Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
...HUFFY....
44
29/11/2554 17:17:31
311
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 44...HUFFY...
 
            คืนต่อมาหญิงสาวขึ้นไปบนร้าน Sway พร้อมกับนา  เธอสั่งเบียร์เพียงขวดเดียวและนั่งรอเวลาร้านปิดซึ่งเธอต้องการคุยกับปอโดยที่ให้เด็กร้านได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมด
 
“จะดีเหรอ การิน  พี่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ป่าวๆนะ”  นาเตือนการินอย่างเป็นกังวล
“การินไม่ยอมเป็นคนผิดหรอกพี่นา  การินไม่ได้ทำอ่ะ  ดูสายตาเด็กร้านแต่ละคนมองการินสิ  รู้เลยว่าโดนพี่ปอเป่าหูสักเท่าไหร่  ขอให้การินได้ประกาศความบริสุทธิ์ของตัวเองให้ทุกคนรู้  เดี๋ยวการินจะโทรให้เจนมาหาที่ร้าน  จะให้เจนมายืนยัน  และการินก็มีคลิปเสียงที่การินคุยโทรศัพท์กับพี่แพรเมื่อวานนี้  พี่แพรยืนยันว่าไม่ได้ตบเจนเพราะการินเป็นคนวางแผนใดๆเลย”  การินพูดอย่างคับแค้นใจในเวลาตี 1 กว่าๆ  ซึ่งใกล้เวลาที่ร้านจะปิด
“เจน มันจะมาเป็นพยานให้การินเหรอ  พี่ว่ามันไม่มาหรอก  ฟังจากที่การินเล่าให้พี่ฟัง  เจนเค้าเชื่อพี่ปอจะตายไป”
“ไม่มาก็ไม่เป็นไร  เดี๋ยวรอร้านเปิดไฟให้ลูกค้าออกไปก่อนการินจะเข้าไปคุยกับพี่ปอให้รู้เรื่อง  การินลองโทรไปบอก เจนไว้ก่อนดีกว่า  เดี๋ยวเจนหลับไปซะก่อน”  การินเดินพรวดออกจากร้านไป
 
            หนุ่มใหญ่เห็นว่าการินเดินออกไป  จึงเดินถือแก้วเหล้าเข้ามาชนกับนาที่โต๊ะอย่างอารมณ์ดี
 
“มากันสองคนเหรอ”  ปอยิ้มทักนา นายิ้มเจื่อนๆทำตัวไม่ถูก
“ใช่ค่ะพี่ปอ  ไม่ได้เจอพี่ปอนานเหมือนกันนะ  สบายดีรึป่าวพี่”
“ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่หรอก  ก็น้องเราอ่ะสร้างปัญหาให้พี่ไม่หยุด”
“หมายถึง  การิน น่ะเหรอคะ”  นายิ้มแห้งๆและดื่มเบียร์ในแก้ว
“ใช่!!  พี่ไม่รู้นะว่านารู้หรือไม่รู้  แต่พี่ว่ายิ่งนับวันการินเริ่มคิดอะไรแปลกๆที่คนปกติเค้าไม่คิดกัน  วันก่อนก็เอากาแฟมาสาดหน้าพี่ตอนพี่ทำงานในบาร์  คือ พี่ไม่ว่างจะคุยกับเค้าเพราะลูกค้าเยอะมาก  พี่ต้องคอยดูลูกค้า  การินก็โกรธสาดกาแฟใส่พี่  ต่อจากนั้นก็เที่ยวเอาพี่ไปพูดให้คนอื่นๆฟังว่าพี่เป็นอย่างนั้นอย่างนี้  คือ พี่ไม่เข้าใจการินเลยว่าต้องการอะไรอ่ะ  สิ่งที่การินพูดถึงพี่อ่ะ  มันเข้าข่ายหมิ่นประมาทเชียวนะ  ถ้าพี่หมดความอดทนพี่อาจจะต้องฟ้องร้องสักหน่อย  ไม่งั้นการินก็จะทำแบบนี้ไม่หยุด  สร้างความเสื่อมเสียมาถึงพี่ถึงร้าน  พี่ไม่ค่อยเห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่การินทำเลย”
“ใจเย็นนะพี่ปอ  เดี๋ยวนา  จะห้ามน้องเองนะ  อย่าให้ต้องถึงตำรวจกันเลย  ไหนๆก็คนเคยๆรู้จักกันอยู่  น้องมันเด็กคิดอะไรไม่ค่อยเป็น  นาจะบอกให้การินหยุดทุกอย่าง”
“ก็เพราะเห็นว่าเคยรู้จักนี่ล่ะ  พี่ถึงอดทนให้การินเอาพี่ไปพูดเสียๆหายอยู่ทุกวันนี้  แต่พี่ก็ไม่รู้ว่าความอดทนของพี่มันจะหมดลงเมื่อไหร่ ยังไงก็ฝากนาดูการินหน่อยแล้วกัน  เกรงว่าคนอื่นจะหาว่าการิน บ้า น่ะ  พี่เป็นห่วง”  ปอยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะไป  นาได้เพียงถอนหายใจ  และเป็นห่วงการินที่หายไปสักพัก
 
            หญิงสาวเดินลงมาด้านล่างตึกแสนโทรมพลางโทรหาเจนด้วยความกังวลใจว่าเจนจะหลับไหลไปเสียก่อน
 
“พี่การินมีอะไรคะ”  เจนรับสายเสียงงัวเงีย นั่นบ่งบอกว่าเจนนอนไปแล้ว
“เจน นอนไปแล้วเหรอ”
“ใช่ค่ะ  เจนมีเรียนเช้าอ่ะ มีอะไรอ่ะ”
“เอ่อ!!  ปล่าวจ่ะ  ขอโทษที่โทรมารบกวนเวลานอนนะ  จริงๆพี่มีเรื่องอยากจะขอความช่วยเหลือ”
“เรื่องอะไรอ่ะพี่”
“คือ เรื่องที่เจนโดนพี่แพรตบอ่ะ  พี่ปอหาว่าพี่อยู่เบื้องหลัง  พี่ไม่ได้ทำนะ  พี่ไม่ได้อยู่เบื้องหลังไม่ได้วางแผนอะไรเลย  พี่แพรก็รู้ว่าพี่ไม่ได้ทำอ่ะ  พี่คิดว่าเจนก็รู้ว่าพี่ไม่ได้ยุแยงให้เจนตบกับพี่แพร”
“ค่ะ  เจนรู้ว่าพี่การินไม่ได้ยุ”
“เจนเป็นพยานให้พี่หน่อยสิ  พี่อยากเคลียร์กับพี่ปอ”
“เจนจะบอกพี่ปอให้แล้วกันนะพี่  แต่ก็ไม่รู้ว่าพี่ปอจะเชื่อเจนรึป่าว  แต่ตอนนี้เจนขอนอนก่อนนะพี่  เจนง่วงอ่ะ”
“อ้อ!!  จ่ะๆ  พี่ฝากด้วยนะ”  การินวางสายจากเจนไปด้วยความผิดหวัง  เพราะเธอไม่สามารถนำเจนมาเป็นพยานในค่ำคืนนี้ได้
“ไม่เป็นไร  อย่างน้อยก็มีคลิปเสียงของพี่แพรที่เราแอบอัดไว้  มันก็พอยืนยันได้ว่าเราบริสุทธิ์”  การินบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินขึ้นตึกแสนโทรมไปด้วยหัวใจห่อเหี่ยว
 
