Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ลิขิตรักสะกดหัวใจ
แก้วขวัณ
Chapter 1
1
19/12/2554 13:16:24
353
เนื้อเรื่อง

-1-
 

          ณ เมืองมายซาร์  โลกแม่มด
          “ คุณหนู  พิธีจวนได้เวลาแล้วนะเจ้าคะ ”  หญิงรับใช้เคาะประตูเรียกบุคคลข้างในด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุขที่จะได้เห็นเด็กสาวซึ่งเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กสวมชุดเข้าพิธีสำคัญในชีวิตของแม่มดทุกตน 
ตอนนี้คุณหนูของเธอคงกำลังง่วนอยู่กับการแต่งตัว  เพราะเคาะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบ  ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยหากจะเป็นเช่นนั้น  โยนารู้จักคุณหนูของเธอดี  การจะทำอะไรที่เป็นการเป็นงานคือเรื่องยากสำหรับคุณหนูตัวน้อยเสมอ  
            “ คุณหนูเจ้าคะ  คุณหนู ”  โยนาเคาะประตูเรียกอีกครั้ง  คราวนี้เธอแนบหูเข้ากับประตูคอยฟังอย่างตั้งใจ  แต่ก็ยังไม่ได้ยินเสียงแจ้วที่มักจะขานรับอยู่เสมอ  เวลาพิธีใกล้เข้ามาเต็มทีแล้วด้วย  โยนานึกตำหนิที่ยอมให้คุณหนูแต่งตัวด้วยตัวเองตามที่ขอ  ทั้งที่ปกติมักคุณหนูไม่เคยชอบเรื่องทำนองนี้เลย 
 “ โยนาขออนุญาตเข้าไปนะเจ้าคะ ”  โยนาถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาแม้จะยังไม่ได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง
            ห้องโถงกว้างถูกตกแต่งด้วยของน้อยชิ้น  ตรงข้ามกับบานประตูคือหน้าต่างที่เปิดอ้ารับแสงจันทร์และสายลมเย็น  ผ้าม่านสีดำที่กั้นไว้เป็นห้องแต่งตัวพลิ้วสะบัดตามแรงลม  คุณหนูคงกำลังแต่งตัวอยู่ในนั้นโยนาจึงมุ่งตรงเดินเข้าไปทันที  ทว่าเบื้องหลังผ้าม่านผืนใหญ่มีเพียงความว่างเปล่า  บนโต๊ะหน้ากระจกมีชุดเข้าพิธีสีดำขลับตัดเย็บจากขนกวางภูเขาเพศเมียบริสุทธิ์วางอยู่อย่างลวกๆ  ใกล้กันนั้นคือสาสน์หนังงูแปดเขี้ยวม้วนผูกด้วยเชือกเถาวัลย์
            โยนาไม่รอช้ารีบหยิบสาสน์หนังงูวิ่งออกจากห้องไปทันที  หากเหตุการณ์เป็นไปอย่างที่เธอคิดต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่นอน
            โยนาวิ่งฝ่ากลุ่มพ่อมดแม่มดที่ถูกเชิญเป็นส่วนหนึ่งในพิธีมงคลหมายมุ่งไปยังซาร์เมล่าแม่มดผู้เป็นเจ้านาย  หากมองรูปลักษณ์ภายนอกซาร์เมล่าแทบไม่ได้แตกต่างจากแม่มดสาวกลางวัยสักเท่าไหร่  นอกจากร่องรอยบนใบหน้าเล็กน้อยและผมที่เริ่มมีสีขาวแซม  สำหรับโลกแม่มดแล้วนี่เป็นเพียงครึ่งชั่วอายุขัยหลายร้อยปีเท่านั้น
          เมื่อเห็นหน้าแม่มดรับใช้คนสนิทวิ่งหน้าตื่นมา  หล่อนแทบไม่ต้องคาดเดาเลยว่าเกิดอะไรขึ้น  ซาร์เมล่าปลีกตัวออกมายืนริมระเบียงหอคอยที่ซึ่งพอหลบสายตาผู้อื่นได้
