Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Deathly of The Death คำสั่งร้าย...ให้หัวใจเจอรัก
Jerney
บทที่ 1 คำสั่งปริศนา
2
19/11/2554 23:29:51
433
เนื้อเรื่อง

บทที่ 1
 

คำสั่งปริศนา
 

 
บ้านตระกูลวิวิตรวัฒนา  6.30 P.M.     

     
“กลับมาแล้ว” เสียงชายวัยกลางคนเอ่ยเมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาเดินผ่านเข้าไปในห้องนั่ง

เล่นของบ้าน ซึ่งมีเด็กสาวสองคนอยู่ภายใน คนหนึ่งกำลังดูทีวีโดยมีตัวเฟอร์เรทนั่งอยู่

บนตัก ส่วนอีกคนกำลังนั่งอ่านหนังสือ ไม่มีใครหันมาสนใจผู้มาใหม่เลยแม้แต่น้อย ทำ

ให้สีหน้าของคนอารมณ์ดีเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งในพริบตา


            “พ่อกลับมาแล้ว มีข่าวดีจะมาบอกทุกคนด้วย”


            “...”


            “พ่อกลับมาแล้วโว้ยยยย!” ผู้เป็นพ่อตะโกนขึ้นอย่างหมดความอดทน ทำให้

ลูกสาวทั้งสองหันมามองอย่างหงุดหงิด


            “จะตะโกนทำไมล่ะพ่อ พูดแค่นี้ธีนก็ได้ยินแล้วน่ะ” เด็กสาวที่นั่งดูทีวีเอ่ยขึ้น

ก่อนจะหันกลับไปสนใจทีวีต่อ ทำเอาพ่อที่ยืนอยู่ถึงกับอึ้งกับคำพูดของลูกสาว และ

เตรียมจะเอ่ยปากว่าลูกกลับ


            “อ้าว! พ่อกลับมาแล้วเหรอจ๊ะ ความจริงไม่เห็นต้องตะโกนเลยนี่ พูดดีๆแม่

ก็ได้ยินนะจ๊ะ” หญิงสาววัยกลางคนที่ดูราวกับเป็นสาวสวยวัยแรกรุ่นพูดขึ้นพร้อมกับ

เดินเข้ามาในห้อง พ่อที่กำลังจะว่าลูกจึงเงียบและหันไปหาเจ้าของเสียงทันที


            “โธ่! แม่จ๋า ก็ไม่มีใครสนใจพ่อเลยอ่ะ ดูสิพ่ออุตส่าห์มีข่าวดีจะมาบอกทุก

คน แต่ไม่มีใครสนใจพ่อเลย”


            “ไม่เป็นไรหรอก พ่อยังมีแม่นะจ๊ะ มีข่าวดีอะไรมาบอกแม่เหรอ” พอพ่อได้

ยินแม่พูดแล้วก็ยิ้มอย่างดีใจ ก่อนจะหันไปมองลูกของตนที่ตอนนี้จำใจต้องหันมา

มองอย่างช่วยไม่ได้


            “ข่าวดีก็คือ พ่อเลื่อนตำแหน่งล่ะ แล้วที่ทำงานใหม่ของพ่อก็อยู่ที่เมืองวิลล์

สัน ดังนั้นเราก็จะได้ย้ายบ้านไปอยู่ที่หรูๆอย่างวิลล์สันด้วยล่ะ แล้วราจะได้ซื้อบ้านหลัง

ใหญ่ๆที่นั่นด้วย แค่คิดพ่อก็ตื่นเต้นแล้วล่ะ” พ่อกล่าวอย่างตื่นเต้นแล้วหันไปยิ้มกับแม่

สองคน ปล่อยให้ลูกสาวอีกสองคนที่เหลือนั่งอ้าปากค้างอย่างตกใจ


            “แต่พ่อค่ะ ที่นั่นมันไกลจากโรงเรียนของหนูเยอะเลยนะ” เด็กสาวที่เคยนั่ง

อ่านหนังสือกล่าวขึ้นพร้อมก้มลงเก็บหนังสือที่ทำหลุดมือเมื่อครู่


            “ไม่เป็นไรหรอกลูก เพราะลูกก็ต้องย้ายไปเรียนที่วิลล์ตันเหมือนกัน”พ่อพูด

อย่างดีใจ แต่เด็กสาวที่ได้ยินก็ตกใจจนปล่อยหนังสือตกพื้นอีกครั้ง


            “พ่อออ หนูไม่รู้จักทางแถวนั้นเลยนะ เพื่อนก็ไม่มีเลยด้วย”


