Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
คดี..แอร์ !!!
39
16/11/2554 16:30:19
261
เนื้อเรื่อง
 
ตอนที่ 39...คดี...แอร์ !!!

....................................................................................................................................
 
“ค่ะพี่ปอ” 
            การินรับสายของปอด้วยเสียงสั่นและหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก
“การินอีกแล้วใช่มั้ย”  ปอพูดน้ำเสียงโมโหและเกรี้ยวกราด
“อะไรคะพี่  การินอะไรอ่ะ  เดี๋ยวนะ ใจเย็นก่อน  การินไม่เข้าใจว่าพี่ปอหมายความว่าไง”  การินขึ้นเสียงจนปุยและภัทต้องตั้งใจฟัง
“ก็ผลงานเธออีกไง”
“ผลงานอะไรพี่ปอ  การินไม่รู้เรื่อง  งงค่ะ พี่ต้องเข้าใจอะไรผิดแน่เลย  ข้อความที่ส่งไปสินะคะ  พอดีการินเดินไปบนร้านแล้วได้ยินพี่คุยโทรศัพท์และเห็นพี่ขับรถออกไปอย่างเร็ว  ก็เลยส่งไป คือไม่เข้าใจว่าจะมาโวยวายอะไรใส่การินอ่ะ”
“งั้นเหรอ!!”  ปอพูดน้ำเสียงสูงไม่เชื่อในคำพูดของการินแม้แต่น้อย
“ทำไมต้องทำเสียงแบบนั้นคะ  การินไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเลยสักนิด  ก็แค่เป็นห่วงเห็นฝนตกถนนน่าจะลื่น  ขับรถแบบนั้นก็จะตายพอดี”  การินกำมือแน่นพูดเสียงสั่นน้ำตาคลอ
“ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงนะ  แต่ต่อไปนี้การินเลิกคุยกับพี่ไปได้เลย”  ปอวางสายไปทันที         การินถึงกับน้ำตาไหล  หญิงสาวนั่งตัวแข็งปาดน้ำตาอย่างช้าๆ
“เห้ย!!  การินเป็นไรไป”  ภัทถามขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“แก  ฉันไปทำอะไรล่ะเนี่ย  พี่ปอมาโวยวายว่าผลงานฉันอีกแล้วใช่มั้ย  คือแบบว่าฉันอยู่เฉยๆเลยนะ”  การินร้องไห้โวยวาย
“ช่างมันเหอะ  พอเหอะแก พี่ปออ่ะไม่ได้ดีเลย  น่ารำคาญจะตาย”
“ฉันพอแน่  แต่ครั้งนี้ไม่ยอมโดนด่าฟรีๆหรอก ต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
“เกิดอะไรขึ้นเหรอการิน”  ปุยถึงกับเกาหัวด้วยความสงสัย
“พี่ปอโทรมาด่าการินว่าเป็นผลงานการินใช่มั้ย  การินคิดว่าที่พี่ปอทะเลาะกับน้องแอร์คงคิดว่าการินไปทำอะไรอีก  พี่ปุยก็เห็นว่าการินนั่งอยู่ที่นี่การินจะไปทำอะไรตอนไหน”
“อ้อ!  ใจเย็นก่อน เดี๋ยวพี่ไปคุยกับพี่ปอให้ว่าพี่เป็นพยานได้ว่าการินอยู่กับพี่”
“ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะพี่ปุย  ขอบคุณมาก  การินคิดว่าไม่ว่าไงพี่ปอก็เชื่อในความคิดตัวเองเสมอ  แม้เค้าจะผิดแต่เค้าไม่เคยยอมเป็นคนผิด”
 
.........................................................................................................................................
 
            การินกลับห้องมาอย่างห่อเหี่ยว  แต่ก็ต้องพยายามสลัดความสงสัยเรื่องปอและแอร์ออกไปเพื่อจะทำงานที่คั่งค้างให้เสร็จ
 
“ฮัลโหลยู  เดี๋ยวเอาคัตเตอร์ไปคืนให้นะ  อยู่ห้องใช่มั้ย”
 
             การินโทรหายูและหยิบคัตเตอร์เดินลงจากหอไปด้วยความเพลีย  แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นรถปอจอดแน่นิ่งอยู่หน้าหอเธอ สายฝนโปรยปรายปอยๆ  การินกางร่มเดินเข้าไปข้างรถฝั่งคนขับ  ปอนั่งนิ่งอยู่ในรถราวกับรอคอยใครสักคน
 
ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก..........
 
            การินเคาะประตูรถปอ  ปอนั่งนิ่งในรถไม่ยอมเปิดประตูรถให้การิน  การินเคาะหนักขึ้น  จนปอต้องลดกระจก
 
“มีอะไร”  เสียงที่แสนเย็นชาทำให้การินใจสั่น
“คุยด้วยหน่อย เกิดอะไรขึ้นคะ”
“ไม่มีอะไร  ไม่คุย”  หนุ่มใหญ่ปรับกระจกขึ้นทันทีอย่างไม่สนการินที่ยืน กางร่มอยู่นอกรถ  การินยืนจ้องเขม่งปอด้วยความโมโห แต่ทำอะไรไม่ได้  ทำได้เพียงเดินจากไปด้วยความคับแค้นใจ
 
            หลังจากคืนคัตเตอร์แก่ยูเรียบร้อย  การินเดินกลับมาหน้าหอของเธอ ปอยังคงจอดรถอยู่ และนั่งอยู่ภายในรถ  การินเดินขึ้นมาบนห้องเปิดม่านและนั่งดูสถานการณ์อย่างเงียบๆ  ไม่นานนักสาวน้อยน่ารักอย่างแอร์ก็เดินเฉิดฉายปรากฏตัวเดินเข้ามาคุยข้างๆรถปอ  และเดินเข้าไปนั่งในรถ  ปอเปิดไฟในรถทำให้การินเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง  ปอพยายามจะง้องอนแอร์แต่เหมือนแอร์จะไม่ให้อภัย  แอร์ลงมาจากรถด้วยสีหน้าไม่ดี  ยืนกอดอกอย่างเหนื่อยใจและมองขึ้นมาเห็นการินซึ่งนั่งมองอยู่อย่างไม่ละสายตา  โดยที่แอร์ไม่รู้เลยว่าการินเป็นใคร แล้วจู่ๆปอก็ขับ Camryสีขาวแล่นออกไปด้วยความเร็ว
 
            หญิงสาวการินน้ำตาไหลออกมาด้วยความอึดอัดใจ  เพราะเธอคิดว่าเธอไม่ผิดแต่ต้องมาเป็นแพะรับบาป  ในเมื่อเธอไม่ผิดเธอจึงต้องหาทางทำให้ปอเข้าใจให้ได้ว่าเธอไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
 
.........................................................................................................................................
 
            หญิงสาวไม่ยอมง่ายๆในสิ่งที่เธอไม่ผิดเธอไม่มีทางยอม  เธอลงจากหอพักไปยังร้านเสริมสวยด้านล่างหอพักของเธอในยามบ่ายของอีกวัน  ซึ่งเธอรู้ดีว่าเป็นร้านประจำของแอร์  เพราะเคยเห็นแอร์มาทำผมร้านนี้บ่อยมากก่อนหน้าที่การินจะคุยกับปอ
 
