Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
บทเรียนที่สอง....
37
16/11/2554 14:10:34
373
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 37...บทเรียนที่สอง...
 
...............................................................................................
 
“คุณจะรู้สึกอย่างไรเมื่อเด็กของคุณ  คุยกับคนใกล้ตัวไปพร้อมๆกับคุณ”
 
            หญิงสาวปิดไดอารี่ลงและเก็บไว้ในลิ้นชักตามเดิมอย่างเรียบร้อย  ภายในห้องที่แสนเงียบเหงา  รูมเมทสาวของเธอออกไปเที่ยวกับแฟนหนุ่มอย่างเริงร่า  ปล่อยสาวน้อยการินนั่งเหงาหงอยอยู่ในห้องเพียงลำพัง
 
[……บทเรียนต่อไปฉันอยากให้คุณปอได้รู้สึกถึงการถูกหักหน้า  และถูกหักหลังเหมือนที่เขาเคยทำไว้กับฉัน  การไม่ไว้หน้าทำอะไรไม่คิดถึงความรู้สึกคนอื่นที่เขาชอบกระทำ  วันนี้ฉันจะทำบ้าง  คุณจะได้รับรู้ว่าผู้ถูกกระทำเป็นอย่างไร….]
 

            หญิงสาวคว้ามือถือที่วางอยู่ไม่ไกลมือโทรหาปอทันที

 
“ครับ!!”  ปอรับสายอย่างรวดเร็ว
“ไม่เข้าร้านเหรอคะพี่ปอ”
“ก็กำลังจะไป  มีอะไร”  ปอพูดน้ำเสียงเย็นชา หลังจากการทะเลาะกันเมื่อหลายวันที่ผ่านมา
“การินไปคิดดูแล้วนะ  การินรู้ว่าการินผิดค่ะพี่ปอ  การินวุ่นวายกับพี่มากเกินไป”
“ครับ  แล้วไง”
“การินจะไม่ทำตัววุ่นวาย  การินจะวางตัวดีๆ  ถ้าเป็นแบบนี้พี่ปอจะให้โอกาสการินมั้ยอ่ะคะ  พี่ปอจะสนใจการินมากขึ้นรึป่าว”
“อืม....การิน  ทำไมเราจะต้องตั้งแง่กับพี่ตลอดเลย  ทำไมต้องคิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วต้องได้อย่างนี้  พี่ไม่เข้าใจ”
“การินก็แค่อยากให้พี่ปอสนใจการินมากกว่านี้เท่านั้นเอง”
“ถ้าหากการินทำตัวดีจริงๆทำไมพี่จะไม่สนใจการินล่ะครับ  แต่ตอนนี้การินก็คุยกับน้องพี่  คือ  พี่ไม่ว่าหรอกนะการินจะคุยกับไอภู  ไอเมส  หรือ ไอแท  แต่ก็ต้องรู้ว่าคุยอะไรกันยังไงถ้าคุยกันธรรมดาก็ไม่เป็นไร  แต่ถ้ามันมากกว่านั้นก็คิดให้ดีๆว่าการินควรทำไง”
“การินไม่ได้รักพี่ภู”
“แล้วไปคุยกับมันทำไม”
“ก็ตอนแรกการินชอบพี่ภูมาก  แต่คุยกันไปเรื่อยๆแล้วมันไม่ใช่อ่ะค่ะ  การินก็รอจังหวะจะบอกพี่ภูอยู่”
“ไอภูมันเป็นคนดี  พี่มันไม่ดีหรอกครับการินก็รู้ดี”
“แต่การินรักพี่ปอนี่คะ”  หญิงสาวเบ้หน้าเบ้ตาใส่มือถือ
“หึหึ  เหรอ”  น้ำเสียงปอดูไม่ค่อยเชื่อในคำพูดของการินแม้แต่น้อย
“การินทำใจไม่ได้  เลยต้องโทรมาง้อพี่ปอ  เราเป็นเหมือนเดิมละกันนะคะ”  การินแกล้งทำน้ำเสียงออดอ้อน
“ก็ดูๆกันไปแล้วกัน  เรื่องภูก็ไปจัดการซะ  รู้นะว่าควรทำยังไง”
 

            หญิงสาวแลบลิ้นใส่โทรศัพท์เมื่อวางสายจากปอไปเรียบร้อย

 
[……ฉันรู้หน่าว่าต้องทำไงกับพี่ภู  ไม่ต้องมาสั่งหรอกแต่ฉันคงไม่ได้ทำอย่างที่คุณคิด  ครั้งนี้การินขอเลวแบบเต็มรูปแบบสักครั้งแล้วกัน ….]
 
…………………………………………………………………………………………………
 
            เย็นวันต่อมาหญิงสาวโทรคุยกับปอเป็นปกติ ใจหญิงสาวอยากจะแกล้งปั่นหัวหนุ่มใหญ่แต่เธอหารู้ไม่ว่ามันกลั่นออกมาจากความรู้สึกและความต้องการของเธอ  จนทำให้ปอคิดในใจว่ายังไงซะการินก็ต้องยอมเขาอยู่ดีไม่ว่าจะเป็นยังไง  ปอจึงเชิดหน้าหยิ่งในความภูมิใจของตัวเอง
            หนุ่มภูก็ยังคงโทรหาการินอย่างเป็นปกติโดยที่ไม่รู้เลยว่าหญิงสาวทั้งอึดอัดใจและลำบากใจที่จะต้องคอยโกหกภูต่างๆนานา  แต่เมื่อการินคิดจะแกล้งปอภูจึงตกเป็นแพะรับบาปในเกมส์รักครั้งนี้
 
“การิน  คืนนี้เข้าร้านรึป่าว”  หนุ่มภูโทรหาหญิงสาวในค่ำวันนั้น ในขณะที่หญิงสาวกำลังนอนดูโทรทัศน์อย่างสบายใจ
“เอ่อ!....ไม่แน่ใจอ่ะค่ะ....พี่ภูจะไปเหรอคะ”
“อืม ก็ว่าจะเข้าไปอ่ะ  การินไปปะล่ะ  พี่อยากเจอการิน  เมื่อวานก็ไม่ได้เจอ”
“ค่ะๆ เดี๋ยงการินแวะเข้าไปหานะ  แต่อาจอยู่ไม่นานนะ  ไม่ค่อยสบาย”
“เป็นอะไรไปอีกอ่ะ” 
“ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก  ปวดหัวเฉยๆ  เดี๋ยวแวะไปหานะคะ”
 
เฮ้ยยยยยยย!!!!!
 
            หญิงสาวถอนหายใจยกใหญ่ก่อนจะเอนตัวลงบนเตียงอย่างอ่อนใจ  หญิงสาวหลับตาพริ้มภายในใจคิดกังวลใจถึงเรื่องของภู
 
[……สงสารพี่ภูจังเลย  แต่ฉันยังบอกพี่ภูตอนนี้ไม่ได้ซะแล้วสิ  เหมือนฉันกำลังหลงผิด  เอาความแค้นมาล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่น  แต่....ฉันก็อยากจะปั่นหัวพี่ปอให้เขาได้รู้สึกซะบ้างของการถูกหักหลัง  การินขอโทษนะพี่ภู….]
 
…………………………………………………………………………………………………
 
            หญิงสาวเดินลงจากแท็กซี่หน้าตึกแสนโทรม  สายตาไปสะดุดจับจ้องกับ Camry  สีขาวที่จอดนิ่งอยู่ริมฟุตบาทที่ประจำของหุ้นส่วนใหญ่ของผับ Sway & Hubris  การินรับรู้ได้เลยว่าขึ้นไปบนร้านจะต้องได้พบกับปอ
 
[……ดีเลยเข้าทาง  พี่ปอมาร้านด้วย  ฉันก็จะได้ปั่นหัวพี่ปอให้สุดๆไปเลย…..]
 
            สาวน้อยเร่งฝีเท้าวิ่งขึ้นร้านไปด้วยความหอบเหนื่อย  ผลักประตูเข้าร้าน Swayไปอย่างมั่นใจ  ค่ำคืนนี้มีลูกค้าไม่มากนัก  หญิงสาวมุ่งตรงสู่โต๊ะหน้าบาร์
 
“การิน  มาหาพี่ภูเหรอ”  อายทักทายทันทีที่เห็นหญิงสาวย่างกรายเข้ามาในร้าน การินยิ้มกว้างไม่ตอบใดๆก่อนจะเดินเข้าไปที่โต๊ะประจำของปอ  ภูนั่งอยู่ข้างๆแท  และหนุ่มใหญ่นั่งฝั่งตรงข้ามภู  การินเดินเข้าไปยกมือไหว้ปอในรอบหลายเดือนที่เธอไม่คิดจะไหว้เลย  ปอรับไหว้ห้วนๆอย่างไม่เต็มใจนักก่อนจะหันหลังไปมองบรรยากาศร้านที่ไม่คึกคักนัก
 
            หญิงสาวเข้าไปนั่งเคียงข้างภู  ปอหันเหลือบมองเห็นการินนั่งคุยสนิทสนมกับภูอย่างออกหน้าออกตา หนุ่มใหญ่สีหน้าตึงๆรีบลุกจากเก้าอี้ไปทันที  ไปนั่งที่ลำโพงคนเศร้าที่การินมักจะนั่งบ่อยๆเวลาทำงานเป็นเด็กร้าน  เด็กร้านทุกคนรับรู้ได้ถึงอาการที่ปอเป็นและรู้สึกต่างพากันหันมองมาทางการิน  แต่คนที่รับรู้ได้ดี  คือ  การิน  นั่นเอง
 
[……พี่ปอคงรู้สึกว่าโดนแย่งของของตัวเองไป  รู้สึกเหมือนถูกหักหน้า  นั่งไม่ติดที่เลยสิท่า  แม้เขาจะพยายามเหลือเกินที่จะทำตัวให้เหมือนกับว่ามีความสุขดีไม่คิดอะไร  แต่แววตาที่เผยออกมามัน คือ ความรู้สึกคล้ายๆกับการขายหน้าและโกรธเคืองฉันอย่างมาก   แต่ฉันรู้ว่าเขาไม่มีทางยอมโดนหักหน้าแบบนี้หรอก  แต่ก็ต้องสร้างภาพให้ตัวเองดูดีเข้าไว้ในสายตาน้องๆ  โดยการยอมสละฉันให้กับพี่ภู….]
 
