Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
คดี...แตงกวา !!
40
18/11/2554 22:19:49
359
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 40....คดี..แตงกวา !!
.................................................................................................................................
           
            หญิงสาวการินตัดใจที่จะไปข้องแวะยุ่งเกี่ยวกับปอหนุ่มใหญ่เจ้าสำราญหุ้นส่วนใหญ่แห่งผับ Sway & Hubris อีก  เมื่อเธอเริ่มรู้สึกอ่อนแอพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกที่แท้จริงที่อยู่ลึกภายในใจ  เพียงว่าหญิงสาวพยายามเอาความแค้นเคืองมาบดบังความรู้สึกที่แท้จริงไว้มาเนิ่นนาน  เธอหวั่นใจว่าการได้ใกล้ชิดกับปอมากขึ้นจะทำให้เธอยิ่งผูกพันและทำให้งานใหญ่ต้องล้มลงด้วยมือของเธอเอง
 
“พักนี้แกอยู่ติดห้องจังเลยนะ”  นิตาทักขึ้นขณะนั่งพิมพ์งานที่โต๊ะทำงาน เมื่อเหลือบมองเพื่อนสาวที่นอนอ่านนิตยสารการออกแบบบ้านอยู่บนเตียงอย่างสบายใจ
“ก็ไม่อยากไปไหนอ่ะแก  เบื่อๆ  งานก็เยอะ”
“ก็ดีนะ  ช่วงนี้แกก็อย่าไปอุดหนุนร้านนั้นมาก  ค่อยๆออกมา”
“เอ้อ!!  ฉันไม่ได้เอารายชื่อหุ้นส่วนร้านนั้นมาจากบ้านพี่ปอเลยอ่ะ  แต่คิดว่าคงไม่มีโอกาสจะได้ไปเอาแล้ว  ไม่เป็นไรนะ  ข้อมูลทั้งหมดฉันเซฟใส่แผ่นไว้ให้แล้วนะ”  การินเอาหนังสือปิดหน้าอย่างอ่อนใจ
“อื้ม!!  เอาเท่าที่ได้ก็พอแล้ว  ว่าแต่ทำไมถึงไม่มีโอกาส  ทะเลาะกันอีกเหรอแก”
“จะเหลือเหรอ  ดีกันได้ไม่กี่วันหรอกแก  เดี๋ยวก็ทะเลาะกัน  เหนื่อยว่ะ  ยิ่งได้รู้จักยิ่งเสียความรู้สึก”  หญิงสาวแอบน้ำตาไหลออกมาภายใต้หนังสือที่ปรกหน้า
“ดีแล้วล่ะ  เดินออกมาก่อนที่จะสายไป  ก่อนที่แกจะรักไปมากกว่านี้”
“ไม่ได้รักสักหน่อย  ไม่เคยเลย”  การินพูดทั้งที่น้ำตาไหลอาบแก้มภายใต้หนังสือที่ปอดบังไว้  นิตาหันมองการินและส่ายหน้าอย่างอ่อนใจและเหนื่อยใจแทนเพื่อนสาว
 
...................................................................................................................................
 
            แต่แล้วก็มีเหตุให้ภัทและนิชาตามตัวการินไปยัง Hubris  เพราะมีเพื่อนเก่าภัทมาเยี่ยมเยียน  ภัทจึงเลี้ยงเหล้าเพื่อนของเธอ  การินจึงต้องไปที่ร้านของปอโดยที่เธอไม่อยากไปนัก
 
            บรรยากาศภายในร้านดูคึกคัก  แต่โต๊ะของการินดูโดดเด่นกว่าโต๊ะไหนๆ  หญิงสาวเมาเต้นไปกับเพื่อนๆโดยไม่สนใจปอเลยแม้แต่น้อยทั้งที่เธอรู้ตัวว่าปอมองมาอยู่บ่อยครั้ง
 
            หนุ่มภูเดินเข้ามาชนแก้วกับการินโดยไม่ได้สนใจว่าปอจะว่าอย่างไร  การินเหลือบมองปอในขณะที่ภูมาชนแก้วด้วย  หนุ่มใหญ่เดินเข้าไปหาโต๊ะของสาวๆที่อยู่ไม่ไกลจากหน้าบาร์ในทันที
 
[……สาวๆเยอะเหลือเกินนะ  อยากให้ฉันเห็นมากเลยสิท่าว่าคุณมีสาวเยอะแค่ไหน  ไม่กลัวรึไงว่าฉันจะไปป่วนอีก  แต่ไม่ต้องกลัวหรอกนะ  เพราะมันไม่ได้ทำให้คุณเจ็บปวดได้เท่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้…]
 
“เมารึยัง  การินได้ยินพี่พูดปะเนี่ย”  ภูแตะไหล่หญิงสาวให้ออกจากอารมณ์เคียดแค้น
“ฟังสิคะพี่ภู  การินไม่เมาหรอกหน่าระดับไหนแล้ว”  หญิงสาวยิ้มกว้าง
 
            หญิงสาวเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างเร่งรีบ  แต่เธอก็ต้องยืนรอต่อคิวอีกตามเคยทั้งที่ไม่ไหวจะอดกลั้นไว้
 
“อ้าว !!  การิน  ไม่เจอนานเลย”  ฝันแคชเชียร์สาวตัวเล็กเงยหน้าถามการินซึ่งสูงกว่าเธอ
“นั่นสิ  ก็ฉันมาเที่ยว  แกก็ไม่ค่อยมาทำงาน  แกก็หายๆไปนะ”
“อ้อ!!  ก็ไม่ค่อยว่าง  อยากหางานใหม่”  ฝันยิ้มกรุ้มกริ่ม
“งานอะไรของแกอ่ะ”
“ไม่มีอะไรหรอก  ว่าแต่ตั้งแต่แกกลับมาจากบ้านฉันไม่เคยเห็นแกมาทำงานเลยอ่ะ”
“ไม่ทำแล้วล่ะ  จะไม่ทำงานเด็กร้านที่นี่อีกต่อไป  บางทีสิ่งที่ดีกว่าอาจรออยู่ข้างหน้า”
“อะไร คือ สิ่งที่ดีกว่า”  ฝันถามด้วยสีหน้าอยากรู้อย่างมากที่สุด
“เดี๋ยวค่อยคุยนะแกขอเข้าห้องน้ำก่อนไม่ไหวแล้ว”  การินวิ่งพรวดเข้าห้องน้ำไปทันที  โดยที่ฝันไม่ทันได้รับคำตอบ
 
            ถึงเวลากลับเมื่อภัทส่งสัญญาณว่าไม่ไหว  การินจึงเรียกเด็กร้านให้นำบิลล์โต๊ะเธอมาให้  สาวๆในโต๊ะเริ่มเมาโดยเฉพาะภัท  และแน่นอนว่าหน้าที่การพาภัทกลับหอพักต้องตกที่การิน  แต่วันนี้ดีสักหน่อยที่มีเพื่อนของภัทซึ่งมานอนหอภัทช่วยพยุงอีกแรง
 
            บิลล์มาถึงโต๊ะ  บอกราคา 950 บาท  แต่มีการขีดฆ่าราคานั้น  และมีอีกราคาหนึ่งปรากฏนั่นคือ 900 บาท  นั่นคือการลดให้นั่นเอง  มีลายเซ็นคนที่ลดให้ขยุกขยิกจนดูไม่ออกว่าเป็นใคร  หญิงสาวมองไปยังโต๊ะหน้าบาร์  มีปอ ชาย  อัน  และน้องๆปออยู่กันครบแก๊งค์  คนที่มีสิทธิ์เซ็นลดก็เห็นจะมี  ปอ  ชาย  และอัน  แต่ใครกันที่เซ็นลดให้ 
 
[……ใครกันเซ็นลดให้  ไม่ได้ขอให้ลดสักหน่อย  น่าจะเป็นพี่ชาย  เพราะพี่ปอคงไม่มาสนใจลดให้อยู่แล้ว  ส่วนพี่อันตัดทิ้งไปได้เลย  แต่ไงก็ขอบคุณพี่ชายที่ลดให้โดยไม่ได้ขอ…..]

 
........................................................................................................................................
 
            ร่างกายที่อ่อนแรงด้วยอาการเมาของการินค่อยๆกลิ้งลงบนที่นอนภายในหอพักของเธออย่างช้าๆ  เมื่อหญิงสาวหลับตาพริ้มภาพของปอก็ปรากฏชัดแจ้ง  น้ำใสค่อยๆรินไหลออกมา  เธอทั้งเหนื่อยใจและแค้นใจในนาทีเดียวกัน  หญิงสาวมุ่งมั่นตั้งใจจะเดินถอยออกมาก่อนที่เธอจะได้จัดการล้างแค้นในใจที่มีให้สาแก่ใจ  แต่ทำไมใจลึกๆของเธอกลับคิดถึงหนุ่มใหญ่เจ้าสำราญอย่างห้ามไม่อยู่
 
ติ๊ด  ติ๊ด  ตี่  ตี่  ติ๊ดๆๆๆๆ................!!!!!
 
            เสียงโทรศัพท์ที่กรีดร้องขึ้นมาในห้องที่เงียบสงัด  ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งก่อนจะรับสายอย่างรวดเร็ว
 
“พี่ภูว่าไงคะ  กลับบ้านรึยัง”  การินกรอกเสียงใสทั้งที่ในใจเธอกำลังขุ่นมัว
“กลับแล้ว  การินล่ะนอนรึยัง”  น้ำเสียงที่ห่วงใยของภูยังอบอุ่นไม่เปลี่ยนแปลง
“ยังเลย  แต่ก็ใกล้แล้วล่ะ  เมาด้วยอ่ะวันนี้กินกันไปซะเยอะเลยหมดไปตั้ง 900  กินกันสี่คนเอง”
“เห็นในบิลล์แล้วล่ะ  ฮ่าๆๆ  วันหลังก็กินให้มันน้อยๆหน่อย  เข้าโรงพยาบาลคราวนี้ไม่มีใครไปเฝ้านะ” หญิงสาวน้ำตาคลอนึกถึงช่วงเวลาที่แสนดีที่ภูมีให้  หนุ่มซื่อเคยไปเฝ้าหญิงสาวที่โรงพยาบาลไม่ได้หลับได้นอน  ภูช่างดีกับเธอเหลือเกิน
“ค่ะ  แต่ดีที่พี่ชายลดให้ไม่งั้นก็ 950 เชียว  เป็นคนรู้จักหุ้นส่วนก็ดีงี้ล่ะ”  การินรีบเปลี่ยนเรื่องเพราะเกรงภูจะพูดถึงอดีตให้เธอรู้สึกผิดอีก
“พี่ชายไม่ได้ลดให้นี่  พี่ปอลดให้ต่างหาก”  ภูแย้งขึ้น  การินเบิกตากว้างดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างอัตโนมัติ
“พี่ปอเนี่ยนะ!! ลดให้การิน  การินทะเลาะกะเค้าจะเป็นจะตายจะมาลดให้ได้ไง  พี่ภูมั่วแล้ว”
“ไม่ได้มั่ว  ฮ่าๆๆ  ก็พี่อยู่ในเหตุการณ์อ่ะ”  ภูยังแสร้งหัวเราะทั้งที่ภายในใจเจ็บปวดเหลือเกิน
“เหตุการณ์อะไรอ่าคะ”
“ก็แนมเดินเอาบิลล์โต๊ะของการินมายื่นให้พี่  แนมมันก็แซวพี่ว่า  เนี่ยบิลล์โต๊ะการินเซ็นลดให้การินสิ  พี่ก็หัวเราะเล่นไป  อยู่ๆพี่ปอเค้าก็ดึงบิลล์จากมือแนมไปเลย ไปเซ็นลดให้ พี่ปอคงไม่พอใจมั้ง  หึงมั้ง”  การินนิ่งไปครู่ด้วยความอึ้งเพราะเธอไม่คิดว่าจะเป็นปอที่เป็นเจ้าของลายเซ็นขยุกขยิกนั้น
“การินเงียบเลย  เป็นอะไรไป”
“อ้อ!!!  ป่าวค่ะ  การินเผลอจะหลับอ่ะค่ะ ง่วงๆมึนๆ”
“งั้นนอนเถอะพี่ไม่กวนดีกว่า”
“ค่ะ  ค่อยคุยกันใหม่นะคะ”  การินวางสายภูไปพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาอีกระลอก
 
