Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ก๊วนป่วนโรงเรียนแปลก
Morinne
ตอนที่ 5 ตระกูลฟูจิมิยะ
6
01/12/2554 23:42:40
458
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 5ตระกูลฟูจิมิยะ

                ณ บ้านตระกูลฟูจิมิยะ 
                คฤหาสก์เรือนไม้ไสตล์ญี่ปุ่น  ทั้งโอ่โถงและกว้างขวาง  สวนบอนไซตกแต่งงดงามราวกับภาพวาดของจิตกรสมัยโบราณ  คุณชายฟูจิมิยะ  ไค  อยู่ในยูกาตะสีเรียบ  แต่กลับดูสุขุมสง่างามราวกับมิใช่เด็กอายุเพียงสิบเจ็ดปี  ใบหน้าที่งดงามราวอิสตรีเฉยเมยเย็นชาจนแทบจะทำให้น้ำค้างบนต้นบอนไซจับตัวเป็นน้ำแข็งอยู่แล้ว
                “เป็นอะไรไปหรือคะ...”  เสียงหวาน ๆ ของมินาโกะถามขึ้น 
                “มินาโกะ..”  ไคหันไปด้วยสีหน้าเช่นเดิม  แต่ก็ดูอ่อนลง  “ไม่มีอะไร”
                เธอยังคงคอยตามติดเป็นเงาเสมือนคนรู้ใจอยู่โดยตลอด  เมื่อมีการนัดกินข้าวกับคนในตระกูล  ที่มินาโกะต้องมาด้วยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะซับซ้อนอยู่สักหน่อย  และตอนนี้ก็ยังเหลือเวลาอีกประฒาณหนึ่งชั่วโมงก่อนจะถึงเวลานัด  พวกเขาจึงมาหลบอยู่ในห้องนั่งเล่นส่วนตัวของไค 
                “หนักใจเรื่องของอิชิบะคุงหรือ”  หญิงสาวเอ่ยถาม
                ไคไม่ตอบ  เขายืนกอดอกเอาแผ่นหลังพิงขอบประตูอย่างง่าย ๆ แล้วมองทอดสายตาออกไปข้างนอก  ท่าทางเช่นนั้นทำให้หัวใจผู้หญิงหลอมละลายโดยไม่รู้ตัว  แต่กับมินาโกะ  เธอยังคงมีภาวะหัวใจปกติ...
                “ฉันไม่เคยเห็นอิชิบะ....เป็นอย่างนั้นมาก่อน”  ไคบอก   
                “คุณกลัวว่า  เป็นเพราะเทนโงซังจะทำให้อิชิบะคุงไม่มีสมาธิกับแผนหรือคะ”   
                ไคไม่ตอบ  ความคิดของเขาลอยออกไปไกลกว่านั้นแล้ว
                มินาโกะยิ้ม  เขาไม่ได้เป็นผู้ชายเลือดเย็นอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจหรอก  อันที่จริงเขาน่ะ  ข้างในนั้นเปราะบางมากกว่าใคร...
                ตั้งแต่เด็ก  ไคก็ถูกจัดระเบียบแบบแผนชีวิตโดยคนในตระกูล  เขาถูกอบรมสั่งสอนมาให้ยืนอยู่ในจุดที่อยู่สูงกว่าคนอื่นเสมอ  ต้องวางตัวให้เหนือกว่าคนอื่น  จึงกลายเป็นคนเฉยชาและเข้ากับคนอื่นได้ยาก 
                ตั้งแต่เข้าโรงเรียนมัธยมมาคนที่เข้ามาคบหาพูดคุย  ไครับรู้ได้ว่าไม่มีใครคิดที่จะจริงใจกับเขาเลยสักคน  ทุกคนจะมาพูดเรื่องครอบครัวของตัวเองเรื่องธุรกิจ  สุดท้ายก็จะขอให้ช่วย   เป็นอย่างนั้นอยู่เสมอ...
                แต่อิชิบะ  โทชิโอะไม่เหมือนใคร  เขาไม่ค่อยได้พูดอะไรแต่ก็มักจะใส่ใจคนอื่นอย่างประหลาด  ไคมักจะถูกคนนินทาว่าร้าย  เขารู้ดีว่าเรื่องเช่นนี้จะต้องเกิดกับเขาแต่โทชิโอะคนเดียวที่ไม่เคยพูดอะไร  ไครู้สึกว่าเวลาที่อยู่กับคนคนนี้กลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด  เขาจึงมักจะใช้เวลาอยู่กับโทชิโอะและมินาโกะ  จนในที่สุด  พวกเขาก็กลายมาเป็นเพื่อนรู้ใจกัน  
                แต่พอเห็นท่าทางของโทชิโอะในตอนที่กระโดดลงไปจากชั้นสองนั้นน่ะ....  หัวใจของไคกลับรู้สึกเหมือนถูกหักหลังอย่างรุนแรง  เขาก็ชักไม่แน่ใจ  ว่าที่ผ่านมาเขาเข้าใจตัวตนของโทชิโอะจริงจริงหรือไม่  เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่า  เขาจะมีคนอื่นที่สนิทสนมด้วยนอกจากไค
                ซึ่งมันต่างกันมาก... ไคมีเพียงมินาโกะและเขาเท่านั้น
                “อันที่จริง...  เทนโงซังเป็นคนแปลกก็จริง แต่ก็เป็นถึงบุคคลในตำนานเชียวนะ...”  มินาโกะเหล่มองคนที่ยืนค้ำหัวเธออยู่  ‘ก็ไม่แปลกหรอกที่โทชิโอะจะดีใจที่เห็นเธอกลับมา...’  อันที่จริงมินาโกะคิดอย่างนี้แต่แรก  แต่ทว่าท่าทางร้อนรนของไค กระตุ้นนิสัยซุกซนที่เธอเก็บซ่อนเอาไว้ในใจให้ตื่นขึ้นมา
                “อิชิบะคุง ก็เลยเห็นเธอดีกว่า....” 