“กินเหล้ามั้ย”  ภูถามการินและตักน้ำแข็งใส่แก้วที่ไม่สู้จะสะอาดนัก  เห็นเป็นรอยคราบเหลืองๆ  การินเห็นแล้วก็ได้เพียงแสยะยิ้ม
“ไม่อ่ะพี่ภู  รู้สึกไม่ค่อยสบายจริงจังมาก”
 
            การินนั่งพูดคุยหยอกล้อกับภูและแทโดยทำเป็นไม่สนใจปอเลยแม้แต่น้อย  ทั้งที่สาวน้อยแอบสังเกตอาการหนุ่มใหญ่ตลอดเวลา  รวมถึงบรรดาเด็กร้านที่เดินผ่านและมองการินด้วยสายตาแปลกๆโดยเฉพาะปิม  ซึ่งมองการินด้วยสีหน้าแบบรับไม่ได้กับสิ่งที่การินทำ
 
[……ใช่!!!  ฉันมันนางวันทอง 2 ใจ  ไม่ต้องมามองด้วยสายตาประนามขนาดนั้น  มองเจ้านายตัวดีของพวกคุณเถอะ  เพราะอะไร ทีพี่ปอมีสาวเป็นโหลถึงมองเป็นเรื่องธรรมดา  และฉันคุยกับผู้ชายทีเดียว 2 คนนี่มันจะผิดร้ายแรงกว่าคุณปอเลยเหรอ  นี่แหละนะสังคมไทย  ฉันไม่ยอมหรอกนะ  ฉันจะทำให้เห็นว่าผู้ชายทำแล้วไม่ผิด  ผู้หญิงทำก็ไม่ผิดเช่นกัน…..]
 
            หนุ่มใหญ่เดินเข้าไปรับโทรศัพท์ในห้องน้ำ  การินจึงเดินตามเข้าไปรอจังหวะปอเดินออกมาหน้าอ่างล้างมือรวม  ปอเดินออกมาล้างมือเห็นการินยืนยิ้มกว้าง  ปอสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้องน้ำทันทีอย่างเย็นชา
 
[……คราวนี้คุณรู้สึกแล้วใช่มั้ย ว่าการต้องทนเห็นคนที่คุยด้วยคุยกับคนอื่นมันเป็นยังไง  และคนอื่นที่ว่าก็เป็นน้องคนสนิทของคุณด้วย…]
 
“พี่ภู  การินอยากกลับแล้วอ่ะ”  การินสีหน้าแย่ลงเมื่อรู้สึกได้ว่าไข้ขึ้นจนรู้สึกตัวร้อนผ่าว  แอร์เย็นในร้านทำให้เธอรู้สึกไม่สบายตัวอย่างมากมาย
“ทำไมรีบกลับอ่ะ  ทำตัวไม่ถูกเหรอ”  ภูถามด้วยสีหน้าคิดมาก
“การินไม่สบายจริงๆ  ไม่เชื่อจับหน้าผากดูสิ”   การินจับมือหนาของภูมาแตะหน้าผากของเธอ  ภาพเหตุการณ์นี้ถูกปอซึ่งยืนพิงอยู่หน้าบาร์จับจ้อง  หนุ่มใหญ่ดื่มเหล้าในแก้วจนหมดและกระแทกวางลงไปบนบาร์เสียงดังจนเด็กร้านที่อยู่ในบาร์ตกใจ
 
ตึก!!!!!
 
            การินถึงกับต้องเหลือบตาไปดูหนุ่มใหญ่ที่เดินหน้าบู้บี้ไปนั่งที่ลำโพงคนเศร้า  โดยมีพรเดินไปนั่งเคียงข้างและแน่นอนคุยกันถึงเรื่องการินและภู
 
“พี่ปอเป็นอะไรพี่”  พรถามปออย่างห่วงใย
“ป่าวนี่”  ปอกด BB  ทำทีเป็นเฉยๆ
“ตกลงพี่เลิกกับการินแล้วใช่ปะ”
“อืม...ก็ต้องเป็นงั้นสิ  ก็การินคุยกับภู  พี่จะไปทำอะไรได้ล่ะพร  เค้าอยากทำอะไรพี่ไม่เคยว่าอยู่แล้ว มันก็แสดงให้พี่เห็นได้ชัดเจนว่าการินไม่ได้รักพี่  พี่ก็ไม่จำเป็นต้องแคร์”  ปอกดBB ต่ออย่างไม่สนใจพรอีก  พรมองไปยังภูและการินที่โต๊ะ
 
“ไปสิพี่ขับมอไซด์ไปส่ง”  ภูเดินนำออกจากร้านไป
 
[……ฉันรู้ว่าฉันทำไม่ดีกับพี่ภูมาก  เหมือนฉันกำลังหลอกเขาในส่วนเรื่องความรู้สึกรัก  แต่ความจริงใจและทุกการกระทำฉันไม่ได้หลอกลวงเลย  ความรู้สึกดีๆมันก็ยังคงอยู่  หากสักวันที่พี่ภูรู้ความจริง  ชายที่แสนดีตรงหน้าฉันจะต้องกลายเป็นคนที่เกลียดฉันมากที่สุดแน่นอน….]
 
“พี่กลับไปร้าน  พี่ปอแซวแน่เลย”  ภูพูดปนขำในขณะขับมอไซด์
“เขาจะแซวด้วยเหรอ  แสดงว่าเขายินดีกับเรามั้งคะ” แต่หญิงสาวกลับสีหน้าหมองลงไป
 
            ถึงหอของการินโดยสวัสดิภาพ  ภูจอดมอไซด์และเดินมาส่งหญิงสาวที่ประตูหอพัก  หนุ่มซื่อจับมือหญิงสาวไว้มั่นด้วยมืออวบหนาที่แสนอุ่น
“พักผ่อนนะ  พี่เป็นห่วง”
“มันแน่อยู่แล้ว การินขึ้นห้องล่ะนะ  พี่ภูขับรถกลับดีๆล่ะ”  การินชักมือออกจากมือภูและเนียนเป็นโบกมือก่อนจะรีบขึ้นหอไปทันที
 
[……การินขอโทษนะพี่ภู  ...ขอโทษจริงๆ…]
 
            หนุ่มภูมองหญิงสาวเดินขึ้นหอลับตาไปด้วยสีหน้าหม่นหมอง  เขารับรู้ได้ดีถึงอาการที่การินแสดงออก  เพียงแต่เขาไม่กล้าถามความจริงเท่านั้นเอง หนุ่มซื่อกลัวจะต้องสูญเสียการินไป
 
“ฮัลโหล!!!!”  หญิงสาวถึงห้องเธอรีบโทรป่วนปอทันที ปอรับสายด้วยเสียงขุ่นเคือง
“ร้านปิดแล้วเหรอคะ  เห็นเงียบๆ”
“อืม”  ปอตอบสั้นๆ  การินรับรู้ดีว่าปอไม่พอใจ
“ก่อนกลับบ้านมารับด้วยนะคะ อยากไปหา”  การินแสร้งทำเสียงออดอ้อน
“เหรอ!!!”  ปอยังคงทำเสียงเย็นชา     “ทำแบบนี้ทำไม” ปอยิงคำถามจนการินจุกอก
“ทำอะไรเหรอคะ”
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องหน่า  จะเอาไงกันแน่”
“ก็การินบอกไปแล้วว่าการินยังหาโอกาสบอกเลิกพี่ภูไม่ได้นี่คะ  การินพยายามอยู่”
“เลิกทำไมเป็นอะไรกัน  บอกแล้วว่าคุยอ่ะคุยได้  แต่คุยแบบไหนก็ว่ากันไปสิ  อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้สิการิน  ภูมันน้องพี่  พี่รู้ทุกอย่าง  ถ้าจะคุยกับมันก็คุยไปก็ไม่ต้องคุยกับพี่สิ”
“ใจเย็นสิคะพี่ปอ  การินขอเวลาหน่อยนะ  นะคะ”  การินใช้มารยาที่มีออดอ้อนหนุ่มใหญ่จนสุดฝีมือ
“การินรักพี่ปอนะคะ  การินทนไม่ได้หรอกถ้าจะต้องเลิกกับพี่ไป  มารับการินนะคะหลังร้านปิด”
“อืม  จะไปกินต่อร้านชิวๆแถวหมู่บ้านการิน  ไปกับพวกไอภูนี่แหละ”  ปอพูดเสียงอ่อนลง
“พี่ภูไปด้วยเหรอคะ”หญิงสาวเผลอน้ำเสียงตกใจหลุดไป
“ไปสิ  นี่มันก็อยู่ คุยมั้ยล่ะ”  ปอประชดประชัน  หญิงสาวใจหายวูบวาบกลัวภูจะได้ยินและรู้ว่าเธอโทรหาปอ
“ไม่อ่ะค่ะ  เอาเป็นว่าเลิกกินแล้วโทรมานะคะ”
“อืม”
 
            หญิงสาวอาบน้ำและมานอนแผ่กายลงบนเตียงรอการโทรมาของปอ  แต่แล้วเธอก็เผลอหลับไปในทันที
 
…………………………………………………………………………………………………
 
ติดด   ตี่  ติดๆๆ  ติด   
 
            หญิงสาวสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงมือถือร้องลั่น  หญิงสาวความหามือถือที่วางไว้สักแห่งบนเตียง  เธอคาดหวังว่าเป็นหนุ่มใหญ่แต่กลับเป็น....
 
