Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
ตัดสินใจ เลือก!!!
38
16/11/2554 15:47:54
269
เนื้อเรื่อง
 
ตอนที่ 38....ตัดสินใจ  เลือก!!
 
...................................พี่มันโง่.................................
 
            หญิงสาวกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่อย่างยากลำบาก  มือถือแทบจะหล่นจากมือที่สั่นเทา  ข้อความที่ถูกส่งมาจากหนุ่มซื่อผู้มีรักจริง  แล่นเข้ามือถือการินแต่เช้า
 
“ทำไงดี  จะทำไงดีวะเนี่ย”  การินบ่นพึมพำและเดินไปเดินมา  นิตาเดินออกมาจากห้องน้ำเห็นอาการการินผิดปกติ
“เป็นไรไปวะการิน  มีอะไรเหรอ”
“พี่ภูต้องรู้อะไรมาแน่ๆเลย  เค้าส่งข้อความมาว่าพี่มันโง่”  การินหน้าซีด นั่งลงกับเตียงถอนหายใจอย่างลำบากใจ
“จริงเหรอ  ฉันว่าเค้ารู้แล้วแหละ  ไหนแกว่าจะบอกเลิกพี่ภูตั้งหลายวันแล้ว”
“ไม่มีโอกาส  แต่คิดว่าวันนี้แหละ  ถึงเวลาแล้ว  แต่ฉันกลัวๆไงไม่รู้อ่ะ”
“ทำสิ่งที่ถูกต้อง  ห้ามกลัว  มัวกลัวที่จะทำเรื่องถูก  แต่ไม่ละอายจะทำเรื่องผิด  ไม่ดีนะการิน”
“นั่นสิ  ฉันต้องบอกเลิกพี่ภู  วันนี้!”
 
            การินโทรหาภูในสายๆของวันนั้น

“อืม  ว่าไงการิน” น้ำเสียงภูไม่สู้ดีนัก

“พี่ภูเป็นอะไรไปคะ  ส่งข้อความมาให้การินแบบนี้”
“พี่....เอ่อ..ไม่มีไรหรอก  พี่แค่เมาๆอ่ะ  จำไม่ได้แล้วว่าส่งไปทำไม”  ภูโกหกไม่เนียน
“พี่ภูคิดว่าการินหลอกพี่ภูใช่มั้ยอ่ะ”
“ไม่รู้สิ  พี่ไม่รู้อะไรเลย  ไม่เคยได้รู้อะไร”
“การินขอโทษนะถ้าทำอะไรไปไม่ดี  ให้พี่ภูไม่สบายใจ  แต่....การินจริงใจกับพี่ภูนะ”
“ช่างมันเถอะการิน  ลืมมันไปซะพี่ไม่เป็นไรหรอก  วันนี้จะไปดูหนังกับเพื่อนนี่  ไปกี่โมง”  ภูรีบเปลี่ยนเรื่อง  แต่การินกลับยิ่งทรมานใจ
“บ่ายๆค่ะ  การินจะไปกินข้าวมันไก่ร้านพี่ภูนะวันนี้เที่ยงๆ”  การินกลบเกลื่อนความคิดมากของเธอ
“จริงอ่ะ  มาสิๆ  มากับใคร”
“ภัท กับ นิชาค่ะ”
“จ้า  มาสิพี่ก็อยู่ร้านนี่ล่ะ  มาถูกใช่มั้ย”
“ค่ะ  เจอกันนะคะพี่ภู”
 
.........................................................................................................................................
 
            ข้าวมันไก่รสเด็ด  อยู่ในศูนย์อาหารข้างทาง  การินแวะไปที่นั่นหวังจะไปคุยกับภู  และบอกเลิกภู  ภูยิ้มต้อนรับการิน ภัท  และนิชา  จนดูไม่ออกว่าเขากำลังเสียใจ
 
“สั่งเลย  เดี๋ยวไปคุยกับพี่ภูแป๊บนึง”  การินบอกแก่เพื่อนสาว  ก่อนจะเดินไปหาภูซึ่งนั่งอยู่อีกโต๊ะ
“ดูพี่เหนื่อยๆนะคะพี่ภู”  การินนั่งลงตรงข้ามภู  ภูยิ้มเจื่อนๆและปาดเหงื่อย
“อากาศมันร้อนอ่ะ”
“การินยังสงสัยเรื่องข้อความอยู่เลยนะพี่ภู  พี่รู้อะไรมารึป่าว”  การินจ้องหน้าภูอย่าบีบคั้น  ภูยิ้มแห้งๆและก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาสาวน้อย
“ไม่มีไรหรอกจ่ะ  ลืมไปเถอะ”
“มีอะไรก็บอกการินได้นะพี่ภู  การินไม่อยากให้พี่ภูคิดมาก”
“แล้วการินมีอะไรจะบอกพี่รึป่าวล่ะ  บอกได้เหมือนกันนะ”  สีหน้าภูแย่ลงเรื่อยๆ  การินถึงกับหลบตาภูแทบไม่ทัน
“ภูไปซื้อของให้ป๊าหน่อย”  เสียงพ่อสุดที่รัก  ชายสูงวัยผมหงอกในชุดผ้ากันเปื้อนสีขาวร้องเรียกลูกชายหัวแก้วหัวแหวนในขณะที่มือก็ยังสับไก่
“เดี๋ยวพี่มานะ  การินไปกินข้าวเถอะ  หายร้อนแล้วล่ะ”  ภูยิ้มและลุกไปหาพ่อของเขาก่อนจะออกจากร้านไป  การินเดินคอตกมาที่โต๊ะ  ภัทและนิชารอลุ้นเหตุการณ์
“เป็นไง”  นิชาถามขึ้นทันที  การินถอนหายใจยาวๆ
“ไม่ได้บอก  ไม่รู้จะบอกยังไง  พูดไม่ถูก  ไม่เคยบอกเลิกใคร  มันยากจังวะ  มันยากตรงที่เราต้องนั่งมองอีกฝ่ายเสียใจด้วยคำพูดของเรา  ฉันไม่อยากบอกเลยอ่ะ”
“เขียนจดหมายดิ  จะได้ไม่ต้องเห็นสีหน้าพี่ภูตอนรับรู้ไง”  ภัทเสนอพลางตักข้าวมันไก่แสนอร่อยเข้าปาก
“คิดไว้อยู่เหมือนกัน ท่าจะต้องทำแบบนั้นจริงๆ  ไม่กล้าพูดต่อหน้าเลยอ่ะ”
 
            ไม่นานภูก็กลับเข้ามาในร้านพร้อมของที่พ่อสั่งให้ไปซื้อ  ภูมุ่งตรงมานั่งข้างการินที่โต๊ะ
“ไงภัท  อร่อยป่าว”  ภูยิ้มทักทายภัท
“ก็ดีนะ  น้ำซุปอร่อยอ่ะ  ขอใส่ถุงกลับบ้านได้ปะ  ฮ่าๆๆๆ”
“เอาสิ  ได้นะ  เอามั้ย”
“ล้อเล่นหน่าพี่ภู  ภัทจะไปดูหนังถือไปก็กะไรอยู่”
“พี่ภูไปดูหนังกับการินมั้ย”  การินออกปากชวน
“ไม่ได้หรอกพี่ต้องช่วยป๊าขายข้าว  ไปดูกันเถอะกลับมาก็โทรมาละกัน”
“งั้นเก็บเงินเลยค่ะ”  นิชาหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาทันที
“ไม่ต้องนิชา  พี่เลี้ยง” ภูรีบปราม
“ไม่เป็นไรพี่ภู ไม่ต้องเลี้ยงหรอก การินเกรงใจ  เท่าไหร่คะ”  การินเปิดกระเป๋าสตางค์ทันที
“ไม่ต้อง  พี่เลี้ยง”  ภูยิ้มอย่างอบอุ่น  “เดี๋ยวพี่ไปส่งขึ้นรถนะ”
“ขอบคุณนะพี่ภู”  การินยิ้มอย่างซึ้งใจ
 
[…ถ้าฉันบอกพี่ภู  ณ  ตอนนี้เขาจะทำยังไง  เขาต้องเสียใจมากแน่ๆ  ไม่อยากทำร้ายพี่ภูแบบนี้เลย  เหมือนนรกในใจจริงๆ  ยิ่งพี่ภูดีกับฉันมากเท่าไหร่  ฉันก็ยิ่งละอายใจ……]
 
            หนุ่มซื่อเดินออกมาส่ง 3 สาวขึ้นรถแท็กซี่ด้วยรอยยิ้มสดใส  แต่เมื่อแท็กซี่แล่นลับตาไกล  ภูกลับมีแววตาที่เจือไปด้วยน้ำตา
 
…………………………………………………………………………………………………
 
            ค่ำของวันนั้นการินและเพื่อนสาว แวะไปนั่งกินเค้กแสนอร่อยในร้านเบอเกอรี่ใกล้ๆกับตึก Sway & Hubrisการเที่ยวเตร่ดูหนังของสามสาววันนี้ไม่ได้ทำให้หญิงสาวการินอารมณ์ดีได้  เธอนั่งสีหน้ากังวลใจราวแบกโลกไว้ทั้งใบ
 
