Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ก๊วนป่วนโรงเรียนแปลก
Morinne
ตอนที่ 4 นมรสกล้วยแทนใจ
5
01/12/2554 14:25:54
456
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 4 นมรสกล้วยแทนใจ                
                ยามพักเที่ยง  พวกคณะกรรมการนักเรียนจะไปนั่งกินข้าวที่ห้องอาหาร VIP ที่ทางโรงเรียนจัดเอาไว้ให้  ส่วนคนอื่น ๆ ก็ได้แต่มองพวกเขาที่เสมือนเป็นเทพเจ้าอยู่ห่าง ๆ ด้วยสายตาชื่นชม
                “บรรยากาศค่อยกลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อนหน่อย....”  จิโตะเสะอดบ่นไม่ได้  แต่ก็โล่งใจเพราะช่วงแรก ๆ ที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมา  ทำเอาผู้คนวุ่นวายปั่นป่วนกันไปหมด  ขณะเดียวกันเธอก็วางช้อนลงทั้ง ๆ ที่ชิ้นเสต็กยังเหลืออยู่ในจานอีกมาก
                “แต่เหมือนจะขาดคนไปหนึ่งนะ จีจัง”  โจวี่เอ่ยออกมาเสียงเรียบ  เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขาเป็นที่ของอิชิบะ โทชิโอะคนนั้น  กลับว่างอยู่
                มินาโกะจังมองออกไปด้านนอก เห็นคนที่ถูกพูดถึงกำลังนั่งกินราเม็งชามใหญ่อยู่กับตัวปัญหาคนนั้น
                “ดูท่า....  อิชิบะคุงจะถูกแย่งไปซะแล้วล่ะมินาจัง”  โจวี่ยิ้มหวาน แต่สายตาของเขากลับคมกริบ
                “มินาโกะ...  กรุณาเรียกให้ถูกด้วยค่ะ”  เธอหลบสายตาของเขา  ไม่ชอบให้คนเจ้าชู้คนนี้มาทำตัวสนิทสนมมากนัก 
                ฟูจิมิยะ ไค ยังคงจิบชาเรียบเรื่อยท่าทางสบายๆ  ฟังพวกเขาทั้งสามคนโต้ตอบกันอยู่เงียบ  ๆ
                “ช่างเขาปะไร...  ถึงจะอยู่ด้วย  ก็ไม่เคยพูดจาอะไรเหมือนเป็นใบ้อยู่แล้ว”  ถึงจะพูดไปแบบนั้นเธอกลับทำงอนแก้มป่องอย่างหัวเสีย
                “โทชิโอะ ก็เป็นส่วนหนึ่งของเรา...  ขาดเขาไม่ได้หรอก”  โจนาธานหันไปมองไคพลางพูดต่อ  “อันที่จริง  การที่เรามารวมตัวกันอยู่แบบนี้ก็เป็นเพราะนายนะไค  เรื่องของโทชิโอะ  นายช่วยหาทางแก้ปัญหาหน่อยสิ...  เพราะถ้าขาดเขาไป  เราก็เหมือนนกไร้ปีก  ไม่มีทางที่นายจะได้ขึ้นไปถึงจุดมุ่งหมายได้อย่างแน่นอน  นายเองก็รู้ดีนี่...” 
                เป้าหมายของไคคือการเป็นทายาทสืบทอดรุ่นต่อไปของตระกูล โดยมีตระกูลของเขาคอยสนับสนุน  ส่วนตัวเขาอยากจะอยู่อย่างสบาย ๆ แบบนี้ไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นต้องให้ไคเป็นคนจัดการทุกอย่าง  เขาจะได้ใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปโดยไม่ต้องถูกกดดันจากครอบครัวและคนรอบข้าง  ถือเป็นการได้ทั้งสองฝ่ายโดยที่เขาไม่ต้องทำอะไรเลย  แค่อยู่ข้าง ๆ ไคแบ้วปล่อยให้เขาบอกว่าต้องทำอะไรเท่านั้น 
                “ไม่ต้องกังวลหรอก...  ก็แค่ต้องทำให้เทนโง นัตสึกิอยู่ในการควบคุมได้เท่านั้น  เรื่องอื่นก็ไม่เป็นอัญหาสำหรับฉัน” ไคตอบ 
                “ไคเก่งที่สุดเลย!  นี่...  จะไม่ไปเดทกับฉันหน่อยเหรอ...  นานแล้วนะที่ฉันไม่ได้ไปไหนกับเธอเลยน่ะ”  จิโตเสะอ้อน  วันนี้เธอตื่นแต่เช้าเพื่อทำผมทรงใหม่มาอวดเชียวนะ  ต้องลากไคให้ไปกับเธอให้ได้เลย
                “ขอโทษที...  วันนี้ฉันต้องกลับไปกินข้าวที่บ้าน...  คุณปู่นัดทานข้าวกับคนในครอบครัว” 
                “เป็นอย่างนี้ทุกเดือน...  น่าเบื่อจริง ๆ  พวกตระกูลฟูจิมิยะเนี่ย”  จิโตเสะหัวเสีย  แบบนี้ก็ไม่ได้แน่ ๆ น่ะสิ!