“ฮัลโหลพี่ภูว่าไง”
“พี่กลับมาบ้านแล้วนะ  ไปกินต่อกับพี่ปอแล้วพวกไอเมสที่ร้านชิวๆมาน่ะ”
“อ้อ ค่ะพี่  การินนอนไปแล้ว”  หญิงสาวตกใจที่เธอหลับไปเพราะนัดกับปอไว้เมื่อดูนาฬิกาบอกเวลา ตี 5 แล้ว
“อืมจ่ะ  การินนอนเถอะ”
“เออ...แล้วพวกพี่เมสพี่ปอกลับกันแล้วเหรอคะ”
“อืม  กลับกันหมดแล้ว  ทำไมเหรอ”
“ป่าวค่ะ  ถามเฉยๆ”
 
            หนุ่มภูวางสายไปทันใดสาวน้อยรีบโทรหาปอในทันที  แต่ผลก็คือ  ปอไม่รับสายเลยแม้แต่น้อย  ไม่ว่าจะโทรไปกี่ครั้งก็ตาม
 
[……สงสัยจะมีสาวเข้า  ช่างเถอะไว้ปั่นหัวพรุ่งนี้ต่อ…]
 
…………………………………………………………………………………………………
 
            เย็นของวันที่หญิงสาวสะสางงานที่ล้นมือจนเสร็จเรียบร้อย  เธอพอได้มีเวลาว่างที่จะป่วนชีวิตปออย่างต่อเนื่อง
 
“ฮัลโหลพี่ปอคะ  เมื่อวานไม่รับโทรศัพท์การินล่ะคะ”  หญิงสาวนั่งตากลมตรงระเบียงห้อง
“พอดีกินกันจนเช้าอ่ะ”  ปอโกหกหญิงสาวอีกครั้ง
“จริงเหรอเนี่ย  กินจนเช้าเลย  อืม!!!  แล้วการินโทรไปทำไมไม่รับล่ะคะ”  การินทำเป็นไม่รู้เรื่อง
“ที่เราโทรมาพี่รับไม่ได้  ภูก็อยู่  จะให้รับได้ไง”
“พี่ภูอยู่งั้นหรอคะ  อ้อ!!  แล้วนี่อยู่ไหนคะ”
 
[……โกหกเก่งนะเนี่ย  แต่ขอโทษฉันรู้มาจากพี่ภูว่าเลิกกินกันตั้งแต่ตี 5 และที่ฉันโทรไปก็หลังจาก ตี 5 พี่ภูกลับบ้านแล้วเหอะ  พี่ภูไม่โกหกฉันอยู่แล้ว  แต่คนที่โกหกก็ไม่ต้องสืบ  หน้าด้านเนอะคนเรา !!…..]
 
“ขับรถ  พาแม่ไปซื้อของ”
“อ้อ!!  อยู่กับคุณแม่เหรอคะเนี่ย  วันนี้ว่างมั้ย  ไปทานข้าวเย็นกัน”   การินทำเสียงใส
“พอเหอะการิน!!”  ปอตอบเสียงเข้ม  การินเปลี่ยนสีหน้าในทันที
“เอ่อ!!  อะไรคะ  การินไม่เข้าใจ”
“เลิกทำแบบนี้เหอะการิน  พี่ว่ามันทุเรศ!!!  ถ้าการินจะคุยกับไอภูก็คุยไปเลย  ไม่ต้องมาคุยกับพี่หรอกครับ  พี่ว่ามันตลกว่ะการิน  การินคุยกับพี่  การินคุยกับไอภู  แล้วไอภูมันน้องพี่  มันทุเรศว่ะ”
 
[……แหม!!!   ทีคุณคุยกับผู้หญิง  10  กว่าคนนี่ไม่ทุเรศเลยนะ  และที่รู้มานี่เพื่อนพี่แบงคุณก็ยังจะไปมีอะไรด้วยได้ลงคอ  ฉันว่าทุเรศยิ่งกว่าอีก  ควรจะด่าตัวเองก่อนที่จะมาด่าคนอื่นนะ….]
 
“เอ่อ  แต่การินก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้นะคะพี่ปอ”
“คนอื่นจะมองไงอ่ะการิน  คนอย่างพี่นะเว้ย!!  ไม่เคยเป็นรองใครอยู่แล้ว และคนที่คุยกับพี่ทุกคนต้องคุยกับพี่คนเดียว  ถ้ามีคนอื่นก็ไม่ต้องมาคุยกับพี่เลย  ไปเถอะ  ไอภูมันดีกว่าพี่เยอะ  พี่มันแย่!!  การินก็รู้ว่าพี่มันไม่ดี  ก็ขอให้มีความสุขนะกับไอภูอ่ะ”
“ไม่นะพี่ปอ  การินจะเลือกพี่ปอ” หญิงสาวเสียงสั่น
“เลือกพี่ก็เลิกกับไอภูสิ  คุยกันยังไงให้มันชัดเจนสิ  พี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าไอภูมันกล้าคุยกับการินได้ไง  ถ้าไม่ไปจัดการให้ชัดเจนเราก็ไม่ต้องคุยกันหรอก  ทุเรศ!!!”
 
            หญิงสาวถึงกับอยากกรี๊ดลั่นหอเมื่อถูกปอต่อว่าซะยับเยิน  เธอรู้สึกเหมือนปอเดาเกมส์เธอทันและเธอพ่ายแพ้  และไม่มีทางที่เธอจะยอมแพ้อย่างแน่นอน  ยังมีหลายสิ่งที่เธออยากให้ปอได้รู้สึกตัว
 
[……น่าโมโหจริงๆเลย  ทีตัวเองทำไม่เคยผิด  คนอื่นทำล่ะด่าซะยับเยินเลยนะ  โธ่!! เอ๊ย  ได้ข่าวว่ายอมพี่แบงกับน้องแอร์ยิ่งกว่าอะไร  เห็นแก่ตัวมากไปปะที่บอกว่า  “คนที่คุยกับพี่ต้องคุยกับพี่คนเดียว”  แล้วตัวเองก็คุยเป็นสิบ  คุณนั่นแหละที่ทำตัวทุเรศ  คุณแม่พี่ปอนั่งฟังข้างๆนี่ไม่รู้สึกกระดากหูในการกระทำของลูกชายตัวเองบ้างเลยหรือยังไงนะ  ไม่เข้าใจเลย  ฉันไม่ยอมหรอก   ....ทำไมถึงรู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้  ฉันเริ่มอ่อนแอให้กับผู้ชายคนนี้อีกแล้วเหรอ…]
 
หญิงสาวปาดน้ำตาที่ใกล้จะไหลได้ทันท่วงทีก่อนที่มันจะรินออกจากตาแสดงความอ่อนแอจากภายในจิตใจที่ต่อต้านกับสิ่งที่เธอกำลังคิดจะทำ 
 
.........................................................................................................................................
 