“แกจะมานั่งเครียดทำไม  บอกเลิกให้รู้แล้วรู้รอดไปสิ”  ภัทบ่นเมื่อเห็นสีหน้าการินมาทำให้เธอรำคาญใจ
“แกเคยบอกเลิกใครปะล่ะ  มันยากนะเว้ย!  กลัว  กลัวพี่ภูเสียใจ”
“อย่ากลัวสิแก  โทรไปบอกเลย  จะได้จบๆกันไป”  นิชาเสนออีกแรงพลางดูดน้ำหวานแสนชื่นใจ
“บอกไปแล้วจะเป็นไง ผลมันเยอะเหลือเกิน มองหน้ากันไม่ติดแน่ๆ  เอาวะเป็นไงเป็นกัน  ไงก็ต้องบอก”  การินตัดสินใจโทรไปหาภูทันที  ภัทและนิชารีบเงี่ยหูฟังทันที
“พี่ภูอยู่ไหนคะ”
“พี่อยู่ร้านอ่ะ  มากินกะพวกไอเมส  การินล่ะ”
“เอ่อ...การินอยู่ร้านเค้กข้างๆตึกอ่ะค่ะ  พี่ภูการินมีเรื่องจะคุยด้วยอ่ะ”  การินเสียงสั่น
“อืม  ว่าไงเรื่องอะไร”
“พี่ภูบอกการินมาตรงๆเหอะว่าเรื่องข้อความอ่ะมัน คือ อะไร  ไม่ต้องโกหกพูดตรงๆตอบตรงๆ”
“งั้นการินก็ตอบพี่ตรงๆด้วยนะ  พี่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าจริงๆมันเป็นยังไง”
“เรื่องอะไรคะ”
“ตกลงการินคิดไงกับพี่กันแน่”
“เอ่อ.....ทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะคะ”
“พี่เชื่อในสิ่งที่การินพูดการินทำนะ  แต่บางทีการกระทำกับคำพูดการินมันไม่ตรงกัน พี่ไม่อยากฟังคนอื่นพี่อยากฟังจากปากการินเอง”  ภูพูดออกมาอย่างอึดอัดพร้อมอาการเมาเล็กน้อย
“งั้นถามมาค่ะ  อยากรู้อะไรการินจะบอก”
“การินเลิกกับพี่ปอแล้วจริงเหรอ”
“ค่ะ  เลิกจริงๆ...พี่ภูไม่เชื่อที่การินบอกเหรอคะ  การินไม่ได้คุยกับเขาเลย”
“อืม....การินโกหกพี่ทำไม  พี่รู้ว่าการินคุยกับพี่ปอ”
“เอ่อ.....”  การินถึงกับพูดไม่ออกเมื่อโดนจับได้
“พี่ปอให้พี่ดูข้อความที่การินส่งให้เขา  การินยังคุยกับเขาอยู่อ่ะ  ไหนการินบอกว่าการินเกลียดเขาไง  พี่ไม่เข้าใจว่าการินทำอะไรอยู่”
“การิน....การินจำเป็นอ่ะ”  การินเสียงสั่นมากขึ้น
“จำเป็นอะไรพี่ไม่เข้าใจอ่ะ  การินชอบพี่จริงรึป่าว  หรือการินแค่คุยกับพี่ประชดพี่ปออย่างที่เขาว่ากันจริงๆ”  ภูเดินออกมาคุยนอกร้าน Sway อย่างใส่อารมณ์พร้อมอาการเมา
“การินชอบพี่ภูจริงๆ  การินไม่ได้คบพี่ประชดพี่ปอ  พี่ปอเค้าไม่สนใจหรอกการินรู้  และทำไปก็ไม่มีประโยชน์  การินชอบที่พี่ภูเป็นคนดี  ชอบที่พี่ภูเป็นแบบนี้  แต่บางทีเราอาจมีบางอย่างที่ยังไม่ถูกใจ  แบบว่ามันยังไม่ใช่ในสิ่งที่เราต้องการอ่ะ  พี่ภูเข้าใจการินรึป่าว”
“การินพูดแบบนี้หมายความว่าไงอ่ะ”  ภูเสียงสั่นเครือ
“บางที  เราเป็นพี่น้องกันจะดีกว่านะคะพี่ภู”
“หะ!  การินล้อพี่เล่นใช่ปะ  การินอยู่ไหนอ่ะ  พี่จะไปคุยด้วย”
“คุยทางนี้ก็ได้ค่ะพี่ภู”  การินเปลี่ยนสีหน้ากังวลใจและลุกพรวดออกไปนอกร้าน ไปนั่งตรงม้านั่งสีขาวน่ารักในมุมสวนหย่อมเล็กๆ
“ไม่  พี่อยากคุยเห็นหน้า  ร้านเค้กใช่มั้ยรอที่นั่นนะ” 
 
            ภูกดตัดสายการินทันที และรีบเดินลงบันไดตึกสุดโทรมลงมาด้านล่าง  การินนั่งนิ่งหน้าชาทำอะไรไม่ถูก  ไม่นานภูก็ปรากฏตัวตรงหน้า  ภูเดินมานั่งข้างๆการินด้วยความหอบเหนื่อย การินนั่งนิ่งก้มหน้าก้มตา  ไม่กล้าปริปากพูดอะไรทั้งนั้น
 
[…พี่ภูเห็นข้อความที่ส่งให้พี่ปอ  ก็ไม่มีประโยชน์จะต้องโกหกต่อไป  ไหนๆก็รู้แล้วก็บอกความจริงไปให้หมดทุกอย่าง  ฉันก็คงเป็นคนเลวร้ายในสายตาพี่ภูและน้องๆพี่ปอไปแล้ว  คิดไปก็น่าโมโหพี่ปอจริงๆ  เดี๋ยวคุยกับพี่ภูเสร็จฉันจะไปคุยกับพี่ปอให้รู้เรื่อง เอาคืนฉันเจ็บใช่เล่นนะเนี่ย…..]
 
“พี่อยากรู้ว่าที่ผ่านมาการินคิดไงกับพี่กันแน่”  ภูเริ่มเอื้อนเอ่ย  หลังจากนั่งมองการินซึ่งนั่งอยู่ข้างๆอย่างอ่อนใจ
“พี่ภูคะ  การินชอบพี่ภูจริงๆ  และอยากคุยกับพี่ภูมาก  แต่พอเราได้คุยกัน การินรับรู้ได้ดีว่าพี่ภูรู้สึกดีกับการินมาก  แต่การินกลับรู้สึกกับพี่ภูแค่ความปลาบปลื้ม  ความชอบกับความรักมันไม่เหมือนกันนะคะพี่ภู  การินไม่รู้สึกถึงรักกับพี่เลย  จริงๆ”  การินน้ำตาซึมเมื่อต้องพูดความจริง
“เพราะการินรักพี่ปออยู่สินะ  การินถึงรักพี่ไม่ได้อ่ะ”
“ไม่  การินไม่ได้รักพี่ปอ...แต่การินจำเป็น  การินต้องทำบางอย่าง  บางอย่างที่การินบอกพี่ไม่ได้  มันเป็นเรื่องของความแค้นที่การินต้องชำระ”  การินพูดน้ำเสียงจริงจังและสายตาที่อาฆาตร
“ทำอะไร  บอกพี่ได้มั้ยพี่อยากรู้  การินกำลังจะทำอะไร  แล้วทำไมต้องไปยุ่งเกี่ยวกับพี่ปอ  ไหนการินเคยบอกพี่ว่าการินเกลียดเขาไง”
“การินบอกไม่ได้ค่ะ  มันเป็นความลับ  มันเกี่ยวข้องกับคนอีกกลุ่ม  การินพูดไม่ได้จริงๆ”
“ทำไม  การินไม่ไว้ใจพี่เหรอ  ทำไมถึงบอกไม่ได้  พี่ไม่บอกใครหรอกนะ  แต่พี่แค่อยากรู้อยากเข้าใจในเหตุผลของการิน”
“ไม่ได้ก็คือไม่ได้ค่ะพี่ภู  เข้าใจการินด้วย  มันเรื่องใหญ่”  หญิงสาวตะคอกใส่หนุ่มซื่อ  จนภูถึงกับคอตกก้มหน้านิ่ง  บีบมือตัวเองอย่างคับแค้นใจ  บรรยากาศเริ่มตึงเครียด
“เห้อออออ!...... การินจะทำไงต่อ”  ภูถามอย่างอ่อนใจ
“พี่ภูเราเป็นพี่น้องกันดีกว่านะ  การินรักพี่ไม่ได้  การินไม่อยากทำร้ายพี่ไปทุกๆวัน  ขอบคุณความรู้สึกดีๆที่พี่มีให้  การินซึ้งใจพี่ภูมาก  แต่การินรักพี่ภูไม่ได้จริงๆ”
 
            หญิงสาวพูดออกมาอย่างอดไว้ไม่ได้อีก  หนุ่มซื่อนั่งก้มหน้านิ่งราวถูกสะกดไว้  การินเหลือบมองภูซึ่งนั่งข้างๆกำมือแน่นและเงียบไปอย่างน่ากลัว
 
