Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
...ชัยชนะที่รอคอย....
46
01/12/2554 06:29:26
358
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 46...ชัยชนะที่รอคอย....
 
เพล้งงงง....!!!!!
 
“เอ้า!!ระวังหน่อยการิน  มัวเหม่ออะไรเนี่ยเรา” 
 
            ธนูเดินเข้ามาตบบ่าหญิงสาว ในขณะที่การินช่วยเด็กร้านเก็บแก้วและขวดเครื่องดื่มในช่วงเวลาที่ Huffy  ผับที่เปิดตัวได้ไม่กี่วันแต่ลูกค้ากลับล้นร้านทุกวันปิดลงในเวลาตี 2  แก้วใบหนึ่งพลัดจากมือหญิงสาวตกลงสู่พื้นแตกกระจัดกระจาย  การินยืนนิ่งด้วยอาการใจไม่ดี  มองเศษแก้วที่แตกเป็นเสี่ยงๆไปทั่วบริเวณ
 
“ระวังหน่อยดิ  มัวคิดถึงใครอยู่รึป่าวจ๊ะ”  อันเดินเข้ามากระซิบข้างหูก่อนจะดึงขวดเครื่องดื่มในมือการินที่เหลือไปวางไว้บนบาร์  การินไม่ได้หันไปหงุดหงิดกับการกวนประสาทของอัน  แต่กลับเดินไปนั่งที่เก้าอี้ด้วยสีหน้าหม่นหมอง
“เป็นอะไรไป  เหนื่อยเหรอ การิน”  นาเดินเข้ามาลูบหัวน้องสาวอย่างเอ็นดู
“เปล่าค่ะพี่นา  การินรู้สึกแปลกๆบอกไม่ถูก  มันใจหายวูบวาบยังไงก็ไม่รู้”  การินเอามือประกบหน้าอกที่ใจเต้นสั่นระริกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“การินนอนน้อยรึป่าว  เรายิ่งไม่ค่อยแข็งแรงด้วยอ่ะ  พี่ว่าเรากลับไปก่อนก็ได้นะ  เด็กร้านเก็บกันได้  วันนี้ช่วยเสิร์ฟซะเหนื่อยเลยนี่”
“งั้น!!  การินกลับก่อนนะคะพี่นา”  การินเดินไปหยิบกระเป๋าในบาร์
“กลับดีๆล่ะ  ฝนตกมีร่มรึป่าว”
“ไม่มีอ่ะพี่นา  แต่ไม่เป็นไรหรอกนิดหน่อยๆ”  การินส่ายหน้าหงิก
“จะกลับแล้วเหรอ  เดี๋ยวพี่ไปส่ง”  อันออกตัวเดินออกมาจากบาร์ เมื่อได้ยินดังกล่าว
“ไม่ต้องอ่ะค่ะ  การินกลับเองได้”  การินรีบปฏิเสธ ก่อนจะไหว้ลานัทและอ้อยหุ้นส่วนที่เข้ามาดูแลร้าน
“ฝนตกซะขนาดนี้กลับคนเดียวอันตรายจะตาย  พี่ไปส่งอ่ะดีแล้ว  อย่าดื้อเลยหน่า” อันเดินตามการินออกมาหน้าร้าน  โดยทุกคนในร้านต่างมองตาม
“คู่นี้ชักจะยังไงๆนะเนี่ย” นัทพูดขึ้นหลังจากที่การินและอันเดินออกจากร้านไป
“การินไม่ชอบพี่อันหรอกพี่นัท  กัดกันจะตายไปคู่นี้”  นาออกความเห็นและอมยิ้ม
 
“ป่ะๆ  ขึ้นรถ” อันเข้าไปฉุดแขนการินไว้ทันก่อนที่หญิงสาวจะเดินฝ่าฝนที่โปรยปรายอย่างหนัก  ซึ่งรถอันจอดในโรงรถที่มีหลังคากันไว้
“ไม่เป็นไรหน่า  การินกลับเองทุกวันไม่เห็นเป็นไรเลย”  การินพยายามแกะมืออันออก
“พี่ไปส่ง อย่าอวดเก่งเห็นมั้ยเนี่ยว่าฝนมันตก  มาเหอะหน่า  ไม่พาไปปล้ำหรอก”  อันหนุ่มหล่อลากการินมาถึงรถสปอร์ตสีน้ำเงินของเขา
“ไม่ได้กลัวจะพาไปปล้ำหรอก  ยังรู้จักการินไม่พอรึไงหะ”
“จ้า  แม่คนเก่ง ตัวแสบตลอดกาล  ขึ้นรถๆ” อันหัวเราะส่ายหน้าไปมาพร้อมรอยยิ้ม  การินยอมขึ้นรถเพราะกลัวอันหาว่าเธอกลัว  แม้ในใจจะหวั่นๆก็ตาม
 
            อันขับรถสปอร์ตออกสู่ถนนใหญ่ด้วยความเร็วไม่มากนักเพราะฝนตกหนักเอาการ
 
วี่ วอ  วี่ วอ  วี่  วอๆๆๆๆๆๆๆๆ....!!!!!!!!!!!!!!
 
            รถพยาบาลขับฝ่าสายฝนผ่านไปอย่างเร่งรีบ  หญิงสาวกลับหลังหันมองตามรถพยาบาลไปด้วยใจไม่ดีนัก
 
“สงสัยจะมีอุบัติเหตุ  ฝนตกถนนลื่นแบบนี้อ่ะน่ากลัว  พี่ต้องขับช้าๆซะละ  จะได้อยู่กับการินนานๆ”  อันยิ้มเจ้าเล่ห์
“อย่ามาทะลึ่งอะไรอีกล่ะ  การินเอาคืนหนักกว่าพี่ปออีกนะ”  การินหันไปค้อนใส่อันทันที
“ดุจริงๆเว้ยเห้ย ผู้หญิงคนนี้  ว่าแต่การินได้เจอพี่ปอบ้างมั้ยตั้งแต่วันนั้นที่เราขึ้นไป Sway”
“ไม่เลย  แล้วก็ไม่คิดจะพบเจออีก  ขออย่าได้พบได้เจอกันอีกเลย  เพี๊ยง!!”หญิงสาวยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่เจาะจง
“พี่ถามจริง  การินรักพี่ปอปะ”  อันหันมาเหลือบมองการินลุ้นกับคำตอบ  การินนิ่งไปครู่
“ไม่อ่ะ  การินเกลียดพี่ปอ  เกลียดทุกการกระทำที่เค้าทำ  เกลียดทุกคำพูดที่เค้าเอื้อนเอ่ย  ไม่มีอะไรเลยในตัวพี่ปอที่จะทำให้การินรักได้”  การินหันหน้าหนีไปมองข้างทางที่มืดมิดเห็นเพียงสายฝนที่หล่นลงมาชะล้างอดีตที่เจ็บปวดของหญิงสาว  อันมองการินด้วยความรู้ทันว่าหญิงสาวไม่ได้เกลียดปอมากอย่างที่พูด
“ระวังน้า  โบราณเค้าว่า  เกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น”  การินนิ่งไม่โต้ตอบหนุ่มหล่อใดๆ
 
            อันขับผ่านตึกแสนโทรมซึ่งเป็นทางผ่านไปหมู่บ้าน RNG หอพักของการิน  หญิงสาวมองออกไปและเหลือบมองขึ้นไปชั้น 4  ไฟร้านปิดมืดสนิท  บ่งบอกว่าภายในร้านไม่มีใครอยู่ 
 
