Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
BECAUSE I DON'T KNOW HOW TO LOVE
!นุ้งกบ!
2
3
28/11/2554 18:11:07
350
เนื้อเรื่อง
2
Seun Hey Talk
 
                ทั้งๆที่เป็นวันเสาร์แต่พวกเราก็ต้องมาซ้อมเต้นกัน วันหยุดที่แท้จริงไม่มีเลยสักวัน ถึงจะหยุดเสาร์อาทิตย์แต่พวกเราก็ไม่ได้หยุด!แถมยังมีซ้อมดนตรีอีก อยากจะบ้าตายหลายๆตลบ= =;;  ตอนนี้ฉันมาก่อนเวลาแล้วก็มาถึงห้องซ้อมเป็นคนแรก วันหยุดแบบนี้มหาวิทยาลัยเงียบดีแท้  ฉันวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้ก่อนจะเดินไปเปิดเครื่องเล่น ไหนๆก็มาถึงก่อนคนอื่นๆ ขอวอล์มร่างกายก่อนละกันนะ  พอจังหวะแรกเริ่มขึ้นฉันก็เริ่มเต้นทันที...
                ตุบ!!!!! 
                “อ๊ะ!!!ขาฉันT[]T”  ฉันจับข้อเท้าข้างซ้ายของตัวเองก่อนจะนวดมันเบาๆ ต้องล้มท่านี้ตลอดสินะ เมื่อไหร่จะเต้นท่านี้ได้สักที!!!ฉันดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะเจอะกับวอนบินที่เปิดประตูเข้ามา หมอนี่ก็มาเช้าด้วยหรอนี่- -;
                “นายรีบหรอ??ฉันนัดเที่ยง นี่เพิ่งเจ็ดโมงเช้าเองนะ”  วอนบินไม่พูดอะไรแต่เขากับเดินเข้ามาหาฉันก่อนจะช่วยประคองฉันไปนั่งที่เก้าอี้ พร้อมกับกดปิดเพลง
                “ขาเป็นยังไงบ้าง??”  เขาวางกระเป๋าเป้และกระเป๋าใส่กีต้าร์ลงก่อนจะหันมาถามอาการฉัน นี่เขาไม่สนใจคำพูดของฉันเลยสินะ เข้าหูขวาทะลุหูซ้ายรึไงกัน  = =^
                “ก็ไม่เป็นไร ฉันชินมันซะแล้ว”  ฉันก้มลงนวดข้อเท้าเบาๆก่อนที่จะเงยหน้ามองวอนบินที่จ้องฉันอยู่เหมือนกัน
                “เธอชื่ออะไรนะ??”  ฉันถอนหายใจก่อนจะชี้ไปที่โปสเตอร์อันใหญ่ที่ติดอยู่ที่ประตู
                “ไปศึกษาดูที่โปสเตอร์ไป!!! นายคิดว่าฉันหน้าตาแบบไหนในโปสเตอร์ละ!?”  เขาเดินไปที่ประตูพลางจ้องดูรูปอย่างพิจารณาก่อนที่ฉันจะพูดต่อว่า  “พวกนายนี่ไม่รู้จักพวกเราจริงๆน่ะหรอ ไม่อยากจะเชื่อเลย“ 
                “ปาร์ค ซึนเฮ??”
                “เยส!!!นั้นละชื่อของฉัน แล้วก็ช่วยจำไว้ด้วยละ” 
                “ไม่สำคัญพอที่จะจำ แต่ก็อย่างว่าชื่อคนฉันก็จะจำไว้”  สรุปมันควรจำรึไม่ควรจำกันแน่นะ =0=”   ฉันส่ายหัวไปมาก่อนจะลุกขึ้น พร้อมถอนหายใจอย่างเซ็งๆ ก่อนที่วอนบินจะเอ่ยปากถาม
                “ถอนหายใจทำไม??”
                “นายช่วยแบ่งความสูงของนายให้ฉันบ้างได้ไหม??ดูสิ ฉันสูงหัวเท่าอกนายเองนะ!!!T[]T”  ฉันเดินไปใกล้ๆ   วอนบินก่อนจะวัดส่วนสูงกับตัวของเขา ถ้าเป็นเพื่อนคนอื่นๆในกลุ่มฉันมาเทียบความสูง ฉันเชื่อว่าพวกนั้นสูงหัวเลยไหล่หมอนี่ทุกคนยกเว้นฉันT^Tวอนบินหัวเราะออกมาก่อนจะจับหัวฉันโยกไปมาพร้อมพูดว่า
                “แบบนี้ก็ดีแล้วนิ ผู้ชายเขาชอบผู้หญิงตัวเล็กๆไม่รู้รึไง!” 
                “แต่แบบฉันมันมินิเกินไปนะ=[]=”
                “พอใจในสิ่งที่เธอมีดีกว่า”  ฉันถลกแขนเสื้อขึ้นก่อนจะหันไปมองกระเป๋ากีต้าร์ของหมอนั้นแล้วถามว่า
                “นายพกกีต้าร์มาทำไมน่ะ??”
                “อ่อ  หลังซ้อมเต้นพวกเราจะไปซ้อมกันต่อน่ะ ทำไม?”
                “สอนฉันหน่อยดิ*0*”  ฉันเดินเข้าไปหยิบกระเป๋ากีต้าร์ของวอนบินมาก่อนจะวางมันไว้ที่เดิม หนักเป็นบ้า ถ้าฉันต้องแขวนกีต้าร์ตอนแสดงบนเวที  ฉันไม่เป็นอัมพาตกันพอดีหรอเนี่ย!!=[]=
                “เธอเล่นตำแหน่งนี้หรอ??วงฉันมีตำแหน่งกีต้าร์สามคนเธอจะให้ใครสอนให้ละ??”
                “ให้นายสอนให้น่าจะดีที่สุด!!!”  เพราะหลังจากที่เจอกันเมื่อวาน ฉันคิดว่ามีไม่กี่คนที่จะคุยกับฉันได้ - -
                “แต่ไว้ค่อยสอนละกัน เธอน่ะมาสอนฉันเต้นก่อนดีกว่า มันไม่ยากใช่ไหม??” 
