน ทั้งยังนั่งเอนเก้าอี้สองขาสบายอารมณ์อีกด้วย
                “พวกนายเป็นอะไรกันไปหมด...  ทำไมต้องทำท่าแบบนั้นด้วย  ทำเหมือนฉันเป็นฆาตกรฆ่าคนตายอย่างนั้น?”
                จิโตเสะทำหน้าเหยเก  “นายไม่สำนึกเลยใช่ไหมเนี่ย...  ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่  ทำไมรูปภาพแบบนั้นถึงเกิดขึ้นมาได้!”  ตอนที่เธอเห็นภาพนั้นที่บอร์ด  เธอตกใจจนหน้าซีด  คิดไม่ถึงว่าอีตาเสือผู้หญิงคนนี้จะเก่งกล้าสามารถล่อลวงปีศาจร้ายให้มาติดกับเขายังได้!
                “คุณจิโตเสะคิดมากเกินไปแล้วล่ะค่ะ...  โจวี่คุงไม่ได้กล้าหาญขนาดนั้นหรอก”  มินาโกะจิบชาเรียบเรื่อยสบายใจ
                เธอคิดแบบเดียวกันกับไค  เขาจ้องมองโจวี่ด้วยสายตาครุ่นคิด  “นายต้องการให้เรื่องมันเป็นแบบนี้งั้นเหรอ”
                โจนาธานแย้มยิ้มออกมาอย่างทะเล้น  “อาจจะ...”
                “เพราะอะไร?”
                จิโตเสะเหมือนตัวเองเป็นคนโง่อยู่คนเดียวที่ตอนนี้กำลังสับสนเพราะเดาเรื่องราวไม่ออก
                “นี่!  ไม่มีใครคิดจะสนใจฉันเลยใช่ไหมยะ!”  เธองอนแล้วนะ  โจวี่จึงเดินเข้าไปบอกเธออย่างอารมณ์ดี
                “ฉันแค่คิดจะแก้แค้นนิดหน่อยเท่านั้น...  เมื่อคืนโทนโง นัตสึกิทำให้หน้าตาหล่อ ๆ ของฉันเป็นรอยช้ำแต็มไปหมด  เธอไม่เห็นเหรอ...”  เขาชี้ให้หล่อนดู
                จิโตเสะเห็นรอยช้ำบนใบหน้าเขาจริง ๆ พลางถามต่อ  “แล้วมันเรื่องอะไรกันล่ะ  เธอกับเขาถึงได้ไปมีสภาพแบบนั้นได้”
                “มันก็แค่เรื่องไร้สาระน่ะ  ยัยนั่นคิดว่าตัวเองเป็นซุปเปอร์เกริล  ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น  ฉันเองก็เผลอตกไปอยู่ในสถานการณ์เดียวกันก็เท่านั้นเอง” 
                “ในโรงแรมเนี่ยนะ”
                “อือ”
                “ถ้างั้น...  ก็เป็นเรื่องเข้าใจผิดจริง ๆ น่ะสิ  ชิส์!”  จิโตะเสะผิดหวังในใจ...  ไม่รู้ทำไมเธอถึงแอบคาดหวังเรื่องนี้อยู่ลึก ๆ อาจเป็นเพราะเธอไม่ชอบขี้หน้านัตสึกิแน่เลย ...
                “เรื่องนี้อาจจะทำให้นายเดือดร้อนทีหลังได้นะ โจนาธาน” ไคยิ้มเย็น...  เขาเดาออกว่าเหตุการณ์ที่จะว่ากำลังจะเกิดในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แหละ
                “ฮิฮิฮิ”  มินาโกะถึงกับหัวเราะเสียงเย็นออกมา  เธอเหลือบตาซุกซนออกโจวี่อย่างเห็นใจ
                “ทางที่ดี  ดิฉันว่าคุณโจ  น่าจะไปแก้ไขความเข้าใจผิดนี้โดยเร็วดีกว่านะคะ...” 