[……วันที่ Sway & Hubris ถึงคราวต้องจบลง  วันนั้นพี่ปอคงได้รับความเจ็บปวดถึงที่สุด  ทุกอย่างมันดำเนินมาตามแผนการ  หรือมันดำเนินมาตามเวรกรรมของเค้ากันนะ  ฉันยังหวังไว้อีกอย่างว่า  วันหนึ่ง พี่ปอจะสำนึกได้ถึงการกระทำอันเลวร้ายของเค้า  และเค้าจะไม่ทำเรื่องเลวร้ายเพิ่มผลกรรมให้กับตัวของเค้าอีก  หวังว่าจะมีวันนั้น……]
 
            รถสปอร์ตสีน้ำเงินขับผ่านตึกแสนโทรมไปอย่างช้าๆ  พร้อมกับอดีตที่หญิงสาวปล่อยทิ้งความเจ็บปวดรวดร้าวกับผู้ชายที่เธอเผลอรักสุดหัวใจไว้บนร้าน Sway และไม่คิดจะกลับไปรับรู้ถึงความรู้สึกเหล่านั้นอีกเลย
 
......................................................................................................................................
            “หมอเสียใจด้วยนะครับ  ที่ไม่สามารถช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุได้”
 
            หมอหนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้านแสดงสีหน้าหดหู่แสดงความเสียใจกับ รุจีซึ่งเป็นลมล้มพับลงไปทันที พรและนิงช่วยพยุงร่างของรุจีมาที่เก้าอี้พักคอยอย่างทุลักทุเล  หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง
 
“ม๊า ใจเย็นนะ”  นิงใช้มือโบกพัดลมให้กับรุจีผู้เป็นแม่
“ป้ารุจี ดมยาดมก่อนค่ะป้า  ใจเย็นสิคะป้า  พี่ปอยังไม่เป็นอะไรนะคะ  หมอกำลังช่วยอยู่นะ” พรยื่นยาดมยาหอมให้แก่รุจี 
“พี่ปอต้องไม่เป็นอะไรนะป้า  เชื่อเมสดิ”  เมสพูดให้กำลังใจอยู่ข้างๆพร
 
“พี่ปอเป็นไงบ้างอ่ะ”  ชายและเด็กร้าน Swayวิ่งหน้าตื่นมาหน้าห้องฉุกเฉินทันทีในเวลาตี 5
“หมอกำลังช่วยพี่ปออยู่พี่ชาย  ลุ้นอยู่เนี่ย  แต่ว่า....พี่แตนเสียแล้ว” เมสบอกแก่ชายที่วิ่งมาเหงื่อโชก
“แตน  แฟนพี่ปอคนที่อยู่นิวซีแลนด์อ่ะนะ  เห้ย!!จริงดิ”  ชายถึงกับเบิกตากว้าง
“พี่ปอล่ะพี่เมส  แล้วป้ารุจีเป็นอะไรอ่ะ”  เตมเข้ามาถามเซ้าซี้อีกคน
“พี่ปอไม่เป็นอะไร  แต่พี่แตนเสียแล้วว่ะ”  เมสเดินไปนั่งให้ห่างจากวงของรุจี  เตม  อาย  แนม และมุด  เดินตามเมสมานั่งใกล้ๆ
“อย่าไปมุงป้าเลย  ป้าตกใจที่พี่แตนเสียอ่ะ  คงกลัวพี่ปอไม่รอดด้วย  เนี่ยรอหมอออกมาบอกว่าพี่ปอรอดมั้ย” เมสนั่งกุมมืออย่างเคร่งเครียด
“แล้วพี่ปอรถคว่ำตรงไหนอ่ะ” มุดถามขึ้นพลางนั่งลงข้างๆแนมและอายซึ่งร้องไห้ด้วยความเป็นห่วงปอเจ้านายสุดที่รัก
“แถวใกล้ๆบ้านเลย  ฝนตกถนนคงลื่น จะถึงบ้านอยู่แล้วแท้ๆ” เมสส่ายหน้าไปมา
“พี่ปอรอดด้วยเถอะ  ฮื่ออออออๆๆๆๆ” แนมกอดคอร้องไห้กับอายด้วยความหวั่นเกรงว่าเจ้านายที่รักจะจากโลกใบนี้ไป
“แล้วเข้าไปในห้องฉุกเฉินนานรึยัง” ชายหันมาถามเมสอีกครั้ง
“สักพักแล้วพี่” เมสและชายหันไปมองประตูสีขาวหวังเพียงว่ามันจะเปิดออกมาพร้อมคำตอบว่าปอปลอดภัย
 
.......................................................................................................................................
 
            เช้าที่สดใส แสงแดดอ่อนๆสาดส่องไปไปยังต้นไม้ใบหญ้าที่ยังมีสเก็ดน้ำค้างเกาะติดอยู่ นกตัวน้อยบินออกจากรัง  บ้างก็ร้องเจี๊ยวจ้าวอย่างอารมณ์ดี
 
[……ที่นี่ที่ไหนกัน  เรามาอยู่ที่นี่ได้ไง ห้องสีครีม ผ้าม่านสีครีม  ของทุกอย่างรอบข้างดูแปลกตา  แขนข้างซ้ายทำไมมันถึงขยับไม่ได้  ขาของเราข้างซ้ายก็ขยับไม่ได้  ถูกผ้าอะไรก็ไม่รู้พันเต็มไปหมดเลย  โอ๊ย!!  รู้สึกปวดไปทั่วตัว เอียงคอนิดหน่อยก็ปวดหัวสุดๆ เราเป็นอะไรกัน  ทำไมถึงคิดอะไรไม่ออก  สมองมันว่างเปล่าไปหมด นี่มันเกิดอะไรกับตัวผม…..]
 
“ปอ  รู้สึกแล้วเหรอลูก  เป็นไงบ้าง  รู้สึกไงบ้าง” รุจีวิ่งเข้ามาหาลูกชายสุดที่รักพร้อมกับนิงในทันทีที่เห็นว่าปอลืมตาและพยายามขยับตัว
“เอ่อ!!” ปอได้เพียงมองรุจีและนิงด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“หิวน้ำป่าวปอ” นิงถามด้วยความเป็นห่วง  แต่ปอกลับมองนิงอย่างระแวง
“ขวัญเอ๊ย ขวัญมา  เรื่องร้ายๆมันผ่านไปแล้วนะปอ  ไม่เป็นไรแล้วนะ  แม่ทำบุญแผ่บุญกุศลให้ปอแล้วเมื่อเช้า”  รุจีลูบใบหน้าลูกชายอย่างเอ็นดู
“ม๊า  ทำไมปอมันแปลกๆ” นิงกระซิบถามรุจีเมื่อเห็นว่าปอไม่พูดไม่จาใดๆ
“ปอ  เป็นอะไรไป  ทำไมไม่พูดอะไรกับแม่เลย”  รุจีถามเค้นด้วยสีหน้ากังวล  หนุ่มใหญ่พยายามหยี่ตามองรุจีและนิงเพราะเขาสายตาสั้น  แว่นตาอันโปรดแตกไปกับอุบัติเหตุ
“ผม.....เอ่อ!!...ผม...  มองไม่ค่อยเห็น  ผมมองไม่ชัด” ปอเอื้อนเอ่ยอย่างหวาดหวั่น
“แว่นปอแตกไปแล้วอ่ะ  เดี๋ยวแม่โทรให้เมสไปซื้อให้ใหม่นะ  ปอสายตาสั้นเท่าไหร่นะลูก”  รุจีเดินไปหยิบมือถือที่โต๊ะกลางหน้าโซฟาสีขาวอย่างเร่งรีบพลางรอคำตอบของลูกชาย
“ผมไม่รู้”  ปอมีท่าทางครุ่นคิดและการครุ่นคิดของเขาทำให้เขาปวดหัวมาก
“เป็นไรปอ  ปวดหัวเหรอ” นิงถามไถ่ปอ  แต่หนุ่มใหญ่ใช้มือขวาที่มีเข็มน้ำเกลือและเข็มถุงเลือดเจาะแผ่นหลังมือมาแตะบริเวณหัวอย่างทรมาน
“โอ๊ยย!!  ปวด”  ปอร้องขึ้นเบาๆ
“เดี๋ยวไปตามหมอก่อนนะม๊า”  นิงพี่ชายของปอรีบเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องไปทันที
“เดี๋ยวให้หมอมาดูให้นะปอ  ทนหน่อยนะ”  รุจีเข้ามาลูบใบหน้าลูกชายด้วยความเจ็บปวดแทนลูกชาย
 
.......................................................................................................................................
 
