Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
สาด !!!
42
26/11/2554 03:11:21
436
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 42....สาด!!!!....
 
[……วันนี้จะเป็นวันสุดท้าย ที่ฉันจะได้มาเหยียบที่บ้านสีขาวสะอาดหลังนี้  ที่ฉันมาที่นี่เพราะฉันอยากรู้ว่าพี่ปอต้องการจะคุยอะไรกับฉัน  หวังให้ฉันออกแบบเรื่องร้านชั้นสอง  หรืออยากจะคบกับฉันต่อ  หรือแม้แต่ว่าหวังแค่เรือนร่างฉันอย่างที่ฉันรู้สึกมาตลอด  หากเป็นอย่างสุดท้าย  ฉันจะไปให้ไกล  จะไม่ย้อนกลับมาอีกเลย…..]
 
            หญิงสาวยืนรอหนุ่มใหญ่อยู่หน้าบ้าน  ประตูเหล็กค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ  บุคคลที่ปรากฏกายคือ  หญิงชรา ผมสีขาวประกายทั้งหัวสวมแว่นสายตา  เธอค่อยๆเดินออกจากบ้านด้วยท่าทางที่กระฉับกระเฉง  หล่อนชายตามองมาทางการิน  หญิงสาวยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม
 
“มาหาใคร” หล่อนถามการินด้วยเสียงที่เรียบเฉยพร้อมใบหน้าสงสัย
“เอ่อ...หนูมาหาพี่ปออ่ะค่ะ”  หญิงสาวค่อยๆตอบอย่างหวั่นๆ หญิงชราผู้เป็นแม่ของปอหันมองปอซึ่งเดินออกมาหน้าบ้านในจังหวะนั้น
“หกโมงออกจากบ้านนะปอ”  หญิงชราบอกก่อนจะเดินออกจากบ้านหนุ่มใหญ่และเดินข้ามถนนไปบ้านหลังใหญ่อีกฝั่งถนนด้วยสภาพร่างกายที่ดูแข็งแรงโดยไม่ได้ใส่ใจการินแม้แต่น้อย ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่เห็นผู้หญิงมาหาลูกชายที่บ้าน  หญิงสาวมองตามไปจนแม่ของปอกลับเข้าบ้านใหญ่ไป
“เข้ามาข้างในสิ”  ปอบอกแก่หญิงสาวก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้านของปอ พลางกดรีโมทปิดประตูเหล็กจนสนิทมิดพื้น
 
            เมื่อเข้ามาในบ้านสีขาวที่การินคุ้นเคย  ปอเดินนำขึ้นไปชั้นสองโดยไม่พูดไม่จาใดๆ  หนุ่มใหญ่เปิดประตูเข้าไปภายในห้องเงียบๆ  ก่อนจะนั้งลงบนเตียงและหยิบมือถือ BB ซึ่งวางอยู่ที่โต๊ะข้างเตียงมานั่งกดเงียบๆ  การินเดินเข้ามาในห้องที่เงียบเชียบมองแผ่นหลังของหนุ่มใหญ่ที่นั่งอยู่อีกฝั่งเตียง  ก่อนจะหันไปเห็นสมุดภาพที่เธอเคยให้ปอไว้เมื่อนานมาแล้ว  สมุดภาพของการคบกัน 1 เดือนที่เธอตั้งใจวาดให้  มันยังคงอยู่  หนุ่มใหญ่ตั้งไว้บนโต๊ะข้างเตียงราวกับเพิ่งเปิดมันอ่านเมื่อไม่นาน
 
“จะคุยอะไรกับการินล่ะคะ”  การินเปิดประเด็นทั้งที่ยืนกอดอกอยู่ปลายเตียงด้วยใจหวั่น  ปอหันไปมองหญิงสาวที่ยืนจังก้าอยู่ด้วยสีหน้าอารมณ์ดีราวกับไม่ได้ทะเลาะกันมาก่อน
“นั่งก่อนสิ”  ปอตบเตียงข้างๆตัวของเขาบอกเป็นนัยให้การินนั่งลงข้างๆ  แต่หญิงสาวเดินไปนั่งปลายเตียงฝั่งตรงข้ามกับปอนิ่งๆด้วยสีหน้าขุ่นเคือง
“วันนี้พี่โทรหาเราตั้งหลายครั้งทำไมไม่รับสาย”  ปอถามขึ้นพลางวาง BB ลงกับโต๊ะ
“ก็ถ้าจะคุยเรื่องงานออกแบบ  การินบอกไปแล้วว่าการินไม่ทำ  ให้โนทำไปแล้ว”  หญิงสาวตอบเสียงแข็ง
“พี่ไม่ได้จะคุยเรื่องนั้น  ขยับมานั่งใกล้ๆพี่สิ”  ปอเข้ามาจับแขนการินเชิงลากให้เข้าไปใกล้เขา  แต่การินสะบัดแขนออกอย่างแรง
“พี่พูดเรื่องที่พี่อยากจะคุยมาดีกว่า  การินอยากรู้ว่าพี่มีอะไรจะคุย”
“แล้วการินเป็นอะไรอ่ะ  ถามหน่อย  พี่ไม่เข้าใจว่าการินโกรธอะไรพี่”  ปอตะคอกใส่ทันทีด้วยความโมโห
“พี่ไม่เข้าใจ  หรือแกล้งไม่เข้าใจอ่ะ  สิ่งที่พี่ทำกับการินมันก็น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดว่าทำไมการินไม่คุยกับพี่”
“แล้ว...คือ พี่ทำอะไร”  ปอปั้นเสียงไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างแนบเนียน
“พี่คุยกับยูยังไม่พอ  ยังจะมาจีบนิชาอีกอ่ะ  คือ พี่ต้องการอะไร  พี่อยากเอาคืนที่การินไปคบพี่ภูใช่ปะ”
“การิน! การที่พี่คุยกับใครสักกี่คนอ่ะ  ไม่ใช่ว่าพี่จะต้องคบกับเขาทุกคนหรอกนะ  ทำไมการินต้องมาห้ามไม่ให้พี่คุย พี่คุยยังไงพี่รู้ตัวพี่ดี การินอย่ามาคิดเองเออเองสิพี่ไม่ชอบเลย”
“ถ้าพี่คุยเฉยๆการินจะไม่รู้สึกอะไรหรอกค่ะ  แต่นี่พี่ไปมีอะไรกับยู  การินรับไม่ได้  ยูเป็นเพื่อนการินนะ  พี่ไม่เกรงใจการินบ้างล่ะ  พี่จะมีผู้หญิงอีกกี่ร้อยกี่พันคนการินก็ไม่ว่าหรอกนะ  แต่ขออย่าเป็นเพื่อนการินได้มั้ยอ่ะ”
“พี่ไปมีอะไรกับยูเมื่อไหร่  พี่ไม่เคยมี”
“การินรู้ว่าพี่ไม่ยอมรับหรอก  เรื่องยูยังไม่ทันหาย  เรื่องนิชาก็เข้ามาอีก  ท่าทางพี่จะชอบเพื่อนการินซะทุกคน  ไม่จีบภัทอีกคนเลยล่ะคะ  พี่คิดว่าการินจะยังยิ้มได้พูดคุยเป็นปกติกับเพื่อนที่นอนกับผู้ชายคนเดียวกับตัวเองงั้นเหรอคะ”
“ก็นั่นเป็นสิ่งที่การินคิดเองไง  พี่ก็ไม่ได้จะจีบนิชาด้วย”
“พี่ก็ไม่เคยยอมรับอะไรอยู่แล้ว  ท่าทางเราคงไปกันไม่รอดหรอกพี่ปอ  จบแค่นี้ก็ได้นะ  การินรับอะไรไม่ไหวแล้ว”
 
            หญิงสาวนั่งเก็บกักน้ำตาไว้สุดใจไม่ให้ไหลออกมา  หนุ่มใหญ่ถอนหายใจเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเข้าสวมกอดหญิงสาวจากด้านหลัง
 
“เลิกคิดเรื่องพวกนี้เถอะ  พี่ไม่ได้จีบใครทั้งนั้น  ส่วนการินอยากจะมีสักกี่คนก็มีไปเลยพี่ไม่ยุ่งก็ได้”
“ปล่อย!”  การินจับมือปอที่กอดรัดเธอไว้แน่น  แต่หนุ่มใหญ่ไม่สะทกสะท้านต่อแรงต้านทานของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย
“พี่มันแก่แล้วนี่นะ  จะไปสู้เด็กหนุ่มๆของการินได้ไง  อย่างภูคงจะเด็ดมากถึงตัดไม่ขาดกันสักที”  หนุ่มใหญ่ประชดประชันหญิงสาวเต็มที่  พร้อมกับไซ้ซอกคอหญิงสาวด้วยความโมโห  การินสะบัดหน้าหนีและผลักปอออกสุดแรง จนปอผงะหงายไปเล็กน้อย
“พี่ดูถูกการินมากไปแล้วนะ  การินไม่มีใคร  การินคุยกับพี่คนเดียว  ส่วนพี่ภูก็เลิกไปนานแล้ว  เป็นเพียงพี่น้องที่ดีต่อกัน  ทำไมพี่ไม่ไปถามพี่ภูล่ะ  และที่สำคัญการินไม่เคยมีอะไรกับพี่ภูด้วย”หญิงสาวตะคอกใส่หนุ่มใหญ่พร้อมน้ำตาที่รินไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ
“พี่ไม่ถามใครหรอกการิน  พี่เชื่อที่พี่เห็น  น้องๆพี่รักพี่ทุกคน  น้องพี่บอกอะไรพี่ก็เชื่อทั้งนั้นล่ะ  การินทำอะไรก็อยู่ในสายตาน้องๆพี่หมด  อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้สิ  ที่เห็นว่าพี่ไม่สนใจน่ะ จริงๆพี่รู้เสมอว่าเธอทำอะไรบ้างแค่พี่ไม่อยากจะพูดอะไรมาก”
“พี่เชื่อน้องพี่  แต่พี่ไม่เชื่อการิน  ทั้งที่สิ่งที่การินพูดมันเป็นเรื่องจริง ช่างเถอะ!!พี่ปอ  การินเหนื่อยแล้วกับเรื่องพวกนี้  ทุกเรื่องราวที่พบเจอมาทั้งหมด”
“การินก็ปรับตัวดิ  พี่ไม่เคยเห็นว่าการินจะทำตัวดีๆเลยที่ผ่านมา  การินทำได้พี่รู้” ปอจับไหล่หญิงสาวไว้มั่น
“การินรู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร  แต่การินก็ไม่ทำ  การินไม่เคยทำให้พี่รู้สึกว่าการินรักพี่เลย”
“แล้วพี่เคยทำให้การินรู้สึกว่า...รัก!การินบ้างรึป่าว” 
 
            การินน้ำตาไหลออกมาเป็นทาง  ปอสบตาหญิงสาวอย่างลึกซึ้งแทนคำพูดมากมายที่อยู่ข้างใน  หญิงสาวนิ่งไปราวถูกสะกดไว้  หนุ่มใหญ่ค่อยๆโน้มใบหน้าเข้าใกล้หญิงสาวจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าว  ริมฝีปากหนาปะทะริมฝีปากอันอ่อนบางของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา  หนุ่มใหญ่ค่อยๆลูบไล้เส้นผมที่ยาวสลวยของหญิงสาวอย่างเบามือ  เขาค่อยๆบรรเลงบทรักที่คุ้นเคยแก่หญิงสาวที่เริ่มเคลิบเคลิ้มไป  แต่ทว่า....!!!
 