                โจวี่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ  ที่เขานึกออกก็มีแค่เจ้าทึ่มนั่นคนเดียวที่จะมาหาเรื่องเขาได้  อีกทั้งหมอนั่นในตอนนี้ก็หายตัวไป สงสัยว่าจะไปตามหาผู้หญิงคนนั้นอีกตามเคย
                “ฉันไม่กลัวเจ้าอิชิบะหรอก”  เขาเอามือไขว้กันสอดไว้ใต้ศีรษะ 
                “ไม่ใช่ฉันหรอก...”  เสียงพูดดังขึ้นพร้อมเสียงเปิดประตูเข้ามา  ร่างของอิชิบะ โทชิโอะเดินเข้ามา  ท่าทางหงุดหงิดเพราะเขาดึงเก้าอี้ออกมากระแทกตัวนั่งอย่างแรง
                “แกตายแน่...”  เขาพูดออกมาคำเดียว  ใบหน้าที่เดิมเฉยชาอยู่แล้ว  ตอนนี้มีเค้าโกรธขึงอยู่ด้วยยิ่งไม่น่าดูเข้าไปใหญ่  ที่ใบหน้าของเขามีรอยพกช้ำที่ตอนเช้ายังไม่มีร่องรอยเช่นนี้มาก่อน  หมายความว่ายังไง  เมื่อกี้เจ้าหมอนี่ไปไหนมา...
                “หน้านายเป็นอะไร...”  โจวี่อดถามไม่ได้  ทำไมความรู้สึกน่าขนลุกมันรุนแรงขึ้นทุกทีนะ...
                อิชิบะเหลือบตามองคนพูดอย่างแค้นเคือง  เขาสะบัดหน้าหนีไม่ยอมบอกอะไร 
                “อิชิบะคุง  เธออยากให้ฉันทำแผลให้หรือเปล่า...”  จิโตเสะอดเป็นห่วงไม่ได้  สีของรอยช้ำดูสาหัสไม่น้อย
                “ไม่เป็นไร...ขอบใจ” 
                ขนาดเธอที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรยังได้รับสายตาเชือดเฉือนขนาดนั้น  เธอหันไปแตะไหล่โจวี่อย่างเห็นใจ
                “ฉันว่า...  นายเตรียมตัวรับมือดีกว่านะ  ขนาดเจ้าหมอนี่เป็นกองหน้าของเรา  ยังน่วมขนาดนี้  ไอ้ที่เขาบอกว่านายกำลังจะตายน่ะ  อาจจะจริงก็ได้นะ..”
                “จีจัง....  ทำไมพูดแบบนี้ล่ะหาllll”  จากทีแรกเขายังรู้สึกดีที่ได้แก้แค้นอยู่เลยแท้ ๆ ตอนนี้ทำไมไอ้เรื่องนี้มันย้อนกลับมาทำให้เขาเดือดร้อนได้เนี่ย!  เขาต้องหาทางเลี่ยงเรื่องนี้ให้ได้
                โจนาธานหันไปมองไคที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับชาที่มินาโกะยื่นให้อย่างหมั่นไส้  ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจแต่ก็ไม่เคยคิดจะช่วยเขาเลยสินะ  ไอ้หมอนี่มันเจ้าเล่ห์นัก! 
               
                ยามบ่ายแดดอ่อน ๆ นัตสึกินอนพักรับลมเย็น ๆ บนโต๊ะริมหน้าต่างที่เปิดโล่งเอาไว้ภายในห้องคณะกรรมการนักเรียน  เธอหลับสนิทกระทั่งมีคนเปิดประตูเข้ามาก็ไม่รู้  เป็นเพราะกินน้อยเกินไปทั้งยังวิ่งจนเหนื่อยจิตใจก็ห่อเหี่ยว  ร่างกายก็เลยอ่อนเพลียเป็นพิเศษ
