Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
บทเรียนแรก
36
16/11/2554 14:06:37
380
เนื้อเรื่อง
 
ตอนที่ 36.....บทเรียนแรก.....
....................................................................................................................................

.............นาน...กว่าจะทำใจ  กว่าจะเรียนรู้ว่าเป็นอย่างไร
รักของเธอกับฉันมันไม่ง่าย
เมื่อวันเวลา  ที่ได้สั่งสอนให้เราเข้าใจ
มันตัดสิน   ให้ต้องลา
ฉันคงไม่โทษที่เธอไป  เพราะว่าเข้าใจตลอดมา
 หมดเวลาแล้ว  เธอคงต้องไป
แต่สิ่งที่เหลือในใจ  ยังอยู่
คือความคิดถึงที่เธอ  ไม่รู้
พูดไม่ได้  ทำได้เพียงแค่คิดถึงเธอ…………………………
 

               เสียงเพลงที่หญิงสาวเปิดซ้ำไปซ้ำมาในค่ำคืนที่เธอครุ่นคิดแต่เรื่องของภู  ชายผู้ซึ่งดีกับเธอมากนัก  แต่ด้วยเหตุอันใดที่หญิงสาวถึงรักชายคนนี้ไม่ได้เลยสักนิด  แม้จะพยายามแล้วก็ตาม  เพลงที่ภูชอบ  การินฟังแล้วฟังอีกน้ำตาก็รินไหล  หากเธอบอกความรู้สึกที่แท้จริงแก่ภูไป  เรื่องราวจะเป็นอย่างไร
 
            ในค่ำคืนของความอึดอัดใจของหญิงสาว  เธอไปร้านHubris พร้อมกับภู  ทั้งคู่กินเหล้ากับเมสและเพื่อนๆภูอย่างเฮฮา  การินทำไปเพราะเพียงหวังจะเห็นความสุขของชายคนหนึ่ง  แม้เธอรู้ดีว่าเป็นการทำร้ายภูทางอ้อม  แต่เธอก็คิดจะบอกภูให้รู้ความในใจที่แท้จริงแน่นอนหากมีโอกาส
 
“การิน  ฉันถามแกจริงๆเหอะนะ  แกชอบพี่ภูจริงๆเหรอวะ”  พรถามขึ้นเมื่อภูและเพื่อนๆออกไปสูบบุหรี่นอกร้าน ปล่อยสองสาวเฝ้าโต๊ะกันตามลำพัง
“ก็....เอ่อ....ก็ชอบสิ  ทำไมเหรอ”  การินตอบตะกุกตะกักและปั้นหน้ายิ้มพยายามหลบสายตาที่เค้นหาความจริงของพร
“อืม  ถามดูน่ะ  พี่ภูชอบแกมากนะเว่ย”
“จ่ะๆรู้แล้วล่ะ”  การินก้มหน้าก้มตาชงเหล้าอำพลางความอึดอัดใจของเธอที่ล้นปรี่แต่บอกใครไม่ได้
“แกตัดใจจากพี่ปอได้แล้วเหรอ  ก่อนแกกลับบ้านตอนไปทริปร้านแกยังรักพี่ปอมากอยู่เลย”
“ได้สิ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่ปอแล้วล่ะ ก็มีพี่ภูแล้ว  พี่ปอก็ไม่มีความหมาย”  การินยิ้มด้วยสายตาเจ้าเล่ห์  ในค่ำคืนนี้ปอไม่ได้เข้าร้านเพราะไปเล่นพนันที่ประเทศเพื่อนบ้าน
 
            หลังจากร้านปิดลง  การินและภูเดินลงจากร้านเคียงข้างกันมา  ภูเมาในระดับหนึ่ง  ส่วนหญิงสาวได้เพียงมึนๆเท่านั้นเพราะรู้ตัวว่าต้องขับมอไซด์ของยูที่ยืมมากลับหอ
 