            หญิงสาวกลับขึ้นมาบนร้านและเดินลิ่วเข้าห้องน้ำไป  เธอเดินสวนทางกับพรซึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ  พรเหลียบสายตาที่ไม่สู้ดีนักให้การินโดยไม่มีคำทักทายใดๆ  และเด็กร้านคนอื่นๆ  ไม่ว่าจะเป็น  เตม  อาย  แนม  มุด และปิม  ต่างมองการินราวกับเธอเป็นตัวประหลาดที่น่ารังเกียจ 
 
[……คนพวกนี้ถูกพี่ปอเป่าหู  เข้าใจอะไรผิดๆไปหมด  ฉันไม่ยอมให้เป็นแบบนี้แน่ๆ  ฉันจะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจว่าฉันไม่ได้ผิด……]
 
            การินทำธุระในห้องน้ำเสร็จสิ้นจึงเดินออกมาจากห้องน้ำสวนทางกับหนุ่มใหญ่ซึ่งรับโทรศัพท์อย่างรีบร้อนและกำลังจะเข้าไปหลบคุยโทรศัพท์ในห้องน้ำ  หญิงสาวส่งสายตาที่แสนเคืองแค้นแก่หนุ่มใหญ่  ปอหันมองการินด้วยสายตาเลือดเย็นก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป  การินมองปอไล่หลังพลางกำมือไว้แน่น
 
“การิน  กลับเถอะ”  หญิงสาวต้องชะงักเมื่อนาชวนกลับในขณะที่เธอกำลังจะหย่อนร่างตัวเองลงเก้าอี้สีแดง
“เดี๋ยวสิคะพี่นา  เดี๋ยวก็เปิดไฟแล้ว  การินขอเคลียร์ก่อน”
“พี่ว่าอย่าเลย  พี่ปอมาคุยกับพี่  บอกว่าจะฟ้องหมิ่นประมาทเรานะ  หากเรายังไปว่าร้ายเค้าอ่ะ  พี่ว่าเรื่องมันชักจะใหญ่โตเข้าทุกทีๆ  อย่าไปสนใจคนแบบนี้เลยดีกว่า”  นามองการินอย่างลำบากใจ  ในช่วงจังหวะที่ไฟร้านสว่างสไวทันตา
“ไม่ค่ะ  พี่นาไม่เข้าใจการินหรอกว่าการินรู้สึกเก็บกดและกดดันมากแค่ไหนอ่ะ  การินไม่ผิด การินไม่ยอมหรอก  จะฟ้องหมิ่นประมาทงั้นเหรอ  งั้นการินจะฟ้องเค้าเรื่องธุรกิจผิดกฎหมายของเค้าทุกอย่าง  เอาสิว่าใครจะแน่กว่ากัน”
“พี่ว่าถ้าการินปล่อยให้มันจบตอนนี้จะดีกว่านะ  การินจะเรียนจบแล้วอีกไม่กี่เดือน  อย่าเอาอนาคตมาเสียกับเรื่องไร้สาระพวกนี้เลยนะ” นาลุกขึ้นและจับแขนการินให้ลุกขึ้น  หญิงสาวหันไปที่โต๊ะหน้าบาร์  ปอจ้องมองการินด้วยสายตาไม่ดีและขุ่นเคืองนัก
“ปล่อยการิน  พี่นาจะปล่อยให้คนเลวมันทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจเหรอคะ  มันไม่ยุติธรรมกับการินเลยนะ”  การินสะบัดแขนนาออกด้วยใบหน้านิ่วคิ้วขมวด
“พี่เข้าใจเราทุกอย่าง  ดูรอบๆสิ  พวกพี่ปอทั้งนั้น  การินบุ่มบ่ามทำอะไรไป  มีแต่เสียกับเสีย  เราไม่มีพวกนะ  เรามีแค่สองคน  เห็นแก่พี่เถอะนะ  สิ่งที่เรารอคอยกำลังจะสำเร็จแล้วนะ Huffy กำลังจะเปิด  Sway กำลังจะดับ แค่นี้พี่ปอก็ได้รับบทเรียนชีวิตแล้ว  การินไม่เห็นต้องแคร์พวกเด็กร้าน ร้านนี้เลย พวกเค้าจะคิดยังไงก็ช่าง  พวกเค้าไม่เคยแคร์เราอยู่แล้ว   เราไม่จำเป็นต้องมาที่นี่อีกแล้วด้วย  กลับเถอะเชื่อพี่  พี่ขอร้อง”  นากระชากการินอีกครั้ง  การินหันมองปออีกครั้ง
 
[……ฝากไว้ก่อนเถอะนะ  ฉันจะรอดูความพินาศย่อยยับของชีวิตของคุณ  ฉันจะหัวเราะเยาะเย้ยคุณให้สาแก่ใจเมื่อถึงวันที่คุณต้องสูญเสียทุกอย่าง…….]
 
            การินยอมลุกขึ้นจากโต๊ะและเดินออกจากร้านไปพร้อมๆกับลูกค้าหลายๆคนที่ทยอยกันเดินออกจากร้านด้วยอาการเมา  แต่หญิงสาวกลับมีเพียงสายตาของความแค้นเคืองทิ้งไว้แก่ปอ ซึ่งนั่งอยู่โต๊ะหน้าบาร์
 
“ไอบ้า  เอ๊ย!!!!  บ้า!!นังบ้า”
 
            เสียงที่ถูกตะโกนเสียงดังลั่นร้าน  ไม่เพียงแต่การินที่หยุดเดินในทันทีก่อนจะก้าวเท้าออกจากร้าน  ลูกค้าคนอื่นๆหันมองไปที่ต้นเสียงด้วยความงง ว่าใครตะโกนโหวกเหวกเสียงดัง
 
            หญิงสาวรู้ตัวดีว่าหนุ่มใหญ่ เจ้าของร้าน Sway & Hubris เป็นเจ้าของเสียงที่ดังก้อง  และเธอรู้ดีว่าปอต้องการว่าเธอโดยตรง  การินยืนกำมือแน่นอยู่หน้าร้าน  ทำเอานาซึ่งไม่ได้สนใจกับเสียงโหวกเหวกของปอ หันกลับมามองหญิงสาวที่หันมองค้อนเข้าไปในร้านด้วยอาการโกรธแค้น
 
“เป็นอะไร  การิน” นาแตะไหล่การินเบาๆ
“พี่นาไม่ได้ยินเหรอคะ”  การินหันจ้องหน้าปอ  ผ่านกระจกใสที่มองผ่านเข้าไปเห็นภายในร้าน  หนุ่มใหญ่หัวเราะขำขันกับเมสและพร  อย่างอารมณ์ดีพลางหันมาชายตามองการินด้วยสีหน้ายิ้มเยาะ
“ได้ยินอะไรอ่ะ”
“ไอ้เลวนั่นมันด่าการินว่า ไอ้บ้าอ่ะ” การินน้ำตาซึมด้วยความโกรธแค้น
“ไม่เห็นได้ยินเลย  ช่างเถอะ  เค้าอยากจะว่าอะไรก็ช่าง  ปล่อยให้เค้าเห่าหอนไป  คิดซะว่าหมาข้างถนน”  นาลากการินเดินลงบันไดมาด้วยความยากลำบาก หญิงสาวเก็บกักความโกรธแค้นนี้ไว้ข้างใน
“กลับแท็กซี่ใช่ปะ  พี่กลับก่อนนะ  การินกลับไปก่อนป่ะ”  นาโบกแท็กซี่ให้การิน การินยอมขึ้นแท็กซี่แต่โดยดี  นาถอนหายใจเมื่อเห็นว่าการินนั่งแท็กซี่กลับไป
“สงสารการินจริงๆ  เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรมกับพี่ปอสักที”  นาส่ายหน้าไปมาก่อนจะขึ้นแท็กซี่กลับบ้านไปด้วยใจห่วงใยน้องสาว
 
[……คิดเหรอว่าฉันจะยอมแพ้คุณปอ  คุณรู้จักฉันน้อยไปแล้วล่ะ  ฉันไม่ยอมให้คุณมากดขี่ข่มเหงได้ง่ายๆหรอก  คนอย่างการินไม่ผิดไม่มีทางยอมโดนด่าฟรีๆแน่…….]
 