          “ พีธีใกล้ได้เวลาแล้ว  นี่จาร์ไมก้ายังแต่งตัวไม่เสร็จอีกหรือไง ”  หล่อนพยายามเค้นเสียงถามให้เบาที่สุด  ทั้งที่อยากขึ้นไปเร่งหลานสาวด้วยตนเอง  แต่เพราะไม่อยากให้แขกเรื่อมองว่าจาร์ไมก้าไม่ดี  หล่อนจึงได้แต่เก็บความร้อนใจเอาไว้ข้างใน 
โยนาที่รับฟังอยู่สัมผัสได้ถึงอารมณ์ขุ่นเคืองในน้ำเสียง  และคงจะทวีเพิ่มเป็นหลายเท่าหากผู้เป็นนายได้รับรู้ในสิ่งที่เธอกำลังจะบอก
“ คุณหนูไม่อยู่ในห้องเจ้าคะ  ชุดเข้าพิธีก็ถูกถอดทิ้งไว้  และนี่เจ้าคะ ”  โยนารวบรัดคำพูดให้สั้นที่สุดพลางยื่นสิ่งของในมือให้ซาร์เมล่าทันทีด้วยความอยากรู้เนื้อสารด้วยเช่นกัน
            ซาร์เมล่ารับมาเปิดอ่านอย่างหมดความอดทน  ไม่รู้ว่าหลานสาวตนนี้จะเล่นซนอะไรอีก
            ‘ ข้ารู้ว่าท่านย่าต้องไม่พอใจกับสิ่งข้ากระทำลงไป  หากแต่ท่านย่าบังคับให้ข้าต้องทำเช่นนี้  ข้าไม่ปรารถนาจะเข้าพิธีครองคู่ไม่ว่ากับพ่อมดตนใดทั้งนั้น  แม้แต่ราชิก  หวังว่าท่านย่าจะเข้าใจ...จาร์ไมก้า ’ 
“ เจ้าหลานไม่รู้จักโต ”  ซาร์เมล่ากำสาสน์ในมือแน่นด้วยความเดือดดาล  ไม่รู้ว่าหลานตนนี้จะดื้อรั้นไม่ถึงไหนกัน  ทั้งที่หล่อนพยายามหาผู้ที่เหมาะสมกับเธอที่สุด  ไม่วายหลานสาวตนนี้ยังก่อปัญหาให้เธอหนักใจและขายขี้หน้า
            “ คุณหนูว่าไงบ้างเจ้าคะ ”  โยนาร้อนใจจนทนรอไม่ไหวเอ่ยถามขึ้น
            “ จะว่ายังไงล่ะ... ”  ซาร์เมล่าตอบเสียงดังด้วยความฉุนเฉียว  เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอาจมีใครได้ยิน  หล่อนจึงลดระดับเสียงลงเป็นการกระซิบแทน 
            “ จะว่ายังไงอีกล่ะ  คุณหนูของเจ้าหนีพิธีไปแล้วนะซิ ”  
            “ หนี!”  โยนาตะโกนออกมาอย่างตกใจจนต้องรีบใช้มือปิดปากตัวเองทันทีที่เห็นสายตาดุของซาร์เมล่า
            ทั้งสองมองหน้ากันอย่างกัวลใจ  เพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจาร์ไมก้าจะกล้าทำถึงเพียงนี้  ทั้งที่ก่อนหน้านี้จาร์ไมก้าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและดีมากจนผิดปกติเสียด้วยซ้ำ  แต่ทั้งคู่กลับไม่ได้เอ๊ะใจอะไร  คิดว่าหลานสาวหรือคุณหนูของตัวเองมีความคิดที่โตขึ้น  สามารถเข้าใจความปรารถนาดีของผู้ใหญ่ที่มีให้  ที่ไหนได้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับเป็นแผนหลอกให้ตายใจเท่านั้นเอง
            เวลาเดียวกันนั้น  พ่อมดหนุ่มที่ซาร์เมล่าหมายปองให้เป็นคู่ครองของหลานสาวกำลังเดินตามหาแม่มดย่างวัยชราอยู่อย่างไม่สบายใจ  เขาเกรงว่าอาจเกิดปัญหาบางอย่างกับจาร์ไมก้าที่ตอนนี้ควรจะลงมาได้แล้วเพราะเวลาเริ่มพิธีใกล้เข้ามาทุกที  แต่บัดนี้เขายังไม่เห็นเธอแม้แต่เงา  จนกระทั่งเดินผ่านระเบียงมุมในสุดของโถงห้องพิธี 
            “ ท่านย่าครับ ” 
            เสียงของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญทำเอาทั้งเจ้านายและลูกน้องสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ  เมื่อเห็นสีหน้าตระหนกตกใจจนซีดเผือดของทั้งคู่  พ่อมดหนุ่มถึงกับรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นทันที
                “ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นรึเปล่าครับ ” 
            ซาร์เมล่าและโยนาหันมองหน้ากันอย่างไม่รู้จะตอบคำถามนี้เช่นไรดี
 

            ภายในห้องกว้างอันโอฬารที่เคยคับคั่งด้วยเหล่าพ่อมดแม่มด  บัดนี้เหลือเพียงซาร์เมล่าและโยนา  ผู้ร่วมเป็นสักขีพยานทั้งหมดถูกเชิญกลับโดยรับรู้เหตุผลเพียงว่าแม่มดสาวเจ้าของพิธีประสบอุบัติเหตุกระทันหันจนไม่สามารถมาเข้าพิธีได้  จึงจำต้องเลื่อนพิธีการออกไปอย่างไม่มีกำหนด
            ราชิกออกไปส่งผู้เป็นพ่อกับแม่เดินกลับเข้ามาในห้องพีธีอีกครั้งเพื่อดูความเรียบร้อย  เมื่อเห็นสีหน้ากลัดกลุ้มใจของซาร์เมล่า  เขาจึงเสนอความคิดเห็นขึ้น
            “ ท่านปรารถนาให้ข้าออกไปตามหานางหรือไม่  จาร์ไมก้าคงยังไปไหนได้ไม่ไกลนัก ”  ราชิกหันไปพยักหน้าสั่งลูกน้อง  โดยไม่คิดว่าจะได้รับการปฏิเสธ
            “ อย่าเลยราชิก  ข้ารู้จักหลานสาวข้าดี  ไม่นานจาร์ไมก้าต้องกลับมา ”   ซาร์เมล่ากล่าวอย่างเชื่อมั่น  แม่มดที่ไม่เคยออกนอกเมืองมายซาร์สักครั้ง  วิชาร่ายมนตร์ก็มีเพียงเล็กน้อย  จาร์ไมก้าไม่มีทางผจญภัยในโลกภายนอกเพียงลำพังได้นานแน่นอน  สักวันหลานสาวหล่อนจะกลับมาอีกครั้งแน่นอน
            “ หากท่านปรารถนาเช่นนั้นข้าก็ไม่ขัด ”  ราชิกยอมรับฟังแต่โดยดี
            “ ข้าต้องขอโทษเจ้าแทนหลานสาวด้วย  กลับมาเมื่อไหร่ข้าจะลงโทษให้เข็ดหลาบเลยคอยดู  ทำอะไรไม่รู้จักคิด  เมื่อไหร่จะโตเสียทีก็ไม่รู้ ”  ซาร์เมล่าอดไม่ได้ที่จะระบายออกมาตามนิสัยจู้จี้ขี้บ่นขี้โวยวาย  และมักจะเป็นเช่นนี้เสมอเมื่อจาร์ไมก้าออกไปก่อวีรกรรมไว้  แต่ด้วยความรักที่มีต่อหลานสาว  ผู้เป็นย่ากลับทำได้เพียงตำหนิเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น  ยิ่งเมื่อร่างน้อยเข้ามากอดและออดอ้อนไม่กี่คำ  ความไม่พอใจที่มีทั้งหมดพลันหายไปในทันที  นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้จาร์ไมก้ามักเล่นชอบซนก่อเรื่องไปทั่วและไม่ฟังคำทัดทานของใคร
            “ ข้าเองก็ไม่ชอบการฝืนใจใครเช่นกัน  ข้าจะรอวันที่นางพร้อมและกลับมาหาข้าอีกครั้ง ”  เจ้าของใบหน้าเกลี้ยงเกลามีหนวดเคราสั้นบริเวณเหนือริมฝีปากและจอนซึ่งทอดยาวจนถึงคางดูน่าเกรงขามไม่มีท่าทีโกรธเคืองจาร์ไมก้าแม้แต่น้อย