                คนในตระกูลมีเป็นร้อย...  แต่ผู้นำในตระกูลมีแค่คนเดียวคือปู่ของเขา  การเลือกสรรทายาทเพื่อมารับสืบทอดย่อมเป็นเรื่องที่ต่อสู้แย่งชิงกันขึ้นไปถึงจะได้
                “ไปกับฉันสิจีจัง  ฉันว่างนะ”  โจวี่บอกพลางยิ้มหวาน 
                “ไปหาสาว ๆ ของนายเหอะ อย่ามายุ่งกับฉัน!” 
                “ถ้าอย่างนั้นมินาโกะจังก็ต้องไปด้วยสิใช่ไหม...”  โจวี่หันไปถามเธอ  เธอก็พยักหน้าตอบไม่พูดอะไร
                สีหน้าของไคดูหนักใจและจริงจังขึ้น  หนทางสู่เป้าหมายของเขามันยากลำบากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเสียอีก  แต่ช่วงสองปีที่ผ่านมา  เขาก็พยายามสร้างหนทางที่ดู้ไร้ตัวตนขึ้นมาได้ทีละนิดทีละนิด  ในตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าจะชัดเจนมากขึ้น  ไม่แน่ว่าวันนี้  อาจมีเรื่องไม่คาดฝันรอเขาอยู่ข้างหน้า  เพราะฉะนั้น... 
                “พวกนาย...  แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะเดินไปทางเดียวกับฉัน”  ไคเอ่ยปากถามเพื่อยืนยันคำตอบในใจ
                ชองโอแคร์ จิโตเสะ  ผู้มีอิทธิพลทางด้านการขนส่งทั่วโลก  เปิดเส้นทางให้เขา
                มุลตาฟา โจนาธาน  ผู้ร่ำรวยล้นฟ้าเพราะน้ำมันดิบ  สนับสนุนทางด้านการเงิน 
                อิชิบะ  โทชิโอะ  ผู้ปกป้องความปลอดภัยของเขา
                คิโจจิ  มินาโกะ  หญิงสาวแสนฉลาด  อ่านใจคนได้ราวกับตาเห็น 
                ถ้าหากมีทั้งสี่คนนี้ร่วมเดินทางไปด้วยก็เหมือนมีคนเป็นกองทัพ...  เขาก็ไม่มีอะไรจะต้องกลัวที่จะยืนอยู่บนจุดสูงสุดนั้น!
                ทั้งสามคนที่อยู่ในห้องยิ้มจาง ๆ ให้เขาด้วยสายตามั่นใจ  เป็นการตอบรับ  รวมถึงคนร่างใหญ่ที่เพิ่งเปิดประตูห้อง VIPเข้ามาด้วย 
                ไคมองเขาพลางยิ้มออกมาอย่างพอใจ  พวกเขาเป็นเพื่อน...  ในขณะเดียวกันก็เป็นนักธุรกิจ  พวกเราตกลงกันแล้วว่าจะร่วมเดินไปด้วยกันตั้งแต่ตอนนั้น...  และจะไม่มีทางทิ้งกันไปไหนจนกว่าจะไปถึงที่สุดของเป้าหมาย
                  “แย่แล้วล่ะ...  คือว่า...”  ที่โทชิโอะเปิดประตูเข้ามานั้น  จริง ๆ แล้วไม่ใช่เพราะเขามีกระแสจิตล่วงรู้อะไรหรอก  เพียงแต่  ข้างนอกนั้นเกิดปัญหาขึ้นมานิดหน่อย
                “คุณนัตสึกิก่อเรื่องแล้ว...”