                ร่างสูงโปร่งผิวขาวสะอาดตา  แขนขายาวแต่กลับดูไม่เก้งก้าง  ใบหน้าที่มักเดาความคิดไม่ค่อยออกดูอ่อนโยนจะไม่จริงใจเพราะภายใต้แว่นตากรอบทองนั่นมีสายตาเย็นชาแฝงอยู่  แต่ยามนี้เขากลับจ้องมองใบหน้าหญิงสาวที่กำลังอยู่ในนิทราด้วยสายตาอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
                ‘เวลาที่สิงโตหลับใบหน้าดูน่ารักราวกับแมวอ้วน ๆ ตัวหนึ่ง’ 
                เขาขยับกายไปนั่งลงที่อื่นเพราะโต๊ะของเขาถูกร่างแบบบางยึดครองไปหมดแล้ว 
                ไคหยิบสมุดบัญชีค่าใช้จ่ายประจำเดือนนี้ออกมาทบทวนดูเงียบ ๆ พลันเห็นใต้โต๊ะนั้นมีกล่องช็อคโกแลตสอดเอาไว้  จริงสิ...  ที่เขานั่งอยู่คือโต๊ะของมินาโกะนี่นา  ส่วนช็อคโกแล็ตกล่องนี้ก็เป็นของโนโนฮาระ ชูริคนนั้นที่ฝากมาให้เธอ
                เขาหันไปมองร่างที่หลับสนิทพลางนึกสงสัยอยู่ในใจ  ในตอนที่เขาอยู่ปีหนึ่ง  โรงเรียนนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่...  เขาจำได้ว่าในวันพิธีปฐมนิเทศเด็กใหม่  ประธานนักเรียนก็ไม่ได้ปรากฏตัวออกมาพูดอะไร  ที่ปรากฏตัวทุกครั้งก็เห็นจะมีแต่รองประธานนักเรียนอิชิบะกับพวกคณะกรรมการคนอื่น ๆ ส่วนประธานนักเรียนในตำนานอย่างเธอกลับหายหัว  ไม่เห็นแม้แต่เงา  ใครจะไปรู้ว่าเรื่องราวของเธอเป็นมายังไงกันล่ะ...
                พอมาได้ยินชินพูดถึงนัตสึกิ  บอกตามตรงว่าเขาทั้งหงุดหงิดและสงสัยเป็นที่สุด  เขาเป็นประธานนักเรียนของโรงเรียนนี้และจัดการเรื่องทุกอย่างได้ดีมาตลอด  แต่พอผู้หญิงคนนี้ปรากฏตัวขึ้น  เขาก็กลายเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยสักอย่าง... แถมตำแหน่งประธานนักเรียนตัวอย่างก็ยังมาสั่นคลอนอีกด้วย  มันน่าหงุดหงิดไหมล่ะ
                เสียงเปิดประตูด้วยความรุนแรงดังปัง  จนคนที่นอนอยู่รู้สึกตัวทันที  เธอผุดลุกขึ้นพร้อมกับเสียงที่เปล่งออกมาจากคนคนนั้น  “แย่แล้ว!” 
                ทีแรกจิโตเสะเห็นแต่ไคอยู่ในห้อง  แต่สักพักก็สังเกตเห็นอีกคนที่ลืมตาโพลงมองเธออยู่ด้วยอารามตกใจเช่นกัน
                “ทำไมเธอมาอยู่นี่!”  จิโตเสะชี้หน้านัตสึกิอย่างไม่พอใจ  “ตอนนี้น่ะ  พรรคพวกของเธอเอาตัวโจวี่ไปแล้ว!” 
                โจวี่?....  “เขาเป็นใคร  แล้วทำไมฉันต้องสนใจด้วยล่ะ”  นัตสึกิทำหน้าเบ้ใส่
                “นะนี่...  โกหกใช่ไหม!พวกเธอถูกถ่ายรูปตอนอยู่ด้วยกันหราขนาดนั้น  ยังมีหน้ามาบอกว่าไม่รู้จักอีกหรือ!”
                คนในรูป!  “อ้อ...  เขาถูกใครจับไปล่ะ”  นัตสึกิถาม  เหลือบไปมองอีกคนที่เอาแต่ทำท่านิ่งอยู่นั่น...
                “ก็พรรคพวกของเธอ  พวกปีสามน่ะสิ!” 