            ในค่ำคืนที่แสนเหงาหญิงสาวนอนเล่นบนเตียงอยู่ในห้องของยูเพื่อนสาวที่เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น  ยูนั่งเล่น MSN  กับหนุ่มๆอย่างอารมณ์ดี
 
“การิน  ทำไมวันนี้ไม่ไปหาที่รักแกล่ะ”  ยูหยอกขึ้นมาเมื่อเห็นการินนอนเล่น BB  ของยู
“ใคร!  พี่ภูเหรอ”
“ก็ทั้งพี่ภู  พี่ปอนั่นแหละ”
“ไม่อ่ะ  พี่ภูอยู่ร้านนั่นแหละ  แต่ฉันไม่อยากไปให้ความหวังเขามากไปกว่านี้  ส่วนพี่ปอก็โกรธฉันอยู่  ช่างเหอะ”
“อ้าว!!  พี่ปอโกรธแกเรื่องอะไรวะ”
“ก็ที่ฉันคุยกับพี่ภูนี่แหละ  ก็ดีจะได้รู้สึกบ้าง  ทีเขามีคนอื่นเป็นสิบไม่เคยสนใจความรู้สึกของผู้หญิงเหล่านั้นเลย”
“แหม  แกก็เสียใจนี่ฉันรู้”
“บ้า!!  จะไปเสียใจทำไมกัน  เฉยๆว่ะ”
“ไม่จริงอ่ะฉันรู้ว่าแกรักพี่ปอ  ฉันดูออก”
“ฉันรักพี่โจคนเดียวว่ะยู  แกอย่ามามั่วหน่อยเลย”
“แน่ใจ”  ยูเข้ามาชี้หน้าการินจนการินต้องหลบสายตา   “แกก็ง้อพี่ปอดิวะ  เขาคงไม่ใจแข็งหรอกมั้ง  คนเคยรักกัน”
“แกนี่ท่าจะฟังฉันไม่รู้เรื่อง  ฉันเคยเล่าเรื่องพี่ปอให้แกฟังตั้งเยอะ  แกก็น่าจะรู้ว่าพี่ปอเขาไม่ได้รักฉันเลย  และฉันก็ไม่ได้รักเขาเลยด้วยเช่นกัน”
“ถ้าไม่รักไม่ผูกพัน เขาก็ไม่มารับแกที่หอบ่อยๆหรอก  ก็แกบอกเองว่าเขามีสาวเยอะ  ไม่เห็นต้องง้อแกเลยจริงปะ”
“ก็แค่...มีประโยชน์ตอนที่ต้องการระบายอารมณ์เท่านั้น  นี่ฉันพูดตรงๆเลยนะเว่ย!!  เพราะเขาเป็นคนแบบนี้แหละฉันถึงแค้นมาก  แต่ว่า....พี่ปอต้องใจอ่อนแน่ถ้าถูกง้อมากๆ  และแลกกับสิ่งที่ต้องการ”
“อะไรคือสิ่งที่ต้องการ” ยูขมวดคิ้วทันทีกลับไปนั่งคุย MSNที่โต๊ะทำงานข้างเตียง
“ช่างมันเถอะ  เงียบๆนะจะโทรหาพี่ปอ  ยืมมือถือโทรหน่อยนะ  กลัวว่าถ้าเป็นเบอร์ฉันเขาจะไม่รับ”
“เอาเลย  เต็มที่ เพื่อน”
 
            หญิงสาวโทรหาปอทันที  โดยยึดหลักว่าน้ำเซาะฝั่งยังไงสักวันฝั่งก็ย่อมทลายลงอย่างแน่นอน
 
“ฮัลโหล ครับ!!”  เสียงอันเคร่งขรึมของปอลอดผ่านสาย  มีเสียงเพลงในร้านดังแว่วมา  รับรู้ได้ทันทีว่าปออยู่บนร้าน
“พี่ปอคะ  นี่การินนะคะ”
“อ่อ!!  อืม”  เสียงปอเคร่งขรึมมากกว่าเดิม
“พี่ปอจะไม่คุยกับการินแล้วจริงๆเหรอคะ”  การินส่งเสียงอ้อนวรร้องขอ
“ก็คุยนี่ไงครับ”
“พี่ปอไม่โกรธการินแล้วเหรอคะ”
“พี่ต้องโกรธด้วยเหรอ  ไม่จำเป็นต้องโกรธนี่  การินมีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้”
“งั้นเราคุยกันเหมือนเดิมนะคะ  การินคิดถึงพี่ปอมากเลย การินจะทำตัวให้ดีขึ้น”  หญิงสาวแลบลิ้นทำทีท่าจะอ๊วก!!
“ครับ  ก็คุยอยู่นี่ไงล่ะ”  ปอพูดเสียงอ่อนลง
“หลังเลิกร้านการินไปหานะคะพี่ปอ”
“เดี๋ยวพี่จะกลับบ้านแล้ว  พรุ่งนี้พี่จะไปลาวกับแม่”
“อ้อ!!  งั้นแวะมารับการินด้วยได้มั้ยคะ  อยากเจอพี่ปอมากเลยค่ะ”
“อืม  เดี๋ยวสักพักนะ”
 
[……แปลกจัง  ทำไมมันง่ายแบบนี้ล่ะ  เมื่อวานยังเกรี๊ยดกราดใส่ฉันอยู่เลย  แล้ววันนี้อะไรเนี่ย  รู้สึกได้ขึ้นมาทันทีเลยว่า  เมื่อวานเป็นการสร้างสถานการณ์ให้คุณแม่ของพี่ปอเห็นว่าฉันมันแย่  บางทีฉันคิดมากไปเองก็ได้…..]
 
“เป็นไงบ้างล่ะ  ดีกันยัง”  ยูถามขึ้นทันที
“ดีแหละมั้ง  แต่ดีง่ายมากเลยอ่ะ  งง”  การินเกาหัวหงิกๆก่อนจะนอนลงเล่น BB ของยู คุยกับนิชาต่อไป
“เออ...ยูแกแอดเมลล์พี่ปอไว้หน่อยดิออนไว้ใน BB  เวลาเขาออน ฉันจะได้ถามแกได้ว่าเขาออนรึป่าว  พี่ปอก็ใช้ BB“
“ได้ๆแอดเมลล์เขาไปสิ”
 
…………………………………………………………………………………………………
 
            การินไว้ใจยูมากและลืมเรื่องราวในอดีตไปหมดสิ้นเกี่ยวกับสิ่งไม่ดีที่ยูเคยทำไว้  ไม่นานปอก็ขับรถคู่ใจมารับการินไปบ้านของเขา  หญิงสาวเข้ากอดหนุ่มใหญ่และหอมแก้มทันทีขึ้นไปบนรถด้วยเจตนาจะทำให้ปอตายใจ
 
“ว่าไงครับ  มีอะไรให้รับใช้”  ปอเดินนำเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี 
“คิดถึงจัง”  การินยิ้มกว้างพลางกอดเอวหนุ่มใหญ่ซึ่งกำลังเรียงเอกสารที่ซ้อนกันอย่างไม่เป็นระเบียบบนโต๊ะทำงาน
 
“รายชื่อหุ้นส่วนร้าน”
 
            สายตาอันฉับไวของหญิงสาวมองไปเห็นเอกสารที่การินไม่เคยเห็นทำเอาเธอสนใจจนไม่ได้ฟังปอพูด
 
“ว่าไงการิน  จะกินอะไรมั้ย”  ปอถามย้ำอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าไปในครัว
“ไม่อ่ะค่ะ”  การินรีบกลอกสายตาดูรายชื่อและจดจำไว้  จนปอเดินออกมาจากครัว  หนุ่มใหญ่คล้องคอหญิงสาวขึ้นชั้นสอง  โดยหญิงสาวถึงกับเหลียวหลังมองเอกสารเหล่านั้นอย่างน่าเสียดาย
 
            แน่นอนว่าการินต้องไม่พลาดที่จะเก็บเกี่ยวเอกสารนี้ติดตัวกลับแน่นอน   หญิงสาวต้องกลายเป็นหมอนวดเจ้าประจำเหยียบหลังให้หนุ่มใหญ่เป็นชั่วโมง  เธอต้องจำใจเหยียบไปไม่มีปริปากบ่น  ทั้งที่แต่ก่อนมักจะบ่นเหนื่อยบ้างล่ะ  ปวดขาบ้างล่ะ  ช่วงนี้เป็นช่วงโปรโมชั่นที่การินจัดให้อย่างสมบูรณ์แบบ
 
“ว่าไงเรื่องออกแบบร้านข้างล่าง”  ปอเปิดประเด็น  นี่เป็นเหตุผลที่ปอยอมให้การินมาหา
“การินลองถามเพื่อนๆแล้วล่ะค่ะ  ก็มีเพื่อนสนใจนะ  แล้วพี่ปอต้องการร้านแบบไหนคะ  จะได้บอกเพื่อนถูก”  การินย่ำเหยียบไปทั่วร่างหนุ่มใหญ่
“ที่พี่คิดเอาไว้  พี่อยากได้บรรยากาศร้านนั่งชิวๆอ่ะ  มีดูบอลได้  นั่งดูดบารากุ  แนวตกแต่งก็อยากแต่งแบบไม้เก่าๆ  เอาไม้เก่ามาแต่งผนังคล้ายๆร้านอัมพวาน่ะ  แล้วเก้าอี้แนวย้อนยุคนิดๆ  อะไรประมาณนี้  แล้วก็จะมีโต๊ะพลูด้วยโต๊ะนึง”
“รีบทำปะคะ”
“ก็รีบนะ  เร็วได้ยิ่งดีเพราะตอนนี้พี่ก็เช่าชั้นสองนั้นไว้เปล่าๆไม่ได้ทำไรเลย  ไงก็ติดต่อเพื่อนเร็วๆหน่อยละกัน  ส่วนเรื่องค่าตอบแทนก็เลี้ยงเหล้าอะไรก็ว่ากันไป  จริงๆพี่อยากได้งานนักศึกษาไงมันใหม่ดี  พวกเราได้ฝึกกันด้วย”
 
[……เร่งขนาดนี้น่าแกล้งที่สุดเลย  คิดเหรอว่าจะมีร้านนี้เกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  ไม่มีทางหรอก  จริงๆฉันไม่ได้ไปบอกใครเลยด้วยซ้ำ  ไว้ใจคนผิดล่ะมั้งคุณปอ  รู้ทันอยู่หรอกว่าจะหลอกใช้  คนงกอย่างคุณสามารถทำทุกอย่างที่ประหยัดสุดๆได้ทุกทางอยู่แล้ว….]
 