“พอเถอะพี่ปอ!!!ต่อจากนี้ไป  การินจะไม่มีอะไรกับพี่อีก  การินรับไม่ได้หรอกที่จะต้องนอนกับผู้ชายคนเดียวกับเพื่อน”  หญิงสาวผลักปอให้ออกห่าง
“นี่การินพูดไม่รู้เรื่องใช่มั้ย  เป็นอะไรนักหนาหะ  อยากเลิกกับพี่มากใช่ปะ เอาเลย เลิกก็เลิกไปเลย  ถ้าพี่เลิกแล้วอย่ามาหาว่าพี่จีบเพื่อนของเธอ  เพราะถ้าพี่เลิกกับการิน  พี่ก็จะจีบยู จีบนิชาได้ คอยดูสิ” ปอปัดหมอนสีน้ำเงินตกลงสู่พื้นอย่างแรงด้วยความโมโห
“หึ!!นิชาไม่คุยกับพี่หรอก  มีแต่ผู้หญิงโง่ๆเท่านั้นล่ะที่รักพี่  อย่างการินก็โคตรจะโง่เลย” 
“ทำไมเราคุยกันไม่เคยจะรู้เรื่องเลยหะ  พี่ว่าพี่ก็ดีกับเราแล้วนะ  การินต้องการอะไรนักอ่ะ”
“การินอยากรู้อะไรอย่างสิ”  หญิงสาวลุกขึ้นจากเตียงและจ้องปอเขม่ง  หนุ่มใหญ่จ้องตอบอย่างไม่หวั่น
“พี่เคยรักการินบ้างมั้ย”
“ถามแบบนี้  การินคงยังไม่เข้าใจที่พี่พูด ผู้หญิงที่พี่จะรักต้องเป็นคนดี  การินคิดว่าการินดีพอรึป่าว” หญิงสาวรับฟังพลางยิ้มอย่างเศร้าๆ
“งั้นที่ผ่านมา  พี่ก็ไม่เคยรักการินเลย  งั้นพี่มีการินไว้ก็แค่.........มีอะไรด้วยไปวันๆ แก้ขัดเวลาผู้หญิงคนอื่นไม่อยู่ใช่มั้ย”  การินถามเสียงเรียบด้วยอาการชาไปทั้งตัว
“พี่ไม่ไปส่งนะ  6 โมงเย็น ต้องไปงานแต่งกับแม่”  ปอหันหลังให้อย่างหมดอารมณ์จะพูดอะไรต่อ หยิบ BB มานั่งกดอย่างไม่สนใจ
 
[……ฉันได้คำตอบจากความเงียบ  มันเป็นคำตอบที่ดังสนั่นและกรีดลึกลงในหัวใจของฉัน จนฉันแทบไม่มีแรงจะขยับตัวไปไหน  ที่เค้าพยายามเหมือนง้อมันก็ไม่ใช่การง้อ  ฉันก็คิดไปเองจริงๆ  ฉันมันโง่!!!…..]
 
“การินอยากได้ยินคำตอบ แค่ใช่กับไม่ใช่”  การินเอ่ยขึ้นอีกครั้งหลังจากสถานการณ์เงียบงันไปครู่หนึ่ง  แต่ก็ยังไร้วี่แววที่หนุ่มใหญ่จะตอบใดๆ
“เดี๋ยวแม่พี่จะมา รีบกลับไปเถอะ” 
 
            ปอลุกเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าพลางแหวกหาเสื้อผ้าที่จะไปงานแต่งงานของคนรู้จักอย่างไม่สนใจหญิงสาวที่ยืนร้องไห้  การินสะบัดหน้าเดินออกจากห้องนอนหนุ่มใหญ่ไปทันที  ก่อนจะเดินออกจากห้องเธอเหลือบไปเห็นกล่องรวมรักที่ปอเอามาวางไว้บนชั้นติดผนังที่เดิมที่เขาเคยวางไว้  ยิ่งทำให้การินร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิม
 
            ประตูเหล็กเปิดออกทันทีที่หญิงสาวเดินลงไปถึงโรงรถ  การินเดินออกจากบ้านหนุ่มใหญ่ไปพร้อมน้ำตา สวนทางกับแม่ของปอที่เดินเข้ามาในบ้าน  หญิงชราถึงกับเหลียวมองการินด้วยความสงสัย
 
“เขาเป็นใคร”  รุจีถามลูกชายหัวแก้วหัวแหวน  เมื่อปอเดินลงมาหาแม่ของเขา
“การินไงแม่  ที่ปอเคยเล่าให้ฟัง  เค้าไม่ยอมจบกับปอสักทีอ่ะ”  ปอนั่งกินผลไม้ที่รุจีปอกใส่จานมาให้ พลางเปิดโทรทัศน์ดูอย่างสบายใจ
“นี่ก็นานแล้วนะ  ปอยังคุยกับยัยเด็กคนนี้อีกเหรอ”
“ก็เค้าไม่ยอมเลิกอ่ะ”  ปอตอบอย่างไม่ใส่ใจใดๆ
“แล้วทำไมไม่เลิก ให้หล่อนมาบ้านอีกทำไมล่ะ”
“ก็มาเคลียร์ไง  คงไม่ให้มาแล้วล่ะ  ปอคิดว่าต่อไปคงไม่ติดต่อกับการินอีก  ไปกันไม่ไหว ไม่รู้ทำไมถึงไม่ลงรอยกันเลย”  ปอตอบด้วยสีหน้าหม่นลง
 
...............................................................................................................................
 
            หญิงสาวยังคงเพียรพยายามที่จะโทรหาหนุ่มใหญ่เพื่อให้ได้ยินคำตอบ  แม้เธอจะพอรู้คำตอบในใจแล้ว  แต่เธอแค่อยากได้ยินจากปากปอเท่านั้น
            การินนั่งโทรหาหนุ่มใหญ่สักเท่าไหร่  ก็ไม่รับสายเลยสักครั้ง  จนเธอท้อแท้ที่จะโทรหาปอ  ได้เพียงนอนน้ำตาไหล  เพราะเธอรู้ดีว่าครั้งนี้เธอจะต้องไปจากปอจริงๆสักที
 
ติด  ติ๊ดๆๆๆ  ตี่ๆๆๆๆๆ
 
            การินรีบกดรับเบอร์แปลกที่ไม่เคยคุ้นที่โทรเข้ามาเพราะเธอคิดว่าอาจจะเป็นปอ
 
“ฮัลโหล!!  การิน  ยูนะ”
“เอ่อ!!.....ยูเหรอ.....มีอะไร”  การินอึ้งไปครู่  จะวางสายก็น่าเกลียดเกินไปที่จะทำเช่นนั้น
“มา Sway สิการิน  มากินเหล้ากัน  ฉันมากับแฟนน่ะ”  ยูพูดเสียงใส
“แฟน!!  แกมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ก็คุยมาสักพักอ่ะ  เพิ่งตกลงเป็นแฟนกัน  มาสิๆ  พี่ปอก็อยู่ร้านนะ”  ยูพยายามทำตัวเองให้พ้นผิดจากข้อกล่าวหาโดยพาผู้ชายที่คุยด้วยมาที่ร้าน
“อ้อ!!  ไม่แน่ใจนะ  ไม่รับปากถ้าไปก็คงเจอ  แค่นี้ก่อนนะฉันทำงานก่อน”  การินวางสายไปดื้อๆ  เธอไม่สนิทใจนักที่จะคุยกับยู  เพื่อนที่หักหลังเธออย่างไม่เกรงใจ
 
[……พี่ปอเข้าร้านเร็วจังนี่ก็แค่ สี่ทุ่มครึ่งเอง  ท่าทางวันนี้คนจะเยอะมากเพราะเป็นวันศุกร์  ยูบอกว่าพาแฟนมาด้วย  ต้องการพามาประชดพี่ปอรึป่าว  ลองไปดูดีกว่าว่าแฟนยูเป็นใครกัน  จะได้ไปถามพี่ปอให้รู้เรื่องไปเลยว่าจะเอาไงกันต่อไป……]
 
            หญิงสาวรีบเก็บของและออกจากหอพักที่ไร้รูมเมทไปด้วยสภาพการแต่งตัวที่มีเพียงเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นธรรมดาๆ  เธอแวะซื้อกาแฟจากร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้ามกับตึกแสนโทรมเพื่อกระตุ้นไม่ให้เธอง่วงนอน  เพราะเธอยังต้องทำงานอีกมากมายในค่ำคืนนี้
 
            เสียงเพลงที่ดังอึกทึกดังแว่วลงมาให้หญิงสาวผู้เดียวดายได้ใจเต้นระส่ำไปกับจังหวะสูงต่ำ เธอรู้สึกใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูกในคืนนี้  หญิงสาวค่อยๆผลักประตูร้าน Swayเข้าไปอย่างมุ่งมั่น  ผู้คนมากมายแน่นขนัดเบียดเสียดกันจนร้านแน่นขนัด  หญิงสาวแหวกผู้คนที่เต้นโยกย้ายเพื่อเข้าไปดูหน้าบาร์อย่างยากลำบาก
 
“อุ๊ย!!!  ขอโทษค่ะ”  การินกลับไปสะดุดบางอย่างและกระแทกไหล่ของผู้หญิงคนหนึ่ง  เมื่อหล่อนเผยโฉมหน้าให้การินเห็น  หญิงสาวกลับรีบสะบัดหน้าเดินเข้าไปหน้าบาร์
 
            แตงกว่าสาวผมสั้นผิวคล้ำ หน้าคม  หันมองตามการินพร้อมกับสีหน้าสงสัย  การินชะเง้อมองไปยังหน้าบาร์เห็นหนุ่มปอช่วยบัสในบาร์อย่างเคยๆในวันที่ลูกค้าแน่นร้านแบบนี้  การินเดินกลับออกมาหน้าบูทดีเจซึ่งแตงกว่ายังมองตามการิน
 