                ปีสาม?  ไอ้เจ้าพวกนั้นน่ะเหรอ...  นัตสึกิเกาหัวแกรก ๆ พลางหันไปมองไคเพราะอดหมั่นไส้ไม่ได้
                “เขาเป็นเพื่อนของนายไม่ใช่หรือไง... ทำไมถึงทำท่าเฉยเมยได้ขนาดนั้นนะ” 
                ไคสบตานัตสึกิเย็นชา  “ก็ถ้าเขาอธิบายความจริงออกมา  เรื่องมันก็คงไม่ร้ายแรงอะไร...”  อย่างมากก็ถูกซ้อมก่อนจะได้อธิบายเสียก่อนพอหอมปากหอมคอ
                “มันก็จริง...”  นัตสึกิคิดตาม  แต่ก็อดพูดออกไปไม่ได้เพราะเธอทนความเฉยชาของหมอนี่ไม่ได้เลยจริง ๆ
                “แต่รายนั้นน่ะ...  เขารักใบหน้าของเขาเป็นชีวิตจิตใจ  แถมยังเกลียดความรุนแรงเข้าไส้อีกด้วย...  นายจะไม่ช่วยเขาหน่อยหรือ..”  นัตสึกิเท้าคางถามอย่างใจเย็น...  นั่งมองสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขาอย่างนึกสนุก
                “เธอนี่...ไม่ได้สมองทึ่มเท่าไหร่เลยนะ”  จิโตเสะอดแปลกใจไม่ได้..  อยู่ด้วยกันแค่วันเดียวยังรู้จักโจวี่ได้ถึงไส้ถึงพุงขนาดนี้....  หล่อนไม่ธรรมดาจริง ๆ
                นัตสึกิเห็นเขายังไม่สนใจเท่าไหร่  จึงเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก  “ถ้าไม่ไปช่วยเขาตอนนี้  เกิดเขาคิดแค้นขึ้นมาแล้วป้ายสีให้นายได้มีเอี่ยวร่วมแบ่งปันด้วย  ฉันคิดว่ามันคงจะจบไม่สวยเท่าไหร่”
                หมายความว่าเธอจะช่วยมันปั้นน้ำเป็นตัวด้วยงั้นสิ!  สีหน้าของไคเปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง  รอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าหายไปแถมยังมีเส้นเอ็นปูดขึ้นมาด้วย 
                “ก็คนที่จะช่วยได้  ก็มีแต่เธอไม่ใช่หรือไง...”  เขาเค้นเสียงออกมา  พยายามไม่ให้ดังจนคนฟังจับอารมณ์ฉุนเฉียวได้  แต่นัตสึกิก็รู้อยู่ดี  เธอหัวเราะร่วนพลางว่า  “เอ...  เวลาที่จะพูดขอร้องคนอื่นนี่  เขาพูดกันยังไงนะ...” 
                อย่าให้มันมากเกินไปนักนะ!  ไคส่งสายตาทิ่มแทงไปที่เธอ  แต่นัตสึกิก็ไม่สนใจ  ราวกับเธอมีม่านบาเรียกั้นรังสีเชือดเฉือนของเขาได้เป็นอย่างดี  ทำให้ไคจนใจต้องยอมกลั้นใจพูดคำพูดขอร้องออกมา
                “ขอความกรุณาด้วยครับ!” 
                ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในตอนที่ไม่มีชั่วโมงเรียนนั้นน่ะ  ดูน่ากลัวราวกับห้องผีสิงอย่างนั้นแหล่ะ  แต่ตอนนี้กลับถูกยึดเป็นห้องลงทัณฑ์ของพวกปีสามไปเสียแล้ว                                          
                “ไม่ทราบว่ารุ่นพี่มีอะไรจะแนะนำผมหรือครับ” โจวี่ถาม  เมื่อกี้ตอนที่พวกรุ่นพี่ไปตามเขาถึงห้องเรียน  เจ้าโทชิโอะก็ยอมมาอยู่ข้าง ๆ ด้วยทำให้เขาสบายใจขึ้นมาก  แต่พวกปีสามนี่...  ทำไมต้องทำกับเขาถึงขนาดนี้ด้วยนะ
                ให้เขามาสองคน  ส่วนพวกตัวเองเป็นสิบ!
                อิชิบะ  ยูคิโอะ  พี่ชายของพ่อหนุ่มทึ่มทื่อที่อาสามาเป็นเพื่อนโจนาธาน  ก้าวออกมาจากคนในกลุ่มนั้นบอกกับเขาว่า
                “ฉันไม่มีอะไรจะแนะนำ  แค่อยากรู้ที่มาที่ไปของเรื่องนี้!”  รูปถ่ายของเขากับนัตสึกิที่ออกมาจากโรงแรมด้วยกัน
                โจวี่ทำหน้าเบ้พลางพูดอย่างเฉื่อยชาว่า  “รุ่นพี่ไม่เห็นพวกตำรวจกันหรือครับ...” 