                “ได้เวลาแล้ว...  ฉันจะเข้าไปรอคุณปู่ในห้อง”   
                มินาโกะเห็นท่าทางหลบหลี่กของเขาแล้วก็รู้ได้มันมีว่าแทงเข้าจุดบอดตรงหัวใจพอดี  ริมฝีปากบางชุ่มชื้นแย้มเยื้อนออกให้เห็นไรฟันสีขาวเรียงกันสะอาดตา 
                นานมากแล้วที่ไม่เห็นไคแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวไร้เหตุผลอย่างนี้...   เธอตกลงใจแล้ว... 
                คุณเทนโง นัตสึมิ  เห็นทีดิฉันจะต้องให้คุณมาเปลี่ยนแปลงคนเฉยชาคนนี้ให้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาแล้วล่ะค่ะ!
                 บรรยากาศมาคุในห้องรับรองแขกจำนวนร้อยกว่าคนของคฤหาสน์ฟูจิมิยะดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ  ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดอะไรเมื่อยังไม่ได้ยินเสียงออกจากปากของท่านผู้นำของตระกูลที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ  บางคนนั่งพับเพียบจนขาจะเป็นตระคริวแล้วก็ไม่กล้าที่จะขยับตัวเลยสักนิด  เพราะกลัวว่าจู่ ๆ คนผู้นั้นจะสังเกตเห็นตัวเอง  ขอแค่ผ่านงานวันนี้ไปได้อย่างไร้เรื่องราวก็พอ  แต่กับบางคนไม่เป็นเช่นนั้น
                ท่านผู้เฒ่าอยู่ในชุดยูกาตะสีพื้น  มีเส้นผมเป็นสีขาวโพลนไปทั้งศีรษะแล้ว  แต่ริ้วรอยยับย่นบนใบหน้ากลับไม่ได้ทำให้ความน่าเกรงขามของท่านดูลดลงเลยแม้แต่น้อย  กลับเพิ่มความยิ่งใหญ่และบารมีให้อยู่เหนือผู้คนมากขึ้นไปอีก
                ทันทีที่ท่านวางตะเกียบลง  สาวใช้ข้างกายจะส่งผ้าเช็ดปากให้อย่างเคย  จากนั้นจึงกวาดสายตามองสมาชิกในครอบครัวของตัวเองจนทั่ว  ก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่คนข้างกายทั้งสอง  ที่นั่งประกบข้างอยู่ทางฝั่งซ้ายและขวา 
                โต๊ะญี่ปุ่นต่อยาวไปจนเกือบสุดสายตา  แต่คนที่เขาใส่ใจจริง ๆ ก็มีเพียงหยิบมือเท่านั้น  คนพวกนั้นเป็นลูกหลานสายตรงของเขาเอง ตำแหน่งที่นั่งถัดจากเขาลงไปด้านขวาก็คือลูกของพี่สาวที่เสียไปแล้วและเป็นคนทะเยอทะยาน ชื่อว่าโทมะ โทมะเองก็มีลูกชายคนหนึ่งที่ ชื่อว่า ชิน  เขานั่งถัดไปจากบิดานั่นแหล่ะ  ชินเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีและวางตัวดี  ชื่อเสียงเรื่องความดีเด่นของเขายามอยู่ที่โรงเรียน  ตกเป็นคำบอกเล่าต่อมาจนถึงหูของเขาได้ดีทีเดียว 
                ส่วนอีกคนนั่งอยู่ด้านซ้ายเป็นเด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับชิน ชื่อ ไค  เป็นลูกชายของหลานชายอีกคนของเขาแต่เสียไปแล้ว  เขาจึงรับไคมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก  ติดแต่ว่าไคเป็นลูกนอกสมรสของตระกูล  จึงถูกคนอื่นเหยียดหยามมาตลอด  เขาจึงบอกเด็กคนนี้เสมอว่า  ถ้าอยากจะยืนอยู่ในตระกูลฟูจิมิยะอย่างภาคภูมิ  จะต้องอยู่เหนือกว่าคนอื่นเท่านั้น  เขาพูดเช่นนี้ย่อมมีจุดประสงค์...
                “ชิน...  พวกคณะกรรมการส่วนกลางน่ะ  ยังทำงานได้ดีใช่ไหม”  เจ้าบ้านเอยปากถามเขา 
                เขาเงยหน้าขึ้นมองคุณปู่ด้วยสีหน้าประดับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ งดงามไร้ที่ติ  “ไม่มีเรื่องอะไรที่ยังจัดการไม่ได้ครับ” 
                “อืม...”  เขาส่งเสียงรับคราหนึ่งแล้วหันไปถามอีกฝ่าย
                “ไค...แล้วเจ้าล่ะ  การรับสืบทอดตำแหน่งประธานนักเรียนในปีนี้  ราบรื่นดีใช่ไหม” 
                ไคตีหน้าสุขุมแล้วตอบไป “เรียบร้อยครับคุณปู่” 
                “แปลกจังนะครับ...  ที่ทางผมกลับได้ยินมาอีกอย่าง”  ชินเริ่มเปิดศึกสงครามขึ้นมาแล้ว...  เขาเจาะจงเรื่องที่กำลังตกเป็นประเด็นในขณะนี้เลยล่ะ
                “มีเรื่องอะไรงั้นรึ?”  รู้สึกเจ้าบ้านอย่างฟูจิมิยะ ชิโนบุจะสนใจขึ้นมา  ชินจึงเริ่มเล่าเรื่องราวตามแผนของเขา
                “ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ...  ผมคิดว่าไคอาจจะไม่อยากให้คุณปู่ไม่สบายใจ  ก็เลยตั้งใจจะปิดเอาไว้  เขาน่าจะจัดการให้เรื่องราวมันเรียบร้อยได้โดยใช้เวลาไม่นาน  จริงไหม”  เขาหันหน้าไปทางไค  จงใจทิ้งทุ่นระเบิดเอาไว้แล้วหนีไปชัด ๆ 
                ไคยังคงสีหน้าเรียบเฉย  “ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง....  ผมว่าพี่ชินคงจะกังวลมากเกินไป”
                “มันเรื่องอะไรกัน  หรือว่าเจ้าไม่สามารถทำให้พวกนักเรียนยอมรับได้?  มีเหตุการณ์เช่นนั้นรึ?”