“การิน  เฮ้ย!!  กินเหล้ากัน”  มือดีคว้ามือหญิงสาวไว้เมื่อเดินผ่านโต๊ะของเธอผู้นั้น
“ไม่ล่ะยู  ฉันแค่แวะมาเฉยๆ  กินกาแฟอยู่ด้วย”  การินชูแก้วกาแฟให้ยูเห็น  พลางฝืนยิ้มให้ด้วยความไม่ยินดีนัก  แต่เธอทิ้งประเด็นยูออกไป  สนใจแตงกวาซึ่งอยู่โต๊ะข้างๆของยูที่มักหันมามองทางการินด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
“การิน  นี่ อรรถ  แฟนฉัน  เรียน ม.กรุงเทพฯ”  ยูแนะนำให้การินรู้จักกับผู้ชายหน้าตาธรรมดาซึ่งยืนยิ้มแก้มปริอยู่ข้างๆยู  ดูออกว่าเป็นคนมีฐานะเอาการ  การินยิ้มทักทายพลางยกแก้วกาแฟในมือชนกับแก้วเหล้าของอรรถ
“เห้ย!!  ชนงี้เลยเหรอ  ฮ่าๆๆๆ”  อรรถแซวขึ้นพลางหัวเราะ  แต่การินไม่สนใจอรรถนัก  กลับชะเง้อมองไปรอบๆร้าน เผื่อเจอคนรู้จักของเธอบ้าง
"พี่ปอ  อยู่ในบาร์น่ะ  เห็นว่ายุ่งๆ  พี่เค้าบอกใน BB นี่ดูสิ”  ยูยื่น BB ของเธอให้การินดู  อย่างไม่ปิดบัง ทำให้การินเริ่มวางใจ  หญิงสาวรับมือถือ BB ของยูมาเปิดดู
 
ยู : พี่ปอ มาชนกับหนูหน่อยดิ
ปอ : สักพักนะ  คนเยอะ ทำงานก่อน
ยู : หนูอุตส่าห์มาแล้วนะ  งอนแล้ว
ปอ : เดี๋ยวไปชนด้วย  อย่าเพิ่งงอน
ยู : ให้ไวให้ไว
ปอ : คร้าบ
ยู : คนเยอะมาก
ปอ : เหนื่อยเลย
ยู : สู้ๆนะ จุ๊บๆ
ปอ : จ้า
 
[……มีงอนกันด้วย  นี่คือคุยกันธรรมดาของพี่ปอและยูสินะ  ให้ฉันดูทำไม  เพื่ออะไรกัน  ไม่เข้าใจเลย  เป็นใครก็ต้องเข้าใจผิดได้ทั้งนั้นล่ะ ว่าพี่ปอกับยูต้องมีอะไรมากกว่าที่เห็น  นี่นอกจากคุยใน MSN ยังแอดพินกันอีกด้วย  พัฒนากันไปไกลเชียว  ไปถามพี่ปอให้รู้แล้วรู้รอดเลยดีกว่าว่าจะเอาไง…]
 
            หญิงสาวยื่น BB คืนแก่ยู  ก่อนจะเดินแหวกผู้คนเข้าไปหน้าบาร์  โดยแตงกวายังคงมองตามไปเช่นเคย  การินเดินไปยืนหน้าบาร์ ซึ่งปอกำลังง่วนกับการเปิดฝาขวดน้ำอัดลม เคียงข้างบัสอย่างขมักเขม่น
 
“พี่ปอ  การินโทรมาทำไมไม่รับสายล่ะคะ” 
 
            การินตะโกนถาม  แต่กลับได้รับท่าทีไม่สนใจของปอ  ปอวางมือจากการเปิดขวดและยกแก้วเหล้าประจำของตัวเองดื่ม และเหม่อมองภายในร้านข้ามหัวการินไปอย่างไม่สนใจ  ทั้งที่การินยืนอยู่ตรงหน้า  ทำเอาหญิงสาวยืนกำมือแน่นด้วยความโมโห  ยืนจ้องปอเขม่งจนบัสซึ่งยืนในบาร์มองการินด้วยความแปลกใจ
 
“พี่ปอ!!”  การินเรียกหนุ่มใหญ่ให้หันมา  ปอหันมองการินด้วยสายตาเรียบเฉยไม่สนใจ  และหันไปตักน้ำแข็งต่ออย่างเฉยเมย
 
[……ทำเฉยชากับฉันแบบนี้  คิดจะยั่วประสาทกันรึไง  ฉันก็อดทนไม่ไหวแล้วนะ…..]
 
            การินมุดเข้าไปในบาร์ในทันที  ปอเปิดขวดน้ำอัดลมไม่สนใจการินเลยแม้แต่น้อย
 
“พี่ปอ  ทำไมไม่รับโทรศัพท์  ทำไมไม่คุยกับการิน”  การินตะคอกถามด้วยความโมโห  แต่ปอเพียงหันมามองและหันกลับไป  ยกแก้วเหล้าของเขาดื่มอย่างสบายใจ
“การิน  ถามไม่ได้ยินเหรอ”  การินยังตะคอกถามอย่างเกรี้ยวกราด  ปอหันมามองสายตานิ่ง
“ไม่อยากคุย” ปอตอบเสียงเรียบเฉยและกวาดสายตาไปรอบๆร้าน
“พี่ยังไม่ตอบเลยที่การินถามที่บ้านอ่ะ  ว่าคิดยังไงกับการินกันแน่  ใช่หรือไม่ใช่พี่มีการินไว้แค่เรื่องนั้น ใช่หรือไม่ใช่” 
 
            การินถามด้วยความโมโห  บัสมองเหตุการณ์ด้วยความหวั่นๆอยู่ในบาร์  แคชเชียร์แบนซึ่งนั่งอยู่ด้านในหันมามองด้วยความสงสัยว่าการินเป็นอะไร  ปอยังยืนนิ่งไม่ตอบใดๆ สายตาหนุ่มใหญ่จับจ้องไปทางโต๊ะของแตงกวา  การินมองตามไปเห็นแตงกวามองปอด้วยสีหน้ามีคำถามคาใจ ทำให้การินรับรู้ว่าปอไม่ได้แคร์เธอเลย  แต่แคร์แตงกวามากกว่า
 
“ใช่หรือไม่ใช่คะพี่ปอ”  การินกระชากแขนปอ  ปอสะบัดออกเบาๆ
“ใช่!!!” 
.................................
......................................................
            คำตอบของปอก็คือ  ปอมีการินไว้เพียงหวังแค่เรือนร่างไว้แก้ขัดชั่วคราว  ตามที่การินพูดไว้ที่บ้านของเขา  หญิงสาวแทบล้มทั้งยืน  น้ำตาไหลออกมาด้วยความโกรธแค้นใจอย่างมากมายมหาศาลมองหน้าปอด้วยความเสียใจ  การินกำแก้วกาแฟแน่น  ก่อนที่จะ...........!!!
 
สาดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
 
            บัสถึงกับยืนผงะไปในทันทีที่เห็นเหตุการณ์ แคชเชียร์แบนเอามือปิดปากด้วยความตกใจ  หญิงสาวสาดกาแฟในมือ ใส่หน้าหนุ่มใหญ่อย่างแรง ก่อนที่เธอจะรีบสะบัดหน้าเดินแหวกผู้คนออกจากร้านไปด้วยน้ำตาของความโมโห
 
            ปอกำมือแน่นด้วยความโกรธ  แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากถอดแว่นสายตาและเดินไปล้างในอ่างล้างแก้วด้วยความขุ่นเคือง  แคชเชียร์แบนหยิบกล่องทิชชูยื่นให้ปออย่างหวั่นๆเพราะรู้ว่าถ้าปอโกรธจะระเบิดเต็มพลังไม่มีใครจะห้ามไว้อยู่ เสื้อผ้าเปื้อนคราบกาแฟไปทั่ว ปอเช็ดคราบต่างๆอย่างใจเย็นทั้งที่ภายในใจแทบระเบิดอย่างบ้าคลั่ง
 
            แตงกวาเห็นเหตุการณ์พอดี  ถึงกับตกใจเบิกตากลมโตและมองตามการินซึ่งแหวกผู้คนออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว  หญิงสาวนั่งแท็กซี่กลับหอพักด้วยน้ำตาที่หลั่งไหลฟูมฟายอย่างห้ามไม่อยู่
 
[……ครั้งนี้จะเป็นความเสียใจครั้งสุดท้ายที่จะมีให้คนอย่างมัน  ไอ้เลวคนหนึ่งที่ไม่มีหัวใจ  ไม่เคยรักใครจริง  ทุกอย่างมันจบลงแล้ว  จบอย่างไม่สวยงาม  ความแค้นครั้งนี้จะไม่มีวันจางหายไปจากความทรงจำของฉันอย่างแน่นอน  ฉันจะนอนดูความหายนะของ Sway & Hubris ด้วยเสียงหัวเราะที่ดังกว่า  พอกันทีกับรักโง่ๆที่ไม่มีวันวันจริง…..]
 
…………………………………………………………………………………………………
 
            เหตุการณ์เลวร้ายค่อยๆหายไปจากชีวิตของหญิงสาวผู้อาภัพในความรัก  การินไม่ได้ติดต่อกับหนุ่มใหญ่เจ้าของผับ Sway & Hubris อีกเลยตั้งแต่เหตุการณ์สาดกาแฟใส่หน้าของเขาบนร้าน  และการินก็ไม่ได้ไปเหยียบตึกแสนโทรมอีกเลย  แต่เธอกลับใช้เวลาไปกับเพื่อนๆ  และแวะเวียนไปดูงานตกแต่งร้าน Huffy  จนเสร็จสมบูรณ์  ธนูให้การินทำงานในฝ่ายประชาสัมพันธ์ร้านกับนิตา
 
“จะดีเหรอพี่ธนู  นิตาจะทำไรได้”  นิตาบ่นในร้านอาหารบรรยากาศดีริมถนนเลียบทางด่วน
“ทำได้ดิ  การินทำโปสเตอร์ได้นี่ใช่ปะ  นิตาก็ช่วยไปแปะ ไปเดินแจก  เดี๋ยวพี่จะบอกอีกทีว่าโปสเตอร์งานแกรนด์โอเพนนิ่ง  ต้องการอะไรบ้าง  ทุกอย่างกำลังจะเสร็จสมบูรณ์แล้วล่ะ”  ธนูตักสปาร์เก็ตตี้ขี้เมาของโปรดเข้าปากด้วยรอยยิ้ม
“แล้วพี่จะเปิดร้านอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่เหรอคะ”  การินถามอย่างตื่นเต้น
“อีกสามอาทิตย์  เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะมีประชุมใหญ่ของทั้งหุ้นส่วนและพนักงานร้านทั้งหมด  เราจะได้รู้จักหุ้นส่วนทุกคน  และพนักงานที่มีประสิทธิภาพของร้านเรา ความสำเร็จรอเราอยู่”
“ตื่นเต้นมากเลยพี่ธนู  การินอยากให้เปิดเร็วๆ  อยากจะเห็นความหายนะของ....เอ่อ...ของร้านนั้น”  การินเผลอจะเอ่ยถึงหนุ่มใหญ่เจ้าสำราญ  แต่ก็เกรงใจธนูจึงไม่เอ่ยขึ้นมา
“พี่เข้าใจ  มีคนรู้สึกเหมือนการินอีกนะ”  ธนูยิ้มเจ้าเล่ห์
“รู้สึกแบบการิน  รู้สึกอะไรเหรอคะ”  การินจ้องหน้าธนูรอคำตอบแต่ ธนูกลับยิ้มอย่างว่างเปล่าก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำ
“พี่ธนูพูดอะไรงงๆอ่ะ  ฉันไม่เข้าใจเลยว่ะนิตา”  การินหันไปถามเพื่อนสาวด้วยความแปลกใจ  นิตายิ้มเจื่อนๆก่อนจะส่ายหน้าอย่างไม่รู้ไม่ชี้
 
....................................................................................................................................
 