                “จะไปยากอะไรมันง่ายกว่าเล่นเครื่องดนตรีตั้งเยอะ!  เดี๋ยวนายยืนแบบนี้  แล้วเต้นตามจังหวะ ฉันจะเต้นให้นายดูก่อนท่อนนึงนะ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด...หนึ่งและสอง เข้าใจไหม??” 
                “ทำไมต้องนับเลขด้วย??”
                “นายคงไม่คิดว่าฉันใบ้หวยหรอกนะ  =[]= มันเป็นจังหวะน่ะ  นายไม่อยากนับก็ไม่ต้องนับ แค่เต้นให้เหมือนและพร้อมกันก็พอ”  วอนบินพยักหน้าแล้วฉันก็สอนวอนบินเต้นไปเรื่อยๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลามันผ่านไปนานแค่ไหน แต่มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อประตูห้องซ้อมถูกเปิดออกพร้อมกับเหล่าบรรดาเพื่อนฉันและบรรดาเพื่อนของวอนบินก็เข้ามา
                “บทจะมาก็มาพร้อมกันเลยนะ”  วอนบินพูดพลางเอาผ้าขนหนูซับเหงื่อบนใบหน้าของตัวเองแล้วเดินไปหาเพื่อนร่วมวง ก่อนที่เพื่อนสาวตัวดีของฉันจะรีบเดินมาหาพร้อมกับคำถามแรกที่หลุดออกมาจากปากแจมุล
                “แกอยู่กับวอนบินนานแค่ไหนแล้ว??สองต่อสองเนี่ยนะ!!”
                “ก็ตั้งแต่เช้า สองต่อสองแล้วไงไม่ได้อะไรซะหน่อย ถ้าเป็นไอเยรินกับฮงกิอยู่กันสองต่อสองก็ว่าไปอย่าง-o-” 
                “อะไรๆๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันซะหน่อยมาถึงก็แขวะเลยนะไอซึน”  เยรินว่าแล้วรวบผมก่อนที่ฮงกิจะเดินมาถาม
                “วอนบินบอกว่าจะเต้นเป็นคู่งั้นหรอ??” 
                “อ่าใช่ แต่ยังไม่ได้จับคู่ เพราะเกรงว่าถ้าฉันเลือกให้แล้วพวกนายจะไม่ยอม ฉันเลยจะให้จับฉลากเอา”
                “ฉันคู่กับนายให้ไหมฮงกิ”  เยรินเสนอตัวก่อนที่ฮงกิจะถอดหมวกไหมพรหมของเขาออกแล้วเหล่มองเยริน
                “ถามฉันสักคำรึยังว่าอยากได้เธอเป็นคู่รึเปล่า- -“ 
                “มันจะมากไปแล้วนะ”  มินยองที่ยืนเงียบอยู่นานพูดอย่างเหลืออด มาพูดแบบนี้กับเพื่อนของฉันได้ยังไงกัน ยอนจูรีบรั้งตัวมินยองไว้ก่อนที่จะเดินเข้าไปชกหน้าฮงกิ ฉันเกาหัวตัวเองก่อนจะหยิบโหลใส่รายชื่อแล้วยื่นไปให้พวกนั้น
                “ในนี้มีชื่อพวกเราอยู่ ฉันให้พวกนายจับ ใครจะจับก่อนก็เอาเลย จับเสร็จอ่านชื่อให้ฟังด้วย” 
                “มินฮวานฉันให้นายจับก่อน”  จงฮุนพูดพลางดันมินฮวานให้ออกมาจับ มินฮวานมองกระดาษที่ม้วนในโหลก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมันออกมาพร้อมกับแกะอ่าน
                “เยริน...”  พอสิ้นเสียงมินฮวานฮงกิก็พูดแทรกขึ้นมาในทันที
                “เสียใจด้วยนะ^^”  เยรินทำหน้าเศร้าก่อนที่จะเดินไปยืนข้างๆมินฮวาน เยรินตัวเกือบเท่ามินฮวานแหนะ สูงใช่เล่นนะเนี่ยเพื่อนฉัน แล้วแจจินก็เดินมาจับเป็นคนที่สอง
                “ได้ใครก็ไม่ได้แตกต่าง-___-” 
                “งั้นไม่ต้องเต้นแล้วโดนหักคะแนนไปเลยไหม??”  แทซอท้าวเอวพูดก่อนที่แจจินจะเบะปากแล้วจับกระดาษขึ้นมาแล้วแกะอ่าน
                “ยอนจู...”  พอยอนจูเดินออกมาแจจินก็พูดด้วยน้ำเสียงตกใจ “ฉันคู่กับทอมหรอo[]o!!!” 
                “ทอมบ้านนายสิ!!!ฉันผู้หญิงร้อยเปอร์เซ็นนะเฮ้ย!!”  แจจินส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อแล้วซึงฮยอนก็เดินมาจับ
                “แทซอ!”  แทซอเดินไปยืนข้างซึงฮยอนก่อนจะนั่งลงกับพื้นด้วยท่าทีเซ็งเต็มที่ ฮงกิหยิบกระดาษก่อนจะเปิดมันอ่าน
                “ซึนเฮ...”  ฮงกิพูดก่อนที่เยรินจะหันมาค้อนใส่ฉัน  ฉันผิดตรงไหนหมอนั้นจับฉลากได้ฉันเองนี่หว่า
                “ฉันคู่กับเธองั้นหรอ???เธอชื่อซึนเฮ??”  ฮงกิชี้หน้าถามฉัน  มารยาทดีจริงๆชี้หน้าผู้หญิงอย่างนี้ได้ยังไงกัน
                “ก็ใช่น่ะสิ!!!หัดจำชื่อพวกเราได้แล้ว!!!”