            “ ขอบใจเจ้ามากนะราชิก  ข้าเลือกไม่ผิดจริงๆ ”  ซาร์เมล่ามองราชิกอย่างชื่นชมในจิตใจ  คงมีเพียงหลานสาวตัวแสบเท่านั้นที่มองไม่เห็นความดีของพ่อมดหนุ่ม  ไม่ว่ายังไงหล่อนต้องทำให้ทั้งคู่ครองคู่ใช้ชีวิตรักร่วมกันให้ได้  ซาร์เมล่าไม่เห็นมีใครดีและเหมาะสมเท่ากับพ่อมดหนุ่มตนนี้อีกแล้ว
            “ ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน  เกรงว่าท่านพ่อท่านแม่จะคอยนาน ”
            ซาร์เมล่ารีบพยักหน้าอนุญาตทันที  หล่อนเองรู้สึกผิดต่อพวกท่านทั้งสองไม่น้อย  ด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ที่เป็นถึงหัวหน้าองครักษ์ราชินีประจำเมืองนี้ การกระทำของหลานสาวถือเป็นการหยาบเกียรติของท่านทั้งสองมาก  กลับมาคราวนี้ต้องให้เจ้าตัวดีไปขอขมาพวกท่านเสียแล้ว
            อีกมุมหนึ่งของหอหอย  ราชิกเดินออกจากห้องพิธีพร้อมกับสมุนพ่อมดอีกห้าตน  พ่อมดหนุ่มหยุดเดินแล้วเอี้ยวคอไปพยักหน้าให้กับพ่อมดข้างหลัง  แม้ไม่ได้เอ่ยเป็นคำพูด  แต่ทั้งหมดก็รู้ว่าเจ้านายต้องการอะไร
            พ่อมดสามตนกระโดดพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างทันทีอย่างรู้หน้าที่  ราชิกมองร่างลูกน้องที่หายไปท่ามกลางท้องนภาอันมืดมิดอย่างเพียงพอใจ  ไม่ว่าดวงจันทร์ค่ำคืนนี้จะสวยเด่นเพียงใด  สำหรับเขาแล้วแม่มดสาวจอมดื้อรั้นคือผู้เดียวที่เขาจะชายตาแลมองและเป็นผู้ครอบครองเธอ
 

            การเดินทางไกลครั้งแรกของจาร์ไมก้าทำแม่มดสาวหนักใจไม่น้อย  แม้จะเคยแอบหนีออกไปข้างนอกบ่อยครั้ง  แต่นั้นก็เป็นระยะทางที่สามารถเดินทางกลับได้ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน  แตกต่างจากครั้งนี้ที่เธอจำต้องเดินทางไปที่ไหนสักแห่งที่แสนไกลและไม่มีใครหาเธอเจอ
            จาร์ไมก้าใช้ไม้กวาดเวทมาตร์เป็นยานพาหนะข้ามผ่านมหาสมุทรท่ามกลางพระจันทร์ทรงกรด 
ความสวยงามของแสงสีรุ้งที่ล้อมรอบดวงจันทร์ไม่ได้เป็นที่พิสมัยของแม่มดสาวเหมือนอย่างเคย  มองไปทางไหนเธอก็เห็นแต่พื้นน้ำอยู่เบื้องล่าง  ไม่รู้ว่าต้องเดินทางไปไกลอีกแค่ไหนถึงจะข้ามผ่านไปได้เสียที 
            จาร์ไมก้าปล่อยความคิดล่องลอยไปตามสายลมที่พัดผ่านราวต้องการรั้งไม่ให้เธอไป  ความมืดมิดเบื้องหน้าบั่นทอนความหวังของเธอลดน้อยลงเรื่อยๆ  จาร์ไมก้าเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าระหว่างการมุ่งหน้าต่อไปไม่สิ้นสุดกับการปล่อยวางทุกอย่างให้จมดิ่งใต้ท้องสมุทรเบื้องล่างอย่างไหนดีกว่ากัน 
ทว่าความหวังที่ริบหรี่พลันเปี่ยมขึ้นอีกครั้ง  เมื่อมีแสงสว่างดวงเล็กมากมายอยู่ไกลลิบตา  ไม้กวาดถูกสะกดให้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงขึ้นอย่างมีจุดมุ่งหมายวนั่นคือชุมชนที่สว่างไสวอยู่ข้างหน้า  จากท้องน้ำมหาสมุทรเบื้องล่างค่อยๆ เปลี่ยนพื้นดิน  จนกระทั่งปรากฎเป็นสิ่งก่อสร้างบ้านเรือนและเหล่าพ่อมดแม่มดหลายชีวิตเดินขวักไขว่ยามราตรี  จาร์ไมก้าฟังเสียงดนตรีบรรเลงดังจนได้ยินมาถึงข้างบนอย่างครื้นเครงตามไปด้วย  ก่อนที่เสียงทุ้มจากข้างหลังจะทำให้เธอไม่สนใจรับฟังมันอีก