[……หลายครั้งที่ฉันจะเดินไปจากเค้า  เค้าก็มักทำบางอย่างให้ฉันต้องกลับไปโดยลืมความแค้นไปสนิทใจ  แต่ครั้งนี้มันจะไม่เป็นเช่นนั้น  ฉันจะไม่กลับไปสู่วงอโคจรอีกไม่ว่าเค้าจะดีด้วยแค่ไหนก็ตาม…]
 
.......................................................................................................................................
 
            หญิงสาวใช้เวลาในช่วง 2 สัปดาห์ทำงานที่ค้างคา  งานที่มากมายจนไม่มีเวลาพักผ่อน  เธอไม่ได้โผล่ไป Sway & Hubrisเลยแม้แต่น้อย  ได้เพียงนั่งรถผ่านตึกแสนโทรมที่แสนคิดถึง ตึกที่เธอผูกพัน  แต่อีกไม่นานมันจะกลายเป็นตึกแห่งความทรงจำ
 
            ค่ำคืนที่หญิงสาวนั่งเล่น Facebook ไปเรื่อยเปื่อย รุ่นพี่คณะของเธอก็โทรมาชวนไป Hubris  หญิงสาวปฏิเสธไปเพราะไม่อยากไปพบกับปออีก
 
“มาหน่อยนะแก  ฉันไม่มีเพื่อนเต้นด้วยเลย  คนก็เยอะมากๆวันนี้ สนุกสุดๆอ่ะ” ฝน รุ่นพี่สาวร้องขอผ่านสายโทรศัพท์
“แต่ว่า.....การินไม่อยากไปเจอพี่ปอนี่คะพี่ฝน”
“เค้าไม่มานะ  ไม่เห็นอ่ะ”  ฝนถึงกับต้องหลอกลวงน้องคณะอย่างจำใจทั้งที่เห็นอยู่ชัดเจนว่าหนุ่มใหญ่ยืนอยู่ที่โต๊ะหน้าบาร์
“จริงเหรอคะ  งั้นรอสักครู่นะคะการินจะรีบตามไปเลยค่ะ”  หญิงสาวร้องอย่างดีอกดีใจแม้ใจจริงเธอจะแอบรู้สึกเศร้าบ้างเล็กน้อย
 
            ไม่นานสาวน้อยการินก็ปรากฏตัวในชุดแนวๆเซอร์ ใส่แว่นตาแฟชั่นให้เข้ากับพี่ๆคณะที่มักไม่แต่งตัวอะไรมากมายนักในการมาเที่ยวสังสรรค์ที่นี่  ก้าวแรกของการเหยียบ Hubris เธอสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่อบอ้าวไปทั่วบริเวณ  แทบไม่มีอากาศหายใจ  ลูกค้าที่มากมายเบียดเสียดกันจนแทบไม่มีที่จะเดิน  การินพยายามเบียดเสียดผู้คนที่ยืนแออัดเป็นปลากระป๋องไปยังโต๊ะของรุ่นพี่คณะ
 
“การินมาแล้วดีจังเลย”  ฝนโอบกอดการินด้วยความดีใจ  หญิงสาวไม่รอช้าควานหาแก้วในโต๊ะแต่ก็ไม่พบแก้วสำหรับเธอ  เธอมองไปยังหน้าบาร์ก็ไม่พบกับปอ  ทั้งที่เธอควรโล่งใจแต่หญิงสาวกลับรู้สึกหดหู่ใจขึ้นมาซะงั้น
 
            หญิงสาวถือกระเป๋าเดินไปยังหน้าบาร์ บัสยืนยิ้มอยู่ภายในบาร์  การินยื่นกระเป๋าของเธอให้แก่บัสหนุ่มสุดเซอร์  บัสมองด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
 
“ฝากเก็บไว้ในบาร์หน่อยนะบัส คนเยอะการินกลัวกระเป๋าหายอ่ะ”  บัสยิ้มและรับกระเป๋าหญิงสาวเก็บไว้ในบาร์อย่างเรียบร้อยก่อนจะหันมาเห็นการินยืนยิ้มที่เดิม
“การินขอแก้วหนึ่งใบด้วยจ่ะ” บัสยิ้มกว้างและหยิบแก้วให้หญิงสาว
“ไม่บอกทีเดียว” 
 
            บัสยิ้มอย่างจริงใจ  การินหัวเราะเบาๆก่อนจะหันหลังออกจากหน้าบาร์และเธอต้องตกใจแก้วแทบจะหล่นจากมือ เมื่อเห็นปอเดินมายังหน้าบาร์  หนุ่มใหญ่มองหญิงสาวด้วยท่าทางตกใจเล็กน้อยเพราะไม่ได้พบกับการินหลายวันโดยหญิงสาวหายเงียบไปไม่โทรหาเขาแม้แต่น้อย ก่อนที่เขาจะวางเฉยอย่างเคย  การินสะบัดหน้าเดินกลับไปยังโต๊ะ
 
            ความสนุกสนานควรจะก่อเกิดได้มากกว่าที่เป็น  ทว่าหญิงสาวไม่รู้สึกว่าถูกปอจับจ้อง  เธอทำทีเป็นสนุกสนานแต่ภายในใจก็หวั่นไหว
 
“การินยังคุยกับพี่ปออยู่รึป่าว”  กกถามขึ้นทำเอาการินเตลิดออกจากภวังค์
“ไม่แล้วล่ะค่ะ  เพิ่งทะเลาะกับพี่ปอวันก่อน  เหนื่อยแล้ว”
“ก็ดีแล้ว  พี่อยากให้การินเลิกคบกับเค้าตั้งนานแล้ว  ไม่อยากเห็นน้องพี่เสียใจ  แบงเองก็พยายามไม่คุยกับพี่ปอเหมือนกัน  แบงมันก็บอกว่ามันเหนื่อย”
“ใช่ค่ะ  ทุกคนเหนื่อย  ยกเว้นพี่ปอที่ไม่เหนื่อยหาสาวคนใหม่ๆเลย”  หญิงสาวหันไปเห็นปอยืนคุยกับผู้หญิงผมยาวในชุดเดรสสั้นสุดเซกซี่  เธอได้เพียงมองและถอนหายใจ
“การินเป็นอะไรไปแก  ไม่ค่อยเต้นเลย”  ฝนถามขึ้นเมื่อสังเกตเห็นการินยืนนิ่งๆ
“ป่าวค่ะพี่ฝน  มามาเต้นกัน”  การินฝืนยิ้มและเต้นไปกับพี่ๆ
 
            เมื่อร้านใกล้ปิดบรรยากาศโดยรอบเหลือโต๊ะลูกค้าเพียงไม่กี่โต๊ะเท่านั้น  รุ่นพี่ในโต๊ะการินทยอยกันกลับด้วยอาการเมาโซเซ  หญิงสาวจึงตัดสินใจกลับเพราะขืนอยู่ต่อไปเธออาจแสดงความอ่อนแอให้ใครๆเห็น การินจึงเดินไปหน้าบาร์  ปอยืนมองหญิงสาวอยู่ด้านในบาร์  การินทำทีเป็นไม่สนใจและก้มลงเข้าประตูบาร์ซึ่งต้องมุดลอดเข้าไป  แต่แล้วก็มีมือดีมากดหัวการินไว้เชิงแกล้งไม่ให้เข้าบาร์  การินคิดว่าเป็นบัสเธอจึงจับมือหนานั้นไว้มั่น  แต่เมื่อเธอเงยหน้ามองเมื่อโผล่เข้าไปในบาร์ได้  พบว่ามือที่เธอจับไว้อย่างมั่นคงคือ มือที่เธอเคยสัมผัสไออุ่น  เพราะเป็นมือของปอนั่นเอง  การินมองปอด้วยสีหน้าไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องมาผลักหัวของเธอด้วย  หญิงสาวจึงลากปอเข้าห้องสต๊อกไปในทันทีซึ่งบัสยืนเก็บลังอยู่  เมื่อเห็นปอและการินเข้ามาในห้องสต๊อก หนุ่มเซอร์รีบเดินออกทันทีอย่างรู้งาน
 
“สรุปพี่จะเอายังไงกับการิน”  การินปล่อยมือปอออกและกอดอกไว้แน่น
“ใส่แว่น  จำไม่ได้เลย”  หนุ่มใหญ่ยิ้มมุมปากก่อนจะเอื้อมมือมาจับแว่นตาแฟชั่นของหญิงสาวขยับเล่นอย่างเอ็นดู
“ถ้าจะจบก็อย่ามาวุ่นวายกับการินอีก”
“แล้วพี่วุ่นวายอะไรเหรอ  มีแต่การินที่คอยวุ่นวายชีวิตพี่  ไปคุยกับแอร์ รู้มั้ยตอนนี้แอร์ไม่คุยกับพี่เลยตั้งแต่การินไปคุยกับเค้า  บางทีเค้าก็ไม่ได้อยากรู้หรอกนะ  การินทำให้แอร์ไม่คุยกับพี่”  ปอเปลี่ยนอารมณ์เป็นหงุดหงิดขึ้นมาทันที
“ที่แอร์ไม่คุยกับพี่  พี่คิดว่าเป็นเพราะการินหรอคะ หึหึ  ไม่เคยมองสิ่งที่พี่ทำบ้างเลยนะ”  หญิงสาวกำมือแน่นด้วยความโกรธเมื่อถูกโยนความผิดให้ดื้อๆ 
 
            หญิงสาวสะบัดหน้าเดินออกจากห้องสต๊อคไปนอกบาร์ทันที  พลางหากระเป๋าของเธอที่บัสเก็บไว้แต่ก็ไม่พบ
 
“บัสกระเป๋าการินล่ะ”  การินหันไปถามบัสด้วยสีหน้าไม่ดีนัก  บัสจึงก้มลงหยิบกระเป๋าใต้เคาน์เตอร์ให้หญิงสาว
 