“การิน  ได้ข่าวว่า Huffy คนแน่นทุกวันเลยนี่นะ” 
 
            มีนาเปิดประเด็นในโต๊ะอาหารที่มี ษา และนิชานั่งอยู่ ภายในร้านอาหารบรรยากาศดีแถวมหาลัย ยามเย็นที่ลมโกรกแสนสบายริมท่าน้ำ
 
“ใช่ๆ  ลูกค้าเยอะมากเลยล่ะ  ตอนนี้อ่ะ  ใครเจอฉันก็ถามแต่เรื่อง Huffy”  การินยิ้มอย่างภูมิใจ
“แน่ล่ะแม่ PR สาวอย่างแก  ก็แกรู้จักคนเยอะแยะไปซะหมดเลยนี่” ษารีบแซวทันที
“อย่างงี้ Sway ก็แย่เลยสิ” นิชาถามขึ้น
“ไม่รู้สิว่าตอนนี้บนร้านนั้นเป็นไงบ้าง  ไม่คิดจะขึ้นไปเหยียบอีก”  การินตักข้าวผัดเข้าปากไปด้วยสีหน้าหม่นลง  เพราะเธอคิดถึงปอขึ้นมา
“น้องฉันไปมาเมื่อวานเล่าให้ฟังว่ามีสามสี่โต๊ะเอง  น้องก็เลยเปลี่ยนร้านไป Huffy แทน”  นิชายังเล่าต่อ
“จริงเหรอ!!”  การินถามเสียงเรียบ
“ดีใจล่ะสิ  คราวนี้พี่ปอที่แกบอกเกลียดนักหนาก็เจ๊งแน่ๆ” มีนายิ้มกว้างดีใจกับการิน
“อื้ม !!  ดีใจสิ  ก็สมควรจะเป็นงั้นล่ะ”  การินยิ้มเจื่อนๆก่อนจะเมินหน้าออกไปมองแม่น้ำที่ไหลเอื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย
 
[……ทำไม!!  ฉันถึงไม่รู้สึกดีใจเลยล่ะ  ทั้งที่เราควรจะมีความสุขและหัวเราะเสียงดังๆ  บางทีฉันอาจจะแอบรู้สึกสงสารพี่ปอลึกๆก็ได้  มันแรงไปรึป่าวนะกับเรื่องราวทั้งหมดที่พี่ปอต้องพบเจอ…..]
 
“พี่ปอไม่เป็นไรแล้วล่ะ” 
 
            เสียงของใครบางคนที่กำลังเดินเข้ามาในร้านพูดถึงชื่อ ปอ!!  การินรีบหันไปมอง  ปรากฏว่าเป็นยุกิ๊กของชายและปุยเพื่อนสาวคนสนิทของยุภาวดี  ยุหันมาเห็นการินหล่อนมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย
 
“ปุย  ค่อยคุยนะเรื่องพี่ปอ”  ยุส่งสายตาบุ้ยไบ้บอกให้ปุยหันไปมองทางโต๊ะการินซึ่งอยู่ใกล้ๆ
“อ้อ!!  เอ้อเมื่อวานบนร้าน Sway คนเยอะเนอะ”  ปุยรีบแกล้งพูดเสียงดังให้การินได้ยิน
 
            หญิงสาวได้เพียงยิ้มกรุ้มกริ่มเมื่อสิ่งที่ปุยพูดช่างขัดกับที่นิชาเล่าให้ฟัง  เธอรู้เจตนาของปุยและยุดีว่าต้องการจะให้การินได้ยินว่า Sway ยังดำเนินกิจการไปได้ด้วยดี  แต่การินก็ไม่ได้สนใจปุยและยุอีกเลยหันกลับมาคุยกับเพื่อนๆในโต๊ะ
 
.......................................................................................................................................
 
            หญิงชราผมสีขาวที่ดูแข็งแรงอย่างรุจีต้องลมจับอีกครั้งจนพยาบาลต้องนำยาดมมายื่นให้แก่นิงผู้เป็นลูกชายคนโตที่พยุงร่างแม่ของเขาไว้อย่างทุลักทุเล ภายในห้องตรวจของแพทย์ที่ทำการรักษาปอ
 
“คุณรุจี ใจเย็นๆนะครับ  เหตุที่คนไข้ความจำเสื่อมเพราะสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง  ซึ่งความทรงจำอาจจะกลับมาได้ถ้าได้รับการฟื้นฟู  แต่ต้องรออีกสักพักให้คนไข้ได้รักษาด้านร่างกายให้หายเป็นปกติเสียก่อน”  แพทย์พีระ  บอกแก่รุจีด้วยรอยยิ้ม
“ทำไมปอต้องมาเจอเรื่องราวเลวร้ายแบบนี้ด้วยนะ”  รุจีร้องไห้โฮทันที
“แล้วความทรงจำปอจะกลับมาเมื่อไหร่อ่ะหมอ”  นิงถามด้วยสีหน้าสงสัย
“ต้องใช้เวลาฟื้นฟูครับ  แต่ผมก็ไม่กะรันตีได้ว่าความทรงจำจะกลับมาครบสมบูรณ์นะครับ  มันอยู่ที่การฟื้นฟูและสภาพจิตใจของคนไข้  ส่วนด้านร่างกายก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ  นอนพักรักษาตัวอีกสักเดือนสองเดือนก็คงจะหายเป็นปกติ” 
 
            นิงพยุงรุจีกลับมายังห้องผู้ป่วยพิเศษของปอ  โดยมีพรและเมสคอยเฝ้าหนุ่มใหญ่ที่แขนและขาซ้ายเข้าเฝือก  มีผ้าพันที่ศีรษะ  รอยฟกช้ำบนใบหน้ายังมีให้เห็นอย่างชัดเจน  มือข้างขวาถูกเจาะทั้งสายน้ำเกลือและให้เลือดเนื่องจากเสียเลือดไปมาก  พรรีบเดินไปรับรุจีจากนิงพยุงมานั่งที่โซฟา
 
              อุบัติเหตุที่เลวร้ายคร่าชีวิต แตน  ผู้หญิงที่หนุ่มปอรักมากที่สุดและวางแผนจะแต่งงานกันในไม่ช้าไปอย่างไม่มีวันจะคืนชีวิตอันบริสุทธิ์กลับมาได้  อีกทั้งได้พรากความทรงจำอันเลวร้ายของหนุ่มใหญ่ไปจากความรู้สึกนึกคิด  มันทำให้ปอทรมานมากที่จำอะไรไม่ได้เลยแม้กระทั่งแม่ของตัวเอง
 