“พี่แก้วคะ การินสระผมหน่อยนะคะ”  หญิงสาวเปิดประตูและเดินเข้าไปในร้าน
“เชิญเลยจ้า  นานๆทีน้องการินจะมาทำผมร้านพี่นะเนี่ย”  แก้วแอบแขวะกัดเพราะรู้ว่าการินมักไปทำผมร้านของบิดมากกว่า
“แล้วช่วงนี้ลูกค้าเยอะมั้ยคะพี่แก้ว” หญิงสาวเดินขึ้นไปนอนหงายบนเตียงที่ไว้สำหรับสระผม
“ก็ไม่ค่อยเยอะมากหรอกจ่ะ  เรื่อยๆ  ถ้าน้องการินมาบ่อยๆก็ดีสิคะ ลูกค้าพี่ก็เพิ่มขึ้นสักคน  ฮ่าๆๆ”
“ได้ค่ะ  การินจะมาทำบ่อยๆนะคะ  ครั้งที่แล้วติดใจหน้าม้าที่พี่แก้วตัดให้อ่ะค่ะ” การินแกล้งยกยอก่อนจะเข้าเรื่อง
“ว่าแต่น้องแอร์มาทำผมบ้างปะคะ  การินไม่ค่อยเห็นหน้าน้องเขาเลยช่วงนี้”
“แอร์ไหนอ่ะ”  แก้วฉงนเล็กน้อย เพราะลูกค้าเธอมีชื่อแอร์หลายคน
“น้องแอร์ที่ผมสั้นๆ ตัวเล็กๆ น่ารักๆอ่ะค่ะ”
“อ๋ออออ!!!!  แอร์นั้นน่ะเหรอ  เดี๋ยวนี้ก็หายๆไปนะ  ทำไมเหรอ”
“พอดีการินมีเรื่องจะคุยกับน้องเค้าอ่ะค่ะ  แต่ไม่มีเบอร์ติดต่อ  พี่แก้วมีเบอร์น้องแอร์ปะคะ”
“พี่ไม่มีหรอกจ่ะ  ทำไมเหรอ  มีเรื่องอะไรเหรอ”  แก้วถามขึ้นอย่างสนอกสนใจ ในขณะที่มือก็สระนวดผมของหญิงสาวอย่างเบามือ
“ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ  ธุระนิดๆหน่อยๆ  แต่ก็ด่วนเอาการ ถ้าไงน้องแอร์มาทำผมร้านพี่แก้ว  การินฝากพี่แก้วบอกน้องเค้าด้วยนะคะว่าการินอยากคุยด้วย”
“ได้ๆค่ะ  อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะคะน้องการิน  คุยเรื่องผู้ชายรึป่าว”
“ฮ่าๆๆ  ไม่ใช่หรอกค่ะ ทำไม...พี่แก้วถึงคิดว่าเป็นเรื่องนั้นล่ะคะ”  หญิงสาวแอบสนใจขึ้นมาในทันที
“แหมๆๆ  อย่าหาว่าเมาท์เลยนะคะ น้องแอร์เขามีเรื่องแบบนี้บ่อยอ่ะค่ะ  มีเรื่องกะคนนั้นคนนี้เพราะเรื่องผู้ชายบ่อยๆ  พี่ก็เลยเดาว่าเป็นเรื่องนี้”
“จริงเหรอคะ ไม่น่าเชื่อเลยนะพี่แก้ว  น้องแอร์ออกจะดูท่าทางเรียบร้อยอ่อนหวาน”
“ใครจะไปรู้ล่ะคะ  ภายหลังความเรียบร้อยเป็นไง”
            หญิงสาวได้เพียงยิ้มกรุ้มกริ่มกับสิ่งที่รับรู้ไม่ออกความเห็นใดๆ  เพราะเธอไม่ได้รู้จักกับแอร์จริงๆ
 
[…ไม่น่าเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน  ถ้าเป็นเช่นนั้นก็แปลก  หากน้องแอร์มีเรื่องผู้ชายมากมาย  แล้วทำไมพี่ปอถึงยอมได้ ทั้งที่มักร้องลั่นว่าคนที่คบกับเขาต้องมีเขาเพียงคนเดียว  เห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงข้ออ้างเห็นแก่ตัวของพี่ปอ  พอถึงคราวเอาเข้าจริงก็ยอมผู้หญิงน่ารักอย่างแอร์อยู่ดี....]

…………………………………………………………………………………………………
 
 
            เย็นของวันนั้นช่างโชคดีที่แอร์สาวน้อยตัวเล็กผมสั้นมาสระผมที่ร้านของแก้วจากที่ห่างหายไปหลายวัน
 
“น้องแอร์หายไปเลยนะคะเนี่ย”  แก้วรีบต้อนรับลูกค้าประจำอย่างแอร์
“แอร์ยุ่งๆอ่ะพี่แก้วที่บ้านมีงานนิดหน่อย เลยกลับบ้านบ่อยไม่ค่อยได้อยู่หอ  สระผมหน่อยนะพี่แก้วนวดให้แอร์หลับไปเลยนะ”  แอร์ยิ้มร่าก่อนจะขึ้นเตียงสระพร้อมหยิบนิตยสารมานอนอ่านไปด้วย
“เอ้อ!วันนี้มีน้องคนนึงมาถามพี่ถึงน้องแอร์ด้วยนะคะ” แก้วลงมือสระผมให้สาวน้อยแอร์
“ใครเหรอคะพี่แก้ว”
“ชื่อ การินค่ะ  อยู่หอพักนี้แหละชั้นสอง  ไม่รู้อยู่รึป่าวตอนนี้  เห็นว่ามีเรื่องจะคุยด้วย  แต่ไม่รู้ว่าคุยอะไร”
“แอร์ไม่เห็นจะรู้จักคนชื่อ การินเลยค่ะ  เขาดูท่าทางไงบ้างอ่ะคะ”
“ก็ไม่ได้อะไรค่ะ  เฉยๆ  การินเรียนถาปัตย์อ่ะค่ะ  อาจจะให้น้องแอร์ไปเป็นแบบถ่ายรูปอะไรก็ได้นะคะ”
“เหรอคะ” แอร์นึกครุ่นคิดแปลกใจอยากรู้ว่าผู้หญิงที่ชื่อ การิน มีธุระอะไรกับเธอ
 
            หลังจากทำผมเสร็จแล้วแอร์ก็ยังคงคาใจเรื่อง การิน
 
“พี่แก้วคะ ที่พี่แก้วบอกว่า คนที่ชื่อ การินอยู่หอนี้  รบกวนพี่แก้วช่วยใช้โทรศัพท์ภายในของหอโทรหาผู้หญิงคนนี้ให้แอร์หน่อยได้มั้ยคะ  แอร์สงสัยอ่ะค่ะ กลัวนอนไม่หลับ  ฮ่าๆๆ”  แอร์พูดติดตลกในตอนท้ายแต่ในใจอยากรู้มาก
“ได้ๆค่ะ สักครู่นะคะน้องแอร์”  แก้วใช้โทรศัพท์หอโทรภายในต่อสายไปยังห้องของการิน  แต่ช่างโชคร้ายที่หญิงสาวเพิ่งเดินออกจากห้องไปในจังหวะที่แก้วทำผมให้แอร์เสร็จเรียบร้อย  การินออกไปหาภัทซึ่งนัดไว้ที่ร้านเบเกอรี่
“ไม่มีคนรับค่ะน้องแอร์” แก้ววางสายและหันมาบอกด้วยสีหน้าเสียใจแอร์
“ไม่เป็นไรค่ะ  ว่าแต่การินเค้าอยู่ห้องไหนเหรอพี่แก้ว”
 
            แก้วเดินนำแอร์ออกมาจากร้านเสริมสวยมายืนหน้าอาคารหอพักและชี้ไปยังชั้นสองห้องริมสุดของหอพักนี้ให้แอร์รู้ตำแหน่งห้องของการิน
 
“ห้องนั้นล่ะค่ะน้องแอร์  เดี๋ยวถ้าไงการินกลับเข้าหอมาพี่แก้วเจอจะบอกให้นะคะว่าน้องแอร์อยากพบ”
            แอร์ยืนมองห้องของการินและนึกย้อนไปถึงเรื่องราวเมื่อคืนที่เธอเคลียร์กับปอในรถและเธอเหลือบขึ้นมามองห้องนี้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งจับจ้องเธออยู่ด้วยสายตาไม่สู้ดีนัก แอร์นึกสงสัยขึ้นมาทันทีว่าอาจจะเกี่ยวกับปอก็เป็นได้
 
“ได้ค่ะพี่แก้ว  บอกการินด้วยว่าแอร์อยากพบมากๆ” แอร์มองห้องของการินอย่างครุ่นคิดก่อนจะเดินกลับขึ้นรถเก๋งคันเก่งที่จอดอยู่ในลานจอดรถออกไปทันที
 
.......................................................................................................................................
 
            หญิงสาวนั่งคนโกโก้เย็นจนละลายโดยไม่ปริปากพูดอะไรกับเพื่อนสาวที่นั่งอ่านนิตยสารอยู่ฝั่งตรงข้ามในร้านเบเกอรี่ร้านประจำ
 
“คนอยู่นั่นล่ะ  ไม่กินแล้วสั่งมาทำไม” ภัทเห็นแล้วหงุดหงิด
“แก ฉันไม่ยอมจริงๆนะคราวนี้อ่ะ  ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะเรื่องแอร์”
“โอ๊ยย!!  พอเหอะ ขี้เกียจจะฟังเรื่องนี้แล้วอ่ะแก  ทำไมแกไม่เลิกไปวุ่นวายกับตาแว่นนี่สักที  แกก็รู้ว่ามันไม่รักแก  แล้วแกก็บอกว่าแกเกลียดๆๆๆนักหนาไง แต่ฉันดูมาแกแคร์พี่ปอตลอดเวลาเลยอ่ะ  ไม่เหนื่อยบ้างเหรอ” ภัทพูดขึ้นอย่างเหนื่อยใจ
“ฉันเกลียดและแค้นพี่ปอ  พี่ปอหลอกลวง  โกหกฉันมากมาย  ฉันจะไม่ยอมให้เค้ามีความสุขได้หรอก  การมีฉันอยู่แบบนี้ก็คงเป็นความทุกข์ของเค้าล่ะ”
“เพื่ออะไร  แก้แค้นแล้วพี่ปอสำนึกได้เหรอ  แกคิดว่าคนพรรค์นั้นจะมารู้สึกอะไรได้  แก่มาปูนนี้แล้ว ถ้าสำนึกได้ก็คงสำนึกนานแล้วล่ะ  เสียเวลาหน่าการิน  จะบอกว่ายิ่งนับวันแกยิ่งจมอยู่กับความแค้น มันไม่ได้ทำให้ชีวิตแกมีความสุขเลยนะ  วันๆนั่งคิดแต่การเอาคืนแก้แค้นบ้าบออะไรนี่อ่ะ  และมันก็ไม่มีประโยชน์ด้วย  สู้แกวางมือและออกมาใช้ชีวิตตามทางของแกดีกว่า”
“ไม่ได้  ฉันวางมือไม่ได้ ฉันเดินมาไกลแล้วภัท  ฉันต้องทำให้สำเร็จ  อีกไม่นานแล้วล่ะ”
“แกจะทำอะไรของแก” ภัทจ้องหน้าการินเขม่ง  หญิงสาวรีบหลบตาเพื่อนสาวด้วยความหวั่นใจกลัวภัทจะรู้เรื่อง ก้มลงดูดน้ำโกโก้กลบเกลื่อนคำตอบ
 