            ปอเดินตามออกมาจากในห้องสต๊อคและมายืนข้างๆการินด้วยสีหน้าไม่พอใจ  ก่อนจะรวบเอวหญิงสาวและรวบคอสาวน้อยเข้ามากระซิบข้างใบหูของการินอย่างแผ่วเบาและยะเยือก
 
“พี่ไม่เคยเห็นการินจะเลิกคุยกับภูเลย”  การินผลักปอออกอย่างแรงด้วยความโมโห  จนเด็กร้านในบาร์มองกันเป็นตาเดียว รวมทั้งบัสซึ่งยืนถือกระเป๋ารอจะยื่นให้การินเก้อ
“การินคุยกับพี่ภูในฐานะพี่น้อง  ไม่เชื่อพี่ก็ไปถามพี่ภูเอาเองว่าคุยกับการินแบบไหน  การินไม่ได้คุยในที่ลับแบบพี่หรอก” 
 
            หญิงสาวคว้ากระเป๋าจากมือบัสและรีบก้มตัวลอดบาร์ออกจากบาร์มาอย่างรวดเร็ว  และเธอต้องหยุดชะงักหน้าร้านเมื่อเห็นภูเดินขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
 
“กลับแล้วเหรอการิน  พี่ไปส่งมั้ย”
“ไม่ต้องหรอกพี่ภู  อย่ามายุ่งกับการินดีกว่า  ไปบอกพี่ชายพี่ด้วยนะว่าเราคุยกันแบบไหน” หญิงสาวพูดด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราดก่อนจะวิ่งลงบันไดไป  ปล่อยหนุ่มภูงงกับเหตุการณ์  ภูรีบวิ่งตามการินลงไปทันที
 
“เดี๋ยวการิน”  ภูคว้าแขนหญิงสาวไว้ทันด้านล่างตึกริมฟุตบาท
“ปล่อยค่ะพี่ภู  พี่อย่าเพิ่งมายุ่งกับการินเลยนะ  การินไม่ชอบให้ใครมาเข้าใจผิด”  การินสะบัดแขนออกอย่างแรง
“พี่ปอ  อ่ะนะ”  สายตาละห้อยของภูทำเอาการินนึกสงสารขึ้นมาในทันที
“พี่ภูการินขอร้อง  พี่ช่วยอธิบายให้พี่ปอฟังหน่อยเถอะว่าเราคุยกันเป็นพี่น้อง  เค้าเข้าใจผิดอยู่อ่ะ  การินไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าคิดแบบนั้น  การินไม่ชอบให้เค้ามาหาว่าการินว่ายังคุยกับพี่อีก”
“เค้าว่าการินด้วยหรอ  พี่ไม่รู้  แล้วนี่กลับไงพี่ไปส่งนะ”
“ไม่ต้องค่ะ  การินกลับเองได้  ฝากบอกพี่ปอด้วยนะคะ”  การินเดินขึ้นแท็กซี่ที่จอดรอผู้โดยสารเรียงรายเป็นแถว
 
            หนุ่มภูมองแท็กซี่ซึ่งมีผู้โดยสารสาว ชื่อ การิน แล่นห่างออกไปจนลับตา  มือหนุ่มซื่อกำแน่นจนเส้นเอ็นโผล่ให้เห็นอย่างชัดเจน  เขาเดินกลับขึ้นไปบนร้านและเดินไปยังโต๊ะหน้าบาร์ซึ่งเมสนั่งอยู่กับปอ  ภูมองปอด้วยสีหน้าไม่พอใจ  หนุ่มใหญ่ไม่สนใจสายตาขุ่นเคืองของภู เดินเข้าไปคุยกับสาวๆที่ยังนั่งกันอยู่แม้ร้านจะเปิดไฟบอกเวลาปิดแล้วก็ตาม
 
“เป็นอะไรไปวะ  ทำท่าอย่างกะอยากฆ่าคน”  เมสแซวขึ้นเมื่อเห็นอาการและสีหน้าของภู
“ฆ่าได้ก็ดีสิ”  ภูยังจับจ้องความอาฆาตรไปยังปอ  เมสมองตามไปด้วยสีหน้าสงสัยและครุ่นคิด
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------.........
 
  “เฮ้ย!!  นั่งเหม่ออะไรอยู่  ข้าวเย็นหมดแล้วนะ”
 
            ยูร้องทักเรียกสติเพื่อนสาวที่นั่งเหม่อมองออกไปนอกร้านอาหารในหมู่บ้าน RNG  อย่างเลื่อนลอยไร้จุดหมาย
 
“กำลังคิดว่าพี่ปอเค้าคิดอะไรของเค้าอยู่”
“ทำไมอีกล่ะแก พี่ปอทำไมเหรอ” ยูมีทีท่าสงสัยอย่างมากมาย
“ก็จากเรื่องน้องแอร์  ฉันก็พยายามไม่คุยกับเขาให้มากไม่อยากยุ่งเกี่ยวอีก  แต่เขาก็มายุ่งวุ่นวายกับฉัน  ไม่เข้าใจว่าเขาคิดอะไร”
“ก็บอกว่าเขาผูกพันกับแกไง  ตัดไม่ขาดหรอก  เอาหน่าอย่าคิดมากสิเพื่อน  วันนี้ไปเที่ยว RCA กันดีกว่า  เสี่ยที่จีบฉันจะเลี้ยงเหล้าอ่ะ  ฉันอยากเมามากเลยว่ะ  เซงๆ”
“จริงเหรอ  ไปสิ  อยากไปเที่ยวที่อื่นที่ไม่ใช่ Sway & Hubris   เหมือนกัน”
“เดี๋ยวค่ำๆฉันโทรบอกอีกทีนะ”  ยูยิ้มก่อนจะทานอาหารในจานต่อไปสลับกับการกด BB
 
………………………………………………………………………………………………
 
            แต่แล้วทริป RCA  ก็ล่มอย่างฉับพลันเมื่อ เสี่ยใหญ่ซึ่งตามจีบยูเกิดติดธุระเร่งด่วนโทรมาแคนเซิลนัดกับยู
 
“แล้วจะเอาไงล่ะ  แต่งตัวเก้อเลยสิเรา”  การินนั่งมองหน้ายูในชุดสวยพร้อมเที่ยว  ภายในห้องนอนของยู
“ไป Sway แทนแล้วกัน”  ยูยิ้มกว้างและเก็บของอย่างเร่งรีบ
“ไม่อยากไปเลยอ่ะ  ไม่ค่อยอยากไปเจอพี่ปอสักเท่าไหร่”
“แกก็ไม่ต้องสนใจเค้าสิ  ไปกันดีกว่า  อยากเมาแล้ว”  ยูเดินนำออกจากห้องด้วยท่าทางตื่นเต้น
“แกไม่ชอบร้านตื๊ดๆ  แบบนี้ไม่ใช่หรอ  ชอบตั้งแต่เมื่อไหร่”  การินยิ้มแซว  แม้ในใจแอบระแวงเพื่อนสาว
“ก็สนุกดีนะ  ติดแกไง  แกชอบอะไรฉันก็ชอบด้วย” ยูยิ้มกว้างเดินนำไปยังรถมอไซด์ที่จอดอยู่ลานจอดรถหน้าหอพัก
 
[……นี่เราคิดมากไปรึป่าวนะ  คนอย่างยูไม่คบพี่ปอหรอก  ยูต้องเลือกคนรวยๆเท่านั้นเท่าที่ฉันรู้จักยูมา  แต่พี่ปอก็พอใช้ได้ในเรื่องฐานะ  แต่เค้าไม่ได้ให้เงินใช้เหมือนเสี่ยใหญ่ของยูเลยแม้แต่น้อย  ยูไม่มีทางสนใจพี่ปอหรอก….]
 
            ภายในร้าน Swayดูคึกคักเช่นทุกวัน  การินและยูนั่งดื่มเบียร์อย่างสบายใจ หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะมองไปยังหน้าบาร์แต่ไม่พบกับปอ  เธอรู้สึกโล่งใจไปพร้อมกับความอยากรู้ว่าหนุ่มใหญ่จะเข้าร้านหรือไม่  ไม่นานเกินรอ ปอก็ปรากฏตัวให้เธอเห็นเมื่อเขามุ่งตรงมายังโต๊ะของหญิงสาว
 
“อ้าว!!  ไหนว่าไป RCA” 
 
            ปอเข้ามาทักทายการินและยูอย่างอารมณ์ดี  โดยที่การินถึงกับอึ้งเมื่อหนุ่มใหญ่ทำทีว่าไม่ได้ทะเลาะอะไรกับการินมาก่อนหน้านี้  ซึ่งวิธีนี้ปอมักจะใช้เป็นประจำและได้ผลดี  เพราะความใจอ่อนของการิน
 
“ไม่ได้ไปแล้วพี่  พี่ปอเลี้ยงเบียร์หน่อยดิ”  ยูยิ้มกว้าง  ชวนปอคุยอย่างสนิทสนม
“ฮ่าๆๆ  ไว้วันหลังแล้วกันนะ”  ปอเดินจากไป ทิ้งคำถามคาใจแก่การิน
“ยู ไปสนิทกะพี่ปอตอนไหนเนี่ยแกอ่ะ”  การินดื่มเบียร์ในแก้วเฮือกใหญ่
“ก็คุย MSN ไงล่ะ  ไม่ได้สนิทอะไรนี่”  ยูยิ้มอย่างไม่รู้ไม่ชี้และกด BB ต่อไปอย่างไม่สนใจโลก
 
            ในช่วงจังหวะที่ยูเข้าห้องน้ำปล่อยทิ้งการินนั่งเพียงลำพัง  หนุ่มใหญ่เดินเข้ามาหาหญิงสาวพร้อมแก้วเหล้ายื่นมาตรงหน้าการิน  การินแหงนมองปอที่ยืนอมยิ้มใกล้ๆ 
 
[……พี่ปอจะมาวุ่นวายอะไรอีกนะ  ไม่ต้องมายุ่งกับฉันได้มั้ย ><!!!!  แต่ฉันก็อยากรู้เรื่องที่เขาแซวเรื่องไป RCA…..]
 
            ยกแก้วชนกับปอด้วยสีหน้าบุญไม่รับ  ปอจึงนั่งลงบนเก้าอี้ของยู
 
“คิดซะว่าที่นี่เป็น RCA แล้วกันนะ”  ปอยิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์นัย
“พี่รู้ได้ไงว่าการินจะไป RCA กับยู”
“ทำไมพี่จะไม่รู้”
“พี่คุยกับยูใน MSN สินะ”  หญิงสาวเหลือบมองปอหางตา  หนุ่มใหญ่หัวเราะเบาๆก่อนจะลุกเดินจากไป  ปล่อยการินนั่งขุ่นค้องในใจ
 
....................................................................................................................................
 
            ยามบ่ายของอีกวันซึ่งหญิงสาวนั่งเรียนอย่างเคร่งเครียด  อยู่ๆมือถือเธอก็สั่นไหวในกระเป๋าสะพาย  เธอรีบคว้ามือถือคู่ใจมาดูปรากฏว่าเป็น ปอ!!!
 
