Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ก๊วนป่วนโรงเรียนแปลก
Morinne
ตอนที่ 1 กลับมาแล้ว
1
28/11/2554 22:12:56
768
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 1 กลับมาแล้ว
                โรงเรียนแห่งนี้มีชื่อว่ามัธยมปลายเรนชิน  เป็นโรงเรียนมัธยมชื่อดังของญี่ปุ่น  เนื้อที่ของโรงเรียนกินเนื้อที่กว่าสิบไร่แม้จะตั้งอยู่ในย่านการศึกษาของโตเกียวก็ตาม  นักเรียนส่วนใหญ่ของที่นี่ต่างโดดเด่นทั้งทางด้านฐานะของครอบครัวและความเป็นอัจฉริยะ  เป็นโรงเรียนเอกชนชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่นเลยทีเดียว....
                ชุดนักเรียนของโรงเรียนเรนชินจะไม่เหมือนที่อื่น  ชุดยูนิฟอร์มเป็นเอกลักษณ์และสวยงาม  ทว่ามันก็ดึงดูดให้พวกเด็กเกเรตั้งใจมาหาเรื่องได้ง่ายเสียด้วย  อย่างเช่นในเช้าวันนี้เป็นต้น
                “เอากระเป๋าเงินของพวกเธอมา!”  เด็กนักเรียนชายของโรงเรียนรัฐที่ไหนก็ไม่รู้  รูปร่างสูงใหญ่ไว้ผมยาว ดูเผิน ๆ ก็รู้ว่าไม่ใช่พวกเด็กดี  พวกเขากำลังล้อมวงเด็กนักเรียนหญิงที่อ่อนแอกว่าสองคนในตรอกแห่งหนึ่ง  พวกเธออยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลายเรนชิน  ดูก็รู้ว่ามีฐานะดีกว่า  ถ้าพวกเขาจะขอยืมเงินมาใช้สักหน่อย  ขนหน้าแข็งพวกหล่อนก็คงจะไม่ร่วงกระมัง
                “อย่านะ!~”   นักเรียนหญิงไม่อยากให้  ในกระเป๋าเงินของเธออาจจะมีเงินมากอยู่ก็จริง  แต่นั่นก็เป็นค่าขนมของเธอทั้งเดือนเลยนะ
                “หนวกหูน่า!”  พวกเขาไม่ฟังเสียงกระชากกระเป๋านักเรียนของพวกเธอมาแล้วถือดีรื้อค้นในกระเป๋าอย่างอยากคาย  ในที่สุดก็เจอกระเป๋าใบเล็กลายน่ารัก 
                “เจอแล้ว!  ว้าว...  มีไม่น้อยเลยนี่  ฮ่าฮ่าฮ่า!” 
                “อย่าเอาไปนะ!”  เด็กสาวอ้อนวอนทั้งน้ำตา 
                “ขอยืมหน่อยน่า  ทำเป็นหวงไปได้!”  พวกเขาขู่เธอ  “เฮ้ย  ไปกันเถอะ”  พวกเขาสามคนเมื่อได้ของที่ต้องการแล้วก็คิดจะรีบใช้สักหน่อย  ได้มาคราวนี้เอาไปเที่ยวต่อได้อีกหลายคืน 
                ทว่าพอหันหลังกลับมา  ยังไม่ทันได้ออกจากซอกตึก  ก็เจอเงาร่างของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังยืนมองพฤติกรรมชั่ว ๆ ของพวกเขาทั้งสามอยู่อย่างไม่อนาทรร้อนใจ 
                “แกเป็นใครวะ!”  พอรู้ว่ามีพยาน  ก็ชักจะเริ่มกลัวขึ้นมาบ้าง  แต่พอเพ่งมองดี ๆ คนที่ยืนอยู่เป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเท่านั้น  แถมยังใส่ชุดนักเรียนของมัธยมปลายเรนชินอีกด้วย  หวานหมูล่ะทีนี้! 