                คุณปู่เดาถูกเผง...  เป็นเพราะอาบน้ำร้อนมาก่อนหรือไงกันนะ
                “เปล่าครับ...  พอดีว่านักเรียนที่เพิ่งถูกพักการเรียนไปไม่นาน  เริ่มกลับมาเรียนอีกครั้ง  ในดรงเรียนก็เลยเกิดความไม่สงบขึ้นมาบ้าง  แต่เรื่องนี้ผมเตรียมแผนการรับมือแล้ว  คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะเรียบร้อยดี  ไม่มีอะไรที่จะต้องเป็นกังวลหรอกครับ”  เขาตอบ
                “อืม...  ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี  ฉันคาดหวังในตัวเจ้าทั้งสองเอาไว้มาก  อย่าทำให้ฉันผิดหวัง!” 
                “ครับ!คุณปู่!” พวกเขาสองคนรับพร้อมกัน  จากนั้นท่านเจ้าบ้านก็หันไปหามินาโกะที่นั่งอยู่ที่ด้านหลังของไคมาตลอด 
                “เธอ...  มัวทำอะไรอยู่  ฉันส่งให้ไปดูแลไค  แล้วทำไมเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ถึงไม่ยอมรายงานฉัน!”
                มินาโกะหมอบลงที่พื้นสองมือเหยียดตรงไปข้างหน้าอย่างนอบน้อม  “ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ” 
                “อย่าให้แนได้ยินเรื่องแบบนี้อีก....เข้าใจไหม” 
                “เจ้าค่ะ” 
                พอเห็นว่าไม่มีเรื่องอะไร  ท่านเจ้าบ้านก็ลุกออกไปจากห้อง  เป็นอันว่าเหตุการณ์เช่นนี้ก็จบไปอีกครั้ง  รอลุ่นครั้งหน้าว่าจะมีเรื่องอะไรที่ท่านเจ้าบ้านจะยกขึ้นมาพูดให้สมาชิกอกสั่นขวัญหายกันอีก 
                ไคกับมินาโกะเดินเลี่ยงไปคุยกันหลังอาหารที่สวนหินด้านนอก  ความจริงแล้วพวกเขาดูเหมาะสมกันอย่างมาก  ทั้งรูปร่างหน้าตาและฐานะ  ทว่ากลับไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาเลย  ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายหวังจะให้พวกเขาได้ลงเอยเพื่อที่จะได้จัดการเขี่ยให้พ้นทางไปเสีย 
                ชินเดินเข้าไปหาญาติผู้น้องท่าทางเป็นมิตร  ทั้งที่ในใจไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย  ด้านหลังของเขาก็มีผู้ติดตามคนหนึ่งเช่นกัน  คนคนนั้นก็อยู่ในตระกูลคิโจจิ  ชื่อว่าสุโอ  สุโอเป็นคนเงียบ  หากไม่จำเป็นก็จะไม่พูด  เขาจึงเก็บความลับให้กับคนมากเล่ห์อย่างฟุจิมิยะ ชินได้อย่างดี
                “ฉันไม่คิดว่านายจะรับมือเรื่องนัตสึกิได้ง่าย ๆ หรอก...” ชินพูดขึ้นมา  รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าเขาเป็นสิ่งจอมปลอมที่ไคเกลียดที่สุด  แต่ก็จำเป็นต้องมองเห็นทุกครั้งไป 
                “ดูท่าทาง...  นายจะสนิทกับเธอมาก่อน”  เรียกชื่อเฉย ๆ ก็ได้เหรอ  ทีเรายังไม่กล้าทำแบบนั้น  มันไม่สุภาพ...
                “สนิทหรือ....”  อยากจะหัวร่อ  “ก็พอสมควร...  แต่ฉันจะบอกเอาให้ก็ได้  ว่าถ้านายอยากจะทำให้โรงเรียนของนายสงบเรียบร้อยดีอย่างเคย  นายก็ควรจะกำจัดเธอออกไปให้พ้นทางซะ... ไม่อย่างนั้น  คนอย่างเทนโง  จะไม่ปล่อยให้คนอย่างพวกเราได้ทำอะไรตามใจง่าย ๆ แน่” 
                เขาพดเบาราวกระซิบ  ทั้งยังเข้ามาชิดมากอีกด้วย... 
                “ถ้าอย่างนั้นก็ขอบใจมากนะ..ที่เตือน” 
                “หึ...  ยังไงก็ต้องขอบอกนายเอาไว้ล่วงหน้า  ว่าต้องขอโทษที  เรื่องเอาหน้าน่ะ...  ฉันถนัดกว่านายมาก!” 