                เขาสงสัยตั้งแต่เช้าแล้วว่า  นอกจากพวกเขาสองคนแล้ว  แบ็คกราวน์ของภาพยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหนึ่งนายยืนส่งพวกเขาอยู่ข้างหลังด้วย  แต่ทำไมไม่มีคนสังเกตเห็น  หรือว่าคิดจะรับแต่ความคิดของตัวเองไม่ยอมมองความจริงกันแน่
                “ตำรวจ?”  พวกเขาได้ฟังก็พากันมองหา  เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ข้างหลังจริง ๆ
                “พวกนายมีอะไรเกี่ยวข้องกับตำรวจงั้นรึ?”
                “ผมกับนัตสึกิ...เอ่อ...คุณนัตสึกิ”  เป็นเพราะเขาเรียกชื่อเธอห้วน ๆ คนพวกนั้นก็เลยทำหน้าไม่พอใจใส่  เขาเปลี่ยนคำเรียกทันที  “พวกเราแค่เข้าไปช่วยเด็กผู้หญิงที่ถูกพาเข้าโรงแรมโดยถูกบังคับเท่านั้น  จากนั้นก็เรียกตำรวจให้มาจัดการต่อ” 
                พวกเขาได้ฟังความจริงก็พากันสุมหัวปรึกษาหารือกัน  แล้วสรุปความเป็นไปได้ของเรื่อง... 
                “คุณนัตสึกิไม่มีทางสมยอมไอ้หมอนี่หรอก...”
                “แต่ถ้าเธอชอบมันมากล่ะ...”
                “ไม่มีทาง  ฉันยอมรับไม่ได้แน่นอน!!!” 
                “งั้นอัดมันก่อนให้มันกลัว  จะได้มั่นใจว่ามันยอมพูดความจริงดีไหม” 
                “ไม่ดีๆๆๆๆ” โจวี่รีบร้องขอชีวิต  พลางหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากโทชิโอะที่ยืนบื้ออยู่ข้าง ๆ  แต่ดูเหมือนสายตาที่เขาสวนกลับมานั้น  มีแววว่าถ้าหากพวกนั้นลงมือ  เขาจะต้องช่วยผสมโรงอย่างแน่นอน!!!
                ไอ้เจ้าโทชิโอะ  คนทรยศ  ที่แกตามมาด้วยเป็นเพราะต้องการอัดฉันใช่ไหม!!! 
                พวกปีสามหันมาแสยะยิ้ม...  ตกลงใจว่าจะใช้มาตรการสุดท้าย... 
                อัดก่อนค่อยถาม! 
                “ว้าก!  ช่วยด้วย!”  พอเห็นกำปั้นพุ่งตรงมาที่ใบหน้าเขาก็รีบเอามือปิดหน้าแล้วหันหลบทันที 
                “พอแค่นั้นแหล่ะ!” 
                สายตาทุกคู่หันไปมองนัตสึกิที่มายืนอยู่หน้าประตู 
                “คุณนัตสึกิ!”  พวกเขารีบถอยกรูดกันไปจนติดผนังห้อง  นัตสึกิถอนหายใจพลางบอกอย่างเหนื่อยใจว่า
                “ฉันไม่งี่เง่าไปหลงรักผู้ชายอย่างนี้จนยอมเข้าโรงแรมไปด้วยกันได้หรอกน่า...”  เธอบอก  “เรื่องราวที่เขาอธิบายเป็นความจริง  ฉันยืนยันถึงขนาดนี้  พวกนายคงไม่กังวลแล้วใช่ไหม”  เธอบอกพวกเขา  รอยยิ้มโล่งอกก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขาทันที 
                “คุณนัตสึกิ!  ถ้าจะมีแฟนต้องให้พวกผมลองเทสต์มันดูก่อน  จะได้ไม่ถูกผู้ชายหลอก....” โป๊ก!  “อูยส์....”  คนที่หน้าอ่อนที่สุดในปีสามเอามือลูบหัวตัวเองป้อย ๆ เพราะความปากมากของตัวเอง
                “รู้แล้วน่า!”  เธอขมวดคิ้วก่อนที่จะยิ้มจาง ๆ พลางว่า 
                “ต่อไปนี้...  พวกนายไม่ต้องใส่ใจเรื่องของฉันมากนักก็ได้  ยังต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันอีก  เดี๋ยวก็สอบไม่ผ่านกันพอดี”