                “แจมุล”  จงฮุนพูดก่อนที่แจมุลจะไปยืนข้างๆ สองคนนี้ดูเหมาะกันดีนะ ผู้ชายก็สูงผู้หญิงก็สูง อิจฉาคนสูงจริงๆTTฉันอยากสูงบ้างอะไรบ้าง ให้ตายเถอะ
                “เหลือนายคนเดียวแสดงว่านายคู่กับฉันสินะ”  มินยองว่า ก่อนที่วอนบินจะพยักหน้าแล้วพูดว่า
                “ก็คงเป็นอย่างนั้นละ รีบซ้อมเหอะ เดี๋ยวพวกเราต้องไปซ้อมดนตรีกันอีก” 
                “ซ้อมเต้นเสร็จนายจะไปซ้อมดนตรีกันต่อหรอ?”  แทซอถาม
                “เห็นพวกเราถือกีต้าร์กับเบสมา ให้พวกเราเอาไปฟาดหัวหมารึไง??”  แจจินย้อนแทซอชี้หน้าเหมือนจะว่าแต่  แจมุลพูดขึ้นซะก่อน
                “งั้นสอนพวกเราเล่นได้ไหม??” 
                “เธอบอกว่าวันนี้ซ้อมเต้นพรุ่งนี้ซ้อมดนตรีไม่ใช่รึไง!  อย่ามาเปลี่ยนพวกเราจะซ้อมของพวกเราวันนี้ ของพวกเธอพรุ่งนี้ค่อยสอน”  จงฮุนพูดตัดบทก่อนที่แจมุลจะนอยไปเล็กน้อย แล้วพวกเราก็เริ่มสอนพวกนั้นเต้น ถึงมันจะยากสักหน่อยที่จับลิงมาทำเรื่องแบบนี้ แต่ให้ทำยังไงได้ ในเมื่อเราต่างมีข้อแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน  พรุ่งนี้ซ้อมดนตรีขอให้ฉันเล่นมันได้ด้วยเถอะ!!สาธุ!!~ 
 
2ชม.ผ่านไป
 
          “บ้าเอ๊ย!!!ทำไมปวดขาแบบนี้วะ!”  ฮงกิพูดพลางนั่งจับขาตัวเอง แล้วคนอื่นๆในวงหมอนั้นก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่บ้างก็นอนหอบอย่างเหนื่อยและล้ากับพื้นห้อง
                “ถ้าเต้นจะยากขนาดนี้ละก็นะ งานนี้งานเดียวงานหน้าไม่เอาแล้ว!!”  แจจินพูดพลางกระดกน้ำเข้าปาก เต้นมันยากขนาดนั้นเลยหรอ แล้วไอดนตรีมันไม่ยากกว่ารึไง- -“
                “วันนี้กลับบ้านไปก็นวดๆด้วยละ พรุ่งนี้พวกนายจะปวดมากกว่านี้อีก”  ยอนจูบอกก่อนจะยื่นน้ำให้กับซึงฮยอนที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึงฮยอนรับไปก่อนจะยกขึ้นดื่ม
                “ฉันว่าเล่นกลองยังดีกว่าเต้นอีก”  มินฮวานพูดพลางลุกขึ้นยืน แต่เหมือนมินฮวานจะเซเล็กน้อยแต่โชคดีที่เยรินเข้าไปประครองไว้ได้ทัน ไม่งั้นล้มไปกองกับพื้นแน่ๆ 
                “วันนี้พอแค่นี้ก็แล้วกันพวกนายจะได้ไปซ้อมดนตรีกันต่อด้วย ได้ข่าวเสาร์หน้าพวกนายต้องแสดงที่หอประชุมมหาวิทยาลัยใช่ไหม??”     แจมุลพูด เอ๋??ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องและทุกคนก็เหมือนจะไม่รู้เรื่องเหมือนกัน ทั้งๆที่ยอนจู กับเยรินเองก็เป็นแฟนคลับตัวยงของF.T แต่เหมือนสองคนนั้นจะไม่รู้เรื่องงานแสดงนี้นะเนี่ย
                “พวกนายแสดงเสาร์นี้หรอ!!!???”  เยรินถามย้ำแล้วมองหน้าฮงกิเพื่อต้องการคำตอบ
                “อือ เสาร์นี้บ่ายสามโมง ทำไม??จะมาดูรึไง??”  ฮงกิถาม
                “ไม่พลาดหรอก”  ยอนจูพูดเบาๆกับตัวเอง ซึงฮยอนที่อยู่ข้างๆยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆแล้วถามว่า
                “ตะกี้เธอพูดว่าอะไรนะ??”  ยอนจูส่ายหน้าก่อนจะลุกหนีมายืนข้างๆแจมุล  ฉันเดินไปเก็บกระเป๋าก่อนที่วอนบินจะเดินมายืนข้างๆแล้วพูดว่า
                “ถ้าว่างก็ไปดูได้นะ แต่บัตรหมดรึยังไม่รู้” 
                “แล้วใครว่าฉันจะไปดูละ”  ฉันพูดเสียงดังก่อนที่เยรินจะรีบพูดแทรกทันที
                “ไปอยู่แล้ว!!พวกเราหกคนจะไปดูพวกนายแน่ๆ^^” 
                “แกจะออกค่าบัตรให้พวกเรางั้นสิ?”  มินยองพูดก่อนที่เยรินจะก้มหน้าไปถามแจจินที่กำลังนอนแผ่หลาอยู่กับพื้นห้อง
                “บัตรราคาเท่าไหร่น่ะ??” 
                “20000วอน” 
                “โห!!!ทำไมแพงแบบนี้ละ!!!!”  เยรินพูดพลางปาผ้าขนหนูลงพื้นก่อนจะลงไปนั่งดิ้นๆ ทุกคนมองการกระทำของเยรินที่เหมือนเด็กโดนขัดใจอะไรสักอย่าง
                “จ่ายให้พวกเราสิ เดี๋ยวพวกเราจะไป!ลงไปรอข้างล่างนะ”  แทซอพูดพลางเดินออกจากห้องซ้อมไปคนแรก เยรินมองตามก่อนจะพูดเสียงเข้มว่า
                “ฉันไปคนเดียวก็ได้ไม่ง้อพวกแกหรอก!!”  ว่าแล้วก็ลุกออกจากห้องไปเป็นคนที่สอง ฉันส่ายหน้าก่อนจะเดินตามออกไปเป็นคนที่สาม ฉันว่าจะกลับบ้านเลยเพราะวันนี้พวกเพื่อนฉันก็ไม่ได้ชวนไปไหนกันต่อ ฉันเดินดุ่มๆลงมาข้างล่างก่อนจะเห็นเยรินกับแทซอยืนรออยู่
                “แกกลับบ้านเลยใช่ไหม??”  แทซอถาม
                “ก็คงงั้น แกจะไปไหนกันต่อรึไง??” 
