Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เลห์รัก เงาหัวใจ
รัตติกาลสีชมพู
ตอนที่ 7 คำสัญญากับความฝัน..ของเรา
8
28/11/2554 22:12:31
259
เนื้อเรื่อง
 ตอนที่ 7คำสัญญากับ ความฝัน......ของเรา



 
“ฮัลโหล แม่ครับแม่บอกวีทำไมว่าผมอยู่เมืองไทย” ชินพัฒน์กรอกเสียงลงโทรศัพท์ทันทีเมื่อมารดาของเขารับโทรศัพท์
 
“แม่ขอโทษนะลูก แม่แค่อยากให้ลูกทั้งสองปรับความเข้าใจกันเสียที” เสียงคุณภัสราตอบออกมาเสียงอ่อน
 
“ผมเข้าใจแม่นะครับ แม่รักวีมาก แต่เราจบกันไปนานแล้วนะครับแม่ อีกอย่างผมก็มีคนใหม่แล้ว และผมก็กำลังจะหมั้นกับเขานะครับแม่” ชายหนุ่มบอกข่าวดีกับมารดา
 
“อะไรกันกลับเมืองไทยไม่กี่เดือนลูกจะหมั้นแล้วเหรอ ทำไมไม่บอกแม่กับพ่อล่ะ แล้วหนูวีล่ะลูกเขาว่ายังไง” มารดาถามอย่างตกใจกับข่าวใหม่ที่เพิ่งได้ยิน
 
“เราคุยกันแล้วครับแม่ แต่เค้าคงไม่ยอมเท่าไร แต่ผมคงจัดการได้ วีเขาเก่งเขาคงเข้าใจครับ อืม...แม่กับพ่อกลับมาไทยเดือนหน้าได้ไหมครับมาสู่ขอน้องจี๊ดให้ผมหน่อยนะครับ ถ้าแม่เจอเขาแม่คงรักเหมือนที่ผมรัก จี๊ดเป็นคนน่ารัก นิสัยคล้ายๆกับวีครับแม่ว่าไงครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อรู้สึกว่ามารดาเขาเงียบไป คุณภัสรากำลังคิดว่าผู้หญิงคนนี้คงมีอะไรดีๆไม่น้อยไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ได้ยินการหมั้นอย่างฟ้าแลบขนาดนี้จากปากลูกชายหรอก
 
“ไม่ท้องก่อนแต่งแน่นะลูก” เธอเอ่ยถามออกไปทั้งที่ยังระแวง
 
“โอ้ย  ไม่หรอกครับแม่ ผมเข้าตามตรอกออกทางประตูเสมอนะครับ” ชายหนุ่มตอบออกไปด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ
 
“โอเคจ้า เดี๋ยวแม่บอกพ่อให้นะแล้วจะรีบบินกลับเมืองไทยไปดูหน้าว่าที่ลูกสะใภ้แล้วกันนะ แล้วลูกคุยกับผู้ใหญ่ฝ่ายนู้นหรือยัง”
 
“คุยแล้วครับ รอพ่อกับแม่ไปสู่ขอแหละครับ” ชายหนุ่มตอบ
 
“แม่จะรีบจัดการเรื่องทางนี้แล้วกันนะ แล้วเจอกันนะลูก” มารดาตอบออกไปก่อนจะจบสายสนทนา ซึ่งมันก็ทำให้ชายหนุ่มปลายสายอมยิ้มไม่น้อย
 
ที่ร้านของทัศนัยตอนนี้เป็นเวลาเกือบๆสี่ทุ่มแล้ว จิตรลดานั่งมองทัศนัยกำลังวาดแบบชุดที่ใช้ใส่ในงานหมั้นของเธอด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ทัศนัยไม่รู้เลยหรืออย่างไรว่าเธอคิดอย่างไรกับเขา เธอไม่ได้คิดกับเขาแค่เพื่อน เขาไม่เคยรับรู้เลยหรือ ทุกอย่างที่เธอเคยทำให้เขามันก็แสดงออกกลายๆว่าเขาสำคัญกับเธอเป็นอันดับแรกเสมอ จนวันนี้ที่เธอจะหมั้นกับชินพัฒน์เขาก็ยังออกแบบชุดที่ใช้ในพิธีหมั้นให้อย่างตั้งอกตั้งใจ แต่มีคำพูดหนึ่งที่เธอค้างคาใจเมื่อสักครู่
 
“เท็นบอกเราว่ากลัวจะออกแบบไม่ทัน มันอีกตั้งนานนะ ทำไมถึงจะไม่ทัน” พลางถามออกไปด้วยความสงสัย
 
ชายหนุ่มวางดินสอลง พลางมองหน้าหญิงสาวนิ่งพร้อมกับตอบออกไป “เราจะไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส เลยกลัวทำให้ไม่ทันไง”
 