                คนพูดหัวเราะร่าแล้วเดินออกไป  บ้านของเขาอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่  แต่ก็ไม่สมควรอยู่นาน  บ้านใหญ่หลังนี้เป็นของผู้สืบทอดอย่างคุณปู่เท่านั้น  นอกจากไคกับคนสนิทอีกไม่กี่คนแล้ว  ท่านไม่อนุญาตให้ใครมาอาศัยอยู่ที่นี่กับท่านที่นี่ 
                มินาโกะถอนหายใจ  “ตกลงว่า...  เทนโง นัตสึกิจะกลายเป็นปัญหาของพวกเราจริง ๆ ใช่ไหมคะ  คุณไค” 
                “ฉันไม่แน่ใจนัก...  ถ้าหากเรื่องที่ฉันรู้มาเป็นความจริง  ถึงมันจะขัดกับหลักการของคุณปู่  แต่ฉันก็ยินดีแบกรับมันเอาไว้”
                นัตสึกิเป็นคนที่พวกปีสามยอมรับนับถือกันมาก  ไม่ใช่เพราะเธอต่อสู้เก่ง  แต่เพราะเธอมีน้ำใจและชอบช่วยเหลือคนอื่น  เธอไม่แบ่งชนชั้นและไม่เคยดูถูกใคร  คนแบบนั้นน่ะ...  ไม่ใช่ตัวปัญหาสักหน่อย 
                “เฮ้...  ฟูจิมิยะ ไค  จำฉันได้ไหม...”  ผู้ชายหน้าตาน่ารักสดใส  เดินเข้ามาหาเขาแล้วร้องเรียก  แต่ไคพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก  จนกระทั่งมินาโกะจังสะกิด  “คุณโนโนฮาระ  ชูริ  สบายดีหรือคะ” เธอโค้งตัวให้อย่างมีมารยาท
                ชายคนนั้นยิ้มสดใสพลางรีบบอกออกไปอย่างร้อนรน  “คิโจจิซังอย่าใช้คำสุภาพกับผมเลย  ผมรับไม่ไหวหรอก”
                บุคคลิกถ่อมตนของเขาน่านับถือมากนัก  แถมยังสดใสสมวัยยิ่งกว่าใครในบรรดาเครือญาติของตระกูล  ดังนั้นเขาจึงเป็นที่นิยมในหมู่สาว ๆ แล้วก็ผู้สูงอายุมาก
                “โนโนฮาระคุงเป็นญาติทางฝ่ายท่านชินนี่คะ  ดิฉันก็สมควรให้เกียรติ” 
                “ยังมีมารยาทงดงามเหมือนเดิมเลยนะ..”  ชูริบอกพลางยิ้มอย่างชื่นชม  “ว่าแต่...อันที่จริงผมจะมาบอกเรื่องนัตสึกิน่ะ” 
                สองคนมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ  ชูริอยู่ฝ่ายข้างชิน  แต่ทำไมจู่ ๆ ก็คิดจะมาช่วยล่ะ?
                “ผมเองก็รู้จักกับนัตสึกิเหมือนกัน  ชินน่ะอาจจะขู่นายมากไปหน่อย  เพราะความจริงนัตสึกิไม่ได้เลวร้ายอะไรสักนิดเลย  เธอเป็นคนที่ดีมาก”  หน้าตาของเขาจริงจังมากเช่นกัน
                “ผมทราบแล้วครับ”  ไคขอบคุณเขาด้วยรอยยิ้ม 
                “เอ่อ....ผมฝากเอานี่ไปให้นัตสึกิหน่อยได้ไหม  ผมไม่กล้าไปเองน่ะ  เดี๋ยวเจ้าชินมันโกรธ”  เขายกมือไหว้ขอร้องอย่างจริงใจ  พวกเขาจึงไม่รังเกียจที่จะรับเอาไว้ 
                ชูริส่งกล่องช็อคโกแล็ตไปให้ไค  ทั้งยังกำชับว่าต้องส่งให้ถึงมือแล้วบอกเธอว่า  เขาเป็นคนให้อีกด้วย  ไคมองกล่องช็อคโกแล็ตในมือแล้วขมวดคิ้วสงสัย 
                ถ้ามาพิจารณาดูแล้ว...  ยัยปีศาจนั่น  ถ้าอยู่เฉย ๆ ก็อาจจะดูน่ารักนิดหน่อย  แต่หลังจากนั้น  ไอ้นิดหน่อยนั้นก็มลายหายไปไม่เหลือแม้แต่เงา  เขาไม่เห็นว่าผู้หญิงห่าม ๆ อย่างนั้นจะมีเสน่ห์ที่ตรงไหน! 
                เขายื่นกล่องช็อคโกแลตให้มินาโกะ  เป็นอันว่า  ช็อคโกแล็ตกล่องนี้เป็นหน้าที่ของเธอแทน...
               
                บ้านของนัตสึมิเป็นไสตล์ญี่ปุ่นขนาดเล็กมีชั้นเดียว  และมีไม่กี่ห้องเท่านั้น  บ้านหลังนี้เป็นบ้านของคุณพ่อของเธอ  เธอกลับมาถึงบ้านในมือยังมีนมรสกล้วยติดมือมาด้วย  พอมองเข้าไปก็เห็นในบ้านเปิดไฟอยู่ ร่างของเธอหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น  และเตรียมตัวจะถอยหลังไปทีละก้าวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า  ทว่า...