                “ลูกพี่...  มีหมูมาให้เชือดอีกแล้ว”  พวกเขาหัวเราะอย่างสะใจ 
                หญิงสาวที่มาใหม่ฉีกยิ้มกว้าง  เมื่อเห็นคนตัวใหญ่ทั้งสามเดินเข้ามาล้อมตนเองเอาไว้ 
                “ดูท่า...เธอน่าจะมีเงินมากกว่าพวกนั้นโขเลยสิ” 
                “น่าตาน่ารักเสียด้วย  ลูกพี่!” 
                “เอามาเป็นผู้หญิงของพี่เลยเป็นไง”  พวกลูกน้องสองคนของเขาต่างก็พากันโม้อย่างสนุกปาก 
                แต่คนเป็นลูกพี่คนนั้นกลับสนใจท่าทางของคนที่อยู่ตรงกลางมากกว่า 
                “ทำไมเอาแต่ยิ้ม...  หรือว่ากลัวจนตัวแข็งไปแล้ว..??”  พวกเขาหัวเราะอีกครั้ง 
                “ส่งกระเป๋าเธอมาดี ๆ พวกเราจะได้ไม่ต้องเปลืองแรง  และเธอจะได้ไม่เจ็บตัว”
                “ได้สิ...”  หญิงสาวบอกเสียงหวาน  จากนั้นส่งกระเป๋าให้เขาอย่างว่าง่าย
                “ขอบ....!”  พอรับกระเป๋ามาจะพูดขอบใจซะหน่อย  แต่กระเป๋าหนักอึ้งจนพูดไม่ออก  จนต้องทิ้งตัวลงไปที่พื้นพร้อมกับกระเป๋าห้าสิบกิโลใบนั้น 
                “แหะ ๆ”  หญิงสาวแสยะยิ้มส่งเสียงชอบใจ  เหมือนเห็นอาหารจานโปรด 
                “นะนี่มันอะไรน่ะ!”  ยังไม่ทันจะเงยหน้าขึ้นมา  ก็ถูกกระแทกด้วยหัวเข่าเข้าหน้าไปเต็ม  ๆ กระเด็นไปถึงสิบเมตร 
                ส่วนอีกสองคนที่เหลือ  ชมดูความน่าสะพรึงกลัวจนเกือบจะฉี่ราด 
                “ธะธะธะเธอ!  ปะปะปีศาจ!”  บ้าไปแล้ว  ลูกพี่ของเขาถูกผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ซัดไปซะไกลขนาดนั้น  แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาซะด้วย  อย่างนี้ต้องรีบหนีแล้ว!
                “เดี๋ยว!”  หญิงสาวฉุดคอเสื้อของทั้งสองเอาไว้  ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลของเธอ  คนทั้งสองแม้จะตัวใหญ่กว่าถึงสองเท่าก็ไม่อาจต้านทานได้!
                “มะมะมีอะไรเหรอค้าบ!”                    
                “เอาเงินคืนพวกเขาก่อน”  หญิงสาวบอกเสียงเครียด  ชัดว่าถ้าพวกเขาไม่ทำตามที่สั่ง  อะไรจะเกิดขึ้นไม่ต้องเดาก็รู้ 
                หลังจากได้เงินคืนมา  เด็กสาวทั้งสองต่างก็เข้าไปขอบคุณทว่า  อย่างเกรงอกเกรงใจทีเดียว... 
                “ขะขะขอบคุณมากค่า!”  พูดเสร็จก็รีบหนีไปด้วยความเร็วสองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว
                แต่หญิงสาวไม่ได้สนใจเท่าไหร่  หันมาพูดกับพวกนักเลงทั้งสามที่ถูกเธอลงทัณฑ์จนหมอบราบคาบแก้วแล้วว่า
                “ต่อไปนี้อย่าไห้ฉันเห็นพวกแกทำแบบนี้อีก  ไม่อย่างนั้น...”  สีหน้าเปลี่ยนทันที  “แม่จะเชือดซะ!”
                “ขอโทษค้าบ...ต่อไปนี้พวกผมจะไม่ทำอีกแล้ว!”