“พี่คะ  ช่วยวนรถกลับไปที่เดิมด้วยค่ะ  พอดีลืมของ”  การินบอกแท็กซี่ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น  พร้อมสายตาอาฆาตรแค้น
 
            ลูกค้าออกจากร้านจนหมดร้าน  ภายในร้านจึงมีเพียงเด็กร้านที่ทำความสะอาดร้านกันอย่างขมักเขม่น  หนุ่มใหญ่ดื่มเหล้าพูดคุยกับเมสและชายอย่างเคร่งเครียด

“พี่ปอ  ร้าน Huffy จะเปิดอาทิตย์หน้าแล้วนะพี่”
 
            ชายหยิบแผ่นโปสเตอร์ที่เขาแอบดึงออกจากเสาไฟฟ้าข้างๆตึกออกจากกระเป๋ากางเกงยื่นให้หนุ่มใหญ่ดู  ปอรับแผ่นโปสเตอร์และเพ่งอ่านอย่างพินิจโดยที่เขาก็ไม่รู้ว่าเป็นผลงานการออกแบบของการิน
 
“งานแกรนด์โอเพนนิ่ง  เปิดเหล้าฟรีสิบโต๊ะแรกงั้นเหรอ  หึหึ  ทำแบบนี้ไม่นานก็เจ๊ง  คิดว่าจะมาดึงลูกค้าร้านเรางั้นเหรอ”  ปอฉีกโปสเตอร์ออกเป็นเสี่ยงๆก่อนจะซัดเศษกระดาษปลิวว่อนไปทั่วร้าน  ทำเอาเด็กร้านปาดเหงื่อเมื่อต้องกวาดพื้นอีกรอบ
“เราจะทำไงกันดีพี่” ชายถามปอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“พรุ่งนี้  ประกาศโปรโมชั่นใหม่  เปิดเหล้าตั้งราคาเหล้าสูง 2 เท่า  แต่Mixerฟรีทั้งคืน  เอาสิ ว่าลูกค้าอยากไปร้านไหนมากกว่ากัน”
“Mixer ฟรีทั้งคืนเลยเหรอพี่”  เมสถามด้วยสีหน้าตกใจว่าปอตั้งโปรโมชั่นแบบฆ่าตัวตาย
“จะไม่ขาดทุนเหรอพี่”  ชายยังไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของปอ
“แลกกับการดึงลูกค้ามาร้านเรา  พี่ว่ามันคุ้มอยู่แล้ว เผลอๆวันแกรนโอเพนนิ่ง Huffy อาจไม่มีคนด้วยซ้ำ คิดจะเล่นกับใครไม่เล่น”  ปอยิ้มเจ้าเล่ห์
“งั้นพรุ่งนี้จะให้ปิมประกาศบอกลูกค้าใน Facebook เลยนะพี่”  ชายเชื่อใจปอจึงยอมสนับสนุน
“คืนนี้เลย  เล่นตั้งแต่อาทิตย์นี้  ลูกค้าจะได้ไม่คิดไปร้านนั้น”  ปอดื่มเหล้าเข้าไปอย่างอารมณ์ดี
 
“เมื่อครู่เหมือน  การินจะได้ยินคนตะโกนว่า ไอ้บ้า!!!!” 
 
            ทุกคนในร้านหยุดความเคลื่อนไหวทุกอย่างในร้านและหันไปมอง หญิงสาวที่เดินเข้ามาในร้านเพียงลำพังด้วยสีหน้าโกรธแค้น  อย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน  ปอถึงกับวางแก้วเหล้าลงกับโต๊ะอย่างแรง
 
“เอ๊ะ!!  พี่ปอได้ยินด้วยเหรอ  พรไม่ได้ยินนะพี่”  พรรีบพูดขึ้นพลางลุกฮือขึ้นทันที
“นั่นสิพร  ฉันก็ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย  ใครบ้ากันอ่ะ”  เตมเดินออกมาจากห้องน้ำช่วยเสริมพรอีกแรง  การินมองหน้าเตมด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตรอีกต่อไปจนเตมถึงกับหลบสายตา  เพราะการินส่งสายตาที่ดุดันจนน่ากลัว
 
“พี่ปอได้ยินกับคนบางคนมั้ยอ่ะพี่”  พรหันไปยิ้มเจ้าเล่ห์กับปอ
“ไม่นี่  ใครบ้าเนี่ย  เห้ย!!บัสแกบ้าปะ”  ปอหันไปพูดโยนให้กับบัสซึ่งไม่รู้เรื่องใดๆกำลังเก็บของในบาร์อย่างขยัน
“ผมบ้าเองพี่”  บัสยิ้มแหยๆด้วยความงง  เด็กร้านต่างพากันหัวเราะขำขันกันโดยไม่สนใจใยดีการินที่ยืนนิ่งเป็นหัวหลักหัวตอ
 
“คนบ้า  คือ พวกไม่มีสติ  รับฟังความที่เชื่อถือไม่ได้ ทั้งบ้าทั้งโง่”  การินตะโกนลั่นร้าน  เด็กร้านสามสี่คนที่เหลือต่างหันมามองด้วยสีหน้าไม่พอใจ การินจ้องใบหน้าของปอด้วยความโกรธ หนุ่มใหญ่จ้องกลับอย่างไม่กลัวเกรงทั้งที่ยังนั่งนิ่งที่เดิม
“คนอย่างคุณอ่ะนะ  เที่ยวโพทนา  โยนความผิดให้กับคนอื่น  ไม่ได้ดูการกระทำของตัวเองเลย  ทั้งต่ำและน่าขยะแขยง  สักวันเวรกรรมจะทำลายชีวิตคุณให้มันพังพินาศ”
“การิน  พี่ว่าเรากลับไปเถอะนะ”  ชายเดินเข้ามาหาการินพลางแตะไหล่หญิงสาวพลางผลักให้เดินออก  หญิงสาวสะบัดแขนมือของชายออกอย่างแรง
“คนที่ไม่เกี่ยวอย่าเข้ามายุ่ง  เรื่องนี้การินขอเคลียร์กับคุณปอ  คุณนี่มันหน้าด้านซะไม่มี  กล้าด้านอย่างไม่อายใคร หลอกลวงผู้หญิงทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วยังจะใส่ร้ายคนอื่นอีก ทุเรศที่สุด”  การินยังคงตะโกนด่าทอปอไม่หยุด  ปอนั่งสงบสติอารมณ์ซึ่งกำลังครุกรุ่นอยู่ภายใน  บัสและมุดเดินออกจากบาร์มาอยู่ในเหตุการณ์ด้วยความระแวงว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา
“การิน  พี่บอกว่ากลับไง ไปพี่ไปส่ง”  ชายกระชากแขนการินอย่างไม่ไว้หน้า
“ปล่อยการินนะพี่ชาย  พี่ไม่โดนอย่างการินไม่รู้หรอก  อยู่ดีๆก็มีคนยัดข้อหาว่าอยู่เบื้องหลังเหตุตบกันของผู้หญิงของไอชั่วบางคนอ่ะ  การินไม่ผิดการินไม่ยอม”  การินสะบัดแขนออกด้วยแรงที่มีอยู่พลางตะคอกตวาดเสียงหลงใส่ชาย  พรถึงกับกลืนน้ำลายเมื่อเห็นอาการบ้าคลั่งของการิน
“ท่าจะบ้าจริงๆ”  พรพึมพำและแตะไหล่ปอเพื่อให้กำลังใจ
“ถามหน่อยเถอะคุณปอ  ทำตัวแบบนี้ไม่กลัวแม่จะเสียใจบ้างรึไง  ที่เลี้ยงลูกมาได้เลวระยำแบบนี้อ่ะ”  การินโมโหจนไม่มีสติ  กล่าวพาดพิงไปถึงบุพการีที่ปอรักและเทิดทูน  หนุ่มใหญ่ระเบิดอารมณ์ทันทีที่ได้ยิน  ลุกขึ้นจากเก้าอี้และพยายามจะเดินเข้ามาหาการิน
 