“พี่ภูเดี๋ยวการินขับมอไซด์ไปส่งบ้านนะ”  หญิงสาวยิ้มแก้มปริพลางเดินนำหนุ่มซื่อไปที่มอไซด์ซึ่งจอดอยู่ข้างๆตึก
“การิน”  ภูดึงรั้งแขนอันอวบอิ่มของหญิงสาวไว้  หญิงสาวหันมองสีหน้าอันเว้าวรของภูด้วยความสงสัย
“จะกลับเลยจริงเหรอ”  ภูยังคงส่งสายตาเว้าวรเช่นนั้น จนทำให้การินทำตัวไม่ถูก
“ค่ะ  พรุ่งนี้การินต้องตื่นแต่เช้า  มีเรียนเช้า”  การินเริ่มสีหน้าไม่ดี
“แต่พี่อยากอยู่กับการิน  พี่ไม่อยากกลับบ้าน”
“อ่าว!!  แล้วจะไปไหนล่ะ  หอการินก็คงไม่เหมาะเพราะนิตาอยู่  เกรงใจนิตา  พี่กอแฟนนิตายังไม่กล้ามาค้างที่หอการินเลยนะ”  การินรีบพูดดักคอเพราะรู้ทันภู หญิงสาวแกะมือภูออกด้วยอารมณ์ไม่พอใจเล็กน้อย
“ก็พี่กะว่าจะไปเปิดห้องแถวนี้อยู่กับการิน  ได้มั้ย  พี่อยากอยู่ใกล้ๆการิน”  ภูจับมือการินไว้มั่น  สีหน้าอ้อนวรหญิงสาวสุดชีวิตหวังเพียงว่าหญิงสาวจะพยักหน้าตอบรับคำร้องขอ  การินหุบยิ้มเปลี่ยนสีหน้าเป็นบึ้งตึงในทันทีและมองภูด้วยความรู้สึกที่สูญเสียความศรัทธา
“พี่ภูคะ  การินมีเรียนเช้าค่ะพี่  เดี๋ยวการินไปส่งบ้านนะ  อย่าทำให้การินลำบากใจสิคะ  การินไม่สะดวกจริงๆ”  การินใช้น้ำเสียงที่จริงจังก่อนจะคลายมือ ออกจากมือหนาของหนุ่มซื่ออย่างไร้เยื่อใย  ภูก้มหน้าคอตกด้วยความผิดหวัง หนุ่มซื่อเก็บกักน้ำตาที่กำลังจะรินไหล
 
[……เสียความรู้สึกที่สุดเลย  ไม่คิดว่าพี่ภูจะคิดกับฉันแบบนั้น  ฉันไม่ชอบผู้ชายที่หวังเรือนร่างพี่ภูก็รู้  แล้วทำไมถึง.....  เฮ้ย!!  ก็เข้าใจนะว่าแฟนกันต้องมีเรื่องแบบนี้  แต่ฉันไม่ได้รักพี่ภู ฉันก็ทำอะไรแบบนั้นไม่ลงจริงๆ  มันคือฉัน!!  นี่คือ  การิน  ที่พี่ภูยังไม่เข้าใจ  ฉันเสียใจที่ต้องทำร้ายจิตใจเขาในวันนี้  เพราะฉันไม่อาจจะฝืนใจตัวเองในเรื่องนั้นได้จริงๆ…..]
 
“ส่งพี่ที่ร้านเกมซอยจิดาแล้วกัน  เดี๋ยวพี่เข้าบ้านพร้อมน้องชายพี่อ่ะ  มันเล่นเกมอยู่ที่ร้านพี่นิง เดี๋ยวพี่ขับให้นะ”  หนุ่มภูพูดด้วยรอยยิ้มสุดแสนจะผิดหวังและเป็นฝ่ายขับมอไซด์
“ไว้วันหลังแล้วกันนะคะ”  การินอดไม่ได้ที่จะปลอบใจหนุ่มภูเพราะไม่อยากเห็นสีหน้าภูแบบนี้  ภูยิ้มเจื่อนๆ
“อืม  ไม่เป็นไร”
 
.........................................................................................................................................
 
“นิตา  ฉันควรบอกพี่ภูไปเลยดีมั้ย  ฉันชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ  เมื่อคืนพี่ภูชวนไปเปิดห้องด้วย”
 
            หญิงสาวพูดขึ้นขณะทานอาหารเย็นในร้านอาหารละแวกหมู่บ้านอย่างเหนื่อยใจ  นิตาขำจนสำลักน้ำ
“จริงเหรอ  ทำไมไม่ไปอ่ะ  ฮ่าๆๆๆๆ”
“ตลกสิ  ใครจะไป  ฉันเซงมากเลยแกกดดันมากด้วย  เอาไงดี  บอกไปเลยดีกว่าจะได้จบๆ”
“อืม  แกควรจะทำตั้งนานแล้ว  แกให้ความหวังเขาไว้มากอยู่นะเว่ย”  นิตาตักสปาเก็ตตี้เข้าปากคำใหญ่
“คืนนี้ไปกินเหล้าที่ร้านกับพวกภัท  ถ้าเจอพี่ภูจะบอกไปเลย”  การินมีแววตาแน่วแน่
“ฉันจะคอยดู”  นิตาอมยิ้ม
 
.........................................................................................................................................
 