                หญิงสาวเดินไปหยิบกระเป๋าที่หนักห้าสิบกิโลนั้นขึ้นมาอย่างง่ายดายราวกับข้างในเป็นสำลี  พลางบ่นเบา ๆ กับตัวเอง 
                “พอหายไปที  ก็มีไอ้พวกอย่างนี้เสนอนหน้ามาที...  น่าเบื่อจริง ๆ”   พูดจบก็โยนกระเป๋าพาดบ่าแล้วเดินไปอย่างสบายใจ
               
                ที่หน้าโรงเรียนมัธยมปลายเรนชิน
                ขณะนี้มีเด็กนักเรียนจำนวนมากทั้งหญิงและชายมายืนแออัดกันอยู่เพื่อรอคอยบางอย่าง  เมื่อเห็นรถเก๋งสปอร์คสีดำคันงามแล่นมาจอด  แล้วชายหนุ่มรูปงามก็ปรากฏกายลงมาจากรถ  และไม่ลืมที่จะมองจุมพิตให้กับพี่สาวคนงามที่อุตส่าห์ขับรถมาส่งถึงหน้าโรงเรียน 
                “เมื่อคืนผมสนุกมาก”  เขาบอก
                “แล้วมาอีกนะ”  หล่อนว่าพลางจุมพิตเขาที่แก้ม  พาให้เสียงกรี้ดดังสนั่นทั้งโรงเรียน
                จากนั้นเขาก็เดินเข้าโรงเรียนมาด้วยใบหน้าที่มีรอบจูบติดอยู่อย่างไม่อายใคร  ท่ามกลางเสียงกรี้ดจากคนรอบข้าง
                ผู้ชายคนนี้คือหนึ่งในคณะกรรมการนักเรียนคนดัง   เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นอาหรับและเป็นลูกชายคนเดียวของเศรษฐีน้ำมันของโลก  เครื่องหน้าที่คมเข้มตัดกับผิวขาว ๆ ของเขา  ขับเน้นความหล่อเหลาที่มีมาแต่เกิดให้เด่นชัดยิ่งขึ้น  เสน่ห์ของคาสโนว่าอย่างเขายากเกินจะบรรยายจริงจริง  ดูจากเสียงกรี้ดก็รู้แล้ว...  ตำแหน่งของเขาคือกรรมการฝ่ายกิจกรรม  ส่วนชื่อของเขาก็คือ  มุสตาฟา  โจนาธาน   เด็กนักเรียนหญิงตั้งฉายาให้เขาว่า  โจวี่คุง
                ยังไม่ทันไรเสียงกรี้ดก็ดังสนั่นขึ้นอีกครั้งเมื่อรถมอเตอร์ไซค์ทรงสปอร์ตราคาเป็นล้านวิ่งเข้ามาจอดที่ลานจอดจักรยานของโรงเรียน  พอคนขับถอดหมวกกันน็อคและชุดคลุมกันลทของเขาออก  ก็เผยให้เห็นหุ่นหน้าใหญ่ของเขา  และรูปหน้าคมเข้มเคร่งขรึมที่น่าหลงใหล  แตกต่างจากโจวี่ก็ตรงที่เขาไม่ชอบเสวนากับใครเท่าไหร่ 
                เขาเป็นลูกชายคนเล็กของอธิบดีกรมตำรวจญี่ปุ่น  เป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักเรียนคนดังเช่นกัน  ตำแหน่งของเขาคือกรรมการฝ่ายกีฬา  ชื่อของเขาก็คือ อิชิบะ  โทชิโอะ 
                เสียงกรี้ดไม่หยุดแต่เพียงเท่านี้  ทว่าเบาลงบ้างเพราะสาวงามคนที่เพิ่งลงจากรถเบนซ์หรู  ไม่ค่อยถูกโรคกับเสียงดัง ๆ เท่าไหร่  กิริยาของเธอเรียบร้อยสง่างาม เป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว  สมชื่อคุณหนูตระกูลคิโจจิ  ตระกูลเก่าแก่ของญี่ปุ่น  และเป็นลูกหลานนักการเมืองของประเทศ  มีที่ดินทรัพย์สินหลายพันล้าน 