            เหตุการณ์ชลมุนก็เกิดขึ้น  เมสและมุดต่างเข้าไปห้ามปอไว้รั้งร่างกายที่กำยำของหนุ่มใหญ่ที่พร้อมทะยานเข้าหาหญิงสาวผู้บอบบางอย่างการิน  ด้วยเรี่ยวแรงของสองหนุ่มพอยั้งหนุ่มใหญ่ที่อารมณ์โกรธพลุ่งพล่านได้
 
“อย่าพี่  ผู้หญิงพี่ ผู้หญิง  พี่ปอใจเย็นก่อนพี่”  เมสพยายามกันปอสุดชีวิตและเตือนสติหนุ่มใหญ่ให้กลับมา  พรยืนทำอะไรไม่ถูกด้วยความตกใจ
 
            ชายและบัสเข้าไปรวบแขนการินไว้คนละข้าง  หญิงสาวดิ้นทุรนทุรายอย่างบ้าคลั่ง
 
“ปล่อยการินเดี๋ยวนี้นะ  อย่ามายุ่งกับช้านนนน!!!!  แน่จริงเข้ามาเลยไอ้เลว  ฉันอยากจะฆ่าแกนักเชียว  แกเข้ามาเลย” 
 
            การินร้องท้าปอ  หนุ่มใหญ่กำมือแน่นด้วยความโมโห  พรและเด็กร้านจึงเข้าไปช่วยห้ามปรามฉุดรั้งปอไว้อีกหลายแรง  ชายและบัสใช้แรงชายที่มีมากกว่า  ลากการินออกจากร้านอย่างทุลักทุเล ทั้งที่สาวน้อยยังร้องลั่นโวยวายไม่หยุด
 
“ปล่อยการิน  ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้  ฉันจะตบหน้าชั่วๆของมัน  จะเอาเลือดชั่วๆของมันออกมา  ไอ้คนเลวต่ำทราม  ทำตัวให้เสื่อมเสียถึงวงตระกูล”  การินยังตะโกนด่าทอปอทั้งที่ถูกชายและบัสลากลงไปถึงหน้าร้าน Hubris  การินสะบัดตัวจนหลุดออกจาการฉุดรั้งของบัสและชาย
“การิน  จะเกลียดเค้ามากแค่ไหน  ก็อย่าไปว่าถึงแม่ของเค้าสิ   มันไม่ถูกนะ  พี่ปอเค้าแก่กว่าเรานะ”  ชายตะคอกสั่งสอนการิน
“พี่ชายไม่ต้องมาสอนการิน  พี่รู้มั้ยการที่พี่เข้าข้างคนเลวอ่ะนะ  มันยิ่งลดความน่าศรัทธาในตัวพี่ลงไปเยอะเลย  ทำไมไม่คิดบ้างว่าอะไรผิดอะไรถูกพี่แยกแยะได้นี่พี่โตแล้วนะ”  การินกลับตะคอกกลับไปอย่างไม่เคารพอีกต่อไป
“พี่รู้  แต่พี่ปอเป็นพี่  เข้าใจมั้ยว่าเค้าเป็นพี่  ไปเลยการินพี่ไปส่งกลับเดี๋ยวนี้  ถ้าพี่ไม่ลากเราลงมา  ป่านนี้การินอาจตายไม่สวยก็ได้นะ” ชายและบัสลากการินลงไปต่อด้วยความลำบากเมื่อหญิงสาวยังคงดิ้นไม่ปล่อย
“ปล่อยนะ  การินไม่กลัวหรอกพี่ชาย  ถ้าการินตายแล้วจะบอกให้โลกรู้ว่าไอเลวนี่มันเลวมากแค่ไหนการินก็ยอม”
 
            ชายลากการินลงมาถึงชั้นล่างด้วยความเหนื่อยหอบ  หญิงสาวร้องไห้โฮด้วยความแค้นใจที่สุด  การินสั่นไปหมดทั้งตัวด้วยความโกรธแค้นที่เธอไม่คิดว่าจะเคยเกิดขึ้นได้มากเท่านี้ในชีวิตของเธอ  หญิงสาวฟุบลงนั่งกับพื้นอย่างหมดสภาพ  บัสและชายถึงกับถอนหายใจกับเรี่ยวแรงอาละวาดของการินที่เหลือร้าย
 
“การิน  หออยู่ไหนอ่ะ  เดี๋ยวให้พี่ชายไปส่ง”  บัสแตะไหล่การินเบาๆด้วยคำพูดที่อ่อนโยน
“ไม่ต้องมาแตะตัวฉัน  ไม่ต้องมายุ่ง  เชิญแกไปดูเจ้านายสุดที่รักของแกเถอะ”  การินพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเธอและเดินจากไปอย่างไม่สนใจชายและบัส
“กลับดีๆนะการิน” ชายตะโกนไล่หลังด้วยสีหน้าเป็นห่วง 
 
            หญิงสาวโบกแท็กซี่และขึ้นแท็กซี่ไปด้วยสภาพที่ดูไม่ดีนัก  หญิงสาวร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความแค้นและเสียใจสุดชีวิตไปตลอดทาง
 
[……ต่อจากนี้ไปฉันจะไม่มีทางใจอ่อนให้กับผู้ชายคนนี้  ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เค้ามีความสุขในชีวิตได้เลย……]
 
...................................................................................................................................
 
            หนุ่มใหญ่แยกตัวไปนั่งริมหน้าต่างเพียงลำพังด้วยความโมโห  เขานั่งรินเหล้าดื่มอย่างเยือกเย็นภายในร้าน Sway  เด็กร้านทยอยกลับกันหมด  เหลือเพียงแต่  พร  เมส  และชายที่ยังคงนั่งอยู่ในร้านที่โต๊ะหน้าบาร์
 
“พี่ปอ  เป็นไงบ้าง”  ชายถามขึ้นหลังจากเดินขึ้นมาบนร้าน
“ท่าทางโกรธมากเลยพี่  หยิบเหล้าเดินไปนั่งตรงนั้นคนเดียวสักพักแล้ว  การินล่ะพี่”  เมสตอบเพลงดื่มเหล้าในแก้ว
“กลับไปแล้ว  ผู้หญิงอะไรแรงเยอะชะมัดเลยว่ะ  พี่กับไอบัสเกือบแย่  เหนื่อยจริงๆ”
“นังการินมันท่าจะบ้าจริงๆอ่ะ  พรล่ะสงสารพี่ปอ  ไม่น่าไปดีกับมันจนมันเหลิงขนาดนี้เลย”
“พี่ว่า  คงต้องปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์  การินอาจไม่ได้บ้าก็ได้นะ”  ชายมองปอด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ  พรเดินเข้าไปหาหนุ่มใหญ่อย่างหวั่นๆ
“พี่ปอ  กลับบ้านไปนอนเหอะพี่  เหนื่อยมากแล้ว”  พรแตะบ่าปอด้วยความห่วงใย
“กลับกันไปก่อนเหอะ  พี่อยากนั่งสักพัก”  ปอทำมือปัดใส่พร  พรถอนหายใจและเดินไปที่โต๊ะหน้าบาร์ ก่อนจะเดินออกจากร้านไปพร้อมชายและเมส  ปล่อยทิ้งปอนั่งเพียงลำพัง
 
