Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ก๊วนป่วนโรงเรียนแปลก
Morinne
ตอนที่ 2 จำชื่อฉันเอาไว้ให้ดี ๆ
2
29/11/2554 00:03:17
672
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 2  จำชื่อของฉันเอาไว้ให้ดี ๆ
                เช้าวันนี้  ฟูจิมิยะ  ไม่เห็นร่างสูงใหญ่ของอิชิบะ  แต่พอเข้ามาในห้องกรรมการนักเรียน  ก็เห็นใบลาออกวางอยู่  ทำให้เขาต้องส่งหนังสือเรียกตัวเจ้าของจดหมายนี้มาพูดคุยให้รู้เรื่องสักหน่อย 
                แต่พอเจ้าตัวมาถึงก็พูดเป็นอยู่คำเดียว  “ผมจะลาออก” 
                พอถามสาเหตุ  เขากลับไม่ยอมพูดอะไร  แต่ถึงไม่บอกเขาก็สามารถที่จะรู้คำตอบได้ไม่ยากนักหรอก
                เวลาพักเที่ยง  ฟูจิมิยะ  ไค  ผู้สง่างาม  ยืนอยู่หน้าห้องของปีสาม  เพื่อรอคนคนหนึ่ง 
                “อิชิบะ  มีรุ่นน้องมาหาแหน่ะ”  เพื่อนร้องบอก
                ที่จริง  คนคนนี้เป็นประธานนักเรียนรุ่นก่อนที่เขารับสืบทอดต่อมา
                “มีอะไรหรือ...”  รอยยิ้มสบาย ๆ ของเขายังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง  ทั้งยังฉลาดมากพอที่จะรู้ด้วยว่าเพราะเหตุใดเขาถึงมายืนอยู่ตรงนี้
                “เป็นเรื่องเจ้าทึ่มโทชิโอะล่ะสิ...” 
                ฟูจิมิยะพยักหน้ารับ  “ผมอยากรู้สาเหตุครับ..” 
                “อา...  ก็พอเข้าใจอยู่หรอกนะ  ที่จู่ ๆ ก็ขาดกำลังคนสำคัญไปน่ะ  แต่มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ”  เขาทำสีหน้าเห็นใจให้  ช่างเป็นสีหน้าที่เขาเกลียดจริง ๆ จึงเบือนหน้าหลบ
                “ที่หมอนั่นยังเป็นคณะกรรมการนักเรียนอยู่ที่นั่น  ก็เพื่อที่จะรอให้คนคนนั้นกลับมา  แต่ว่า...  มันกลับเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝันที่  ประธานไม่ต้องการที่จะเข้าร่วมกับคณะกรรมการนักเรียนด้วยน่ะสิ” 
                ประธาน....  “คุณหมายถึง  เทนโงซัง...” 
                อีกฝ่ายยิ้ม  “ดูจากเหตุการณ์เมื่อวานแล้ว  นายก็น่าจะเข้าใจดี  ถ้าหากคณะกรรมการของนายไม่ได้รับการยอมรับจากเธอคนนั้น  ก็ดูท่าแล้วว่ากรรมการชุดนี้คงจะลำบากเอาการ  เจ้าโทชิก็ยังมาเป็นแบบนี้อีกด้วย...  นายก็ลองหาวิธีเอาก็แล้วกันนะ” 
                ฟูจิมิยะ ไค  อายุ 17 ปี  ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยรู้สึกถูกหยามเป็นครั้งแรก!  เขาจะต้องหาตัวเธอให้พบ!
               
                ห้องเรียนปี 2 ห้อง 3  
                ร่างแบบบางฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ  ไม่คิดจะเงยหน้ามาตั้งแต่คาบที่สามเริ่มต้นแล้ว  จนกระทั่งพักเที่ยง 
                ไม่มีใครในห้องกล้าหาญพอที่จะเข้าไปปลุกปีศาจร้ายให้ตื่นขึ้นมาอาละวาดหรอก  เมื่อเห็นพฤติกรรมของคนคนนี้ในตอนเช้าเมื่อวาน  แถมพอเข้ามาถึง  อาจารย์ก็มาแนะนำว่า  เธอเพิ่งกลับมาหลังจากถูกพักการเรียนไป หนึ่งปี
                อันที่จริงเธอควรจะอยู่ปีสาม  แต่กลับต้องมาเรียนซ้ำปีสองใหม่  ก็เลยกลายเป็นบุคคลอันตรายภายในห้อง  ไม่มีใครกล้าเข้าไปทักทายหรือพูดคุยด้วยเลย 
                แต่ว่า....  จู่ ๆ เจ้าชายฟูจิมิยะก็มา  แล้วถามหาเธอเสียนี่.... 