            เสียงเพลงที่ดูคึกคักภายในร้านHubrisช่วงนี้ปอเลือกเปิดร้าน Hubrisและปิด Swayเพราะเป็นช่วงปิดเทอม  เปิด 2 ร้านไม่คุ้มทุนนัก และกำลังปิดปรับปรุงการตกแต่งร้าน Swayใหม่ให้ดีกว่าเดิม
             หญิงสาวเมาเต้นไปกับกลุ่มเพื่อนซี้นั่นคือ  ภัท  และนิชา  และกลุ่มรุ่นพี่คณะที่การินสนิทด้วย  ส่วนหนุ่มภูยืนอยู่โต๊ะหน้าบาร์  กินเหล้ากับชายและเมส  ในวันนี้ปอไม่เข้าร้านอีกเช่นเคย 
 
“การิน  ไหนแกไม่พาพี่ภูที่แกคุยด้วยมากินเหล้าด้วยล่ะ  พวกฉันยังไม่เคยเห็นหน้าเลยอ่ะ”  นิชาเปิดประเด็น  การินเปลี่ยนสีหน้าเป็นวิตกทันทีและหันไปทางโต๊ะของภู  ภูยืนมองมาทางการินตลอดเวลา
“วันนี้เขาก็มา  อยู่โต๊ะหน้าบาร์อ่ะดูดิ”  การินพยายามชี้ไปที่โต๊ะภูให้เพื่อนๆดูหนุ่มซื่อที่เธอเคยเล่าให้เพื่อนฟัง  แต่ด้วยสภาพร้านคืนนี้ที่มีลูกค้าแน่นแออัดทำให้เป็นการยากที่นิชาและภัทจะมองเห็นภูได้ชัดเจน
“ไม่เห็นว่ะคนไหนวะเนี่ย”  ภัทบ่นพลางกระโดดมองดูเพื่อให้เห็นหน้าแต่ก็ยากเย็นเกินไป
“แกไปพาเขามาดิ”  นิชาแนะนำ
“อืมๆเดี๋ยวมา”  การินเดินไปหาภูที่โต๊ะ ถูกชายแซวจนการินทำหน้าให้ปกติดังเดิมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเขินแต่หญิงสาวกลับลำบากใจ  หนุ่มสุดหล่อในโต๊ะหันมามองการินด้วยสายตาดูถูกก่อนจะส่ายหน้าไปมา
 
[……เกลียดสายตาดูหมิ่นของพี่อันจริงๆเลย  คงคิดล่ะสิว่าฉันหลายใจ  ก็จะทำไมล่ะทีผู้ชายอย่างพวกคุณยังหลายใจได้แล้วฉันจะทำบ้างไม่ได้หรือ…]
 
การินลากภูฝ่าฝูงชนที่ยืนกันอย่างแออัดไปถึงโต๊ะของเธอ  นิชาและภัทมองภูด้วยความฉงน
 
“นี่พี่ภู  พี่ภูคะนี่นิชา  นี่ภัท  เพื่อนสนิทของการินเอง”  การินแนะนำอย่างเป็นทางการ
“อ้อค่ะ  ดีค่ะพี่ภู”  ภัทยิ้มงงๆให้แก่ภู และชนแก้วด้วยซึ่งภูถือแก้วเหล้าติดมือมาด้วย  ภัทแปลกใจที่ภูไม่ใช่สเป็คของการินเลยแม้แต่น้อย
“พี่ภูมานานแล้วเหรอคะ”  นิชาชนแก้วกับภูชวนหนุ่มซื่อคุยอย่างเป็นกันเอง
“ครับ  พี่มานานแล้วล่ะ  นั่งอยู่หน้าบาร์”  หนุ่มซื่อยิ้มอย่างเป็นมิตรแก่นิชาและภัทก่อนจะหันมามองการินด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“เมายังเนี่ยการิน” 
“ไม่เลย  กินไปนิดเดียวเอง”  หญิงสาวยิ้มและหลบสายตาภู ทำทีว่ามองไปรอบๆร้าน
 