                ก่อนหน้านี้สักสามสิบนาทีที่แล้ว...
                เพราะนมรสกล้วยหมด  พวกลูกเศรษฐีใช้เงินกว้านซื้อไปกินคนเดียว  คนอื่นก็เลยไม่มีสิทธิ์ได้กิน  วันนี้เธออยากจะกินนมรสกล้วยเสียด้วยสิ  จะให้ออกไปซื้อข้างนอกตอนนี้ก็กลับมาไม่ทันเข้าเรียนแน่  ดังนั้นก็เลยไปขอร้องกันดี ๆ
                ผู้ชายคนนี้คือ  สุวาบาระ จินสุเกะ  เป็นลูกเศรษฐีที่ดินทำบ่อน้ำร้อนชื่อดัง เป็นเด็กปีหนึ่งที่มีท่าทางยะโสโอหังจนขึ้นชื่อ     นมรสกล้วยจำนวนแปดร้อยกล่องถูกเขาเหมาหมดภายในวันเดียวและตอนนี้มันวางเป็นแพ็คกองเป็นตั้งอยู่ที่พื้น 
                “ขอซื้อสักกล่องไม่ได้เหรอ  ฉันอยากกินนะ”  นัตสึกิถามดี ๆ   
                “ได้สิ”  เขาแสยะยิ้มตอบ  “แต่ฉันขายกล่องละ  สามหมื่นเยนนะ” 
                สามหมื่น!  ไอ้กร๊วกนี่... 
                “แต่มันราคาแค่สามร้อยเยนเองนะ”  เส้นเลือดของนัตสึกิปูดขึ้นมา  แต่ก็พยายามยิ้มออกมาเพื่อต่อรองดี ๆ
                “แต่ตอนนี้  ฉันเป็นคนเดียวที่มีนมรสกล้วยขาย  ถ้าเธออยากกินก็ต้องซื้อในราคาที่ฉันบอก”
                ชิ...  ยัยผู้หญิงโง่นี่  ท่าทางยากจนข้นแค้นยังคิดจะต่อรองซื้อของกับฉันอีกหรือไง  ฝันไปเถอะ! 
                “นายขายมันแพงเกินไปแล้วนะ  แล้วอีกอย่าง...  จำนวนตั้งมากมายขนาดนั้น  กินทั้งวันทั้งคืนก็ยังไม่หมด  นายจะเอาไปทำอะไรกันแน่” 
                “ฉันจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของฉัน  ฉันจะเอาไปอาบ  หรือว่าเททิ้ง  มันก็เป็นเรื่องของฉัน  ไม่เกี่ยวกับเธอ!”
                เขาไม่พูดเปล่า ยังเทนมรสกล้วยราคาสามหมื่นเยนทิ้งอย่างน่าเสียดายอีกต่างหาก!
                “ไอ้กร๊วกนี่มันเป็นใครฟระ!”  เลือดชักจะขึ้นหน้า 
                “คุณนัตสึกิครับ...  ผมขับมอเตอร์ไซค์ไปซื้อให้ก็ได้นะ”  โทชิโอะบอก
                “หึ!  ถ้าอยากจะกินในราคาสามร้อยเยน  เธอก็มาซื้อวันหลังก็แล้วกัน”  เขาไปดีกว่าไม่อยากจะเสียเวลา...
                “แกก็จะมาดักซื้อก่อนฉันอีกล่ะสิ”
                เขาหันมายิ้ม  “เธอก็ไม่โง่หนิ” 
                นัตสึกิฉีกยิ้มคราหนึ่ง  ก่อนจะไปกระชากคอเสื้อเด็กปีหนึ่งผู้โอหังคนนั้นมา  “ถ้าอย่างนั้นฉันจะจ่ายให้สามหมื่นเยน  แต่แลกกับได้ต่อยหน้าแกสักทีก็แล้วกัน!” 
                “คุณนัตสึกิ  อย่า!”
                ผัวะ! 