                “เอ่อ....  เทนโงซัง  ตื่นเถอะ”  หญิงสาวรูปร่างหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก  ที่ถูกเพื่อน ๆ บีบบังคับขู่เข็ญให้เป็นตัวแทนไปปลุกเสื้อร้าย  ทำใจกล้าเอามือไปสะกิดร่างนั้นเบาเหมือนแมลงปอแตะผิวน้ำ  ตัวสั่นงันงกแทบตายแล้ว
                “หือ....”  นัตสึกิหันมาหาหญิงสาว  พลางฉีกยิ้มกว้าง  เธอยกแขนบิดขี้เกียจคราหนึ่ง 
                “เรียกฉันหรือ...”   พูดจบท้องเธอก็ร้องโครกขึ้นมาอย่างน่าเกลียด  “อ๊า!  เที่ยงแล้วสิใช่ไหม!”
                หญิงสาวพยักหน้า...  แต่ว่าที่เรียกนะไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก..
                “มะมะมีคน...” 
                นัตสึกิขมวดคิ้วเพราะไม่ได้ยินที่เธอพูด  ก็เธอพูดเบาราวเสียงแมลงหวี่  “อะไรนะ”  เธอเอียงหูเข้าไปใกล้ ๆ
                แต่หญิงสาวที่ใจกลัวอยู่แล้วถึงกัลป์ขวัญกระเจิงเกือบจะร้องไห้ออกมา  นัตสึกิเห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจเฮือก
                “นี่....  ถึงฉันจะแรงเยอะ แต่ก็ไม่ได้เป็นพวกใจร้ายใจดำ  ลงไม้ลงมือโดยไม่มีเหตุผลหรอกนะ”  เธอลูบศีรษะของหญิงสาวคนนั้น  พลางยิ้ม  “ผมเธอนุ่มมากเลย” 
                หญิงสาวอายหน้าแดง  เมื่อเห็นสีหน้าที่เป็นมิตรและจริงใจ  พลางค่อย ๆ พยายามตอบออกไป
                “เอ่อ...  ฉันใช้ครีมนวดน่ะ” 
                “อ๋องั้นหรือ...  ว่าแต่  มีคนมาหาฉันใช่ไหม”  นัตสึกิเหลือบไปมองที่ประตู  พลางเห็นเจ้าหนุ่มคนหนึ่งยืนมองเธออยู่  สีหน้าเฉยชาแบบนั้น  ไม่ใช่เรื่องดีแน่  ทางที่ดีเธอควรไปกินข้าวเติมพลังสักหน่อยก่อนจะดีกว่า
                “เขาเป็นใครหรือ?  ท่าทางพวกสาว ๆ ในห้องจะชอบมากเลยนะ”  นัตสึกิสังเกตเห็นพวกสาว ๆ ต่างส่งสายตารูปหัวใจไปให้คนคนนั้นไม่ขาดสาย
                “อ๋อ...  เขาชื่อฟูจิมิยะ ไค น่ะจ้ะ  เป็นประธานนักเรียนน่ะ” 
                เห?  นัตสึกิเลิกคิ้วสูง  “ฟู จิ มิ ยะ...”  เธอเน้นชัดถ้อยชัดคำ  จากนั้นปรับสีหน้าเช่นเดิม  พลางเดินเข้าไปหาเขา
                ชายหนุ่มสังเกตท่าทางของหญิงสาวที่เดินเข้ามาโดยตลอด  ท่าทีที่ไม่กลัวเกรงใครแบบนั้น  เหมือนไม่ได้จงใจทำขึ้น  แต่ดูเป็นธรรมชาติเหมือนเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิดอย่างนั้นแหละ
                “มีธุระอารายยยยย”  นัตสึกิตอบเสียงยานคาง 
                “ผมมีเรื่องอยากจะขอร้อง”  ฟูจิมิยะก้มหัวให้เธออย่างสุภาพ  ทำเอานักเรียนปีสองที่แอบดูกันอยู่ต่างตกตะลึงกันเป็นการใหญ่ 
                มาไม้นี้เลยหรือ...  นัตสึกิหันไปมองคนรอบข้างที่ตอนนี้คงคิดสาปแช่งเธอกันอยู่แน่ ๆ  เพราะคนคนนี้คงจะได้รับการยอมรับจากคนชั้นปีเดียวกันมากทีเดียว
                “ขอโทษที....  ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายจะมาขอร้องฉันเรื่องอะไร  แต่ตอนนี้พักเที่ยงแล้ว...  และฉันก็หิวมากด้วย”  เธอยิ้มพลางชี้ไปที่ท้องของตัวเอง 
                “ขอโทษด้วยครับ...  ผมจะเตรียมอาหารเที่ยงให้คุณเอง  รบกวนเทนโงซัง....”  พูดยังไม่ทันจบ  เธอก็เดินจากเขาไปยังโรงอาหารเสียแล้ว  แถมยังทำท่าทางบิดขี้เกียจไม่ได้สนใจท่าทางนอบน้อมของเขาเลยสักนิด
                จะมากไปแล้วนะ!