                “ไม่อ่ะ ว่าจะกลับเลยง่วงนอนจะตายอยู่แล้ว”  เยรินพูดพลางขยี้ตาตัวเองเบาๆ ก่อนที่ทุกคนจะลงมาจากห้องซ้อมกันหมด แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนพวกนั้นก็แยกตัวไปห้องซ้อมดนตรีกัน ฉันรู้สึกว่าเยรินจะปลื้มฮงกิเอามากๆ แม้จะรู้ว่าฮงกิไม่ค่อยชอบกลุ่มเราแต่เยรินเองก็เหมือนจะไม่สนอะไรเลย  รึว่า...เยรินจะ   ฉันหันไปมองหน้าเยรินก่อนที่ เยรินจะหันมาเจอะฉันที่กำลังจ้องมันอยู่
                “มองทำไม??” 
                “เปล่าๆ ไม่มีอะไร”  รึว่า...เยรินจะ ชอบฮงกิเข้าให้แล้วจริงๆ???  จะเป็นไปได้ไหมนะ???
                “ซึนเฮ!!”  ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันหลังกับไปก็เจอกับมินฮวานที่ยืนยิ้มตาหายให้ฉันอยู่พลางยื่นกล่องช็อกโกแลตมาให้ฉัน ฉันรับมาอย่างงงๆก่อนที่มินฮวานจะพูดว่า
                “ช่วยรับไปด้วยนะ จากแฟนคลับอันดับหนึ่งของเธอ” 
                “แฟนคลับแน่หรอ??แอบคิดไรกับเพื่อนฉันรึเปล่าเนี่ย!!”  แจมุลแซวก่อนที่มินฮวานจะตอบอย่างจริงจังว่า
                “ฉันก็แค่แฟนคลับไม่ได้คิดอะไรเกินเลยหรอกครับ  รับรองได้^^”  ฉันสังเกตมาหลายครั้งแล้ว เวลาที่มินฮวานมาคุยกับฉันสายตาเขาไม่ได้มองฉันเลยสักครั้ง….แต่สายตาของเขาจับจ้องไปที่แจมุลเพื่อนที่อยู่กับฉันเกือบตลอดเวลา ฉันหันไปมองหน้าแจมุลก่อนที่จะเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว  มินฮวาน...ฉันรู้ความลับนายแล้วนะ^0^
                “มินฮวาน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”  จงฮุนตะโกนเรียกก่อนที่มินฮวานจะรีบวิ่งไปโดยไม่ลาพวกเราสักคำสงสัยจะกลัวจงฮุนเอามากๆ ฉันยิ้มก่อนจะก้มลงมองช็อกโกแลต
                “อิจฉาจริงพวกมีแฟนคลับ-3-“  มินยองพูดพลางทำปากจู๋
                “ฮา ๆ ๆ พวกแกก็มีแต่พวกเขาไม่แสดงตัวแบบมินฮวานต่างหากละ นี่มากินช็อกโกแลตกันน่าอร่อยมากเลย”  ฉันแบ่งช็อกโกแลตให้เพื่อนๆกินก่อนที่พวกเราจะแยกย้ายกันกลับบ้าน 
          “ทำไมนายต้องเรียกมินฮวานมาก่อนด้วยวะ”  วอนบินพูดเสียงขุ่นๆ ก่อนที่จงฮุนจะโอบไหล่เพื่อนชายแล้วพูดว่า
                “แล้วทำไมแกต้องใช้ไอมินด้วย??ชอบเขาแล้วทำไมไม่ไปบอกเขา มัวแต่ใช้เพื่อนอยู่ได้ ถ้าไอมินมันงาบไปกินละจะขำให้” 
                “ไม่มีทาง!!ฉันไม่แย่งคนที่เพื่อนชอบหรอกน่า”  มินฮวานปฏิเสธก่อนที่แจจินจะพูดขึ้นบ้าง
                “แล้วทำไมนายถึงยอมทำตามที่วอนบินบอกวะ??เป็นฉันจะให้มันเข้าไปหาซึนเฮด้วยตัวเอง”   มินฮวานอมยิ้มก่อนจะพูดว่า
                “เหตุผลที่ยอมทำตามที่วอนบินบอกน่ะหรอ??มีเหตุผลเดียว ถ้าพวกนายสังเกตดีๆเดี๋ยวก็รู้เองละน่า”  ซึงฮยอนกระโดดมากอดคอมินฮวานก่อนจะเอยปากแซว
                “อย่าบอกนะว่านายชอบเพื่อนของซึนเฮน่ะ!!??”