“การินขอโทษนะ”
“มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอการิน  ที่ผ่านมามันจบได้ง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ มันเร็วเกินไปรึป่าว”
“ยิ่งนานไปการินว่าพี่จะยิ่งเสียใจ  การินเลยคิดว่าควรบอกพี่ไปซะตอนนี้  เรายังเป็นพี่น้องกันได้นะคะพี่ภู”
“พี่รักการินนะ  พี่ยอมทุกอย่างการินจะคุยกับพี่ปอก็ได้อ่ะ  แต่อย่าเลิกกับพี่เลยนะ”  ภูร้องไห้ออกมาจับมือหญิงสาวบีบอ้อนวรไว้แน่น  จนการินตกใจทำอะไรไม่ถูก  หญิงสาวน้ำตาไหลในทันที
“ไม่ค่ะพี่ภู  การินไม่อยากถูกมองว่าหลอกพี่ภู  เป็นพี่น้องกันเราก็ยังคุยกันได้  เราก็ยังพบเจอกันได้เหมือนก่อน  ไม่เห็นต้องเป็นแฟนกันเลยนะคะ”หญิงสาวชักมือกลับมาทันที
“แต่พี่ไม่อยากเสียการินไป  พี่ผูกพัน  การินเป็นผู้หญิงที่พี่รักมาก พี่อยากคุยกับการินต่อไปเรื่อยๆ  บางทีเราอาจจะรักกันได้นะ  ถ้าพี่ทำอะไรไม่ดีการินไม่ชอบอะไรก็บอกพี่มาได้  พี่ยอมจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง”
“ไม่  พี่ภูเข้าใจการินด้วยนะ  การินต้องกลับไปคบพี่ปอต่อ  ถ้าการินคุยกับพี่  การินจะคบพี่ปอไม่ได้”
“แล้วทำไมการินต้องกลับไปคบกับพี่ปอ  การินก็รู้ว่าพี่ปอไม่ได้รักการินเลยอ่ะ  แต่ทำไมการินต้องเลิกกับพี่  ทั้งที่พี่รักการิน”  ภูใส่อารมณ์มากขึ้น
“ก็การินจำเป็นบางอย่าง  อย่าถามการินมากไปกว่านี้เลยนะพี่ภู  การินอยากจบกันด้วยดี  เราอย่าทะเลาะกันเลย”
 
            การินปาดน้ำตาและลุกขึ้นไปนั่งเก้าอี้ม้านั่งอีกตัว  หนุ่มซื่อร้องไห้อาบแก้มอย่างไม่แคร์สายตาใครในร้านเค้กแต่โชคดีที่นั่งมุมหน้าร้านซึ่งไม่มีใครเห็นนัก
            บรรยากาศเงียบกริบมีเพียงเสียงรถวิ่งสวนกันไปมาบนท้องถนน  การินเหลือบมองหนุ่มภูที่นั่งร้องไห้ปางตาย
 
“เร็วเนอะ  ตั้งตัวไม่ทันเลย  เมื่อเที่ยงยังดีๆกันอยู่เลย  ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้พี่คงไปกินข้าว ไปดูหนังกับการินแล้ว  เพราะไม่คิดว่ามันจะจบรวดเร็ว  เลยไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ  มีหลายอย่างที่อยากทำร่วมกันก็ไม่ได้ทำ  เวลามันทำให้เราตายใจ  เพราะคิดว่ามีพรุ่งนี้เสมอจึงไม่ได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่รักที่สุด”  ภูพร่ำเพ้อความรู้สึก  จนทำให้การินร้องไห้ออกมาอีกรอบ
“ทำได้ กินข้าวดูหนังไปเที่ยวได้หมด  แต่ในฐานะพี่น้อง”
“มันไม่เหมือนกันหรอก การิน  ถ้าไปกับคนที่รักเรากับคนที่ไม่รักเรา  มันรู้สึกต่างกัน”  การินเงียบไปเถียงไม่ออก
“ขอโอกาสพี่อีกสักครั้งได้มั้ย  พี่ทำใจไม่ได้จริงๆ”  ภูยังคงอ้อนวร
“พี่ภู  การินพูดคำสุดท้าย  เราเลิกกันนะคะ  เป็นพี่น้องกัน  สบายใจแล้วก็โทรมาคุยได้การินพร้อมจะคุยกับพี่เสมอ  แต่ในฐานะพี่น้อง  แค่พี่น้องกันเท่านั้น”
 
            หญิงสาวลุกขึ้นยืนพร้อมจะเดินจาก  แต่หนุ่มภูฉุดแขนการินไว้  พร้อมน้ำตาที่หลั่งไหล และเสียงสะอึกสะอื้นที่หลอนเข้ามาในโซนประสาทของการิน  ขนลุกไปทั้งตัว  การินถึงกับขยับตัวไม่ได้  ภูจับมือการินมาแนบหน้าอย่างอาลัย
 
“พี่ขอร้อง  อย่าไปเลยนะ”  ภูคร่ำครวญหนักขึ้น
“พี่ภูคะ  ปล่อยการินไปเถอะ  อย่าทำให้การินต้องร้ายใส่พี่เลยนะ  เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ”  การินคลายมือออกจากมือภูอย่างไร้เยื่อใยและรีบเดินเข้าไปในร้านทันที  ปล่อยทิ้งภูนั่งกุมขมับร้องไห้อย่างน่าสงสาร
 
.........................................................................................................................................
 
“เป็นไงบ้าง”
 
             นิชาถามขึ้นมองเพื่อนสาวที่มีน้ำตาอาบแก้มและนั่งลงตรงข้าม  ภัทวางนิตยสารและตั้งใจฟัง
“อืม  บอกไปแล้ว”  การินนั่งนิ่งเงียบดื่มน้ำเปล่าในแก้วและฟุบไปกับโต๊ะอย่างหมดแรง
 
            หนุ่มภูลุกจากม้านั่งอย่างคนไร้เรี่ยวแรง  และเดินออกจากร้านเบเกอรี่ไปอย่างช้าๆปาดน้ำตาที่ไหลไม่หยุดเดินขึ้นตึกโทรมๆอย่างเดียวดาย  น้ำตาเหือดแห้งเมื่อถึงบนร้าน  พรถึงกับร้องทักเมื่อภูมานั่งที่โต๊ะ
 
“เกิดอะไรขึ้นอ่ะพี่ภู  พี่ร้องไห้มาเหรอ”
“อย่าเพิ่งถามอะไร  ไม่อยากพูดอะไร  ขอร้องอย่าเพิ่งมายุ่งกับพี่”  ภูทำมือปัดและรินเหล้าใส่แก้วครึ่งแก้วและดื่มไปอย่างหนัก  พรมีเพียงคำถามบนใบหน้า
“รู้มั้ยพี่เมส  ว่าพี่ภูเป็นอะไร”  พรเดินไปถามเมสที่นั่งอยู่ในโต๊ะเดียวกัน
“เรื่องการินมั้ง  น่าจะใช่  เดี๋ยวรอมันดีขึ้นก่อนค่อยไปถามดีกว่า”  เมสและพรมองภูอย่างเป็นห่วง
“การินนี่ร้ายจริงๆ”  พรหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที
 
.........................................................................................................................................
 
“กลับก่อนนะ เดี๋ยวโทรหา”
 
            การินลุกพรวดออกจากร้านเบเกอรี่ไปจนนิชาและภัทตั้งตัวไม่ถูก  การินขึ้นแท็กซี่มุ่งตรงไปยังบ้านของปอ  เมื่อถึงหน้าบ้านหญิงสาวโทรหาปอในทันที
 
“ว่าไง”  ปอรับสายน้ำเสียงอารมณ์ดี
“การินอยู่หน้าบ้านพี่  เปิดประตูให้ด้วย  มีเรื่องจะคุย”  การินพูดเสียงเกรี๊ยวกราด
“หะ!  เห้ยอะไรอ่ะ  ไม่ได้นะการิน  คราวหลังอย่าทำแบบนี้  บ้านพี่นะเว้ยไม่ใช่สวนสาธาณะที่ใครจะมาเดินเล่นตอนไหนก็ได้”  ปอพูดอย่างอารมณ์เสีย  ประตูเหล็กหน้าบ้านค่อยๆเปิดขึ้นจากการกดรีโมทของปอ  การินวางสายและรีบเดินเข้าไปในส่วนโรงรถปอเปิดประตูบ้านอย่างหงุดหงิด
“วันหลังมาแบบนี้พี่ไม่เปิดให้จริงๆ”  ปอบ่นด้วยสีหน้าหงุดหงิด  ก่อนจะเดินไปนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์และทำงานอย่างไม่สนใจการิน
“ขอโทษค่ะ  แต่การินอยากมาเคลียร์”  การินนั่งลงบนโซฟาสีขาวมองหน้าปออย่างดุดัน
“เคลียร์อะไรอีก  พี่ไม่เห็นว่าเราต้องเคลียร์อะไรกันอีก  ก็จบแล้วไง  การินก็ไปคบไอภู  เราก็ต่างคนต่างอยู่”  ปอหันมองการินด้วยสีหน้าเสียความรู้สึก
 
[...จะพูดไงให้กลับไปคบได้นะ  ท่าทางพี่ปอจะเอาจริง  คบต่อไม่ได้ก็ไม่ได้ข้อมูล  ต้องง้อให้ได้…]
 
“การินบอกเลิกพี่ภูไปแล้ว  การินอยากกลับมาหาพี่”
“อ่าว!  แล้วไปเลิกกับมันทำไมล่ะ  ภูมันดีจะตายมันรักใครรักจริง  พี่มันไม่ดีหรอก  การินจะมาคบกับพี่ทำไม  กลับไปหาภูเหอะไป”
“แต่การินไม่ได้รักพี่ภู  การินรักพี่ปอ”
“รัก!งั้นเหรอ”  ปอทำเสียงสูงราวประชด  “แต่สิ่งที่การินทำกับพี่แต่ละอย่างมันไม่ได้แสดงเลยว่าการินรักพี่  การินคอยปั่นป่วนชีวิตพี่ไม่หยุด  ป่วนพี่ไม่พอยังไปดึงคนนั้นคนนี้มาเกี่ยวข้องวุ่นวายไปหมด  เคยคิดบ้างมั้ยว่าคนพวกนั้นเค้าไม่ได้อยากจะรับรู้สิ่งที่การินไปบอกเค้าเลย  การินทำให้หลายคนต้องเสียใจ  ลองทบทวนการกระทำของตัวเองด้วยนะ”  ปอหันมาตะคอกใส่การินก่อนจะหันกลับไปจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์  หญิงสาวนั่งกำมือแน่น
 
[…แหม!  การกระทำของตัวเองเคยคิดบ้างปะ  ดีแต่โยนความผิดให้คนอื่น  แต่ไม่เคยมองความผิดของตัวเองสักนิด…..]
 