                ถึงจะหงุดหงิดมากแค่ไหน  แต่เขาก็ยังตามเธอมาที่โรงอาหารของโรงเรียนอยู่ดี 
                โรงเรียนเรนชินเป็นมัธยมปลายที่มีชื่อ  โรงอาหารของโรงเรียนก็หรูหราราวกับภัตตาคาร  แต่คนอย่างเขาก็ไม่เคยคิดที่จะมานั่งกินข้าวรวมอยู่ในที่เดียวกับผู้คนนับร้อยแบบนี้หรอก 
                คิดถึงอาหารที่  คิโจจิซังเตรียมเอาไว้ให้ที่ห้องคณะกรรมการนักเรียน....  วันนี้รู้สึกจะเป็นข้าวกล่องแบบดั้งเดิม 
                แล้วนี่อะไร.... 
                มีชามราเม็งวางอยู่ตรงหน้าเขา  แถมยังโปะหน้ามาด้วยของที่เขาไม่ชอบทั้งนั้นเลยด้วย! 
                “ฉันเห็นนายจ้องชามข้าวฉันเหมือนจะหิว  ก็เลยจะเลี้ยง....  ทานซะสิ” 
                เทนโง นัตสึกิ!เธอเห็นสายตาโกรธแค้นของฉันบ้างไหม  หา!
                “เอ่อ...  เทนโงซังเข้าใจผิดแล้ว  ความจริงผมยังไม่...”
                พูดไม่ทันจบอีกแล้ว....  ร่างสูงใหญ่คุ้นตาก็มานั่งแหมะลงที่ข้างเขา 
                พอหันไปก็เห็น  ‘ตัวปัญหา’ นั่งอยู่  เขาจึงพยายามทำสีหน้าที่มีแต่จะบูดบึ้งลงให้กลับมาอยู่ในอาการนิ่งให้ได้  แต่กลับทำให้อีกฝ่ายมองเห็นชั่วแวบนั้นโดยไม่รู้ตัว
                “อิชิบะ....  ทำไมนายมาอยู่นี่?” 
                คนถามกำลังรอคำตอบ  อีกฝ่ายแค่มองหน้าเขาแล้วจัดการข้าวราดแกงกระหรี่ที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่สนใจเขาเลย
                กวนประสาท!   
                นัตสึกิมองเขาพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย  เธอเข้าใจความคิดของหมอนี่ทะลุปรุโปร่งเลยล่ะ 
                เป็นคุณชายอยู่ในตระกูลสูงศักดิ์  มีแต่คนคอยเอาอกเอาใจ  ทั้งยังกระตือรือล้นที่จะดำเนินรอยตามบรรพบุรุษด้วยการฝึกฝนตัวเองให้อยู่ในชนชั้นแนวหน้าเพื่อที่จะได้เป้นผู้สืบทอดของตระกูล  การเข้ามาเป็นประธานกรรมการนักเรียนก็เป็นบันไดขั้นแรกของเขา 
ส่วนอีกคน  อิชิบะ  โทชิโอะ  คนคนนี้ เหมือนไม่มีความคิดอะไร  แต่ที่จริงเป็นคนที่รู้ความและมีเหตุผลมากทีเดียวล่ะ 
                พอเรื่องราวเริ่มจะไม่เป็นอย่างใจ...  จะแก้ปัญหายังไงล่ะ  
นายจะใช้อะไรมาเป็นตัวล่อให้ฉันเปลี่ยนใจกันนะ...  ฟูจิมิยะ...
“อิ่มแล้ว....”  เธอบอก  แล้วก็เป็นอย่างที่คิด  ฟูจิมิยะเอ่ยปากขอร้องทันที
“ถ้าอย่างนั้นคุณพอจะมีเวลาสักครู่ไหมครับ”  เขาจ้องหน้าเธอดวงตาเป็นประกาย  ทำเอานัตสึกิต้องกลั้นหัวเราะจนต้องเอามือเกาแก้มตัวเองกลบเกลื่อน 
“มีอะไรก็ว่ามาเลย...  ฉันอยากนั่งพักให้กระเพาะมันย่อยเสียหน่อย”
คิดจะให้เขาพูดตรงนี้เลยงั้นเรอะ!  ช่างไม่มีวัฒนธรรมเอาเสียเลยนะ  ผู้หญิงคนนี้
“เรื่องที่ผมจะขอร้องก็คือ  ขอให้คุณมาเป็นที่ปรึกษาให้กับคณะกรรมการนักเรียนของเราครับ”
อ๋อเรื่องนี้นี่เอง....  เมื่อวานนี้เจ้าโทชิก็พูดขึ้นมาเหมือนกัน...