                “มันก็อาจจะเป็นไปได้^^”  คำพูดของมินฮวานทำเอาพวกเพื่อนๆหยุดเดินกะทันหัน พร้อมหันมามองหน้า     มินฮวานเป็นตาเดียวก่อนที่ฮงกิจะวิ่งเข้ามาใกล้ตัวมินฮวาน
                “ใคร???บอกมาเลยนะ!!มีความรักแล้วคิดจะปิดบังเพื่อนหรอ!!”  มินฮวานสะบัดตัวออกจากซึงฮยอนกับฮงกิก่อนจะวิ่งหนีพร้อมตะโกนไล่หลังมาว่า
                “เรื่องไรจะบอก!!!”  ฮงกิกับซึงฮยอนวิ่งตามไปก่อนที่จงฮุนจะพูดขึ้นมาว่า
                “เพื่อนเราสองคนกำลังมีความรักแถมยังอยู่กลุ่มเดียวกันซะด้วย เยี่ยมจริงๆ”  ว่าแล้วก็เดินนำวอนบินกับแจจินไป แจจินหันมาพูดกับวอนบินว่า
                “นายก็รีบรุกด้วยตัวเองได้แล้ว เดี๋ยวจะโดนงาบไปไม่รู้ด้วยนะ”  แจจินตบบ่าเพื่อนชายก่อนจะเดินไป วอนบินถอนหายใจก่อนจะรีบวิ่งตามเพื่อนไป
 
วันรุ่งขึ้น
 
Yeon Ju  Talk
 
หลังจากที่ซ้อมกลองมานานหลายชม.ถึงจะปวดแขนเล็กน้อยแต่ฉันคิดว่ากลองมันก็น่าสนใจเหมือนกันนะ พอได้เล่นแล้วรู้สึกสนุกซะแล้วสิ
                “เธอเล่นได้ดีแล้วนะ เล่นได้เร็วกว่าที่คิดไว้ซะอีก”  มินฮวานพูดก่อนที่ฉันจะควงไม้กลองเล่นแต่สงสัยจะควงมันแรงไปหน่อยเลยหลุดจากมือฉันแล้วลอยละล่องไปกระทบหัวฮงกิที่นั่งอ่านการ์ตูนอยู่ข้างหน้า ฉันรีบลุกจากเก้าอี้ในทันทีก่อนที่ฮงกิจะหันหลังมาจ้องหน้าฉันเขม็ง  เฮือก!!อายุสั้นลงอีกสิบปีแน่เลยเราT^T
                “เธอเห็นหัวฉันเป็นกลองรึไงห๊า!!”  ฮงกิวางหนังสือลงบนโต๊ะก่อนจะเดินมาหาฉัน ฉันหันหน้าไปมองมินฮวานเพื่อขอความช่วยเหลือแต่เหมือนหมอนั้นจะไม่สนใจฉันเอาซะเลยเอาแต่มองอะไรอยู่ได้นะ!!ฉันรีบหันกับไปมองฮงกิที่เดินมาหยุดอยู่ข้างหน้าฉันก่อนที่เขาจะพูดว่า
                “เธอไม่พอใจอะไรฉันรึเปล่า??” 
                “เปล่านะ ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจมันหลุดมือจริงๆTT”  ฉันก้มหัวเป็นการขอโทษก่อนที่ฮงกิจะส่งไม้กลองมาให้ฉัน
                “หัวฉันโนเห็นไหม!!รับผิดชอบเลย” 
                “จะให้รับผิดชอบอะไร ก็ขอโทษไปแล้วไม่หายโกรธรึไง!” 
                “หัวคนนะ มาขอโทษแค่นี้ไม่พอ!!!เธอต้องไปซื้อของกินมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!!!”  ฉันกอดอกมองหน้าฮงกิก่อนที่จะถอนหายใจพร้อมพูดว่า
                “อยากกินก็ซื้อกินเองสิ”
                “นี่เธอ!!ทำฉันเจ็บก็ต้องชดใช้สิ!!” 
                “เฮ้ย!!!!!!!!!!!เลิกโวยวายได้แล้ว หนวกหู!ฉันสอนมินยองไม่รู้เรื่องก็เพราะเสียงพวกเธอสองคนกัดกันนั้นละ ถ้าอยากกัดกันนัก นู้น!ข้างนอก!!”  จงฮุนที่กำลังสอนคีย์บอร์ดให้มินยองชี้ไปที่ประตูก่อนที่ฉันจะโยนไม้กลองส่งให้มินฮวาน แล้วหันไปจ้องหน้าฮงกิที่มองฉันตาไม่กระพริบ  หน้าฉันมันมีอะไรให้มองไม่ทราบ-/////-
                “จะกินไรว่ามา!!แต่ฉันขอบอกไว้ก่อนว่าครั้งนี้ครั้งเดียวนะเว้ย!!”  ฮงกิฉีกยิ้มอย่างมีชัยก่อนจะกอดคอฉันแล้วเดินออกจากห้องซ้อมไปยังโรงอาหาร  ตึก ตัก ตึก ตัก ตึก...  เสียงหัวใจฉันเต้นดังและแรงจัง ฉันเอื้อมมือมาจับที่อกข้างซ้ายแล้วรู้สึกว่ามันเต้นแรงกว่าเดิมซะอีก
                “เป็นไรทอมหน้าหวาน??”  ฮงกิก้มหน้าลงมาถามฉันก่อนที่ฉันจะดันฮงกิออก
                “ปะ เปล่า!ไมได้เป็นอะไร นายจะกินไรรีบๆซื้อเลย ฉันจะได้ไปซ้อม”  ฮงกิมองหรี่ตามองฉันก่อนจะแบมือขอเงินฉันยื่นเงินให้ แล้วเขาก็เดินไปเลือกซื้อของกิน วันนี้วันอาทิตย์แท้ๆ ทำไมคนเยอะจัง แต่แล้วฉันก็ดันไปสบตาเข้าให้กับคนที่เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งเข้าพอดี ฉันหันหลังจะเดินแต่เสียงนั้นเรียกไว้ก่อน ฉันหยุดเดินก่อนจะหันไปเผชิญหน้า
                “ทำไม??เห็นพวกฉันแล้วจะเดินหนีงั้นสิ??เหอะ !แล้วมาทำอะไรไม่ทราบ”  คริสตัลกอดอกคุยกับฉัน ก่อนจะมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า เจอกี่ครั้งก็มองฉันแบบนี้ ที่บ้านคงสอนมาดีสินะ- -“
                “ไม่ได้เดินหนี  ไม่รู้จะหนีไปทำไม มาทำอะไรจำเป็นต้องบอกเธอ??”  
                “นี่!!ถามดีๆนะ ตอบอย่ากวนได้ม่ะ!!”
                “ไปกันเถอะยัยทอม!”  ฮงกิเดินมากอดคอฉันก่อนที่คริสตัลและผองเพื่อนจะมองฉันกับฮงกิสลับกัน ฮงกิมองหน้าคริสตัลก่อนจะถอนหายใจแบบเซ็งๆ แล้วลากฉันให้เดินขึ้นห้องแต่คริสตัลวิ่งมาตัดหน้าไว้ก่อน
                “ฮงกิ!!ทำไมนายต้องแตะตัวยัยยอนจูด้วย!!” 