                “จะรีบไปไหน...  ทำไมไม่เข้าบ้านก่อนล่ะ” 
                ฝ่ามือใหญ่หนายื่นมาแตะตัวเธอ  แต่นัตสึกิกระโดดหนีไปได้ก่อนแล้วหันมาเผชิญหน้ากับคนคนนั้นด้วยความรู้สึกหวาดระแวง
                เขาเป็นชายวัยกลางคน  หน้าตาพอไปวัดไปวา  ดูเผิน ๆ เหมือนตาลุงโทรม ๆ คนหนึ่ง
                “ทำไมถึงมาอยู่นี่ได้...” สีหน้าของนัตสึกิมีเหงื่อเย็น ๆ ไหลรินลงมา  กับคนคนนี้แล้ว  เป็นคนที่เธอไม่อยากจะเผชิญหน้าด้วยเป็นที่สุด
                “พ่อจะมาหาลูกสาวมันผิดตรงไหนกัน” 
                นัตสึกิลดมือที่ตั้งการ์ดลง  พลางทำสีหน้าหวาดระแวง  “ไม่ได้มาทดสอบฝีมือกันหรอกนะ...”
                เขาได้ฟังก็หัวเราะก๊ากออกมาเต็มแรง  “พ่อไม่ใช่ปู่  ถึงจะได้ชอบเล่นแรง ๆ แบบนั้น”
                “อ๋อเหรอ...”  นัตสึกิค่อยมีท่าทีผ่อนคลายลงหน่อย  แต่แล้วพริบตาเดียวร่างของเธอก็ถูกบิดหลับหลังด้วยความเร็วเหนือแสงและพละกำลังที่มากมายมหาศาล  เธอรู้ตัวทันทีว่าตัวเองถูกตาลุงตัวเหม็นคนนี้หลอก!
                หนอย! มาทดสอบฝีมือกันชัด ๆ  นัตสึกิพลิกข้อมือคราเดียวร่างกายตัวเองก็หลุดจากการเกาะกุมของคนที่อายุมากกว่าได้  จากนั้นถอยกรูดไปตั้งหลักด้วยความเร็วเสมอกัน
                “ไอ้คนลวงโลก!”  
                คนผู้นั้นรุกคืบเข้าไปติด ๆ และปะทะฝีมือด้วยท่าร่างกังฟูชั้นสูง 
                “กลายเป็นเด็กอ่อนต่อโลก  ไม่รู้จักระแวดระวังไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะ!”  เขาสู้ออกหมัดไปพลางพูดไปพลางอย่างสบายอารมณ์  นัตสึกิได้แต่รับมือเขาอยู่ฝ่ายเดียว  ยังไม่มีทีท่าจะรุกกลับได้เลย
                “เป็นพ่อก็หัดทำตัวให้เหมือนพ่อคนอื่นเค้าหน่อยได้ไหม!”  พอสู้ไม่ได้ก็กระโดดหนีขึ้นไปบนกำแพง  ทำให้หมัดที่ออกไปไม่อาจชักกลับคืนได้ทันของอีกฝ่ายกระทบเข้ากับกำแพงคอนกรีตอย่างจัง 
                “อ้ะ!...”  พอสิ้นเสียงกำแพงก็แตกร้าวเป็นทาง  และทลายลงไปกองกลายเป็นเศษหินในที่สุด...
                llll  กำแพงบ้าน...ของฉัน...
                “รับผิดชอบด้วยล่ะ...แบร่”  นัตสึกิแลบลิ้นปริ้นตาใส่เขาแล้วกระโดดเหยงหนีไปในทันที
                “กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!”  เจ้าลูกคนนี้พอมีเรื่องก็ทิ้งพ่อมันทันที! 
                เมื่อไหร่จะโตเป็นผู้หญิงดี ๆ กับเขาเสียทีเนี่ย!  โจหยางถอนหายใจเฮือกใหญ่  จากนั้นเดินเข้าบ้านไปนั่งลงที่ระเบียงพลางล้วงจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ...
                วันนี้เขามีนัดกับคนบางคน  ก็เลยต้องกลับจากการเดินทางแสวงหาวิชาการต่อสู้ตามอุดมการณ์ของเขาเพื่อมาพูดคุยธุระสำคัญ  และธุระสำคัญที่ว่ามันก็เกี่ยวกับเรื่องเมื่อยี่สิบปีก่อนที่เขาได้พบกับผู้หญิงที่เป็นรักชั่วนิรันดร์ของเขา 
                อีกเรื่องที่ทำให้เขาต้องกลับมาก็คือ  เรื่องความปลอดภัยของลูกสาวสุดที่รักคนนี้  ถึงแม้จะเก่งกล้าสามารถกว่าคนทั่วไป  แต่เขาก็ไม่วางใจพอที่จะให้เหตุการณ์ที่เหมือนกับเมื่อปีที่แล้วเกิดขึ้นมาได้อีกเป็นอันขาด!  ลูกสาวของเขาต้องถูกพักการเรียนทั้งที่ไม่มีความผิด  ตอนนี้กลับมาเรียนได้เหมือนเดิมแล้วแต่ก็ต้องซ้ำชั้นอีก  แบบนี้เขาต้องคอยดูแลไม่ให้คลาดสายตา  แล้วดูซิ!  ยัยเด็กบ้ามันหายไปไหนอีกแล้วล่ะเนี่ย!
 
                นัตสึกิหนีออกมาโดยไม่ได้ใส่ใจทางระหว่างที่มามากนัก  คิดแต่ว่าจะไปให้ไกลเท่านั้น  แต่เมื่อเริ่มสังเกตทิวทัศน์รอบข้างก็อดวูบในใจไม่ได้....
                แถวนี้มัน... ย่าน HOTEL!!!