“ไปเร็วขนาดนี้เชียวเหรอ นี่มันปลายปีเองนะ กว่าจะเปิดเทอมตั้งเดือนมิถุนาไม่ใช่เหรอ” หญิงสาวถามออกไปด้วยความสงสัย
 
“ไปเรียนภาษาก่อนไง ถามแปลกๆ” ชายหนุ่มหลบตาหญิงสาวเพราะไม่รู้ว่าเธอจะจับผิดเขาอะไรอีก
 
“ไหนบอกจะไปเรียนออสเตรเลียด้วยกันไง ทำไมหนีไปเรียนที่ฝรั่งเศสล่ะ ลืมสัญญาแล้วเหรอ” หญิงสาวถามเสียงอ่อย
 
“ฝรั่งเศสเป็นเมืองแฟชั่น อีกอย่างจี๊ดคงไม่ได้ไปเรียนแล้วมั้ง คงต้องเตรียมตัวเป็นแม่บ้านให้คุณชินแล้วล่ะ เพราะเค้าคงไม่ยอมให้จี๊ดทำงานแล้วล่ะมั้ง เขาออกจะรวย ไม่ทำงานยังมีกินไปตลอดชาติ” ชายหนุ่มพูดประชดกลายๆ
 
“ยังไงเราก็จะไป เท็นก็รู้ว่าออสเตรเลียเป็นประเทศในฝันที่เราอยากไป แล้วถ้าจี๊ดอยากจะเรียนต่อหรือว่าจะทำงาน พี่ชินเค้าก็จะบังคับจี๊ดไม่ได้” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเริ่มจะห้วน กำลังจะเดินออกไปแต่ทัศนัยก็วิ่งมาขวางไว้
 
“จะไปไหนจี๊ด” เขาถามอย่างเริ่มมีอารมณ์
 
“จะกลับแล้ว” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด
 
“ไปสิ เราไปส่ง”ชายหนุ่มบอกพร้อมกับกำลังจะเดินไปหยิบกุญแจรถ
 
“ไม่ต้องหรอก เรากลับเองได้ เท็นทำต่อเถอะเดี๋ยวไม่เสร็จ แต่ถ้าไม่เสร็จก็ไม่เป็นไรนะ จี๊ดว่าเท็นเตรียมตัวไปเรียนเถอะ ที่เหลือจี๊ดให้คนอื่นทำต่อก็ได้นะ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มประชด
 
“ไม่ได้หรอก งานหมั้นจี๊ดเราขอทำเองนะ เราจะทำให้ดีที่สุดเพื่อเพื่อนรักที่ดีที่สุดของเรา” พูดออกไปก็แทบอยากจะร้องไห้ รักเขาแต่ทำได้แค่เพียงตัดชุดให้เขาก็แค่นั้น
 
“ไม่ต้องนึกถึงเราขนาดนั้นหรอกเท็น มันเรื่องเล็กน้อย อนาคตเท็นสำคัญกว่า ชุดน่ะจะซื้อที่ไหนมันก็ไม่สำคัญ จะใครตัดมันก็ไม่สำคัญ ถ้ามันรบกวนเวลาเท็นก็อย่าทำมันเลย จี๊ดไม่ว่า” หญิงสาวตอบออกไปด้วยความน้อยใจ
 
“ใช่สิ คุณชินเขารวยไม่ว่าชุดจะสวย จะแพง จะเป็นดีไซน์เนอร์คนดังๆตัด เขาก็ซื้อได้นี่ ดีไซน์เนอร์ไม่มีชื่อเสียงอย่างเราจี๊ดคงไม่สนใจแล้วใช่ไหม” เขาตอบออกไปด้วยความน้อยใจเช่นกัน
 
 “ไม่ใช่นะเท็น จี๊ดไม่อยากรบกวนเท็น จี๊ดอยากให้เท็นเตรียมตัวไง ภาษาฝรั่งเศสมันก็ยากนะเท็น อีกอย่างมันต้องใช้เวลาเตรียมตัวมากเหมือนกัน เราไม่อยากให้เท็นอดหลับอดนอนเพื่อเรา เท็นมีอะไรสำคัญกว่าเราเยอะนะ” พูดได้แค่นั้นจิตรลดาก็เริ่มหยุดน้ำตาไว้ไม่อยู่
 
“เราบอกแล้วไงว่าเราจะทำให้จี๊ด จี๊ดเป็นเพื่อนรักเรานะ เราก็ต้องทำให้สิ แล้วจี๊ดจะโกรธเราทำไม ร้องไห้ทำไม” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเมื่อรู้ตัวแล้วว่าทำให้หญิงสาวข้างหน้าเสียน้ำตา เขาเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้
 