“ป้ารุจีเป็นอะไรอ่ะพี่นิง”  พรถามเมื่อเห็นสภาพรุจีที่หมดเรี่ยวแรงน้ำตาไหลพรากเมื่อนั่งลงที่โซฟาข้างๆเตียงของปอ
“ก็หมอบอกว่าผลการเช็คสมองออกมาว่าไอปอความจำเสื่อม มันจำเราไม่ได้เลย”  นิงถอนหายใจและเดินไปยืนกอดอกมองน้องชายที่หลับไหลข้างๆเตียง
“จริงเหรอพี่!!”  พรร้องเสียงหลง  เมสถึงกับอึ้งยืนนิ่งไป
“อืม!!  แต่หมอว่าความจำอาจกลับมาถ้าฟื้นฟูอ่ะ”
“อย่างงี้พี่ปอก็จำพวกเราทุกคนไม่ได้เลยสิ”
“ใช่  จำพี่กับแม่ไม่ได้ด้วย  เวรกรรมจริงๆ” นิงส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปนอกระเบียงห้อง
“ป้า  ป้าอย่าเครียดนะเดี๋ยวความดันขึ้น  เดี๋ยวพี่ปอก็จำเราได้  แต่พรว่าก็ดีนะพี่ปอจะได้ลืมเรื่องราวเลวร้ายในอดีตไปให้หมด  จะได้เริ่มอะไรใหม่ๆ”
“ฉันก็หวังว่าอย่างนั้น  ฉันจะพาปอกลับไปรักษาตัวที่บ้านพักตากอากาศที่ชลบุรี  ให้ปอมันได้พักเต็มที่”
“ม๊าไม่ต้องห่วงนะ  เมสกับคนอื่นๆจะดูแล Sway เอง  เมสจะทำงานแทนพี่ปอ”  เมสออกตัวอย่างเต็มใจ
“ขอบใจทุกคนมากๆนะ  ม๊ารู้สึกตื้นตันมากที่ทุกคนช่วยปอกันขนาดนี้  ต่อจากนี้ม๊าจะดูแลปอให้ดีที่สุด” รุจีค่อยๆลุกเดินไปหาปอที่เตียงและโอบกอดลูกชายด้วยน้ำตา
 
.........................................................................................................................................
 
            กิจการ Huffy  รุ่งเรืองขึ้นทุกวันๆ  ลูกค้าติดร้าน Huffy กันไปตามๆกันด้วยวงดนตรีสดที่เล่นอย่างเมามันส์และการบริการที่มีคุณภาพ  การินไปช่วยงานที่ร้าน Huffy ทุกค่ำคืน  จนเธอสนิทสนมกับเด็กร้านและหุ้นส่วนทุกคน  รวมไปถึงหนุ่มหล่อที่มีลูกค้าสาวๆสมัครเป็นแฟนคลับเกรียวกราว อย่าง อัน
 
“พี่อันคะ  แนนนี่เมามากเลยค่ะ  พี่อันพาแนนนี่ไปส่งที่หอหน่อยสิคะ” 
 
            สาวผมสีน้ำตาลดัดลอนเข้าจู่โจมอันด้านหน้าห้องน้ำ  และพยายามให้ท่าอันสุดชีวิต  อันถึงกับตั้งตัวไม่ทัน  พยายามแกะร่างหญิงสาวที่ประกบตัวของเค้าเอาไว้แนบแน่น
 
“แนนนี่ครับ  เดี๋ยวไงแนนนี่ปล่อยพี่ก่อนนะคะ  พี่หายใจไม่ออกอ่ะ  เดี๋ยวพี่ไปส่งนะคะนะ”
“ไม่อ่ะ  ไปส่งเดี๋ยวนี้เลยสิคะ”  แนนนี่สาวน้อยผู้เจนจัดไม่ยอมปล่อยอันง่ายๆ
“การิน  การิน  มานี่หน่อย”  อันตะโกนเรียกหญิงสาวซึ่งเดินดูลูกค้าผ่านมา  หญิงสาวเห็นเหตุการณ์ถึงกับเบิกตากว้าง  และมองอันด้วยท่าทีไม่เห็นดีเห็นงามนัก
“เล่นไรกันอ่ะ  กลับคอนโดไปเหอะพี่แบบนี้อ่ะ”  การินส่ายหน้าไปมาและตั้งท่าเดินจากไป  แต่อันพยายามคว้าแขนไว้ได้
“แนนนี่  พี่ไปส่งแนนนี่ไม่ได้แล้วล่ะครับ  พอดีว่าแฟนพี่มาตามแล้ว”  อันชี้ให้แนนนี่มองไปยังการิน การินเบิกตากว้างด้วยความตกใจมองอันด้วยความโมโห  อันขยิบตาให้การินเว้าวอนขอร้องให้ช่วย  การินก็พอเข้าใจและยอมช่วยอย่างจำใจ
“ขอโทษนะคะ  พอดีว่ามีเรื่องจะคุยกับพี่อันอ่ะค่ะ”  การินดึงอันออกมาจากการกอดรัดของแนนนี่อย่างยากลำบาก
“ไหนบอกแนนนี่ว่าพี่อันไม่มีแฟนไงล่ะ”  แนนนี่โมโหและอับอายเดินสะบัดหน้าหนีหายไปในกลุ่มลูกค้า
“เห้ออออ!!!  รอดไป” อันถึงกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ
“ก็ไปอ่อยเค้าก่อนนี่  สมน้ำหน้าจริงๆพี่อัน”  การินหันมาเหน็บแนมก่อนจะเดินหนี  แต่อันฉุดแขนการินไว้
“อะไรอีกพี่  อุตส่าห์ช่วยแล้วนะ  เลี้ยงข้าวเลยร้านปิดอ่ะ” การินยิ้มเจ้าเล่ห์
“จะบอกว่าขอบใจมาก”  อันส่งสายตาหวานซึ้งให้หญิงสาว  ทำเอาการินใจสั่นขึ้นมา  จังหวะนั้นลูกค้าเมาเดินกระแทกการิน  หญิงสาวเสียหลักล้มเข้าไปซุกอกหนาของอัน  อันถือโอกาสกอดการินไว้แน่น
“เลี้ยงข้าวแฟนแค่นี้ทำไมจะไม่ได้ล่ะจ๊ะ”  อันยิ้มกวนประสาท  การินมองใบหน้าหนุ่มหล่อเหลาที่ห่างจากใบหน้าเธอเพียงหนึ่งฝ่ามือด้วยความเขินอาย  การินรีบผลักอันออกทันที
“ใครแฟนพี่  พูดให้มันดีๆนะ”  การินถอยห่างยืนกอดอกจ้องอันเขม่ง
“อ่าว!!  ก็เป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ  เมื่อกี้พี่บอกแนนนี่  การินก็ไม่ปฏิเสธนี่”
“ตลกมากปะพี่อัน  ก็การินช่วยพี่นะ  ยังมาทะลึ่งอีก  ไม่รู้ล่ะ เลี้ยงข้าวการินกับพี่นาและนิตาด้วย  ตอนร้านปิด”
“จ้า!!  คุณหญิงการิน”   อันยิ้มกวนประสาทก่อนจะเดินไปดูลูกค้าหน้าร้านตามหน้าที่
 
[……พี่อันชอบมาเกาะแกะแต๊ะอั๋งอยู่เรื่อยไม่ชอบเลย  สรุปนี่จะชอบหญิงหรือชายกันแน่เนี่ย  แต่ดูไปพี่อันก็ตลกๆดี  กวนประสาทให้ฉันไม่เครียดไปวันๆ  และทำให้ฉันลืม  พี่ปอ ไปได้ในหลายช่วงจังหวะ  ว่าไปฉันก็ไม่ค่อยได้คิดถึงเรื่องพี่ปอเหมือนเก่า  ใจจริงก็อยากรู้ว่าเค้าเป็นไงบ้าง  สาวๆของเค้าจะกลับมาหาเค้าอีกรึป่าว  แต่ถึงสาวๆหายไปเค้าก็หาใหม่ได้อยู่ดี พี่ปอไม่เคยอดตายเรื่องผู้หญิงหรอก….]
 
....................................................................................................................................
 