            สุดท้ายหญิงสาวก็ต้องแลกมิตรภาพที่ไม่ควรจะแลกกับสิ่งที่ปอต้องการ  แต่การินก็ทำใจไว้ล่วงหน้าแล้ว
 
“เราเป็นเหมือนเดิมนะคะ”  การินซุกตัวในอ้อมแขนของหนุ่มใหญ่ซึ่งนอนดูรายการทีวีอย่างอารมณ์ดี
“ไปเคลียร์กับภูให้มันรู้เรื่องก่อนไป  พี่ไม่อยากมีปัญหากับน้อง”
“ได้ค่ะ  การินจะหาโอกาสบอกพี่ภูให้เร็วที่สุดนะคะ”  หญิงสาวเข้าหอมแก้มหนุ่มใหญ่และสวมกอดไว้แน่น  รอให้ปอหลับเพื่อเอกสารที่เธอต้องการไปขโมยซึ่งอยู่ชั้นล่างแต่ว่า.....
“เดี๋ยววันนี้การินค้างไม่ได้นะ  พี่ต้องออกจากนี่เช้า  เดี๋ยวแม่พี่เข้ามาบ้านนี้ตอนเช้า”
“โธ่!!  การินไม่อยากกลับเลย  อยากอยู่กับพี่ปอต่อ”
 
[……ซวยจริงๆเลย  อดเลยไงล่ะเอกสารนั่นน่ะ  เอาเป็นว่าครั้งหน้าต้องมาเอาให้ได้เลย  เพราะมันมีประโยชน์มากทีเดียว…..]
 
“พี่ไม่ไปส่งนะ  ง่วงนอนมาก  พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าด้วย”  ปอพูดเสียงเรียบเฉย  การินควันออกหูทันทีแต่ก็ระงับอารมณ์ฉุนไว้สุดใจ
“ค่ะ  การินกลับเองได้”
 
[……ฝากไว้ก่อนเถอะนะ  ให้ถึงวันนั้นแล้วคุณจะรู้สึก  อดทนไว้การิน….]
 
…………………………………………………………………………………………………
 
            หนุ่มใหญ่เดินทางไปลาวกับแม่  ส่วนหญิงสาวก็ยังคงไปร้านดังเช่นทุกวัน   ยูเป็นเพื่อนที่การินไว้ใจที่สุดในขณะนี้ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา  และไปร้านHubris ดื่มด่ำเบียร์กับหญิงสาวอย่างเพลิดเพลินใจในค่ำคืนที่แสนว่าง  ปรากฏว่าสองสาวเมาไม่เป็นท่า   การินจึงเข้าขอความช่วยเหลือจากภู รบกวนให้ขับมอไซด์ของยูไปส่งที่หอ
“พี่ภูนอนค้างกับการินเลย ไม่ต้องกลับหรอก”  ยูพูดด้วยอาการเมาเมื่อภูขับมาส่งถึงหน้าหอ   การินหน้าแดงกร่ำ
“บ้าสิ   เอ่อ!!!  พี่ภู  อย่าไปฟังยูเลยนะยูมันเมา”   การินยิ้มเจื่อนๆ
“อืม  ไม่เป็นไรหรอก”  ภูหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี
“ฉันเข้าไปนอนแล้วนะ  ฝันดีนะการิน  พี่ภูนอนกับการินนะ”   ยูเดินยิ้มแก้มปริเข้าหอพักของเธอไปอย่างไม่สนใจหญิงสาวที่ทำตัวไม่ถูก
 
            การินและภูยืนเก้ๆกังๆอยู่หน้าหอยู   หนุ่มภูปฏิเสธหญิงสาวเมื่อ  การินออกปากขับมอไซด์ไปส่ง
“ไม่ต้องหรอก  เดี๋ยวก็มีแท็กซี่เข้ามา   การินกลับขึ้นห้องไปนอนเถอะไป”  ภูและการินเดินออกมาหน้าหมู่บ้าน
“การินยังไม่ง่วงเลย  ขอบคุณพี่ภูมากเลยนะที่มาส่ง  ลำบากพี่อีก  นี่ถ้าอีก  5  นาทีไม่มีแท็กซี่  การินจะขับมอไซด์ไปส่งจริงๆด้วย”
“ไม่เป็นไรหรอก  แต่ว่าพี่อยากเข้าห้องน้ำมากเลยตอนนี้ไม่มีรถเลยเหรอเนี่ย”   ภูมองซ้ายมองขวาก็ไม่มีรถแท็กซี่เข้ามาในหมู่บ้าน  RNG  เลยlyd8yo
“งั้นไปเข้าห้องน้ำห้องการินก็ได้นะ  มายืนอั้นไว้ทำไม  เดี๋ยวก็เป็นนิ่วหรอก”
“ไม่เป็นไร  เดี๋ยวพี่ไปเข้าที่ร้านดีกว่า”  ภูยิ้มอย่างอบอุ่น  หญิงสาวน้ำตาซึมกับผู้ชายคนนี้อีกครั้ง
 
[……พี่ภูดีกับฉันมาก  และยังแสดงความเป็นสุภาพบุรุษอีก  แต่ฉันกลับโกหกหลอกลวงเขาตลอดเวลา  ฉันทำให้ผู้ชายคนนี้เสียใจไปถึงเมื่อไหร่กัน  เขาควรได้ไปเจอคนที่ดีกว่าฉัน  หากไม่บอกวันนี้สักวันก็ต้องบอก  ยิ่งนานเข้าพี่ภูอาจจะรู้สึกดีกับฉันไปมากกว่านี้  ฉันบอกความจริงกับเขาไปเลยดีกว่า…]
 
“พี่ภู  การินมีเรื่องอยากบอก”   การินตัดใจพูดออกไป  หนุ่มซื่อหันมองหญิงสาวแววตาเป็นประกายของความสนใจ
“อืม...บอกว่า.....”  ภูหันมองหน้าสาวน้อยอย่างตั้งใจ
“คือว่า...........  อืม.......จริงๆแล้ว...”
“แท็กซี่มาแล้ว”  ภูพูดขึ้น  การินชะงักการสารภาพหันมองแท็กซี่ที่ขับเข้ามาขัดจังหวะ
“การิน  เดี๋ยวพี่โทรหานะ  พี่รีบ ปวดท้อง ฮ่าๆ ถึงร้านเดี๋ยวพี่โทรหาเลย”  ภูกระโดดขึ้นรถแท็กซี่ไปทันทีอย่างรีบร้อน
“เอ่อ....ค่ะ”   หญิงสาวยืนเอ๋อ  โบกมือลามองแท็กซี่ขับไปไกลลับตา
 
[……ให้ตายสิ  !!   แล้วเมื่อไหร่จะได้บอกล่ะเนี่ย  ฉันต้องเป็นคนเลวไปอีกนานแค่ไหนกันก็ไม่รู้  โอกาสหน้าแล้วกัน……]
 
            หญิงสาวกลับห้องไปอย่างอ่อนล้าและง่วงนอน  กระโดดลงเตียงและหลับใหลไปโดยง่าย  เพียงลืมไปว่าภูจะโทรมา  มือถือเจ้ากรรมกลับแบตหมด  หนุ่มภูกระหน่ำโทรหาหญิงสาวอย่างกังวลใจ  แต่โทรสักกี่รอบก็ไม่มีทางติดต่อได้
 
.........................................................................................................................................
 
“อยากกินเหล้าอ่ะ”
 
            นิชาบ่นขึ้นในโต๊ะที่มีการินและภัทนั่งหน้าเครียดในการคิดงานที่ต้องส่งให้ทันในเวลา 4 โมงเย็น ภายในห้องสมุดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
“อารมณ์ไหนเนี่ยนิชา”  การินเงยหน้าจากงานที่ล้นมือตรงหน้า ถามเพื่อนสาวด้วยสีหน้าฉงน
“เซงอ่ะ  ทะเลาะกับแฟน  อยากเมา” นิชาหน้าบึ้งตึง กด BB ด้วยความเซง
“Hubris ละกัน”  การินตัดบทและก้มหน้าก้มตาทำงานต่ออย่างตั้งอกตั้งใจ
“ไม่เอาอ่ะ  เบื่อแล้วHubrisไปที่อื่นบ้างได้มั้ย”   ภัทออกความเห็นทันที
“นั่นดิ  เข้าเมืองกัน”   นิชาเสนอ  ภัทยิ้มกว้างอย่างเห็นด้วย
“ไม่มีเงินแล้วเหอะ  เดือนนี้ใช้เงินเยอะมาก  เดี๋ยวก็ต้องจ่ายค่าโปรเจ๊กห้องอีกนะ”   การินรีบท้วง
“นั่นดิเงินหมดเหมือนกัน  ไปไหนดีอ่ะ  ที่ไม่ใช่Sway & Hubris”  นิชาพึมพำอย่างสิ้นหวัง
“ไป Flib มั้ย   ตรงข้ามห้างอ่ะ”   ภัทเสนอ
“ไม่เคยไปเลย  ไปกันๆ”  การินเริงร่าทันที  สามสาวยิ้มแก้มป่อง  ตื่นเต้นกับปาร์ตี้ผับใหม่ที่ไม่เคยไปเลยสักครั้งในค่ำคืนนี้
 
.........................................................................................................................................
 