“ขอปฏิเสธ”
รู้อยู่แล้วล่ะ!  ฟูจิมิยะยิ้ม  “เรื่องนี้เห็นทีจะให้เทนโงซังปฏิเสธไม่ได้หรอกนะครับ” 
“เห?..”  นัตสึกิแสยะยิ้ม  “ทำไมล่ะ?” 
“ผมมีหนังสือแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากท่านผู้อำนวยการครับ  ถ้าหากคุณมีปัญหาอะไร  ก็ต้องไปแจ้งต่อท่านผู้อำนวยการด้วยตัวเองครับ”  ระหว่างที่พูด  เขาก็ยื่นเอกสารให้กับคนตรงหน้า  พอพูดจบก็ลุกขึ้นพลางโค้งให้อย่างสุภาพ  แล้วจากมาด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ...
                นัตสึกิรับมาดู  พลางเกาศีรษะอย่างไม่เข้าใจ  หนังสือแต่งตั้ง?
                เป็นไปได้ยังไง...  คนคนนั้นยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยงั้นหรือ  เจ้าหมอนั่นมันใช้วิธีอะไรไปขู่บังคับกันนะ
                นัตสึกิฉีกยิ้มอย่างพอใจ 
                “คุณนัตสึกิ...  ตกลงแล้วหรือครับ”  โทชิโอะถามขึ้น  เมื่อเห็นสีหน้าเช่นนั้น
                “อือ...  อันที่จริง  ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะยุ่งหรอกนะ  แต่เป็นประธานนักเรียนคนเก่งของนาย  ทำให้ฉันอยากรู้ซะแล้วสิว่า...  เขามีความสามารถอะไรถึงได้เอาหนังสือแบบนี้มาจากหมอนั่นได้!” 
               
ห้องผู้อำนวยการโรงเรียน
คนผู้เดียวที่นั่งอยู่ในห้องกำลังทำสีหน้ากลัดกลุ้มและคั่งแค้น  เขาพยายามทุกวิถีทางที่จะกดดันให้เทนโง  นัตสึกิ คนนั้น  ออกไปจากโรงเรียนนี้ให้ได้  แต่ไม่รู้ทำไมส่วนกลางถึงได้ให้แค่พักการเรียน  แถมยังส่งเธอกลับมาเป็นหอกคอยทิ่มแทงใจเขาอีก!
เขาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนแห่งนี้มาสิบปี  หลังจากที่ท่านผู้อำนวยการคนก่อนเสียไป  สิบปีให้หลังมานี้เขาพัฒนาโรงเรียนมัธยมเรนชินให้ก้าวหน้าทัดเทียมระดับโลก  มีแต่เด็กที่มีฐานะร่ำรวยและอัจฉริยะเท่านั้นที่สามารถเข้ามาเรียนได้  ทำให้มัธยมเรนชินมีชื่อเสียงขึ้นมา  แต่แล้วเมื่อสองปีก่อน  เด็กนัตสึกิเข้ามาก็ทำโรงเรียนของเขาเสียระบบไปหมด  การปกครองของเขาเสียหาย  ระบบชนชั้นที่เขาสร้างขึ้นกำลังจะหายไปเพราะเด็กคนนี้  เขาจะเก็บเธอเอาไว้ไม่ได้
ถึงเธอจะสามารถกลับมาได้อีกครั้ง  แต่เขาก็จะไม่ยอมให้เธอมีอำนาจอะไรในโรงเรียนนี้ได้อีก  แต่ทำไมคนตระกูลฟูจิมิยะถึงได้.... 
‘ผมอยากเก็บเธอเอาไว้ให้ใกล้ตัวมากที่สุด’ 
คนคนนั้นเป็นทายาทอันดับต้น ๆ ของตระกูลฟูจิมิยะที่มีอำนาจและอิทธิพล  ถึงเขาจะเกลียดเทนโง นัตสึมิแค่ไหน  แต่ก็ไม่อยากขัดใจพวกตระกูลใหญ่พวกนั้น 
“นายนี่ท่าจะบ้านะ....”  เสียงของเด็กผู้หญิงลอยมาจากหน้าประตู
“แค่เด็กคนหนึ่ง...  พอได้ชื่อว่าเป็นฟูจิมิยะ  นายก็กลัวจนหัวหด  น่าสมเพช!” 