            “ นั่นไง  ตามไปเร็ว ”   
              จาร์ไมก้าหันขวับตามเสียง  พ่อมดสามตนกำลังขี่ไม้กวาดมุ่งตรงมา  หนึ่งในนั้นชี้หน้าเธอเป็นการบอกเป้าหมาย
            ไม่ต้องบอกจาร์ไมก้าก็รู้ว่าเป็นพ่อมดภายใต้การควบคุมของใคร  จาร์ไมก้ารีบพุ่งลงชุมชนข้างล่างทันทีก่อนที่พ่อมดพวกนั้นจะตามมาทัน  ไม่ว่ายังไงเธอจะไม่มีวันยอมถูกจับตัวกลับไปเด็ดขาด
            จาร์ไมก้าเข้าไปเดินท่ามกลางพ่อมดแม่มดที่เดินเบียดเสียดกัน  ถึงจะวิ่งหนีได้ยาก  แต่มันก็ช่วยพรางตัวได้เป็นอย่างดี  เธอมักจะใช้วิธีนี้บ่อยๆ เวลาหนีโยนาออกมาข้างนอก  แต่คราวนี้คงใช้ไม่ได้กับพ่อมดฉกรรจ์ทั้งสามตน  กว่าจะหนีพ้นสายตาเธอคงหมดแรงก่อนพอดี  ดังนั้นแม่มดสาวจึงกวาดสายตาสอดส่องหาที่หลบซ่อนตัวสองข้างทางตลอดเวลา  และเมื่อเห็นลังไม้วางซ้อนกันอยู่หน้าร้านแห่งหนึ่ง  เธอจึงรีบวิ่งไปหลบข้างหลังกองลังไม้นั้นทันที
            “ แยกกันหาให้พบ  เร็ว!”  พ่อมดที่เป็นหัวหน้าสั่งลูกน้องสองคนด้วยเสียงหนักแน่น  จนผู้ที่ถูกตามหาเสียวสันหลังวาบ
            เมื่อแน่ใจว่าทั้งสามได้แยกย้ายกันไปแล้ว  แม่มดสาวจึงลุกขึ้นพลางถอนหายใจอย่างโล่งอกจนไม่ทันระวังทำไม้กวาดหลุดมือ  ตุ๊บ!  ลังไม้ตรงหน้าถูกกระแทกตกลงพื้นจนแตกหัก  ลูกผลไม้หลากสีเกลื่อนพื้นทางเดินเต็มไปหมด  พ่อมดแม่มดที่เดินมาไม่ทันระวังเหยียบลื่นล้มจนเกิดเสียงเอ๊ะอะโวยวายดังขึ้น  พ่อมดที่เพิ่งออกคำสั่งลูกน้องหันกลับมามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ท่ามกลางเหตุการณ์วุ่นวายสายตาเหี้ยมเกรียมพลันสะดุดเข้ากับร่างเล็กของแม่มดสาว
            เมื่อเห็นว่าพ่อมดตนเดิมกำลังเดินย้อนกลับมา  จาร์ไมก้าเลิกสนใจความผิดตรงหน้าแล้ววิ่งเข้าไปในร้านที่อยู่เบื้องหลัง  แม้จะเป็นร้านเล็กๆ  แต่ก็เต็มไปด้วยลูกค้ามากมาย  จาร์ไมก้าจึงรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง  กลิ่นฉุนที่ลอยมากระทบจมูกทำให้จาร์ไมก้าเดาว่าที่นี่คงเป็นร้านขายยาสมุนไพรแน่นอน  และก็เป็นไปตามที่คาด  เพราะเมื่อเดินฝ่าผู้คนมากมายจนเข้ามาหลังร้านขณะที่เจ้าของร้านง่วนอยู่กับการขายของ  เธอถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นแก้วขวดโหลมากมายวางซ้อนเรียงรายบนชั้นไม้สูงลิบตาและทอดยาวจนถึงสุดทางเดินข้างหน้ามืดมิดข้างหน้า  หากไม่มีแสงจ้าลอดผ่านเข้าย่อมไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามีประตูเชื่อมอยู่ตรงสุดทางเดินนั้น  สำหรับจาร์ไมก้าแล้วนั่นถือเป็นประตูสวรรค์เลยก็ว่าได้