            บรรยากาศแปลกใหม่ของผับ Flib  และผู้คนที่ไม่คุ้นเคย  ทำเอา 3 สาวต่างตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใหม่  สภาพผับดูกว้างขวางใหญ่โตในระดับหนึ่ง  ลูกค้าแน่นร้าน  มีการ์ดตรวจบัตรประชาชนอย่างจริงจังด้านหน้า  เพลงที่ไม่คุ้นหูทำเอาการินเต้นไม่ออกนัก  แต่ก็พยายามโยกย้ายไปมาตามดีกรีความเมา  ดูเหมือนว่า 3 สาวจะแต่งตัวหรูหราเกินกว่าสภาพร้าน จึงเป็นที่จับตามองของหนุ่มใหญ่มากมาย  ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหนุ่มวัยทำงานและสาววัยทำงานซะส่วนใหญ่  การินจึงละสายตาจากหนุ่มใหญ่เหล่านั้นและตั้งหน้าตั้งตาดื่มเหล้าในมืออย่างไม่มีขาด
 
“ก็ดีนะ  แต่คนเที่ยวนี่ทำไมมีแต่แก่ๆวะแก”  ภัทบ่นขึ้น
“หนุ่มๆก็มีนะ  แต่อาจอยู่ในมุมมืด  เราอาจมองไม่เห็น”  นิชาพยายามทำสายตาแบ๊วสอดส่ายไปทั่วร้าน
“ช่างสิ  เราก็เมากันดีกว่า  แต่ฉันชอบอยู่อย่างนึง”  การินชูแก้วชน  และเพื่อนสาวทั้งสองก็ชูขึ้นชนอย่างต่อเนื่อง
“อะไรอ่ะ”  นิชาหันมาถาม
“ห้องน้ำสะอาดมาก  ฉันปลื้มห้องน้ำที่สุดแล้ว”  การินยิ้มหน้าแดง  เพราะเธอเริ่มเมา
“งั้นแกก็เอาเหล้าเข้าไปกินในห้องน้ำดิ  ชอบมากก็นะ”  ภัทกวนการิน  หญิงสาวจึงมองตาขวางใส่
 
            สาวน้อยการินเริงร่าในสถานที่แปลกใหม่ด้วยความสนุกสนาน  หนุ่มใหญ่วัยทำงานโต๊ะข้างๆมาขอชนกับ 3 สาวอย่างไม่ลดละ  สามสาวถ่ายรูปจากกล้องดิจิตอลของนิชาอย่างสนุกสนานกันไปตามเสียงเพลงฮิพฮอพชวนเต้น  การินดื่มเหล้าที่ชงแสนจะเข้มและเต้นไปกับเพื่อน
 
            และความสนุกของการินก็จบลงเมื่อเธอรู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกาย  ภาพเบื้องหน้าดับวูบ  สิ้นเสียงเพลงภายในใบหู  การินฟุบลงกับโต๊ะอย่างหมดแรง.........................................................................................................................................
 
            แสงอ่อนๆของแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีหวาน  หญิงสาวค่อยๆลืมตาขึ้น ภาพเบื้องหน้า คือห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ  ขวดน้ำเกลือห้อยอยู่เหนือหัว  สาวน้อยถอนหายใจในทันที  เธอรับรู้ได้ว่าเธออยู่ในห้องพิเศษของโรงพยาบาล  เธอเข้าโรงพยาบาลอีกแล้ว  รอบๆห้องไม่มีใครเลยนอกจากเธอนอนเพียงลำพัง
 
แอ๊ดดดดดดดดดดดดด
 
            ใครบางคนเปิดประตูเข้ามาอย่างช้าๆ  บุคคลผู้นั้น คือ หนุ่มซื่อซึ่งมีรอยยิ้มจริงใจให้การินเสมอมา
“ตื่นแล้วเหรอ  เป็นไงบ้าง”  ภูเดินเข้ามายืนมองการินข้างๆเตียง พลางมองนาฬิกาบอกเวลา 9 โมงเช้า
“พี่ภู  การินมาโรงพยาบาลได้ไงคะ”  การินกลับจำความไม่ได้แม้แต่น้อย
“ภัทกับนิชาพามาไง  จำอะไรไม่ได้เลยเหรอ”  ภูลูบหน้าผากการินอย่างเอ็นดู  ด้วยสีหน้าเพลียๆ
“การินจำได้ว่าเมามากและก็ดับวูบไปเลย  จำอะไรไม่ได้อีกเลย  รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่นี่แล้ว”
“กินเยอะทำไมล่ะ  พี่โทรไปก็ไม่รับ  โทรไปอีกทีตี 4 ก็รู้ว่าการินมาอยู่นี่แล้ว ภัทรับสาย  พี่ก็เลยรีบออกมาจากบ้าน”
“พี่ภูมาหาการินตอนตี 4 จนถึงตอนนี้เลยเหรอคะ”  การินเบิกตากว้าง
“อืม  เดี๋ยวพี่ก็ต้องกลับแล้วนะ  ต้องไปขายข้าวมันไก่ต่อ เดี๋ยวป๊าบ่นเอา”
“เอ่อ.....อย่าบอกนะว่าพี่ภูไม่ได้นอนเลยอ่ะ”  การินมีสีหน้ารู้สึกผิด  ภูได้เพียงยิ้มและหัวเราะเบาๆ
“ก็นอนไปตอนตี 3 นอนไม่หลับโทรไปหาการิน  การินไม่รับสาย”
“การินขอโทษค่ะ  ขอโทษแล้วก็ขอบคุณมากนะคะ”  หญิงสาวถึงกับน้ำตาซึม
“ไม่เป็นไร  พี่เป็นห่วงการินนะ”  ภูกุมมือหญิงสาวไว้มั่นและบีบไว้อย่างอบอุ่น  หญิงสาวไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป 
“ร้องทำไม ฮ่าๆๆ”  ภูเอามือมาปาดน้ำตาให้การินอย่างอ่อนโยน
“การินรู้สึกผิดกับพี่ภูมากเลย”
“รู้สึกผิดเรื่องอะไร”  ภูถามด้วยสีหน้าที่แสนเพลียเพราะไม่ได้นอน  การินได้เพียงยิ้มเพราะไม่กล้าปริปากบอกไป
“อืม  เดี๋ยวพี่ต้องกลับแล้ว  ดูแลตัวเองดีๆนะ  ภัทบอกจะเข้ามาเกือบๆเที่ยง  แล้วพี่จะโทรหานะ  นี่มือถือการินพี่วางไว้ข้างหมอน  พักผ่อนเยอะๆล่ะ”  ภูยิ้มอย่างอบอุ่น
“ขับมอไซด์กลับดีๆนะพี่ภู  มีสตินะเวลาขับ  อย่าหลับในล่ะ”  การินโบกมือลาอย่างอาลัย
“พี่ไม่ได้ขับมอไซด์มา  พี่เดินออกมาขึ้นแท็กซี่หน้าหมู่บ้าน เดี๋ยวก็คงนั่งแท็กซี่กลับ”
 
            การินอึ้งพูดอะไรไม่ออกและมองภูเดินออกจากห้องคนป่วยพิเศษไป  สิ่งที่ภูบอกทำเอาการินน้ำตาไหลอีกรอบอย่างห้ามไม่อยู่จริงๆ
 
[…นี่หมายความว่า  พี่ภูต้องเดินออกมาจากบ้าน ด้วยระยะทาง 2 กิโลเมตร  เพื่อมาขึ้นแท็กซี่หน้าหมู่บ้าน  เพื่อมาเฝ้าฉันที่นี่เลยเหรอ  ทำไมพี่ภูช่างเป็นผู้ชายที่ดีจริงๆ  ทำไมเขาถึงทำเพื่อฉันได้ถึงขนาดนี้  แต่ดูฉันสิ  ฉันกลับใช้ความรักที่เขามีให้ฉันไปปั่นหัวพี่ปอเล่น  การิน! ฉันต้องหยุดแค่นี้  ฉันจะไม่ทำร้ายพี่ภูอีกแล้ว  ต้องบอกเลิกพี่ภูสักที  พี่ภูจะได้ไม่คิดไปไกลกว่านี้  และไม่ต้องมาเจ็บปวดกับผู้หญิงเลวๆอย่างฉัน…..]
 
………………………………………………………………………………………………….
 