[……พี่ปอโทรมาทำไมนะ  ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะโทรมา  หรือคิดจะมาง้อฉันกันนะ…..]
 
            หญิงสาวเดินออกจากห้องเรียนไปอย่างเงียบๆ  เพื่อรับสายโทรศัพท์ของหนุ่มใหญ่
 
“มีธุระอะไรคะ”  การินรับสายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“อยู่ไหนหรอ”
“อยู่คณะค่ะ  พี่มีอะไร”
“ป่าวหรอก!!  ก็จะโทรมาถามว่าการินไปคุยอะไรกับแอร์บ้าง”
“การินไม่อยากคุยเรื่องนี้อีกแล้วล่ะค่ะ  พี่ไปถามน้องแอร์เอาเองแล้วกัน”
“แอร์ไม่คุยกับพี่แล้ว”
“จะโทษว่าการินเป็นคนทำอีกใช่มั้ยคะ  การินต้องขอโทษพี่รึป่าว”
“ช่างมันเถอะ  ว่าแต่เรื่องร้านที่พี่ออกปากไว้น่ะ  การินจะทำให้พี่อยู่รึป่าว”
“อ้อ!!!  ที่โทรมาเพราะเรื่องร้านใหม่นี่เอง  พี่รีบมากเลยหรอคะ”  การินอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“รีบสิ พี่อยากให้เสร็จก่อนเดือนหน้า  ว่าแต่เพื่อนเราว่าไง  คือ พี่อยากให้รีบๆทำกันน่ะ  เดี๋ยวจะได้เลี้ยงเหล้าอะไรก็ว่ากันไปอีก”
“งั้น!!วันนี้การินจะพาเพื่อนไปวัดพื้นที่ชั้นสองแล้วกันนะคะ  จะได้เริ่มออกแบบได้”
“ดีครับ  เดี๋ยวไงพี่จะเลี้ยงเหล้าตอบแทนนะ”
“วันนี้การินขอเป็นเบียร์สักขวดสองขวดได้มั้ยคะ  สำหรับการลงมือวัดไซด์”
“อ้อ!!  ได้สิ  ได้ๆจะเข้าร้านกี่โมงล่ะ”
“สักสามทุ่มค่ะ”
 
            หญิงสาวเดินกลับเข้าห้องเรียนที่เลิกเรียนพอดิบพอดีเมื่อหญิงสาวเข้าไป  เพื่อนๆต่างพากันเก็บข้าวของเพื่อออกจากห้องเรียน
 
“โน  สนใจกินเบียร์ฟรีปะ”  การินยิ้มกว้างให้เพื่อนชายร่างสูงใหญ่
“สนดิ  แกจะเลี้ยงเหรอ”  โนยิ้มกว้างอย่างสนใจ 
“มีคนจะเลี้ยง” หญิงสาวยิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้ง
 
 
.....................................................................................................................................
 
            “ฉันกลัวมันจะถล่มซะจริงๆตึกนี้”
 
            โนบ่นพึมพำในระหว่างเดินขึ้นตึกแสนโทรมที่ไม่เคยคุ้น  เพราะเขาเพิ่งมาเหยียบที่นี่เป็นครั้งที่สามเท่านั้นตั้งแต่มาเรียนมหาลัย K
 
“มันไม่ถล่มวันนี้หรอกหน่าโน  เดี๋ยววัดร้านเสร็จก็จะได้กินเบียร์ฟรีแล้วนะ” 
 
            การินเดินนำโนมายังชั้นสองของตึก  เธอพบกับ โชค  บอดี้การ์ดรักษาความปลอดภัยของร้าน Sway  ยืนดูแลชั้นสองอยู่
 
“พี่โชค  การินจะมาวัดร้านให้พี่ปออ่ะค่ะ”
“ครับๆพี่ปอโทรมาบอกพี่แล้ว  วัดเลยครับๆ” โชคยิ้มกว้างและเดินไปนั่งเก้าอี้มุมหนึ่งของลานกว้างชั้นสอง
“ต้องวัดจริงจังปะ”  โนกระซิบถามหญิงสาว
“ไม่ต้อง  ทำทีเป็นวัดๆไปเถอะ  พี่การ์ดไม่รู้หรอกว่าเราทำไรกัน”
 
            โนและการินดึงตลับเมตรออกยาววัดระยะจากพื้นถึงฝ้าเพดาน  การินเป็นคนจดบันทึกข้อมูลที่วัดได้  ต่อจากนั้นก็วัดความกว้างความยาวของตัวชั้น  โชคเห็นดังนั้นจึงโทรรายงานปอว่าการินได้มาวัดร้านแล้ว
 
“ฉันสงสัยจริงๆว่าเจ้าของร้านไม่กลัวมันถล่มหรอ  แค่สองร้านด้านบนฉันก็ว่าอาคารจะรับน้ำหนักไม่ไหวล่ะนะถ้าคนเต็มร้านทั้งสองร้านอ่ะ  นี่ทำเพิ่มอีกชั้น น่ากลัว”  โนบ่นไปพลางวัดช่องหน้าต่าง
“นั่นสิ  ก็รอดูต่อไปว่ามันจะถล่มเมื่อไหร่”
“อ้าว!!  มาวัดแล้วหรอ”  เสียงที่การินคุ้นเคยดังแว่วมาจากด้านหลัง  หญิงสาวและหนุ่มโนรีบหันหลังไปมองพร้อมๆกัน
“ค่ะพี่ปอ  โน นี่พี่ปอ เจ้าของร้าน Sway & Hubrisพี่ปอนี่โนค่ะ  เพื่อนของการินรับงานนี้  โนเก่งมากเลยนะคะ  การินบอกคอนเสปร้านที่พี่บอกแก่โนเรียบร้อยแล้วค่ะ”
 
            โนยกมือไหว้ปอ  ปอรับไหว้และเข้าไปตบบ่าโนอย่างเป็นกันเอง
 
“ขอบใจมากนะที่มาช่วย  คือ พี่อยากให้ด้านนี้เป็นบาร์ยาวสักสองสามเมตร  แล้วตรงส่วนนี้อยากให้เป็นบริเวณวางโต๊ะพลู  อยากได้บรรยากาศแบบไม้เก่าๆอ่ะ”  ปอพาโนเดินอธิบายงานอย่างจริงจัง  โนก็แกล้งทำเป็นรู้งานเข้าใจสิ่งต่างๆที่ปอขอ
 
[……ช่างน่าสงสาร  ที่ร้านแห่งนี้จะอยู่ในความฝันของพี่  หากหวังงานจากฉันและโน  พี่ปอไม่มีทางได้อย่างแน่นอน…..]
 
            หลังจากวัดร้านเรียบร้อยปอพาโนและการินขึ้นมาบนร้าน Hubris   และเลี้ยงเบียร์โน พลางคุยเรื่องงานกับโนอย่างคาดหวังว่ามันจะเสร็จในเร็ววัน  จังหวะนั้นมีชายวัยกลางคน เดินเข้ามาหาปอซึ่งนั่งคุยกับโน
 
“ปอ!!”  ชายคนนั้นดูออกได้ดีว่าเป็นคนมีฐานะ แต่งตัวภูมิฐาน
“พี่เวศ  สวัสดีครับ”  ปอยกมือไหว้ เวศ หนึ่งในหุ้นส่วนร้าน Sway & Hubris
“นั่งก่อนพี่  มาได้ไงไม่โทรมาบอกผม”  ปอเชื้อเชิญเวศนั่งในโต๊ะเดียวกับการิน  หญิงสาวและโนยกมือไหว้เวศอย่างเคารพ
“ผ่านมาพอดีก็เลยแวะมาดูหน่อย  เห็นอันบอกว่าปอจะทำร้านด้านล่างอีกร้านหนึ่ง”
“ใช่ครับ  นี่ผมกำลังคุยกับนักศึกษาสถาปัตย์  จะมาออกแบบร้านให้”
 
            การินฟังการสนทนาเรื่องธุรกิจร้านระหว่างปอและเวศอย่างตั้งใจ  พลางชนแก้วกับโนซึ่งนั่งยิ้มแก้มปริกับเบียร์ฟรีที่แลกกับละครตบตาเพียงไม่กี่ฉาก
 
“ถ้าคิดว่ามันจะไม่เจ๊ง ก็ทำไป  แต่พี่ได้ข่าววงในแว่วๆมาว่าจะมีผับสร้างใหม่แถวๆนี้”  เวศดื่มเบียร์ในแก้วจนหมดด้วยสีหน้าเป็นกังวล  การินเบิกตากว้างเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
“ผับใหม่หรอ  แถวไหนกันพี่  แถวนี้จะมีทำเลตรงไหนดีเท่าร้านเราไม่มีหรอก  ถ้าเป็นแถวสนามบินก็ลูกค้าคนละกลุ่มกับเราแล้วล่ะพี่”
“ไม่รู้เหมือนกันว่าสร้างแถวไหนกันแน่”
“วางใจเถอะ  ไม่มีร้านไหนจะมาสู้ร้านเราได้แล้วล่ะ  ผมมั่นใจ”  ปอยิ้มกว้างและชนแก้วกับเวศอย่างไม่วิตกใดๆ
 
[……ดูท่าทางพี่ปอจะมั่นใจเสียเหลือเกิน  ฉันก็จะรอดูว่าถึงวันนั้นเขาจะยิ้มออกอีกหรือไม่…]
 
“พี่ปอคะ  เดี๋ยวการินกับโนจะขึ้นไปบน Sway นะคะ  จะไปกินต่อ ขอบคุณสำหรับเบียร์ฟรีนะคะ”  การินสะกิดบอกปอซึ่งนั่งข้างๆ
“อ้อ!!อื้ม”  ปอพยักหน้ารับรู้และคุยกับเวศต่ออย่างไม่สนใจ
 
            ภายในร้าน Swayมีลูกค้ามากกว่า Hubris  ลูกค้าลุกขึ้นเต้นกันทั้งร้าน บรรยากาศดูคึกคัก  การินขึ้นมาดึก จึงได้โต๊ะยืนด้านหน้าห้องน้ำ
 
“การิน แล้วต้องทำอะไรอีกมั้ยเนี่ย  พี่ปอเค้าดูคาดหวังกับฉันมากจริงๆว่ะ”  โนถามอย่างหวั่นๆ
“ไม่ต้องทำอะไรเลย  ปล่อยเค้ารอไป  ถ้าเค้าถามฉันก็จะอ้างว่างานเราเยอะไม่มีเวลาทำ”
“ทำไมแกต้องทำแบบนี้”  โนถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ฉันอยากแก้แค้นพี่ปอ  ช่างเถอะ  เรื่องมันยาวมาก  ขอบใจมากนะโนที่มาช่วย”
“ไม่ได้ช่วย  มากินเบียร์ฟรีต่างหากล่ะ  ฮ่าๆๆ”
 
            การินเต้นไปอย่างสนุกสนานแม้โนจะยืนมองขำท่าเต้นประหลาดๆของหญิงสาวก็ตาม  แต่การินก็ไม่สนใจเพราะเธอเมา
 