                รูปหน้าเรียงเล็กรับกับผมยาวหน้าม้าดำขลับที่ตัดเสมอกันตลอด  เป็นแบบฉบับสาวญี่ปุ่นขนานแท้  เธอคนนี้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักเรียนคนดัง  ตำแหน่งรองประธานนักเรียนและควบตำแหน่งเหรัญญิก  ชื่อของเธอก็คือ  คิโจจิ  มินาโกะ 
                รถเบนซ์คันงามเมื่อครู่ยังไม่ทันไปไหน  รถลีโม่คันดำยาวก็แล่นมาจอดเทียบ  หญิงสาวอีกคนท่าทางสดใสร่าเริง  รูปร่างเซ็กซี่เย้ายวน  ทำเอาหนุ่ม ๆ ที่รอคอยอยู่เลือดกำเดาแทบพุ่งกระฉูดกันตั้งแต่เช้า 
                ชุดยูนิฟอร์มของเธอสั้นจู๋เผยให้เห็นขาอ่อนสวย  ของเธอ  บุคลิกที่ต่างจากคิโจจิ มินาโกะราวฟ้ากับเหวนี้  คือคุณหนูตระกูลใหญ่ของญี่ปุ่นเช่นกัน  เธอเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศส ชื่อว่า  ชองโอแคลร์  จิโตเสะ 
                ครอบครัวของเธอประกอบธุรกิจรถยนต์ไปทั่วโลกจนร่ำรวย  เป็นเศรษฐีระดับเวิด์ลคลาส  ส่วนตัวเธอก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักเรียนคนดัง  ตำแหน่งเลขานุการ 
                ที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ  เสียงกรี้ดที่นิ่งสงบไปแล้ว  เพื่อที่จะรอคอยคนคนนั้น   ในที่สุดรถเบนซ์ไสตล์คลาสสิคสีบอร์นก็เล่นมาจอดลง  คนขับรถรีบลงมาเปิดประตูให้เขา 
                ชายหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยรัศมีเจิดจ้าราวกับเทพบุตร  ใบหน้าของเขาแม้จะสวมแว่นตากรอบทองแต่ก็ไม่อาจบดบังความหล่อเหลาที่ซ่อนอยู่ได้  ความสุขุมนุ่มลึกของเขาทำเอาหัวใจสาว  ๆ หวั่นไหว  จนแทบหัวใจละลาย  รูปร่างผอมสูงใบหน้างดงามราวรูปสลักไว้  กิริยามารยาทเยี่ยม  สมกับเป็นประธานนักเรียนของโรงเรียนนี้ 
                เขาก็คือ  ฟูจิมิยะ  ไค  ทายาทตระกูลฟูจิมิยะผู้อยู่เบื้องหลังเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศญี่ปุ่น  ทรัพย์สินไม่สามารถประเมินได้  แต่เพราะเขาเป็นบุคคลที่ลึกลับน่าค้นหาและสูงส่ง  พวกนักเรียนจึงได้แต่กรี้ดกร้าดกันแต่ไม่มีใครกล้าไปสารภาพรัก  ได้แต่เก็บความรู้สึกเอาไว้แล้วยกให้เขาเป็นไอดอลอันดับหนึ่งของโรงเรียน
                “มาแล้วหรือคะ...”  คิโจจิ มินาโกะโค้งให้เขาอย่างรู้มารยาท   สีหน้าของเธอนิ่งเฉยไม่เปลี่ยนแปลง  ส่วนตัวเขาก็เพียงยิ้มจาง ๆ ให้แล้วตอบกลับอย่างสุภาพ
                “อืม” 
                “เช้านี้  จะรับเป็นเอิร์ลเกรย์หรือชาญี่ปุ่นดีคะ” 
                “ชาญี่ปุ่นดีกว่า” 