            ภูเดินกลับไปโต๊ะโดยการินเดินไปส่ง  เมื่อเธอเดินกลับมาโต๊ะก็ถูกมือดีคว้าแขนไว้ หญิงสาวเซเกือบจะล้มไปแต่ยังดีที่ยังทรงตัวได้ทัน เธอรีบหันไปมองเจ้าของมือเรียวยาวที่คว้าแขนเธอไว้
“การินดื่มหน่อย”   พรยื่นแก้วเหล้าที่ดูสีสันแล้วเดารสชาติได้ว่าต้องเข้มแน่นอน  การินฝืนไม่ได้ต้องกินเหล้าที่แสนเข้มเข้าไปอย่างตั้งตัวไม่ทัน
“หมดเลยนะ  การิน “  พรยืนมองลุ้นจนการินดื่มหมดแก้ว  หญิงสาวหยี่ตาเมื่อดื่มหมดแก้วบ่งบอกความเข้มข้นของเหล้าในแก้วจากสีหน้าหญิงสาวได้เป็นอย่างดี
“เข้มมากอ่ะพร”  การินฝืนยิ้ม
“เมื่อกี้พาพี่ภูไปเปิดตัวกับเพื่อนเหรอ”  พรยิงคำถามที่ทำเอาการินจุกอกแทบจะพ่นเหล้าที่กล่ำกลืนเข้าไปเมื่อครู่ออกมา
“เออ.....อืม  งั้นมั้ง  ฮ่าๆๆๆๆ”  การินตอบไม่ถูกเลยทีเดียว  ได้เพียงหัวเราะกลบเกลื่อน
“แล้วแกกับพี่ภูมีอะไรกันยังวะ”  พรส่งสายตาเจ้าเล่ห์ถามอย่างจริงจัง  การินขมวดคิ้วสีหน้าเหวอไปไม่น้อยไม่คิดว่าพรจะกล้าถามเรื่องแบบนี้
“บ้า!!   ไม่มี  ยังๆ “  พรขมวดคิ้วทำสีหน้าไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน 
“เฮ้ย!!  ฉันพูดจริงๆ  ไม่มีจริงๆ ยังไม่พร้อมอ่ะ ไม่อยากเสียใจแบบกรณีพี่ปอ”  การินทำน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้ามีเมื่อไหร่อย่าลืมเล่าให้ฟังนะ  ฉันจะเอาไปแซวพี่ภู”  พรยิ้มร่าด้วยอาการเมา  หล่อนจึงกล้าที่จะถามการินเรื่องที่ไม่ควรถาม  แต่การินก็เข้าใจว่าพรเมามากด้วยท่าทางที่เพี้ยนๆของพร
 
[……เธอคงต้องผิดหวังแน่ๆเลยอ่ะพร  เพราะว่ามันจะไม่มีวันเกิดขึ้นหรอก  แต่ดูท่าทางเหมือนพรถามให้ใครบางคนรึป่าว  คนที่พรจงรักภักดีสุดๆ  ซึ่งวันนี้ก็ไม่มา    พี่ปอ!!  ….]
 
            ร้านใกล้ปิด การินรีบชวนเพื่อนสาวทั้งสองกลับเพราะเธอเกรงว่าภูจะมาเรียกร้องที่จะอยู่กับเธออีก  ภัทเมามายโวยวายอย่างเคยและแน่นอนว่าการินต้องไปส่งภัทอย่างเช่นทุกครั้ง  แต่ในครั้งนี้พอมีนิชาที่เมาไม่มากช่วยพยุงร่างไร้กระดูกของภัทอีกแรง
 
“การินจะกลับเลยจริงเหรอ”  ภูเดินนำลงมาส่งการินด้านล่าง  โดยนิชาประคองภัทลงมาอย่างทุลักทุเล
“ค่ะพี่ภู  การินต้องไปส่งภัทด้วย”  การินปั้นหน้ายิ้มทั้งที่ในใจกำลังทำสงครามของความคิด
 