            ผู้คนยังคงหลั่งไหลเดินขึ้นตึกแสนโทรมอย่างไม่หวั่นไหวว่ามันจะถล่มลงมาเมื่อใด  ภายในร้าน Sway  ผู้คนยังคงเมาและเต้นโยกย้ายไปอย่างเช่นทุกวัน  หนุ่มใหญ่ก็ยังคงยืนมองลูกค้าที่โต๊ะหน้าบาร์ด้วยความสบายใจ  แม้ในใจจะรู้สึกแปลกใจที่หญิงสาวที่คอยปั่นป่วนชีวิตของเขาได้หายและจากไปอย่างไร้ร่องรอย  การินไม่ได้โผล่มาที่ตึกแสนโทรมเป็นเดือน  แต่ปอก็ไม่คิดจะโทรหาการินเลยแม้แต่น้อย  เขารู้ดีว่าทุกอย่างมันควรจบลงไปเสียที
 
“อัน  แกหายหน้าหายตาไปเลยนะ”  ปอยกแก้วชนกับอัน  หนุ่มหล่อที่กระชากใจลูกค้าสาวๆได้ตลอดกาล
“ฮ่าๆๆ  งานยุ่งๆน่ะพี่ ร้านเราเป็นไงบ้างล่ะ”
“ก็ดีนี่  เรื่อยๆเหมือนเดิม  ว่าแต่แกรู้เรื่องผับใหม่ที่กำลังสร้างในซอยจิดารึป่าว”  ปอถามขึ้นด้วยสีหน้าลำบากใจก่อนจะมองไปรอบๆร้านด้วยความหวั่นใจ
“ผับใหม่”  อันชักสีหน้า งง
“ใช่  ได้ข่าวว่าเป็นของธนู  เจ้าของ Hubris คนเก่า  ท่าทางมันจะเอาชนะพี่ไม่เลิก  ฮ่าๆ  แต่ไม่มีทางหรอก  มันไม่มีทางเอาชนะร้านเราได้แน่นอน  เพราะไงร้านเราก็มีฐานลูกค้ามากกว่าอยู่แล้ว”  ปอยกแก้วเหล้าดื่มพร้อมรอยยิ้มจางๆ  อันมองหน้าปอและยิ้มกว้าง
“พี่ปอเก่งอยู่แล้ว  ใครจะสู้พี่ได้ล่ะ”  อันยิ้มและเดินไปหาสาวๆที่โต๊ะใกล้ๆ
 
.........................................................................................................................................
 
“การิน  ทำอะไรอยู่” 
           
            เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจนหญิงสาวตกใจรับสายอย่างรวดเร็ว
 
“การินนั่งทำงานอยู่ค่ะพี่นา  เป็นไงบ้างพี่นาหายไปเลยอ่ะ  ไม่โทรมาชวนกินเหล้าเหมือนก่อนเลยนะ”  การินวางมือจากการนั่งเขียนแบบและล้มตัวลงบนเตียงด้วยความขี้เกียจ
“ก็พี่ไปอยู่ที่ลาดพร้าวกับเฮียน่ะสิ  หางานพิเศษทำ  ไม่ได้อยู่แถวนี้แล้ว  วันนี้พี่แวะมาหาเพื่อน  ว่าจะชวนเราไปนั่งบน Hubris สักหน่อย  ชักคิดถึงไม่ได้ไปที่นั่นตั้งนาน”
“เอ่อ....พี่นา  การินไม่อยากไปเท่าไหร่เลยอ่ะ”
“ทำไมล่ะ  มีปัญหากับพี่ปอล่ะสิท่า”
“เลิกขาดแล้วล่ะพี่  แต่จากกันด้วยไม่ดีเลยล่ะ”
“แต่พี่อยากไปเต้นๆสักหน่อยน่ะ  แต่ก็...ไม่เป็นไร  ไปนั่งร้านแถวสนามบินก็ได้”
“อืม...ไป Hubris ก็ได้พี่นา  การินไม่ได้ไปเป็นเดือนแล้ว  ใจจริงก็แอบอยากไปเต้นๆเหมือนกัน แค่กลัวว่าจะเจอพี่ปอ  แต่พี่ปอคงอยู่บน Sway  มากกว่า  คงไม่เป็นไรหรอกเนอะ  งั้นพี่นาเข้ามาหอการินก่อนนะคะ”
“พี่กำลังจะบอกเลยว่าพี่จะเข้าไปหาเราก่อน  จ้า  เจอกันนะ”
 
            นามาหาการินที่หอพัก  นาสาวสวยสุดเปรี้ยวต่อผมยาวสลวยดูผิดหูผิดตาจนการินจำไม่ได้  ทั้งสองเมาท์กันอย่างสนุกปากจากที่ไม่ได้เจอกันหลายเดือน ในระหว่างที่การินแต่งตัว
 
“เรื่องพี่ปอก็เป็นอย่างที่เล่าล่ะค่ะ  จากวันที่การินสาดกาแฟใส่พี่ปอ   การินก็ไม่ได้ไปที่ร้าน  ไม่ได้ติดต่อพี่ปออีกเลยล่ะ”  หญิงสาวปัดแก้มสีชมพูจางๆ
“แล้วพี่ปอติดต่อมาบ้างมั้ย”  นานั่งเล่นอินเตอร์เน็ทบนโต๊ะทำงานของการิน
“ไม่เลยค่ะ  ก็ดีแล้วล่ะ  การินก็ไม่อยากข้องแวะกับคนพรรค์นั้นอีกแล้ว พี่นารู้เรื่องร้านใหม่ของพี่ธนูรึป่าวคะ”
“อ้าว!!!  การินรู้แล้วเหรอ”  นาร้องเสียงหลง
“รู้ค่ะ  พี่นารู้นานแล้วเหรอคะ”
“จ้า  พี่ธนูจะให้พี่ไปทำแคชเชียร์น่ะ  แต่พี่ธนูบอกให้เงียบไว้ก่อนอย่าเพิ่งไปพูดอะไรกับใคร  แล้วเรารู้มาจากไหน”
“การินออกแบบร้านให้พี่ธนูอ่ะค่ะ  รู้มานานแล้วล่ะ  พี่ธนูจะให้การินทำฝ่าย PR กับนิตาอ่ะค่ะ  เพราะพี่ธนูบอกว่าการินรู้จักคนเยอะ  แล้วก็ทำโปสเตอร์ได้ ตื่นเต้นมากเลยพี่นา  อีก 3 อาทิตย์เท่านั้นเอง”
“ใช่ๆ  พี่ดีใจนะที่พี่ธนูสร้างร้านใหม่  พี่จะได้มีงานทำแถวนี้จะได้ย้ายกลับมาอยู่แถวนี้อีก”
“ถึงวันที่ Huffy เปิดตัว  เชื่อเลยว่าพี่ปอต้องยิ้มไม่ออกแน่ๆ”  การินวางหวีลงกับโต๊ะเครื่องแป้งด้วยสายตาอาฆาตร
 
........................................................................................................................................
 
 
            บรรยากาศในร้าน Hubris  ยังคงคึกคัก  แต่ก็ไม่มากนักเท่ากับ Swayหญิงสาวนั่งดื่มเบียร์กับนา นั่งฟังดนตรีสดอย่างเพลิดเพลิน  เธอไม่เห็นหนุ่มใหญ่เนื่องจากปอคุมอยู่บนร้าน Swayซึ่งก็ทำให้การินโล่งใจไปได้บ้าง  หากเธอต้องเจอกับปอ  เธออาจจะทำใจไม่ได้
 
“พี่ว่า Hubris คนเที่ยวน้อยลงทุกวันๆ  เลยว่าปะการิน”  นาเปิดประเด็นธุรกิจ
“ใช่ค่ะ  เพราะว่าถามถึงบรรยากาศ  sway  ดูน่าเที่ยวมากกว่า  Hubris  ลูกค้าติดรูปลักษณ์เก่าๆที่มีการผสมผสานเพลงเรกเก้ตอนที่พี่ธนูทำร้าน Hubris  พอมาปรับร้านให้เป็นเหมือน Sway ก็คงสู้Sway ไม่ได้หรอก  อีกอย่างเครื่องเสียง Sway ก็ดีกว่าด้วย  สักพัก Hubris อาจจะเจ๊ง”
“พี่ก็ว่างั้นล่ะ  ถ้าคนเที่ยวน้อยลงเรื่อยๆ  แล้วถ้าถูก Huffy ดึงลูกค้าไปอีกก็แย่เลยล่ะ”
“พี่ปอจะต้องทำการตลาดใหม่  เพื่อแข่งขันกับร้านของเรา  และการินจะดึงลูกค้าจากที่นี่ให้หมดคอยดู”
“เราจะทำไงล่ะ”  นาหันมาสบสายตากับหญิงสาวด้วยความสงสัย
“การินมี Facebook ของลูกค้าที่เที่ยวที่นี่เยอะมาก  การินจะประชาสัมพันธ์ผ่าน Facebook และชวนคนพวกนี้ให้ไปร้านเรา  วันนี้ถ้ามีหนุ่มๆมาจีบนะ  การินจะคุยให้หมดแล้วโปรโมท Huffyเชื่อสิว่าได้ผล”  การินยิ้มเจ้าเล่ห์
 
            และเป็นเช่นนั้นไม่นานก็มีหนุ่มๆเข้ามาชนแก้วชวนคุย  การินและนาเริ่มแผน PR ร้าน Huffy  อย่างลับๆ  กลุ่มหนุ่มๆนักเที่ยวต่างสนใจร้านใหม่มากไปตามๆกัน  เพราะใครๆก็อยากทดลองอะไรใหม่ๆ
 
“พี่นา  การินขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” 
 
            การินเดินเข้าไปห้องน้ำ  ยืนรอต่อคิวกอดอกอย่างใจเย็น และผู้หญิงคนหนึ่งก็มายืนต่อคิวต่อจากเธอ  การินหันไปมองก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเป็น แตงกวา  สาวน้อยแตงกวามองพี่ร่วมคณะด้วยสายตาไม่เคารพอีกเช่นเดิม
 
[……ไหนๆก็ไม่ได้คุยกับพี่ปอแล้ว  ฉันอยากรู้นักเชียวว่าแตงกวาคบกับพี่ปอตั้งแต่เมื่อไหร่  ลองถามดูดีกว่าจะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร…..]
 