“นี่เธอ”  ใครบางคนมาสะกิดหญิงสาว การินหยุดเต้นและหันไปมอง สาวหน้าละอ่อนใสยืนมองการินด้วยสีหน้าไม่ดีนัก
“เพื่อนเราฝากบอกว่าเต้นให้ดีๆหน่อย”  หญิงสาวหน้าละอ่อนใสเดินสะบัดหน้ากลับโต๊ะไป ซึ่งที่โต๊ะมีสาวน้อยตัวเล็กผมสั้นหน้าคมผิวคล้ำ  ยืนจ้องเขม่งมาทางการิน
“อะไรวะเนี่ย  ฉันเต้นแบบนี้มันหนักหัวใคร  เอ๊ะ!!นั่นมันน้องคณะฉันนี่  ไม่รู้จักพี่จักน้องซะแล้ว”  การินบ่นอุปหันมองไปที่โต๊ะของสองสาวด้วยสายตาขุ่นเคือง
“เป็นอะไรของแก”  โนจึงถามขึ้นเมื่อเห็นอาการของการิน
“ก็น้องคณะเราสองคนนั้นอ่ะ  มาบอกให้ฉันเต้นดีๆหน่อย  คือ มีสิทธิ์อะไรมาว่ากันแบบนี้” การินชี้ให้โนดูสองวาวที่โต๊ะอยู่ห่างจากการินเพียงสองเมตร
“อ้อ!!คนผมสั้นชื่อน้องแตงกวา  คนผมยาวไม่รู้จักอ่ะ”
“แตงกวางั้นหรอ คงไม่รู้สินะว่าฉันเป็นพี่คณะอ่ะ”  การินยังเพ่งสายตาไปยังโต๊ะของแตงกวา  จังหวะนั้นหนุ่มใหญ่เดินเข้ามาโต๊ะของแตงกวาทักทายอย่างสนิทสนม
“เฮ้ย!!  อย่าบอกนะว่า....”  การินพึมพำกับตัวเอง
 
[……หากคุณน้องแตงกวาเป็นเด็กในสังกัดพี่ปออีกล่ะก็  ฉันจะต้องปวดกระบาลมากขึ้นแน่ๆ  เด็กอะไรช่างกล้าหาเรื่องซะจริง…..]
 
            เมื่อร้านเปิดไฟ ลูกค้าทยอยออกจากร้าน  แต่ดูเหมือนว่าแตงกวาจะไม่ยอมกลับง่ายๆไปนั่งคุยกับเตมเด็กร้านรุ่นใหญ่ของ Swayอย่างสนิทสนมพร้อมเพื่อนสาวของหล่อน
 
“การินเดี๋ยวกลับไงเนี่ย”  โนถามขึ้นเมื่อเตรียมพร้อมจะออกจากร้าน
“โนกลับไปก่อนเลย  ขอบใจมาก  เดี๋ยวฉันกลับกับน้องเด็กร้านน่ะ”  การินยิ้มแก้มปริทั้งที่สายตาจับจ้องไปทางแตงกวาซึ่งนั่งยิ้มร่าอยู่ที่โต๊ะหน้าเวที  ซึ่งปอยกของบนโต๊ะหน้าบาร์มานั่งที่โต๊ะใกล้ๆกับแตงกวา
“งั้นฉันกลับล่ะนะ”  โนเดินเข้าไปไหว้ลาปอและรีบรุดออกจากร้านไปอย่างไม่คิดจะกลับมาอีก
 
            หญิงสาวนั่งมองปออยู่ที่โต๊ะหน้าบาร์เพื่อรอ พีม  เด็กร้านที่อยู่หอพักใกล้กันทำความสะอาดร้าน  ซึ่งดูออกว่าปอค่อนข้างเมา  ปอดูสนอกสนใจแตงกวามากเป็นพิเศษ
 
[……แน่นอนว่าแตงกวาจะต้องเป็นเด็กพี่ปอแน่ๆ  เห็นหน้าแล้วไม่ถูกชะตา  หรือว่าแตงกวาจะรู้ว่าฉันคุยๆกับพี่ปออยู่  ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงต้องมีสงครามกันหน่อย  เพราะถึงไงฉันก็ไม่ต้องแคร์อะไรพี่ปออีกต่อไป….]
 
“พี่ปอไปส่งการินหน่อยสิคะ  การินเมาอ่ะ”  หญิงสาวเดินเข้าไปหาปอที่โต๊ะเพื่อทดสอบปฏิกิริยาของแตงกวา  แตงกวาหันมามองนิ่งๆ
“พี่เมาแล้วอ่ะการิน  ไปส่งไม่ไหวหรอก” ปอปฏิเสธและชนแก้วกับเมสอย่างไม่ใยดีการินที่ยืนหน้าแตกเป็นเสี่ยงๆ  การินบากหน้าเดินกลับมาที่โต๊ะหน้าบาร์  โดยมีเมสเดินตามมา
“การิน  พี่ถามจริงเหอะนะ  การินคิดอะไรอยู่” เมสเข้ามานั่งข้างๆหญิงสาว
“คิดเรื่องอะไรคะ  เรื่องพี่ภู หรือเรื่องพี่ปอ”
“ทั้งสองเรื่อง”  เมสจับจ้องการินด้วยสายตาเค้นความจริง  การินยิ้มเจ้าเล่ห์
“การินตัดใจจากพี่ปอไม่ได้ค่ะ”  การินจ้องเขม่งสบตาเมสอย่างไม่กลัวเกรง  เมสถอนหายใจอย่างไม่เข้าใจก่อนจะเดินกลับไปนั่งโต๊ะปอ
           
“จะไปไหนกวา  กินเหล้าก่อน”  ปอฉุดแขนแตงกวาเอาไว้เมื่อเจ้าหล่อนเกิดอาการงอนจะกลับ  ภาพเหตุการณ์ทำเอาการินแทบหยุดหายใจ  จับจ้องอย่างจดจ่อ  เตมและเด็กร้านต่างหันมองการินซึ่งนั่งมองนิ่งจนน่ากลัว
“เดี๋ยวกวาไปส่งเพื่อนก่อน  เดี๋ยวกลับมา” แตงกวายิ้มกว้างจับมือปอไว้ก่อนจะเหลือบมองการินอย่างผู้มีชัยชนะเหนือกว่า ซึ่งการินนั่งมองแตงกวาด้วยความโมโห  แตงกวาเดินออกจากร้านไปพร้อมเพื่อนสาวของเธอ
 
[……ประกาศสงครามกับฉันรึไงน้องแตงกวา  รู้ตัวบ้างมั้ยว่าก็ไม่ได้เป็นที่หนึ่งของพี่ปอหรอก  จะมาทำท่าผยองใส่ฉัน……]
 
            หญิงสาวลุกจากโต๊ะเดินเข้าไปหาปอที่โต๊ะด้วยสีหน้าไม่พอใจ  เด็กร้านทำงานไปพลางหันมองเหตุการณ์อย่างลุ้นระทึก
 
“พี่ปอคุยกับน้องแตงกวาด้วยหรอคะ”  การินถามเสียงเรียบที่แสนยะเยือก
“ทำไมล่ะ”  ปอใส่อารมณ์ฉุนเฉียวทันที
“ก็ตอบมาสิคะว่าคุยรึป่าว”
“แล้วถ้าพี่คุยกับกวาแล้วเกี่ยวอะไรกับการินล่ะ”  ปอตะคอกเสียงดังลั่นร้าน  หญิงสาวยืนนิ่งราวโดนคำพูดตบหน้าเข้าให้จนชาไปทั้งตัว  การินรีบสะบัดหน้าออกจากร้านไปทันที
           
            เตมเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งตัดหน้าการินลงบันไดไปปรามแตงกวาให้รออยู่ด้านล่างตึก  หากขึ้นไปบนร้านคงโดนการินหาเรื่องเป็นแน่
            การินลงไปถึงด้านล่างตึกโดยมีพีมวิ่งตามลงมาอย่างเป็นห่วง  การินเห็นแตงกวาปิดประตูรถเก๋งของเธอก่อนจะหันมามองทางการินด้วยสีหน้าไม่ดีนัก
 
“พี่การินจะทำอะไรอ่ะพี่  ใจเย็นก่อนนะ”  พีมจับแขนการินไว้แน่น
“ไม่ทำอะไรหรอก  แค่อยากจะมองหน้าน้องคณะที่ไม่รู้จักรุ่นพี่”  การินพูดเสียงดังจนแตงกวาหันมามองการินซึ่งนั่งกอดอกนิ่งอยู่ใต้ตึก  ไม่ไกลจากลานจอดรถที่แตงกวายืนพิงรถของเธอเคียงข้างเตม
 
“กลับกันเถอะพี่การิน  อย่ามีเรื่องเลยนะ”  พีมนั่งเคียงข้างการินอย่างหวั่นใจ
“พีมกลับไปก่อนเลย  พี่อยากรู้ว่าพี่ปอจะเลือกใคร”  การินพูดออกไปทั้งที่ในใจเธอรู้ว่าปออาจไม่เลือกเธอ  พีมยังนั่งเป็นเพื่อนหญิงสาวอย่างเป็นห่วง  จนกระทั่งปอลงมาพร้อมแคชเชียร์ดา
 
            หนุ่มใหญ่มองหญิงสาวด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย  เพราะเขาคิดว่าการินกลับหอของเธอไปแล้ว  ที่ไหนได้กลับมานั่งปั้นหน้าโหดอยู่ด้านล่างตึก ปอหันไปมองแตงกวาที่ยืนกอดอกพิงรถของเธอและมองมาที่ปออย่างกดดัน
 
“พี่ปอไปส่งการินด้วยนะ”  หญิงสาวลุกขึ้นจากม้านั่งและไปเปิดประตูรถปอทันทีปอกดรีโมทปลดล๊อครถ  ปออึ้งไปเล็กน้อย
“ดา  ขึ้นรถเดี๋ยวพี่ไปส่ง”  ปอลั่นเสียงดัง  ดาถึงกับทำตัวไม่ถูกเปิดประตูรถเบาะหน้ามองการินด้วยความหวั่นใจ  การินหันมองแตงกวาอย่างผู้มีชัยชนะก่อนจะขึ้นรถปอไป
 
[……ทำไมต้องไปส่งพี่ดาด้วยล่ะ หอพี่ดาเดินไปสิบก้าวก็ถึงแล้ว  อยู่ตรงข้ามร้านนี้เอง  ฉันรู้ทันหรอกหน่าว่าต้องการเอาพี่ดามาเป็นไม้กันหมา  ให้อ้างกับแตงกวาได้ว่ามาส่ง  เด็กร้าน!!!!!…..]
 