            ภาพเหตุการณ์ต่างๆที่การินเคยปั่นป่วนชีวิตของเขาหมุนวนในหัว ตั้งแต่เรื่องของตอง ไล่มาจนถึงเรื่องวันนี้  ทำให้ปอรู้สึกคิดผิดที่ได้ตัดสินใจเข้าไปจีบการิน  เขานำปัญหาเข้ามาแท้ๆ
 
“การินรักพี่ปอนะ”
 
            คำพูดของหญิงสาวที่เคยเอื้อนเอ่ยอยู่บ่อยครั้งซึ่งมักทำให้ปอยอมใจอ่อนในหลายๆครั้งคราว  ดังก้องอยู่ในโซนประสาท  แต่ภาพเหตุการณ์วันนี้กลับทำให้เขาเจ็บใจที่เคยหลงเชื่อคำพูดที่ไร้สาระของเด็กสาวที่ร้ายกาจอย่างการิน 
 
เพล้งงงงงงงงงงง................. !!!!!!!!!!!!
 
            หนุ่มใหญ่ซัดแก้วเหล้าในมืออย่างแรงด้วยความโมโห  เศษแก้วหล่นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณร้าน  ปอนั่งนิ่งไปด้วยอารมณ์ของความแค้นใจ
 
....................................................................................................................................
 
            ใกล้ถึงวันเปิดร้าน Huffy  เข้ามาทุกที  การิน  นา  และนิตา  ต่างเร่งประชาสัมพันธ์ร้านกันอย่างหนัก  นิตาเดินแจกโปสเตอร์ในย่านชุมชนพร้อมกับการินและนา  อย่างเหนื่อยอ่อน  จนไม่ว่าจะเดินไปไหนก็จะได้ยินแต่คนพูดถึงการเปิดใหม่ของร้าน Huffy อย่างหนาหู
 
            ทางด้าน Sway & Hubris แจ้งโปรโมชั่นใหม่ของร้านผ่านทาง Facebook  และบอกปากต่อปากในหมู่ลูกค้า  พร้อมทั้งโปสเตอร์ที่ไม่มากนัก  จึงไม่สามารถสู้กระแสของ Huffy ได้เลย  ทำเอาหนุ่มใหญ่ถึงกับเริ่มเครียดเมื่อไปนั่งทานอาหารเย็นในร้านอาหารญี่ปุ่นในละแวกนั้นและได้ยินนักศึกษาโต๊ะข้างๆพูดคุยกัน
 
“อยากไปร้าน Huffy  มากเลยอ่ะ  เห็นว่าตกแต่งเก๋ๆ  อยากไปถ่ายรูปเล่น”  สาวผมยาวพูดขึ้น  เพื่อนสาวประเภทสองอีกคนนั่งฟังอย่างตื่นเต้น
“ไม่รู้ว่าผู้ชายจะหล่อรึป่าวน่ะสิ”  สาวประเภทสองพูดขึ้นพลางวาดฝัน
“ฉันว่าคงจะหล่อกว่าร้าน Sway แหละนะ  เบื่อ Sway แล้วอ่ะ  ผู้ชายหน้าตาเถื่อนอย่างกะโจร”
“นั่นสินะยะ  ทำไมไม่คัดลูกค้าบ้าง  แว๊นเต็มร้านไปหมด  ฉันไม่ได้ไปนานแล้วล่ะร้านนั้นอ่ะ”
“ไป Huffy ดีกว่า  น่าจะหรูกว่าเยอะเค้าคงคัดคนเข้าน่าดู”
 
            เสียงสนทนาของโต๊ะข้างๆทำเอาปอทานซูชิที่อยู่ตรงหน้าไม่ลงเลยทีเดียว  ปอโทรหาปิมเพื่อถามเรื่องการโปรโมทโปรโมชั่น Mixer ฟรีของเขา
 
“ผมโปรโมทไปเรียบร้อยแล้วพี่  ไม่ต้องห่วงนะ  ว่าแต่พี่จะเข้าร้านมั้ยพี่”  ปิมถามกลับมา
“ไม่อ่ะ  พรุ่งนี้จะไปธุระ  ดูแลลูกค้ามากๆหน่อยนะช่วงนี้  ท่าทาง Huffy  มันจะมาแรงทุกที”
“ได้ข่าวมาว่า  มีเด็กร้านเห็นการินยืนแจกโปสเตอร์ Huffy ในตลาดด้วยอ่ะพี่”
“การินน่ะเหรอ!!!” ปอวางช้อนลงเสียงดังจนสาวๆโต๊ะข้างๆหันมามองหนุ่มใหญ่และทำทีเหมือนรู้จัก
“ใช่พี่  การินมันไปช่วยร้านโน้นแล้ว  ผมว่าการินคงอยากแกล้งร้านเรา”  ปิมใส่ไฟการินเต็มที่
“ฟังนะ  บอกโชคและการ์ดทุกคน  สั่งห้าม  การินขึ้นบนร้านเราเป็นอันขาด”  ปอวางสายปิมไปด้วยความโมโห  ที่รู้ว่าการินไปช่วยร้าน Huffy ร้านคู่แข่งของเขาในไม่ช้า
 
“แก  คนนี้อ่ะ เป็นหุ้นส่วน Sway  ที่เพื่อนฉันเคยเล่าว่าเจ้าชู้มากเลยล่ะ เป็นเอดส์รึป่าวก็ไม่รู้”
“จริงเหรอ  น่ากลัวอ่ะ  หน้าตาแบบนี้มีสาวๆชอบด้วยเหรอ”
 
              หญิงสาวโต๊ะข้างๆกระซิบกระซาบกับเพื่อนสาวประเภทสองอย่างสนุกปาก  แต่ด้วยบรรยากาศร้านที่มีลูกค้าเพียง 4 โต๊ะและเงียบเชียบ  หนุ่มใหญ่จึงได้ยินเข้า  ยิ่งเพิ่มความโมโหและหงุดหงิดจนต้องลุกไปจ่ายเงินและออกจากร้านไปทันที
 
            หนุ่มใหญ่กดเบอร์ของใครบางคนอย่างฉุนเฉียวเมื่อขึ้นมานั่งบนรถ Camry สีขาวของเขา
 
“ฮัลโหล  อยู่ไหน เจน”  ปอกรอกเสียงที่แฝงความหงุดหงิด
“เอ่อ!!  เจน...เจน..มาดูหนังกับเพื่อนอ่ะ  พี่ปอมีอะไร”  น้ำเสียงของเจนดูตะกุกตะกัก
“กลับกี่โมง”
“ยังไม่รู้เลยอ่ะ”
“พรุ่งนี้พี่จะไปลาว  จะพาแม่ไปเล่นคาสิโน  พี่ว่าจะพาเราไปด้วย”
“คือ....คือเจนไม่ว่างอ่ะค่ะพี่ปอ  ไว้คราวหน้าแล้วกัน  เจนมีงานโฆษณาต้องตัดต่อให้เสร็จอ่ะ”
“ทำไมช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลยเนี่ย”  ปอฉุนเฉียวขึ้นทันที
“ก็มีงานนี่คะ  เอาเป็นว่าพี่กลับมาจากลาวเจนจะไปหานะ”
“ไม่ต้องอ่ะ  แค่นี้”  ปอวางสายไปด้วยความหงุดหงิด  ก่อนจะหยิบมือถืออีกเครื่องที่อยู่ในช่องว่างของข้างๆเกียร์มาโทรอีกครั้ง
 