“น้องแตงกวา  เรียนภาคนิเทศใช่ปะ”  การินยิ้มทักไป  แตงกวามีสีหน้าอึ้งไปครู่
“เอ่อ...ใช่ค่ะ  พี่รู้ได้ไง”
“พี่เรียนภาคออกแบบภายในน่ะ”  การินยิ้มจางๆ  แตงกวาเผยรอยยิ้มที่ไม่จริงใจกลับมาให้
“พี่มีไรกับกวารึป่าว  กวาเห็นพี่ชอบมองกวาแปลกๆ”
“จริงๆก็มีคำถามคาใจเกี่ยวกับน้องนิดหน่อยอ่ะนะ  แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นการเซ้าซี้เรื่องส่วนตัวของแตงกวารึป่าวน่ะสิ”
“เรื่องอะไรล่ะพี่”  แตงกวายังคงฝืนๆยิ้ม
“พี่ถามตรงๆนะ”  การินกวาดสายตามองรอบๆห้องน้ำเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเด็กร้าน  หรือน้องๆของปออยู่ 
“แตงกวาคบกับพี่ปอเหรอ”  การินจ้องตาแตงกวาด้วยความลุ้น
“เอ่อ...ไม่นี่คะ  กวาชอบพี่อัน  กวาคบกับพี่อันแบบขำๆอยู่อ่ะ  พี่ถามทำไมเหรอ”
“พี่อันเนี่ยนะ  แล้วทำไมวันนั้น.....เอ่อ!คือว่าพี่แค่อยากรู้ว่าพี่ปอจีบแตงกวารึป่าว”
“ไม่หรอก  กวารู้จักพี่ปอมานานแล้ว  ตั้งแต่พี่ปอเปิดร้านใหม่ๆ  พี่เป็นอะไรกับพี่ปอเหรอ”  แตงกวาถามกลับบ้าง
“พี่เคยคบกับพี่ปอ  แต่เลิกไปแล้วล่ะ”  การินยิ้มเศร้าๆ
“อ้าว !เลิกทำไมเหรอ”  แตงกวามีสีหน้าอยากรู้
“ก็...พี่ปอเค้าไม่ได้รักพี่อ่ะ  เค้าโกหกพี่  พี่รับไม่ได้”
“อ้อ!กวาก็ไม่รู้อะไรอ่ะ”  กวายิ้มเจื่อนๆ
“จ่ะ  เอาเป็นว่าที่พี่เคยมองเราไม่ดีพี่ก็ขอโทษด้วยนะ  พี่คงเข้าใจผิด  พี่เข้าห้องน้ำก่อนนะ”  การินยิ้มกว้างก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป  แตงกวายิ้มกว้างกลับ  เมื่อการินเข้าห้องน้ำไป หล่อนกลับเผยสีหน้าของความหงุดหงิดออกมาก่อนจะรีบเดินออกจากห้องน้ำไปทันที
 
[……นี่เราเข้าใจน้องแตงกวาผิดมาตลอดเลยเหรอ  แล้วทำไมวันนั้นที่เราถามพี่ปอว่าคุยกับแตงกวารึป่าว  เค้าดูไม่ปฏิเสธเลย  มันยังไงกันแน่  ใครโกหกใครพูดความจริง  แต่ก็ช่างเถอะนะเพราะมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน  แต่ว่าสงสารน้องแตงกวาที่ไปชอบพี่อัน ซาตานวิปริตผู้นั้นจริงๆ….]
 
            ช่วงเวลาตี 1 ร้าน Hubris กลับมีลูกค้าน้อยลง  ลูกค้าหลายโต๊ะ  เช็คบิลล์และไปต่อบนร้าน Sway  ทำให้เหลือลูกค้าเพียงไม่กี่โต๊ะเท่านั้น
 
“นา  เดี๋ยวจะปิดร้านนี้เร็วหน่อย  ขึ้นไปต่อ Sway กันได้นะ”  ปิม  ผู้จัดการร้านผิวขาวเดินเข้ามายื่นบิลล์แก่นา
“ทำไมต้องเช็คบิลล์ไล่ด้วยล่ะพี่ปิม  การินอยากนั่งนี่ต่อ” หญิงสาวบ่นพลางเปิดกระเป๋าหยิบเงินออกมาจ่ายด้วยท่าทางไม่พอใจ
“พี่ปอสั่งมาให้ปิดนี่ พี่ทำตามคำสั่ง  การินอยากรู้ก็ไปถามพี่ปอดูสิ”  ปิมรับเงินและสแหยะยิ้มก่อนจะเดินจากไป
“กลยุทธิ์นี้ต้องการให้ลูกค้าสั่งของเพิ่มในร้านใหม่  ปิดร้านนี้ประหยัดไฟและทำให้ Sway คนแน่นขึ้น”  นาพูดพลางดื่มเบียร์แก้วสุดท้าย
“แต่ถ้าลูกค้ายังไม่อยากกลับก็เหมือนไล่นั่นล่ะ”  การินบ่นอุป
“ขึ้นไป Sway มั้ย  หรือจะกลับเลย”
“พี่นาอยากกินต่อมั้ยล่ะคะ  การินอยากเต้นอยู่นะ ดีเจ Hubris  เปิดเพลงไม่โดนเลย”
“งั้นขึ้นไป Sway  แล้วกัน  เบียร์สักขวดก็พอ  ไม่ต้องไปอุดหนุนพวกเค้ามาก”
“ได้ค่ะ  แต่........จะเจอพี่ปอแน่ๆ”
“ก็เลือกนั่งมุมๆร้านแล้วกัน  คนเยอะเค้าคงไม่ทันสังเกตเห็นเราหรอก”  นายิ้มก่อนจะเดินนำออกจากร้าน Hubris  และเดินขึ้นบันไดไปอีกชั้นของตึกแสนโทรม  นั่นก็คือ ร้าน Sway นั่นเอง
 
            หญิงสาวเดินย่างกรายเข้ามารับรู้ถึงความอบอ้าวไปทั่วอาณาบริเวณ  เธอและนาได้โต๊ะเสริมริมประตูเป็นมุมที่อับใช้ได้  การินอดไม่ได้ที่จะแอบชะเง้อมองไปทางหน้าบาร์  ปอยืนดื่มเหล้าอยู่กับน้องๆอย่างสนุกสนานโดยที่เขาไม่ได้สังเกตเห็นการินเลยแม้แต่น้อย
 
            สองสาวลุกขึ้นเต้นกันอย่างสนุกสนานดื่มเบียร์เมามายกันไป  การินขอตัวนาไปเข้าห้องน้ำ  และแน่นอนต้องต่อคิวยาวเลยทีเดียว หญิงสาวยืนกอดอกกดดัน  เพราะเธอปวดท้องมาก  ผู้หญิงตัวเล็กซึ่งยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามผมสีทองยาวดัดลอนใหญ่  ผิวขาว อมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร  การินยิ้มตอบตามมารยาท
 
[……โปรโมทร้าน Huffy ดีกว่า  เราต้องเอาผู้หญิงเข้าร้านให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะเมื่อผู้หญิงเยอะ  ผู้ชายก็อยากมาเที่ยวเช่นกัน……]
 
“ชื่ออะไรคะ”  การินทักขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ชื่อแพร จ่ะ” แพรยิ้มอย่างเป็นมิตร
“เรียนที่นี่รึป่าวคะ”
“ทำงานแล้วจ้า”  แพรยิ้มปนขำ
“ขอโทษค่ะพี่แพร  พี่แพรยังดูเด็กอยู่เลย  หนูนึกว่ารุ่นน้องด้วยซ้ำ”
“แหม  พูดงี้พี่เลี้ยงเบียร์เลยดีกว่า ฮ่าๆๆ” แพรยิ้มหน้าแดง  สะดีดสะดิ้งเลยทีเดียวเมื่อถูกชม
 “เที่ยวร้านนี้บ่อยมั้ยคะ”
“ก็บ่อยนะ  น้องล่ะ”
“หนูมาบ่อยมากๆเลย  แต่อีกสามอาทิตย์อาจเปลี่ยนร้านเที่ยวแล้วล่ะค่ะ”  การินยิ้มเจ้าเล่ห์
“อ้าว!!  จะไปเที่ยวไหนล่ะ”
“ร้าน Huffy ค่ะ  ร้านใหม่ในซอยจิดา  เปิดอีกสามอาทิตย์  เค้าว่าร้านดีมากๆเลยนะคะ  หนูเบื่อที่นี่แล้วล่ะค่ะ  ผู้ชายหน้าตาไม่เอาไหน  ฮ่าๆๆๆ”
“จริงเหรอ  พี่ก็ว่างั้นล่ะผู้ชายหน้าตาไม่ดีแถมไม่รวยอีกต่างหาก  เดี๋ยวพี่ไปเที่ยวร้านนั้นด้วยดีกว่า”  แพรยิ้มร่า
 
“การิน!!” 
 