                สีหน้าของแต่ละคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก  ความรู้สึกยากจะบรรยาย...  พวกเขารู้ดีว่าหากไม่เพราะเธอต้องถูกพักการเรียนไป  ป่านนี้ก็จะได้เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วเหมือนกัน 
                อิชิบะ ยูคิเดินเข้ามาหาเธอ  “นัตสึกิ...  ฉันขอโทษ”  
                “คุณนัตสึกิพวกเราขอโทษ!”  พวกปีสามพูดพร้อมกัน  เพราะตอนนั้นพวกเขาไม่อาจทำอะไรได้เลย  ได้แต่ปล่อยให้เธอถูกทำโทษอย่างไร้เหตุผล  บางคนถึงขั้นร้องไห้ออกมาด้วยความซาบซึ้งใจด้วยซ้ำ
                “บ้าน่า...  ต่อไป  พวกนายก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว  เพราะว่าตอนนี้  ประธานนักเรียนเขาแต่งตั้งให้ฉันเป็นที่ปรึกษาชมรมอย่างเป็นทางการ  ถึงจะดูแปลกไปหน่อยก็เถอะ...”  นัตสึกิบอก  ทำเอาพวกเขาหันไปมองไคตาค้าง  ไม่เชื่อหูตัวเอง  “เขากล้าทำแบบนี้  ก็แสดงว่าพร้อมที่จะรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดอยู่แล้ว...  ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขาเถอะนะ”  นัตสึกิทิ้งทุ่นระเบิดใส่เขาจนได้
                ไคหันไปมองเธออย่างเย็นชา  ไหนว่าถ้าขอร้องแล้วจะยอมปล่อยเขาไปไง....  ยัยจิ้งจอก!
                “ที่เธอพูดมา  ถูกต้องทุกอย่างครับ”  เขาถูกบีบให้ทำเช่นนี้หรอกนะ... 
                อิชิบะหน้าซีด  รีบดึงร่างของไคออกมาคุยกันสองต่อสองท่าทางเป็นกังวล  “นายแน่ใจแล้วเหรอ” 
                “เรื่องอะไรครับ...”  ทำไมเขาพูดแบบนี้ล่ะ  ก็ไหนทีแรกบอกว่าถ้าอยากให้ปีสามยอมรับ  ก็ต้องให้เธอยอมรับเขาด้วย 
                “ที่ฉันพูดไปตอนนั้นน่ะ  ฉันแค่อยากให้นายพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถดูแลนักเรียนในโรงเรียนได้  ไม่ใช่ให้นายรับเธอเข้าไปเป็นสมาชิกในกลุ่ม!”
                “หา?”  ไคขมวดคิ้ว  ชักจะเริ่มหงุดหงิดกับสิ่งที่ได้ยิน 
                “ตอนนั้นน้องชายของคุณยื่นใบลาออกกับผม  ผมก็มาพบคุณเพื่อที่จะคุยเรื่องนี้  แต่คุณก็บอกให้ผมทำให้เธอยอมรับก่อน  นี่ไม่ใช่ความหมายให้ผมดึงเธอเข้ามาร่วมด้วยหรอกหรือ”
                อิชิบะ ยูคิส่ายหน้าถอนใจ  “นัตสึกิน่ะเป็นยิ่งกว่าความหายนะเสียอีก  พวกนายจะต้องเดือดร้อนแน่นอนllll”  เขาหันไปมองโทชิโอะ  เห็นคนคนนั้นยิ้มฟันขาวสดใส  จึงสะกิดให้ไคหันไปมองตาม
                “สงสัยนายจะตกหลุมพรางของเจ้าทึ่มนั่นเข้าแล้วล่ะมั้ง  เพราะคนที่อยากให้นัตสึกิกลับมาเป็นประธานนักเรียนมากที่สุดก็คือหมอนั่น!”
                ไครู้สึกเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปชั่วขณะ... 
                ตกลงว่าคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรมากที่สุดก็ยังคงเป็นเขา!   