[……บอกพี่ภูเลยสิการินจะได้จบๆสักที  แต่ว่าจะดีเหรอพี่ภูร้องไห้ทำไงล่ะ  แต่ถ้าไม่บอกก็ไม่จบสักทีพี่ภูก็จะยิ่งหวังต่อไปเรื่อยๆ  โอ๊ย! เอาไงดีเนี่ย…]
 
“พี่ภู  การินมีเรื่องจะบอก”  การินตัดใจพูดไป
“อืม  เรื่องอะไรเหรอ”   ภูยิ้มด้วยนัยน์ตาที่เศร้าจนการินต้องกล่ำกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่  มองใบหน้าแสนซื่อของภูแล้วก็ไม่กล้าปริปากพูดออกมา
“คือ......คือว่าการิน......”
“การินขึ้นรถเร็วจะกลับแล้ว ง่วงนอนแล้วด้วยโทรคุยกันได้ปะ”  เสียงภัทโวยวายขัดจังหวะ   ภัทและนิชาขึ้นแท็กซี่กันไปแล้ว  นิชากวักมือเรียกการินขึ้นรถอย่างกดดัน  การินตัดใจไม่บอกภูออกไป
“เดี๋ยวการินโทรหาแล้วกัน”  การินตัดใจไม่กล้าพูดและขึ้นรถแท็กซี่ไปทันทีปล่อยภูยืนงงอยู่ด้านล่างตึกโทรมๆ
 
[……โธ่เอ๊ย!!  การิน  สุดท้ายก็ไม่กล้าพูด  การพูดอะไรที่ทำร้ายจิตใจคนที่เราแคร์  มันลำบากใจแบบนี้เชียวเหรอ  บางทีเหตุผลที่พี่ปอต้องโกหกผู้หญิงของเขาอาจจะเป็นอย่างที่ฉันรู้สึกในวันนี้รึป่าวนะ  วันนี้พี่ปอก็ไม่เข้าร้านสงสัยไปเที่ยวกับสาวๆสักคนหนึ่ง  ว่าแต่เราจะไปคิดถึงคนพรรค์นั้นทำไม….]
 
…………………………………………………………………………………………………
 
“การิน  มีไรจะบอกพี่เหรอ”
 
            เสียงที่แสนจะสงสัยของภูลอดผ่านสายโทรศัพท์  ทำเอาหญิงสาวที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและมานั่งคุยโทรศัพท์ตรงระเบีบงห้องของเธอต้องเงียบงันไป  เพราะเธอไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร
 
“เออ...การินจำไม่ได้แล้วอ่ะพี่ภู  ตอนนั้นการินเมามั้ง”
“โธ่!!  นึกว่าจะบอกรักพี่ซะอีก”   ภูพูดติดตลกเพื่อไม่ให้บรรยากาศดูเคร่งเครียด
“คงงั้นมั้ง  ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”  การินหัวเราะกลบเกลื่อนความเท็จที่พูดออกไป
“แต่พี่รักการินนะ”  การินหยุดหัวเราะทันทีที่ได้ยิน  น้ำใสไหลออกจากตาหญิงสาวด้วยความรู้สึกผิดที่ต้องโกหกภู  เธอไม่เคยตกในสถานการณ์แบบนี้มาก่อน  มันช่างทรมานมากกว่าการแอบรักคนอื่นและไม่ได้บอกรักซะอีก  แต่นี่คือ  การไม่ได้รักแต่พูดไม่ได้
“อืม  ค่ะ”  การินจุกไปพูดอะไรไม่ออกอีกเลย   “พรุ่งนี้พี่ภูไปขายข้าวมันไก่รึป่าวคะ  การินว่าจะแวะไปกิน”  การินรีบเปลี่ยนเรื่องทันที  เพราะเธอไม่อยากพูดเรื่องความรู้สึกกับภู
“ขายสิ  จะมาเหรอ”
“ก็กะจะไป  กินฟรีใช่ปะคะ ฮ่าๆๆๆ”  การินปาดน้ำตาของความรู้สึกผิดต่อภูและพยายามปั้นเสียงให้ดูร่าเริง
“ ฮ่าๆๆมาสิได้อยู่แล้ว”
 