“ฮัลโหล โบ  อยู่ไหนครับ”
“โบอยู่บ้านค่ะ  พี่ปอว่าไงๆ”  เสียงหญิงสาวเริงร่า
“อ่าว!!  กลับมามหาลัยวันไหน”
“อีกสองสามวันอ่ะ  พอดีที่บ้านโบมีงานแต่งงานพี่สาวโบอ่ะ”
“อื้มๆ  ไว้เจอกัน  รู้สึกเราหายไปนานนะ  ไม่ค่อยติดต่อพี่มาเลย”
“โบยุ่งๆอ่ะพี่ปอ  งั้นค่อยคุยนะคะ”  โบวางสายไปอย่างเร่งรีบ  ทำเอาปอหงุดหงิดเพิ่มขึ้น  แต่ก็ไม่ลดละที่จะโทรหาสาวๆอีกสองสามคนของเขา
 
“ อยู่หอรึป่าวเราอ่ะ”
“อยู่สิพี่  จะให้เดียร์ไปอยู่ไหนล่ะคะ”  สาวเดียร์กรอกเสียงหวาน
“เดี๋ยวพี่ไปหา”
“เอ่อ!!  ไม่ได้ค่ะ  คือว่าเดี๋ยวเพื่อนเดียร์จะมาทำงานกลุ่มที่ห้อง  ไว้วันหลังนะคะที่รัก  อย่างอแงนะจ๊ะ”
 
            ผู้หญิงในวงอโคจรของหนุ่มใหญ่ต่างไม่ว่างกันไปตามๆกัน  ทำให้หนุ่มใหญ่รู้สึกหงุดหงิดใจที่ไม่มีใครมีเวลาพอสำหรับเขา  ทำให้ปอนึกไปถึงกอย  ผู้หญิงที่เคยยอมเขาทุกอย่างซึ่งในวันนี้เธอผู้นั้นได้จากไปอย่างถาวรโดยที่เขาไม่สามารถเรียกกลับมาได้  และไม่สามารถติดต่อกอยได้เลย  แม้กระทั่งแบงที่ไม่เคยมาเหยียบ Sway อีกเลย  ปอรู้สึกหดหู่ใจที่ทุกคนต่างห่างหายไปจากชีวิต  ใจหนึ่งพลันคิดไปว่าเป็นเพราะฝีมือของผู้หญิงชั่วร้ายที่ชื่อ การิน!!!
 
…………………………………………………………………………………………………..
 
“ฮัลโหล!!  การิน  นี่พี่กก นะ  วันนี้วันเกิดพี่มาให้ได้นะ”
 
            เสียงรุ่นพี่สาวกลุ่มสนิทดังลอดสายเข้ามาในค่ำคืนที่การินกำลังช่วย เด็กร้าน Huffy ทำความสะอาดร้านก่อนจะวางเฟอร์นิเจอร์อย่างเหนื่อยอ่อน  หญิงสาวเดินออกมาคุยโทรศัพท์หน้าร้านด้วยสีหน้าลำบากใจ  เมื่อ กก  ชวนไปงานวันเกิด
 
“พี่กก  จัดที่ Sway ใช่ปะคะ”
“ใช่สิ!!  อย่างพี่จะไปจัดที่ไหนได้  ในเมืองก็จ่ายไม่ไหวอ่ะ  มาให้ได้นะน้อง  ไม่มาพี่โกรธนะ”
“คือ  การินมีปัญหากับพี่ปออ่ะพี่กก  การินเกรงว่าขึ้นไปจะมีเรื่องกันอีกรอบ”
“พี่รู้ เด็กร้านเล่าให้ฟังแล้วล่ะ  ไม่เป็นไรหรอก  มางานวันเกิดพี่  พี่ปอไม่กล้าทำอะไรการินแน่นอน  พี่อยากให้มานะ”
“การินอาจไปดึกมากๆนะคะ  พอดีทำงานอยู่”  การินหันไปมองในร้าน Huffy ผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆเห็นความเคลื่อนไหวภายในร้านที่ยังไม่เรียบร้อยนัก
“ก็มาแล้วกัน  มาถึงก็โทรมาเดี๋ยวลงไปรับข้างล่างก็ได้”
“ได้ค่ะพี่กก”  การินวางสายกกไปด้วยสีหน้าลำบากใจ  เธอไม่อยากจะไปเหยียบที่นั่นอีกเลยตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นที่เธอไปอาละวาดบนร้าน
 
            หญิงสาวช่วยจัดวางเฟอร์นิเจอร์ร้านจนเข้าที่เข้าทางโดยมีธนูคอยดูงานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ  โดยมีชายแปลกหน้าอีก 4 คนที่แต่งตัวดูดีจนการินเดาได้ไม่ยากว่าต้องเป็นหุ้นส่วนที่เหลือ  พร้อมด้วยอีกสองสาวที่ดูสวยสง่าน่ามอง นั่งมองการทำงานอยู่ที่โซฟามุมหนึ่งของร้าน
 
“อ้าว!!!  ทุกคนครับ  มานั่งรวมกลางร้านครับผม”  ธนูตบมือเรียกเด็กร้านและทุกๆคนในร้านให้มานั่งรวมกัน  การินนั่งลงข้างๆนาและนิตา  พลางมองไปยังหุ้นส่วนร้านที่ยืนเรียงรายหน้ากระดาน
“พรุ่งนี้แล้วนะครับ  ที่ร้านของเราจะเปิดอย่างเป็นทางการ พี่ชื่อ ธนู  ทุกคนคงรู้จักกันแล้ว  พี่เคยเปิด Hubris มาก่อน  เด็กร้าน Hubris เก่าๆในที่นี้คงรู้กันดีว่าพี่เป็นคนทำงานสบายๆ  พี่ไม่เข้มงวดนัก  แต่อยากให้น้องๆทุกคนมีวินัยในตัวเอง  เราจะอยู่กันแบบพี่น้องนะครับ  พี่น้องที่เข้ามาพบกันในวันนี้ก่อเกิดเป็นครอบครัว Huffy  เด็ก Hubris เก่าๆตัดเรื่องรุ่นออกให้หมดนะ  ต่อไปเราจะนับหนึ่งใหม่ไปด้วยกัน  Huffy  จะเปิดบริการทุกวัน  เด็กร้านเข้าร้าน 1 ทุ่มห้ามเลท  หากเลทพี่หักเงินวันละ หนึ่งร้อยนะครับ  ร้านปิดตี 2  เลิกงานตี 3 กลับพร้อมกัน  เด็กร้านยกมือขึ้นครับ” เมื่อธนูพูดจบเด็กร้านนับ 20 ชีวิตต่างยกมือ  รวมถึงการินด้วย
“เอาล่ะ  พี่จะให้ทุกคนแนะนำตัวเองพร้อมตำแหน่งที่พี่วางไว้ให้เพื่อให้รู้จักกันให้หมดนะครับ”
 
            เด็กร้านทุกคนต่างทยอยกันบอกชื่อและตำแหน่งหน้าที่ของตัวเอง  ไม่ว่าจะเป็น  แคชเชียร์  บาร์น้ำ เด็กเสิร์ฟ  ดีเจ  และอื่นๆอีกหลายตำแหน่งในระบบการทำงาน
 
“ชื่อ  การินค่ะ  ทำฝ่าย PR ค่ะ”  การินพูดจบและยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
 