“จี๊ดเสียใจที่เท็นพูดแบบนี้ เท็นลืมสัญญาของเรา พี่ชินเขาเป็นคู่หมั้นเท่านั้นนะ เพราะฉะนั้นถ้าจี๊ดจะไปออสเตรเลียมันก็ไม่เกี่ยวที่จี๊ดจะเอาชีวิตไปผูกอยู่กับเขา แล้วเท็นก็ชอบพูดว่าเขารวย จี๊ดจะบอกให้เท็นรู้นะว่าถ้าจี๊ดรักใครสักคนจี๊ดไม่สนว่าเขาจะรวยหรือจนจี๊ดจะสนแค่ว่าเขาเป็นคนดี ตั้งใจทำงานและที่สำคัญเขารักจี๊ด และจี๊ดก็รักเขา” คำพูดที่หญิงสาวบอกออกมาโดยเฉพาะคำว่าเธอรักชินพัฒน์นั้นมันทำร้ายจิตใจเขายิ่งนัก แต่คนพูดนี่สิคิดว่าคำพูดสุดท้ายมันไม่ได้มาจากใจแต่พูดขึ้นมาเพื่อให้คำพูดเธอมีน้ำหนักมากขึ้นเท่านั้น
 
“เราไปส่งนะ อย่าดื้อสิ เดี๋ยวเราก็ไม่ได้เจอกันอีกนานนะ” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยเสียงอ่อนโยน เพราะเห็นว่าหญิงสาวข้างหน้าเริ่มอ่อนลงบ้างแล้ว
 
“บอกว่าไม่ต้องไงเท็น” หญิงสาวสะบัดหน้าหนีเตรียมตัวออกไป
 
“เอ๊ะ จี๊ดเราบอกจะไปส่งก็ไปส่งไง พูดไม่รู้เนื่องหรือไงห๊า” เขาเริ่มกระแทกเสียงทำให้คนตรงหน้าสะดุ้งกับคำพูดที่ได้ยิน เพราะไม่เคยเห็นเพื่อนคนนี้เป็นแบบนี้มาก่อน
 
“ก็จี๊ดบอกจะกลับเองเท็นนั่นแหละที่เป็นคนพูดไม่รู้เรื่อง” หญิงสาวสะบัดมือขอชายหนุ่มออก
 
“จี๊ด” เขาเอ่ยเรียกแค่นั้นก็วิ่งไปดึงมือของอีกฝ่ายกลับมาเป็นจังหวะที่จิตรลดาหมุนตัวพลันทำให้ส้นสูงที่ใส่มาพลิก ร่างของทั้งสองจึงลงไปทับกันพอเหมาะพอเจาะเลยทีเดียว จิตรลดาและทัศนัยมองตากันอยู่ชั่วครู่ต่างก็รู้สึกว่ามันมากไปจึงต่างฝ่ายต่างดันตัวขึ้น เมื่อขึ้นได้จิตรลดาพยายามจะวิ่งออกไป แต่ทัศนัยก็ยังไวกว่าคว้าทั้งตัวของเธอไว้แล้วกอดอยู่แบบนั้น เขาซบหน้าลงกับทางด้านหลังของเธอ ส่วนจิตรลดาเองก็นิ่งงันคล้ายกับถูกสะกดไว้ราวกับรูปปั้น
 
“อย่าดื้ออย่างนี้อีกได้ไหม อย่าเอาแต่ใจอย่างนี้ เพราะเราไม่รู้ว่าคุณชินเขาจะทนกับจี๊ดที่เป็นแบบนี้ได้นานแค่ไหน ทำไมอยู่กับเราจี๊ดถึงเป็นแบบนี้ ถ้าอยู่กับเขา เขาอาจจะรำคาญก็ได้นะ เราสองคนคบกันมานานเรารู้นิสัยกันดี  เดี๋ยวเราก็จะไม่อยู่อีกนานทีเดียวแล้วถ้าเกิดอะไรขึ้น จี๊ดกับเขาทะเลาะกันแล้ว ใครจะเป็นที่ปรึกษา ใครจะคอยคุยกับจี๊ดเวลาจี๊ดมีปัญหา ใครจะปลอบจี๊ดเวลาจี๊ดร้องไห้” ชายหนุ่มพูดความรู้สึกทั้งหมดจากหัวใจออกมา เขาไม่อยากจะทิ้งจิตรลดาไว้ให้ห่างจากตัวเขา แต่เขาเลือกที่จะไปเจ็บปวดในที่ๆห่างไกลเธอ ไปใช้ชีวิตในที่อื่นเผื่อเวลาที่เรียนนั้นจะได้หมกมุ่นกับการเรียนจะได้ไม่หมกมุ่นกับเรื่องของเธอ ส่วนคนฟังเองก็น้ำตาร่วงกับคำพูดที่ได้ยิน เธอเพิ่งรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ก็เป็นห่วงเธอเหมือนกันไม่ใช่เพียงแค่เธอที่เป็นห่วงเขา แวบนึงเธอคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาคงรักเธอเหมือนกัน แต่ความคิดก็กลับมาจุดเดิมว่าคงรักและเป็นห่วงเหมือนเพื่อนเท่านั้น
 
