Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
The FiR(v)E angle - Mom , I met my Soulmate !!
Saint ~Zany~
Episode one
1
28/11/2554 17:27:20
363
เนื้อเรื่อง
       Boys call you sexy (What's up, sexy)
And you don't care what they say
See, everytime you turn around
They scream your name

Now I've got a confession
When I was young I wanted attention
And I promised myself that I'd do anything
Anything at all for them to notice me

But I ain't complaining
We all wanna be famous
So go ahead and say what you wanna say
You know what it's like to be nameless
Want them to know what your name is
'Cause see when I was younger I would say

When I grow up
I wanna be famous
I wanna be a star
I wanna be in movies
When I grow up
I wanna see the world
Drive nice cars
I wanna have groupies
When I grow up
Be on TV
People know me
Be on magazines
When I grow up
Fresh and clean
Number one chick when I step out on the scene !!
[Pussycat  Dolls - When I Grow Up]
 
 
              เมื่อเสียงเพลงสิ้นสุดลงเหล่านักท่องราตรีก็เริ่มโฮร้อง มันมักเป็นแบบนี้ประจำหลังจากที่การแสดงของวงฉันสิ้นสุดลง  จนฉันรู้สึกชิน เพราะถึงพวกเค้าจะตะโกนดังแค่ไหนพวกเราก็ไม่สามารถกระโดดขึ้นมาเต้นต่อหรือว่าขอต่อเวลาการแสดงกับทางร้านเพิ่มได้อยู่ดี  ใช่ เต้น สิ่งที่พวกเราได้แสดงไปไม่ใช่วงดนตรีแต่เราเป็นกลุ่มนักเต้นต่างหาก The FiR(v)e angle กลุ่มนักท่องราตรีรู้จักพวกเราในชื่อนี้ ฉันคิดว่ามันเป็นชื่อที่เหมาะกับเราทั้งห้าคนดีนะ พวกคุณคงคิดว่ามันเหมาะกับพวกเรายังไงหน่ะเหรอ  งั้นฉันจะสาธยายให้ฟังละกัน อะห้ะ...งั้นเริ่มจากคนแรกยัยหมอนอิง   คนที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ตรงประตูนั้นแหละ ชื่อยัยนี้ดูน่ารักใช่มั้ยหล่ะ แต่นิสัยไม่ได้น่ารักตามชื่อหรอกนะ  นอกจากจะเป็นคนเอาแต่ใจที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้รู้จักมาแล้ว(อันที่จริงก็รู้จักเพื่อนอยู่แค่สี่คนนั้นแหละ) ยังเป็นคนที่น่ารำคาญที่สุดด้วย ทั้งจู้จี้ขี้บ่น รักความสะอาดก็ปานนั้น แล้วก็ไม่เคยมีใครเถียงยัยนี้ได้ซักคน ไม่ใช่เพราะเป็นคนที่เพื่อนในกลุ่มกลัวหรอกนะแต่เหนื่อยที่จะเถียงต่างหาก อ่อ...อีกอย่างไม่เคยมีสิ่งไหนที่ยัยนี้อยากได้แล้วไม่เคยได้ เอาเป็นว่าที่เล่ามาทั้งหมดยัยนี้เป็นคุณหนูที่ “แรง” ไม่มีใครเกินอย่างแน่นอน  ส่วนคนถัดมาที่นั่งอ่านนิตยสาร Scawaiiอยู่ก็  ไอหยา  ลูกครึ่งญี่ปุ่นพูดไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก  แต่มีสิ่งเดียวที่ยัยนี้รู้เรื่องก็คือแฟชั่น ไม่ว่าจะกระแสไหนยุคไหนไอหยาไม่เคยอยู่ในกลุ่มคนที่ล้าหลัง หรือบางที่ก็จะแต่งตัวนำแฟชั่นด้วยซ้ำ  แม้แต่จักรยานคู่ใจของไอหยายังตกแต่งให้เป็นแฟชั่น ยังไงหน่ะหรอก็จักรยานสีช๊อคกิ้งพิงค์  เป็นรูปคิตตี้ลายเสือ  แล้วสิ่งที่ดูเด่นกว่าจักรยานก็คือสีผมที่เป็นสีเดียวกับจักรยานของไอหยานั้นแหละ (เด่นไปไหนเนี่ย?) แต่เห็นสีชมพูทั้งตัวแบบนี้คิดว่าเป็นสาวหวานใช่มั้ยหล่ะ เหอะ..ขอบอกตรงๆว่ายัยนี้ห่างไกลจากคำว่าหวานอย่างสิ้นเชิง   เพราะเมื่อไหร่ที่เธอถูกรังแก แน่นอนว่ายัยนี้ไม่ยอมอยู่เฉยๆให้ใครมาเอาเปรียบได้ง่ายๆหรอก แบบว่าลุยเป็นลุย ปะฉะดะได้ยิ่งดี แต่คนที่นิสัยไม่ต่างจากไอหยาเลยก็คงเห็นจะเป็นยัยเปาโล  นิสัยของยัยนี้ก็ไม่ต่างจากไอหยาเท่าไหร่ แต่เห็นที่จะร้ายกว่าไอหยาหลายเท่า เป็นทั้งจอมวางแผน กะล่อนก็ที่หนึ่ง  แต่ถ้าพูดเรื่องใช่กำลังยัยนี้ยิ่งถนัด เป็นถึงแชมป์เทควันโดสายดำ แถมยังเก่งมวยไทยอีก ขนาดพวกผู้ชายยยังกลัว (คิดดูว่าโหดขนาดไหน)แต่ก็นะ....มีอยู่ไม่กี่อย่างหรอกที่ยัยนี้กลัว  (ห้ะ มันยังมีความกลัวด้วยเหรอ) ก็แมลงไงหล่ะ มันกลัวแมลงยิ่งกว่าพ่อมันอีก  และสิ่งที่ยัยเปาโลยอมให้ใครไม่ได้คือเรื่องความยุติธรรม  ก็ยัยนี้รักความยุติธรรมสูงมาก เลยไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบ (แต่ตัวมันเองยังเอาเปรียบคนอื่นเลย) ถ้าใครมาทำให้ยัยนี้เจ็บแม้แต่ปลายก้อย ยัยนี้ไม่มีทางปล่อยให้คนคนนั้นอยู่อย่างสงบสุขอย่างแน่นอน  แต่ถ้าจะพูดถึงความแรงในทุกๆอย่างก็หนีไม่พ้นยัยพริกแกง  ฉันรู้จักยัยนี้มาตั้งแต่อยู่ ม.ต้น จนตอนนี้เราก็อยู่ปี 2 กันแล้ว ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่ายัยนี้แรง ทั้งแรงโดยนิสัย ที่เป็นคนตรงไปตรงมาของคำพูดนั้นแหละ  ถ้ายัยนี้คิดด่าใครแล้ว  แน่นอนว่ามันไม่ใช่คำด่าแบบสั่วๆธรรมดา คนที่โดนด่าต้องเก็บไปคิดสามวันแปดวันเลยแหละ (ปากชีคนยิ่งกว่ากรรไกรอีก)  แล้วก็เปรี้ยวจากการแต่งตัว ไม่เคยเห็นยัยนี้ใส่กางเกงนอกจากางเกงพละตอนอยู่ ม.ต้น แต่เห็นทั้งแรงทั้งเปรี้ยวแบบนี้ ยัยพริกแกงก็เป็นคนที่รักนวลสงวนตัวมาก ไม่เคยมีแฟนคนไหนของนี้ได้ทำนอกจากจับมือเลยจริงๆ(แฟนแต่ละคนไม่เคยมีใครแก่กว่าเลย หรือเอาง่ายๆก็ รักเด็ก)  แล้วสุดท้าย....สิ่งเดียวที่เธอยอมไม่ได้ก็คือ การใช้ของร่วมกับคนอื่น  ถ้าใครมายุ่งกับของของธอแน่นอนว่าเธอจะไม่เก็บของเก่ามาใช้อีก  ส่วนคนสุดท้ายก็ฉันนี่แหละ  นิกกี้  นี่คือชื่อของฉัน  แต่ถ้าจะถามฉันเป็นคนยังไงหน่ะหรอ คนส่วนมากชอบบอกว่าฉันไม่ค่อยพูด แต่ถ้าพูดเมื่อไหร่คนฟังก็ต้องเจ็บไปอีกหลายคนเลยแหละ  ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะอะไร (เพราะความตรงเกินพิกัด บวกกับความปากร้ายไม่มีใครเกินของเธอนั้นแหละ)  ถ้าจะให้พูดถึงตัวเองมากกว่านี้ฉันก็ไม่รู้จะอธิบายยยังไงเหมือนกัน เอาเป็นว่าค่อยดูๆกันไปละกัน เพราะฉันขี้เกียจคิดแล้ว  ..โอเค๊?
               