พูดจบก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะดังขึ้น  และเบาลงเบาลงเมื่อคนพูดเดินห่างไกลออกไป 
“เจ็บใจนัก!  เทนโง  นัตสึกิ!”  ชายวัยกลางคนผู้นั้นเอากำปั้นทุบโต๊ะดังปัง! 
 
นัตสึมินอนเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีลมพัดโกรดเย็นสบาย  เป็นอันว่าช่วงบ่ายของเธอวันนี้เป็นชั่วโมงเรียนด้วยตนเองของเธออีกแล้ว....
“โดดเรียนเหรอ...”  อิชิบะยืนค้ำหัวเธอ 
นัตสึกิลืมตาขึ้นมาพลางคิ้วขมวด  “ทำไมถึงชอบตามฉัน?” 
เมื่อก่อนไอ้หมอนี่ออกจะน่ารัก  เชื่อฟังพี่ชายซะขนาดนั้น...  พี่บอกอะไรก็ครับ ครับ... 
“ก็พอดีเห็น” 
เวลาพูดก็พูดสั้น ๆ ห้วน ๆ เข้าใจยากอีกต่างหาก...  “ไปเรียนไป ชิ่วชิ่ว” 
“นัตสึมิยังไม่เห็นไปไหนเลย”  พูดจบก็ทรุดตัวลงนอนข้าง ๆ บ้าง
ไอ้หมอนี่....  “อยากจะทำอะไรก็เชิญ” 
หลังจากนั้น  นัตสึกิก็งีบหลับไปจริง ๆ และไม่มีเสียงเล็ดลอดมาจากคนข้าง ๆ อีกเลย
ผ่านไปนานสามสิบนาที... 
“ตั้งแต่นัตสึกิหายไป  ที่นี่ก็เริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิม” 
คำพูดของเขาทำให้เธอลืมตาขึ้นมาโดยไม่ได้พูดอะไร
“พวกปีสาม  พอได้ยินว่านัตสึกิไม่อยู่  ก็เริ่มเกเร  เสียการควบคุม  พวกปีหนึ่งเข้ามาก็เริ่มทำกร่าง...  บ้านรวยเข้าหน่อยก็อวดอ้างอวดเบ่งกัน  พี่ก็เลย...  ต้องขึ้นเป็นประธานแทน” 
“ก็ดีแล้วนี่...”  เธอบอก
“พี่บอกให้พวกปีสองเชื่อฟังคุณนัตสึกิ  และคอยดูแลพวกปีหนึ่งที่เข้ามาใหม่  ส่วนพี่ก็ต้องคอยเป็นตัวกลางระหว่างปีสองกับปีสามที่ขัดแย้งกันอยู่เสมอ  บางครั้งพวกนั้นก็....”  พูดถึงตรงนี้เขากำหมัดแน่นเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่ทำให้พี่ชายของเขาต้องอับอายในวันนั้น 
“โลกเรามันก็เป็นแบบนี้แหล่ะ...  นอกรั้วโรงเรียนออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา  นายรู้ไหมคนพวกนั้นเขาต้องใช้ชีวิตอยู่กันยังไง....  มันไม่มีคำว่ายุติธรรมเอาซะเลย”  สีหน้าของนัตสึกิเปลี่ยนไป 
“เพราะฉะนั้น...  ตอนนี้เราอยู่ในโรงเรียน  ที่ที่เราอยู่ในตอนนี้  เราจะต้องสร้างมันให้ดีที่สุด เพราะต่อไปเมื่อต้องไปเผชิญกับโลกข้างหน้า  เราจะได้รู้วิธีจัดการกับมัน” 
เธอหันมายิ้มให้แล้วอดลูบผมที่อ่อนนุ่มเหมือนขนแมวของเขาไม่ได้  “นายนี่มันน่ารักเหมือนหมีเลยนะเนี่ย!”
อิชิบะ โทชิโอะ  ยิ้มออกมาอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด  แต่แล้วสายตาเขาก็เปลี่ยนไป  เมื่อเห็นกลุ่มคนกลุ่มนึงกำลังห่างไปประมาณห้าสิบเมตรเดินผ่านหน้าเขาไปยังบริเวณสวนหลังโรงเรียน
“นัตสึกิ...  เจ้าพวกนั้น” 
เธอถอนหายใจเอือก..  “นายอย่าหาเรื่องมาให้ฉันจะได้ไหม....” 