            หนุ่มใหญ่ผู้เคยยิ่งใหญ่และวางอำนาจเหนือผู้ใด  ณ ตอนนี้ เค้าเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่จำเรื่องราวในอดีตไม่ได้  แต่ปอได้รับความรักความเอาใจใส่จากรุจี  และได้พูดคุยทำความรู้จักกับนิงผู้เป็นพี่ชายมากขึ้น  ปอค่อยๆปรับตัวได้  แม้ยังต้องนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลอยู่นานแรมเดือน
 
            ผู้หญิงในวงอโคจรของหนุ่มใหญ่รู้ข่าวว่าปอประสบอุบัติเหตุจากการที่ไปเที่ยว Sway & Hubris และไม่พบกับปอ  โทรหาปอไม่ติดเพราะรุจีปิดเครื่องมือถือของปอทุกเครื่อง  เด็กร้านจึงบอกข่าวการประสบอุบัติเหตุรถคว่ำของปอให้กับบรรดาผู้หญิงเหล่านั้น  ในแต่ละวันจึงมีผู้หญิงของปอแวะมาเยี่ยมเยียนจนรุจีเริ่มรำคาญ
 
“พี่ปอ จำเจนไม่ได้จริงเหรอ” เจนจับมือปอไว้มั่นมองหนุ่มใหญ่ด้วยสีหน้าเวทนา
“ผมจำใครไม่ได้จริงๆครับ  ขอโทษด้วย”  ปอตอบเสียงเรียบ  แววตาไร้เยื่อใย  จนเจนถึงกับน้ำตานองหน้า
“พี่ปอจำสร้อยข้อมือนี้ได้มั้ยอ่ะ  ที่พี่ซื้อให้เจนอ่ะ  ตอนที่เราไปเที่ยวชะอำกันไง”  เจนชูข้อมือข้างซ้ายของเธอให้ปอดูสร้อยข้อมือ  แต่ก็ไร้ผล
“ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใครจริงๆ”  ปอตอบและหันหน้าหนีออก  จนเจนต้องกลับออกไปพร้อมน้ำตา
 
            แพรมาเยี่ยมปอพร้อมเพื่อนสาวของเธอซึ่งไม่ชอบขี้หน้าปอนัก  แต่เมื่อเห็นสภาพของหนุ่มใหญ่ก็ถึงกับต้องสงสารจับใจ
 
“พี่ปอ  พี่จำแพรได้ป่าว”  แพรยิ้มให้ปอด้วยใจลุ้นว่าปออาจจะจำเธอได้เพราะเธอคิดว่าเธอสำคัญที่สุดสำหรับปอ
“ไม่ครับ  ผมจำคุณไม่ได้”  ปอตอบและหลับตาเพื่อหนีการซักถาม  แพรจึงกลับไปพร้อมความผิดหวังเช่นกัน
 
            วันต่อมาตองมาเยี่ยมปอพร้อมช่อดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่  เธอรู้มาว่าปอความจำเสื่อม  เธอจึงถือโอกาสนี้ยัดเยียดความทรงจำใหม่ให้ปอ
 
“พี่ปอ  ตองรู้ว่าพี่จำตองไม่ได้นะ  ตองเป็นแฟนพี่นะ  เรารักกันมาก  ต่อไปตองจะมาหาพี่ทุกวัน  มาเยี่ยมพี่คอยดูแลพี่  ตองจะไม่ทิ้งให้พี่เหงาเดียวดายเลยนะ”  ตองพูดให้หนุ่มใหญ่ซึ่งไร้ความรู้สึกฟัง  ในขณะที่รุจีนั่งฟังด้วยความไม่พอใจ
“ตอง  เธออย่ามาพูดแบบนี้นะ  ปอจำใครไม่ได้ทั้งนั้น  ป้าไม่อยากให้เธอมาแอบอ้างแบบนี้”
“แต่ม๊าคะ  ตองเป็นแฟนพี่ปอจริงๆนะคะ  ม๊าก็รู้อ่ะ”  ตองหันไปเถียงรุจี  รุจีลุกขึ้นจากโซฟามายืนข้างเตียงปอทันที
“ไม่ว่าใครก็ไม่ใช่แฟนของลูกชายฉัน  แฟนที่แท้จริงของปอไม่อยู่แล้ว กลับไปเถอะตอง  หนูเอาเวลาไปเรียนให้จบดีกว่ามาตามตื้อผู้ชายแบบนี้”
 
            หนุ่มใหญ่นอนมองเหตุการณ์นิ่งๆ  ด้วยความแปลกใจว่าทำไมผู้หญิงที่มาหาเค้าถึงบอกว่าเป็นแฟนของเค้าทุกคน  ปอพยายามคิดแต่เค้าก็ต้องปวดหัวทุกครั้งที่พยายามคิดเรื่องราวในอดีตเพื่อลบคำถามคาใจ  อาการนี้ทำให้ปอทรมานเหลือเกิน
 
            วันต่อมา  กอยและแบงมาเยี่ยมปอพร้อมกัน  โดยทั้งสองรู้เรื่องปอจากพร  พรและเมสก็มาเยี่ยมพร้อมสองสาว  แต่กอยและแบงกลับไม่ได้ออกตัวว่าเป็นแฟน  เพราะเธอทั้งสองเลิกคบกับปอไปก่อนหน้านี้  แต่ก็มาเยี่ยมด้วยความรักและผูกพันที่ยังหลงเหลือ
 
“ได้ข่าวว่าพี่ปอทานข้าวได้น้อยเหรอ”  กอยบีบแขนข้างขวาปอด้วยความห่วงใยพร้อมรอยยิ้ม
“ครับ  ผมกินไม่ค่อยลง”  ปอยิ้มเจื่อนๆให้กอย  แววตาที่มองกอยไม่มีความรู้สึกใดๆ  ทำเอากอยน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“พี่กินเยอะๆนะ  จะได้หายไวๆ”  กอยพร่ำทั้งน้ำตา
“ผมหายแต่ผมก็จำทุกคนไม่ได้อยู่ดี”  ปอมีสีหน้าหม่นหมองลง
“เฮ้ย!ลุง  ลุงจำพวกเราไม่ได้ลุงก็ทำความรู้จักใหม่ดิ  หนูชื่อแบง  เป็น....เอ่อ!...เป็นน้องที่ลุงสนิท  นี่กอยก็เป็นน้องที่ลุงสนิท”  แบงฝืนยิ้มกว้างทั้งที่เธอเองก็สะเทือนใจกับสภาพของปอ
“ทำไมถึงเรียกผมว่า..ลุง”  ปอหันมองแบงด้วยสีหน้าแปลกใจ
“อ้อ!!  ก็พี่แก่แล้วไง  ฮ่าๆๆๆ พี่อายุ 34 จะ 35 อยู่แล้ว”  แบงหัวเราะร่าทั้งที่เธออยากจะร้องไห้เหมือนกอย
“ผมจะพยายามทำความรู้จักทุกคนนะครับ”  ปอยิ้มออกมาและมองไปทางรุจีผู้เป็นแม่  แม้ปอจะไม่รู้สึกรักรุจีอย่างที่เคยรู้สึก  แต่เค้าสัมผัสได้ถึงความรักความอบอุ่นที่รุจีมีให้
“ใช่พี่ปอ  พรกับพี่เมสอ่ะ จะไม่ทิ้งพี่ไปไหนนะ”  พรยืนยิ้มอยู่ปลายเตียงเคียงข้างเมสแฟนหนุ่ม
“ขอบคุณทุกคนมากนะครับ”  ปอยิ้มกว้างให้กับทุกคนที่ยืนรายล้อมเตียง
 
[……ผมจำใครไม่ได้  ผมคิดอะไรไม่ออก  สมองของผมมันว่างเปล่าไปหมด  แต่ผมรู้สึกได้ว่าทุกคนเป็นมิตรและหวังดีกับผม หากวันหนึ่งผมจำพวกเขาทุกคนได้ก็คงดีสินะ  ผู้หญิงหลายคนที่มาเยี่ยมผมหลายวันที่ผ่านมา  บอกว่าผมเป็นแฟน!!  ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผมถึงมีแฟนหลายคนนัก  แล้วผู้หญิงคนไหนกันที่ผมรักมากที่สุด  ผมอยากรู้จริงๆ……]
 
....................................................................................................................................
           