            “งั้นลูกก็ไปอยู่โรงเรียนเดียวกับน้องสิ จะได้ให้น้องเค้าแนะนำที่ทางให้ด้วย

ส่วนเพื่อนน่ะมีออกเยอะแยะที่โรงเรียนใหม่นะลูก” เด็กสาวที่ได้ยินคำพูดของพ่อก็

เตรียมตัวจะค้านขึ้นมา แต่น้องสาวกลับค้านขึ้นมาก่อน


            “ไม่เอานะพ่อ ไม่ต้องให้พี่เค้ามาอยู่โรงเรียนเดียวกับธีนนะ” เมื่อถูกค้านผู้

เป็นพ่อจึงทำสีหน้าคิดไม่ตก


            “งั้นให้พี่เค้าไปอยู่ที่โรงเรียนเซนต์เพกาซัสก็แล้วกันนะลูก” แม้พูดขึ้นเมื่อ

เห็นว่าลูกสาวคนเล็กไม่มีท่าทียอมง่ายๆ ลูกสาวคนโตที่ได้ยินก็อ้าปากจะค้านขึ้น แต่

กลับถูกน้องสาวแย่งพูดอีกครั้ง


            “เชอะ!..งั้นให้พี่ไปอยู่โรงเรียนเดียวกับธีนก็ได้” พ่อกับแม่มองหน้ากัน

อย่างงงงวย ก่อนที่พ่อจะพูดขึ้น


            “งั้นก็เอาตามนี้แล้วกันนะ พ่อจะไปเตรียมเอกสารย้ายโรงเรียน แล้วก็เก็บ

ของเพื่อย้ายบ้าน”


            “งั้นเดี๋ยวแม่ไปทำอาหารเย็นแล้วไปช่วยพ่อเก็บของนะจ๊ะ”


            “งั้นธีนดูทีวีต่อแล้วกัน” พอพูดจบ ทั้งสามคนก็พากันทำตามที่พูดไว้ เหลือ

เพียงแต่...


            “นี่หนูเป็นคนต้องย้ายโรงเรียนนะ ทำไมไม่มีใครเปิดโอกาสให้หนูพูดบ้าง

เนี่ยยย”


 
3 Days Later…


โรงเรียนเซนต์แครอเรีย ย่านเครซี่ทาวน์  19.47 P.M.


            “ปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะนายคนเดียว” เสียงแหลมเล็กของผู้หญิงดังขึ้น

ในห้องเรียนห้องหนึ่ง สายตาของผู้พูดจับจ้องไปยังชายหนุ่มสองคนที่อยู่ภายในห้อง

เดียวกัน


            “ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่ามันจะเป็นปัญหาขึ้นมา” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโต๊ะตรง

กันข้ามกับเด็กสาวพูดขึ้นอย่างหัวเสีย


            “แต่มันก็เป็นปัญหาขึ้นมาแล้วนี่ และมันก็เกิดขึ้นเพราะนาย!!!” เด็ก

สาวตะโกนขึ้นอย่างโมโห พร้อมลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งไปหาชายหนุ่มที่อยู่ข้างหน้า แต่

ก่อนที่จะไปถึงชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆกลับดึงเธอเอาไว้แล้วดึงเธอให้นั่งลงกับเก้าอี้


            “ใจเย็นน่า สาวน้อย ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นมาแล้ว แถมเรื่องมันก็อาจจะไม่

ร้ายแรงอย่างที่เธอคิดหรอกนะ” ชายหนุ่มคนนั้นพูดปราม


            “นายมันก็พูดได้สิ แต่นายคงลืมไปว่าถ้าเป็นอย่างนี้ เจ้าพวกนั้นก็ต้องตั้งตัว

เป็นศัตรูกับเราแน่”


            “เธอมันมองโลกในแง่ร้ายไปรึเปล่าเนี่ย” ชายหนุ่มที่เป็นต้นเหตุของเรื่องถาม


            “นายนี่มัน!!!” เด็กสาวตะโกนออกมาและพยายามจะกระโจนเข้าหาชายนี่

นั่งฝั่งตรงข้าม แต่ติดว่าชายที่นั่งข้างๆกลับดึงคอเสื้อเธอไว้อย่างห้ามปราม


            “น่าๆ ฉันว่าเราใจเย็นแล้วมาคิดวิธีแก้ไขกันดีกว่านะ”


            “งั้นก็ได้ ในเมื่อเธอคิดว่ามันเป็นปัญหามากนัก งั้นก็คิดวิธีจัดการมาสิ”


            “...”


            “...”


            “ไงล่ะ...คิดไม่ออกหรือไง”


            เมื่อได้ยินคำของชายหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุของเรื่อง เด็กสาวคนเดียวที่อยู่ในห้อง

ถึงกับอารมณ์เสีย ก่อนจะพูดสิ่งที่คิดออกมาเป็นการปิดประเด็น


 
“ในฐานะที่นายเป็นต้นเหตุ ฉันขอสั่งให้นายไปจับตาดูผู้หญิงคนนั้นให้ดี ในเมื่อเรื่องมัน

เป็นอย่างนี้ พวกเราต้องชิงจัดการก่อนที่พวกนั้นจะรู้ตัว!!!”


ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 117 ท่าน