            เสียงสาวปริศนาเรียกหญิงสาวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวขัดจังหวะบทสนทานาของการินและแพร  การินหันไปมองต้นเสียงก็ต้องตกใจ  เมื่อผู้หญิงที่ยืนสง่าอยู่ตรงหน้าคือ ตอง  ผู้หญิงของปอที่หายหน้าหายตาไปจากวงอโคจร  ตองดูน่ารักขึ้นแต่งตัวมาด้วยเสื้อสีหวาน  แพรจับจ้องเหตุการณ์เบิกตากว้างอย่างสนใจ
 
“ว่าไง ตอง  ไม่เจอกันนานเลยนะ” การินยิ้มเจื่อนๆ
“การินยังคุยกับพี่ปออยู่รึป่าว”  ตองยืดคอเชิดถามขึ้นด้วยความระแวง
“ไม่แล้วล่ะ ตอนนี้การินเกลียดเค้ามาก  ตองไม่ต้องห่วงหรอกว่าการินจะกลับไปหาเค้าอีก  ทำไมตองไม่ลองถามพี่ปอดูล่ะ” 
“ถามแล้ว  เค้าบอกว่าไม่ได้คุย  แต่เราไม่อยากเชื่อเท่าไหร่  ก็เลยมาถามเธอดีกว่า”  ตองกอดอกนิ่งจับจ้องการินอย่างไม่เชื่อใจ
“การินหมดกรรมกับพี่ปอไปแล้วล่ะ  และไม่คิดจะกลับไปสร้างเวรสร้างกรรมแน่นอน”  การินยิ้มเชิดก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป
 
            ตองมองการินไล่หลังด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก  ซึ่งแพรจับจ้องตองด้วยความสงสัย  ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไป
 
[……ท่าทางตองจะไม่เลิกกับพี่ปอง่ายๆ  เพราะเธอก็ยังถูกพี่ปอหลอกเรื่องผู้หญิงไปวันๆ  ตองไม่ค่อยเที่ยว  ไม่ค่อยมาร้าน  ย่อมไม่รู้ความเป็นไปและความเคลื่อนไหวของพี่ปอเท่าฉันหรอก  นึกไปก็สงสารตองนะ  และแอบรู้สึกดีที่ฉันหลุดออกมาได้  ฉันทำได้เพียงมองผู้หญิงเหล่านั้นด้วยความเวทนา…]
 
          หญิงสาวเดินกลับมานั่งดื่มเบียร์ต่อที่โต๊ะด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย  เมื่อเธอเห็นหนุ่มใหญ่เดินไปชนแก้วกับโต๊ะของตองที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะของเธอ  ตองกระซิบกระซาบกับปออย่างรักใคร่  พลางหันมาทางการินเหมือนพยายามทำให้การินเห็นเหตุการณ์เหล่านี้  ปอหันมาเห็นการินก็ตกใจเล็กน้อย  เพราะเค้าไม่ได้เจอการินอีกเลยตั้งแต่เหตุการณ์สาดกาแฟใส่หน้าของเขา
 
“พี่นา  ดูตองเหมือนอยากให้การินเห็นซะเหลือเกิน”  การินยืนนิ่งมองไปที่ตองด้วยสีหน้านิ่ง
“เราก็อย่าไปสนใจสิ  เค้าอยากทำให้เราเห็น เราก็อย่าไปมองก็จบแล้ว  พี่ปอนี่เก่งเนอะ ยังกลับไปคุยกับตองได้อีกอ่ะ  ตองนี่ก็ช่างโง่ได้อย่างซื่อใสจริงๆ”  นาส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจพลางยกแก้วเบียร์ดื่ม
“แต่การินคิดว่า  บางทีตองอาจจะไม่ได้โง่  แต่แค่แกล้งโง่  เพื่อรักษาพี่ปอไว้ก็ได้นะคะ  ตองอาจจะไม่อยากเสียพี่ปอไป”
“ผู้ชายคนนี้บุญเยอะจริงๆ”  นาถอนหายใจอีกเฮือก
“การิน!!!  ไม่เจอตั้งนาน”  กก รุ่นพี่สาวสวยเดินเข้ามาทักทายเมื่อเห็นการิน
“ค่ะ  การินไม่ได้มาเที่ยวที่นี่เลยพี่ กก”  การินยิ้มพลางยกแก้วชนกับกก
“ทำไมล่ะ”  กกถามด้วยสีหน้าสงสัย
“การินมีปัญหากับพี่ปออ่ะค่ะ  อีกอย่างก็ไม่ค่อยว่างด้วย  พี่กกก็หายหน้าไปนะ”
“ทำงานนั่นแหละ  เดี๋ยวไม่จบกันพอดี  ปีสุดท้ายแล้วนี่  แล้วตอนนี้การินคุยกับพี่ปออยู่ปะ”
“ไม่เลยค่ะ  เลิกขาดเลย  ไม่คิดจะกลับไปอีกแล้ว  เข็ดเต็มทน”  การินเบ้หน้าเบ้ตาแสดงความรังเกียจหนุ่มใหญ่
“ดีแล้วล่ะ  พี่ปอเค้าก็เหมือนเดิม  หาเด็กใหม่ๆเรื่อยๆ  โน่น  เห็นผู้หญิงที่นั่งตรงลำโพงปะ  น้องคณะเราชื่อ น้องเจน  เป็นเด็กใหม่คนล่าสุดของพี่ปอ”  
 
            กกชี้ให้การินเห็น เจน  สาวน้อยผมยาวดำสลวย  ตัวผอมบาง  หน้าคมตากลมโต  ผิวคล้ำ ซึ่งกำลังนั่งกด BB อยู่เพียงลำพังราวกับรอปอให้เข้ามาหา  หญิงสาวมอง เจน แล้วน้ำตาปริ่ม  เพราะมันสะท้อนภาพของเธอที่เคยนั่งรอปอกลับบ้านที่ลำโพงคนเศร้าตัวเก่าที่เธอไม่ได้ไปนั่งนานมาก  และเธอคิดว่าเธอจะไม่มีวันได้ไปนั่งอีกแล้ว
 
“น่าสงสารน้องเจนเนอะพี่ กก  เห็นได้ข่าวว่าน้องคนนี้คนจีบก็เยอะนี่นา”  การินยังมอง เจน ไม่คลาดสายตา  สาวผมยาวสะบัดผมปัดข้างอย่างเซ็กซี่
“ใช่ๆ  สุดท้ายก็เสร็จพี่ปอ  ฮ่าๆๆ”  กกขำก่อนจะเดินจากไป  ปล่อยการินยืนหดหู่ใจกับสิ่งที่รับรู้
 
[……จากรุ่นสู่รุ่น  รุ่นหนึ่งจบไป  รุ่นใหม่ๆเข้ามา  ก็เสร็จพี่ปอหมด  จะมีผู้หญิงอีกสักกี่คนที่ต้องตกลงสู่วงอโคจรนี้  และมีสักกี่คนที่จะรอดออกมาอย่างไม่เจ็บปวด  และมีสักกี่คนที่ไม่รักพี่ปอ…….]
 
“พี่สงสัยจัง  ว่าพี่ปอมีอะไรดีนักหนาเนี่ย  ทำไมสาวๆถึงหลงกันจริง  หะ การิน!!”  นาถอนหายใจอีกรอบเมื่อฟังกกเล่าเรื่องเจน
“การินก็ยังไม่รู้ตัวเองเลยพี่นา  ฮ่าๆๆ  สงสารก็แต่คนที่ยังอยู่  เดินสวนกันไปมาในร้านแต่กลับไม่รู้เลยว่าผู้หญิงที่เดินสวนเราไปเมื่อครู่ก็เป็นแฟนของแฟนตัวเอง น่าสงสารจริงๆ  ส่วนไอคนที่รู้อย่างการินก็ได้แต่มองอย่างเวทนาแต่ทำอะไรไม่ได้”
การิน  สัญญากับพี่นะ  ว่าจะไม่กลับไปหาพี่ปออีกแล้ว  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”  นาจ้องน้องสาวที่เอ็นดูด้วยความเป็นห่วง  การินยิ้มกว้างก่อนจะตอบ
ค่ะ  การินสัญญา
 
            ไม่นานร้านก็ปิด  ไฟเปิดสว่างแต่การินและนายังคงนั่งอยู่ที่เดิม  เพราะนานั่งคุยกับตอม  เด็กร้านที่นาเคยสนิทอย่างสนุกสนาน  ลูกค้าเริ่มทยอยออกจากร้านกันไป  ตอง และเจน  หายไปจากร้าน  แต่หนุ่มใหญ่ยังคงนั่งอยู่ในบาร์เคลียร์บิลล์อย่างเช่นเคย หญิงสาวนั่งดื่มเบียร์ที่นาสั่งมาเพิ่มด้วยใจหวั่น  เกรงว่าปอจะโกรธเคืองเธอเรื่องวันที่เธอเอากาแฟสาดหน้าของเขา
 
            สักพักหนุ่มใหญ่เดินออกมาจากบาร์และเห็น การินนั่งอยู่ที่โต๊ะใกล้ประตู  ปอมองการินตาไม่กระพริบ  แต่การินกลับหลบหน้าปอไม่กล้าสบตา  และทำเป็นมองไม่เห็นปอ  ลูกค้าในร้านเหลืออยู่ 4 โต๊ะ  โดยหนึ่งในนั้นมีโต๊ะของแพรซึ่งนั่งอยู่กับเพื่อนสาวอีก 2 คน  แพรนั่งมองการินด้วยสีหน้าสงสัย  ก่อนจะลุกจากโต๊ะของเธอและเดินเข้ามาหาการินที่โต๊ะหน้าประตูพร้อมแก้วเหล้าในมือ
 
“น้อง  ชนกับพี่หน่อย  น้องชื่ออะไรนะ  พี่ลืมถามไป”  แพรชนแก้วสายตาลุ้นรอคำตอบ
“ชื่อ การินค่ะพี่แพร”  การินยิ้มกว้าง  ชนแก้วและดื่มอย่างไม่สนใจแพรที่เบิกตากว้าง
“การิน  น้องใช่การินที่คุยกับพี่ปอรึป่าว”  แพรถามตรงๆจนการินสำลักเบียร์
“เป็นอะไรไปน่ะเรา” นาหันมาถามการินซึ่งไอคอกแคก
“ชื่ออะไรเหรอ  เราชื่อ แพรนะ”  แพรขอชนกับนา 
“ชื่อ นา จ่ะ”  นายื่นแก้วชนด้วยสีหน้างง  ตอมเด็กร้านเดินกลับไปทำงานต่อ  ปล่อยสามสาวนั่งสนทนากัน
“พี่แพร รู้เรื่องการินมาจากไหนคะ”  การินถามขึ้นพลางเหลือบมองปอซึ่งมองมาทางโต๊ะการินด้วยความสงสัย
“คือว่า  พี่ก็คบกับพี่ปอ  แล้วพี่รู้เรื่องการินมาสักพักนึงแล้วล่ะ แต่ไม่เคยเจอตัว” แพรมองการินด้วยสีหน้าไม่จริงใจเช่นเก่า  การินมองหน้ากับนาและถอนหายใจเบาๆพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“พี่แพร  การินเลิกกับพี่ปอแล้วค่ะ  ไม่ได้คุยกันเลย  พี่แพรไม่ต้องสงสัยอะไรการินหรอกนะคะ  การินไม่มีทางกลับไปคุยกลับไปคบกับพี่ปออีกแล้ว  คนอย่างพี่ปอ  การินไม่ทนให้เสียเวลาหรอกค่ะ”  การินชายตามองปออีกรอบ  หนุ่มใหญ่ยังนั่งมองมาอย่างไม่คลาดสายตานิ่งๆ
“พี่ก็ไม่ค่อยได้คุยหรอก  ทะเลาะกับพี่ปอมาสองสามวันแล้ว”
“พี่แพรต้องการอะไรจากการินล่ะคะ  เพราะการินไม่ได้คบกับพี่ปอแล้วอ่ะ”
“พี่รู้ว่าการินรู้เรื่องพี่ปอเยอะ  พี่ก็พอรู้นะเรื่องที่พี่ปอมีคนอื่นอ่ะ  แต่พี่ก็ทนๆเอาได้อยู่อ่ะ  พอดีพี่ไม่ได้มีพี่ปอคนเดียว  พี่ก็แอบคบคนอื่นไปด้วย  เค้ามีได้เราก็มีได้” แพรหันหลังกลับไปมองปอด้วยสีหน้าหวั่นๆ
“เอางี้ดีกว่า  เดี๋ยวเราลงไปข้างล่าง  ไปกินต่อที่ร้านนั่งชิวๆแถวสนามบินกัน  เดี๋ยวพี่เลี้ยง  พี่มีเรื่องจะถามการินเยอะแยะไปหมดเลย”
 
            การินมองหน้า นา เชิงปรึกษาว่าจะเอายังไงดี  นาพยักหน้าเชิงให้รับคำไปก่อน  การินจึงเช็คบิลล์และออกจากร้านไปพร้อมกับแพรและเพื่อนๆของแพร โดยปอมองมาทางสาวๆด้วยสีหน้าหวั่นเกรง
 
“การินสร้างปัญหาให้พี่อีกแน่เลยพี่ปอ”  เตม เด็กร้านรุ่นใหญ่ของ Sway เดินเข้าคุยกับปอทันทีที่สาสๆลุกออกจากร้านไป
“ช่างสิ  พี่ไม่กลัวหรอก  ไม่มีใครทำอะไรพี่ได้อยู่แล้ว  การินบ้าไปแล้ว จะปั่นป่วนไปถึงไหน” ปอวางแก้วกระแทกโต๊ะด้วยความหงุดหงิด
 
......................................................................................................................................
 