                “นั้นสิ ฮงนายชอบของแปลกหรอ??” ซอลลิพูดพลางทำหน้าตกใจ  ของแปลกตรงไหนวะ!!!จับต่อยตรงนี้เลยได้ไหม!!
                “หลีกไป...”  น้ำเสียงฮงกิฉันรับรู้ได้ทันทีว่ารำคาญและไม่ชอบ มันต่างกับที่คุยกับฉันมากจริงๆนะ
                “ทำไมต้องไล่  ฉันถามทำไมไม่ตอบ!!”  ฮงกิปล่อยมือจากคอฉันก่อนจะจ้องหน้าคริสตัลอย่างไม่พอใจแล้วพูดว่า
                “ฉันจะแตะต้องใครต้องรายงานเธอทุกอย่างรึไง??เธอเป็นแม่ฉันหรอ!!!” 
                “ไปเหอะ!”  ฉันดึงแขนฮงกิให้ออกเดินตามฉันแต่วิคตอเรียผลักฉันจนเซก่อนจะปัดมือฉันที่จับมือฮงกิอยู่ออก
                “พวกฉันไม่ให้ไป!!” 
                “ถอยไปวิคตอเรีย!!”  ฮงกิพูดเสียงนิ่งๆ ฉันรับรู้ว่าเขาพยายามระงับอารมณ์อยู่  แต่เหมือนพวกนี้จะไม่หลบไปง่ายๆ คริสตัลถามย้ำคำถามเดิมอีกครั้ง
                “ตอบคำถามมาก่อน”
                “เธอเลิกทำตัวแบบนี้สักที  ฉันบอกกี่รอบแล้วว่าไม่ได้ชอบเธอ!!เลิกยุ่งกับฉันแล้วก็ยอนจูซะ!เราเป็นเพื่อนกันจะกอดคอกันมันก็ไม่แปลกหรอก”  ฮงกิจับมือฉันก่อนจะเดินผ่านกลุ่มพวกนั้นไป พอถึงห้องซ้อมฮงกิก็โยนถุงขนมให้ซึงฮยอนที่นั่งสอนโน๊ตให้แจมุลอยู่ก่อนที่ซึงฮยอนจะเอ่ยถามอย่างงงๆ
                “ไปโดนรังแตนที่ไหนมาละนั้น หน้าบูดเชียว”
                “เจอคริสตัลมา หน้าเบื่อวะ”  ฮงกิพูดพลางนั่งลงข้างๆซึงฮยอน ก่อนที่แจจินจะพูดว่า
                “ยัยนั้นยังไม่เลิกตื้อนายอีกหรอ รำคาญแทนวะ เออ..แล้วเธอไม่โดนยัยนั้นทำอะไรหรอ??”  แจจินหันมาถามฉันก่อนที่ฉันจะพูดว่า
                “ฉันก็ศัตรูยัยนั้น นายคิดว่าฉันจะโดนเล่นไหมละ นี่ยิ่งยัยนั้นเจอฉันกับฮงกิอยู่ด้วยกันโดนหนักเป็นสองเท่า!”  ฉันนั่งลงก่อนที่แจมุลจะเดินมาหาฉันพร้อมกับนั่งลงข้างๆฉันแล้วถามว่า
                “แล้วยัยแห้งนั้นทำไรแกรึเปล่า?” 
                “ไม่อ่ะ ขืนทำจะกัดให้หูขาดเลย สวยแต่นิสัยทรามรับไม่ได้วะ”  มินฮวานที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันยื่นไม้กลองมาให้ก่อนจะพูดพร้อมส่งยิ้มมาให้ฉัน
                “ระบายอารมณ์ซะสิ ตีกลองมันช่วยได้เยอะเลยนะ^^”  แล้วทำไมหมอนี่ยิ้มให้ฉันแปบนึงถึงหันไปยิ้มให้แจมุล?ด้วยนะ = =ฉันไม่ได้สนใจอะไรก่อนจะเริ่มตีกลองอย่างบ้าคลั่งจนคนในห้องถึงกับอุดหู
                “อ๊ากกกก ไอยอนจู!!หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!>=<”  ซึนเฮเอามืออุดหูตัวเองแน่นพร้อมตะโกนให้ฉันหยุด เยรินเองก็ทนไม่ได้เดินมากระชากไม้กลองของฉันแล้วยื่นให้แจจินที่เดินตามมาด้วยพร้อมพูดว่า
                “ระบายอารมณ์แบบนี้ไม่ช่วยอะไรหรอก  ฉันว่าอย่าคิดถึงมันจะดีกว่าถ้าแกเกิดระบายอารมณ์ต่อมีหวังหูพวกเราได้หนวกแน่ๆ”  ฉันถอนหายใจพร้อมก้มหัวแล้วพูดว่า
                “ขอโทษละกัน  มันอดไม่ได้นิ”  แต่ตีกลองมันช่วยฉันได้นะ ถ้าเยรินไม่มาห้ามละก็นะ = =;;
                “เราไปซ้อมกันต่อเถอะเยริน เธอกำลังจะเล่นได้แล้วนะ”  แจจินพูดก่อนที่ทั้งคู่จะเดินกลับไปที่ของตัวเอง แต่เหมือนว่าคู่ของมินยองจะตรงกันข้ามกับคู่ของเยริน
                “นี่!!!!!!!ฉันสอนเธอไปกี่รอบแล้วห๊า!!ทำไมไม่หัดจำบ้าง ให้ตาย ปวดหัวจริงๆ”  จงฮุนดุมินยองเสียงดังก่อนที่มินยองจะพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