            การินออกจากโรงพยาบาลมาพักผ่อนที่หอของเธอ  โดยมีเพื่อนสาวสุดสนิทมาเยี่ยมเยียนที่ห้องของเธอในยามเย็น
“ไม่อยากจะบอกว่าแกเมาได้ทุเรศมาก  ฟุบลงไปกองกับพื้น  พวกฉันก็ลากแกไปไว้ที่โต๊ะ  พอมาดูอีกทีแกหายไปแล้ว  ฉันก็ตามหา  ปรากฏเด็กร้านโคตรเลวลากแกไปกองไว้หน้าร้านอ่ะ  การิน  แกหมดสภาพมาก”  ภัทร่ายยาว และดื่มน้ำส้มในแก้วจนหมด
 
“แล้วเด็กร้านลากฉันไปข้างนอกทำไมอ่ะ”  การินซึ่งนอนแผ่อยู่บนเตียงลุกขึ้นนั่งและนั่งพิงหมอนไปกับหัวเตียง
“ฉันไม่รู้  แต่ที่รู้จะไม่ไปอีกแล้ว  ร้านบ้าอะไรดูแลไม่ดีเลย  แกก็ด้วยถ้าเมาแบบนั้นอีกฉันจะทิ้งไว้ที่ร้านนั่นแหละ”  ภัทพูดอย่างเหลืออด
“แหม  ภัท  ทีแกเมาหนักกว่านี้  การินยังดูแลแกเลยนะ  บ่อยด้วย”  นิชาพูดเสริมขึ้นในระหว่างเปิดนิตยสารแฟชั่นอ่านอย่างสบายใจ
“แต่นี่มันไม่ไหวจริงๆอ่ะ  ตัวก็หนัก”  ภัทยังบ่นต่อไปเรื่อยๆ
“แหม  แกไม่หนักเลยนะภัท  เวลาฉันลากแกลงจากตึกSway & Hubrisอ่ะ  หนักกว่าปะ” 
“เอ้อ!  แล้วพี่ปอรู้ปะเนี่ยว่าแกเข้าโรงพยาบาล”  นิชารีบเปลี่ยนประเด็นก่อนที่การินกับภัทจะฆ่ากันซะก่อน  การินเปลี่ยนสีหน้าทันที
“ไม่อ่ะ  พี่ปอไม่สนใจหรอก  รู้ก็คงสมน้ำหน้าฉันมากกว่า  ไม่เหมือนพี่ภู”  การินนึกไปถึงหนุ่มซื่อ
“เอ้อ !พี่ภูโคตรเป็นห่วงแกเลยอ่ะ  ตอนที่พวกฉันพาแกไปโรงพยาบาล คือโทรมาหลายรอบมาก  ภัทรับสายบอกแกอยู่โรงพยาบาลเค้าก็รีบมาดูแลแกเลย  พวกฉันก็เลยกลับกันก่อน” นิชาพูดอย่างชื่นชมในตัวภู
“ใช่  พี่ภูดีมากเลย  แต่ก็ทำให้ฉันรู้สึกผิดมากด้วย  ฉันรักพี่ภูไม่ได้ไม่รู้เพราะอะไร”
“เพราะแกรักพี่ปออยู่รึป่าวล่ะ”  ภัทรีบกัดขึ้นมาทันที  การินมองหน้าภัทอย่างไม่พอใจ
“ถ้ารัก  ฉันจะทำลายพี่ปอแบบนี้เหรอ”
“บางทีแกอาจไม่รู้ตัวก็ได้นะ”  นิชาเสนอความเห็น
“รู้สิ..ฉันรู้ว่าฉันทำอะไรอยู่ ฉันอาจจะเคยรักพี่ปอในตอนแรกแต่ตอนนี้มันแล้วล่ะ  มีเพียงความแค้นเท่านั้น และสิ่งที่จะทำต่อไปก็คือ  บอกเลิกพี่ภูซะ ไม่อยากทำร้าย”
“เลิกกับพี่ภูแล้วคบไอแว่นต่อ”  ภัทพูดเชิงประชด
“กะแว่นอ่ะนะ  มันก็ใกล้จบแล้วล่ะ  รอบางอย่าง”  การินมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย
 
.........................................................................................................................................
 
            หลังจากเธอหายเป็นปกติ  สาวน้อยการินก็มุ่งหน้าสู่ร้านHubris ด้วยความคิดถึงพร้อมกับยูเพื่อนสาวที่ชวนกันออกมา
 
“พี่อยู่บนร้านแล้วนะ  การินล่ะมารึยัง”  ภูโทรหาการินก่อนที่การินจะถึงร้าน
“ค่ะ  การินกำลังขึ้นไปกับยู”
“จ้าๆเจอกันนะ”
            หญิงสาวเดินตัวปลิวขึ้นมาถึงหน้าร้านHubrisแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเธอเห็นแอร์  สาวน้อยตัวเล็กหุ่นดี  นั่งคุยกับเพื่อนอยู่หน้าร้าน
 
[……แอร์มาวันนี้  พี่ปอคงกระดี๊กระด๊ามากแน่ๆ  ก็คงไม่เห็นเราอยู่ในสายตาอีกตามเคย……]
 
            การินเข้าร้านไปเห็นโต๊ะหน้าบาร์มีภู เมส และปอยืนกันอยู่  ปอยืนกด BB  อย่างสบายใจ การินยิ้มให้ภูและไปนั่งโต๊ะไกลออกไปเนื่องจากการินไม่อยากเผชิญหน้าทั้งภูและปอ
 
“น้องแอร์มาด้วยล่ะ”  การินบอกยูซึ่งนั่งเล่น BB เช่นกัน  พลางดื่มเบียร์ในแก้ว
“จริงเหรอ  งั้นวันนี้แกก็ไม่ได้กลับกับพี่ปอสิ”  ยูพูดแทงใจดำ  “ไหนๆขอดูหน้าหน่อย วันก่อนเห็นไม่ชัด จำหน้าไม่ได้  แฟนเก่าฉันเคยบอกว่าน้องแอร์มีหนุ่มจีบเยอะมากๆ”
“นั่งอยู่ทางโน้น  อยากแกล้งจัง  แต่แกล้งไม่ได้พี่ภูอยู่”  การินบ่นอุบ
“แกยังคบพี่ภูด้วยเหรอเนี่ย” ยูพูดเสียงสูงและกด BB อย่างไม่สนใจใคร
“ก็ว่าจะบอกเลิกวันนี้แหละ  คงตอนร้านปิดก็คงจะบอก  แอบกลัวอ่ะยู  ฉันไม่รู้จะพูดไง”  การินเหม่อมองไปทางภู ซึ่งภูเองก็มองการินเช่นกัน
“ก็ไม่ต้องเลิก  คบสองไปเลย  สนุกดีออก”  ยูพูดอย่างไม่รู้สึกว่าสิ่งที่พูดออกมามันผิด
“ไม่อ่ะ สงสารพี่ภู”
 
            การินนั่งมองโต๊ะแอร์ที่เต้นโยกย้ายเบาๆ  มองภายนอกแอร์ดูเป็นคนเรียบร้อยเป็นผู้ดี  แต่ข่าวคราวที่ได้ยินมาว่าแอร์เจ้าชู้ก็ทำเอาการินไม่เชื่อเลยสักนิด  สาวแอร์หันมามองทางการินด้วยความรู้สึกว่ามีคนจับจ้องเธออยู่  ด้วยระยะโต๊ะที่ใกล้กันเหลือเกิน  การินก็ไม่ลดละสายตาที่จ้องมองจนแอร์ต้องหลบสายตาไปอย่างประหลาดใจ
 
            สักพักหนุ่มใหญ่เดินถือแก้วเหล้ามุ่งตรงมา  การินหวั่นใจนึกว่าจะเดินมาโต๊ะเธอ  แต่กลับเลยผ่านไปโต๊ะของแอร์  การินทำได้เพียงนั่งมองเป็นหัวหลักหัวตอที่ปอไม่เห็นแม้แต่เงา
 
[……พอแอร์มาก็ทำไม่สนใจฉันเลยแม้แต่น้อย  เห็นแล้วก็หมั่นไส้จิงๆเลย…..]
 
            ปอชนแก้วกับแอร์อย่างชื่นมื่น  และเหลือบมองมาทางการิน  หญิงสาวจึงลุกเดินไปโต๊ะปอ ซึ่งภูและเมสนั่งอยู่
 
“หายดีแล้วเหรอการิน”  เมสแซวขึ้นมาทันที  การินลากเก้าอี้มานั่งข้างภู
“ใช่ค่ะ พี่เมสอย่าแซวสิคะ  การินเขิน  ชนดีกว่า”  การินยกแก้วขอชนกับเมสและภู
“อย่ากินเยอะนะการิน  เดี๋ยวเข้าโรงพยาบาลอีก”  ภูปรามหญิงสาวอย่างห่วงใย
“จ้า  การินกะกินนิดหน่อยๆ  เดี๋ยวก็กลับไปนอนแล้วล่ะ  ต้องตื่นเช้าไปดูหนังกับเพื่อนอีก  พี่ภูไปดูกับการินป่าว”
“พี่ไม่ว่างน่ะสิ  ต้องขายข้าวมันไก่  การินไปดูเถอะ  คืนนี้ถ้าจะกลับก็บอก  เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“การินขับมอไซด์มากับยูค่ะ  กลับเองได้ เดี๋ยวการินถึงหอจะโทรหานะ”  การินมองใบหน้าภูด้วยความลำบากใจ  เพราะเธอตัดสินใจจะบอกเลิกภูในคืนนี้ทางโทรศัพท์  เพราะเธอเห็นหน้าภูแล้วพูดไม่ออกจริงๆ
 
            หนุ่มใหญ่เดินกลับมาโต๊ะ เห็นการินนั่งเคียงข้างภู แต่ใบหน้าเขากลับเจือไปด้วยรอยยิ้มจางๆ จากการกลับมาจากโต๊ะของแอร์  ปอไม่สนใจการินแม้แต่น้อยและเดินไปนั่งที่ลำโพงคนเศร้ากดBB อย่างสบายใจ  การินมองปอด้วยสีหน้าหมั่นไส้โดยเธอไม่รู้เลยว่าเมสจับจ้องเธออยู่
 
