Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
บ่วงรักนาคราช
ผ้าไหม
บทนำ
1
22/11/2554 23:08:01
841
เนื้อเรื่อง
       ณ  ดินแดนลี้ลับที่มนุษย์ไม่อาจสัมผัสได้ใต้ผืนแผ่นน้ำที่ไหลตลอดเวลา
"เจ้านางได้โปรดเสด็จกลับวังบาดาลของเราเพคะ"
"ไม่นาคี  เราจะไม่ไปไหนทั้งนั้น  หากเจ้าพี่คิดว่าเราเลวเราชั่ว  เราจะเอาชีวิตของเราเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เรามิเคยคิดคบชู้สู่ชายดังเช่นนาคีรินทรากล่าวหา"                                                                                            
หญิงสาวกล่าวออกมาพร้อมกับร่ำให้ปริ่มว่าใจจะขาด  เสียแรงที่ครองรักกันมาหลายพันปีแต่เจ้าพี่ภูมินทร์ไม่เชื่อใจนางเลยกลับไปเชื่อคำยุยงของนางนาครินทราที่ต้องการให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน  โดยที่มิได้ตรัสถามให้เข้าใจความเสียก่อน  เธอยังจำถ้อยคำที่กล่าวหาเธอได้ดี
"หญิงชั่วเช่นเจ้าหากเรายังร่วมเตียงเคียงหมอนอยู่ก็จะเป็นเสนียดแห่งตัวเรา" 
เจ้าพี่ช่างไม่รู้เลยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมานางมิเคยแบ่งใจหรือชายตาแลชายอื่นเลยนอกจากเจ้าพี่ผู้เป็นเจ้าแห่งนาคทั่วพื้นพิภพแห่งนี้  นับตั้งแต่นางกำเนิดขึ้นที่แท่นบรรทมของพระองค์เพื่อเป็นคู่แห่งเจ้านาคราช  นางรักและปฏิบัติต่อผู้เป็นเจ้าชีวิตด้วยความจงรักภักดี  แต่เหตุไฉนเจ้าพี่จึงตอบแทนเธอด้วยการณ์เช่นนี้  หากมิได้รับความไว้วางพระทัยแล้วตัวเราจะมีชีวิตไปไย    เจ้านางนาคนารีคิดอย่างน้อยพระทัยก่อนจะตั้งจิตอธิฐาน
"สองมือเราขอกราบไหว้  หากแม้นตัวเรามิได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยแล้วเราขอตั้งจิตอธิฐานขอดับดวงจิตแห่งเราจะมิขอรักใครไม่ว่าจะเกิดในพื้นพิภพแห่งใด"
"เจ้านาง  ได้โปรดเถิดเพค่ะ  เจ้านางอย่าตรัสเช่นนี้"  นาคนาคีที่ตามรับใช้ต่าง ร่ำให้เมื่อได้ยินสิ่งที่เจ้านางของพวกเธอตรัสเช่นนั้น
"เจ้านางหม่อนฉันขอนะเพค่ะ  อย่าทำเช่นนี้เลย"
  "ได้โปรดเถิด  อย่าทิ้งพวกเราไปเลย"
เสียงร่ำให้ของเหล่านางสนมและนางในที่คอยตามรับใช้มิทำให้นาคนารี เปลี่ยนใจกลับตั้งจิตอฐานอย่างแรงกล้าที่จะให้ดวงจิตของนางดับกายทิพย์เพื่อจะได้ไปจุติในที่แห่งใหม่  ก่อนจะเกิดแสงสีขาวสว่างไสวล้อมรอบร่างอรชรที่ห่มภูษาสีเขียวเรืองรองพร้อมกับกายทิพย์ของนางค่อย ๆ จางลงเรื่อยๆ  ทันใดนั้นบานประตูวิหารถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่ทรงผ้านุ่งภูษาสีทองไม่สวมเสื้อแต่มีสร้อยสังวาลและเครื่องประดับอย่างเช่นกษัตริย์ก้าวพระบาทเข้ามาภายในห้อง  สิ่งที่นาคราชผู้ปกครองเมืองบาดาลได้พบนั้นทำให้ดวงหทัยแทบแตกสลายร่างของน้องนางที่คู่เคียงราชบัลลังมานานนับหลายพันปีกายทิพย์ของนางกำลังจะแตกดับไป
"เจ้านางแห่งเราได้โปรดเถิดยกโทษให้แก่เราผู้โง่เขลาด้วย"
"....."