            แม่มดสาวรีบวิ่งเข้าไปเพื่อหลบซ่อนตัว  ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากเกิดขึ้นชั่วขณะหนึ่งเมื่อก้าวเท้าผ่านเข้ามา  แสงสว่างที่ส่องจ้าจนสายตาปรับไม่ทันทำให้แม่มดสาวต้องใช้มือบังเอาไว้  อากาศภายในที่หนาวเย็นอบอวลไปด้วยกลิ่นที่ไม่คุ้นจมูก  ทุกสัมผัสที่เกิดขึ้นแตกต่างจากห้องที่เหม็นอับและมืดสลัวเมื่อครู่ราวกับอยู่คนละโลก
            “ เจ้าเป็นใคร!”  เสียงแหลมเล็กเสียดแก้วหูดังขึ้นเรียกให้จาร์ไมก้าเอาฝ่ามือลง 
            เจ้าของเสียงมีใบหน้างดงามคมเข้มดูอ่อนวัยแตกต่างจากน้ำเสียงที่จาร์ไมก้าคิดว่าคงมีอายุไม่น้อยท่านย่าเธอเสียด้วยซ้ำ  แม่มดสาวสวมชุดยาวคลุมเท้าสีขาวที่จาร์ไมก้าแทบจะไม่เคยเห็นแม่มดพ่อมดตนไหนใส่เลย  ผมหยิกลอนสีน้ำตาลถูกรวบเป็นมวยไว้ข้างหลังอย่างเรียบร้อยไม่มีผมหลุดหล่นออกมาแม้แต่เส้นเดียว  ดวงตาเรียวเล็กมองจิกมายังบุคคลภายนอกอย่างเอาเรื่อง
            “ ข้าชื่อจาร์ไมก้า ”  จาร์ไมก้าตอบอย่างไม่มีท่าทีหวาดกลัวสายตาที่มองมาแม้แต่น้อย  จาร์ไมก้าคิดว่าเธอผู้นั้นไม่มีทางขึ้นเสียงกับตนแน่นอนหากรู้เหตุผลของที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
            “ แล้วเจ้าเข้ามาที่นี่ได้ยังไง ”  แม่มดชุดขาว ถามคำถามใหม่ขึ้นทันทีอย่างไม่สบอารมณ์ที่เห็นบุคคลแปลกหน้าเข้ามาที่นี่
            “ ข้าก็มาทาง... ”  จาร์ไมก้านึกขึ้นได้ว่ากำลังหนีพ่อมดอยู่จึงหันกลับไปหมายปิดประตูข้างหลัง  แต่บัดนี้กลับมีเพียงผนังสีขาว  ไม่มีแม้แต่ร่องรอยว่าเคยมีประตูหรืออะไรที่เชื่อมต่อกับอีกฝากหนึ่งเลยสักนิด
            เมื่อเห็นเช่นนั้นเจ้าของสถานที่ถึงกับอ้าปากค้างตกใจอย่างคาดไม่ถึง
            “ นี่เจ้ารู้รึเปล่าว่าเจ้าทำอะไรลงไป ”  เสียงตวาดถามทำจาร์ไมก้าถึงกับผงะ  แม่มดสาวไม่รู้ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นและไม่รู้ว่าเจ้าของเสียงแหลมเล็กหมายความว่ายังไง  จาร์ไมก้านิ่งเงียบคิดย้อนเหตุการณ์ที่ผ่านมาอย่างงงงัน  มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่   จาร์ไมก้าไม่เข้าใจ
            “ นั่นคือประตูมิติ ”  คำถามที่ติดอยู่ในใจได้รับคำตอบจากบุคคลตรงหน้า  เสียงที่เคยขึ้นสูงปรี๊ดเบาลงจนฟังดูสบายหูต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ
             “ หมายความว่าไง ”  จาร์ไมก้ามองแม่มดหน้าคมที่พยายามระงับโทสะไว้อย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่ได้ฟัง
             “ ก็หมายความว่าเจ้าได้ข้ามมิติแห่งกาลเวลามายังอีกโลกมิติหนึ่งซึ่งไม่ใช่โลกแม่มดนะซิ  และเจ้าไม่สามารถกลับไปได้จนกว่าประตูมิติจะเปิดอีกครั้ง ”
            “ อีกนานแค่ไหน ” จาร์ไมก้าไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นเรื่องจริง