ติ๊ด ติด ติ๊ดๆๆๆๆ ตี่ ติ ติ๊ด
 
“ฮัลโหลว่าไงแชร์”
 
             โชคช่วยที่โทรศัพท์ของภัทดังขึ้นขัดจังหวะช่วงสำคัญของการสนทนา  ภัทเดินออกจากร้านไปคุยบริเวณสวนหย่อมหน้าร้านอย่างสบายใจเมื่อสายที่โทรมาเป็นแฟนหนุ่ม จนลืมคำถามที่ถามการินค้างคาไว้
 
            […รอดไป!!  เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ  เรื่องนี้จะให้ใครรู้ไม่ได้  กว่าจะถึงวันนั้น วันที่ฉันรอคอยฉันคงบ้าไปแน่ๆ ภัทพูดก็ถูก คนอย่างพี่ปอคงไม่สำนึกหรอก  แต่ถึงวันนั้นก็ไม่แน่นะ ลองโทรไปคุยดีกว่าฉันอึดอัดใจอยากอธิบายจะแย่  ไม่รับสายฉันเลยตั้งแต่เมื่อคืน..]
 
            การินกดโทรหาปอทันที  แต่แล้วปอก็ไม่รับสายการินเช่นเดิม  หญิงสาววางโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิดใจ
 
....................................................................................................................................
            หนุ่มใหญ่มองมือถือเห็นสายเรียกซ้อนเป็นเบอร์ของการิน แต่ก็เมินเฉยที่จะรับสายและรีบคุยกับปลายสายที่รออยู่
 
“ตกลงแอร์จะเอาไงกับพี่”  ปอนั่งอยู่บนโซฟาสีขาวในบ้านเพียงลำพังด้วยความโมโหจากการคุยโทรศัพท์กับแอร์มาร่วมชั่วโมงแต่สาวน้อยแอร์กลับไม่ยอมกลับมาคืนดีกับปอ
“ไม่เอาไง  แอร์ไม่อยากเป็นคนโง่โดนพี่ปอหลอกไปเรื่อยๆ”
“พี่ไม่ได้หลอกอะไรแอร์เลยนะ  ทำไมแอร์ไม่เชื่อพี่บ้าง  พี่พูดจริงๆว่าพี่ไม่รู้จักเพื่อนของกอยคนนั้นเลย  แอร์ไปเอาข่าวมั่วๆนี่มาจากไหนถามจริงๆ  กอยบอกใช่มั้ย”
“แอร์ไม่ได้คุยกับพี่กอยเลยตั้งแต่ที่พี่กอยมาด่าแอร์ว่าหน้าด้านที่หน้าหอวันนั้น  มันไม่สำคัญหรอกนะว่าใครจะบอก แต่แอร์รู้ว่าข่าวที่รู้มาเชื่อถือได้และแอร์ก็รับไม่ได้มากๆ  ปล่อยแอร์ไปเถอะพี่ปอ  แอร์คิดว่าแอร์เหนื่อยกับพี่มาพอแล้ว”
“การิน ใช่มั้ย ยัยการินมาบอกเรื่องโกหกนี่กับแอร์ใช่มั้ย”
“การินงั้นเหรอ  เอ๊ะ! แปลก  คนที่ชื่อการินเป็นใครกันอ่ะ  แอร์ไม่รู้จัก  ไม่เคยเห็นหน้าคนคนนี้ด้วยซ้ำ  เค้าเป็นใครกันพี่ปอ”  แอร์ไม่กล้าบอกเรื่องที่ร้านทำผมให้ปอฟังแต่แกล้งถามเผื่อปอจะหลุดอะไรออกมา
“การินเป็นผู้หญิงโรคจิตคนนึงที่คอยตามรังควานชีวิตพี่  การินน่ะชอบพี่มากแต่พี่ไม่ได้ชอบเขาเลย  ตามตอแยพี่ไม่เลิกคอยปั่นป่วนชีวิตพี่ไม่มีที่สิ้นสุด  คอยไปบอกคนนั้นคนนี้ว่าพี่เป็นอย่างนั้นอย่างนี้สร้างเรื่องให้พี่คอยตามแก้  เหมือนกรณีนี้พี่ก็คิดว่าเป็นฝีมือเค้าที่สร้างเรื่องขึ้นมาแกล้งพี่”
“หึๆ  แอร์จะบอกว่าแอร์ไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนที่ชื่อการินเลย  แหล่งข่าวแอร์ก็ไม่ได้มาจากผู้หญิงคนนี้ด้วย  พี่ปออย่ามาแก้ตัวอะไรเลย  แอร์จะบอกให้ก็ได้ว่าคนที่บอกแอร์เป็นเพื่อนสนิทกับเพื่อนพี่กอยคนนั้น  เค้าบอกแอร์หมดทุกอย่าง  แอร์ไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรของพี่อีกแล้ว  ไม่ต้องโทรมาอีกแล้วนะ  ปล่อยแอร์ไปเถอะ  แอร์อยากใช้ชีวิตปกติธรรมดาแบบคนอื่น  อย่ามาพันธนาการแอร์ไว้แบบนี้  แอร์ขอร้อง”  แอร์วางสายไปทันทีหนุ่มใหญ่โมโหมากรีบโทรหากอยทันที
 
            กอยนั่งเล่นอ่านนิตยสารแฟชั่นอยู่ในร้านทำผมของบิดอย่างเช่นทุกวัน  เมื่อมือถือที่เธอวางไว้บนโต๊ะร้องส่งเสียงจนบิดสะดุ้งถึงกับทำหวีหล่นจากมือ  กอยรีบหยิบมือถือมารับสายเพราะเธอตั้งเสียงนี้เป็นเสียงประจำของเบอร์ปอนั่นเอง
 
“พี่ปอว่าไงคะ  กอยกะจะแวะไปหาที่บ้านพอดี  งานเอกสารที่ให้กอยทำให้เสร็จแล้วนะพี่”  กอยรับสายเสียงระรื่น
“กอยไปคุยอะไรกับแอร์  กอยทำแบบนี้ทำไมอ่ะกอย”  ปอไม่ฟังสิ่งที่กอยบอกกล่าวตวาดใส่สายทันทีไม่ยั้ง
“คุย! คุยอะไรอ่ะ  พี่พูดเรื่องอะไรกอยไม่เข้าใจ”
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องดีกว่ากอย  มีเธอคนเดียวที่ไปคอยระรานแอร์”
“แอร์ไปฟ้องอะไรพี่ปออีกล่ะ พี่ปอถึงโทรมาด่ากอยแบบนี้  ถึงกอยจะบอกว่ากอยไม่ได้ทำพี่ก็คงไม่เชื่อสินะพี่ปอ” กอยร้องไห้ออกมาทันที  บิดวางมือจากการทำผมให้ลูกค้าและหันมามองกอยด้วยสีหน้าเหนื่อยใจแทนเพราะรู้ว่ากอยต้องทะเลาะกับปออีกแน่ๆ
“ยอมรับแล้วใช่มั้ยว่าไปพูดเรื่องไร้สาระนั่นน่ะ  พี่ถามหน่อยว่าเพื่อนเธอคนไหนที่พี่ไปมีอะไรด้วย”
“พี่พูดเรื่องอะไร  กอยไม่รู้เรื่อง  อย่าบอกนะว่าพี่ไปมีอะไรกับเพื่อนกอย  คนไหนอ่ะพี่ปอบอกกอยมานะ” กอยกลับเป็นฝ่ายเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที
“อย่าเปลี่ยนเรื่องหน่ากอย  พี่ขอเตือนไว้อีกครั้งนะถ้าหากเธอยังตามไปราวีแอร์อีก  พี่จะไม่คุยกับเธออีกเลย”
“พี่ปอแคร์แต่แอร์  ไม่เคยแคร์กอยเลย  ใช่สิกอยมันไม่น่ารักอย่างนังแอร์นี่” กอยร้องไห้ตัดพ้อปอไม่หยุด
“เธอพูดเองนะ” ปอวางสายไปทันทีเมื่อรับรู้ได้ว่ากอยไม่ใช่ที่มาของข่าวคาวๆของเขาที่แอร์รับรู้มา
“อีนังแอร์  ฉันไม่ยอมให้แกได้พี่ปอไปหรอก”  กอยร้องลั่นร้านด้วยสายตาอาฆาตรจนลูกค้าที่นั่งทำผมตกใจ
 
....................................................................................................................................
 