            จากการที่ผู้หญิงของปอแวะมาเยี่ยมเยียนและมาเซ้าซี้ให้ปอจำเธอเหล่านั้นให้ได้  ทำให้รุจีและนิงออกคำสั่งเด็ดขาดห้ามเด็กร้านและทุกคนเผยแพร่ข่าวที่ปอประสบอุบัติเหตุรถคว่ำให้แพร่กระจายออกไป  ก่อนที่จะพาตัวปอไปรักษาต่อที่ชลบุรีที่บ้านพักตากอากาศริมทะเล  โดยพรและเมส  แวะไปเยี่ยมทุกอาทิตย์
 
            ผับ Sway & Hubrisไม่สามารถอยู่ได้เมื่อผู้บริหารใหญ่ถูกพรากความทรงจำไป  ไม่นานชายและนิงและหุ้นส่วนคนอื่นๆแบกรับกับปัญหาหนี้สินไม่ไหว  จึงต้องปิด Sway & Hubrisลงไปอย่างไม่มีกำหนด  เด็กร้านต่างร่ำไห้กับการปิดร้านครั้งนี้  ทุกคนแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตในแต่ละเส้นทางของตัวเอง
 
            วันว่างๆ เมสและน้องๆปอจะมาเปิดร้าน Sway และนั่งเล่นพูดคุยกัน  เพราะทุกคนมักมารวมตัวกันที่ร้านโดยไม่ได้นัดหมายในทุกค่ำคืน เมื่อร้านปิดลง ทุกคนจึงคิดถึงและหวนร่ำหาอดีตที่เคยสนุกสนานครื้นเครงในร้าน
 
“พี่ปอ เป็นไงบ้าง เมส”  ภูถามขึ้นพลางดื่มเหล้าในแก้ว  ในโต๊ะหน้าบาร์ที่ประจำของพวกเขา
“พี่ปอก็อาการดีขึ้น  ยังเข้าเฝือกขาอยู่เลย  ว่างๆแกไปเยี่ยมพี่ปอมั้ยล่ะ”  เมสนั่งสูบบุหรี่ด้วยอารมณ์เปลี่ยวเหงา
“ก็ว่าจะแวะไปอ่ะ พี่ปอก็จำฉันไม่ได้สินะ” ภูถอนหายใจ
“เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว  ฉันไปเยี่ยมพี่ปอกับพี่ชายมาเว้ย!!  พี่ปอเปลี่ยนเป็นคนละคนจริงๆอ่ะ  ไม่เหมือนพี่ปอที่เรารู้จักเลย  อยากให้พี่ปอความทรงจำกลับมาเหมือนเดิมและมาเปิด Swayอีกครั้ง” ยุพูดพลางน้ำตาปริ่ม
“ใช่พี่ยุ  พรเอาอลบั้มรูปภาพที่เราไปเที่ยวทริปร้านให้พี่ปอดู  แต่พี่ปอก็จำอะไรไม่ได้เลย”  พรสีหน้าเศร้า  และดื่มเหล้าในแก้ว
“ฉันว่าต้องให้พี่ปอกลับมาที่นี่  พี่ปอจะได้คุ้นๆกับอะไรหลายๆอย่าง  พี่ปอน่าจะจำอะไรได้บ้าง”
เมสออกความเห็น
“ป้ารุจีจะให้กลับมาเหรอ  หวงพี่ปอขนาดนั้นอ่ะ” ปุยนั่งแชท BB อยู่นานออกความเห็นขึ้นมา
“กลับสิพี่  บ้านพี่ปออยู่ที่นี่นะ  พี่ปอเกิดที่นี่ไงก็ต้องกลับมา” พรพูดอย่างมั่นใจ
 
......................................................................................................................................
 
            ดึกดื่นของค่ำคืนที่ Huffy ปิดร้านช่วงเวลาตี 3 อันพาการิน  นิตา  และนา  มานั่งทานก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นเจ้าอร่อยใกล้ๆกับตึกแสนโทรม  อันมองขึ้นไปบนร้านเห็นเพียงความมืดมิดทั้งตึกราวกับตึกร้าง
 
“Sway & Hubrisปิดกิจการไปแล้วนะ รู้กันยัง”  อันเปิดประเด็น  การินถึงกับทำตะเกียบหลุดมือตกลงในถ้วยก๋วยเตี๋ยวด้วยความตกใจ
“จริงเหรอพี่  ปิดไปเมื่อไหร่” นิตาถามขึ้นด้วยรอยยิ้มของความตื่นเต้น
“ปิดได้อาทิตย์นึงแล้วล่ะ  วันก่อนเจอพี่ชายโดยบังเอิญพี่ชายบอกว่าปิดร้านไปแล้ว  พี่ชายก็ไปขายของส่งออกกับที่บ้านต่อ  พวกเด็กร้านก็หางานทำกันตามแต่ละคนจะทำได้  นึกไปก็สงสารพวกเด็กร้านเหมือนกัน  แยกย้ายกระจัดกระจายกันไปหมด”  อันพูดพลางซดน้ำซุปในถ้วยอย่างสบายใจ
“แล้วพี่ปอเค้าไปทำอะไรอ่ะ”  นาถามขึ้นบ้าง พลางหันไปเห็นการินที่ก้มหน้าก้มตาเขี่ยเส้นก๋วยเตี๋ยวในถ้วยไปมา
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ  ไม่อยากจะรับรู้เรื่องเค้าสักเท่าไหร่  คงทำธุรกิจมืดใต้ดินกับพี่นิงต่อล่ะมั้ง” อันหันไปสังเกตอาการการินที่นิ่งเงียบผิดปกติ
“เป็นอะไรไปยัยตัวแสบ  วันนี้ทำไมนั่งเงียบเชียว” อันจ้องหน้าการินและเผยรอยยิ้มกว้าง
“อ้อ!!  การินปวดหัวนิดหน่อยอ่ะ”  การินฝืนยิ้มให้กับทุกคน
 
[……นั่นสินะ  การแก้แค้นของฉันสำเร็จเรียบร้อยอย่างสมบูรณ์แบบ  พี่ปอได้รับบทเรียน  แต่ฉันก็ไม่ได้มีความสุข  เพราะนอกจากพี่ปอต้องเดือดร้อนยังส่งผลถึงคนอื่นๆที่ต้องพาลเดือดร้อนไปด้วย  ป่านนี้พี่ปอจะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้…..]
 
            หญิงสาวเหลือบมองขึ้นไปบนตึกแสนโทรมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้ารู้สึกผิด  อันจับจ้องการินและพอรับรู้ได้ว่าการินกำลังคิดถึงปอ
 
.....................................................................................................................................
 