            “ ตามที่ข้าคำนวณน่าจะอีก...สี่สิบเก้าวันนับแต่พรุ่งนี้ ”  แม่มดร่างสูงโปร่งนับนิ้วคำนวณวันเวลาเพื่อไม่ให้คลาดเคลื่อน 
            “ หมายความว่าจะไม่มีผู้ใดตามข้ามาที่นี่ได้เช่นนั้นหรอ ”  แววตาคู่โตไม่สามารถซ่อนความคาดหวังในคำตอบได้จนผู้สบตาถึงกับไม่อยากพูดความจริงออกไปด้วยความสงสาร  แม้กลัวว่าแม่มดวัยเยาว์จะไม่สามารถทำใจได้  ถึงกระนั้นเธอเองก็ยินดีที่จะรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด
             “ ก็คงต้องเป็นเช่นนั้น  แต่เจ้าไม่ต้องห่วง... ”
             “ อ๊ากกก!!!”  จาร์ไมก้าก้มหน้ากรีดร้องสุดเสียงจนอีกฝ่ายชะงักพูดต่อไม่ถูก  มันคงเป็นเรื่องยากมากจริงๆ ที่จะทำใจได้สำหรับแม่มดอายุน้อยขนาดนี้  แต่คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องให้เธออยู่ที่นี่จนกว่าจะครบกำหนดวันเวลา
             “ เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม ”  น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยถามขึ้นระคนรู้สึกผิดต่อแม่มดสาว 
ใบหน้าที่ก้มอยู่เงยขึ้น  ทว่าสีหน้าที่เห็นช่างแตกต่างจากที่คิดเอาไว้มาก  จาร์ไมก้ายิ้มร่าราวกับไม่ได้มีเรื่องร้ายใดๆ เกิดขึ้น  ทั้งยังโผเข้ากอดผู้ที่ยืนงงอยู่อย่างร่าเริง 
            “ อือ  ข้าไม่เป็นไร ”  จาร์ไมก้าพยักหน้าตอบพลางกระโดดเต้นไปมารอบห้อง  ทำไมทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างง่ายดายถึงเพียงนี้  โลกที่ไม่มีใครตามหาเธอพบก็ว่าวิเศษแล้ว  นี่ยังเป็นโลกที่ไม่ใช่โลกแม่มดอีก  แค่ได้ฟังก็สนุกแล้ว
            “ ว่าแต่ที่นี่มันที่ใดหรอ ”  จาร์ไมก้ายืนนิ่งรอฟังคำตอบ  แต่ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนความรู้สึกก็ไม่ได้ต่างกันสักนิด
            “ โลกมนุษย์ ”  แม่มดเจ้าของเสียงเอกลักษณ์ตอบอย่างอ่อนใจ  ทั้งที่อุตส่าห์ทุกข์ใจเป็นห่วง  ที่ไหนได้เจ้าตัวกลับไม่มีอาการโศกเศร้าให้เห็นเลยแม้แต่น้อย 
            “ โลกมนุษย์งั้นหรอ ”  แม้ชื่อจะฟังดูแปลกหูไปบ้าง  แต่ยังไงก็ต้องมีอะไรสนุกๆ ให้ทำบ้างแหละน่า  ความรู้สึกดีใจจนเนื้อเต้นเหมือนเด็กที่ได้รับอุญาตให้ออกไปเล่นนอกบ้านแสดงออกมาอย่างชัดเจนจนแม่มดผู้อาวุโสกว่าอดกล่าวเตือนไม่ได้
            “ โลกนี้นะไม่ได้น่าอยู่อย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ  จิตใจมนุษย์ยากนักที่จะยั่งถึง  ทางที่ดีเจ้าควรอยู่แต่ในร้านดีกว่า  แม่มดกำลังจิตยังอ่อนอย่างเจ้าขืนออกไปข้างนอก  มีแต่จะเป็นอันตราย  พลังของพวกมนุษย์อาจทำให้เจ้ามีชีวิตไม่รอดถึงวันที่ประตูมิติเปิดอีกครั้งก็เป็นได้ ”  แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังก็จริง  แต่หล่อนกลับไม่อยากใส่ใจแม่มดตนนี้มากเหมือนเดิมอีกแล้ว  ร่างสูงหันหลังให้กับจาร์ไมก้าพลางจัดแจงวางข้าวของให้เข้าที่  ความเงียบกลับเข้ามาปกคลุมที่แห่งนี้อีกครั้ง  ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดเพียงเท่านี้จะทำให้แม่มดวัยซนยอมนิ่งสงบลงได้  จนกระทั่งเสียงกระดิ่งประตูที่ดังขึ้น