            “การิน  พี่ปอออนเอ็มด้วยนะ คุยปะ เค้าก็ชอบทักฉันมานะแก”
 
            ยูยื่นมือถือ BB แก่การิน  หญิงสาวส่ายหน้าและเดินกอดอกด้วยสีหน้าครุ่นคิด
 
“เป็นไรไปวะแก  เห็นเดินหน้านิ่วคิ้วตกมาตั้งแต่ที่ห้องฉันแล้ว” สองสาวเดินไปในหมู่บ้านเรื่อยๆเพื่อไปร้านอาหารอีสานเจ้าประจำซึ่งอยู่ด้านในของหมู่บ้าน
“กำลังคิดว่าจะทำไงดีให้พี่ปอเชื่อว่าฉันไม่ได้ทำ  เรื่องน้องแอร์”
“อ้อ! เรื่องที่พี่ปอโทรมาด่าแกอ่ะนะ  แกไม่ได้ทำก็อย่าแคร์สิ  เดี๋ยวเค้าก็รู้เองล่ะ  เอางี้มั้ยเดี๋ยวฉันบอกในเอ็มให้”  ว่าแล้วยูก็พิมพ์ข้อความเพื่อจะส่งให้ปอใน MSN ที่ใช้โปรแกรมในมือถือ BB
“ไม่ต้องๆยู  ฉันอยากมีหลักฐาน  ไม่อยากพูดลอยๆ  ไม่งั้นพี่ปอไม่เชื่อหรอก”
“แล้วแกจะไปหาหลักฐานจากไหนล่ะ”  ยูเกาหัวหงิกๆอย่างจนปัญญา  แต่การินกลับหยุดเดินแน่นิ่งเป็นหิน ยูเดินเลยมาต้องกลับหลังหันไปมองเพื่อนสาวที่ยืนนิ่งเบิกตากว้างมองบางอย่าง  ยูมองไปเบื้องหน้าตามที่การินจับจ้อง พบว่าเป็นหญิงสาวผมสั้นร่างผอมบางเดินมาเพียงลำพัง
“หลักฐานฉันมาแล้ว  บังเอิญชะมัด”  การินยิ้มออกอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาหญิงสาวเบื้องหน้า  ยูงงกับสิ่งที่การินพูดแต่ก็รีบเดินตามไปทันที
“น้องแอร์”  การินเดินเข้าไปหาแอร์  สาวน้อยแอร์มองการินด้วยท่าทางแปลกใจ
“พี่ชื่อ การินนะแอร์”  แอร์อ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ  นึกถึงคำพูดปอที่ว่าการินโรคจิตคอยตามรังควานปอ
“ค่ะ...พี่มีอะไรกับแอร์เหรอคะ  ใช่ที่ไปฝากพี่แก้วไว้ว่าอยากเจอแอร์รึป่าว”  แอร์คุยอย่างระวังและหวั่นใจเล็กน้อย
“ใช่ค่ะ พี่ว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันยาวแอร์ว่างรึป่าวคะ”
“ว่างค่ะ”แอร์ยิ้มเจื่อนๆ
 
....................................................................................................................................
 
            ม้านั่งใต้หอพักของแอร์กลายเป็นสถานที่ที่ 3 สาวนั่งสนทนากันในหัวข้อที่เข้มข้น
 
“น้องแอร์คบกับพี่ปอใช่ปะคะ”  การินเปิดประเด็นแบบตรงๆไม่อ้อมไปอ้อมมา
“ก็....ใช่ค่ะ  แต่แอร์บอกเลิกพี่ปอไปหลายรอบแล้วแต่เค้าไม่ยอมปล่อยแอร์”
“ค่ะ พี่พอรู้”  การินยิ้มกว้างข้างๆคือยูที่นั่งกด BB ไปพลางฟังแอร์และการินเคลียร์กัน
“แล้วพี่การิน....เอ่อ....พี่เป็นอะไรกับพี่ปอเหรอคะ” แอร์เอื้อนเอ่ยคำถามอย่างลำบากใจเพราะเธอเดาว่าใช่
“พี่ก็เคยคุยกับพี่ปอค่ะ  แต่ว่าเลิกกันแล้ว  คือ เข้าเรื่องเลยดีกว่า  เมื่อสองวันก่อนพี่ปอโทรมาต่อว่าพี่ว่าพี่ไปทำอะไรแอร์ ซึ่งพี่เองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน  พี่ก็เลยอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และเพราะอะไรพี่ปอถึงคิดว่าเป็นฝีมือพี่  ตกดึกคืนวันนั้นพี่ก็เห็นพี่ปอมาจอดรถหน้าหอพี่  พี่ก็เห็นแอร์มาเคลียร์กับเค้า  คือแอร์ช่วยเล่าให้พี่ฟังหน่อยได้มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“อ้อ! ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่  คือ แอร์รู้เรื่องไม่ดีเกี่ยวกับพี่ปอมา  ก็เลยทะเลาะกับเค้า  ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพี่เลยค่ะ  แต่พี่ปอก็ถามแอร์นะว่าพี่การินเป็นคนบอกข่าวแย่ๆนั้นกับแอร์ใช่มั้ย  แอร์ก็บอกไปว่าแอร์ไม่เคยรู้จักพี่การินเลย”
“พี่ปอพูดถึงพี่ว่าไงบ้างเหรอแอร์”  การินจ้องหน้าแอร์เค้นถาม  แอร์กลืนน้ำลายอย่างหวั่นๆ
“เค้าบอกว่าพี่คอยตามราวีเค้าอ่ะค่ะ”  แอร์ไม่กล้าบอกทั้งหมด
“ราวีงั้นเหรอ  ทำไมพี่ปอพูดแบบนี้นะ”  การินกำมือแน่นทุบโต๊ะด้วยความโมโหจนแอร์สะดุ้ง
“โทษทีน้องแอร์พี่แค้นพี่ปอมากไปหน่อย  พี่กับเค้าไม่ค่อยถูกกันหรอก  พอดีพี่รู้เรื่องไม่ดีเค้าเยอะอ่ะเค้าก็เลยต้องพูดถึงพี่แบบนั้น”
“แล้วพี่การินคบกับพี่ปอนานรึยัง”
“พี่คบกับเค้าพร้อมกับที่แอร์คบนี่ล่ะ  ก็ไม่ได้มีพี่คนเดียวที่เป็นแบบนี้  ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่คบกับเค้าแบบที่แอร์คบ”  การินโมโหที่ปอพูดถึงเธอไม่ดี เธอจึงบอกแอร์ไปตามตรง
“แอร์รู้มาเหมือนกันค่ะ  แอร์ก็เบื่อเค้ามากอ่ะ  อยากเลิกจะแย่แล้ว  แอร์เคยรักพี่ปอมากๆเลยนะพี่  แต่ตอนนี้แอร์ไม่ได้รักเค้าแล้ว  เด็กๆเค้าก็มารังควานแอร์  แอร์รำคาญอยากไปให้พ้นๆแต่พี่ปอไม่ยอมจบ  คราวนี้แอร์รู้เรื่องไม่ดีของเค้ามาก็กะจะมาเป็นข้ออ้างเลิก  เค้าก็ไม่ยอมเลิกอีก  แอร์ไม่รู้จะทำไงเหมือนกันอ่ะพี่”  แอร์ระบายความอึดอัดใจออกมา
“คนที่รังควานแอร์นี่ คือ พี่กอย รึป่าว”
“ใช่ค่ะ  พี่การินรู้จักพี่กอยด้วยเหรอคะ” สาวน้อยแอร์เบิกตากลมโตด้วยความตกใจ
“ฮ่าๆๆพี่รู้จักหมดล่ะค่ะ  พี่แบงก็รู้จัก  แอร์รู้จักพี่แบงรึป่าว”
“รู้จักค่ะ  พี่แบงก็เคยโทรมาด่าแอร์ว่าแย่งแฟนเค้า  ตอนนั้นแอร์ก็บอกเลิกพี่ปอทันที  แต่พี่ปอก็มาบอกว่าเลิกกับพี่แบงแล้วแอร์ก็เลยคบต่อ  ก็โดนพี่แบงกับพี่กอยโทรมาต่อว่าตลอด”  แอร์ก้มหน้าเศร้าจนการินสงสารแอร์จับใจ
“พี่เห็นใจแอร์นะ พี่ก็พอรู้มาว่าพี่กอยไม่ค่อยชอบแอร์นัก  พี่เข้าใจว่าแอร์เจอสถานการณ์ไง  เรื่องนี้มันผิดที่ผู้ชาย  ผู้หญิงไม่ควรจะมาทะเลาะกันเลย ยังไงถ้าพี่ได้คุยกับพี่กอยพี่จะพยายามอธิบายให้พี่กอยฟังนะว่าแอร์ไม่มีเจตนาจะแย่งพี่ปอจากเค้า  แต่แอร์ก็ต้องเห็นใจพี่กอยนะ  พี่กอยเค้าน่าสงสารมากๆ ยอมทนมาถึง 2 ปี ถึงรู้ว่าพี่ปอไม่ค่อยสนใจก็ทน  ฝ่ายพี่แบงก็ทนอีกเหมือนกัน  ทุกคนต้องทนเพื่อผู้ชายคนนี้ มันคงเป็นเวรกรรมของเรา”
“แต่แอร์ไม่ได้อยากทนนะพี่การิน  แอร์อยากไปให้พ้นๆ  อย่างเรื่องคืนนั้นแอร์ทะเลาะกับพี่ปอ  ทางโทรศัพท์ พี่ปอก็บอกว่าจะมาหาแอร์ที่บ้าน  แต่จริงๆแอร์อยู่หอนี่แหละ  แต่แอร์ไม่อยากเจอเค้าอ่ะ  แอร์เลยโกหกว่าแอร์กลับบ้าน เชื่อมั้ยพี่..เค้าตามแอร์ไปถึงบ้าน  บอกให้แอร์ออกมาเคลียร์กับเค้า  แต่แอร์ก็ออกไปไงอ่ะแอร์อยู่หอ  แอร์ก็อ้างว่าแอร์ไม่ว่างเค้าก็บอกจะขับรถชนรถที่จอดอยู่หน้าบ้านแอร์ถ้าแอร์ไม่ออกไปพบเค้า  แล้วรถที่จอดอยู่หน้าบ้านเป็นรถพี่สาวแอร์อ่ะพี่การิน  แอร์เลยต้องยอมบอกว่าแอร์อยู่หอ  เค้าก็มาหาแอร์ที่หอกดดันให้แอร์ลงมาเคลียร์  สุดท้ายแอร์ก็ลงมาเคลียร์ไปคุยในรถเค้า  คุยกันไปก็ทะเลาะกันอ่ะพี่  แอร์อยากเลิกแต่เค้าไม่ยอมเลิก  แล้วพี่ปอเค้าบ้าไปแล้วอ่ะ แย่งกระเป๋าสตางค์กับมือถือแอร์ไว้  ไม่ยอมคืนแอร์เลยลงจากรถเค้าเลย  เค้าก็ขับรถออกไปเลยอ่ะพี่  แอร์ก็เข้าหอไม่ได้คีการ์ดอยู่ในกระเป๋า  แอร์ต้องนั่งแท็กซี่ไปเอาที่บ้านเค้าอ่ะ”
 