“ก็รักเลยไม่อยากให้พี่มีใคร”  การินเบ้หน้าเมื่อปอไม่ได้หันมามองทางเธอ
“พี่จะมีใครการินก็รู้แต่แรก  การินต้องรับได้สิ ต้องยอมรับว่าจะคุยกับพี่ก็ต้องทนให้ได้  อย่างกอยมันยังทนได้เลย  กอยมันรักพี่  มันยอมทำทุกอย่างเพื่อพี่  แต่พี่ไม่เคยเห็นว่าการินจะทำเพื่อพี่สักนิด แล้วนี่อะไร  มาคบกับภู  ภูมันน้องพี่การินก็รู้  แล้วไงต่อมาขอคุยกับพี่ต่อ  ตลกว่ะการิน  เราเล่นอะไรอ่ะ  พี่ไม่เข้าใจ”
“การินไม่ได้เล่น  แต่การินเลิกกับพี่ไม่ได้ การินอยากคุยกับพี่ต่อ  พี่ปอคุยกับการินต่อเถอะนะ  การินขอร้อง  ที่ผ่านมาการินขอโทษ  จะไม่ทำอะไรไม่ดีอีก”
“มันคงต้องค่อยเป็นค่อยไป  อยู่ๆจะให้พี่กลับไปเลยก็คงไม่ได้  เด็กร้าน  น้องๆพี่รู้กันหมดว่าการินคบกับไอภู  แล้ววันนี้การินมาบอกว่าการินเลิกกับภู  วันต่อมาให้การินไปนั่งกับพี่ที่ร้านมันไม่ได้หรอก  พี่แคร์ความรู้สึกของคนรอบข้างว่ะ”
“ก็ไม่ต้องบอกใครนี่คะ  เราก็คุยกันเงียบๆของเรา 2 คน”
“เดี๋ยวพวกเขาก็ต้องรู้ พี่รักน้องๆพี่ว่ะการิน  พี่แคร์พวกเขามาก”
“แต่ไม่เคยแคร์การิน”  การินน้ำตาไหลออกมาอย่างคับแค้นใจ  ปอหันมองการินด้วยความตกใจเล็กน้อย
“พี่แคร์เฉพาะคนที่รักพี่  แคร์คนที่ควรจะแคร์”
“แต่การินก็รักพี่ปอนี่คะ  รักมาก  แต่พี่ไม่เคยเห็นค่าเลยสักนิด  ทิ้งๆขว้างๆ”
“พี่ไม่ได้ว่างเพื่อการินตลอดเวลานะครับ  พี่มีงานเยอะ พี่ต้องทำโน่นทำนี่ตลอด  การินก็ไม่เคยเข้าใจพี่เลย”
“พี่ปอไม่ได้รักการินเลยใช่มั้ยคะ”  หญิงสาวร้องไห้โฮ
“เห้ออออ!... การินชอบเรียกร้องอะไรๆจากพี่  แต่ไม่ทำตัวควรค่าที่พี่จะรัก  ลองทำตัวดีๆสิการิน  พี่เชื่อนะว่าเราทำได้  ลองอยู่เฉยๆ  ไม่ต้องไปวุ่นวายกับใคร  ทำได้มั้ย”
“ค่ะ”  การินก้มหน้านิ่ง
“พี่คุยต่อได้  แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป  จะดูพฤติกรรมการินด้วย  ทำตัวไม่ดีก็ไม่คุย”
 
[……หนอยย!  พ่อหล่อเลือกได้  คิดแล้วก็หมั่นไส้จริงๆ  เจ็บใจที่ต้องมานั่งง้อผู้ชายคนนี้ ทุเรศตัวเองที่สุดเลย….]
 
“การินรู้ว่ามันคงไม่เหมือนเดิม  แต่การินจะทำตัวดีๆ  จะไม่ไประรานใคร  แต่พี่ปออย่าโกหกอะไรการินเลยนะ  การินไม่ชอบฟังคำโกหกของพี่”
“โกหกอะไรล่ะครับ  การินคิดเองเออเองทั้งนั้น  การินก็ไม่ได้รู้อะไรจริงๆ  และคิดไปนั่นไปนี่ว่าพี่โกหกอย่างนั้นอย่างนี้”  ปอหันมองการินที่ก้มหน้านิ่งกับน้ำตาที่ยังคงไหล  ปอลุกจากเก้าอี้ทำงานมาหาการินที่โซฟา  จับบ่าการินไว้มั่นทั้งสองข้าง
“ไม่ต้องร้อง  ร้องทำไมไม่สวยเลย ไม่ต้องร้องนะ”  ปอเอามือปาดน้ำตาให้หญิงสาวอย่างเบามือ  การินขนลุกไปทั้งตัวเงยหน้ามองปอ
“ถ้าการินทำตัวดีๆ  ทำไมพี่จะไม่คุยกับเรา”  ปอพูดอย่างอ่อนโยน และก้มลงจูบหญิงสาวอย่างนุ่มนวล
 
            ผลสุดท้ายก็จบลงบนเตียง แต่หญิงสาวต้องจำยอมกับแค่เพียงการกลับมาคุยอีกครั้ง และผลสุดท้ายที่รอคอย  แม้เธอจะสับสนว่ามันคือความรู้สึกไหนกันแน่กลับการมาง้อหนุ่มใหญ่ในครั้งนี้  แต่การใช้เวลาอยู่เคียงข้างปอก็ทำให้เธอลืมเรื่องอื่นใดทั้งสิ้น
 
“การินรักพี่ปอนะ”  การินพร่ำเบาๆในอ้อมกอดของหนุ่มใหญ่
“จ่ะ  รู้แล้ว  อย่าลืมที่คุยกันล่ะ  พี่จะคอยดู”
 
[……จับตาดูให้ดีๆแล้วกันนะพี่ปอ  อย่ากระพริบตาเลยทีเดียว…]
 
            หญิงสาวอมยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย  และหลับใหลไปในอ้อมกอดของหนุ่มใหญ่ในห้องนอนสีขาวที่แสนเงียบ
 
.........................................................................................................................................
 
            หลังจากคืนวันที่โหดร้ายของภูผ่านไป หนุ่มซื่อก็ยังคงใช้ชีวิตตามปกติธรรมดาเฉกเช่นก่อนหน้าจะพบกับการิน  แต่ความอ้างว้างหวนมาทำร้ายเขาอีกครั้ง
 
ภู : เป็นไงบ้างการิน
 
            การินสะดุ้งเมื่อเห็นภูทัก MSNมาในขณะที่เธอนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องที่แสนเงียบเหงา เมื่อรูมเมทสาวไม่อยู่
 
การิน: ค่ะ  การินเหมือนเดิมพี่ภู  แค่อ้วนขึ้น  พี่ภูล่ะโอเคมั้ย
ภู : อื้ม  โอเคขึ้นมากว่าคืนนั้น  ฮ่าๆ  พี่เมามากอ่ะตื่นมานอนอยู่หน้าบ้าน  ไม่รู้กลับไปได้ไง
การิน : ขอโทษนะพี่ภูที่ทำให้เสียใจ
ภู : ช่างมันเถอะ  พี่จะทำใจเร็วๆนะ  แต่พี่ก็อยากคุยกับการินอยู่ทุกวัน  มันชินแล้วอ่ะ
การิน : คุยได้ค่ะไม่เป็นไร  แต่เป็นพี่น้องกันนะ โทรมาคุยก็ได้ว่างๆ
ภู : จ้า  ย้ำจังเลยนะพี่น้องเนี่ย  แล้วกับพี่ปอเป็นไงบ้าง
การิน : ก็ไม่ค่อยได้คุยหรอก  เค้าไปเขมรไปลาวกับคุณแม่เค้าบ่อยอ่ะ  ไม่ได้เจอไม่ได้คุย  คุยก็คุยไม่ค่อยดี แต่ก็ช่างเถอะไม่สำคัญ
ภู : ทำไมถึงไม่สำคัญ
การิน : เอาหน่าพี่ภู  ช่างมันเถอะ  ไม่สำคัญก็คือไม่สำคัญ
 
            การินคุย MSN กับหนุ่มภูเกือบทุกวันเช่นเดิม  วันดีคืนดีภูก็โทรมาคุยเล่นบ้าง  เขารู้ดีว่าเป็นได้แค่พี่ชาย  แต่มันก็เป็นความสุขที่ได้คุยกับคนที่รัก
            หนุ่มใหญ่ไปเล่นคาสิโนที่ประเทศเพื่อนบ้านกับแม่และสาวๆของเขา  จึงไม่ค่อยได้คุยกับการินเท่าไรนัก  อีกทั้งการินก็ไม่ค่อยได้ไปร้าน Sway & Hubris บ่อยเหมือนช่วงก่อนหน้า  เพราะเริ่มเปิดเรียน  การินเรียนหนัก งานมีมาไม่ขาดมือ  เธอจึงห่างๆกับปอ
 