            ลูกค้าคนแรกของวันนี้มาแล้ว  แม่มดเจ้าของร้านหันมองใบหน้ามนุษย์ตาดีที่สัมผัสร้านได้อย่างชื่นชม  ทว่าตรงประตูกระจกใสไม่มีมนุษย์อยู่สักคน  นอกจากร่างบางของแม่มดสาวที่ยืนอยู่
            “ นั่นเจ้าจะไปไหนนะ ”  หล่อนถามขึ้นอย่างเหนื่อยใจ  สรุปแล้วที่พูดมาก็ไม่ได้เข้าหูเธอผู้นั้นเลยจริงๆ
            “ ที่ใดก็ตามที่ไม่มีพิธีครองคู่  ที่นั้นย่อมน่าอยู่สำหรับข้าเสมอ ”  จาร์ไมก้ายกฝ่ามือขึ้นลูกผมม้าสามครั้งพร้อมกับยิ้มส่งอย่างสดใส  แล้วปิดประตูลง
            “ จาร์ไมก้า  จาร์ไมก้า ”  แม่มดในร้านตะโกนเรียกตามหลังไป  แต่เมื่อมืออันเรียวยาวสัมผัสกับบานประตู  ทั่วทั้งร่างพลันชะงักกึก  เปลือกตาทั้งสองข้างปิดลงในทันที  ความร้อนวูบแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัว  ภาพเหตุการณ์มากมายฉายผ่านมโนภาพไปอย่างรวดเร็ว  ก่อนที่ดวงตาทั้งคู่จะเปิดขึ้นอีกครั้ง 
            “ มันถูกกำหนดไว้แล้วซินะ ”  มือเนียนขาวค่อยๆ ปล่อยจากประตูอย่างพยายามตัดใจ  หล่อนทำได้เพียงยืนมองแผ่นหลังนั้นวิ่งเลี้ยวลับหายไป    
           
 
            หลังจากใช้เวลาหาอยู่นาน  แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงาของแม่มดสาว  พ่อมดทั้งสามตนจึงกลับมารายงานให้เจ้านายทราบ 
            “ พวกเจ้านี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ  ”  ราชิกเพียงตวัดแขนไปในอากาศ  ร่างหนาทั้งสามพลันล้มคลืนลงในทันใด
            “ ขอประทานโทษขอบรับ  ข้าได้ตามนางเข้าไปในร้านนั้นแล้ว  แต่จู่ๆ นางก็หายตัวไป ”  หัวหน้าพ่อมดลุกขึ้นคุกเข้าเหมือนเดิม  ตามด้วยลูกน้องอีกสองตน
            “ ตามตัวมาให้ได้  หากไม่พบ  พวกเจ้าก็ไม่ต้องกลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีก  ไป!”  ราชิกสั่งเด็ดขาด  พ่อมดสามตนลุกขึ้นไปทันทีที่ได้ยินคำสั่งประกาศิต 
            พ่อมดหนุ่มกำมือแน่นอย่างแค้นใจ  ไม่ว่ายังไงเขาต้องได้ตัวเธอกลับมา
 
 

…………………………………………………
 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
สนุกมากกกก ><
มาอัพต่อไวๆนะค่ะ
น่าจะเพิ่มขนาดตัวหนังสือจะได้อ่านง่ายขึ้นนะค่ะ
ถ้าติอะไรไปก็ขอโทษด้วยนะค่ะ
จะติดตามค่ะ ^^
จากคุณ hapless/(hapless) อัพเดตเมื่อ 23/11/2554 22:09:57
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 172 ท่าน