                “อุ้ย...  ขอโทษทีพอดีมือมันลื่นน่ะ”  หมัดที่ปล่อยออกไปเฉี่ยวหน้าของสุวาบาระไปแค่นิดเดียว  แต่ก็มีพลังทำลายล้างถึงขั้นที่ทำให้นมรสกล้วยที่อยู่ในแพ็คทั้งหมด  แตกกระจายกระเด็นกระดอนออกไปจนทั่วโรงอาหาร
                เธอปล่อยคนหน้าซีดเป็นไข่ต้มไป  แล้วเดินไปหยิบนมรสกล้วยที่อยู่ใกล้ ๆ ขึ้นมาปัดให้สะอาด  ก่อนที่จะเอาหลอดเจาะแล้วดูดมันจนเกลี้ยงภายในเวลาสิบวินาที 
                “อ้ะ!  โชคดีจัง  เจอนมรสกล้วยตกอยู่  ของใครก็ไม่รู้!”  นัตสึกิพูดพลางหันมาแยกเขี้ยวใส่เจ้าเด็กแสบนั่น 
                “ของ-ใคร-ก็-ไม่-รู้....จริงไหม” 
                “ธะธะธะเธอ!”  ตั้งแต่เกิดมามาสิบหกปี  สุวาบาระ จินสุเกะคนนี้ยังไม่เคยถูกใครทำหยามหน้าเช่นนี้มาก่อน  ผู้หญิงคนนี้คิดว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหนกัน! 
                ส่วนคนอื่น ๆ ก็ไม่คิดเช่นกันว่า  นัตสึกิจะ...  ด้านสุด ๆ
                “เฮ้  พวกนาย  สุวาบาระเขาแจกนมรสกล้วยให้ดื่มฟรีน่ะ!” 
                  พวกคนอื่น ๆ ที่ต่างก็อยากกินใจจะขาดก็ทำใจกล้าหยิบขึ้นมาเพราะมีนัตสึกิเป็นโล่ห์ให้อย่างดี
                “ฉันจะฟ้องคณะกรรมการโรงเรียน!”  คอยดูซิว่าระหว่างเขากับเธอใครจะแน่กว่ากัน!
                “เห?....  ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”  นัตสึกิหน้าเสีย  พอนึกถึงว่าสีหน้าเย็นชาของหมอนั่นจะพุ่งตรงมาที่เธอก็ไม่อยากจะรออยู่เผชิญหน้า
                “พวกผมอยู่นี่แล้วครับ  คุณสุวาบาระ” 
                นั่นไงล่ะ...  สีหน้ากับสายตาเย็นชายอดแย่ของหมอนั่นพุ่งประเด็นมาที่ฉันจริง ๆ ด้วย
                สุวาบาระ จินสุเกะเห็นหน้าไคแล้วก็ดีใจสุด ๆ  พ่อของเขาก็เป็นหนึ่งในบรรดาหุ้นส่วนทางธุรกิจของตระกูลฟูจิมิยะ  มั่นใจแน่ว่าเรื่องนี้ฟูจิมิยะ ไค จะต้องเข้าข้างเขาแน่นอน
                “จริงหรือเปล่าครับ...  เรื่องที่  คุณกว้านซื้อนมรสกล้วยในโรงเรียนมาจนหมด...”  ไคก้มลงหยิบกล่องนมที่ตกอยู่ที่พื้นใกล้ ๆ กับเขาขึ้นมาดู  นมรสกล้วยในโรงเรียนค่อนข้างเป็นที่นิยม  แต่ปริมาณที่สั่งเข้ามาขายกับน้อยกว่าปริมาณซื้อ 
                “ไม่ใช่แค่ในโรงเรียนหรอกค่ะ...  ข้างนอกด้วย”  หญิงสาวนิรนามคนหนึ่งทำใจกล้าเอ่ยขึ้นมา  เมื่อเห็นประธานนักเรียนอยู่ตรงหน้าแล้ว  ความกล้าก็เพิ่มขึ้นมาโขเลย
                “ฉันให้คนออกไปซื้อมาแล้ว  แต่บริเวณรอบโรงเรียนทั้งหมด  สุวาบาระก็ไปเหมามาไม่เหลือเลย” 
                ไคหันไปมองสุวาบาระพลางถามว่า  “เป็นเรื่องจริงหรือครับ” 
                “เป็นเรื่องจริง...  แต่มันก็เป็นสิทธิ์ของฉันไม่ใช่หรือ  อีกอย่างคนพวกนั้นก็เต็มใจขายให้ไม่มีอิดออด...”