                “เข้าใจแล้วค่ะ” 
                บทสนทนาของพวกเขาทั้งสอง  เป็นเช่นนี้ทุกเช้า  แต่ทุกคนไม่แปลกใจอะไร  เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่า ตระกูลของมินาโกะจังเป็นตระกูลที่คอบรับใช้พวกฟูจิมิยะมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว  อีกทั้งคนทั้งคู่ยังมีตำหน่งประธานกับรองประธานอีกด้วย  จึงใกล้ชิดกันเป็นพิเศษ 
                พวกนักเรียนหญิงถึงจะคั่งแค้นแต่ก็ต้องยอมรับ  เพราะอย่างไรเสีย  ตระกูลคิโจจิก็ยังคู่ควรกับเจ้าชายฟูจิมิยะของพวกเธอมากกว่าใคร
                “อะไรกันเนี่ย!  มินาจัง  ฉันขอเป็นเอิรล์เกรย์ได้ไหม  ฉันก็ยากได้บ้างนี่นา”  เสียงแหวของจิโตเสะดังขึ้น  เจ้าหล่อนเองก็เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้มีสิทธิ์ใกล้ชิดเขาคนนั้น 
                “ได้สิ”  มินาโกะตอบ
                “ของผมด้วยนะ”  โจนาธานที่ยืนรอพวกเขาอยู่ที่ชั้นวางรองเท้าก็เอ่ยขึ้นด้วย  เขาไม่สนใจฟูจิมิยะเท่าไหร่  แต่สนใจมินาโกะมากกว่า 
                “อืม...”  เธอบอก  พลางเหลือบไปมองอิชิบะ โทชิโอะ  ที่เพิ่งเดินตามเข้ามา  เธอจ้องหน้าเขาเหมือนรอคอย  แต่โทชิก็ไม่พูดอะไรออกมา  จนเธอต้องเป็นฝ่ายถามเอง  “นายจะเอาด้วยไหม”
                ทัตสึมองหน้ามินาโกะอยู่นาน  ก่อนจะพูดออกมาว่า  “ขอบใจ” 
                “เจ้าบ้าโทชิ !เวลาผู้หญิงถามต้องพูดจาให้สุภาพหน่อยเซ่”  โจวี่ตบศีรษะของเขาดังป้าบ  โทชิโอะก็ไม่โกรธและไม่พูดอะไร  เพราะเขาเป็นคนเฉยชา  พวกเขาทั้งสี่คนต่างก็รู้กันดี
                ทุกเช้าเหล่ากรรมการนักเรียนจะเข้าห้องส่วนตัวของพวกเขา  เพื่อไปประชุมเช้า  หรือดื่มชากับของว่าง  ก่อนจะเข้าเรียนคาบแรก 
                พวกเขากำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศสงบเงียบยามเช้าที่ดอกซากุระเริ่มจะผลิบาน  นี่ก็ย่างเข้ามัธยมปลายปีที่ 2 แล้ว  พวกเขาได้รับแต่งตั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว  ต่อจากรุ่นพี่ปีสามที่พากันเตรียมสอบเข้า  ดังนั้นจึงไม่รู้ว่า  ก่อนหน้านี้พวกคณะกรรมการชุดเก่าเคยทำงานกันมาแบบไหน  จะมีก็แต่โทชิโอะที่ได้เป็นกรรมการนักเรียนตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง  เพราะเขามีพี่ชายเป็นรองประธานนักเรียนรุ่นนั้น  
                ขณะที่กำลังจิบชา  เสียงเอะอะโวยวายขึ้นหน้าประตู  ทำให้จิโตเสะที่กำลังทาเล็บอยู่ตกใจจนสีเลอะทำให้หงุดหงิด  “เสียงอะไรน่ะ!” 