 
 
                “นี่  ทุกคนฉันต้องกลับก่อนนะ  พอดีพ่อโทรตาม ...นิกฉันเสียใจด้วยจริงๆที่อยู่ด้วยไม่ได้ อ่ะ..นี่ของขวัญไปก่อนนะ ..บายทุกคน  ปึง” เสียงของหมอนอิงดังขึ้นหลังจากที่เธอวางสายไปจากการคุยโทรศัพท์ ประโยคหลังก็หันมาขอโทษขอโพยฉัน แล้วก็ทิ้งของขวัญไว้ให้ (เสียงสุดท้ายก็ประตูปิด)
 
         “เฮ้นิก ยูเป็นอะไร  ไอเห็นยูนั่งทำหน้า  เอิ่ม....อ่า....แบบที่นิกทำหน้าแบบเมื่อกี้คนไทยเรียกอะไรนะ?”ยัยหยาถามฉันหลังจากที่เราสี่คนมานั่งดื่มกันต่อที่ห้องของฉันหลังจากเต้นเสร็จ  (ที่จริงมีหมอนอิงด้วย แต่เธอกลับไปเมื่อกี้) ส่วนประโยคสุดท้ายก็หันไปถามเปา ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนคุณเธอจะหลับคากระป๋องเบียร์ไปแล้ว จริงๆเลยยัยนี่คออ่อนแล้วยังจะดื่มอีก     
 