“พี่ปอทำอะไรอยู่คะ”  หญิงสาวโทรหาหนุ่มใหญ่ในช่วงเวลาเย็นๆ  อากาศดีๆ
“เพิ่งตื่น”  ปอตอบห้วนๆ
“วันนี้เข้าร้านรึป่าวคะ  การินอยากไปหา  ไม่ได้เจอพี่ปอหลายวันแล้ว”
“ไม่ได้เข้าอ่ะ  พี่จะไปต่างจังหวัดกับแม่”
“อ้อ!!  กลับมาวันไหนอ่ะคะ”
“ไป 2-3 วัน”
“การินคงคิดถึงพี่ปอแย่เลย”
“ไปคุยกับภูพลางๆสิพี่ไม่อยู่อ่ะ”  ปอพูดเชิงประชด  การินหน้านิ่วคิ้วขมวดทันที
“พี่ปอจะประชดทำไม”
“ไม่ได้ประชด  ก็ได้ข่าวว่าคุยกันอยู่”
“ก็....ก็คุยเอ็ม คุยกันในฐานะพี่น้อง  ไม่มีอะไรเกินเลย  พี่เคยบอกเองนี่คะว่าคุยอ่ะคุยได้  แต่ให้รู้ว่าคุยแบบไหน  นี่การินก็คุยเหมือนคนรู้จักธรรมดา  ไม่ผิดนี่คะ”  การินเถียงขาดใจดิ้น
“จ่ะ  ก็แล้วแต่นะ  แค่นี้นะพี่จะไปทานข้าวกับแม่”
 
[……พี่ปอรู้ได้ไงว่าฉันคุยกับพี่ภู  สงสัยต้องเป็นพวกพี่เมสแน่ๆ  ที่คอยจ้องจับผิดฉันกับพี่ภูเสมอ  แต่ก็ดีนะ พี่ปอก็สนใจบ้าง เฮ้ย!!!  แล้วไงอ่ะ  ช่างปะไรสนไม่สนก็ช่างสิ….]
 
………………………………………………………………………………………………
 
            ปอไม่ค่อยอยู่บ้านไปต่างประเทศบ่อย(ประเทศเพื่อนบ้าน)  การินยังคงใช้ชีวิตของเธอไปเรื่อยเปื่อย  แต่เพราะเหตุอันใดเธอมักจะคิดถึงปอทุกลมหายใจเข้าออก
 
“ข้อมูลถึงไหนแล้วอ่ะแก  ช่วงนี้เหมือนดูแกไม่ค่อยได้คุยกับไอ้พี่ปอเลยนะ”  นิตาถามขึ้นในระหว่างการทำความสะอาดห้องที่แสนรกของ 2 สาว ในวันหยุดสุดสัปดาห์
“ก็ไม่ได้อะไรเลย  ไม่ได้เจอพี่ปอเลยว่ะ  เขาไม่ค่อยอยู่  สงสัยไปเที่ยวกับสาวๆ”  การินเช็ดตู้หนังสือหน้าหงิก
“ก็รีบๆนะ  พี่ๆเขาอยากจะได้อะไรดีๆจากแก มันใกล้แล้วล่ะ”
“จะพยายามนะ”  การินเริ่มหนักใจกับภารกิจครั้งนี้  เพราะความสัมพันธ์ของเธอและปอเริ่มไม่สู้ดีนัก
 
.........................................................................................................................................
 
            ค่ำคืนวันสบายๆ  การินออกมานั่งดื่มนมที่ร้านนมใกล้ๆหอพักกับยู  เธอละทิ้งเรื่องราวของงานที่มากมายก่ายกองไว้และมานั่งเปิดสมองให้อารมณ์ดี
 
“เป็นไงบ้างกับพี่ภู”  ยูเปิดประเด็น
“ก็ฉันบอกเลิกไปแล้ว  แต่ก็คุยกันอยู่นะ  คุยเอ็มโทรคุยบ้าง  แต่คุยกันแล้วว่าเป็นแบบพี่น้อง”
“เสียดาย  เป็นฉันนะฉันไม่เลิกหรอก  คบสองเลยสนุกดี”
“สงสารพี่ภูเค้าอ่ะแก  อีกอย่างถ้าทำแบบนั้นพี่ปอก็จะเลิกกับฉัน”
“เอ้อ!!  ไม่เห็นแกไป Swayเลยช่วงนี้  วันก่อนฉันไปกับเพื่อนคณะมา  พี่ปอเข้ามาทักด้วย”  ยูยิ้มร่า
“จริงอ่ะ!  สงสัยจะชอบแกรึป่าว  ซวยแล้วยู”  การินพูดติดตลก  แต่ในใจเธอก็กังวล
“บ้า!  ไม่หรอก”  ยูยิ้มเขิน  ยิ่งทำให้การินหวั่นไหว
 
[……ไม่หรอกหน่า  ยูไม่มีทางจะไปชอบพี่ปอหรอก  เพราะยูรู้เรื่องพี่ปอดี  ฉันเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับพี่ปอให้ยูฟัง  ถ้ายูเกิดตกหลุมพี่ปอไปอีก  ก็แย่สินะ…]
 
“ช่วงนี้ฉันห่างๆกับพี่ปอมากเลย”  การินก้มหน้าคนนมในแก้วไปมาจนน้ำแข็งละลาย
“ทำไมล่ะ”  ยูถามอย่างสนอกสนใจ
“คงมาจากเรื่องคบพี่ภูเนี่ยแหละ  แล้วพี่ปอก็ไม่ค่อยอยู่ด้วย  ฉันก็ไม่ค่อยได้ไปร้าน  ไม่ค่อยได้โทรหา  คบก็เหมือนไม่คบ”
“ก็โทรไปคุยกับเขาสิ”
“ไม่อยากโทร  โทรไปก็คุยไม่ดี  ไม่อยากฟังเสียงเย็นชา  แต่ว่าไปมันก็ห่างมากไปนะ  ฉันน่าจะทำอะไรเอาใจเขาบ้าง  ทำคะแนนสักหน่อย”
“ทำอะไรล่ะ”  ยูเบิกตากลมโตด้วยความสงสัย
.........................................................................................................................................
 
            สายลมพัดตีหน้าสองสาวในขณะที่ยูขับมอไซด์พาสาวน้อยที่หอบหิ้วนมกับขนมแสนอร่อย มุ่งตรงสู่บ้านของหนุ่มใหญ่ ในค่ำคืนที่เงียบสงัด  รถบนท้องถนนไม่มากนักในค่ำคืนนี้
 
“ไม่บอกพี่ปอก่อนเหรอ”  ยูถามขึ้นขณะขับมอไซด์
“ถ้าบอกก่อนก็คงไม่ให้ไป  ต้องไปก่อนแล้วค่อยบอก  แต่.........บอกก็ดีนะเผื่อพี่ปอไม่อยู่บ้านจะเสียเที่ยว  ชะลอรถแป๊บนึงนะยู จะโทรหาพี่ปอ”  การินคว้ามือถือในกระเป๋ามาโทรหาปออย่างทุลักทุเลด้วยขนมและนมในมือ
 
“ครับ!”  ปอรับสายเสียงเรียบเฉยเช่นเคย
“อยู่บ้านรึป่าวคะพี่ปอ”  เสียงลมปะทะทำให้การินได้ยินเสียงปอไม่ชัดนัก
“อยู่บ้าน มีอะไร ไม่ค่อยได้ยินเลย”
“อ้อค่ะ  การินซื้อขนมไปฝากที่บ้านนะ”
“ไม่ได้ยินอ่ะ  ค่อยคุยละกัน”  ปอวางสายไปอย่างไม่สนใจสิ่งที่การินเอื้อนเอ่ย
 
“วางไปซะแล้ว  คงไม่ได้ยินอ่ะ”  การินบ่นพึมพำให้ยูฟัง
“แล้วยังไง เอาไปให้เลยแล้วกัน”  ยูเสนอ
“อืม  ได้ยินแค่ว่าอยู่บ้าน  ไปบ้านพี่ปอเลย เดี๋ยวยูเทิร์นด้านหน้านะยู”  การินบอกทางเพื่อนสาวอย่างแม่นยำในเส้นทางที่คุ้นเคย
 
            ทาวเฮาน์ 2 ชั้น สีขาวปิดกั้นด้วยประตูเหล็กที่สามารถเปิดออกได้ด้วยรีโมทดูเงียบเชียบ  การินลงจากมอไซด์ของยูและรีบโทรหาปอด้วยรอยยิ้ม
 
“อื้ม ว่าไง เมื่อครู่ไม่ได้ยิน”  ปอรีบแก้ตัวเมื่อรับสายหญิงสาว
“ค่ะ  พอดีการินนั่งรถมาลมมันตีก็เลยไม่ได้ยิน  การินซื้อนมกับขนมมาให้พี่ปอค่ะ”
“ไม่ต้อง  พี่ไม่หิว ไม่ต้องมา”  ปอร้องเสียงหลง  จนการินหุบยิ้มไปในทันที
“เอ่อ...ไม่ทันแล้ว  การินอยู่หน้าบ้านพี่แล้วอ่ะ”
“อะไรอ่ะการิน  พี่บอกไม่กินไง  พี่มีของกินเต็มบ้าน อีกแล้วนะ พี่เคยบอกแล้วไงว่าบ้านพี่ไม่ใช่สวนสาธารณะที่ใครจะมาเมื่อไหร่ก็ได้”
 
ตืดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
            หนุ่มใหญ่วางสายไปด้วยความโมโห  การินอึ้งไปจนถุงขนมหล่นกระจัดกระจายกองกับพื้นหน้าบ้านปอ  มือหญิงสาวสั่นเทา  ยูจึงช่วยถือแก้วนมไว้เมื่อเห็นอาการเกรงจะหล่นไปอีก
 
“มีอะไรหรอ..  การิน”  ยูถามเสียงอ่อน
“พี่ปอไม่ยอมให้มาบ้านเค้า”  การินไม่ยอมง่ายๆ  โทรหาปออีกหลายรอบแต่ปอก็ไม่รับสายเธอเลย จนกระทั่งปิดเครื่องมือถือไปเลยทีเดียว  หญิงสาวโกรธเต้นเป็นเจ้าเข้าอยู่หน้าบ้าน  เงยหน้ามองหน้าต่างชั้นสองของบ้านที่คาดว่าปอจะอยู่บนนั้น
“ตะโกนเรียกเลยดิ”  ยูเสนอความเห็น
“ไม่ต้องหรอก  อายเค้า  วางไว้หน้าบ้านนี่แหละ ให้หมาแถวนี้มันกินก็ได้ “  การินคว้าถุงแก้วนมจากมือ ยู ไปวางไว้ตรงเสาหน้าบ้านและขับมอไซด์ยูกลับอย่างหุนหัน
 
[……ถ้าไม่เกรงใจนะ ฉันก็ตะโกนเรียกไปแล้ว  ท่าจะอยู่กับใครสักคน  แต่ถ้าอยู่ก็ไม่น่าจะรับโทรศัพท์ได้  บางทีเค้าอาจโกหกสาวๆของเค้าว่าเป็นน้องๆที่ร้านก็ได้  นึกแล้วโมโห ปฏิเสธความหวังดีของเรา เจ็บใจจริงๆ…..]
 