                โจนาธานที่ตอนแรกไม่สนใจเท่าไหร่ก็เดินไปดูที่หน้าต่าง  พลางว่า  “เด็กนักเรียนน่ะ...  ผู้หญิงซะด้วย...”  เขาพูดพลางยิ้ม 
                “หล่อนมาโวยวายอะไรหน้าประตู”  จิโตเสะเดินมาสมทบ  “ทำเอาฉันตกใจหมด  ดูซิเปื้อนหมดเลย  ต้องมานั่งทาใหม่อีก” 
                “ใครน่ะ...”  มินาโกะมองออกไปบ้าง  แต่สิ่งที่เธอเห็น  ก็คือ  ตอนนี้ประตูโรงเรียนปิดแล้วโดยพวกสารวัตรนักเรียน  ทว่า  ที่อีกด้านหนึ่งของประตูมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เอากระเป่านักเรียนของตัวเองคั่นประตูรั้วเอาไว้  ไม่ให้พวกเขาปิดได้สนิท  ทั้งยังจะขู่เข็ญให้พวกสารวัตรทั้งสามคนเปิดประตูให้เธออีกด้วย
                “ให้ฉันเข้าไปก่อน  ไม่เห็นหรือไงว่ากระเป๋าของฉันเข้าไปแล้วน่ะ!” 
                หล่อนมาสาย....  มินาโกะคิดพลางเหลือบไปมองคนรูปหล่อที่นั่งจิบชาอยู่ข้าง ๆ  เขาไม่คิดสนใจเรื่องนี้เลย  หรือว่าจะให้เป็นหน้าที่ของสารวัตรนักเรียนกันนะ  
                “หนอย!”  ไม่ให้เข้างั้นหรือ  ได้!
                “อ้ะ!”  เสียงของคนที่ยืนดูสถานการณ์พูดขึ้นพร้อมกัน  ทำให้ไคกับทัตสึโอะเริ่มจะสนใจบ้างแล้ว  พวกเขาหันไปมองตาม  ได้เห็นประตูรั้วของโรงเรียนลอยละลิ่วปลิวออกมาจากรางแล้วก็ล้มลงตึงห่างจากที่ของมันประมาณสามเมตรพอดิบพอดี  ทำเอาพูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่ 
                โทชิโอะมองร่างแบบบางที่ปัดกระเป๋านักเรียนของตัวเองที่เปื้อนฝุ่นแล้วเดินเข้ามา  มันช่างคุ้นตาเสียจริง  ความน่าสะพรึงกลัวของคนคนนั้น  ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นไปได้! 
                “เธอคนนั้น...เธอเป็นปีศาจหรือยังไง  ทำไมถึงมีแรงมากขนาดนั้น” 
                หญิงสาวเดินมายกประตูที่ปลิวออกมากลับไปวางไว้ที่เดิมอีกด้วย.... 
                “น่ากลัวจริง ๆ ....ใครน่ะ llll”  จิโตเสะเลือกที่จะไม่ทาสีเล็บต่อจะดีกว่า 
                “นัตสึกิ...”  เสียงทุ้ม ๆ ของโทชิโอะดังขึ้นมา  ทำเอาคนในห้องต่างสนอกสนใจเลยทีเดียว 
                “นายรู้จักเธอเหรอ!”  โจนาธานรีบเดินเข้ามาเขย่าตัวเขา 
                แม้แต่ฟูจิมิยะที่ทำสีหน้าเฉยชามาตลอดก็อดเหลืบมองเขาไม่ได้ 
                โทชิโอะไม่พูดอะไร  แต่กลับเปิดหน้าต่างแล้วตะโกนออกไปด้วยเสียงก้องดัง  สีหน้าของเขาฉายแววยินดีต่างจากที่แล้วมาลิบลับ
                “นัตสึกิ!!!!” 
                หญิงสาวที่ถูกเรียกหันขึ้นมามองที่ชั้นสองตรงที่เขายืนอยู่พอดี  หล่อนฉีกยิ้มกว้างพลางโบกมือไหว ๆ เมื่อเห็นคนที่เรียก
                “ไง!” 
                โทชิถึงกับยิ้มออกมา  เขาไม่ลังเลเลยที่จะปีนขึ้นไปเหยียบที่ขอบหน้าต่างแล้วกระโดดลงไปจากชึ้นสอง  ทำเอาพวกคณะกรรมการนักเรียนต่างตกใจราวเห็นผี  “เจ้าบ้าโทชิโอะ!”  โจนาธานร้องเรียกแต่ก็ยื้อเอาไว้ไม่ทัน 
                ร่างสูงใหญ่ลงสู่พื้นได้อย่างสวยงามอย่างเคยชิน  เพราะเขาเป็นอัจฉริยะทางด้านกีฬา  ความสูงแค่นี้ไม่เป็นปัญหาของเขาเลย 
                ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปหา  พลางก้มหัวลงอย่างเคารพ  “กลับมาแล้วหรือครับ!” 