           “สงสัยนั่งนึกถึงแฟนเก่าม้าง”เป็นเสียงของพริกแกงที่ตอบคำถามของไอหยา
               
            “ห้ะ แฟนเก่าเหรอ? เอ๊ะ ใครหรอ  ทำไมยูคิดถึงแฟนเก่า แต่ทำไมไม่คิดถึงพี่มาร์ชหล่ะ?”แสดงว่ายัยหยาคงยังไม่รู้เรื่องซินะ คิดถึงพี่มาร์ชแล้วน้ำตามันก็เอ่ออกมาแบบนี้ทุกทีซิน่า
               
            “ก็อีตาพี่มาร์ชนั้นแหละย่ะ แฟนเก่ายัยนิก เลิกแบบสดๆร้อนๆผ่านเสียงโทรศัพท์ทางไกลจากอเมริกาเชียวนะ  เหอะ  ฉันบอกแกแล้วรักแท้ยังไงก็แพ้ระยะทางย่ะ ” เป็นพริกแกงอีกเช่นเคยที่คลายความสงสัยให้กับยัยหยา แล้วก็ประโยคสุดท้ายนั้นก็หันมาพูด แต่ดูเหมือนจะด่ามากกว่านะ ก็พริกแกงนั้นแหละเป็นคนบอกฉันเองว่าที่มาร์ชหน่ะแบบซุกกิ๊กไว้ที่อเมริกา ฉันสงสัยเลยโทรไปถามพี่มาร์ช สุดท้ายคำตอบที่ได้กลับมาก็คือขอเลิกกับฉัน !!
               
                “เอ๋...นิก น้ำตายูไหลแหนะ ”[ไอหยา]  ใช่  ฉันกำลังร้องไห้ ทำไมนะ ทำไม ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย
               
                “ฮื่อๆๆ ทำไม ทำไมนะตลอด 3 ปีที่ผ่านมาที่ฉันคบกับพี่เค้ามันไม่มีความหมายเลยรึไง แกคิดดูดิ ฮื่อๆๆ ไปเมกาแค่ปีเดียวไปเอาฝรั่งที่ไหนก็ไม่รู้มาแทนที่ฉัน ฮื่อๆ แล้วทำไม  ทำไมต้องบอกเลิกกันผ่านโทรศัพท์ด้วย แน่จริงพี่ก็ไม่เฟสทามมาบอกนิกดิ ฮื่อๆๆ แล้วเงินที่โทรไปทำไมต้องเป็นฉันที่จ่ายด้วย แล้วเดือนนี้ฉันจะเอาไรกินห้ะ  ฮื่อๆ  คบกับไอ่พี่มาร์ชมีแต่เสียกับเสีย มันไม่เคยให้อะไรซักอย่างนอกจากคำว่ารัก  แล้วก็ยังแอบมีกิ๊กทั้งๆที่ฉันรู้แล้วก็ยังไม่เลิกอีก ฮื่อออ แต่ทำไมฉันทนคบมาได้ตั้ง 3 ปีว่ะ ทำไม ฮื่อๆๆ ฉันมันผิดตรงไหน  ที่ต้องมาถูกแฟนทิ้งในคืนวันเกิดว่ะเนี่ย     อ้ากกกก ทามมมายยยยยย ~~~~ TT ฮื่อออออออออ!”หมดกันคืนวันเกิดอันแสนสุขของช้านนนนนนนนนนนนนน
               
                  “โอ้ววว....เป็นครั้งแรกที่ยูพูดยาวขนาดนี้ โอมายกอด”[ไอหยา]
 
                  “เวลาเมามันก็เป็นแบบนี้ทุกทีแหละหยา ...นี่ นิกฉันว่าแกอย่าเครียดเลยน่า ผู้ชายถ้าไม่ตายก็หาใหม่ได้ย่ะ ฉันว่าตอนนี้เรามาดื่มเพื่อฉลองกับความโสดให้แกดีกว่า เอ้า ดื่มมมมมม”ห้ะ เมา ใครเมา  ฉันนี่เนี่ยนะเมา ไม่ใช่แล้ว แต่เอ๊ะทำไมห้องฉันดูมืดๆ ทั้งที่เปิดไฟเต็มห้อง
               
                   “ดื่มมมมมมมม คอยดูนะฉันต้องหาแฟนใหม่ให้ได้ก่อนอีพี่มาร์ชจะกลับมา  แล้วฉันจะควงไปเย้ยถึงบ้านเลยคอยดู!! ครอก zZZ"







Saint  Zany ‘ s talk
อ่านจบแล้วถ้าถูกใจก็ช่วยโหวตด้วยเน้อออ  แต่ถ้าไม่ถูกใจตรงไหนก็ช่วยแนะนำได้นะเออ ^^เป็นกำลังใจให้มือใหม่หัดแต่งด้วยนะคะ
 
ปล. รักคนอ่านทุกคนนนนนน
ปล2. หนาวแล้วดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ จุ๊บๆ


ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 187 ท่าน