             แอร์ระบายออกมาอย่างอึดอัดใจเมื่อรู้สึกว่าการินไม่ได้ใจร้ายกับเธอเช่นแบงและกอย  แต่การินและยูนั่งอึ้งมองหน้ากันพูดอะไรไม่ออก
 
“พี่ปอเค้าบ้าจริงๆอ่ะ  ไม่รู้เลยว่าเค้าแคร์แอร์ขนาดนี้”
“แต่แอร์ไม่ต้องการนะพี่  แอร์ไม่ได้รักพี่ปอแล้ว  และแอร์ก็มีแฟนใหม่แล้วด้วย พี่ปอก็ยังไม่ยอมปล่อย แอร์ก็มีปัญหากับแฟนใหม่แอร์เรื่องพี่ปอตลอดเลย พี่ปอมีการโทรไปคุยกับแม่แอร์ด้วย  แต่แม่แอร์บอกตามใจแอร์  แอร์ไม่รู้จะทำไงแล้วอ่ะ กะให้แฟนใหม่แอร์คุยซะแล้วเนี่ย”
“พี่ปอเค้าคงรักแอร์มากอ่ะแหละ”  หญิงสาวพูดพลางน้ำตาซึมเพราะหนุ่มใหญ่ไม่เคยมีพฤติกรรมเหล่านี้กับเธอเลย
“แล้วทำไม...พี่การินถึงเลิกกับพี่ปอล่ะคะ”
“พี่ไม่อยากเป็นควาย!! อ่ะ  เรื่องของพี่กับพี่ปอมันยาวและสลับซับซ้อน  ตอนนี้พี่เกลียดเค้ามากเลย  มันแค้นฝังใจอ่ะแอร์  พี่รู้เรื่องผู้หญิงเค้ามาหลายคนแล้ว  รู้เรื่องแอร์มานานแต่ไม่คิดว่าจะต้องเข้ามาคุยแบบนี้”
“แอร์ไม่ค่อยรู้เรื่องสาวๆของพี่ปอเท่าไหร่หรอก พอรู้บ้าง  แต่แอร์ไม่อยากสนใจ  แต่ก็มีคนมาระรานแอร์เอง  แอร์ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับแอร์ ยิ่งเรื่องที่รู้มาล่าสุดก็ทำให้แอร์รับไม่ได้มากๆ”
“เรื่องที่รู้มาคืออะไรเหรอแอร์”
“พี่ปอมีอะไรกับเพื่อนพี่กอย  แอร์รู้มาจากเพื่อนของเพื่อนพี่กอยอีกทีอ่ะค่ะ  แอร์รับไม่ได้อ่ะเค้าสำส่อนเกินไปแล้ว” แอร์มีสีหน้าขยาดกับปออย่างไม่เสแสร้ง
“พี่ปอก็คิดว่าพี่เป็นคนบอกแอร์  ถึงได้โทรมาต่อว่าพี่ใหญ่เลย  เข้าใจแล้วล่ะเรื่องเป็นอย่างนี้นี่เอง”  การินยิ้มแล้วพลางกดปุ่มหยุดการบันทึกเสียงจากมือถือของเธอที่อยู่ในกระเป๋า  การินแอบบันทึกเสียงแอร์เก็บไว้เป็นหลักฐาน
“แอร์ขอโทษด้วยนะคะพี่ ที่ทำให้พี่เดือดร้อน”
“ไม่เป็นไรจ่ะ  อย่างน้อยพี่ก็ได้รู้อะไรมากขึ้นที่มาคุยกับแอร์ ถ้าไงขอเบอร์แอร์ไว้หน่อยมีอะไรจะโทรมาปรึกษา”
 
            การินและแอร์แลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์กันก่อนจะแยกจากกันไปโดยแอร์ขอตัวกลับไปก่อน  ปล่อยการินและยูนั่งกันเพียงลำพังที่ม้านั่งใต้หอพัก
 
“พี่ปอเค้ามีเสน่ห์ตรงไหนกันนะ  ทำไมผู้หญิงถึงรักเค้ามากมายแบบนี้”  ยูนั่งเท้าคางถามขึ้นด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“นั่นสิ  ฉันเองยังหาคำตอบไม่ได้เลยยู  วันนี้ได้รับรู้เรื่องราวที่น่าตกใจหลายเรื่อง  รู้สึกหมดศรัทธาในตัวพี่ปอลงไปเยอะเลย  เหมือนที่พี่นาเคยบอกว่าพี่ปอเค้าโตแต่ตัว  แต่ความคิดไม่ได้โตไปตามวัยเลยจริงๆ  หลักฐานชิ้นนี้จะทำพี่ปอดิ้นไม่หลุด”  การินกำมือถือไว้มั่น
 
.....................................................................................................................................
 