                “ก็คนมันเล่นไม่ได้นิ”
                “ก็หัดสิ ไม่มีใครเล่นได้ตั้งแต่เกิดหรอกน่า” 
                “มินยองทำได้อยู่แล้วแต่แค่เรียนรู้เรื่องดนตรีช้าไปหน่อย นายก็อย่าว่าเพื่อนฉันนักสิ”   เยรินว่าก่อนที่วอนบินจะพูดขึ้นบ้าง
                “ใจเย็นก่อนไอฮุน  ดุมินยองจนมินยองไม่กล้าสบตาแกแล้วนะนั่น ถ้างั้นแกก็เปลี่ยนไปสอนกีต้าร์แจมุล แล้วลองให้ไอซึงไปลองสอนคีย์บอร์ดมินยอง เผื่อไอซึงสอนแล้วมินยองจะเรียนรู้ได้เร็วบ้าง”
                “ตามนั้น ไอซึงมานี่แลกกันสอน!ฉันไม่ไหวแล้ว”  จงฮุนพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไป ดูเหมือนจงฮุนจะออกไประงับอารมณ์ ฉันมองมินยองอย่างสงสาร สงสัยมินยองจะโดนจงฮุนกดดันมากไปแน่ๆเลย เฮ้อ...วงฉันจะรอดไหมนะ  แต่ถึงยังไงฉันก็มั่นใจว่าพวกเราต้องทำได้!!Sunshine Girl fighting!!!^0^
                “ฉันปวดนิ้วไปหมดแล้วอ่ะวอนบินTT”  ฉันละสงสารซึนเฮจังตัวก็เล็กแต่ต้องมาเล่นกีต้าร์ที่ใหญ่กว่าตัวเองเสียอีก เห็นแล้วฉันก็อดขำไม่ได้ ฮา ๆๆ
                “ไหนเอานิ้วมาดูดิ๊”  วอนบินไม่พูดเปล่าฉวยมือซึนเฮไปดูก่อนที่จะลูบนิ้วมือของซึนเฮเบาๆ ดูจากสีหน้าวอนบินดูเป็นห่วงซึนเฮเอามากๆเลย ระหว่างที่ฉันกับลังมองคู่ของซึนเฮกับวอนบินอยู่นั้น จู่ๆมินฮวานก็มากระซิบข้างหูฉันทำเอาฉันสะดุ้งเล็กน้อย
                “แอบดูคนอื่นมันไม่ดีนะ” 
                “ไม่ได้แอบดู แค่กำลังคิดว่าเพื่อนนายจะห่วงใยอะไรเพื่อนฉันขนาดนั้น นายเป็นแฟนคลับอันดับหนึ่งทำไมไม่สนใจละห๊ะ!” 
                “เป็นแค่แฟนคลับไม่ได้เป็นแฟนเขานิจะห่วงใยอะไรมากมายครับ?” 
                “เออ!!งั้นนายมาสอนฉันต่อดีกว่า”  แต่ก่อนที่ฉันจะได้ซ้อมฮงกิที่นั่งเงียบอยู่นานก็ลุกขึ้นมานั่งลงข้างๆฉันแล้วถามว่า
                “เพื่อนเธออีกคนไม่มาหรอ?”  ไม่ถามตอนกลับบ้านเลยละ - -“
                “อ่อ...แทซอน่ะหรอ??ไปธุระน่ะ แล้วอีกอย่างแทซอก็ร้องนำด้วยไม่ต้องมาซ้อมแบบพวกเราก็ทำได้อยู่แล้ว”  ฮงกิพยักหน้าก่อนจะถอนหายใจแล้วทำหน้าเหมือนคนโดนยาเบื่อยังไงยังงั้นแหละ- -
                “ฮงนายเป็นไร??”  มินฮวานถาม
                “ก็เบื่อน่ะสิ  ฉันไม่รู้จะทำอะไรดี พวกนายก็มีคนให้สอนกันหมด แล้วฉันละ??”  สิ้นเสียงฮงกิเยรินก็พูดขึ้นทันทีว่า
                “นายสนใจมาสอนฉันร้องเพลงไหมละ??ถ้านายสอนนะ ฉันจะแลกตำแหน่งกับแทซอ”  ทุกคนในกลุ่มฉันหันไปมองหน้าเยรินเป็นตาเดียวก่อนที่แจมุลจะถาม
                “แกคิดอะไรของแกอยู่น่ะ เยริน” 
                “ทำไมเกิดอยากร้องเพลงขึ้นมาละ??”  มินยองถาม
                “ทำไมอ่ะ??ก็ถ้าฮงกิยอมสอน ฉันก็จะเปลี่ยนตำแหน่ง”
                “เธอก็เล่นเบสได้แล้วทำไมต้องอยากจะให้ฉันสอนร้องด้วย??”  ฮงกิย้อนถามก่อนที่เยรินจะเดินมายืนอยู่ข้างๆฮงกิแล้วยิ้มให้
                “ก็เพราะว่าเป็นนายสอนไง” 
                “แล้วเป็นฉันสอนมันไม่ดีรึไง??”  แจจินท้วงก่อนจะวางเบสลงบนเก้าอี้ เยรินหันไปมองหน้าแจจินก่อนจะพูดว่า
                “ไม่ใช่ไม่ดี แต่...”  เยรินเงียบไปแปบนึงก่อนจะพูดว่า  “...ฉันก็แค่อยากลองร้องเพลงก็เท่านั้น”  ก่อนหน้านี้ เยรินจะพูดอะไรนะ??