โทชิโอะเดินตามคนกลุ่มนั้นไปห่าง ๆ โดยลากเอานัตสึกิมาด้วยกัน  พวกเขาแอบดูคนกลุ่มนั้น  กำลังพูดคุยกันอยู่
“นี่น่ะเหรอของที่แกบอกว่าจะไปหามาให้ฉันน่ะ!”  คนที่ตวาดออกมาอย่างไม่พอใจคนนี้ก็คือลูกชายของนักการเมืองชื่อดัง  ชื่อคาชิวากิ  ยูจิ 
เวลาที่เขาเดินไปไหนมาไหนก็มักจะมีเพื่อนนักเรียนที่ทำตัวเป็นลูกสมุนคอยล้อมหน้าล้อมหลังเสมอ  ส่วนคนที่ถูกตวาดก็เป็นหนึ่งในนั้น  พวกเขามักจะมาติดสินบนให้ครอบครัวของตัวเองกันอยู่เป็นประจำ 
“อัดมัน!” 
พอไม่พอใจ  เขาก็จะสั่งให้ใช้กำลังเหมือนตอนนี้ 
โทชิโอะจะรีบเข้าไปช่วย  แต่ถูกนัตสึกิดังเอาไว้ก่อน  เธอส่ายหน้าแล้วบอกให้คอยดูอยู่ห่าง ๆ
“คุณยูจิ  ยกโทษให้ด้วย  บอกผมมาเถอะครับว่าคุณอยากจะได้อะไร  ผมจะได้... โอ้ย  ไปหามาให้  โอ้ย!” 
“ฉันอยากจะได้อะไรงั้นเหรอ...  หึ...”  คนพูดแสยะยิ้ม 
“เอาอย่างนี้แล้วกัน...”  เขายกมือห้าม  พวกนั้นก็หยุดใช้กำลังทันที 
คาชิวากิทรุดตัวลงไปคุยกับคนที่ถูกรุมจนต้องนอนแผ่อยู่กับพื้น 
“ฉันได้ยินว่าแฟนของนายหุ่นดีมาก...  ถ้าหากว่าฉันจะขอยืมมาควงเล่นสักวันสองวัน...”
“อะไรนะ!  ไม่นะครับ คุณคาชิวากิ  แฟนผมเขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย!” 
“ซ้อมมันจนกว่ามันจะยอม!” 
จากนั้นเขาก็ไม่ได้มีโอกาสได้พูดอะไรอีก  นอกจากคำว่า  “ผม...ยอม...แล้ว...” 
“อืม....ดีมาก  เพราะฉะนั้นก็ลงชื่อในเอกสารซะ  ฉันจะให้พ่อนายได้โปรเจคนี้ไป  พรุ่งนี้นายจะต้องพาแฟนนายมาให้ฉันที่นี่!” 
เขาจับมือคนที่ถูกซ้อมปางตายลงชื่อในเอกสารแล้วเก็บเอาไว้ในกระเป๋าเซฟตี้อย่างดี  จากนั้นก็เดินจากไปด้วยความสะใจ 
โทชิโอะกับนัตสึกิถึงได้....  เอ๊ะ?  นัตสึกิล่ะ? 
โทชิโอะเข้ามาช่วยคนที่นอนเจ็บอยู่  แต่ก็ไม่เห็นร่างของนัตสึกิแล้ว! 
เพราะว่าเธอแอบเดินตามหมอนั่นไปน่ะสิ...
 
“ไอ้เจ้าโคซิกิมันโง่จริง ๆ   กล้าดียังไงมาขอร้องคุณยูจิ”  ลูกสมุนหนึ่งพูดขึ้น
“คุณยูจิคงไม่คิดจะช่วยมันจริง ๆ ใช่ไหมครับ”  ลูกสมุนสองถาม
คาชิวากิ  ยูจิ เดินไปกดน้ำผลไม้จากตู้อัตโนมัติ  “ความจริง... เรื่องโปรเจคนั้นน่ะ  มันได้ถูกอนุมัติไปแล้ว...”  คนพูดแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย  “ไอ้โคซึกิ  ไอ้หน้าโง่  ทุกอย่างที่แกทำมันไร้ประโยชน์ทั้งนั้น!” 