            ยามเย็นของอีกวัน หญิงสาวเดินไปร้านสะดวกซื้อหน้าหมู่บ้านหลังจากกลับมาจากเรียนที่แสนเหนื่อยล้า และผ่านร้านเสริมสวยของบิด
 
“การินไปไหนมายะ”  บิดยืนร้องทักหน้าร้านเสียงอารมณ์แจ่มใส
“การินไปซื้อของมาอ่ะค่ะ”  การินยิ้มพลางมองไปเห็นกอยที่เดินออกมาจากร้านเสริมสวยของบิดพอดี
“อ้าว! การิน”  กอยยิ้มทักอย่างไม่เต็มใจนัก
“เป็นไงบ้างล่ะแก หายหน้าหายตาไปเลยนะ  ติดตาลุงนั่นรึไงยะ” บิดแซวขึ้นกอยนั่งลงที่ม้านั่งหน้าร้านพลางกด BB ก่อนจะเหลือบมองการินเมื่อบิดตั้งคำถาม
“ติดอะไรกันล่ะพี่บิด  การินเลิกไปแล้ว นี่ก็เพิ่งจะฆ่ากันตาย” การินเบ้หน้าเบ้ตา
“ทำไมเหรอ”  กอยอดไม่ได้ต้องถามขึ้น
 
[……จะบอกพี่กอยดีมั้ยนะ  ถ้าบอกไปก็ดีจะได้อธิบายให้พี่กอยเข้าใจน้องแอร์มากขึ้น จากที่เกลียดชังนักหนา  อีกอย่างฉันเองก็ระแวงกลัวว่าพี่กอยจะคิดว่าฉันไม่จบกับพี่ปอพาลจะมาเกลียดชังฉันอีกคน…]
 
“ก็พี่ปอน่ะสิพี่กอย  โทรมาด่าการินหาว่าการินไปบอกอะไรกับน้องแอร์”  การินเดินเข้านั่งที่ม้านั่งหน้าร้านฝั่งตรงข้ามกอย
“นี่แกก็โดนเหรอการิน  นังกอยก็โดนเหมือนกัน”  บิดที่ยืนแอ่นหน้าอกที่เพิ่งไปเสริมซะอวบอิ่มพลั้งปากพูดออกมาจนกอยต้องหันไปขยิบตา
“จริงเหรอคะพี่กอย  พี่กอยเองก็โดนพี่ปอโทรมาต่อว่าจริงเหรอ”  การินเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ  กอยพยักหน้าเบาๆ
“แต่ก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะ  พี่กับพี่ปอก็ทะเลาะกันไม่นานหรอก  สักพักพี่ปอก็โทรมาง้อแล้วล่ะ” กอยนั่งชูคอพยายามพูดให้เห็นว่าเธอเหนือกว่าการิน
“ค่ะ  ก็ดี  แล้วพี่กอยยอมโดนด่าฟรีๆได้ไงอ่ะ  การินไม่ยอมหรอกก็เลยไปคุยกับน้องแอร์มา  ได้รู้ว่าพี่ปอบ้ามากๆเลยนะพี่กอย  การินล่ะขยะแขยงเค้า  น้องแอร์ก็ไม่ได้รักพี่ปอแล้วนะคะ  บอกเลิกพี่ปอไปหลายรอบแต่พี่ปอไม่ยอมเลิก”
“หึๆๆ  แอร์มันก็บอกพี่แบบนี้แหละ  สุดท้ายมันก็ไม่เลิกอยู่ดี  นังนี่มันร้ายลึก  พี่มีเรื่องกับมันหลายหนละ”  กอยชักสีหน้าอย่างชิงชัง
“แต่พี่ปอไม่ยอมปล่อยน้องแอร์เองนะคะพี่กอย น้องแอร์น่าสงสารจะตายไป  อยากเลิกแต่ก็เลิกไม่ได้”
“เธอน่ะสิน่าสงสาร การิน! ไปเชื่ออะไรกับเด็กแอร์คนนั้น  โดนมันตอแหลใส่เอาน่ะสิไม่ว่า  จะบอกให้ว่ามันทำเป็นใสซื่อบริสุทธิ์เพื่อรั้งพี่ปอไว้  ทำให้พี่กับแบงดูเป็นนางร้ายเพื่อให้พี่ปอเลิกกับพี่และแบง  และครั้งนี้น่ะพี่ไม่ได้ยอมที่พี่ปอโทรมาด่าพี่หรอกนะ  พี่เคยบอกแอร์ไปแล้วว่าพี่จะหยุดไม่ตามไปราวีใดๆ  แต่แอร์ก็อย่าข้ามเส้นมาระรานพี่หรือทำให้พี่เดือดร้อน  เพราะไม่งั้นพี่ไม่ปล่อยมันไว้แน่  พี่อยู่ของพี่ดีๆแอร์มันก็ทำให้พี่โดนพี่ปอด่า  พี่ถือว่ามันข้ามเส้นที่พี่บอกไว้  ฝากบอกมันด้วยนะว่าอย่ามาเดินเพ่นพ่านแถวนี้ให้พี่เห็นเพราะพี่ไม่ปล่อยมันกลับไปแบบสมบูรณ์แบบหรอก”
“ใจเย็นสิคะพี่กอย  พี่กอยอาจกำลังเข้าใจน้องแอร์ผิดนะคะ”  การินถอนหายใจเฮือกใหญ่
“นี่การิน  แกเข้าข้างนังแอร์เหรอ”  บิดรีบตะคอกใส่
“โอ๊ย!พี่บิดการินตกใจหมดพูดเบาๆก็ได้  การินไม่เข้าข้างใครทั้งนั้นล่ะ  การินเป็นกลางอยู่กับความถูกต้อง ใครผิดก็ว่าไปตามผิด แต่เท่าที่การินฟังแอร์มาก็พอสัมผัสได้ว่าแอร์อยากเลิกจริงๆอีกอย่างน้องมันก็บอกว่ามีแฟนใหม่แล้วด้วย”
“แฟนใหม่คนไหนล่ะ  นังนี่มีแฟนเกลื่อนไปหมด” บิดยังคงใส่ไฟไม่หยุดยั้ง
“แล้วแต่เธอ...ว่าจะเชื่อไปในทางไหน  แต่พี่ยืนยันคำเดิมว่าถ้าฉันเจอนังแอร์  มันตายแน่”  กอยลุกออกจากโต๊ะไปทันที  “อ้อ! เธอเองก็เหมือนกัน  ทำอะไรก็ระวังๆนะ เพราะหน้าต่างมีหูประตูมีช่อง” กอยหันมาพูดตบท้ายทำเอาการินสะอึกจุกอกไป ก่อนที่กอยจะเดินขึ้นหอพักไป
 
[…ดูท่าทางพี่กอยก็เอาเรื่องใช่เล่น  ไอ้ที่บอกว่าให้ระวังนี่มันหมายความว่าอะไรกันนะ  หรือพี่กอยจะรู้ว่าฉันยังคงคุยกับพี่ปออยู่นะ  เห้อ!   ถ้าเป็นงั้นจะมองหน้าพี่กอยติดได้ไงก็ฉันออกปากไปว่าเลิกกับพี่ปอไปนานแล้ว  ว่าแต่พี่ปอนี่พาลไปทั่วจริงๆ  สิ่งที่รับรู้แต่ละอย่างไม่เคยดีเลยสักอย่าง ก็ดีเหมือนกันรู้สึกขยะแขยงพี่ปอเต็มทน  ไปบ้านเค้าอีกครั้งเดียวเท่านั้นฉันก็จะได้จบทุกอย่างแล้วล่ะ……]
 
.......................................................................................................................................
 
 
            เสียงเพลงที่คุ้นหูอยู่ทุกค่ำคืน ผู้คนมากมายรายล้อม บรรยากาศกำลังคึกคักภายในร้าน Swayไม่ได้สร้างความสนุกสนานให้กับสาวน้อยการินเลยแม้แต่น้อย เธอทำได้เพียงนั่งจิบเบียร์พลางเหม่อมองไปทางหน้าบาร์ที่ไร้วี่แววของปอ
 
“มองหาพี่ปอเหรอ การิน”  ยูถามขึ้น พลางกด BB
“ใช่!!  วันนี้ฉันจะเคลียร์กับพี่ปอเรื่องน้องแอร์ให้รู้เรื่องไปเลย หงุดหงิด  ไม่มาร้านสักที”
“เค้าบอกกับฉันในเอ็มว่ากำลังขับรถมาอ่ะ”  ยูยื่น BB ให้การินดูบทสนทนาใน MSN จากมือถือของยู
“นี่แกคุยกับพี่ปอบ่อยปะ”  การินถามขึ้นพลางยื่น BB คืนแก่ยู
“ไม่บ่อยอ่ะ บางครั้งทักไปเค้าก็ไม่ค่อยตอบ  พอเค้าทักมาฉันก็ไม่ว่างคุย” ยูยกแก้วเบียร์ดื่มและกด BB คุยต่ออย่างไม่สนใจใคร  แต่หญิงสาวมองเพื่อนสาวด้วยสีหน้าหวั่นใจ
 
            การินลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างช้าๆก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำ  เธอต้องหยุดชะงักหน้าห้องน้ำด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย เมื่อคนที่เธอพบโดยบังเอิญหน้าห้องน้ำเป็น ตอง
“การิน เป็นไงบ้างล่ะ”  ตองทักหญิงสาวขึ้นเมื่อเธอเองก็ตกใจไม่น้อยที่ได้พบกับการิน
“สบายดี” 
 
            การินยิ้มเจื่อนๆ ความรู้สึกผิดของเธอพลุกพล่านอยู่ในความรู้สึกนึกคิด  เพราะเธอกลัวว่าตองจะรับรู้ว่าเธอเองก็ยังคงคุยกับหนุ่มใหญ่ทั้งที่เป็นคนบอกให้ตองเลิกคบไปในเหตุการณ์วันนั้น  หญิงสาวจึงรีบเดินเข้าห้องน้ำไปในทันที  แต่แววตาคมกริบของตองยังเหลียวหลังจับจ้องการินไม่ละสายตา
 
[…รู้สึกผิดกับตองเหลือเกิน  ทั้งที่เคยบอกให้ตองเลิกคบกับพี่ปอแต่ฉันกลับมาคบกับพี่ปอต่ออย่างไร้ยางอาย  ถ้าตองรู้คงฆ่าฉันแน่ๆเลย…..]
 