                ชายหนุ่มหญิงสาวเดินกอดคอเคียงไหล่กันให้ขวักไขว่
                จู่ ๆ หน้าเธอก็แดงวาบขึ้นเมื่อเห็นคนหนุ่มสาวที่ยังสวมชุดนักเรียนเดินเลี้ยวเข้าไปในโรงแรมแห่งหนึ่งในย่านนั้น
                อ้าย!//// 
                นัตสึกิหลับตาปี๋แล้วพยายามบังคับสายตาให้มองตรงไปข้างหน้าเท่านั้น  ห้ามวอกแวก ห้ามวอกแวก!  แต่สายตาเจ้ากรรมก็ดันเผลอมองตามคู่ชายหนุ่มหญิงสาวที่เดินเลี้ยวเข้าโรงแรมตรงหน้าอีกจนได้
                ทว่า...อารมณ์สาวแตกของนัตสึกิเริ่มหยุดทำงาน  เธอเห็นเด็กโรงเรียนเดียวกันกำลังเดินเข้าโรงแรมกับผู้ชายที่แต่งตัวราวกับนักเลงพวกนั้น...
                ‘นั่นมันชุดของโรงเรียนเรา!  ทำไมเดินมากับพวกยากูซ่า?’
                นัตสึกิทำหน้าเครียด...  ถ้าหากสีหน้าของเด็กคนนั้นไม่มีแววว่าจะขอความช่วยเหลือ  เธอก็คงไม่ตัดสินใจเดินเลี้ยวตามคนทั้งคู่เข้าไปในโรงแรมแห่งนั้นให้ได้อายอย่างแน่นอน.....
                ขณะเดียวกัน...  สายตาของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งลาจากหนึ่งในแฟนสาวนับสิบของเขาด้วยการจูบที่แก้มเบา ๆ บริเวณหน้าโรงแรมแถว ๆ นั้น แววสงสัยใคร่รู้ทำให้เขาเดินตามร่างแบบบางคุ้นตานั้นไปติด ๆ หวังว่าจะได้เจอเรื่องสนุก ๆ น่าตื่นเต้นกะเค้าบ้าง
                “โจวี่คุง  จะไปไหนน่ะ”  แฟนสาวของเขาถาม 
                “เธอกลับไปก่อนเถอะ...พอดีผมเจอคนรู้จักน่ะ”  เขาบอกพลางยิ้มหวาน แต่ดวงตาเจ้าเล่ห์แสนกล!
                นัตสึกิแอบอยู่ตรงผนังทางโค้ง  เห็นเจ้ายากูซ่ามันเดินไปเคาะประตูห้องพัก  เมื่อประตูนั้นเปิดออกมันก็ผลักเด็กสาวเข้าไป  จากนั้นคนที่อยู่ในห้องก็ส่งเงินให้  หลังจากนับเงินเสร็จแล้วมันก็เดินกลับมาโดยไร้ร่างแบบบางคนนั้น
                พอเลี้ยวโค้งก็ชนเข้ากับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งเข้าโดยไม่ตั้งใจ
                “เฮ้ย!อะไรกันวะ!”  เขาโวย  แต่ทันทีที่เห็นท่าทางอ่อนแอของอีกฝ่าย  เขาก็รีบเปลี่ยนท่าทีทันที  “ขอโทษที....เป็นอะไรไหมจ้ะ  เจ็บตรงไหนหรือเปล่า  ให้พี่พาไปพักผ่อนในห้องก่อนไหม” 
                ท่าทางกระลิ้มกระเหลี่ยของมันทำให้นัตสึกิอยากจะอ้วก  แต่ก็ต้องทนไปก่อน  ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง
                “เอ่อ...คือหนู  หนูตามเพื่อนมาน่ะค่ะ...  เธออยู่ที่ไหนหรือคะ” 
                “เพื่อนงั้นหรือ?  เธอหมายถึง  เด็กคนที่มากับฉันน่ะเหรอ”  ทีอย่างนี้ล่ะฉลาดขึ้นมาทันทีเลยนะ!
                เธอพยักหน้า  เจ้ายากูซ่านั่นจึงคิดคำนวณในใจอย่างดี  อย่างนี้มีเงินเข้ากระเป๋าเขาอีกไม่น้อย  ดังนั้นจึงทำท่าใจดีช่วยพยุงเด็กสาวขึ้นมาอย่างเบามือ  “ฉันจะพาเธอไปหาเด็กคนนั้นดีไหม...” 
                นัตสึกิพยักหน้าอีกครั้ง  ท่าทางไร้เดียงสาเช่นนี้ยิ่งทำให้พวกขยะสังคมพวกนี้ชอบนักแหล่ะ
                จริงดังคาด  เจ้ายากุซ่าคนนั้นพาเธอไปยังห้องเดิม  เมื่อคนในห้องเปิดประตู เขาก็ผลักเธอเข้าไปทันที  จากนั้นพูดจาต่อรองกับเจ้าของห้อง
                “ถ้าตกลงก็จ่ายเพิ่มมา  ถ้าไม่เอาฉันจะพากลับไปทั้งคู่เลย  ว่ายังไง!”
                นัตสึกิอึ้ง...  นี่น่ะหรือวิธีทำการค้าของพวกมัน  ขู่บังคับเด็กผู้หญิงไม่พอ  ยังบังคับให้ลูกค้าซื้ออีกด้วย  มันจะมากไปแล้ว...