            การินกลับห้องไปปิดไฟเงียบนอนนิ่งบนเตียงเพียงลำพัง  ไม่นานน้ำตาก็ไหลออกมาด้วยความเสียใจและเจ็บใจ แม้เธอจะหลอกตัวเองว่าเป็นน้ำตาของความเจ็บแค้น แต่มันแฝงความเสียใจที่แอบคิดลึกๆว่าปอจะอยู่กับใครสักคน  การินหยิบมือถือมาพิมพ์ข้อความหาปอ
 
………นมอยู่หน้าบ้าน........
ขอโทษที่รบกวน............
......การินจะไม่วุ่นวายกับชีวิตพี่ปออีกแล้ว
..........ก็แค่เป็นห่วงและหวังดี...........
            หญิงสาวร้องไห้และผลอยหลับไปอย่างอ่อนแรง แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นมาด้วยเสียงโทรศัพท์เสียงที่คุ้นหู  เธอไม่รอช้าที่จะรับสายนั้น
 
“ค่ะ”  การินรับสายเสียงเย็นชาเช่นกัน
“เป็นอะไรไปอีกอ่ะการิน  พี่ไม่เข้าใจการินเลยว่ะ  อะไรที่พี่ห้ามทำไมการินชอบทำ”
“การินแค่เป็นห่วง  อยากซื้ออะไรไปให้กิน”
“ก็เข้าใจ....แต่พี่บอกว่าไม่  ก็คือไม่! สิการิน  การินเชื่อฟังพี่บ้างได้มั้ย  การินอย่าหัวรั้นเอาแต่ใจมากไปหน่อยเลย  พี่ทำงานอยู่ยุ่งๆ  ไม่ได้ว่างตลอดเวลา”
“แต่พี่ก็แค่ออกมารับนมหน้าบ้านก็ไม่ได้เลยเหรอคะ  มันจะยากลำบากแค่ไหน  การินไม่ได้จะไปค้างหรือไปนอนหรือไปทำอะไรเลย”  การินร้องไห้โฮออกมา
“พี่ไม่ว่างครับ  ขอโทษที่พี่ไม่ว่าง  พี่กลายเป็นคนผิดอีกสินะ  การินถูกต้องเสมอ  ที่พี่โทรมาก็แค่อยากจะอธิบายให้เข้าใจ  เพราะเราคิดไม่ตรงกัน  ไม่อยากให้ต้องมาโกรธหรือผิดใจกันป่าวๆ  ถ้าการินไม่เข้าใจพี่  พี่ก็ไม่มีคำอธิบายอีกแล้ว”
“ค่ะ  การินผิดที่บุกไปบ้านพี่  แต่การินมีเจตนาดีนะคะ”
“ครับรู้ว่าดี”  ปอเสียงอ่อนลง
“นมอ่ะการินวางไว้หน้าบ้าน  ไม่รู้หมาแมวมากินไปแล้วมั้ง”  การินปาดน้ำตาและหยุดร้องไห้
“เอามาเก็บในตู้เย็นแล้วจ่ะ  ขอบคุณมาก  พี่ทำงานต่อแล้วนะ”  ปอพูดเสียงอ่อนโยนก่อนจะวางสายไป หญิงสาวยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
 
[……ให้ตายเถอะ!การิน  จะยิ้มทำไมกัน  บ้าไปแล้วรึไง  อย่าทำให้รู้สึกแบบนี้สิพี่ปอ  ฉันต้องเข้มแข็งมากกว่านี้……]
 
.........................................................................................................................................
 
            วันต่อมาการินโทรหาปอในช่วงเวลาเย็นๆ  ด้วยความตั้งใจจะชวนทานข้าวเพื่อสร้างความสัมพัน์ที่ดี 
“อืม!!  ว่าไง” 
“ทำไรอยู่คะ  ทานไรยัง  ทานข้าวเย็นกันมั้ย”
“กินมาม่าไปแล้วอ่ะ  สักค่ำๆได้มั้ย สักสองสามทุ่ม”
“อ้อ!  ค่ะได้ๆ  งั้นสองทุ่ม  การินโทรหานะคะ”
 
            หญิงสาวไปนั่งทานขนมเค้กร้านเบเกอรี่ประจำใกล้ๆตึกร้านSway & Hubrisพร้อมภัทและนิชา เพื่อฆ่าเวลาในการรอหนุ่มใหญ่
 
“นี่จะไปออกเดตต้องแต่งตัวสวยเลยเหรอหะ”  นิชาแซวทันทีที่การินมาถึงร้าน  สาวน้อยมาในชุดแสนหวานลากเก้าอี้สีขาวเบาๆและนั่งลงด้วยรอยยิ้มสดใส
“งี้แหละ  เห็นบอกว่าเกลียดๆๆๆๆ”  ภัทยิ้มหยอกพลางดูดกาแฟในแก้ว
“แหม  คนเรามันก็ต้องทำตัวดูดีตลอดเวลาไงล่ะ  ไม่เกี่ยวกับพี่ปอสักหน่อย”
“แล้วจะไปเดตไหนกันเนี่ย”  นิชาถามขึ้น
“เดตบ้าบออะไรล่ะนิชา  ก็แค่ไปทานข้าวเล็กๆน้อยๆ”  การินลุกเดินไปเลือกเค้กแก้เขิน
“แกคิดเหมือนฉันปะภัท  ว่าเพื่อนเราปากแข็งเนอะ”  นิชาคนนมเย็นในแก้วและมองไปทางการินพร้อมส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ
“งี้แหละปากบอกเกลียดๆ  แต่ใจก็รักเค้า  น่ารัก ตรงไหนเนี่ยไอ้พี่ปออ่ะว่าปะ  รักเข้าไปได้ไง”
“คงจะมีอะไรดีที่เราก็ไม่รู้ล่ะมั้ง” นิชาหัวเราะเบาๆ
 
            เสียงซุบซิบสิ้นสุดลงทันทีที่การินเดินกลับมายังโต๊ะ  เหลือบมองไปเมื่อเห็นสาวสวยเดินเฉิดฉายเข้ามาในร้าน
“พี่ปุยสวัสดีค่ะ”  การินยิ้มกว้างให้กับปุยเพื่อนสาวของยุกิ๊กของชาย
“อ้อ!การิน  มากับใคร”  ปุยยิ้มอย่างเป็นมิตร
“เพื่อนๆค่ะพี่ปุย”
“นึกว่ามากับภูซะอีก”  ปุยยิ้มแซวโดยไม่รู้ว่าหญิงสาวเลิกกับภูแล้ว  การินยิ้มแห้งๆ
“การินเลิกกับพี่ภูแล้วล่ะค่ะ”  การินเดินไปนั่งที่โต๊ะของปุย  ซึ่งปุยมาคนเดียว
“เลิกทำไมอ่ะ  เกิดอะไรขึ้นเนี่ยพี่ไม่เห็นรู้เรื่องเลย  งงว่ะแก อัพเดตหน่อย  นี่ฉันไม่ได้เข้าร้านไปอาทิตย์นึงมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง”  ปุยนั่งเปิดเมนูอาหาร
“การินกลับมาคุยกับพี่ปออ่ะค่ะ  ก็เลยเลิกกับพี่ภู  เพิ่งรู้ตัวว่ารักพี่ปอมากกว่า  การินคุยกับพี่ภูแล้วรู้สึกว่ายังไม่ใช่อ่ะค่ะ”
“อ้อ!  พี่ก็ว่าละ  ตั้งแต่แรกแล้วว่าการินเนี่ยนะจะชอบภู  แล้วภูว่าไงบ้างอ่ะ”
“ก็.......เสียใจมากอยู่ค่ะ  การินโคตรรู้สึกผิดเลยอ่ะ”  การินก้มหน้าหงิก
“ไม่เป็นไรหรอกไอภูมันชินแล้วพี่ว่าอ่ะนะ  ว่าแต่พี่ปอล่ะว่าไง”
“พี่ปอก็....ไม่ค่อยเหมือนเดิมเท่าไหร่  คงเคืองมากอยู่ที่การินเหมือนหยามน้ำหน้าเค้าอ่ะค่ะที่ไปคุยกับพี่ภูที่เป็นน้องเค้า  แต่ก็คุยกันนะ  เนี่ยการินก็รอจะไปทานข้าวกับพี่ปออยู่เลย  ไม่รู้ทำธุระอะไรเสร็จยัง”  การินมองนาฬิกาข้อมืออย่างเป็นกังวล บอกเวลา ทุ่มครึ่ง
“พี่ปอทำไรอยู่ล่ะ”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ  การินไม่ค่อยได้คุยกับเค้าเลย ห่างๆกันไม่ค่อยอยากไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเค้ามาก”
“อืม  ก็ดีแล้ว”  ปุยยิ้มเจื่อนๆเพราะรู้ดีว่าปอเป็นอย่างไร ก่อนที่การินจะกลับมานั่งที่โต๊ะ
 