“เท็นจะพูดแบบนี้ทำไม เท็นจะห่วงจี๊ดทำไมในเมื่อเท็นเป็นคนทิ้งจี๊ดเอง” หญิงสาวบอกออกไปด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น ทั้งน้อยใจทั้งเสียใจ
 
“เราไม่ได้ทิ้งแต่เราไม่อยากปวดใจ เราไม่อยากอยู่ดูจี๊ดหมั้นกับคุณชินเข้าใจหรือยัง” ชายหนุ่มพูดเสียงดังทั้งๆพร้อมๆกับน้ำตาลูกผู้ชายเริ่มจะไหลออกมา
 
“ทำไม” หญิงสาวพูดเสียงเบาภาวนาให้ได้รับคำตอบที่ตรงใจ
 
“เพราะเรารักจี๊ดไง” ชายหนุ่มพูดเสียงแผ่วลง แต่หญิงสาวยืนนิ่งเหมือนตกอยู่ในภวังค์
 
รัก เหรอ คำนี้ไงที่เราอยากได้ยิน ที่เราอยากบอกเขา แต่ตอนนี้มันสายไปแล้ว เราทำร้ายพี่ชินไม่ได้เขาเป็นคนดี เขารักเรา เราทำแบบนี้กับเขาไม่ได้ เธอคิด
 
“ทำไมมาบอกตอนนี้ ทำไมมาพูดเอาตอนนี้ เวลาตั้งมากมายที่ผ่านมาทำไมไม่บอก ทำไมไม่พูด เท็นมาพูดตอนนี้ทำไม มาพูดทำไมตอนที่จี๊ดทำใจจะลืมเท็น ทำใจว่าเราเป็นเพียงแค่เพื่อนกัน มาพูดทำไมเมื่อจี๊ดจะหมั้นกับผู้ชายที่แสนดีอย่างพี่ชินมาพูดทำไม พูดทำไม” จิตรลดาพูดปนสะอื้นทั้งที่น้ำตากำลังไหลนองหน้า ทำเอาคนฟังรู้สึกดีใจและเสียใจไปพร้อมๆกันดีใจที่เขาและเธอคิดตรงกัน แต่เสียใจตรงที่มันสายไปจริงๆอย่างที่เธอพูด
 
“ใช่มันสายไปแล้วจริงๆ เราไม่น่าพูดเลย เรากลัวว่าถ้าบอกไปแล้ว เราสองคนจะไม่ได้เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม กลัวเราจะเป็นแค่คนรู้จักที่เดินผ่านไปผ่านมา แต่พอจี๊ดจะหมั้นเราบอกตามตรงเราทนไม่ได้เราไม่อยากเห็นคนที่สวมแหวนหมั้นให้จี๊ดเป็นคุณชิน เราอยากให้คนนั้นเป็นเรา จี๊ดเข้าใจไหม” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงที่เศร้าสร้อย ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงนั้นนิ่งงัน
 
“เรามันขี้ขลาดไม่ยอมรับความจริง ไม่กล้าบอกคนที่เรารักว่าเรารักเขา มันเลยทำให้เราต้องไปจากจี๊ด ถ้าเราอยู่เราจะเจ็บปวดมากเจ็บปวดที่สุด เข้าใจเราไหมจี๊ด เข้าใจไหม” ทัศนัยพูดอีกครั้งพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินอย่างเจ็บปวดที่สุด ในขณะที่หญิงสาวก็ยังคงยืนนิ่งแต่น้ำตาแห่งความเสียใจได้ไหลพรั่งพรูออกจากตาคู่สวยนั้นอย่างไม่ขาดสาย ชายหนุ่มยืนนิ่ง เขาไม่สามารถทำอะไรต่อไปได้แล้ว เขาทำได้แค่กอดเธออยู่อย่างนั้นต่างคนต่างปล่อยให้น้ำตาไหลอยู่อย่างนั้น ซึมซับความเสียใจของแต่ละคนอย่างนั้น
 
 
 
 
 ติดตามตอนต่อไปนะคะ อย่าลืมเมนท์โหวตเป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ
 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1

เอาใจช่วยพระเอกสุดๆ อย่าหนีไปเรียนต่อเลยน๊า รักจี๊ดก็ต้องอยู่ดูแลคนที่เรารักสิ ถึงแม้ว่าจะเจ็บปวด แต่ก็ได้เห็นหน้าเค้าทุกวันนะ

จากคุณ serabelny/(serabelny) อัพเดตเมื่อ 29/11/2554 05:23:18
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 110 ท่าน