“ใช่ ๆ คุณยูจินี่  หลักแหลมจริง ๆ แถมยังได้ผู้หญิงมานอนด้วยฟรี ๆ อีก  ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” 
พูดจบร่างของคนพูดก็ถูกกระแทกไปชนอีกฝ่ายที่ตั้งใจกดน้ำผลไม้ที่ตัวเองชอบ  พอถูกชนเข้าก็เลยเซไปกดโดนอันที่ไม่ได้เลือก  ดัง ‘กริ้ก’
“อะไรกันเนี่ย!”  คาชิวากิโวยเสียงดัง  เมื่อที่มันออกมาจากตู้กดน้ำ  กลายเป็นนมจืดที่เขาเกลียดสุด ๆ
“ขอโทษค่ะ  ขอโทษจริง ๆ ค่ะ  ฉันไม่ได้ตั้งใจ  ให้ฉันชดใช้ให้นะคะ”  คนพูดเป็นเด็กสาวถักเปียหน้าตาน่ารักแถมใส่แว่นอีกต่างหาก   ทำท่าทางขอโทษขอโพยอย่างจริงใจ  แต่น่าเสียดายที่คนที่เธอไปชนเข้าเป็นพวกสารเลวยังเรียกพี่
“นังโง่!”  คาชิวากิยกมือซัดเข้าไปที่หน้าของเธอเต็มแรง 
หน้าขาวหมดจดถูกตบจนเป็นรอยแดงเถือก  ทั้งยังมีเลือดกลบปาก  แว่นตากระเด็นไปอีกทางเผยให้เห็นใบหน้าแสนจะเย็นชาไปถึงขั้วหัวใจ
ร่างแบบบางล้มลงไปที่พื้น  คาชิวากิไม่เลิกราตามมาใช้รองเท้าส้นหนาและแข็งของผู้ชายเหยียบลงไปที่ลำตัวของหญิงสาวอย่างแรงอีกด้วย 
“นังสวะ!  กล้าดียังไงมาทำให้ฉันอารมณ์เสียแบบนี้!  ที่อื่นมีให้เดินไม่ไป  มาทางนี้ทำไม!” 
“หึ...”  จู่ ๆ เด็กสาวก็หัวเราะออกมาคราหนึ่ง  ทำให้พวกเขาฉงนในใจ 
“อะไร....คิดจะสู้งั้นหรือ!”  เขาออกแรงเพิ่มขึ้นอีก  แต่ครานี้เท้าของเขาไม่ได้กดลงไป  แต่มันกลับถูกยกขึ้น  ทั้งยังยกสูงเสียจนทำให้เขาเสียหลังล้มลงกระแทกกับพื้นดังอั้ก!
เห็นชัด ๆ นี่นาว่าเขาเหยียบเธอวะเต็มแรง  ทำไมตัวเขากลับเป็นฝ่ายล้มลงมาได้ 
“คุณยูจิ!”  พวกลูกสมุนทั้งสองเห็นเต็มตาเลยว่าเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น 
เด็กผู้หญิงคนนี้  จับข้อเท้าของยูจิยกขึ้นแบบง่าย ๆ เลยด้วย! 
“แกน่ะ...  เป็น s สินะ”  (โรคจิตชอบความรุนแรง)  “ถึงได้ทำแม้กระทั่งผู้หญิง” 
“คุณยูจิเป็นอะไรไหมครับ!”  พวกเขารีบเข้าไปพยุงเจ้านายให้ลุกขึ้นมา 
“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น!”  เขาตวาดถาม  แต่ไม่มีคนกล้าตอบ 
พอหันมามองผู้หญิงคนนั้นชัด ๆ เวลาที่เธอไม่สวมแว่นดูสวยแล้วก็สง่างามมากทีเดียว  และเธอกำลังแก้ผมเปียของเธอออก  ปล่อยให้ยาวสยายออกมา
“คิดจะมายั่วยวนฉันหรือไงกัน....”  ยูจิเห็นแบบนั้นก็รีบเปลี่ยนท่าที  ดูเหมือนเขาจะยังไม่รู้ตัวว่าเมื่อครู่ถูกทำอะไรเข้า 
“แกนี่...  วอนหาเรื่องตายจริง ๆ อันที่จริงฉันแค่จะมาเอาของเท่านั้น  ไม่ได้อยากจะลงไม้ลงมือเท่าไหร่นักหรอก  แต่ถ้าแกว้อนท์มากล่ะก็....”  เธอยิ้ม... 
จากนั้น  คาชิวากิ  ยูจิ  กับสมุนทั้งสอง  ก็กลายเป็นฝ่ายต้องนอนราบอยู่กับพื้นให้ผู้หยิงคนนี้เหยียบแทน 
“บอกรหัสมา!”  เธอขยี้รองเท้าลงบนลำตัวของคาชิวากิ  พลางบอกให้เขาเปิดกระเป๋าเซฟของเขาออกมา
“สาม....สะสี่  หะหะ หก....  แปดดด”  กว่าจะพูดออกมาได้เขาก็ทนกลิ่นเลือดที่กลบปากอยู่ไม่ไหว  สลบไปอีกครั้ง
“อ้ะ...  เปิดได้แล้ว  ดีมาก ๆ”  เธอติดนิสัยเอามือลูบหัวชาวบ้านเขาเวลาดีใจใช่ไหมนี่...  ตอนนร้ถึงได้เอามือไปลูบหัวคนชั่วร้ายอย่างคาชิวากิ ยูจิได้ 
แต่ก็ไม่ลืมส่งให้สักหมัดก่อนลา...