            ทั้งคู่คุยกันเรื่องต่างๆนานาอยู่พักใหญ่อย่างเช่นทุกวัน  มันเป็นสิ่งที่การินต้องการตอบแทนความรู้สึกดีๆที่ภูมีให้เธอ  น้อยนักที่การินจะพบคนที่รักเธอจริง  แต่ช่างน่าเสียดายที่การินกลับไม่ได้รักภู  หญิงสาวผู้โง่เขลาช่างไม่มีวาสนา
 
            จังหวะนั้นที่การินกำลังคุยกับภูในเรื่องขำขัน  สาวน้อยต้องเบรกบทสนทนาเมื่อมีสายซ้อนโทรเข้ามาในเวลาตี 4 แบบนี้
 
“เดี๋ยวนะพี่ภู  มีสายซ้อน  สงสัยจะเป็นยูแน่เลย”  การินพักสายภูและดูเบอร์ต้องสงสัยที่โทรเข้ามาซ้อนสายกับภู  เมื่อการินมองเบอร์ที่บันทึกชื่อที่คุ้นเคยเธอก็ต้องตกใจเมื่อเบอร์ที่โทรซ้อนเข้ามานั้นไม่ใช่ใครที่ไหน
 
[........เจ้านาย!!  พี่ปอโทรมาทำไมตอนตี 4 เนี่ย!!!!!!!!!!!!......O.o!!!]
 
“พี่ภูเดี๋ยวการินขอคุยกับยูก่อนนะคะ  ยูโทรมา”   หญิงสาวจำใจโกหกภูอีกครั้ง
“จ่ะงั้นแค่นี้เลยละกันพี่ไปนอนแล้วล่ะ  การินก็รีบนอนซะนะ พรุ่งนี้เจอกันโทรมาล่ะ” ภูจึงวางสายการินไป  หญิงสาวรีบกดรับสายหนุ่มใหญ่ในทันที
“ค่ะพี่ปอ  ว่าไงคะพี่”   การินรับสายเสียงเรียบเฉยทั้งที่หัวใจสั่นรัวไม่เป็นจังหวะ  มันนานเหลือเกินที่ไม่ได้คุยกัน
“การิน อยู่ไหน”
“อยู่หอค่ะ  เพิ่งอาบน้ำเสร็จ พี่ปอมีอะไรรึป่าว”
“อ่าว!!  วันนี้ไม่เที่ยวเหรอ”  ปอพูดน้ำเสียงที่แสนอารมณ์ดีจนผิดสังเกต  การินหวั่นๆว่าปอจะมาไม้ไหนกันแน่
“ทำไมคะ”
“ป่าว!!จ้า  พี่เข้ามาเก็บเงินที่ร้านไม่เห็นเรา”
“การินต้องไปร้านทุกวันด้วยเหรอคะ วันนี้การินไปกินเหล้ากับพี่ภูมา  แต่กลับมาหอแล้วค่ะ  มีเรียนเช้า”  การินตอบเสียงแข็ง  เธอพอเดาออกว่าปอมีเจตนาอะไรในการโทรมาเวลานี้  และนั่นเป็นสิ่งที่การินเกลียดที่สุดสำหรับสิ่งที่ปอทำกับเธอมา
“อ้อ!!  อืม  แล้วทำอะไรอยู่  พี่เข้าไปรับได้มั้ยครับ”
 
[……นั่นไงล่ะ  คิดไว้ไม่เคยพลาดเลย  นี่ขนาดรู้ว่าฉันคุยกับพี่ภูยังกล้าโทรมาแบบนี้อีก  จะมากไปแล้วนะคุณปอ  นี่สงสัยจะยังไม่เข็ดกับคนอย่างฉัน  จะเล่นเกมบ้าๆนี่ต่อนักใช่มั้ย  ได้!  คุณเริ่มเกมนี้ก่อนนะ….]
 