            ปอขับรถออกไปในทันที  หญิงสาวนั่งอดทนอดกลั้นมาตลอดทาง  แต่ก็อดไม่ได้ที่จะต่อว่าปอขึ้นมา
 
“ความจริงนี่มันพูดยากเนอะ”  น้ำเสียงที่อัดแน่นไปด้วยความโมโหของการินทำเอาดาที่คุยจ้อเงียบลงทันตา
“นั่นดิ”  ปอตอบน้ำเสียงกวนประสาท
“ทำไมไม่พูดความจริง”  หญิงสาวตะคอกกลับด้วยความโมโห
“ก็พี่มันเลวแล้วจะมายุ่งทำไมล่ะ” ปอตะคอกกลับมาเช่นกัน  บรรยากาศในรถมาคุจนดานั่งตัวเกร็งอยู่เบาะหน้า
“การินเสียใจ!!” หญิงสาวน้ำตาเอ่อ  พูดเสียงอ่อนลง
“แล้วไง!!”  ปอถามอย่างไร้เยื่อใยซึ่งเขาต้องการให้ดาเห็นว่าเขาไม่ได้แคร์การินเลยแม้แต่น้อย
“พี่เคยพูดความจริงอะไรกับการินบ้าง  พี่โกหกการินมาตลอด  ไม่เข้าใจ  พี่ช่วยพูดความจริงให้การินฟังสักครั้งได้ปะ ความจริงที่กลั่นออกมาจากใจอ่ะ  เคยพูดมั้ย”
ก็การินเลวอ่ะ  จริงพอมั้ย”  ปอตะคอกจนดาสะดุ้ง  หญิงสาวน้ำตาตกพูดไม่ออกอีกเลย
“เราไม่ควรคุยกัน  ปล่อยพี่ไปเหอะการิน”  ปอมองกระจกส่องหลังเห็นการินร้องไห้โฮ  จึงพูดอ่อนลงทันที  หญิงสาวนั่งเงียบไปจนถึงหอของเธอ  การินเดินลงจากรถไปด้วยความเงียบงัน 
“การินเป็นอะไรอ่ะพี่  โกรธอะไรพี่เหรอ”  ดาถามขึ้นเมื่อปอออกตัวรถ
“งี่เง่าตลอด”  ปอไม่ตอบแต่บ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิด
 
            หญิงสาวนอนร้องไห้เพียงลำพังเมื่อรูมเมทสาวไม่อยู่ห้องอีกตามเคย  เธอพ่ายแพ้ต่อใจตัวเอง เธอรับรู้ได้ว่าแท้จริงแล้วว่าเธอรักและแคร์ปอมากแค่ไหน  เมื่อโดนหนุ่มใหญ่ต่อว่ามาขนาดหนัก  ทำเอาเธอไปต่อไม่ถูกเลยทีเดียว  ได้เพียงร้องไห้และโมโหตัวเองที่ยอมใจอ่อนกลับไปคุยกับปออีกทั้งที่ไม่ควรจะกลับไปอีกเลย
            คำพูดที่เจ็บแสบกรีดลึกลงในหัวใจหญิงสาวทำให้แผลที่เคยถูกหนุ่มใหญ่ทำร้ายสาหัสอีกครั้ง  แต่มันทำให้เธอเข้มแข็งขึ้นและยืนหยัดในเจตนารมณ์เดิมอย่างมุ่งมั่น
 
ก็การินเลวอ่ะ  จริงพอมั้ย”
 
....................................................................................................................................
 
            เช้าวันใหม่หญิงสาวตื่นลืมตามาพร้อมคราบน้ำตา  เธอตั้งมั่นในใจว่าจะไม่ไปวุ่นวายกับปออีกแล้ว  รอเพียงเวลาที่เธอรอคอย  แม้เธอจะเสียใจมากแค่ไหนที่จะไม่มีปอในชีวิตอีก  แต่เธอจะไม่ยอมให้หัวใจของเธอถูกทำร้ายซ้ำๆอีก
            เช่นเดิมหญิงสาวงดการไปร้าน Sway & Hubris อย่างเช่นทุกครั้งที่เธอตั้งใจจะทำเช่นนั้น  แต่แล้วต้องมีเหตุให้เธอต้องไปที่นั่นอีกครั้ง
 
“พี่การินต้องมางานวันเกิด ตรี ให้ได้นะ  ถ้าไม่มาตรีงอนเจ๊ไปตลอดชีวิตเลย” 
 
            เสียงน้องชายตัวแสบที่เคยสนิทสนมกับการินแว่วผ่านสายมาในยามบ่ายของวัน  นานแล้วที่เธอไม่ได้คุยกับน้องชายคนนี้  ตรี  เด็กหนุ่มตัวสูงผิวขาวหล่อเหลาเอาการ  นายแบบหนุ่มที่เคยสนิทกับการินมาก แต่เมื่อเขามีแฟนจึงห่างๆพี่สาวที่เคยอ้อนใส่ไปนาน
 
“ไปแน่นอนจ่ะ  ว่าแต่แกจะไปเลี้ยงวันเกิดที่ไหน”  การินนั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดีบริเวณริมระเบียงห้องซึ่งเธอกำลังทาเล็บเท้าอย่างสนุกสนานกับนิตารูมเมทสาว
“Sway ครับเจ๊  อยากให้เจ๊มานะ  ตรีอยากเจอเจ๊มากๆ  เป็น 2 เดือนแล้วที่ไม่ได้คุยกันเลย”
“ก็แกมีแฟนนี่  พี่ก็ไม่อยากให้ทะเลาะกับแฟน”
“เจ๊อย่าพูดงั้นสิ  ตรีไม่อยากให้เจ๊คิดงั้นอ่ะ  ยังไงตรีก็รู้สึกดีกับเจ๊นะ”  ตรีหวนระลึกถึงความหลังที่เขาเคยปลื้มการินมาก  แต่ตอนนั้นหญิงสาวรู้สึกกับตรีเพียงน้องชาย  เพราะเธอมีโจอยู่เต็มหัวใจ
“จ้าๆ  รู้แล้วๆ  แต่เปลี่ยนร้านได้มั้ย  เจ๊ไม่อยากไปร้านนั้น”
“ทำไมอ่ะเจ๊  เปลี่ยนไม่ทันละอ่ะ  บอกเพื่อนไปหมดแล้วขี้เกียจนัดใหม่”
“ไม่มีอะไรหรอก  แล้วแต่แกแล้วกันย่ะ เจอกันๆ”
 
            การินวางโทรศัพท์ไว้บนเตียงและส่ายหน้าไปมาอย่างเอ็นดูน้องชายขี้อ้อนคนนี้
 
“ใครชวนเที่ยวอีกล่ะแก”  นิตาถามขึ้นมาทันที
“อ้อ!!  เจ้าตรีน่ะ  ชวนไปกินเลี้ยงวันเกิดมันคืนนี้  ดันไปจัดที่ Sway  ไม่ค่อยอยากไปเลยอ่ะ”  การินทำหน้ามู่ทู่  ก่อนจะตั้งใจทาเล็บเท้าสีครีมต่อไป
“ตรีหล่อๆสูงๆที่เคยชอบแกอ่ะนะ”
“ใช่ๆ  ไม่ได้เจอมันนานมากเลยนะเนี่ย  น้องมันมีแฟนไปแล้วล่ะ”
“แล้วแกจะไปมั้ย”
“ไปสิ  เดี๋ยวตรีมันงอนเอาอีก แต่ก็ไม่อยากไปเจอพี่ปอเหมือนกัน  เพี๊ยง!!! ขอให้พี่ปอไม่เข้าร้านด้วยเถอะ”
“ไม่ได้คุยกันกี่วันล่ะเนี่ยกับพี่ปอ”  นิตาแซวขึ้นเพราะรู้ว่าการินเลิกๆคบๆกับปออยู่หลายรอบ
“4 วันอ่ะ  แต่ฉันตั้งใจจะไม่คุยอีกต่อไป  รอร้านใหม่ แล้วเป็นไงบ้างล่ะ”
“กำลังสร้างอยู่  พี่เค้าชอบที่แกออกแบบให้นะ เดี๋ยวว่างๆแกต้องเข้าไปคุยงานกับพี่เค้าด้วยนะ”
“จริงเหรอ  วันก่อนมีหุ้นส่วน Sway มาคุยกับพี่ปอที่ร้าน  เค้ารู้เรื่องร้านใหม่ของเราด้วยนะ  แต่ดูพี่ปอจะไม่กลัวอะไร  แถมยังมั่นใจว่าจะไม่มีร้านไหนสู้ Sway & Hubris ได้ด้วยล่ะ”
“หึหึ!!  ก็ให้เขามั่นใจต่อไปเถอะ”
“ใช่  พอถึงวันนั้นจะยิ้มไม่ออก  เอ้อ!!นิตาฉันแอบสงสัยอยู่อย่าง”
“เรื่อง?”
“ก็ข้อมูลที่พี่ๆเค้าให้ฉันไปหามาน่ะ  มีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับร้าน  และก็ข้อมูลเกี่ยวกับงานที่พี่ปอทำผิดกฎหมาย  ถามจริงพี่ๆเค้าจะเอาถึงขั้นเล่นงานทางกฎหมายเลยเหรอ”
“อันนี้ฉันไม่รู้จริงๆว่ะ  พี่ธนูให้มาฉันก็ไม่ได้ถามอะไรมาก”  นิตาลุกขึ้นเข้าห้องน้ำไปทันที
“แต่ฉันว่าทางกฎหมายมันดับอนาคตเค้าได้เลยนะ”  การินพึมพำ
“แกสงสารเหรอ  แกใจอ่อนตลอดอ่ะการิน  แล้วจะมาปากดีว่าไม่ได้รัก” นิตาตะโกนออกจากห้องน้ำ
“ก็ดี  จัดไปเหอะ  แล้วแกเอาข้อมูลให้พี่ๆเค้ายังอ่ะ”
“ยังเลย เดี๋ยวค่อยฝากแกเอาไปให้ตอนแกไปคุยงานไง”
 
[……ถึงจะเล่นงานพี่ปอทางกฎหมายแต่พี่ปอมีลุงเป็น ผบ.ใหญ่ในย่านนี้  ก็คงทำอะไรเขาไม่ได้อยู่ดี  แต่พี่ๆเค้าจะเล่นงานพี่ปอขนาดนั้นทำไมกันนะ  สงสัยจัง….]
 
..............................................................................................................................
 