               
                หลังจบเรื่อง  จิโตเสะกับโจวี่ก็พาโทชิโอะไปรักษาแผลที่ห้องพยาบาล  ส่วนไคเดินกลับไปที่ห้องคณะกรรมการนักเรียน  เห็นมินาโกะกำลังเอากล่องช็อคโกแล็ตออกมาพอดี
                “เดี๋ยวก่อน....”  เขาบอกเธอเสียงแข็ง  ทำให้มินาโกะตกใจชะงักทันที 
                “มีอะไรหรือ?”  เธอเริ่มเอะใจบ้างแล้ว  เวลาที่ไคทำท่าทางเช่นนี้แสดงว่าเขาจะต้องรู้อะไรบางอย่างมาอย่างแน่นอน
                “ส่งกล่องนั่นมาให้ฉัน”
                มินาโกะส่งกล่องช็อคโกแล็ตให้เขาพลางเห็นสายตารุ่มร้อนที่เขามองมัน  ราวกับจะเผาทำลายให้มันมอดไหม้ไปเสียตรงนั้นเลยก็ว่าได้  “เธอมีปัญหาอะไรกับมันงั้นหรือ”
                ไคไม่พูดอะไร  เขาค่อย ๆ เปิดกล่องนั้นออกช้า ๆ พลางลุ้นอยู่ในใจว่า  ถ้าสิ่งที่เขาคิดเป็นความจริง  ไอ้ที่อยู่ในกล่องสวยหรูนี่ต้องไม่ใช่...
                เปิดออกมา  เขาเห็นเม็ดช็อคโกแล็ตเรียงกันสวยก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างสะใจ  พลางหยิบขึ้นมาชิ้นหนึ่งเพื่อทดสอบ  มินาโกะเห็นเขากำลังจะเสียมารยาทเอาของของคนอื่นมากินเสียเองก็รีบห้าม  ทว่าที่ไคทำไม่ใช่เอาออกมากิน  แต่กลับปาออกไปนอกหน้าต่างแล้วรอคอย...
                นกตัวหนึ่งบินลงมาจิกเม็ดช็อคโกแล็ตนั้นอย่างไม่รู้เรื่องราว...
                มินาโกะจังรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองถูกบีบจนแน่นไปหมด  เธอกลืนน้ำลายเอือกแอบอ้อนวอนต่อพระเจ้าในใจ
                ไม่ถึงสิบวินาที  นกตัวนั้นก็ล้มลงทั้งยืน  และมัน...ก็ไม่เคลื่อนไหวอีกเลย
                ไคปิดกล่องช็อคโกแล็ตแล้วเดินถือมันออกไป  ตัดสินใจแล้วว่าจะทำตามภารกิจที่มีคนไหว้วานมาให้สำเร็จ...
               
                ถึงเวลาเลิกเรียนแล้ว นัตสึกิที่กำลังเก็บของกลับบ้าน  ก็เหลือบเห็นเงาของชายสวมแว่นกรอบทองคนนั้นส่งยิ้มให้เขาอยู่หน้าประตู
                “ดูท่านายจะติดใจฉันนะเนี่ย...”  นัตสึกิยิ้มรับ  เธอสะพายกระเป๋าแล้วเดินไปหาเขา  “มีอะไร...” 
                “ผมลืมไปว่ามีคนฝากของขวัญมาให้คุณ...” 
                “อ้อ...”  นัตสึกิมองกล่องปริศนาในมือของเขา...  “ใครเหรอ?”  เธอถามซื่อ  
                “โนโนฮาระ ชูริ  มัธยมสาธิตริโค...  ชื่อนี้คุ้นบ้างไหมครับ”  เขาแสร้งยิ้มถามเธอ
                llll....  ไอ้หมอนั่น...  พอได้ยินชื่อมันก็รู้สึกมวนท้องคลื่นไส้ขึ้นมาทันที
                “ขอบใจนะ...ไปล่ะ”  เธอคว้าเจ้ากล่องนั้นมาแล้วเดินจากไปโดยไม่ถามอะไรต่อ  ทำเอารอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่ายหายไปทันที  ทั้งยังเดินตามแผ่นหลังของเธอไปอีก  เพื่อรอดู...
                ไคถามตัวเองว่า  เขากำลังรอดูอะไร...