                นัตสึกิเลิกคิ้วขึ้นสูง  พลางยิ้ม  เดินเข้าไปลูบศีรษะเขาอย่างเอ็นดู  
                คราวนี้ฟูจิมิยะ ไคเริ่มนั่งไม่ติดแล้ว  เขาชักจะตกตะลึงกับท่าทางคารพนบน้อบของโทชิโอะ  เจ้าคนเฉยชาคนนั้นมาก  ยังไมทันจะขบคิดปัญหานี้แตก  เสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากก็ดังรัวขึ้นมา  พวกเด็กปีสามที่กำลังตั้งใจอ่านหนังสือสอบอยู่ชั้นสาม  ต่างพากันกรูลงมาหาเจ้าของร่างแบบบางนั้นอย่างรีบร้อน 
                พวกเขาพากันตั้งแถวโค้งคำนับเธอ! 
                “กลับมาแล้วหรือครับ  ประธาน!” 
                นัตสึกิหัวเราะร่าเริง  พลางตอบกลับด้วยเสียงอันทรงพลัง 
                “ทุกคน!  ฉันกลับมาแล้ว” 
                พอพวกเขาได้ฟังคำพูดนี้ก็พากันเข้าไปกอดเธอกันจนแน่น  อีกทั้งยังแย่งกันพูดจนฟังไม่รู้เรื่อง 
                ไคเห็นคณะกรรมการนักเรียนชุดเก่าที่แทบจะน้ำตาเล็ด  เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงคนนั้น 
                “ไค...  เธอรู้ไหมว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร”  มินาโกะเอ่ยถาม  เมื่อเห็นเขาจ้องคนคนนั้นนิ่ง  แววตายากคาดเดา
                “อืม... ไม่แน่ใจ...”  เขาตอบ  ทว่าจิโตเสะเดาได้ซะก่อน  ชิงพูดออกมา
                “ต้องใช่แน่เลย!”  หล่อนเอากำปั้นทุบโต๊ะ
                “ต้องเป็นคนในตำนานคนนั้น!”  
                “ใครหรือ?”  โจนาธานหันมาถาม  ทำไมเขาเหมือนจะเป็นคนที่ไม่รู้อยู่คนเดียว
                “ก็ตอนนั้นไง  ตอนปีหนึ่งน่ะ  ฉันจำได้ว่า  พวกปีสองกับปีสามมีเรื่องกับโรงเรียนอื่น  พวกคณะกรรมการส่วนกลางตัดสินใจให้ยุบโรงเรียนของเรา  แต่ประธานนักเรียนรุ่นนั้น  ก็ได้ช่วยโรงเรียนของเราเอาไว้” 
                “ช่วยยังไง?  ลาออกงั้นหรือ?” 
                “เปล่า  พักการเรียนน่ะ” 
                “ไม่น่าเชื่อเลยสินะ...”  มินาโกะยิ้มพลางมองโจนาธาน 
                “โรงเรียนเรนชินอันโด่งดังและทรงอิทธิพลจะสามารถถูกคณะกรรมการส่วนกลางตัดสินให้ยุบโรงเรียนได้น่ะ” 
                นั่นสิ....  มันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย 
                “นั่นก็เพราะเธอคนนี้นี่แหล่ะ....”  ฟูจิมิยะเกริ่นเบา ๆ  “เรื่องนี้น่ะ...  มันไม่ใช่แค่เรื่องที่เด็กนักเรียนทะเลาะวิวาทหรืออะไรหรอก  ที่ได้ยินมาน่ะ  เป็นเรื่องแต่งขึ้นทั้งนั้น”
                เท็นโง  นัตสึกิ  ผู้หญิงที่ทำให้คนคนนั้นเกรงกลัวจนต้องถูกสั่งพักการเรียน!
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 225 ท่าน