            เสียงคลื่นซัดกระทบฝั่งเป็นระลอกๆ  หนุ่มใหญ่นอนหลับในเปลที่ผูกไว้กับต้นสนสองต้นริมทะเลในยามเย็นของวันที่แสนสบาย  หนุ่มใหญ่ถอดเฝือกที่แขนและขาออกหมดเรียบร้อย  ร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ  เขานอนกุมอลบั้มรูปถ่ายที่พรนำมาให้ดู  เป็นรูปภาพการไปทริปในแต่ละครั้งของร้าน Sway & Hubris แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ปอจำอะไรได้เลย
 
            แต่หนุ่มใหญ่กลับฝันถึงร้าน sway อยู่บ่อยครั้งที่เขาหลับใหล  และทำให้เขาสะดุ้งตื่นได้ทุกครั้งเช่นเย็นของวันนี้  ปอสะดุ้งจนพลัดตกเปลเลยทีเดียว
 
“พี่ปอ  เป็นอะไรไปรึป่าว” 
 
            เสียงผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาใกล้หนุ่มใหญ่เรื่อยๆ  หนุ่มใหญ่ตะกายหาเปลและเงยหน้าหยี่ตามองผู้หญิงตรงหน้า พลางควานหาแว่นสายตาที่ตกลงไปกองกับทราย
 
“นอนไงให้ตกเปลล่ะพี่”  ผู้หญิงผู้นี้พยุงปอขึ้นนั่งบนเปลและหยิบแว่นสายตายื่นให้กับปอ  หนุ่มใหญ่ใส่แว่นและพยายามมองผู้หญิงตรงหน้าอีกครั้ง
“อ้อ!น้องกอย  พี่ก็ว่าใครมาช่วยพี่” ปอยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“กอยมาเยี่ยมอ่ะพี่  พี่เป็นไงบ้าง  ยังปวดหัวอยู่มั้ย” กอยนั่งลงกับตอไม้ข้างๆต้นสนที่ปอผูกเปลไว้ เธอหันไปเห็นอลบั้มรูปที่หล่นไปตกอยู่ที่โคนต้นสน  เธอจึงหยิบขึ้นมาเปิดดู
“พี่หายดีแล้วครับ  มีปวดหัวบ้างบางครั้งที่พยายามคิด  ตอนนี้แม่สั่งห้ามพี่คิดถึงอดีตไปแล้ว  แต่พรก็แอบเอาอลบั้มรูปมาให้พี่ดู  พรอยากให้พี่จำพวกเขาได้” ปอพร่ำบ่นไปมองกอยที่เปิดอลบั้มรูปดูอย่างสบายใจ
“แล้วพี่ดูรูปพวกนี้แล้วจำอะไรได้บ้างมั้ยล่ะ”  กอยเงยหน้ามองปอ
“ไม่เลย  ฮ่าๆๆ  พี่ดูไปก็รู้แค่ว่าคนไหนเป็นพร  เมส  พี่นิง  ชาย  แล้วก็น้องๆบางคนที่เคยมาเยี่ยมอ่ะ  ดูจากภาพแล้ว  พี่สนิทกับทุกคนมากเลยนะ  ถ้าพี่จำพวกเขาได้ก็คงดี” ปอยิ้มจางๆและเหม่อมองออกไปนอกทะเลที่กว้างไกล
 
            กอยเปิดอลบั้มรูปไปจนถึงภาพวันที่ปอพาเด็กร้านไปเลี้ยงหมูกระทะ  ซึ่งภาพที่กอยสะดุด คือ มีการินอยู่ในรูปยืนข้างๆปอ โดยปอยืนหันหลังให้กล้อง
 
“พี่ปอ  พี่ดูรูปนี้สิ”  กอยลองยื่นอลบั้มให้ปอดูรูปภาพนั้น  ปอดูรูปอย่างพินิจก่อนจะหันไปมองหน้ากอยด้วยความแปลกใจ
“ทำไมเหรอ  รูปนี้พี่หันหลังทำไม ฮ่าๆ”  ปอกลับขำตัวเองในรูป
“จำใครในรูปนี้ไม่ได้เลยใช่ปะ”  กอยลองถามด้วยความอยากรู้ว่าปอจะจำการินได้หรือไม่  ปอมองรูปภาพนั้นอีกครั้ง  เขามองไปยังใบหน้าของการินซึ่งกำลังเหลือบมองปอที่ยืนหันหลัง  แต่เขาก็จำไม่ได้เช่นเดิม
“ไม่ได้เลย  คนเยอะแยะไปหมด  รูปนี้มีอะไรเหรอ” ปอหันไปถามกอยด้วยความสงสัย
“ปอ  ไปทานข้าวเย็นกัน  วันนี้แม่ทำไข่พะโล้ของโปรดปอให้ด้วยนะ”  รุจีเดินย่องๆโดยมีนิงพยุงเข้ามาขัดจังหวะการสนทนา
“ดีเลยครับ  ผมหิวแล้วอ่ะ  ท้องร้องซะดังกลัวน้องกอยจะได้ยินจะแย่” ปอพูดติดตลก
“กอย  ทานข้าวเย็นด้วยกันแล้วกันนะ  แล้วค่อยกลับ” นิงหันไปบอกกับกอย
“ไม่เป็นไรค่ะ  พอดีเดี๋ยวแฟนกอยกำลังเข้ามารับแล้วล่ะค่ะ  ขอโทษด้วยนะ ไว้โอกาสหน้าแล้วกัน” กอยยิ้มและเดินกลับเข้าบ้านพักของปอไปพร้อมๆกับทุกคน
 
            ค่ำคืนนั้น  หนุ่มใหญ่เปิดอลบั้มรูปเล่มนั้นดูอีกครั้ง  เขายังคาใจกับรูปใบนั้นที่กอยถามอย่างมีพิรุธ  หนุ่มใหญ่มองในรูปที่มี เขาเอง  การิน  พีมและเดียว เท่านั้น  พีมและเดียวไม่เคยมาเยี่ยมปอเขาจึงจำไม่ได้  เช่นเดียวกับการิน ซึ่งปอดูใบหน้าการินแล้วเกิดข้อสงสัย
 
“ทำไมเด็กคนนี้ถึงมองเราด้วยสีหน้าสงสัยแบบนี้นะ  ตลกจัง”  ปอยิ้มขำก่อนจะวางอลบั้มรูปไว้ข้างหมอนและปิดไฟของโคมไฟข้างเตียงและหลับใหลไป
 
......................................................................................................................................
 
            หญิงสาวการินใช้เวลาช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนจบทำวิทยานิพนธ์อย่างเคร่งเครียด  เธอไปร้าน Huffy น้อยลงเป็นอาทิตย์ละ 2 ครั้ง  จนกระทั่งเธอเรียนจบในที่สุด  หญิงสาวภาคภูมิใจกับปริญญาใบแรกที่จะได้รับในอีก 5 เดือนข้างหน้า การินหางานทำไปพร้อมๆกับเพื่อนๆอีกหลายคน  และเธอก็ได้งานออกแบบภายในบริษัทของเพื่อน อัน  โดยอันช่วยฝากให้
 