“อ้าวล่ะ!!  เด็กร้านรู้จักกันทุกคนแล้วนะครับ  คราวนี้เรามาทำความรู้จักกับหุ้นส่วนของร้านเราทั้งหมด  ซึ่งจะเป็นเสมือนพี่ใหญ่ที่น้องๆทุกคนต้องเคารพเชื่อฟัง  เริ่มจากพี่นะครับ  พี่ชื่อธนู  พี่จะเข้ามาดูแลร้านทุกวันศุกร์  เสาร์ และอาทิตย์”  ธนูพูดจบก็ส่งสายตาต่อไปที่หุ้นส่วนหนุ่มร่างท้วมอารมณ์ดี
“พี่ชื่อ โย นะครับผม  เป็นหุ้นส่วนร้าน จะอยู่ฝ่าย PR ซึ่งน้องการินกับน้องนิตารู้จักพี่ไปแล้วนะ  พี่เชื่อว่าเราทุกคนจะทำให้ร้านเราไปสู่เป้าหมายไปด้วยกันได้อย่างดีเยี่ยม  สู้ๆครับ”  โยยิ้มและนั่งลงหลังจากที่ยืนเมื่อยมานาน
“พี่ชื่อ จักร ครับ จริงๆพี่เป็นทันตแพทย์นะ  จะว่าว่าเป็นหมอฟัน  ก็คงไม่ค่อยสุภาพ  ฮ่าๆๆๆ”
“ทะลึ่งแล้วไอจักร  รักษาภาพพจน์หน่อย”  ธนูแซวขึ้นมา  พร้อมเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กร้าน
“นั่นแหละครับ  พี่จักรจะเข้าร้านวันพุธครับผม  มีปัญหาอะไรปรึกษาได้ ยืมตังพี่ไม่มีให้นะครับ” จักรยิ้มขำก่อนจะนั่งลง
“พี่ชื่อ นัทนะครับ  พี่ทำหน้าที่เกี่ยวกับวงดนตรีเครื่องเสียงอะไรแบบนี้ พี่จะเข้าร้านวันจันทร์ครับและทุกวันที่ว่างก็จะมาดู จริงๆพี่เคยเปิดผับแถวเอกมัยมาแล้ว  ก็คิดว่าผับที่นี่จะมีกระแสที่ดีกลับมาเช่นเดียวกับที่เอกมัย  ขอต้อนรับน้องๆเข้าสู่ผับที่ดีที่สุดของที่นี่ครับ”  นัทหนุ่มนักเรียนนอกแต่งตัวดีซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของอ้อยหุ้นส่วนสาวหุ่นดีผมสั้น
“สวัสดีน้องๆทุกคนนะคะ  พี่ชื่ออ้อยค่ะ พี่ทำงานแอร์โฮสเตสนะคะ  มาดูแลเรื่องอาหารทานเล่นในร้านค่ะ  ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”  อ้อยหญิงสาวผู้น่ารักและสวยสง่านั่งลงเคียงข้างกับนัท
“สวัสดีค่ะพี่ชื่อ หยินนะจ๊ะ  เป็นแอร์เหมือนกันค่ะ  ก็ทำงานฝ่ายเดียวกับอ้อยเลย พี่เข้าร้านวันพฤหัสบดีกับอ้อยนะ ไงก็สู้ๆนะคะทุกคน  สู้ไปด้วยกัน  สวยๆเริดๆนะคะ”  หยินสาวหน้าหมวยยิ้มร่าและนั่งลง  จนกระทั่งถึงหุ้นส่วนคนสุดท้ายที่ยืนยิ้มแก้มปริ
“พี่ชื่อกัสครับ  เป็นน้องพี่นัท  แต่หน้าตาเราไม่ค่อยจะเหมือนกัน  ฮ่าๆๆ  พี่อาจจะหล่อกว่าเล็กน้อยนะฮะ  พี่อยู่ฝ่ายการจัดการทั่วไปนะครับ  ใครสงสัยอะไรก็เข้ามาสอบถามพี่ได้  พี่เข้าร้านวันอังคารครับ  เจอกันๆ” กัสนั่งลงพร้อมเสียงกรี๊ดกร๊าดของเด็กร้านสาวๆ
“เอาล่ะ  อยู่ในความสงบนะ  ฮ่าๆๆ  จริงๆเรามีหุ้นส่วนอีกสองสามคน  แต่เค้าไม่ประสงค์จะออกนามเท่าไหร่ เอ้อ!!  แต่เดี๋ยวมีอีกคนกำลังมาเดี๋ยวค่อยแนะนำอีกที  เอาเป็นว่าค่ำคืนนี้พี่จะเลี้ยงเหล้าน้องๆทุกคน  จะได้ทำความรู้จักมักคุ้นกันไว้ทั้งเด็กร้านใหม่และเก่านะครับ  แต่ว่าพรุ่งนี้วันเปิดวันแรก  พี่ขอให้ทุกคนมาพร้อมกันที่ร้าน 5 โมงเย็นนะ  เราต้องเตรียมการหลายๆอย่างเพื่อให้วันงานแกรนโอเพนนิ่ง  เป็นวันที่ลูกค้าประทับใจ”
 
“สวัสดีครับ  ทุกคน!!”
 
            เสียงปริศนาจากใครบางคนดังแว่วมาจากทางประตูร้าน  ทุกคนหันไปมองเจ้าของเสียงทักทายที่คมเข้มกันเป็นสายตาเดียว
 
“อ้าว!!  มาพอดีเลย” ธนูยิ้มและมองเจ้าของเสียงด้วยรอยยิ้ม
“นี่มันอะไรกัน”  การินบ่นพึมพำก่อนจะลุกฮือขึ้นทันทีด้วยความตกใจ  เมื่อผู้ชายที่ยืนสง่าตรงหน้าประตูเป็นคนที่เธอไม่คาดคิด!!!
 
“นั่งลงก่อน การิน”  นาฉุดแขนการินให้นั่งลงด้วยความระแวงว่าคนอื่นๆจะสงสัยกับอาการของการิน  ธนูหันมามองทางการินด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
 
“สวัสดีครับ  ขอโทษที่มาช้านะครับพอดีติดธุระ  ผมชื่อ อัน นะครับเป็นหุ้นส่วนของ Huffy”  อันยิ้มและหันไปมองทางการินด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ตลกหน่า  พี่ธนูนี่มันอะไรกัน”  การินลุกขึ้นโวยวายทันทีที่อันแนะนำตัวเสร็จสิ้น
“นั่งลงก่อนการิน  ใจเย็นๆนะ  แล้วพี่จะอธิบายให้ฟังทีหลัง” ธนูยิ้มอย่างอบอุ่น
“งั้นตามสบายกันเลยนะ  เรามาฉลองกันดีกว่ากับร้านของเรา  Huffy”ธนูลั่นวาจาอย่างภาคภูมิ
 
            เด็กร้านแต่ละคนต่างนั่งล้อมวงดื่มเหล้ากันอย่างเฮฮา  ดีเจเปิดเพลงอึกทึกอย่างสนุกสนาน  ต่างคนต่างพูดคุยถึงการเปิดร้านวันพรุ่งนี้อย่างตื่นเต้น  แต่การินกลับเดินเข้าไปหาธนูพร้อมกับนาและนิตาด้วยคำถามคาใจ
 