            หญิงสาวเดินกลับมาโต๊ะแต่ก็ต้องตกใจเมื่อโต๊ะว่างเปล่าไร้เงาของ ยู เพื่อนสาวที่มากันเพียงสองคนเท่านั้น  การินหันมองไปรอบๆร้านก็ไม่พบยู
 
“การินไปไหน  ตกใจนึกว่าชิ่งซะอีกอยู่โต๊ะสิ”  แนมเดินเข้ามาพูดแบบใส่อารมณ์เล็กน้อยก่อนจะเดินฉุนเฉียวไปยังหน้าบาร์
 
            หญิงสาวนั่งเฝ้าโต๊ะ ดื่มเบียร์ในแก้วจนหมด ยู ก็ยังไม่กลับมาที่โต๊ะ  การินมองไปรอบๆร้านก็ไม่มีวี่แววของเพื่อนสาว
 
“ยู ไปไหนของมันนะ  ปล่อยเรานั่งหง่าวคนเดียว”  การินพึมพำก่อนจะรีบหยิบมือถือของเธอที่สั่นระริกในกระเป๋าออกมาดูเธอคาดหวังว่าเป็นยู  แต่กลับเป็นหนุ่มภู
“น้องพีม  พี่ฝากดูโต๊ะหน่อยนะ  พี่ไปคุยโทรศัพท์แป๊บนึง”  การินกวักมือเรียกพีมทันที  พีมยิ้มและมานั่งที่โต๊ะให้หญิงสาวอย่างเต็มใจเพราะยืนทำงานอยู่นานชักเมื่อยเต็มทน
“รีบมานะพี่การิน”
“กินได้นะเบียร์น่ะ  กินเลย”  การินวิ่งพรวดออกจากร้าน Swayและเดินลงไปคุยหน้าร้านสนุ๊กเกอร์ที่พอเงียบสงัด
“ว่าไงพี่ภู”  การินรับสายเสียงใส
“ทำอะไรอยู่เหรอ การิน” ภูพูดน้ำเสียงอบอุ่นอย่างเช่นทุกวัน
“การินอยู่ที่ Sway ค่ะพี่ภู  มากินเบียร์กับยู  แต่ไม่รู้ยูมันหายไปไหนปล่อยการินนั่งหงิกอยู่คนเดียว”
“ฮ่าๆๆ  แล้วยูไปไหนซะล่ะ”
“นั่นสิคะ  การินก็สงสัยอยู่  แล้วพี่ภูทำไรอยู่อ่ะ  เล่นเกมส์สิท่า”
“ฮ่าๆๆ  การินจำได้ด้วยเหรอว่าเวลานี้พี่จะเล่นเกมส์”
“จำได้สิคะ  การินเป็นคนเก็บรายละเอียดนะ”
“อื้ม!!  นึกไปแล้วใจหาย  วันก่อนๆยังนั่งคุยเอ็มกันอยู่ทุกคืน ช่างเถอะนะ ว่าแต่การินจะกลับกี่โมง”  ภูพูดน้ำเสียงที่เศร้าแต่ก็รู้สึกไม่อยากจะทำลายบรรยากาศในการสนทนา จึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“ก็....ร้านปิดล่ะค่ะ” การินเสียงเศร้าลงในทันที เธอรู้สึกผิดกับภูอีกครั้ง
“เดี๋ยวพี่ก็กะจะเข้าไปดึกๆกับพวกไอเมสไอแท  ไงเจอกันนะ” 
“ได้ค่ะพี่ภู”  การินวางสายจากภูและพบว่าเธอเดินลงมาถึงชั้นลอยของตึกโดยไม่รู้ตัว
[……พี่ภูยังตัดใจจากฉันไม่ได้เลย  ที่เรายังคงคุยดีๆกับพี่ภูอยู่แบบนี้  มันจะเป็นการยื้อและให้ความหวังรึป่าว  แต่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรให้พี่ภูมีความหวังเลยนะ  คิดมากนะเรา….]
 
“เดี๋ยวพี่ขึ้นร้านก่อนนะ”  เสียงที่การินคุ้นหูมากที่สุดดังก้องขึ้นมาบนชั้นลอย  การินหลุดออกจากความคิดฟุ้งซ่านและรีบชะเง้อมองลงไปดูที่บันไดว่าใช่คนที่เธอคิดหรือไม่
 
            หนุ่มใหญ่เดินขยับแว่นสายตาให้กระชับขึ้นบันไดมาอย่างอารมณ์ดี เห็นหญิงสาวที่ยืนอึ้งอยู่บนชั้นลอย  หนุ่มใหญ่ได้เพียงเมินเฉยและเดินผ่านไปทันที การินกลับไม่ได้สนใจปอ ณ ขณะนั้น  แต่เธอกลับคิดไปถึงคนที่ปอคุยด้วยด้านล่างตึก  การินจึงรีบวิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว  และคนที่เธอได้พบเบื้องล่างก็ คือ ยู นั่นเอง
 
“ยู มาทำอะไรตรงนี้”  การินถามเพื่อนสาวที่ยืนกด BB อยู่ด้านล่างตึกเพียงลำพัง  ยูหันมองการินด้วยความตกใจเล็กน้อย
“การิน!!!  เอ่อ...ฉันมาคุยโทรศัพท์น่ะ  กลับขึ้นไปกินเบียร์ต่อดีกว่าปะ”  ยูเดินนำการินขึ้นบันไดไป  หญิงสาวมองเพื่อนสาวที่เดินเฉิดฉายอยู่เบื้องหน้าด้วยความหวาดหวั่น  เธอไม่อยากจะคิดมาก
 
[…ฉันกำลังกลัว  ว่ายูจะแอบคุยกับพี่ปอ  แต่ยูจะมาสนใจอะไรกับพี่ปอนะ ยูเองก็มีหนุ่มๆคุยด้วยไม่ซ้ำหน้า ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ  แต่บางทีฉันอาจจะคิดมากไปเองก็ได้…]
 
            บรรยากาศในร้าน Sway เริ่มคึกคักมากขึ้น  เมื่อยิ่งดึกลูกค้าก็ทยอยเข้าร้านเรื่อยๆ  การินนั่งดื่มเบียร์จนเริ่มเมา  เธอเหลือบไปมองหน้าบาร์ที่มีลูกค้าที่ลุกขึ้นเต้นบดบังปอจนเธอมองเห็นไม่ชัดนักแต่เห็นแวบๆว่าตองเดินไปคุยกับปอที่โต๊ะหน้าบาร์ ซึ่งมีภู  เมส และแทอยู่ด้วย
 
[…ท่าทางตองจะยังไม่ได้เลิกกับพี่ปอ  ก็แน่ล่ะคนอย่างพี่ปอจะยอมให้เสียเด็กคนใดของเขาไปได้  เห็นก็จะมีแต่ฉันที่เขาพยายามขับไล่ไสส่ง…..]
 
            “การิน ชนหน่อย”  การินสะดุ้งด้วยเสียงที่อบอุ่นของหนุ่มซื่อที่เดินเข้ามาทักทาย  การินยกแก้วชนกับภู  เป็นจังหวะเดียวกับที่ปอเดินสำรวจรอบๆร้านและผ่านมาเห็นพอดี  หนุ่มใหญ่สะบัดหน้าและเดินผ่านไปอย่างไม่พอใจ
“เมายังเนี่ย” ภูถามขึ้นและยิ้มกว้าง
“ยังเลยพี่ภู  แต่ยูนี่สิท่าจะเมาแล้วล่ะ” การินยิ้มกว้างเช่นกัน ภูหันไปชนกับยูก่อนจะกลับโต๊ะไป
 
            และร้าน Sway ก็ปิดลงเมื่อแสงไฟสว่างโล่งไปทั่วร้าน  การินและยูนั่งรอให้ลูกค้าทยอยกันออกจนเกือบหมด  การินพยายามมองหาตองแต่ก็ไร้วี่แวว  และสุดท้ายก็เหลือเพียงโต๊ะของปอหน้าบาร์ และโต๊ะของหญิงสาวที่อยู่ใกล้ประตูทางออก
 