“ขอบคุณมากนะพี่อัน  ที่ช่วยการินอ่ะ  ไม่งั้นการินคงไม่ได้งานที่นี่แน่เลย” การินยิ้มแก้มปริกลางร้านอาหารหรูซึ่งอันพาการินมาเลี้ยงมื้อค่ำสำหรับฉลองได้งานแรก
“จริงๆพี่แค่บอกว่าการินเป็นแฟนพี่เท่านั้นแหละ  เพื่อนพี่มันก็เลยรับ”  อันยังกวนประสาทการินไม่เลิก
“พี่จะบ้าเหรอ  ไปบอกแบบนั้นได้ไงอ่ะ” การินวางช้อนลงทันที
“ล้อเล่นหน่า  พี่แค่บอกว่าช่วยดูๆพิจารณาการินเป็นพิเศษด้วย  แต่เพื่อนพี่บอกว่าที่รับเพราะการินฝีมือดี  ดูจากงานที่การินนำไปยื่นให้เขาอ่ะ”
“เห้อ!การินตกใจหมด นึกว่าไปบอกว่าการินเป็นแฟนพี่ให้คนเค้าเข้าใจผิดไปทั้งออฟฟิต”
“แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆล่ะ การินจะยินดีมั้ย  ถ้าพี่จะ....ขอคบกับการินอ่ะ”  อันเปลี่ยนทั้งสีหน้าและคำพูดที่ดูจริงจังจนหญิงสาวถึงกับอึ้ง  การินรีบตักแซลม่อนย่างซอสเข้าปากไปแก้เขิน
“ว่าไงการิน  พูดจริงๆนะ  ไม่ได้ล้อเล่น”  อันจ้องการินเขม่ง
“พี่อัน  การินรักคนยากอ่ะ  การินยังไม่พร้อมจะเปิดใจให้ใคร  ตั้งแต่เรื่องพี่ปอมาการินรู้สึกเจ็บปวดจนไม่อยากจะมีความรักอีกแล้ว  การินอยากทำงานไปเรื่อยๆ ยังไม่อยากคิดถึงเรื่องนี้”
“ครับ  พี่เข้าใจนะ  แต่การินจะว่าไงอ่ะ  ถ้าพี่ขอดูๆกับการิน  ดูๆกันไปเรื่อยๆ  ไม่ต้องผูกมัดก็ได้  พี่บอกตรงๆเลยนะ  พี่ชอบการินว่ะ  ชอบตั้งแต่แรกๆแล้ว  การินแปลกคนดีอ่ะมีอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้พี่ประทับใจในตัวการิน  และหลายๆอย่างทำให้พี่สงสารอยากปกป้องดูแลเธอ ให้โอกาสพี่ได้มั้ย”   อันพูดซะจนหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามหน้าแดงกร่ำ
“เอ่อ!!  ยังไงดีล่ะ  พี่ไม่ใช่เกย์รึไงอ่ะ”  การินถามกลับจนอันวางช้อนทันที
“จะลองมั้ยล่ะ  จะได้รู้ว่าเกย์ไม่เกย์” อันส่งสายตาหื่นใส่การิน
“ทะลึ่งอีกแล้วนะพี่อัน  เดี๋ยวเถอะ”  การินใช้ช้อนส้อมชี้หน้าขู่อัน
“ก็อยากมาหาว่าพี่เป็นเกย์ทำไมล่ะ เอาล่ะ  เอาเป็นว่าพี่ถือว่าการินอนุญาตนะ”  อันตัดบทและทานอาหารในจานอย่างอารมณ์ดี
“โห!!  พูดเองเออเองก็เป็น”  การินบ่นพึมพำก่อนจะทานอาหารต่อไป
 
........................................................................................................................................
 
เฮือกกกกกกกกกกกกกก..............!!!!!
 
            หนุ่มใหญ่สะดุ้งตื่นมาในกลางดึก  เมื่อภาพฝันของเขาทำให้เขาตกใจ  เขารีบเปิดไฟโคมไฟข้างเตียงและควานหยิบอลบั้มรูปมาเปิดออกอย่างร้อนใจ  หนุ่มใหญ่เปิดไปยังรูปที่เขายืนหันหลังและมีการินยืนมองเขาอยู่
 
“ใช่ผู้หญิงคนนี้จริงด้วย  ผู้หญิงในฝัน  ทำไมเธอคนนี้ต้องมาสาดกาแฟใส่หน้าเราด้วยเนี่ย  ตกใจหมดเลย”  ปอถอนหายใจและเอามือลูบหน้าก่อนจะลุกเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตา
 
            เช้าวันต่อมาในโต๊ะอาหารเช้า ปอตัดสินใจดึงรูปภาพปริศนาออกมาให้นิงพี่ชายของเขาดูด้วยความสงสัย
 
“พี่นิง  ผู้หญิงคนนี้เป็นใครเหรอพี่”  ปอถามขึ้น นิงถึงกับวางถ้วยกาแฟลงทันทีและหน้าเสียลง
“ทำไม  ปอจำได้เหรอ”  นิงจ้องเขม่งปอด้วยความตื่นเต้น
“ไม่ได้ครับ  ปอฝันเห็นเค้าอ่ะ  เค้าเข้ามาสาดกาแฟใส่หน้าปอเลอะไปหมดเลย  แต่มันเหมือนจริงมากเลยนะพี่นิง  เค้าเป็นใครอ่ะ”
“เอ่อ!.....เค้าก็แค่...เด็กร้านธรรมดาคนนึงน่ะ  อย่าไปสนใจเลย”
“ปอแค่สงสัยอ่ะ  พอดีว่าฝันเห็น  เหมือนในฝันเค้าถามปอว่า.....”  ปอพยายามคิดถึงความฝันของเค้า  แต่แล้วอาการปวดหัวก็เข้ามาขัดจังหวะ
“โอ๊ย!  ปวดอีกแล้ว” ปอกุมขมับอย่างทรมาน
“ไม่ต้องคิด ช่างมันปอ”
“อ่าว ! ปอเป็นอะไรนิง”  รุจีเดินออกมาจากครัวเห็นอาการปอจึงร้องขึ้น
“ปวดหัวอีกสิแม่”  นิงลุกไปหยิบยามาให้ปอเพื่อระงับอาการปวด
“ไปนอนไปปอ” รุจีช่วยพยุงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปยังห้องนอนของเขา
 
            ปอนอนลงกับเตียงด้วยอาการเพลียจากการปวดหัวรุนแรง  รุจีเดินมานั่งอีกฝั่งเตียงลูบหัวลูกชายอย่างเป็นห่วง
 
“ปอ  ลูกไม่ต้องคิดอะไรนะ  ลืมๆไปเถอะเรื่องเก่าๆอ่ะ  ปอคิดทีไรก็ปวดหัวแบบนี้ตลอด  แม่ไม่อยากเห็นปอเป็นแบบนี้เลย” 
“แต่แม่ครับ  ผมอยากจำได้  มีหลายคำถามคาใจเกี่ยวกับอดีตของผมอ่ะ  ผมอยากจำทุกๆคนที่เป็นห่วงผมให้ได้  ผมอยากจำได้ด้วยว่าผมเคยรักแม่มากแค่ไหน”  ปอพูดพลางน้ำตาซึม  เค้าทรมานใจที่จำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่ความรักที่มีต่อแม่ของเขา
“เริ่มใหม่นะปอ  ทุกคนก็เป็นอย่างที่ลูกเห็น  ปอจำได้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก”
“แม่ไม่เข้าใจผมหรอกครับ  มันทรมานนะแม่ที่เราอยากรู้แต่เราไม่สามารถรู้ได้  พยายามคิดแต่คิดไม่ออก  แม่พาผมกลับไปกรุงเทพฯได้มั้ย  ผมอยากไปร้าน Sway  ผมคิดว่าถ้าผมได้ไปที่นั่นได้เจอกับน้องๆเด็กร้าน  เจอบรรยากาศเดิมๆ  ผมอาจจะจำอะไรได้”  ปอจับมือรุจีอ้อนวรด้วยสีหน้าเว้าวร
“แต่ Sway ปิดไปแล้วนะปอ  นิงกับชายเปิดไม่ไหว  เศรษฐกิจไม่ค่อยดีนิงก็เลยปิด  ปอกลับไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก” รุจีไม่อยากให้ปอกลับไปสู่เรื่องราวเก่าๆที่แสนเจ็บปวดและอดีตที่เลวร้าย
“แต่อย่างน้อยถ้าได้กลับไป  ผมเชื่อว่าผมต้องจำอะไรได้  ปิดก็เปิดใหม่ได้นี่แม่ นะแม่  พาผมกลับกรุงเทพฯนะ”ปออ้อนวรต่อเนื่องอย่างไม่ลดละ  รุจีมองหน้าลูกชายอย่างลำบากใจ
 
..................................................................................................................................... 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ติชมได้นะคะ ^^
จากคุณ สการินวดี/(rewadwee44) อัพเดตเมื่อ 01/12/2554 06:33:30
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 213 ท่าน