“พี่ธนู  เกิดอะไรขึ้น  นาย อันมาเป็นหุ้นส่วนเราได้ไงอ่ะ”  การินโวยวายอีกครั้ง
“ใจเย็น  นั่งลงก่อนสิ”  ธนูแยกมานั่งมุมร้านเพื่ออธิบายให้การิน  นา และนิตาฟัง
“อันน่ะ  เข้ามาคุยกับพี่ตั้งแต่ตอนที่พี่ขาย Hubris ใหม่ๆ  เขามีเหตุผลส่วนตัวที่จะหักหลังปอ  เค้าจึงเหมือนแฝงตัวเป็นสายให้กับพี่  พี่รู้ความเคลื่อนไหวของร้าน Sway ตลอดเรื่อยมา  และอันก็มาร่วมหุ้นกับพี่ก่อนใครทั้งหมด”
“พี่ไว้ใจได้เหรอ อาจเป็นแผนของเค้า  แผนของพวกร้านนั้น” นิตาออกความเห็น
“ได้สิ  พี่รู้เหตุผลของอันดีนิตา” ธนูยังยิ้มเจ้าเล่ห์
“เหตุผลอะไรอ่ะพี่”  การินยังมีสีหน้าระแวง  เธอหันมองอันซึ่งนั่งล้อมวงกับเด็กร้านอยู่กลางร้านอย่างเป็นกันเอง
“มันเป็นเรื่องส่วนตัวของอันน่ะ  พี่พูดไม่ได้  แต่พี่รับรองว่าอันเป็นพวกเรา  เป็นมานานแล้วด้วย”  การินถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว
“แล้วพวก Swayไม่สงสัยอะไรพี่อันเลยเหรอพี่ธนู”  นาตั้งคำถามขึ้น
“ไม่เลย  เพราะปกติอันก็ไม่ได้อยู่ในทีมบริหารของร้านนั้นอยู่แล้ว  อันไม่ค่อยเข้าร้านนั้นด้วย  แต่เค้าสามารถมีสิทธิ์รับรู้ความเคลื่อนไหวภายในร้านนั้นเพราะเป็นหุ้นส่วน”
“นั่นสิ  แล้วหุ้นร้าน sway ล่ะพี่” นิตาถามขึ้น
“อันจะถอนหุ้น รู้สึกอันบอกว่าพรุ่งนี้ Sway จะมีประชุมผู้บริหาร  อันจะประกาศการถอดหุ้นและมีหุ้นส่วนร้านนั้นมาหุ้นร้านเราเพิ่มโดยมีอันชักจูงมา  ถ้านับไม่ผิด  จากหุ้น Swayทั้งหมดสิบกว่าคนก็จะเหลือเพียงเจ็ดแปดคนเท่านั้น  และอาจจะน้อยลงเรื่อยๆถ้าร้านเราดีกว่า” ธนูยิ้มอย่างรู้ชัยชนะ
“แต่การินไม่ถูกกับพี่อันอ่ะ  เค้าเข้าร้านวันไหนการินจะไม่เข้าเลย”
“อันเข้าร้านทุกวัน  อันจะเป็นฝ่าย PR เหมือนการิน  แต่เค้าจะเป็น PR บุคคล  เอาหน้าตาหล่อๆของมันมาดึงลูกค้าหน่อย”  ธนูยิ้มและขยี้หัวการินอย่างเอ็นดู
“อย่าคิดมาก  ไม่ต้องใส่ใจอะไรมาก  แค่ผู้ร่วมงานคนหนึ่ง” ธนูลุกจากสาวๆไปพร้อมรอยยิ้มไปยังกลุ่มวงเหล้าวงใหญ่กลางร้าน
“ไม่เข้าใจเลย  ว่าพี่อันมีเหตุผลอะไรของเค้า”  การินบ่นพึมพำ
“เอาเถอะ ยังไงเราก็ต้องทำงานกับพี่เค้า  ฝ่ายเดียวกันด้วยนี่การินกับนิตาอ่ะ ก็ลืมๆเรื่องเก่าๆไปบ้าง  คิดซะว่าเพื่องาน”  นาปลอบใจการิน
“นิตาก็เฉยๆอ่ะ  ไม่แคร์  ไปกินเหล้าดีกว่า”  นิตาเดินเข้าไปในวงทันที  ปล่อยการินนั่งอยู่มุมร้านกับนาเพียงลำพัง
“พี่นา  การินต้องไปงานวันเกิดพี่ กก  ที่ Sway อ่ะ  พี่นาไปเป็นเพื่อนหน่อยสิคะ ไปแป๊บเดียวแหละ เดี๋ยวพี่ กก โกรธเอา”
“นี่เรายังคิดจะไปเหยียบอีกเหรอ  ที่เราเล่าให้พี่ฟังเรื่องที่เราไปอาละวาด  พี่ว่าพี่ปอเจอเราคงฆ่าเราแน่ๆ  ไม่ต้องไปหรอก”
“แต่พี่กกโทรมาชวน  เกรงใจอ่ะ  พี่กกช่วยงานการินมาตลอดเลยนะ  เวลาการินส่งงานไม่ทันอ่ะ  การินต้องไปจริงๆ”
“งั้นไปแป๊บเดียวนะ  เพราะเราต้องกลับมาที่นี่อีก  หายไปเลยคงไม่ดี”
 
            หญิงสาวพยักหน้ารับและค่อยๆเดินออกจากร้านไปกันสองคนโดยไม่ให้ใครในร้าน Huffy เห็น  แต่ดันอยู่ในสายตาของอันหนุ่มหล่อบาดใจที่ยังคงหล่อเหลาไม่เสื่อมคลาย
 
“ไปไหนกันสองสาว”
 
            การินและนาสะดุ้งหน้าร้านเมื่อมีเสียงทัก  การินรีบหันไปมองต้นเสียงด้วยความตกใจ
 
“จะไปไหนเหรอ”  อันยิ้มอย่างเป็นมิตรแฝงความกวนประสาทเล็กน้อย
“ไป Sway ค่ะ”  นาเผลอตอบความจริงไป
“ไม่ใช่!!”  การินหันไปขยิบตาใส่นาทันทีก่อนจะหันมองค้อนอันด้วยความที่เธอไม่ชอบขี้หน้า
“จะไปไหนก็เรื่องของการิน  เกี่ยวอะไรกับพี่ไม่ทราบ”  การินตอบกวนกลับก่อนจะหันหลังกลับไปพลางลากแขนนาให้เดินตามเธอ
“ถ้าจะไป Sway ก็ไปพร้อมกันเลย  พี่จะเข้าไปร้านนั้นพอดี”  อันตะโกนไล่หลังหญิงสาว  แต่การินก็ไม่สนใจ
 
[……ทำไมอีตาซาตานวิปริตต้องมาเป็นหุ้นส่วน Huffy ด้วยนะ  ไม่เข้าใจเหตุผลของเขาเลยอ่ะ มาดีมาร้ายก็ไม่รู้  ไม่อยากจะมองหน้าด้วยซ้ำ  หงุดหงิดจริงๆ…….]
 
“การินพี่ว่าเราไปพร้อมพี่อันดีกว่านะ  เผื่อมีปัญหาอะไรพี่อันอาจช่วยได้”  นากระชากแขนการินรั้งไว้
“ไม่เอาอ่ะ  การินไม่อยากไปกับอีตาบ้านั่น  การินไม่ชอบขี้หน้ามันอ่ะพี่  เราไปเองเหอะอย่าไปยุ่งกับเค้าเลยนะ”  การินเดินนำนาไปขึ้นแท็กซี่  นาหันมองอันและยิ้มเจื่อนๆ
“เดี๋ยวไปเองค่ะพี่อัน” นาบอกก่อนจะขึ้นแท็กซี่ไป  อันสีหน้าหม่นลงก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ
 
            หนุ่มหล่อกระชากใจสาวๆ ขึ้นนั่งในรถสปอตสีน้ำเงินคู่ใจ  พลางหยิบซองกระดาษสีน้ำตาลที่เบาะข้างมาถือด้วยสายตามุ่งมั่น ก่อนจะขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
 
..................................................................................................................................... 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
จะมีเรื่องกันไหมนี่ลุ้นๆๆๆๆๆๆ
จากคุณ yume15/(yume15) อัพเดตเมื่อ 30/11/2554 08:28:11
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 142 ท่าน