                มีเงินเสียอย่าง  จ้างผีให้โม่แป้งยังได้
                “ขอถามจุดประสงค์ของคุณได้ไหมครับ”  ไคถามต่อ
                “ก็มีอย่างเดียวนั่นแหล่ะ...  จะได้โก่งราคาขายได้เต็มที่ยังไงล่ะ”  จิโตเสะม้วนผมตัวเองเล่นทั้งยังช่วยตอบแทนเขาอีกด้วย 
                “แต่ทำอย่างนั้นมันผิดกฎของโรงเรียนอยู่นะคะ”  มินาโกะจังช่วยเสริม
                “แย่จังเลย...  ผมเองก็อยากกินนมรสกล้วยด้วยเหมือนกัน...ไม่รู้ว่าคุณสุวาบาระจะขายมันให้ผมสักกล่องได้ไหมครับ”  โจวี่ทำท่าเสียดาย
                “ได้สิ...กล่องละสามหมื่นเยน...”  อิชิบะยกนิ้วสามนิ้วขึ้นมาพลางบอกเขาแทน 
                “แพงขนาดนั้นเป็นการเอาเปรียบนักเรียนคนอื่นเกินไปนะครับ...  เห็นทีคงจะต้องขอให้คุณสุวาบาระไปขี้แจงการกระทำครั้งนี้ต่อที่ห้องคณะกรรมการนักเรียนแล้วล่ะครับ”  ไคยิ้มเสแสร้ง 
                พอเห็นพวกกรรมการนักเรียนรวมหัวกันมาแบบนั้นแล้ว  เขาก็เริ่มใจเสีย  นี่กลายเป็นว่าเขาที่ซื้อของมาอย่างถูกต้องเป็นคนผิด  ส่วนยัยคนที่ใช้กำลังแย่งนมของเขาไปฟรี ๆ นั่นเป็นคนถูกงั้นเหรอ! 
                “ฉันไม่ได้จะขายต่อสักหน่อย!”
                “แล้วเอามาทำอะไรล่ะครับ...เยอะขนาดนี้”  เขาอยากบีบให้พูดความจริงออกมาต่างหาก  ไคปรับสีหน้าเข้มขึ้น
                “ฉะฉะฉันได้ยินว่า...  จิโตเสะจังชอบกินนมรสกล้วยนี้มาก  ก็เลย...”  เขาทำท่าเขินอาย  ไม่กล้าสบตาหญิงสาวที่กำลังถลึงตาใส่เขา 
                “อะไรนะ!”  จิโตเสะหัวเสีย  “จะบอกว่าทั้งหมดนี่ทำเพื่อเอาใจฉันงั้นเหรอ!” 
                สุวาบาระหน้าแดง  พยักหน้าตอบโดยไม่พูดอะไร
                แต่คนอื่นกลับ...กลั้นหัวเราะแทบตาย
                หญิงสาวโกรธจนตัวสั่น  เธอหันไปมองพวกเพื่อน ๆ ที่กำลังพยายามกลั้นหัวเราะแล้วยิ่งอับอายเป็นที่สุด 
                “แย่หน่อยนะที่เกิดมาเสน่ห์แรง...เนอะจีจัง”  โจวี่ตบบ่าเธอเบา ๆไม่เหมือนปลอบใจ  แต่เยาะเย้ยมากกว่า
                “ได้!”  ฉันโกรธสุดขีดแล้วนะ!  “ไอ้นมรสกล้วยบ้า ๆ นี่  ใครอยากจะเอาไปทำอะไรก็เชิญ  ฉันยกให้!”
                พูดจบก็มีเสียง ซู้ด!!!  ดังสนั่น  ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียวกัน
                นัตสึกิดูดนมรสกล้วยกล่องที่สองหมดเกลี้ยง....  แล้วยังหันมายิ้มให้อีกแหน่ะ
                “แหะ ๆ   ขอบใจนะ” 
                เทนโง นัตสึกิ!  เป็นเพราะเธอคนเดียว  ทำให้ฉันต้องอับอายขนาดนี้!  จิโตเสะไม่ลืมที่จะหันไปหาสุวาบาระคนที่เป็นสาเหตุของเรื่อง
                “แล้วก็จำเอาไว้ด้วยนะว่า....”  เธอเต๊ะท่าเท้าสะเอวใส่เขา  สีหน้าโกรธแบบสุด ๆ 
                “ฉันไม่สนใจเด็กหรอกย่ะ!” 