            หนุ่มใหญ่โทรเข้ามาพอดี  การินรีบรับโทรศัพท์ด้วยความลุกลน
“ค่ะพี่ปอ”
“อืมอยู่ไหนอ่ะเรา”
“อยู่ร้านเบเกอรี่ข้างๆตึกร้านอ่ะค่ะ  พี่ปอล่ะคะ”
“พี่เพิ่งลงมาจากร้านพอดี  ไหนอ่ะ  มาสิ  จะไปทานข้าวที่ไหน”
“ค่ะๆเดี๋ยวการินออกไปเลย”  การินลาปุยและเพื่อนๆ  รีบคว้ากระเป๋าและรีบเดินออกไป
“การิน!!!  เค้กล่ะ”  ภัทร้องเรียกเสียงหลง  พร้อมชี้ขนมเค้กแสนน่ากินที่วางอยู่บนโต๊ะ
“กินไปเลยฝากจ่ายด้วย เดี๋ยวค่อยให้เงินทีหลัง”  การินรีบวิ่งออกจากร้านไปทันที ภัทและนิชารีบละเลงเค้กตรงหน้าทันทีทันใด 
            ปุยเงยหน้าขึ้นจากนิตยสารมองการินซึ่งวิ่งพรวดพราดออกจากร้านไปอย่างรีบร้อนด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ไหนพี่ปอบอกไม่คุยกับการินแล้ว  เอ้อ!!  งงกับเรื่องชาวบ้านจริงๆ”  ปุยพึมพำอย่างไม่เข้าใจ
 
………………………………………………………………………………………………..
 
            การินเดินไปเจอกับปอข้างๆร้านและเดินไปลานจอดรถด้วยกัน
“กินอะไรดี”  ปอดูอารมณ์ไม่ค่อยดี  เดินนำการินไปอย่างเงียบขรึม
 
[…คงกลัวมีใครมาเห็นสินะ  ถึงไม่กล้าเดินข้างๆฉันเลย....]
 
“แล้วแต่พี่ปอแล้วกัน  หรือกินร้านนี้ใกล้ๆ”  การินชี้ไปยังร้านอาหารบรรยากาศดีที่อยู่ซอยใกล้ๆร้าน  ปอหันมองตามแต่ก็สะบัดหน้าไปมา
“ไม่เอาอ่ะ”  ปอเดินอย่างเร่งรีบ  และต้องชะงักเมื่อเจอกับสาวๆกลุ่มหนึ่ง  หนึ่งในนั้น คือ น้องจีน  สาวน้อยที่เคยเป็นเด็กร้านSway  ปอรับไหว้จากสาวๆกลุ่มนั้นและรีบเดินหนีไปอย่างหวั่นๆ  สาวๆมองการินเป็นตาเดียวเมื่อเธอเดินมากับปอ  การินเดินคอตกรีบก้มหน้าก้มตาเดินตามปอไปในทันที
 
[.....ทุกสายตาแต่ละคู่  มองฉันเหมือนฉันเป็นควาย!  อีกแล้ว  พวกเค้าคงไม่รู้สินะว่าฉันรู้ทุกอย่าง  ไม่ชอบสายตาเหล่านี้เลยจริงๆ.....]
 
            ปอออกตัวรถอย่างเร่งรีบ  และมุ่งตรงสู่ถนนใหญ่ด้วยสีหน้าตึงเครียด
“พี่ปอเป็นอะไรไปคะ  ดูเครียดๆนะ”
“ป่าว  จะทานอะไร”  ปอตอบห้วนๆและเย็นชากับการิน
“การินตามใจพี่ปอเลยค่ะ  พี่ปออยากทานอะไร การินก็ทานอย่างนั้นแหละ”  การินหันไปยิ้มกว้างให้ปอ  แต่ปอมีสีหน้าเรียบเฉย  การินจึงไม่กล้าปริปากใดๆอีก
 
            ปอขับรถไกลออกไปจากย่านนั้น  การินได้เพียงสงสัยว่าปอจะไปไกลอีกสักแค่ไหน  เสียงเพลงวิทยุพอทำให้บรรยากาศในรถดูไม่ตึงเครียดนัก  การินหันมองข้างทางป้ายร้านข้าวมันไก่รสเด็ดของภูตั้งตระหง่านในบรรยากาศแสนมืดมิดเพราะเปิดจำหน่ายเฉพาะเวลากลางวัน  ทำเอาเธอนึกถึงวันเก่าๆที่เคยมากินข้าวมันไก่ที่นี่
 
“ทานข้าวมันไก่ร้านนี้ดีกว่ามั้ย  เห็นเค้าว่าอร่อยนะ  เคยมาทานรึป่าว”  ปอพูดเชิงประชดก่อนจะยูเทิร์นรถกลับทันที
“ร้านพี่ภู  การินเคยมาทานครั้งนึง”  การินพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“อื้มจ่ะ  ลืมไป ก็ต้องมาทานร้านแฟนสินะ”  ปอประชดประชันอย่างดุเดือด
            การินนั่งนิ่งสงบสติอารมณ์ไม่ให้สติแตกและชวนปอทะเลาะ  เธออดทนอดกลั้นจนปอขับรถมาจอดหน้าร้านอาหารญี่ปุ่น
 
            บรรยากาศในร้านมีลูกค้าเพียง 3 โต๊ะดูเป็นส่วนตัว ปอยังคงนั่งนิ่งกดมือถือเล่นเกมส์อย่างไม่สนใจการินเลยแม้แต่น้อย
“ทานปลาดิบนะ  ทานได้ปะ”  ปอถามขึ้นเมื่อพนักงานร้านมารับออร์เดอร์
“ได้ค่ะ”  การินตอบสั้นๆด้วยสีหน้าไม่ร่าเริงอย่างก่อนมา
 
            ปอสั่งอาหารมาพร้อมและเล่นเกมส์ในมือถือต่ออย่างมีโลกส่วนตัว  ปล่อยการินนั่งเหม่อมองออกไปนอกร้านผ่านกระจกใส  มองรถวิ่งสวนไปมาอย่างอ่อนใจ
 
“พี่ปอไปทำอะไรบนร้านมาเหรอคะ”  การินเปิดประเด็นชวนปอคุย
“ไปเอาของ”  ปอตอบเสียงเรียบโดยไม่เงยหน้ามองการินแม้แต่น้อย
 
            เมื่ออาหารมาถึงปอก็ลงมือทานอาหารญี่ปุ่นอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่สนใจการินเช่นเดิม  การินนั่งหน้าหงิกคีบปลาดิบเข้าปากไปโดยไม่สบอารมณ์
 
[...ถ้ารู้ว่ามาแล้วเป็นแบบนี้ฉันจะไม่ชวนเค้ามาเลย  กะจะทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นจะได้สะดวกในการหาข้อมูล  แต่พี่ปอกลับทำตัวแบบนี้  คงยาก  มาแบบนี้ฉันมากินคนเดียวก็ได้  มา 2 คนก็เหมือนมากินคนเดียว  เอ้อ!!  นึกขึ้นได้เรื่องพี่กอย  ได้ยินมาว่าพี่กอยไปอยู่อพาร์ทเมนต์พี่ปอ  แล้วทำงานให้พี่ปอด้วย  ลองแกล้งถามกวนๆดูดีกว่า....]
 
“พี่ปอคะ  ถ้าการินจบไปไม่มีงานทำอ่ะ  พี่ปอหางานให้การินทำด้วยนะคะ”  การินยิ้มเจ้าเล่ห์จ้องสีหน้าปอ  ปอยิ้มเจื่อนๆ
“เอาให้จบก่อนเถอะ” ปอกดBB  ไปพลางทานอาหารไปพลาง  การินได้เพียงนั่งเก็บกักอารมณ์โมโหเอาไว้
“จบอยู่แล้วล่ะค่ะ”
 
            อาหารมื้อค่ำยุติลง  ปอขับCAMRYสีขาวเข้าสู่หมู่บ้าน RNGด้วยท่าทางหวั่นๆ  การินนั่งมาในรถไม่พูดไม่จาเพราะรู้ว่าปอจะคงเฉยชา  เมื่อถึงหน้าหอพักของการิน  หญิงสาวโน้มตัวไปหอมแก้มหนุ่มใหญ่อย่างเคยๆ  ปอได้เพียงยิ้มจางๆให้การิน  หญิงสาวเดินลงจากรถไปด้วยสีหน้าขุ่นมัว  หนุ่มใหญ่ขับรถแล่นออกไปในทันที
 
[...เค้าเป็นอะไรของเค้าก็ไม่รู้  เห็นแบบนี้ท่าจะยากสำหรับข้อมูลที่ต้องหา จะต้องทำให้พี่ปอกลับมาวางใจให้ได้  แค่ข้อมูลอีกอย่างเดียวเท่านั้นเอง ฉันจะไม่ไปวุ่นวายกับผู้ชายคนนี้อีกเลย  และรอดูผลที่จะตามมาเท่านั้น....]
 
.........................................................................................................................................
 