“กะกะแก เป็นใคร!”  เขาออมแรงเฮือกสุดท้ายเอาไว้เพื่อถามเรื่องนี้โดยเฉพาะ  เอาเวลามาแก้แค้นจะได้แก้แค้นถูกตัว
เธอหันมาฉีกยิ้มกว้าง  พลางว่า  “เทนโง  นัตสึกิ.... จำชื่อฉันเอาไว้ให้ดี ๆ ล่ะ”  พูดจบก็เดินไปพร้อมกับเสียงหัวเราะและเอกสารในมือ  รู้สึกจะทั้งปึก  ไม่ใช่แผ่นเดียวซะด้วย...
“เทนโง  นัตสึมิ!”  คราวหน้าฉันจะต้องฆ่าเธอ! 
 
โทชิโอะแบกร่างของคนเจ็บไปห้องพยาบาล  ระหว่างทางเขาก็ต้องประหลาดใจที่เห็นว่า  ที่หน้าโรงเรียนมีแผ่นกระดาษร่วงลงมาจากฟ้า  พวกนักเรียนที่อยู่ในอาคารต่างวิ่งออกมาดูกัน  พอหยิบกระดาษนั้นขึ้นมาก็พบว่าเป็นสัญญาปีศาจที่ข่มขู่ผู้คน  ของคาชิวากิ ยูจิ  แล้วยังมีชื่อพวกคนที่ทำสัญญากันอีกด้วย 
“เรื่องนี้ไม่ธรรมดานะเนี่ย...”  จิโตเสะกับโจนาธานก็เป็นหนึ่งในคนที่ออกมาดู 
“นายรู้ใช่ไหมว่าเรื่องนี้ใครเป็นคนทำ”  โจนาธานถามเจ้าทึ่มที่เอาแต่มองไปที่ดาดฟ้าแล้วก็ยิ้มเหมือนคนโง่ 
“เรื่องนี้เราคงจะต้องเอาเข้าที่ประชุมเพื่อหารือกันสักหน่อย....เห็นด้วยไหมคะ  ท่านประธานนักเรียน” 
มินาโกะหันไปถามฟูจิมิยะที่กำลังมองกระดาษในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด 
“ตกลง...”  เขาตอบพลางมองไปที่โทชิโอะแล้วว่า  “อิชิบะ...  นายก็เข้าประชุมด้วยนะ  เอกสารของนายฉันไม่อนุมัติ” 
เขาหันไปมองฟูจิมิยะ  แล้วก็เห็นพี่ชายของเขาที่เดินเข้ามาสะกิด 
“ไม่ต้องห่วงคุณนัตสึกิหรอก...  ถึงเธอจะไม่มีหน้าที่ในคณะกรรมการแล้วก็ตาม  นายก็วางใจได้เลยว่า...  เธอจะไม่ปล่อยให้เรื่องที่นายกังวลเกิดขึ้นในโรงเรียนของเราอีกต่อไป”
“พี่ครับ....”  โทชิโอะยิ้ม  “เธอกลับมาที่นี่แล้วจริง ๆ ใช่ไหมครับ” 
อิชิบะคนพี่โอบบ่าน้องพลางมองขึ้นไปบนดาดฟ้า...  ที่ที่มีคนคนนั้นนอนรับลมอยู่
“เอ่อ...ขอโทษครับ  คนที่ช่วยผมเอาไว้..  เขาเป็นใครหรือครับ”  โคซึกิหยิบแผ่นกระดาษที่ตัวเองถูกบังคับให้ลงชื่อขึ้นมาด้วยอาการสั่นเทา 
สองพี่น้องอิชิบะหันมาตอบพร้อมกันโดยไม่ลังเลใจ 
“เทนโง  นัตสึกิ!”  
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ชอบมากเลยตะ
จากคุณ แฟนพันธ์แท้/(11230) อัพเดตเมื่อ 03/03/2555 09:48:15
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณมากค่า

จะมาอัพให้บ่อย ๆ เลยค่ะ  เป็นกำลังใจให้ด้วยนะ ^ ^
จากคุณ Morinne/(gadungtown) อัพเดตเมื่อ 29/11/2554 19:48:01
ความคิดเห็นที่ 3

หนุกมากๆๆอ่ะ  อัพไวๆๆนะจ้า
 

จากคุณ PJYG/(PJYG) อัพเดตเมื่อ 29/11/2554 18:36:46
ความคิดเห็นที่ 4
หนุกดีนะ
จากคุณ mister_ripper_prince/(mister_ripper_prince) อัพเดตเมื่อ 29/11/2554 02:29:21
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 202 ท่าน