                “มันต้องใช่อย่างที่ฉันคิดแน่ๆเลย...”  ฉันเหลือบเห็นซึนเฮบ่นอุบอิบอะไรสักอย่างพลางลูบคางตัวเองเหมือนใช้ความคิด ก่อนที่วอนบินจะก้มหน้าถามซึนเฮที่ยืนอยู่ข้างๆ
                “เธอว่าอะไรนะ??”  ซึนเฮสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะส่ายหน้าแล้วหันหน้าหนีวอนบิน
                “เธอกลับไปซ้อมกับแจจินเถอะ ฉันว่าจะไปหาฮุนมันหน่อยไม่รู้ไปไหนแล้วเนี่ย”  ว่าแล้วฮงกิก็เดินออกจากห้องไป เยรินหันมามองหน้าฉันนิ่งๆก่อนจะเดินไปหาแจจินที่รออยู่
                “เรามาเริ่มกันนะ” 
                “อื้อ” ปากของฉันตอบรับมินฮวาน แต่ใจฉันไม่ได้จดจ่ออยู่กับการสอนของมินฮวานเลยแม้แต่นิดเดียว ทำไมเยรินถึงมองฉันแปลกๆนะ หรือว่าฉันคิดไปเอง???ไม่นะ ...เยรินไม่เคยใช้สายตาแบบนี้กับฉันเลย 
                “โถ่เว้ย!!!!!ตึง!!!!!!!!!!!”  ฉันอุทานออกมาพร้อมกับตีกลองเสียงดังลั่นทำเอาคนอื่นๆถึงกับสะดุ้งไปตามๆกัน ก่อนที่ซึงฮยอนจะหันมามอง
                “เธอเป็นอะไรรึเปล่าน่ะ??” 
                “เปล่า-o-แล้วนายสอนเพื่อนฉันถึงไหนแล้ว?   มินยองเล่นได้รึยัง?” 
                “ได้แล้ว^^” 
                “น่าแปลกซึงฮยอนสอนแกไม่ถึงชม.แกดันทำได้แล้ว แต่จงฮุนสอนแกเกือบครึ่งวันแต่แกไม่ได้เลยเนี่ยนะ??”  มินยองกับซึงฮยอนมองหน้ากันก่อนที่ทั้งคู่จะหันหน้าไปทางอื่น  อะไรกันคู่นี้ จากที่สังเกตมาสองคนนี้ไม่ค่อยคุยกันเลย แต่มินยองก็ไม่ใช่คนชอบพูดซะด้วยคงไม่มีอะไรหรอกเนอะ 
                “วันนี้พอกันแค่นี้ก่อนไหม?”  แจจินพูด
                “ก็ดีนะ ฉันเจ็บนิ้วหมดแล้วTT”  ซึนเฮพูดพลางลูบนิ้วตัวเองไปมา
                “พวกแกจะกลับกันก่อนก็ได้นะ ฉันยังอยากอยู่ซ้อมต่อน่ะ อ่อ...มินฮวานจะกลับก่อนก็ได้นะ ฉันจะอยู่ซ้อมต่ออีกแปบน่ะ” 
                “แกจะอยู่ต่ออีกหรอ?”  แจมุลถาม
                “อือ แกจะกลับก่อนก็ได้นะ”
                “ไม่เอากลับพร้อมแกนั้นละ” 
                “งั้นพวกเรากลับก่อนนะ บายแจมุล บายยอนจู^^”  มินยองพูดก่อนที่เยรินกับซึนเฮจะโบกมือบ๊ายบายเราสองคนแล้วเดินออกจากห้องไป
                “พวกแกกลับก่อนเลยเดี๋ยวฉันจะอยู่สอนยอนจูอีกแปบ”  มินฮวานพูด
                “เอางั้นหรอ โอเคๆ งั้นพวกเรากลับก่อนนะบาย เจอกันพรุ่งนี้”  วอนบินพูดก่อนจะกอดคอแจจินกับซึงฮยอนออกจากห้องไป แล้วฮงกิก็เดินสวนเข้ามา
                “อ่าว ไอฮุนอ่ะ?”  มินฮวานถาม
                “มันกลับไปตั้งนานละ ว่าแต่แกยังไม่กลับ??”
                “อยู่ติวให้ยอนจูก่อน”
                “งั้นฉันอยู่เป็นเพื่อนแกละกัน ขี้เกียจกลับบ้านวะ เบื่อๆ”  ฮงกินนอนราบกับพื้นห้อง ก่อนที่แจมุลจะลงไปนั่งข้างๆแล้วเหมือนทั้งคู่จะคุยกันสนิทสนมมากขึ้น ทำไมฉันรู้สึกอิจฉานิดๆนะ ฉันส่ายหัวไปมาก่อนจะเริ่มซ้อมต่อแล้วเวลาก็เดินผ่านไปเร็วเหมือนโกหก แล้วตอนนี้พวกเราสี่คนก็กำลังเดินไปที่ป้ายรถเมล์กัน
                “บ้านพวกเธออยู่แถวไหนเนี่ย?”  ฮงกิถาม
                “อยู่แถวกังนัม”  ฉันตอบก่อนที่ฮงกิกับมินฮวานจะโอโหขึ้นมาพร้อมกัน
                “บ้านเธอไกลมากแล้วกลับดึกอีก จะถึงบ้านกี่โมงเนี่ย!!?”  ฮงกิถามก่อนจะพูดต่อว่า “ฉันไปส่งไหม??ฉันเอารถมา”  ฉันส่ายหน้าไปมา  หมอนี่ก็มีน้ำใจเหมือนกันนะเนี่ย >[]<
                “ไม่ดีกว่า ขืนนายไปส่งพวกฉันไปกลับนี่นายถึงบ้านเที่ยงคืนแน่ๆ”  แจมุลว่าก่อนที่รถของพวกเราจะมาฉันโบกมือลาสองคนนั้นก่อนที่จะจับมือแจมุลขึ้นรถเมล์ไป
                “ฮงกิน่ารักมากเลยแก คุยกันแล้วฉันรู้สึกว่าฮงกิก็ไมได้เลวร้ายอะไรเลย ฮงกิเย็นชาใส่เฉพาะคนที่ไม่ชอบน่ะ” 
                “หรอ..”

                “อื้อ!!แต่ง่วงมากเลยของีบหน่อยนะ”  ว่าแล้วแจมุลก็หลับตาลง ฉันเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง พร้อมถอนหายใจฉันไม่เข้าใจตัวเอง ณ ตอนนี้เลย ฉันกำลังรู้สึกยังไงอยู่นะ??แล้วเยรินก็อีกคน ทำไมถึงทำหน้าไม่พอใจฉันตอนที่ฉันไปกับฮงกิขนาดนั้นด้วยนะ  ปวดหัว  นอนบ้างดีกว่า  เฮ้ออออออออออออ
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 268 ท่าน