                เธอหันไปมองสภาพกึ่งเปลือยของเด็กสาวที่ใบหน้าอาบนองไปด้วยน้ำตาอยู่บนเตียง  หล่อนมองหน้าเธอเหมือนจะขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่ยอมพูดออกมา  ทำให้นัตสึกิหงุดหงิดโดยไม่ทราบสาเหตุ  มันต้องใช้อะไรขู่เด็กคนนี้แน่ ๆ ไม่อย่างนั้น  หล่อนคงกล้าที่จะวิ่งออกไปแล้วร้องขอความช่วยเหลือ 
                “เอ่อ...  คุณคะ...คือหนูเปลี่ยนใจแล้ว  หนูอยากออกไปจากที่นี่”  นัตสึกิแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราวและต้องการจะหนี  แต่เจ้ายากุซ่าคนนั้นก็ฉวยร่างของเธอเอาไว้แล้วผลักเธอเข้าไปอีกครั้ง  คราวนี้มันย่างสามขุมเข้ามาช้า ๆ พลางพูดกับผู้ชายอ้นพุงพลุ้ยที่ร่างกายห่อเอาไว้ด้วยชุดคลุมของโรงแรมเท่านั้นว่า  “ฉันจะจัดการสั่งสอนยัยนี่ก่อน  จากนั้นแกก็ค่อยลิ้มลองรสชาติก็แล้วกัน!” 
                พูดจบเจ้ายากูซ่านั่นก็เงื้อมือตั้งใจซัดลงมาที่ใบหน้าของเธออย่างแรง  ทว่า...
                “ฉันโทรเรียกตำรวจเรียบร้อยแล้วนะ  อีกไม่นานก็คงจะมาถึง...  เธอจะเลิกเล่นได้หรือยัง  สาวน้อย...” 
                เสียงของชายหนุ่มที่ยืนพิงกรอบประตูท่าทางสบายอารมณ์พูดขึ้นมา ทำให้คนในห้องทั้งหมดต้องหันไปมอง 
                “แก!  ยังไม่ได้ปิดประตูอีกหรือเจ้าโง่เอ้ย!”  ยากูซ่าคนนั้นรีบใช้โอกาสนี้จะหนี  แต่กลับถูกนัตสึกิดึงตัวเอาไว้  ทำให้อารมณ์เดือดพล่าน  ใช้เท้าเตะไปที่ร่างบอบบางนั้นอย่างแรง  “ปล่อยสิ!  ปล่อยสิวะ!” 
                นัตสึกิปล่อยให้หมอนั่นเตะเข้าที่ซี่โครงจนช้ำ  ทำเอาโจวี่หน้าเครียด  ต้องเข้ามาช่วยเอาไว้
                “เธอจะบ้าเหรอ  ยังไม่ลุกขึ้นอีก” โจวี่ดึงขาของเจ้าคนชั่วนั่นเอาไว้ท่าทางทุลักทุเลเหลือเกิน
                นัตสึกิยังคิดไม่ออกว่ามันใช้วิธีอะไรข่มขู่เด็กสาวคนนั้นกันแน่  สมองเธอทำงานได้ทีละอย่าง  ดังนั้นนอกจากใช้มือดึงคนชั่วเอาไว้  สมองก็กำลังทำงานอยู่ไม่อาจสั่งการอย่างอื่นได้ 
                “จริงสิ!”  พอคิดออกเธอก็หันมามองเจ้ายากูซ่านั่น  พอเห็นว่าโจวี่กำลังกลายเป็นผู้เคราะห์ร้ายเพราะไม่ยอมปล่อยขาของมัน  เธอก็เดือดร้อนแทน  เข้าไปอัดจนมันแผลงฤทธิ์ไม่ได้อีก  ส่วนเจ้าหมูอ้วนมันรีบหนีไปตั้งแต่ตอนแรกแล้วก็เลยต้องยอมปล่อยไปก่อน
                โจวี่ลุกขึ้นใบหน้าหล่อ ๆ ของเขาต้องหมองช้ำเพราะเจ้าหล่อนคนเดียว! 
                “เธอมัวทำอะไรอยู่  ทำให้ฉันต้องเสียโฉมเลยเห็นไหม!” 
                “อย่าบ่นเลยน่า  เป็นผู้ชายกทนทนเอาหน่อย...”  พูดเสร็จก็เดินไปหาเด็กสาวที่เอาแต่ร้องไห้อยู่บนเตียงก่อน
                “บอกมา!  ไอ้หมอนั่นมันใช้วิธีอะไรถึงได้ข่มขู่ให้เธอมาทำอะไรแบบนี้ได้น่ะ!”  นัตสึกิเลือกใช้วิธีที่ง่ายและสั้นที่สุด  ก็คือ  ถามไปตรง ๆ นี่แหล่ะ!
                แต่เด็กสาวพอถูกถามด้วยวิธีแบบนั้นกลับร้องไห้หนักกว่าเดิม  จนใจที่คนละเอียดอ่อนอย่างเขาจะทนดูไม่ได้
                โจวี่เดินเข้าไปปลอบใจแล้วบอกให้นัตสึกิมองดูอยู่เฉย ๆ
                เขานั่งลงข้างเธอพลางเอามือค่อย ๆ ลูบศีรษะเธออย่างอ่อนโยน  ใบหน้าหล่อ ๆ ของเขาทำให้สาว ๆ ใจอ่อนมานักต่อนักแล้ว  “ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ พูดนะ  เพื่อนฉันเขาเป็นห่วง  กลัวว่าเธอจะไม่ได้รับความเป็นธรรม  ก็เลยใช้คำพูดรุนแรงไปบ้าง  อย่าถือเลยนะ” 
                นัตสึกิได้ยินเขาต่อว่าเธอแล้วแทบจะกระโดดเข้าไปหักคอ  ทว่าหญิงสาวที่ถูกปลอบกลับหยุดร้องไห้ในทันที  จากนั้นก็เริ่มเอ่ยปากด้วยตัวเอง 
                “พ่อของฉันเขาติดเงินพวกยากูซ่าเอาไว้  มันขู่ว่าถ้าฉันไม่ยอมทำแบบนี้เพื่อใช้หนี้  พวกมันจะฆ่าพ่อของฉันทิ้ง!”