“กลับเหอะการิน  เด็กร้านมองแล้วอ่ะ”  ยูสะกิดหญิงสาวที่หันไปมองปอไม่คลาดสายตา  แต่ปอกลับนิ่งเฉยพูดคุยกับน้องๆไปไม่สนใจการินแม้แต่น้อย
“ไม่ได้  เดี๋ยวฉันจะไปเคลียร์กับพี่ปอเรื่องน้องแอร์  ฉันไม่ยอมหรอกจะมาโยนขี้ให้ฉันน่ะ  ยังไงก็จะต้องคุยให้รู้เรื่อง”  หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปยังโต๊ะของปอด้วยสายตาที่ดุดัน  เด็กร้านต่างหันมองเหตุการณ์เป็นตาเดียว
 
            หนุ่มภูมองการินด้วยความกังวลใจว่าการินจะทำอะไร  หญิงสาวเดินมาถึงโต๊ะหนุ่มใหญ่ก็สะบัดหน้าเดินหนีเข้าไปในบาร์ทันที  การินกำมือแน่นด้วยความโมโหรีบเดินตามเข้าไปทันที  ภูมองการินด้วยความเป็นห่วง
 
“พี่ปอ  การินมีเรื่องจะคุยด้วย”  การินยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังหนุ่มใหญ่ที่นั่งเคลียร์เงินในโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยไม่สนใจอะไรแม้แต่น้อย
“พี่ปอ!!” การินเรียกปออีกครั้งด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดขึ้น
“เห็นมั้ยว่าทำงานอยู่” 
 
            ปอพูดด้วยสีหน้านิ่ง  การินจึงนั่งพิงถังน้ำแข็งภายในบาร์จนกระทั่งปอทำงานเสร็จลุกขึ้นจากเก้าอี้  การินจึงเข้าไปฉุดแขนปอและลากเข้าไปในห้องสต๊อกของร้าน Sway ทันที  ภูยังคงมองเหตุการณ์อย่างลุ้นระทึกเมื่อเห็นดังนั้น  หนุ่มซื่อจึงเดินคอตกเข้าห้องน้ำไปในทันที
 
“มีอะไร”  ปอพูดเสียงเรียบยืนกอดอกพิงตู้เก็บของไม่ได้มีความโมโหปะปนในอารมณ์เช่นการินแม้แต่น้อย
“เรื่องน้องแอร์  การินไม่ได้ทำอะไรนะคะพี่ปอ”  หญิงสาวยืนห่างจากหนุ่มใหญ่ 2 เมตรกอดอกนิ่งเช่นกัน แววตาจับจ้องไปที่หนุ่มใหญ่อย่างมุ่งมั่น
“ครับ  แล้วไง”
“แล้วไงงั้นเหรอคะ  พี่ไม่คิดจะขอโทษการินหน่อยเหรอคะที่โทรมาต่อว่าการินแบบนั้น”
“ครับ ขอโทษ จบยังเรื่องที่จะคุยพี่จะไปกินเหล้าต่อ  น้องพี่รออยู่”  ปอเดินผ่านหญิงสาวไปอย่างไร้เยื่อใย  การินคว้าแขนปอไว้มั่น ปอสะออกเบาๆ
“แล้วเรื่องของเราล่ะคะ”  หญิงสาวที่ใบหน้าแดงกร่ำด้วยความโกรธ น้ำตาเริ่มเอ่อจนดวงตากลมแววใส
“พอเหอะการิน  พี่คิดว่าพี่พูดอะไรไปการินก็ทำไม่ได้  การินไม่ปรับปรุงตัวอะไรเลยสักนิด  การินยังไปคุยกับแอร์สร้างความปั่นป่วนให้พี่ไม่มีที่สิ้นสุด  แล้วเรายังจะร้องขอให้พี่กลับไปดีอีกงั้นเหรอ”
“ที่การินต้องไปคุยกับแอร์ ก็ไม่ใช่เพราะพี่เหรอคะ  ถ้าพี่ปอบอกการินสักคำว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นไง  การินก็ไม่จำเป็นต้องไปคุยกับน้องแอร์เลยสักนิด  แต่นี่พี่ไม่ยอมอธิบายให้การินฟัง  ไปคุยที่รถก็ปิดกระจกหนี  โทรไปก็ไม่รับ  พี่ปอบังคับให้การินต้องไปหาความจริงจากปากน้องแอร์เอง”
“ครับ  พี่ก็ผิดอีกแล้ว การินทำผิดซ้ำซากอ่ะ  พี่คงอภัยให้ไม่ได้ทุกครั้งหรอกนะ  ลองกลับไปคิดดูว่าที่ทำไปมันถูกแล้วหรือยัง”
 
            เสียงโทรศัพท์ของปอดังขึ้นมาขัดจังหวะการสนทนาที่ดูดุเดือด
“อืม  พี่อยู่บนร้าน  เคลียร์เงินอยู่  แล้วเราอยู่ไหน  อื้มๆเดี๋ยวสักพักนะ”  ปอวางสายและถอนหายใจเมื่อเห็นสีหน้าการินที่เหมือนกำลังจะร้องไห้
“พี่ต้องไปแล้ว”
 
            หนุ่มใหญ่สะบัดหน้าเดินออกจากห้องสต๊อกไปในทันที  การินรีบปาดน้ำตาด้วยความอึดอัดใจยืนนิ่งตัวสั่นเทาอย่างทำตัวไม่ถูก
 
[…นี่ฉันผิดอีกแล้วเหรอ  ทำไมมันเป็นแบบนี้นะ  ถ้าพี่ปอบอกฉันว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างก็ไม่เป็นแบบนี้หรอก  ได้อยากจบฉันก็ยอมจบให้ก็ได้  ฉันอ่อนแออีกแล้ว  ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะการิน……]
 
            สายตาของเด็กร้านทุกคนไม่เข้าใจกับเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้น  เพราะมีไม่กี่คนที่รู้ว่าการินเลิกกับภูไปแล้ว  การที่การินกลับมาหาปออีกครั้งก็สร้างความไม่พอใจให้กับเด็กร้าน Sway รุ่นใหญ่ไม่น้อยและมองการินในแง่ลบทันที
 
            หญิงสาวเดินออกจาห้องสต๊อกและเดินออกจากร้านไปทันที ยูรีบเดินตามหญิงสาวไปด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไร การินเดินลงมาถึงด้านล่างและออกมาหน้าตึกด้วยความหงุดหงิด  พลางเหลือบไปเห็นตองยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนชายสามสี่คน ตองหันมามองการินด้วยสีหน้าลำบากใจ เพราะเธอเองกำลังยืนรอปออยู่นั่นเอง
 
[……คนที่โทรหาพี่ปอเมื่อครู่ก็คงจะเป็นตองสินะ  ถ้าฉันเดินเข้าไปบอกตองว่า ฉันยังคุยกับพี่ปออยู่  พี่ปอคงฆ่าฉันแน่ๆ  ใจนึงก็อยากทำนะจะได้ปั่นหัวพี่ปอให้สุดๆไปเลย  แต่อีกใจฉันไม่อยากทำร้ายตองซ้ำอีกครั้ง  ภาพวันนั้นที่ตองร้องไห้อย่างบ้าคลั่งยังทิ่มแทงใจฉันอยู่ทุกวัน  ฉันสงสารตองมากในวันนั้น  และไม่กล้าจะทำให้ตองเสียน้ำตาอีกแล้ว…]
 
“การิน  เกิดอะไรขึ้นเหรอแก”  ยูถามขึ้นในทันทีที่เดินมาถึงรถมอไซด์ของเธอโดยผ่านกลุ่มเพื่อนของตอง  ตองเหลือบมองการินด้วยใจหวั่น  แต่การินกลับเดินเลยผ่านไปอย่างไม่สนใจ
“พี่ปอ ก็ยังหาว่าฉันผิดอยู่ดี  ไม่มีประโยชน์  ช่างเถอะ!! บางทีฉันก็ควรจะหยุดและพอแค่นี้สักที”  สีหน้าของหญิงสาวเศร้าลงไปจนยูนึกเป็นห่วง
“นอนกับฉันมั้ยแก  อารมณ์แบบนี้อยู่คนเดียวจะยิ่งไม่สบายใจนะ”
“ไม่เป็นไร  วันนี้นิตาอยู่ห้องไม่ได้ไปนอนห้องพี่กอ  ขอบใจนะยูกลับกันเถอะ”
            สองสาวขับมอไซด์ออกสู่ถนนใหญ่และหายลับไปในถนนเส้นโค้ง  ตองยืนมองการินจนลับสายตาก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก  ไม่นานนักปอก็เดินลงมาจากตึกแสนโทรมและพาตองไปบ้านของเขา
 
.................................................................................................................................. 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
แต่งไม่เก่ง  ติชมได้นะคะ  ขอบคุณคร้า ^^
จากคุณ สการินวดี/(rewadwee44) อัพเดตเมื่อ 18/11/2554 21:04:57
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 109 ท่าน