 
            สายฝนโปรยปรายในยามเย็นของวันที่สองสาวไปเที่ยวช๊อบปิ้งดูหนังจนหมดตัว  และกลับมาด้วยสภาพที่เปียกปอน
 
“ฝนบ้าอะไรมาตกตอนนี้  เปียกหมดเลยอ่ะ”  ภัทพึมพำเมื่อผลักประตูเข้าร้านเบเกอรี่เจ้าประจำ
“ทานอะไรดีล่ะ  เข้ามาหลบฝนเฉยๆก็น่าเกลียด”  การินนั่งลงบนโซฟาสีขาวพลางหยิบกระดาษมาเช็ดน้ำฝนที่กระเซนไปทั่วเรือนร่าง
“แกทานไปละกัน  ฉันอิ่มมาก”
“ทานเค้กดีกว่า”  การินลุกเดินไปเลือกขนมเค้กในตู้ และบังเอิญเจอกับปุยอีกครั้ง  ปุยนั่งกด BBเพียงลำพังในโต๊ะด้านในสุด
“พี่ปุย  มานั่งคนเดียวอีกแล้วนะคะ”  การินยิ้มกว้างปุยเงยหน้ามามองและยิ้มตอบกลับ
“พี่รอไอ้ยุอ่ะ  ไปดูหนังกับพี่ชายไม่กลับมาสักที  ฝนก็ตกหนัก”
“การินเพิ่งกลับมาจากดูหนังเหมือนกันค่ะ ไปนั่งด้วยกันสิคะพี่ปุย”
 
            การินนั่งคุยเรื่องสัพเพเหระกับปุยและภัทจนฝนเริ่มซา ยุกับชายก็ยังไม่ปรากฏตัว
“แล้วเป็นไงเมื่อวานไปทานข้าวกับพี่ปอที่ไหนล่ะ”  ปุยถามขึ้น
“อ้อ!!  ทานอาหารญี่ปุ่นแถวนี้อ่ะค่ะ  แต่พี่ปอแปลกๆไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา  พี่ปุยรู้มั้ยคะว่าพี่ปอเป็นอะไรไปช่วงนี้”
“ไม่รู้สิ  พี่ปองานยุ่งรึป่าวล่ะช่วงนี้  พี่ก็ไม่ค่อยได้คุยกับพี่ปอเท่าไหร่”
“สงสัยยังโกรธที่การินไปคบกับพี่ภู”
“ว่าแต่กับภูก็ไม่ได้คุยกันเลยเหรอ”
“ก็คุยกันบ้างค่ะ  คุยเอ็ม คุยโทรศัพท์บ้าง  แต่การินบอกพี่ภูว่าเป็นพี่น้องกัน  กลัวพี่ปอจะมาโวยวายอีกว่าการินไม่จบกับพี่ภู”  ปุยพยักหน้ารับฟังพลางมีสีหน้าแปลกใจ
“อืม  อย่างนี้นี่เอง”
“การินกับพี่ปอก็ไม่ค่อยได้คุยกัน  ถ้าการินไม่ไปร้านก็คงไม่เจออ่ะค่ะ  เพราะพี่ปอก็คงต้องจัดสรรเวลาให้ทุกคนทั่วถึง”  การินหน้างอลง ปุยยิ้มพูดไม่ออก
“โอ๊ย! หล่อเนอะ”  ภัทอดกลั้นไม่ไหวด้วยความหมั่นไส้
“หล่อมากอ่ะพี่ปอ  ฮ่าๆ  ลองโทรหาดีกว่าหายไปเลยวันนี้ไม่โทรมาเลย”  การินหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาปอ  ภัทจึงชวนปุยคุยเรื่องขนมเค้กที่แสนอร่อย
 
“อยู่ไหนคะพี่ปอ”  การินยิ้มกว้างเมื่อหนุ่มใหญ่รับโทรศัพท์
“อยู่ร้าน  คุยกับน้องอยู่ มีไร”  แต่น้ำเสียงที่ดูหงุดหงิดทำให้การินหุบยิ้มลง
“ทานข้าวยังคะ”
“ยังไม่หิว  พี่คุยกับน้องอยู่”
“อ้อค่ะๆแค่นี้ล่ะค่ะ”  การินวางสายไปด้วยสีหน้าแปลกใจ
 
            การินลุกพรวดเดินออกไปจากร้านในทันที  ทำให้ภัทกับปุยเกิดความสงสัย  และหญิงสาวเดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“ไปไหนของแกอ่ะ” ภัทถามขึ้น
“ไปดูรถพี่ปอ  ไม่เห็นมี เห็นว่าอยู่บนร้าน พี่ปุยรู้ปะคะว่าบนร้านเค้ามีประชุมไรกันเหรอคะ เห็นพี่ปอบอกคุยกับน้อง”
“ไม่รู้สิ  การินลองขึ้นไปดูสิ”
“ค่ะ เดี๋ยวมานะภัท”  การินเด็กช่างสงสัยรีบเดินออกจากร้านเบเกอรี่และเดินขึ้นตึกโทรมๆไปด้วยใจหวั่นๆ เธอมักจะรู้สึกแย่หากรู้ว่าปอโกหก
 
            ตึกโทรมๆที่ทุกย่างก้าวต้องพึงสังวรณ์ในชีวิต  เพราะไม่รู้ว่าเมื่อใดมันจะถล่มลงมา  สาวน้อยเดินขึ้นไปจนถึงชั้น 2 ด้วยความหอบเหนื่อย แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงตะคอกโฮกฮากที่คุ้นหูของหนุ่มใหญ่
 
“คุณก็พูดมาสิว่าเป็นยังไง ทำไมไม่บอก ผมก็อยากรู้ความจริงเหมือนกัน  ถ้าผมมันเลว ผมมันเห็นแก่ตัวนักก็เลิกกันไปเลย”
 
            สาวน้อยยืนพิงผนังตัวชามือสั่นทำอะไรไม่ถูก  ไม่มีแรงจะขยับเท้าก้าวขึ้นบันไดไปเหมือนถูกสะกดไว้ ณ ที่แห่งนั้น  เสียงปอดังสนั่นตึกจนน่ากลัว
 
[.....ทำไมฉันถึงต้องใจสั่นแบบนี้ด้วย  ก็รู้อยู่ว่าเค้ามีเยอะแยะ  แต่อาการหึงหวงเหล่านี้เค้าไม่เคยมีให้ฉันเลยแม้แต่น้อย  อยากรู้ว่าคนที่เค้าคุยด้วยเป็นใคร.....]
 
 
“บอกมาสิว่าไปเอามาจากไหน  เชื่อแต่คำพูดคนอื่นคำพูดพี่ไม่เคยจะฟัง  ทำไมแอร์ไม่เชื่อพี่บ้าง  อยู่บ้านใช่มั้ยเดี๋ยวพี่ไปหา”
 
            การินตกใจเพราะปอกำลังเดินลงมา  สาวน้อยรีบวิ่งหนีลงจากตึกด้วยความตกใจ  การินวิ่งลงมาจนถึงหน้าร้านเบเกอรี่และหยุดมองไปยังหน้าตึกด้วยความหอบเหนื่อย
 
“น้องแอร์นี่เอง  แคร์แอร์มากเลยสินะ”
 
            ไม่นาน Camryสีขาวก็ขับออกมาจากลานจอดรถด้านหลังตึกและขับผ่านการินซึ่งยืนอยู่ข้างถนนไปอย่างไม่สนใจ  หญิงสาวยืนกำมือแน่นและรวบรวมสติก่อนจะเดินเข้าร้านไปด้วยสีหน้าเย็นชา
 
“ไงการิน  พี่ปอประชุมอยู่รึป่าว”  ปุยถามขึ้น
“ไม่ค่ะ  พี่ปอไปแล้ว”  การินยกแก้วน้ำดื่มจนหมดอย่างรวดเร็ว
“ไปไหนล่ะ”
“พี่ปอไปหาน้องแอร์  การินขึ้นไปได้ยินพี่ปอคุยโทรศัพท์กับน้องแอร์ทะเลาะกันดังมาก  คงจะไปเคลียร์กัน”  การินพูดน้ำเสียงเย็นชาและยิ้มเศร้าๆ
“เยอะเนอะผู้ชายคนนี้”  ภัทส่ายหน้าไปมา  ปุยพูดไม่ออกได้เพียงนั่งยิ้ม
 
            การินเห็นสภาพการขับรถที่รวดเร็วของปอจึงส่งข้อความหาปอด้วยความรู้สึกเป็นห่วงลึกๆ ทั้งที่ในใจก็แค้นเคืองน้อยใจในสิ่งที่เป็น
 
............ขับรถดีๆนะคะ  ใจเย็น  เคลียร์กันให้รู้เรื่องนะ.............
 
            ข้อความถูกส่งไป หนุ่มใหญ่เปิดอ่านข้อความในขณะขับรถเมื่ออ่านจบถึงกับซัดมือถือลงเบาะข้างๆและขับรถไปด้วยความเร็วสูง
 
            การินคุยเล่นไปกับปุยและภัทต่อไปด้วยสีหน้าห่อเหี่ยวจนปุยสังเกตได้
“ไม่ต้องคิดมาก”  ปุยยิ้มปลอบใจ  การินยิ้มกว้างปกปิดความรู้สึก
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ  การินชินแล้วล่ะ  เรื่องของเค้าอ่ะ อยากทำอะไรก็ทำสิทธิ์ของเค้า”
 
            เสียงโทรศัพท์ของการินทำให้บทสนทนาหยุดลง เบอร์ที่โชว์เป็นเบอร์ของปอทำเอาหญิงสาวอุทานเบาๆ
“พี่ปอ!”  การินมือสั่นขึ้นมาด้วยใจหวั่นด้วยลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 184 ท่าน