                “เลวจริง ๆ”  นัตสึกิเริ่มจะเดือดอีกครั้งแล้ว...  ท่าทางดุร้ายของเธอเริ่มจะทำให้บ่อน้ำตาของอีกฝ่ายแตกทลายอีกครั้ง
                “พ่อของเธอติดเงินพวกมันอยู่เท่าไหร่...” เขารีบเข้าเรื่อง  กลัวว่าจะเสียงาน
                “ตอนแรกยืมไปแค่สองหมื่นเท่านั้น  แต่พอนานเข้า  พวกมันก็เพิ่มดอกเบี้ยอีกตอนนี้หนี้ทั้งก้อน รวมแล้วก็สองแสน!” 
                “จะบ้าหรือเปล่าเนี่ย!”  นัตสึกิกระโดดหนี  จากสองหมื่นเป็นสองแสน  สิบเท่าเนี่ยนะ!  ถ้าเป็นเธอ  คงต้องอัดพวกมันก่อนแล้วค่อยคืนเงินทีหลัง  แถมขอแบบผ่อนเป็นงวดด้วยนะ
                “เข้าใจแล้ว...”  พอไถ่ถามความเสร็จตำรวจก็เข้ามาถึงพอดี  พวกเขาจับกุมตัวยากูซ่าคนนั้นเอาไว้แล้วกันตัวเด็กสาวไปเป็นพยาน 
                นัตสึกิกับโจวี่เดินออกมาจากโรงแรมด้วยกัน  เธอมองหน้าเขาด้วยความสงสัย  “แล้วต่อไปนายจะจัดการยังไง?” 
                โจวี่ไม่พูดอะไร...  เขากดเบอร์ในมือถือแล้วโทรออก  “คุณมิซากิ  ผมเองนะจำได้ไหม..โจวี่ไง” 
                มิซากิ?  ใคร?  ชื่อคุ้น ๆ
                “ผมมีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย  พอดีว่าเพื่อนที่โรงเรียนน่ะ...” จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องของเด็กคนนั้นให้คนที่ชื่อมิซากิฟังจนหมด  จากนั้นก็วางสาย 
                “นายทำอะไรน่ะ...”  เธอถาม  ยังคิดไม่แตกว่าเขาทำอะไร
                “คุณมิซากิน่ะ  เขาเป็นคนที่ฉันเคารพนับถือ  เป็นคนที่รู้จักคนเยอะแล้วก็มีอิทธิพลในด้านมืดด้วย  ถ้าเป็นเรื่องด้านมืดแบบนี้ก็ต้องให้คนกันเองจัดการเอง...” 
                “อ๋อ...  เอาเกลือจิ้มเกลือ  หมายความว่าคนที่ชื่อมิซากิอะไรนั่นก็เป็นยากูซ่าน่ะสิ...”  
                ทำไมมันคุ้นจังหว่า..
                “ฉลาดมาก”  เขาทำเป็นชม  แต่ในใจยังคิดแค้นเรื่องที่เธอทำใบหน้าเขาเป็นแผลไม่หาย  ถ้าหากไม่นึกสนุกตามยัยนี่มาคงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้หรอก!
                “ยังไงก็ขอบใจมากนะ...  ที่ช่วยเรียกตำรวจมาให้” 
                “ความจริงเธอเองก๋น่าจะเรียกตำรวจตั้งแต่แรกแล้ว  ไม่ควรที่จะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงแบบนั้น  มันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย...”
                “ความจริง...  ฉันอยากรู้ว่าเป็นเพราะอะไร  เด็กคนนั้นถึงได้ต้องทำแบบนี้ทั้ง ๆ ที่ไม่เต็มใจ  ถึงได้ลงทุนขนาดนั้น...  อีกเรื่องก็คือ...  ฉันไม่มีโทรศัพท์มือถือ  ถ้าหากเรียกตำรวจก็จะเสียเวลา  เด็กคนนั้นคงจะถูกพวกมันผู้ยี้ปู้ยำไปแล้ว  เพราะฉะนั้น  ฉันน่าจะลงมือจัดการพวกมันเองดีกว่า”  (นี่เป็นความสามารถพิเศษส่วนตัว  เด็ก ๆ ห้ามลอกเลียนแบบนะจ้ะ)
                ไม่มีมือถือ  นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้วแม่คุณ!
                “เธอหัดใช้บ้างเถอะ...  แล้วแบบนี้จะติดต่อเพื่อนได้ยังไงล่ะ”  ปกติเห็นไปไหนมาไหนคนเดียว... หรือว่ายัยนี่จะไม่มีเพื่อน?  ไม่จริงน่า...เห็นพวกปีสามออกจะเคารพนับถือซะขนาดนั้น
                นัตสึกิฉีกยิ้มกว้าง...  แต่ไม่พูดอะไร  เธอขอตัวกลับบ้านก่อน  โจวี่ก็เลยแยกทางกับเธอตรงปากทางออกนั่นเอง  ตอนนั้นคิดว่าเรื่องราวคงจะจบลงด้วยดี  ไม่คาดเลยว่า...  พอรุ่งเช้าอีกวัน  เขาจะพบเหตุการณ์ที่ทำให้วุ่นวายมากขึ้นไปอีก
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 257 ท่าน