“พี่ปอจะเข้ามารับการินทำไมคะ  การินจะนอนแล้ว”
“อ่าว!!  ก็ไม่รู้สิ  ก็อยากไปรับ”
 
[……อยากมารับ  หรืออยากได้อย่างอื่นกันแน่  โอ๊ย!!!  โมโห ><!!!…]
 
“พี่ปอจะมารับทำไม  เรื่องของเราก็จบกันไปแล้ว  และตอนนี้การินก็คุยกับพี่ภู  การินไม่อยากให้พี่ภูเสียใจค่ะ”หญิงสาวตอบเสียงแข็งกร้าว
“หึ หึ  ใช่สิ”   น้ำเสียงปอดูน้อยเนื้อต่ำใจ
“ไม่ต้องมาทำน้ำเสียงแบบนี้หรอกค่ะพี่ปอ  ที่ผ่านมาพี่เคยสนใจอะไรการินบ้าง  จะเห็นค่าก็ตอนเวลาแบบนี้แหละ  ทานข้าวด้วยกันก็นับครั้งได้  ดูหนังก็ไม่เคย  ทีกับผู้หญิงคนอื่นพี่ยังไปได้เลยพาคนนั้นคนนี้ไปนี่ไปนั่น  กับการินก็อ้างอยู่นั่นแหละว่าไม่ว่าง  นึกว่าการินรู้ไม่ทันเหรอคะ”  หญิงสาวใส่อารมณ์อย่างดุเดือด
“ทำไมการินคิดแบบนี้ล่ะครับ  ถ้าพี่ไม่สน คือ  ไม่สนเลยก็เคยบอกไปหลายครั้งแล้ว  การินคิดมากไปเอง  ที่ผ่านมาการินจะให้พี่ดีกับการินอย่างที่พี่ดีกับคนอื่นก็คงไม่ได้  สิ่งที่การินทำมันแรงเกินไป  การินแรงกับพี่มาก ทบทวนสิ่งที่การินทำกับพี่สิ  ปั่นป่วนพี่ไม่เลิก  ที่พี่ดีกับเราแบบที่เป็นอยู่ พี่ว่าพี่ก็ดีที่สุดแล้ว”
“ดีที่สุดได้แค่นี้เหรอคะ”
“แล้วการินทำอะไรให้พี่สบายใจบ้าง  เดี๋ยวก็สร้างเรื่อง  สร้างปัญหาให้พี่ไม่จบไม่สิ้นสักที”  ปอเริ่มใส่อารมณ์
“ก็นี่ไงจบแล้วไง  การินก็ไม่ได้ไปวุ่นวายอะไรแล้วไง”
“พี่ไปรับนะ”   ปอมัดมือชก เพื่อตัดบทการสนทนาที่ดูดุเดือดมากขึ้น
“พี่ไม่เข้าใจเหรอคะ  การินบอกว่าการินคุยกับพี่ภูอยู่  การินจะไปบ้านพี่ได้ไง”
“ครับ  การินอยากจะคุยกับภูก็คุยไป  พี่จะทำอะไรได้  แล้วแต่เลยครับ อยากจะทำอะไรแค่ไหนยังไงก็เชิญเลย”
“ค่ะ  พี่ภูเป็นคนดี  การินอยากเจอคนดีๆบ้าง  เพราะที่ผ่านมาเจอแต่คนแย่ๆ”
“พี่กำลังไปรับ  ลงมาด้วยนะ”   ปอพูดเสียงแข็งราวบีบบังคับ
“ไม่ต้องมาหรอกค่ะ  การินจะนอนแล้ว  ก็ไม่เข้าใจว่าจะมารับทำไม”
“อยากเคลียร์กับการินให้รู้เรื่องไง  การินพูดไม่รู้เรื่องอ่ะ” ปอพูดน้ำเสียงหงุดหงิด
“ก็คุยทางโทรศัพท์นี่แหละค่ะ  ทำไมการินจะพูดไม่รู้เรื่อง บอกมาสิคะจะเคลียร์เรื่องอะไรอีก”  หญิงสาวเดินไปนั่งตรงระเบียงเพราะนิตารู้สึกตัวตื่น ด้วยเสียงอันเกรี้ยวกราดของการิน
“ลงมาเลยครับพี่เข้ามาในหมู่บ้านแล้ว”  ปอใช้น้ำเสียงบีบคั้น  การินเบิกตากว้างเมื่อเห็นรถปอจอดแน่นิ่งอยู่หน้าหอของเธอ  การินรีบเดินกลับเข้าห้อง
 
[……บ้าจริง!!มาจริงด้วย  ท่าทางจะขาดแคลนสาวมากเลยสิช่วงนี้  ทำไงดีล่ะสงสัยฉันต้องแก้เผ็ดผู้ชายคนนี้เจ็บๆซะแล้ว  เคยรู้จักคำว่า  “กินแห้ว”  รึป่าวคุณปอ…..]
 