"น้องนางแห่งพี่  เจ้าอย่าได้จากพี่ไปเช่นนี้เลย"  เสียงที่ตรัสออกมาเว้าวอนอย่างน่าสงสาร  เขารู้แล้วว่าสิ่งที่ได้รับรู้และเห็นนั้นเป็นเพียงการใส่ร้ายนางอันเป็นที่รักหาได้เป็นความจริงไม่  หรือเขาจะต้องสูญเสียแก้วตาดวงใจไปจริง ๆ
"เจ้าพี่เพค่ะ  เจ้าพี่มิเคยเชื่อใจน้องเลย"  เสียที่เอื้อยเอยออกมาจากเรียวปากนั้นช่างตัดพ้อและต่อว่าที่เขาไม่เชื่อใจนาง
"น้องนางแห่งเรา  บัดนี้เราได้รู้ความจริงแล้วได้โปรดกลับมาอยู่เคียงข้างเราอันเป็นที่รักของเจ้าเถิด"
"จะมีประโยชน์อันใดเล่าเพค่ะ  วันนี้เจ้าพี่ไม่เชื่อใจข้ากาลต่อไปข้างหน้าก็ย่อมต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก"
"เราขอสัญญา นาคนารีรัตน์  ดวงแก้วแห่งเราว่าต่อไปในกาลข้างหน้าไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นใดเราจะมิกล่าววาจาให้นางได้ช้ำใจอีก เราจะมั่นคงในตัวของเจ้า"  ภูมินทร์นาคราช กล่าวสัญญาออกมาด้วยความหวังให้นางอันเป็นที่รักยกโทษให้
"ไม่มีประโยชน์เพค่ะ  น้องมิต้องการคำสัญญาจากเจ้าพี่ ไม่ว่าภพนี้หรือภพหน้าเราอย่าได้พบเจอกันอีกเลยเพค่ะ"
"เหตุใดเจ้าจึงกล่าวเช่นนั้น  หรือเจ้ามิได้มีใจภักดิ์กับเราภูมินทร์นาคราชผู้เป็นสวามีเจ้าแล้วหรือ"  
"....."  ไม่มีเสียตอบรับจากนางอันเป็นที่รัก  แสงสีขาวค่อย ๆ สว่างขึ้นกายทิพย์ของนางอันเป็นที่รักแห่งภูมินทร์นาคราชค่อยเลือนหายไปบางเบาลงไปทำให้มองเห็นเป็นเพียงรูปร่าง  นาคหนุ่มค่อย ๆ เสด็จเข้าไปหาร่างของนางอันเป็นที่รักพร้อมกับยกพระกรกอดรัดร่างของนางไว้แนบพระอุระ
"เจ้าอย่าได้จากพี่ไป เพียงเพราะเหตุนี้เลย"
"....."
"เจ้าจะให้พี่อยู่อย่างไรหากไม่มีเจ้าอันเป็นดวงหทัย"  ถ้อยคำที่กล่าวออกมาช่างตัดพ้อและหมดหวังเมื่อรู้แน่แล้วว่านางอันเป็นที่รักต้องการจะจากเขาไปจริง ๆ อีกกี่พันกี่แสนปีหนอเขาถึงจะได้ดวงแก้วดวงนี้กลับมาครอบครอง  กี่พันปีนางถึงจะให้อภัยเขาบัดนี้เขารู้แล้วว่าการที่ไม่เชื่อใจคนที่เรารักนั้นทำให้เกิดการสูญเสียใหญ่หลวงนัก  เมื่อถึงเวลาที่นางกลับมาอยู่ในอ้อมกอดเขาอีกครั้งเขาจะรักนางอย่างดีจะมิกล่าววาจาอันใดให้นางต้องซอกซ้ำดวงใจ
"เจ้าช่างใจดำนัก  เจ้านางแห่งเรา  เพียงความผิดครั้งนี้เจ้ามิให้อภัยเรา"  
"เจ้าพี่  น้องให้อภัยเจ้าพี่น้องขออโหสิกรรมให้เจ้าพี่ทุกสิ่งทุกอย่าง ขอให้เจ้าพี่อภัยให้น้องถือว่าเราทั้งสองหมดวาสนาต่อกันแล้ว"
"ไม่เราจะมิให้อภัยต่อเจ้านาคนารีรัตนาวดี  ไม่ว่าเจ้าจะไปเกิดที่ภพใดเราขอให้เจ้าไม่มีคู่ครองจวบจนเจ้าได้กลับมาเป็นคู่แห่งเรา  แล้วเมื่อถึงเวลานั้นเราจะลงโทษเจ้าให้สาสมกับความใจดำของเจ้าที่ละทิ้งเราไป"
"เจ้าพี่...."   ร่างในอ้อมพระกรที่แนบพระอุระจางหายวับไปกลายเป็นดวงแก้วที่มีประกายสีเขียวเช่นเดียวกับภูษาของนางลอยขึ้นสูงและหายวับไปจากพระเนตร
“จะผ่านไปกี่ภพกี่ชาติข้าจะรอเจ้านาคนารีรัตนาวดี  ดวงใจของข้า”  เสียงร้องของภูมินทร์นาคราชเจ้าแห่งเมืองบาดาลดังกึกก้องไปทั่วลุ่มแม่น้ำโขง 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 207 ท่าน