“การินกลับโต๊ะก่อนนะคะพี่ภู”  การินเดินถือแก้วไว้แน่นด้วยความโมโห
 
[……ทำไมฉันจะต้องรู้สึกโกรธทุกครั้งที่พี่ปอทำเฉยชาใส่ในวันที่เด็กๆเค้ามา  เพราะมันตอกย้ำว่าในวันที่เค้ามีคนอื่นฉันก็เป็นเพียงฝุ่นละอองเล็กๆที่เค้าไม่สนใจ  และทุกครั้งที่เจอเหตุการณ์แบบนี้  ฉันจะอ่อนแออ่อนใจ  ไม่มีแรงจะทำอะไร  ไม่มีแรงจะเอาคืนพี่ปอ  อยากจะหนีหายไปจากชีวิตพี่ปอให้รู้แล้วรู้รอดไป  ไม่อยากสัมผัสความทรมานแบบนี้อีกแล้ว…]
 
“เป็นอะไรไปการิน”  ยูถามเมื่อการินกลับมาถึงโต๊ะ
“ป่าว!  หมั่นไส้พี่ปอ”  การินดื่มเบียร์จนหมดแก้วอย่างรวดเร็ว
“เห็นเค้ามาชนกับน้องแอร์  ฉันว่าแอร์น่าจะหาคนที่ดีกว่านี้ได้”
“ใช่  เพราะแอร์ก็ถูกพี่ปอปิดหูปิดตาไว้เหมือนคนอื่นๆ  น่าสงสาร”
“แกก็ไปบอกแอร์เลยดิ”
“ไม่มีประโยชน์  พี่กอยเคยเล่าให้ฟังว่าพี่กอยเคยคุยกับแอร์แล้ว  แอร์ก็บอกจะเลิกกับพี่ปอ  แต่ไปๆมาๆก็กลับมาคบอีก  เพราะว่าพี่ปอโกหกต่างๆง้อแอร์จนได้ไงล่ะ  ถึงฉันไปพูดอะไรแอร์ก็เชื่อพี่ปอมากกว่าฉันอยู่ดี”
 
            การินมองไปยังสาวสวยน่ารัก  แอร์ยืนโยกไปมาตามจังหวะเพลง  ไม่นานปอก็เดินเข้ามาหาแอร์ที่โต๊ะอีกครั้ง
 
“กลับเหอะ  รำคาญสายตา”  การินเดินนำเงินค่าเบียร์ไปให้เด็กร้านตามจำนวนที่เธอเองก็รู้ได้ดี และเดินเฉียดไหล่ปอซึ่งคุยกับแอร์ที่โต๊ะผ่านไป  หนุ่มใหญ่หันมองการินด้วยสีหน้าหวั่นใจ ว่าเธอผู้นี้จะก่อกวนอะไรเค้าอีกหรือไม่  แต่การินก็ทำได้เพียงเดินออกจากร้านไปโดยไม่ล่ำลาภู  ยูเดินตามออกมาแทบไม่ทัน
            ยูวิ่งลงบันไดตามการินลงมาด้านล่างอย่างหอบเหนื่อย  เห็นหญิงสาวยืนแน่นิ่งข้างๆรถมอไซด์ ยูเดินเข้าไปตบบ่าการินเบาๆ
 
“ไม่เป็นไรนะแก  ไหวปะ”
“อืม!!  ไหวสิ  ต้องไหว ฉันจะอ่อนแอไม่ได้”  การินปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างอึดอัดใจ
 
.........................................................................................................................................
 
            ถึงหอพักที่แสนเงียบเหงา  นิตาหลับใหลไปอย่างเงียบๆ  การินฟุบลงเตียงอย่างอ่อนแรงและอ่อนใจ  ในสมองเธอมีแต่เรื่องปอ  หนุ่มใหญ่เจ้าของร้าน Sway & Hubris ที่คอยทำร้ายจิตใจเธออยู่เรื่อยไป  แม้หญิงสาวจะหลอกตัวเองเสมอมาว่าไม่ได้คิดอะไรกับปออย่างลึกซึ้งและมีเพียงความเคียดแค้นชิงชังที่ฝังลึกในจิตใจ  แต่ทุกครั้งที่ถูกทำร้ายเธอเป็นต้องเสียน้ำตาอยู่เรื่อยไป
 
[…ทำไมฉันต้องร้องไห้ให้ผู้ชายคนนี้ด้วยนะ ฉันไม่มีแรงจะไปทำลายเค้าเลย  ไม่อยากเป็นแบบนี้  มันทรมานเกินกว่าฉันจะรับไหว  แต่ฉันก็จะไม่ยอมให้พี่ปอได้เสวยสุขหรอก….]
 
            การินพยายามเรียกสติกลับมา  และตั้งมั่นอยู่กับความแค้นของเธอ  สาวน้อยโทรหาปอทันที
 
“ครับ!  มีอะไร”  ปอรับสายเสียงเย็นชา
“พี่ปอกลับบ้านยังคะ”
“ยัง ทำไม”
“คืนนี้กลับคนเดียวรึป่าว  หรือแอร์กลับด้วย”
“แล้วทำไม  การิน”  ปอพูดน้ำเสียงโมโห   “แอร์จะกลับกับพี่รึป่าว  การินเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ  การินก็กลับกับไอภูสิ  พี่ไม่อยากเกี่ยวข้องอะไรกับการินแล้ว  เลิกโทรหาพี่ เลิกวุ่นวายกับพี่แล้วไปคบกับไอ้ภูให้มันรู้แล้วรู้รอดไป”
 
            หนุ่มใหญ่ตะคอกลั่นในห้องสต๊อก  และวางสายไปอย่างไร้เยื่อใย  การินนอนตัวสั่นเทาน้ำตาไหลอีกครั้ง  โดยเธอไม่รู้เลยว่ามันเป็นความเสียใจอย่างมหาศาลและเจ็บปวดปางตายของการถูกปฎิเสธอย่างไร้เยื่อใยของปอ  แม้การินจะโทรไปอีกกี่รอบ ปอก็กดตัดสายการินทุกครั้งไป เพราะหนุ่มใหญ่กำลังอยู่กับสาวน้อยน่ารักอย่างแอร์นั่นเอง  การินจึงตัดสินใจส่งข้อความหาปอแทน
 
.....การินจะไม่วุ่นวายกับพี่ปออีกแล้ว  แค่อยากจะบอกว่า...การินรักพี่ปอมากจริงๆ..............
 
            การินส่งข้อความไปด้วยความเหนื่อยใจ เธอกำลังสับสนกับความรักและความแค้นที่มีอยู่  แต่เธอเพียงอยากรู้ว่าปอจะสนใจเธอบ้างหรือไม่หากเธอไปจากชีวิตเขาจริงๆ
 
            หนุ่มใหญ่เปิดดูข้อความในมือถือที่สั่นไหว ในโต๊ะหน้าบาร์  ท่ามกลางไฟในร้านที่สว่างสไวเด็กร้านเก็บร้านกันอย่างเร่งรีบ สาวน้อยแอร์เดินออกจากโต๊ะของปอไปเข้าห้องน้ำ  ภายในโต๊ะจึงมีเพียงเมสและภูนั่งเป็นเพื่อนปอ
 
“พี่ไม่เข้าใจการินเลยว่ะ  ว่าการินจะมาอะไรกับพี่นักหนา  แกคิดว่าไงอ่ะภู  พี่ไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับเค้าแล้วนะเว้ย เค้าก็ยังโทรมาวุ่นวายกับพี่ นี่ก็ส่งข้อความมาอีก  ภูลองไปคุยสักหน่อยนะว่าจะเอาไงกันแน่  ทำตัวแบบนี้มันทุเรศว่ะ”  ปอยื่นมือถือของเขาให้ภูดูข้อความ  ภูอ่านข้อความของการินที่ส่งให้ปอแล้วถึงกับน้ำตาซึม  แต่ปั้นหน้ายิ้มเจื่อนๆให้ปอ
 
“ไม่รู้สิพี่”  ภูดื่มเหล้าในแก้วอย่างกดดัน
“เลิกคุยเหอะว่ะภู  ฉันว่าการินไม่ได้รักแกหรอก  เชื่อฉัน”  เมสตบบ่าภูอย่างเข้าใจ
“นี่ที่บอกไม่ใช่ว่าพี่จะให้แกเลิกกับการินนะเว้ย  แต่พี่อยากให้แกไปบอกเค้าหน่อยว่าเลิกตอแยพี่เหอะ พี่ขอร้อง พี่รำคาญ”  ปอส่ายหน้าไปมาและเดินไปคุยกับแอร์ที่เดินออกไปรอนอกร้าน  และทั้งคู่ก็เดินลงจากร้านไป
           
            ภูนั่งก้มหน้านิ่งครุ่นคิดกับสิ่งที่รับรู้และระแคะระคายมาเนิ่นนาน  สิ่งที่การินพูดกับสิ่งที่การินทำช่างสวนทางกันจนภูไม่เข้าใจ  แต่ที่เขารู้คือ ขณะนี้เขาไม่มีแรงจะเดินไปไหน  ไม่มีแรงจะทำอะไร ภูจุดบุหรี่สูบด้วยความเครียด 
 
.........................................................................................................................................
  

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 115 ท่าน