            ร้านชิวๆบรรยากาศสบายๆ ริมถนนที่มุ่งเข้าสู่สนามบินใหญ่  สระน้ำภายในร้านดูสะอาดใสพร้อมน้ำพุที่เริงร่าตามจังหวะเสียงดนตรีเบาๆ บรรยากาศยามตี 3 ที่ควรเป็นเวลานิทราของใครหลายคน  แต่การิน  นา  และแพรยังนั่งถ่างตาดื่มเบียร์ที่มีแพรเป็นเจ้ามือ  และสนทนากันอย่างเมามันส์
 
“การินคุยกับพี่ปอมา  ไม่เคยดีกันได้เกิน 3 วันหรอกค่ะ  ต้องทะเลาะกันตลอด  เข้ากันไม่ได้สักอย่าง  พี่ปอเป็นคนที่โกหกได้อย่างแนบเนียน  แต่การินก็เป็นคนจับโกหกได้อย่างเก่งฉกาจเหมือนกัน  การินเลยรู้เรื่องต่างๆที่พี่ปอพยายามปิดบังได้หมด  ก็เลยทะเลาะกันตลอดเลย”หญิงสาวร่ายยาวพลางจิบเบียร์และยิ้มให้กับแพรที่นั่งกุมขมับด้วยความหนักใจอยู่ตรงข้าม
“พี่อ่ะรู้เรื่องการินมาจากเด็กร้านคนหนึ่ง  พี่ก็สงสัยเหลือเกินว่าการินคนไหน  เด็กร้านคนนั้นมาบอกพี่ว่ามีเด็กพี่ปอคนหนึ่งปั่นป่วนจนสาวๆพี่ปอหนีหาย  พี่ก็ประหลาดใจว่าใครกันช่างกล้า  พี่เองยังไม่กล้าทำเลย”
“แล้วพี่แพรคบกับพี่ปอนานรึยังคะ”
“จะ 3 ปีแล้ว  แต่คบๆเลิกๆอ่ะ  พอดีพี่ก็มีคนอื่นด้วยไง  พี่ก็รู้ว่าพี่ปอมีคนอื่นบ้าง  แต่พี่ก็พยายามทำใจ  ตอนแรกพี่เรียนอยู่เชียงใหม่  ลงมาฝึกงานที่สนามบิน  ก็มาเที่ยวที่ sway พี่ปอก็มาจีบพี่  ก็คบกันพี่ปอก็ดีทุกอย่างไปรับไปส่ง ไปกินข้าว  พาไปเจอแม่  แต่พี่ต้องกลับไปเรียนก็ห่างๆกับพี่ปอ”
“อ้อ!!งั้นพี่ก็มาก่อนพี่ แบง น่ะสินะ”  การินหันไปมองหน้านา ที่ยิ้มไม่ออกนั่งฟังด้วยความนิ่ง
“แบงน่ะเหรอ ฮ่าๆๆ  แบงเข้ามาตอนพี่กลับไปเรียนนี่ล่ะ  พี่ปอคบกับแบงแต่โกหกพี่ว่าไม่มีใคร  พอพี่กลับมาที่กรุงเทพฯ  พี่ปอก็แปลกๆบอกพี่ว่าเดี๋ยวไปหาที่หอไม่ต้องมาร้าน  พี่ก็สงสัยว่าทำไมไม่ให้พี่ไปหาที่ร้าน  พี่โมโหก็เลยเที่ยวมันทุกวันเลย  แต่พี่ก็ไม่เจอแบงนะตอนแรก พี่ก็กลับไปเชียงใหม่ พี่ปอเค้าก็ไปหาพี่ที่เชียงใหม่นะ  พาแม่กับป้าของเค้าไปเที่ยวพิษณุโลกด้วย  พี่ก็วางใจคิดว่าพี่ปอคงจะจริงจังกับพี่จริงๆ  ที่ไหนได้กลับมากรุงเทพฯ อีกรอบ ควงนังแบงมาร้าน  พี่อาละวาดเลยเธอเอ๊ย!!!  เกือบตบกันกับแบงอ่ะ  หลังจากนั้นพี่ก็งอนพี่ปอ  ไปมีคนอื่น  พี่ปอก็ตามไปโวยวายใหญ่  พี่ต้องแอบๆมีคนอื่น”
“แล้วพี่ปอบอกพี่แพรว่ากับพี่แบงเป็นอะไรกันอ่ะคะ”
“พี่ถามว่าแบงเป็นใคร  พี่ปอก็หน้าด้านบอกว่าเป็นน้องที่สนิทกันมาก  พี่ก็ยื่นคำขาดเลยว่าจะเลือกใคร ระหว่างพี่กับแบง  พี่ปอก็บอกว่าเลือกพี่  ไปๆมาๆพี่ก็รู้มาอีกว่าพี่ปอพาแบงไปเขมร  พี่ล่ะโมโหมากไปอาละวาดถึงร้านเลย  จนพี่กับแบงไม่ถูกกันนักหรอก  เจอหน้ากันนี่แทบจะตบกันเลยทีเดียว”
“แล้วสรุปพี่ปอเลือกใครคะ”  การินนั่งฟังอย่างตื่นเต้น
“เค้าไม่เลือกใครทั้งนั้น  เค้าก็คบทั้งพี่ทั้งแบง  ไอเราก็รักไปแล้วก็ไม่อยากเลิก  พี่ก็ทนๆมาอย่างนั้นแหละ  แอบมีคนอื่นไปด้วย  จริงๆก็อยากเอาชนะเด็กพี่ปอคนอื่น  นานวันก็เริ่มรู้เรื่องคนอื่นๆ  พี่ก็เริ่มชินแล้วแหละ  แต่พี่ปอก็ยังคุยยังแคร์พี่อยู่  คือ พี่บอกพี่ปอเลยว่าวันไหนพี่ไปร้านพี่ต้องเป็นที่หนึ่ง  นังหน้าไหนอย่าได้มาเทียบรัศมีพี่ได้”
“พี่รู้เรื่องใครบ้างอ่ะคะพี่แพร  เด็กๆพี่ปออ่ะ”
“รู้เรื่องกอย  กับแอร์  แค่นี้อ่ะ  พี่ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่  กับกอยพี่คุยMSN กับกอยตลอดแหละ  พี่ยกให้คนนึงไอกอยอ่ะมันน่าสงสาร  พี่ปอไม่ค่อยสนใจใยดีมันเท่าไหร่  ใช้งานไปวันๆมันก็ยอมทำให้”
“งานอะไรอ่ะคะ”  การินเบิกตากว้าง
“พี่ก็ไม่รู้ว่ะ  ไอกอยมันไม่บอกรายละเอียด  ส่วนแอร์นี่รู้มาจากกอยอีกทีว่าน่ารักมาก  แต่พี่ก็ไม่เคยเห็นหน้าหรอก  พอถามพี่ปอว่าแอร์เป็นใครเค้าก็บอกว่าไม่ได้คุย ก็รู้นะว่าโกหกแต่พี่ก็ไม่สนใจอ่ะ”
“การินเคยเจอน้องแอร์  เคยคุยกับพี่กอย  แต่ไม่เคยคุยกับพี่แบงและคนอื่นๆอีก  เยอะอ่ะ  เยอะไปหมด  สาวๆที่เดินสวนกันไปมาบนร้านคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีแฟนคนเดียวกัน  เพราะพี่ปอบอกกับทุกคนว่าทุกคนเป็นแฟน”
“ทุเรศว่ะ  การินรู้จักใครอีกบ้างเล่าให้ฟังหน่อยดิ  อยากรู้อ่ะ  พี่ไม่อยากโง่ตามพี่ปอไม่ทัน”
“พี่แพรอย่ารู้เลยค่ะ  จากที่การินเป็นอ่ะ การที่การินรู้ว่าคนไหนเป็นเด็กพี่ปอบ้างทำให้การินระแวงและทำให้ไม่มีความสุข  ถ้าพี่แพรคิดว่าจะคบพี่ปอต่อก็อย่ารู้เลยนะ  เชื่อการินสิ”
“คบอ่ะมันก็คบแบบไม่ผูกมัดอ่ะ  พี่แค่อยากรู้ว่าใครบ้างเพราะพี่ต้องเหนือกว่าทุกคน” แพรชูคออย่างพญาหงส์อย่างมั่นใจ
“เยอะอ่ะพี่แพร  การินคิดก่อนนะ ก็มีตอง  คนที่คุยกับการินในห้องน้ำวันนี้อ่ะพี่จำได้ปะ”
“อ้อ!ยัยตาโตคนนั้นอ่ะนะ  พี่ได้ยินมันถามเรื่องพี่ปอกับการินพี่ก็เลยสงสัยอ่ะ  แล้วพี่ปอรักมากมั้ยคนนี้”
“มากมั้ยนี่ไม่รู้นะคะ  แต่ตองค่อนข้างบ้าอำนาจนิดหน่อย  ผยองอยู่ว่าตัวเองเป็นแฟนที่พี่ปอรักที่สุด การินก็สงสารอยู่นะ  คบพี่ปอมาหลายเดือนไม่รู้เรื่องอะไรเลย  พอรู้เรื่องก็โดนพี่ปอหลอกต่ออีก  แต่เห็นอาการของตองที่ไรก็รู้สึกหมั่นไส้เล็กๆไม่ได้”
“อยากจะเจออีกสักครั้งจริงๆเชียวเด็กคนนี้  แล้วมีใครอีก” แพรมีสีหน้าหมั่นไส้
“ก็มี นี  มีโฮ ซึ่งเลิกไปแล้ว  แต่โฮก็ยังรักพี่ปออยู่  ส่วน นี นี่เป็นเด็กพี่นิงมาก่อนแล้วพี่ปอก็จีบต่อ”
“โห!!แย่ว่ะ  ของพี่ยังจะเอาอีกเหรอ  พี่รับไม่ได้ว่ะ”  แพรดื่มเบียร์จนหมดแก้วและวางกระแทกโต๊ะด้วยความโมโห
“แล้วก็มีน้องแอร์  ซึ่งคิดว่าห่างๆกันไปแล้ว  แอร์หมดรักพี่ปอแล้วทนไม่ได้อ่ะค่ะ  และที่ทำให้การินโกรธที่สุดก็มาคุยกับเพื่อนการิน ชื่อยู  ยูมันก็หักหลังหนูอ่ะ  การินก็เลิกคบเพื่อนคนนี้ไปเลย”
“กับเพื่อนการินก็ยังจะเอา  โอ๊ย!!!  จะเป็นลม”
“เพื่อนของแบงก็คุย” นาช่วยเสริมอีกแรง  ทำเอาแพรเอามือกุมขมับอย่างรับไม่ได้