                พูดจบก็หันหลังเดินหนีไปทันที  ทิ้งให้พ่อบุญทุ่มคนนี้เหี่ยวเฉาอยู่ข้างหลัง 
                “เฮ้...  จิโตเสะจัง  ฉันขออีกกล่องได้ไหม!” 
                “คุณนัตสึกิ....” 
                โทชิโอะส่ายหน้าอย่างเอืมระอา  แต่ก็อดหัวเราะออกมาเบา ๆ ไม่ได้  นัตสึกิก็ได้แต่ทำท่าเสียดายที่ไม่ได้กินนมรสกล้วยฟรี ๆ อีกสักกล่อง
                “สัตว์ป่าก็ต้องกินนมเพิ่มโปรตีนสินะ  ถึงจะอยู่ได้น่ะ...” 
                ฟูจิมิยะ ไค  นายหาเรื่องแล้ว!
                “หา?  นายว่าใครเป็นสัตว์ป่า”
                “เปล่าครับ...  แค่พูดไปเรื่อย  อย่าใส่ใจเลย”  เขายิ้มเย็น  เห็นชัด ๆ ว่าเขาหมายถึงเธอ... 
                “นายอย่ามามัวแต่ยั่วโมโหฉันอยู่เลย...  เรื่องที่ฉันวานให้นายไปทำน่ะ  เป็นยังไงบ้าง” 
                เรื่องที่ประชุมกันเมื่อคราวก่อน  เธอให้พวกคณะกรรมการนักเรียนช่วยบอกต่อกันไปด้วยว่า  กล่องร้องทุกข์ติดตั้งเอาไว้ที่สุสานของผู้ก่อตั้งโรงเรียน  ถ้าใครต้องการให้คณะกรรมการช่วยเหลือก็ให้ใส่จดหมายลงไป
                ไครับปากแล้ว  และเธอก็อยากจะรู้ความคืบหน้าซะด้วย...
                “ทำไมหรือครับ...  หรือว่ายังไม่มีใครไปร้องทุกข์เลย?”
                ไอ้หมอนี่...  ทำไมมันรู้ฟระ  นัตสึกิขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
                “หรือว่านาย...  ไม่ได้ทำตามที่รับปากฉัน”
                ไคยกมือยอมแพ้  “ใครจะไปกล้าทำอย่างนั้นกับเทนโงซังได้ล่ะครับ”
                รู้ก็ดี...  นัตสึกิหันหน้ามาขบคิด...  หรือว่าสถานที่ที่เธอเอาตู้ไปติดไว้มันน่ากลัวจนเกินไปกันน๊า~ 
                คิดพลางก็เดินไปพลาง   เธอต้องหาข้อผิดพลาดนี้ให้ได้แล้วสิ....
                ไคมองแผ่นหลังของนัตสึกิที่ไกลออกไป  พลางหันไปมองโทชิโอะที่ยังคงยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างแปลกใจ
                “แปลกนะที่นายยังอยู่...”
                โทชิโอะยิ้มจาง ๆ  อย่างรู้ทัน  แต่ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ตัวเองแน่ใจ  “ได้เวลาเข้าห้องเรียนแล้วน่ะ”
                เขาบอกพลางหันหลังเดินไปห้องเรียนกับไค 
                ถึงนัตสึกิจะเป็นคนที่เขานับถือมานาน  แต่ไคก็เป็นเพื่อนรักของเขามาตั้งแต่ม.ต้น  ไม่ว่าไคคิดอะไรอยู่เขาก็จะสังเกตรู้ได้โดยไม่ยาก  แต่ไม่ว่าไคจะตัดสินใจทำอะไรเขาไม่เคยคัดค้าน  เพราะเขารู้ดีว่า  ไคไม่ใช่คนที่มีจิตใจเลวร้ายที่จะวางแผนทำให้คนอื่นได้รับความเสียหายได้  เขาเป็นคนดีเกินกว่าที่จะเป็นสมาชิกของคนในตระกูลฟูจิมิยะ....
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 221 ท่าน