            หญิงสาวมาเหยียบร้าน Sway อีกครั้งในเวลา 5 ทุ่มพร้อมกับภัทและนิชาที่ตามมาเที่ยวด้วย  สามสาวได้โต๊ะใกล้กับโต๊ะหน้าบาร์ซึ่งเป็นโต๊ะประจำของปอ
 
“สุขสันต์วันเกิดไอ้น้องรัก”  การินนำของขวัญวันเกิดเข้าไปยื่นให้แก่ตรี หนุ่มหล่อผิวขาวสะอ้านที่ดูโดดเด่นที่สุดในร้าน
“พี่การิน”  ตรียิ้มอย่างดีอกดีใจเมื่อเห็นการิน  ตรีรับของขวัญวันเกิดแล้วนำไปวางไว้ในโต๊ะและโผเข้ากอดการินด้วยความคิดถึงและอาการเมา
“อ๊ายย!!เมาแล้วสิเนี่ยแกอ่ะ”  การินรีบผลักตรีออกเพราะอยู่ในสายตาของเมสและภูที่ยืนมองอยู่ที่โต๊ะหน้าบาร์ ซึ่งถัดไปจากโต๊ะของตรี
“เมาสิเจ๊  เพื่อนมอมอ่ะ ให้กินเพียว 5 แก้วแล้วเนี่ย  เจ๊ดูแลตรีด้วยนะ”
“เตะซ้ำน่ะสิ  ฮ่าๆๆ พี่อยู่โต๊ะข้างๆเดี๋ยวแวะมาชนด้วย  แกกินกับเพื่อนๆไปเถอะนะ”
“เจ๊ก็มากินโต๊ะตรีสิ  แยกโต๊ะทำไมอ่ะ”  ตรีโวยวายทันที
“พี่มากับเพื่อน  เพื่อนพี่ไม่สนิทพวกมันไม่อยากรวมโต๊ะน่ะ  มันเกรงใจ  เอาหน่าโต๊ะใกล้กันแค่นี้เอง เดี๋ยวพี่มาชนบ่อยๆ”
“อื้มๆ  ตกลง” ตรีหันกลับเข้าโต๊ะไป  หญิงสาวกลับโต๊ะไปหาเพื่อนสาว
 
            ไม่นานเจ้าของผับหนุ่มใหญ่สวมแว่นสายตาคู่ใจ  เดินเฉิดฉายเข้ามาเห็นการินนั่งอยู่ที่โต๊ะใกล้ๆถึงกับหยุดชะงักงันเพราะเขาไม่ได้เจอกับการินหลายวัน ก่อนจะเดินไปโต๊ะหน้าบาร์
 
“พี่ปอมาแล้วแก”  ภัทสะกิดหญิงสาวทันทีที่เห็นปอยืนจ้องเขม่งมาที่โต๊ะของเธอ  การินย้ายที่นั่ง มานั่งฝั่งที่หันหลังให้ปอ  เพราะเธอไม่อยากจะเห็นหน้าหนุ่มใหญ่
“นี่แกเลิกขาดกับพี่ปอแล้วใช่ปะ”  นิชาถามขึ้นพลางจิบเหล้าในแก้ว
“เป็นแก แกจะเลิกปะล่ะ  ว่าฉันเลวอ่ะ  จำฝังใจเลยล่ะ ว่าคนอื่นไม่ดูตัวเองเลยอ่ะ”
“แต่พี่ปอมองแกตลอดเลยนะตั้งแต่เค้าเดินเข้ามาในร้าน” นิชาหันไปอมยิ้มเจื่อนๆพอเป็นพิธีกับหนุ่มใหญ่ซึ่งมองมาไม่คลาดสายตา
“คงจะโกรธเรื่องวันนั้นอยู่สิ ใจจริงฉันไม่อยากจะไปยุ่งวุ่นวายกับเด็กๆเค้าหรอกนะ  แต่วันนั้นนังน้องแตงกวามาหาเรื่องฉันก่อน  ไม่รู้จักพี่จักน้องกันเลย  นึกแล้วยังโมโหไม่หาย”  การินวางแก้วเหล้ากระแทกกับโต๊ะอย่างแรงด้วยความโมโห
“เจ๊ ชนกับตรีหน่อยสิ”  หนุ่มหล่อตัวสูงก้มลงยื่นแก้วเข้ามาในวง  ภัทและนิชายิ้มแก้มปริรีบชนแก้วกับตรีทันที  การินต้องชงเหล้าใหม่เพราะเพิ่งดื่มหมดไปเมื่อครู่
“นั่งด้วยดิเจ๊  หนีเพื่อนมาพักก่อน  อยู่ที่โต๊ะนะโดนมอมกระจาย”  ตรีนั่งลงข้างๆการิน
“นึกว่ามาโต๊ะนี้แล้วน้องตรีจะรอดหรอคะ”  ภัทยิ้มก่อนจะชงเหล้าให้เข้มข้นและยื่นให้ตรี
“โห!!!   พี่ภัท กรุณาตรีด้วยพี่  ตรีไม่ไหวแล้วน้า TT^TT”  ตรีงอแงก้มซบไหล่การินเชิงอ้อน
“ทำไมน้องตรีอ่อนจังเลยล่ะคะ  แล้ววันเกิดแฟนไม่มาด้วยเหรอ”  นิชาถามขึ้นเมื่อเห็นว่าตรีกล้ามานั่งซบการินอย่างเป็นกันเองเช่นนี้
“แฟนไม่ว่างอ่ะพี่นิชา  พี่ภัทตรีขอครึ่งแก้วได้ปะ”
“เอ้อ!!  ครึ่งแก้ว  อีกครึ่งเดี๋ยวช่วยกิน”  การินเป็นดังนางฟ้ามาโปรดตรี  ตรียิ้มกว้างรับแก้วของภัทมาดื่ม  แต่ที่ไหนได้การินจับแก้วที่ตรีดื่มเชิงบังคับให้ดื่มจนหมดแก้ว  หนุ่มหล่อถึงกับสำลัก
“อะ อะ !!!><เจ๊แกล้งอ่ะ  ดีไม่สำลักเหล้าตาย  ไหนว่าจะช่วยกินไงเล่า  งั้นตรีชงให้เจ๊บ้าง  เจ๊ต้องกินนะ” ตรีไม่ยอมแพ้จะแกล้งการินกลับ  สามสาวนั่งหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งหนุ่มหล่อ
“จัดมา ไอ้น้อง^^”  การินยิ้มกว้างอย่างไม่กลัวเกรง
 
            บรรยากาศในโต๊ะของการินดูสนุกสนานครื้นเครง  โดยอยู่ในสายตาของปอตลอด จากที่ไม่เคยสนใจหญิงสาวแม้แต่น้อย  ในวันนี้เขากลับรู้สึกไม่พอใจที่เห็นการินนั่งแนบชิดเคียงข้างกับตรีซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่า หนุ่มหล่อผิวขาวสะอ้านคนนี้เป็นใคร  เขารู้แต่เพียงว่าเขาเหม็นขี้หน้าอย่างบอกไม่ถูก
 
            การหายไปของการินทำให้ปอรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อยว่า การินจะไปจากเขาจริงๆ  แต่ด้วยความที่เป็นคนง้อใครไม่เก่ง  เขาก็ทำได้เพียงมองเท่านั้น
 
“เมาแล้วอ่ะเจ๊ เจ๊ต้องดูแลตรีด้วยนะ  พาตรีไปส่งหอด้วยนะ  อย่าทิ้งกันล่ะ”  หนุ่มหล่อเมาของจริงคอพับคอหงายซบการินเป็นว่าเล่น
“ท่าจะเมามากจริงๆ”  การินยิ้มขำกับเพื่อนสาว
“เต้นกันดีกว่า  ชอบเพลงนี้”  ภัทลุกขึ้นเต้นทันทีฉุดแขนนิชาและการินให้เต้นด้วยกัน  การินจึงดึงหนุ่มตรีซึ่งเมาไม่รู้เรื่องลุกขึ้นเต้นไปด้วยกัน
 
            ตรีเมาไม่ค่อยรู้เรื่องเข้าสวมกอดการินไว้แน่น  หญิงสาวตกใจo.Oเบิกตากลมโตและพยายามประคองร่างตรีซึ่งทิ้งน้ำหนักไว้กับหญิงสาวเต็มที่
            เหตุการณ์นี้ทำเอาหนุ่มใหญ่นั่งไม่ติดที่ลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าบาร์และกอดอกแน่นยืนพิงบาร์จับจ้องการิน  มองเหตุการณ์อย่างไม่พอใจ  แต่คนที่ดูออกว่าเสียใจขั้นสุดถึงกับต้องเดินออกไปสูบบุหรี่หน้าร้าน  นั่นก็คือ ภู
 
“ตรีไหวปะเนี่ย”  การินผลักตรีออกจากการโอบรัดตัวเธอไว้  เธอเข้าใจดีว่าตรีเมามาก  และมักจะไม่รู้เรื่องแบบนี้เป็นประจำ
“ไม่ไหวว่ะเจ๊  ขอน้ำหน่อย”  การินพยุงร่างสูงใหญ่ของตรีลงกับเก้าอี้  และรีบนำน้ำมาให้ตรีดื่ม  หญิงสาวนั่งยองๆตรงหน้าหนุ่มหล่อซึ่งนั่งบนเก้าอี้และก้มลงอย่างมึนเมา
“ดื่มน้ำเข้าไปเยอะๆ  จะอ๊วกปะ  เดี๋ยวพี่พาไปอ๊วกในห้องน้ำ”  การินลูบใบหน้าตรีอย่างห่วงใย
“ไปๆ”  หญิงสาวพยุงร่างตรีที่หนักเกินรับไหว จนเพื่อนชายของตรีต้องเข้ามาช่วยพยุงหนุ่มหล่อเจ้าของวันเกิดเข้าห้องน้ำไปขับของออกจากกระเพาะ
“พี่การิน เดี๋ยวผมดูตรีมันเองพี่”  เพื่อนชายของตรีช่วยกันดูแลตรี  การินจึงเดินกลับไปโต๊ะเห็นภัทนั่งคุยกับกลุ่มเพื่อนของตรีอย่างสนิทสนม
“ภัท นิชาล่ะ”  การินไม่เห็นนิชาจึงนึกเป็นห่วง
“พี่ปอลากไปหน้าบาร์”  ภัทตอบก่อนจะหันกลับไปคุยกับเพื่อนชายของตรีต่ออย่างไม่สนใจ
 
            หญิงสาวรีบหันไปมองทางหน้าบาร์ด้วยความไม่เข้าใจว่าปอจะมาลากนิชาไปทำไม  ปอนั่งอยู่บนเก้าอี้มือยังจับแขนนิชาไว้มั่น เชิงประชดหญิงสาว  และมันก็สำเร็จเพราะทำให้การินหงุดหงิดขึ้นมาทันที
 