“ตอนนี้ก็เห็นว่าจีบน้องคณะการินอยู่คนล่าสุด ชื่อน้องเจน  น่ารักเซ็กซี่ แรงนิดๆ”
“ชื่อเจนเหรอ  อยากเห็นหน้าว่ะ”  แพรบ่น
“วันนี้น้องเจนก็ไปที่ร้านนะคะ  แต่พี่แพรคงไม่รู้ว่าคนไหน  การินบอกแล้วว่าบนร้านอ่ะ  เดินชนไหล่กันก็ไม่รู้ว่ามีแฟนคนเดียวกัน  คิดไปก็ตลกดี วันนี้การินว่ามีเด็กพี่ปอมาเที่ยวเยอะเลย มีพี่  มีตอง  มีน้องเจน  มีน้องคนนึงชื่อแตงกวาซึ่งการินยังไม่แน่ใจว่าเป็นเด็กพี่ปอรึป่าว”
“เยอะมากอ่ะ  พี่รับไม่ได้แล้วอ่ะ ทำไมพี่ปอทำแบบนี้  เป็นเอดส์รึป่าวก็ไม่รู้ขยะแขยงว่ะ”  แพรทำท่ารังเกียจขึ้นมา
“แต่ถึงอย่างนั้น  การินก็เชื่อนะคะว่าพี่ปอก็คงชอบทุกคน  พยายามใส่ใจทุกคน  แล้วแต่ว่าคนไหนสวยกว่าก็อาจให้เวลามากหน่อย  ใครทนได้ทนไป  ทนได้นานก็คบนาน ทนไม่ได้ก็เลิกกันไป”
“จริงๆนะ  แบงเคยเล่าให้พี่ฟัง แบงมันถามพี่ปอว่า กอยอ่ะดีทุกอย่างยอมทนทุกอย่างได้เพื่อพี่ปอ  แต่ทำไมพี่ปอถึงไม่เลือกกอย  พี่ปอตอบไอแบงว่า  เพราะแบงสวยกว่า  แบงบอกพี่ว่ามันซึ้งมากเลยที่พี่ปอชอบมันแค่ที่มันสวย  สงสารก็แต่กอย นี่ถ้ากอยรู้คงเสียใจมาก”  นาช่วยเสริมอีกแรง
“จริงเหรอพี่นา  ไม่เห็นเล่าให้การินฟังเลยอ่ะ  สงสารพี่กอยว่ะ” การินแลกเปลี่ยนเรื่องราวกับแพรและนา  แล้วยิ่งตอกย้ำความเลวร้ายของผู้ชายที่เธอเคยรักมาก
“กอยน่าสงสาร  พี่เพิ่งคุย MSN กับกอยเมื่อวาน  กอยมันเลิกกับพี่ปอแล้วนะกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัด  มันไปรู้จักคนแถวบ้านคุยถูกใจก็เลยคบกัน  พี่ปอก็โทรไปต่อว่าด่ากอยว่าทิ้งงานไป  แล้วยังจะมีคนใหม่ พี่ปอตามกอยไปถึงที่บ้านเลยนะ แต่กอยก็ไม่กลับมากรุงเทพฯกับพี่ปอ  พี่ปอมาบอกพี่ว่ากอยหนีตามผู้ชายไปแล้ว”  แพรเล่าไปด้วยสีหน้าหมองลงไปมาก พอสังเกตน้ำตาที่เอ่ออยู่ในเบ้าตาของเธอได้ไม่ยาก
“ดีจังที่พี่กอยไปได้ไกล  พี่ปอน่ะรักพี่กอย  แต่คงรักแบบไม่รู้ตัว ทั้งรักทั้งผูกพัน เพราะพี่กอยดีกับพี่ปอเสมอยอมทุกอย่าง  ขาดพี่กอยไปก็คงรู้สึกกับขาดอะไรไปในชีวิต  แต่กับการิน  เค้าคงแทบอยากจะไล่ไปให้ไกลจากชีวิต”  การินยิ้มเศร้าๆ
“พี่ถามพี่ปอว่าการินเป็นใคร  เค้าบอกพี่ว่าอย่าไปรู้จักกับการินเลย  การินสติไม่ค่อยดี  คิดว่าคบกับพี่ปอฝ่ายเดียว  แต่พี่ฟังมาจากกอยมันไม่ใช่อ่ะ อีกอย่างเด็กร้านก็บอกมาอีกอย่าง  พี่ก็อยากมาคุยให้รู้เรื่องไปเลยว่าอะไรเป็นไง แต่พี่รู้สึกดีใจที่ได้มารู้จักการินนะ  อย่างน้อยก็ทำให้พี่ตาสว่างได้มาก  ที่ผ่านมาพี่คิดเอาเองว่าพี่ปอแค่มีคนอื่นไว้เล่นๆและจริงจังกับพี่คนเดียว  ที่ไหนได้  พี่ก็คือของเล่นของเค้าชิ้นนึงเหมือนคนอื่นๆ” แพรกำมือแน่นด้วยความโมโหและเสียใจ
“พี่ปอว่าการินแบบนั้นเลยเหรอ  หาว่าการินบ้างั้นเหรอ” การินหันมองหน้า นา ด้วยความโมโห  นาจึงกุมมือการินเพื่อปลอบใจ
“ใช่ๆ  พี่รู้ว่าพี่ปอไม่อยากให้พี่มาคุยกับการินก็เลยพูดแบบนั้น  พี่เกลียดเค้าว่ะ  พี่จะไปปั่นหัวเค้าให้วุ่นเลยคอยดูนะ”
“อย่าเลยค่ะพี่แพร  การินทำมาหมดแล้ว  สุดท้ายก็โดนด่าลับหลังแบบนี้  ไม่รู้ว่าเขาจะด่าการินให้ใครฟังอีกบ้าง  นึกแล้วแค้นจริงๆ”
“พี่ก็แค้น  พี่อยากทำให้พี่ปอไม่มีความสุขไปเลย  พี่ทนไม่ไหวแล้วนะ” แพรจับขวดเบียร์ไว้แน่นก่อนจะรินลงแก้วอย่างกระโชก
“ใจเย็นนะพี่แพร  ถ้าแค้นใจพี่ปอก็ให้ลงที่พี่ปอนะคะ  อย่าไปลงกับผู้หญิงของพี่ปอเลย  เพราะว่าผู้หญิงทุกคนน่าสงสาร  ทุกคนมีกรรมตามทางของตัวเองใครกรรมเยอะก็อยู่กับพี่ปอนานหน่อย  ใครหมดกรรมเร็วก็จากไปได้ดี การินสงสารผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในวงอโคจรของพี่ปอ  ทั้งที่รู้และไม่รู้เรื่อง  ทุกคนรักพี่ปอมาก  แต่พี่ปอกลับใช้ความรักของผู้หญิงเหล่านั้นมาเป็นเรื่องธุรกิจ  ให้ผู้หญิงเหล่านั้นมาเจอที่ร้าน อุดหนุนร้านของเขา”
“ใช่เลย  พี่อ่ะจะไปหาพี่ปอที่บ้านก็ไม่ค่อยให้พี่ไป  บอกให้พี่มาเจอที่ร้านตลอด  โอ๊ย!!  ยิ่งคุยกับการินทุกอย่างมันชัดเจนไปหมด  หลายอย่างที่พี่สงสัยมันก็ชัดกระจ่างไปหมดเลย ขอบใจมากนะการินที่มาเปิดตาให้พี่”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่แพร  แล้วพี่แพรจะเอาไงต่อคะ  จะทนต่อไปรึว่าเลิกและจากไปอย่างมีความสุข”
“เลิกสิน้อง  รออะไร  แต่พี่ก็ขอแกล้งพี่ปอสักหน่อย  เวลาพี่ไปเที่ยวอ่ะ  ถ้าพี่เห็นพี่ปอไปหาผู้หญิงโต๊ะไหนนะ  พี่ก็จะวิ่งเข้าไปกอดเลยล่ะ  พี่ไม่สนใจหรอกก็พี่ปอแฟนพี่  พี่ปอก็คงเคลียร์กับผู้หญิงอื่นๆเยอะเลยล่ะ  นึกแล้วก็ขำ”
“เอ่อ...การินไม่กล้าทำแบบนั้นหรอกค่ะ  พี่ปอจะเดินหนีการินน่ะสิไม่ว่า ไม่ว่าพี่แพรจะเอาไง  พี่แพรจำไว้นะคะว่าคนอย่างพี่ปอไม่รักใครจริงเท่าตัวของเค้าเองหรอกค่ะ”  การินยิ้มก่อนจะลาแพรกลับไปพร้อมนา  ซึ่งนานอนพักค้างที่หอของการิน
 
            แพรนั่งดื่มต่อเพียงลำพังด้วยความอึดอัดใจ  หลังจากที่การินและนาจากไปแล้วเธอก็ปล่อยโฮออกมาอย่างอ่อนใจ  ทั้งที่เคยคิดว่าเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับปอ  แต่กลับได้รู้ว่าแท้จริงก็ไม่ต่างกับผู้หญิงอื่นๆของปอเลย  แต่เธอก็ยังทำใจไม่ได้ที่จะเดินจากไป  ในใจคิดเพียงว่าจะต้องกำจัดผู้หญิงของปอให้หมดทุกคน  เพื่อเธอจะได้เป็นที่หนึ่งเท่านั้น
 
.....................................................................................................................................
 
 
  

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ติชมได้นะคะ  ขอบคุณที่มาอ่านกันนะคะ ^^
จากคุณ สการินวดี/(rewadwee44) อัพเดตเมื่อ 26/11/2554 03:14:39
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 188 ท่าน