                รอดูเธอเปิดกล่องช็อคโกแล็ตนั่นแล้วกินมันเข้าไป  หรือว่า  รอดูเพื่อให้เธอสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติในนั้น  แล้วโยนทิ้งไป  เขาอยากให้มันเป็นอย่างไหนกันแน่  แล้วไอ้ความรู้สึกหงุดหงิดกับปฏิกิริยาของเธอนั้นมันคืออะไร...
                นัตสึกิต้องรู้แน่ว่า  โนโนฮาระ ชูริเป็นใคร  คิดเช่นไร...  แต่ทำไมไม่พูดอะไรบ้าง...อย่างเช่นบอกให้เขาเอาไปทิ้ง  หรือไม่ก็  ต่อว่าเขาสักคำ.. 
                เธอไม่ทำทั้งสองอย่าง 
                “นายจะตามฉันมาทำไมกัน...”  นัตสึกิเห็นไคเดินตามมาจนถึงที่จอดจักรยานก็ยังไม่มีท่าทางว่าจะเลิกรา
                “เธอตั้งใจจะทำอะไรกับของนั่น...” 
                นัตสึกิมองกล่องของขวัญในมือจากนั้นหันไปมองหน้าเขา  สีหน้าของเขาดู....  กังวล...
                เธอทำหน้าเบ้ใส่เขาทันที  พลางตวาดเสียงดังอย่างไม่พอใจ“นายแอบดูของของคนอื่นหรือเนี่ย!” 
                ไม่งั้นจะรู้ได้ไงว่าในกล่องนี้มีความชั่วร้ายของหมอนั่นอยู่  มิน่าถึงได้กังวลจนต้องเดินตามฉันมา!
                ไคตีหน้าเย็นชาใส่เธอทันที...  เขาคิดผิดจริง ๆ ที่คิดเป็นห่วงเธอ  ทั้ง ๆ ที่เขาอยากจะให้เธอได้สัมผัสกับกับว่าเจ็บแค้นดูบ้าง  แต่เขาก็ใจไม่แข็งพอ
                ไคเดินเข้าไปหาเธอจากนั้นยิ้มหวานพลางว่า  “ไหนลองทำเสียง ‘อา’ซิ”
                นัตสึกิร้อง “อา~~~~~” 
                เขาใช้ความเร็วไวกว่าแสงเปิดกล่องที่อยู่ในมือของเธอออกหยิบเอาของในนั้นขึ้นมาเม็ดนึงโยนใส่ปากเธอ
                “อ๊อก!!!”  นัตสึกิสำลัก  แล้วดันกลืนมันลงคอไปเสีย  จากนั้นไอสองสามทีถึงค่อยพูดออกมาได้
                “นายจะฆ่าฉันหรือไง!”  จะแกล้งก็ให้มันมีขอบเขตหน่อยสิฟระ!   
                ไคกวาดสายตาเย็นชามองผ่านเธอไปพร้อมกับรอยยิ้มสะใจ
                “ผมว่าผู้หญิงอึดพลังช้างอย่างคุณคงไม่ตายง่าย ๆ หรอก...” เขาพูดจบก็หันหลังจากไป
                แก....   ฟูจิมิยะ ไค!  คิดแค้นได้ไม่เท่าไหร่เธอก็เริ่มหน้าเขียวทันที...  หนอย...  ไอ้บ้าโนโนฮาระ  คราวนี้เล่นแรงเกินไปแล้ว!
                “อยากอ้วก...”  แหวะ... 
                 
                มินาโกะจังยังอยู่ในห้องคณะกรรมการนักเรียน  เธอมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความกังวล...  จู่ ๆ เจ้านกน้อยตัวนั้นมันก็เริ่มขยับปีกได้  จากนั้นก็บินจากไปทันที...  ทำให้รอยยิ้มโล่งใจของเธอเผยออกมา  นี่คงเป็นผลมาจากการอ้อนวอนของเธอแน่เลยเชียว...
                ส่วนนัตสึกิก็ปั่นจักรยานกลับบ้านไปอย่างทุกลักทุเลเป็นที่สุด...  สาบานในใจว่าจะต้องแก้แค้นไอ้บ้าโนโนฮาระกับไอ้แว่นกรอบทองนั่นให้จงได้!
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 245 ท่าน