“นิชาเมายัง”  ปอพูดขึ้นแต่สายตาเหลือบมองไปที่การิน  ซึ่งนั่งลงในโต๊ะของเธอหันหลังให้ปอเพราะไม่อยากเห็นภาพ
“ไม่ค่อยเท่าไหร่ค่ะพี่ปอ  นิชากินไปหน่อยเดียว” นิชายิ้มเจื่อนๆ  ทำตัวไม่ถูก
“ดูแลเพื่อนๆด้วยนะ”
“เพื่อนคนไหนอ่ะพี่”  นิชาถามกวนกลับพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์
“ก็ภัทเมาแล้วอ่ะ อืม....อีกคนด้วย  ดูด้วย”  ปอยังวางฟอร์มไม่กล้าพูดตรงๆ
“ดูอยู่แล้วล่ะค่ะ  ทั้งภัทและการิน  แต่การินไม่เมานะ  การินมันไม่ค่อยเมาหรอก นิชาไปกินกับเพื่อนก่อนนะคะ” นิชารีบปลีกตัวกลับมาที่โต๊ะทันที  การินนั่งหน้าบูดบึ้งไม่พูดไม่จา
“การิน  น้องตรีล่ะ” นิชานั่งลงตรงข้ามการิน
“อ๊วกอยู่ในห้องน้ำอ่ะ  เพื่อนมันดูอยู่”
“พี่ปอดูห่วงๆแกนะ”  นิชายิ้มกว้าง
“ไม่มีทางหรอกนิชา  โดนพี่ปอเป่าหูอะไรมาอีกล่ะ”  หญิงสาวเบ้หน้าเบ้ตาและดื่มเหล้าในแก้วจนหมด
“ไม่ได้เป่าอะไร  เค้าก็แค่..” นิชาพูดไม่ทันจบก็มีหนุ่มน้อยเพื่อนของตรีมาขอชนแก้วกับนิชา  ทำเอานิชาไม่สนใจการินอีกเลย
“เจ๊  ทิ้งเลยนะ”  ตรีเดินโซเซกลับมานั่งพิงหญิงสาวอย่างหมดสภาพ  การินจึงรับช่วงดูแลตรีต่อ
“ไหวมั้ย ตรี” การินเอามือตบหน้าตรีเบาๆเรียกสติ  หนุ่มตรีจับจ้องการินด้วยแววตาลึกซึ้งก่อนจะจับมือการินซึ่งตบหน้าของเขาเอาไว้ทั้งสองข้าง
“เจ๊  ตรีถามอะไรหน่อยดิ”
“เอ้อ!! ว่าไง”  การินใจสั่นระริกเมื่อหนุ่มหล่อตรงหน้าจับจ้องเธอราวสะกดเธอเอาไว้
“ถ้าตอนนั้น  เจ๊ไม่ได้รักคนชื่อโจ  เจ๊จะชอบตรีบ้างปะ”
“เอ่อ!!!.....”  การินอึ้งไปเพราะภูเดินเข้ามาเห็นพอดีและก้มหน้าเดินคอตกเข้าห้องน้ำไปทันที
“ตรีอยากรู้อ่ะ”
“พี่ว่าการที่เราเป็นแบบนี้ดีแล้วล่ะ  หากวันนั้นพี่คบกับตรี  วันนี้เราอาจเลิกกันและไม่ได้คุยกันอย่างวันนี้ก็ได้นะตรี  ความเป็นพี่น้องและความเป็นเพื่อนยั่งยืนกว่าอยู่แล้ว พี่ดีใจที่พี่เลือกให้มันเป็นแบบนี้”
“เจ๊ตอบไม่ตรงคำถามอ่ะ  แต่ช่างเถอะตรีพอรู้คำตอบ  เห้อ...เมาว่ะเจ๊”  หนุ่มตรีโน้มลงเอาหน้าพาดไหล่หญิงสาวอย่างหมดสภาพ
 
[……โอ๊ย!!!  เจ้าตรี ทำไมเมาเรื้อนแบบนี้นะ  สงสารพี่ภูจังเลยอ่ะ  ที่มาเห็นเมื่อครู่  คงเข้าใจผิดอีกแน่เลย  ส่วนอีตาพี่ปอ  ก็ได้แค่มองนิ่งๆ  อยากรู้ว่าเค้าจะรู้สึกว่าถูกหักหน้าอีกรึป่าว….]
 
            ไม่นานตรีไม่ไหวที่จะยืนหยัดอยู่ต่อไปได้  การินและเพื่อนๆของตรีต้องช่วยกันพยุงร่างสูงที่หมดสภาพของตรีออกจากร้าน
 
“ภัท  นิชา  เดี๋ยวฉันมานะ  อย่าเพิ่งกลับ  ไปส่งตรีก่อน”  การินวิ่งแล่นออกจากร้านไปช่วยพยุงตรี  ปล่อยภัทและนิชาเต้นกันเพียงลำพังในบรรยากาศที่คึกคัก
“ภัท  แล้วการินมันจ่ายเงินยังอ่ะ” นิชาถามขึ้นด้วยอาการเมาเล็กๆ
“ไม่รู้ดิ  แกลองไปถามที่แคชเชียร์ดิ  ถ้ายังก็เรียกเช็คบิลล์เลย  เมา ง่วงอ่ะ”  ภัทเริ่มงอแงทันที
 
            นิชาเดินโซเซเข้าไปแถวหน้าบาร์เพื่อจะไปถามแคชเชียร์  แต่ก็ถูกมือดีคว้าแขนไว้อีกครั้ง  นิชาหันไปมองเจ้าของมือหนาที่บีบแขนเธอดึงเข้าไปหา
 
“มีไรคะพี่ปอ”  นิชายิ้มแห้งๆอีกครั้ง
“การินไปไหน”  ปอถามด้วยเสียงเข้ม
“ไม่รู้เหมือนกันพี่”  นิชาเลี่ยงที่จะบอก
“การินกลับไปกับไอ้นั่นใช่มั้ย” ปอดูโมโหจนนิชายิ้มไม่ออก พลางปล่อยแขนนิชาออกอย่างไม่สบอารมณ์
“ไม่หรอกค่ะ  เดี๋ยวก็คงมา  ว่าแต่พี่ปอรู้มั้ยคะว่าการินจ่ายเงินรึยัง”
“ไปถามแคชเชียร์”  ปอหันกลับเข้าบาร์ดื่มเหล้าจนหมดแก้วและวางกระแทกโต๊ะ จนเมสและภูถึงกับมองหน้ากัน
 
            ทางด้านการินช่วยพยุงร่างของตรีขึ้นรถของเพื่อนตรีอย่างทุลักทุเล
 
“พี่การินขอบคุณมากพี่  เดี๋ยวพวกผมไปส่งตรีเอง”  เจ้าของรถบึ่ง CRV สีดำออกไปอย่างรวดเร็ว หญิงสาวถึงกับถอนหายใจด้วยความอ่อนล้า
“ตรีเอ๊ย !!  ทำเอาเจ๊เหนื่อยเลยนะ”  การินพึมพำก่อนจะหันหลังกลับเพื่อจะเดินขึ้นตึกแสนโทรม  แต่ก็ต้องชะงักงันเมื่อภู เดินลงมาเพียงลำพัง
 
            ภูมองหน้าการินด้วยสีหน้าเสียความรู้สึกและเดินผ่านไปอย่างไร้คำพูดใดๆ
 
“พี่ภู!!”  การินเรียกรั้งภูไว้ด้วยความหวั่นใจ  ภูหยุดเดินยืนนิ่งกำมือแน่นอย่างอัดอั้น
“กลับแล้วเหรอคะ”  การินเอื้อนเอ่ยเสียงสั่น
“มันเป็นใครอ่ะ ทำไมการินต้องนัวเนียกับมันขนาดนั้น”  ภูหันมาถามหญิงสาวอย่างอารมณ์เสีย
“พี่ภูพูดให้มันดีๆหน่อย  นั่นน้องการิน  สนิทกันมากไม่ได้เป็นไรกัน” หญิงสาวอารมณ์ขึ้นทันที
“พี่ว่ามันดูไม่ดีเลยที่การินทำทีสนิทสนมกับนายนั่นแบบนั้นน่ะ”
“มันเรื่องของการิน  การินรู้ตัวดีว่ามันไม่มีอะไรที่ผิด  พี่จะคิดไงก็เรื่องของพี่เถอะนะ” หญิงสาวสะบัดหน้าเดินกลับไป
“ประชดพี่ปอล่ะสิ” คำพูดประโยคสุดท้ายของภูทำให้หญิงสาวหยุดชะงักไปครู่  ก่อนจะรวบรวมสติไม่ให้โวยวายและเดินกลับขึ้นตึกไปนิ่งๆ  ปล่อยหนุ่มภูยืนนิ่งด้วยสีน้ำตาที่คลอเบ้า
 
            ภัทนำเงินไปจ่ายที่แคชเชียร์ก่อนจะเดินกลับออกมา ปอคว้าแขนภัทไว้อีกรอบ  แต่ภัทสะบัดออกเบาๆ
 
“ภัทไม่ดูเพื่อนเลย  เพื่อนเมา”  ปอพูดด้วยสีหน้าตำหนิ
“หนูก็เมาพี่”  ภัทยิ้มแหยๆก่อนจะสะบัดหน้าเดินกลับไปหยิบกระเป๋าและลากนิชาออกจากร้าน
“ไอ้พี่ปอนี่  ตกลงเค้าคิดยังไงกับการินกันแน่เนี่ย  ทำท่าอย่างกะห่วง  แต่ที่รู้มานี่ไม่สนใจการินเลย”  ภัทเดินบ่นในขณะเดินลงบันไดไป
“นั่นสิฉันก็ว่างั้นล่ะ”  นิชาถือกระเป๋าของการินลงมาด้วย
“อ้าว!!” การินหยุดเดินขึ้นบันไดเมื่อเห็นเพื่อนสาวทั้งสองเดินลงมา
“กลับเลยหรอ”  การินรับกระเป๋าจากนิชาและเดินตามเพื่อนๆลงไปด้านล่าง
“เมาแล้วจะอยู่ทำซากไรล่ะคะ” ภัทบ่นอุบ  ด้วยอาการเมาของเธอเช่นเคยๆ
            หญิงสาวกังวลใจไปถึงหนุ่มใหญ่ที่จะเข้าใจผิดเหมือนที่ภูเข้าใจหรือไม่ 
 
[……พี่ปอคงคิดว่าฉันกลับไปกับตรีแน่เลย  คงมองว่าฉันไม่ดีไปแล้วอย่างที่พี่ภูเข้าใจ  แต่ก็ช่างปะไรล่ะ  อยากเข้าใจแบบนั้นก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีกแล้วนี่นา……]
 
...............................................................................................................................
 
            หญิงสาวนอนแผ่ร่างกายอย่างเหนื่อยอ่อนหลังจากอาบน้ำเรียบร้อย  เมื่อเธอพริ้มหลับภาพของปอก็ลอยมาให้เห็น  เป็นภาพเหตุการณ์ที่ปอลากนิชาเข้าไปคุยด้วย  มันทำให้เธอหวั่นใจว่าปอคิดจะจีบนิชาเพื่อนสนิทของเธอเข้าอีกคน
 
ตี่  ติ๊ด  ติด  ตี่  ติ๊ดๆๆๆๆๆๆ..........!!!!!!
 
            การินสะดุ้งทันทีเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  เบอร์ของหนุ่มใหญ่โชว์หลาอยู่หน้าจอ  การินรีบรับสายเพราะเกรงใจนิตาที่หลับใหลอยู่เคียงข้าง  แม้จะรู้ว่านิตาคงไม่ได้ยินเป็นแน่
 
“ว่าไงคะ”  การินรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนๆ
“การินอยู่ไหน”  เสียงปอดูออกว่าเมาและโมโห
“อยู่หอ ทำไมล่ะคะ”
“หอไอนั่นล่ะสิ”
“อะไรของพี่อ่ะ” การินเริ่มหงุดหงิดทันที
 
            ปอวางสายไปดื้อๆ  ทำเอาหญิงสาวนอนไม่หลับนอนคิดมาก  กว่าจะข่มตาหลับได้ก็เกือบเช้า  แต่เธอก็ไม่คิดจะโทรกลับไปต่อความยาวสาวความยืด  ยอมปล่อยให้ปอเข้าใจไปตามที่เขาจะคิด  เพราะเธอตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ไปผูกพันใดๆกับปออีกแล้ว
 
................................................................................................................................... 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 142 ท่าน