“พี่ปอมาทำไม  การินบอกว่าไม่ต้องมาไงล่ะคะ  การินไม่อยากไป”   การินทำเสียงเข้ม
“ลงมา  การิน!!  เร็วๆ”  ปอใช้น้ำเสียงหนักแน่นที่คิดว่าการินต้องกลัว  แต่หญิงสาวไม่ได้กลัวเลยแม้แต่น้อย
“ค่ะ  เดี๋ยวลงไป”
 
[…อย่าเลยพี่ปอ  อย่าดีใจไปว่าจะได้อย่างที่หวัง  คุณต้องเสียเที่ยวแน่ๆ  เกมใหม่ครั้งนี้เริ่มขึ้นแล้ว  และมันไม่จบง่ายๆแน่  และจำไว้นะว่าคุณเริ่มมันขึ้นมาเองทั้งที่ฉันตั้งใจจะหยุดแล้ว……]
 
            หญิงสาวเดินลงจากหอพักไปในยามค่ำคืนที่แสนเปลี่ยว  Camry  สีขาวเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน RNG  ทันทีที่การินขึ้นรถ
 
“การินครับ  เป็นอะไรไป”  หนุ่มใหญ่ปรับน้ำเสียงอ่อนนุ่มทันที  เมื่อเห็นใบหน้าเฉยชาของหญิงสาวราวกับวิญญาณที่ไร้ร่าง
 
“ป่าวค่ะ  ไหนมีอะไรจะเคลียร์เหรอคะ  ว่ามาเลย”  หญิงสาวนั่งนิ่งเคร่งขรึม  ไม่มีรอยยิ้มใดๆบนใบหน้า
“พี่ว่าถ้าการินยิ้ม  การินจะน่ารักกว่านี้นะ” หญิงสาวเหลือบสายตาอาฆาตรสู่หนุ่มใหญ่ที่ขับรถไปอย่างใจเย็น
 
[……ใจเย็นไว้การิน  โมโหก็ต้องอดทน  หนอย!!!!!  ด่าฉันทางอ้อมก็บอกมาเถอะ  คุณอ่ะหล่อมากอ่ะนะ  เห็นว่าฉันหน้าบูดก็น่าจะเดาได้ว่าฉันไม่ได้ยินดีที่คุณมารับเลย  ไม่น่าโง่เลย….] 
 
“การินถามอะไรหน่อยสิพี่ปอ  ว่าทำไมอยู่ๆก็โทรมาหาการินวันนี้  ทั้งที่ตอนปิดเทอมพี่ก็ไม่เคยจะโทรมาเลย  ทักเอ็มไปพี่ก็ไม่เคยตอบ”
“ก็....พี่งานยุ่งครับ  ทักเอ็มมาด้วยเหรอพี่ไม่เห็น”
“พี่เห็นการินมีค่าก็ตอนที่พี่อยากได้เท่านั้นแหละ”  หญิงสาวพูดใส่ไปตรงๆ
“ก็แล้วแต่การินจะคิดนะ  พี่ไปบังคับความคิดการินไม่ได้  ที่ผ่านมาการินทำอะไรไว้บ้างทำไมไม่คิดบ้างว่าพี่จะเสียใจแค่ไหน  การินทำให้หลายคนต้องเสียใจก็ไม่เคยคิด  ทำไมอ่ะ  การินจะอยู่เฉยๆบ้างไม่ได้เหรอ  ไม่ต้องไปวุ่นวายกับใคร”
“ก็ที่การินต้องวุ่นวายเพราะพี่โกหกการินนี่คะ  ถ้าพี่พูดความจริงการินก็ไม่ต้องไปตามหาความจริงให้กับตัวเองหรอก”
 
            ปอเงียบงันไป  บรรยากาศในรถก็เริ่มตึงเครียด  การินนิ่งไปหายใจแรงด้วยความโมโห ความรู้สึกโกรธแค้นกับเรื่องในอดีตถาโถมเข้ามาจนหญิงสาวเก็บไว้ไม่อยู่
 
“การินลองปรับตัวเองบ้างนะ  พี่ว่าเราสามารถเริ่มใหม่ดีๆได้  การินทำให้พี่ไม่เหลือใครพี่ก็ไม่เคยไปต่อว่าอะไรเราเลย  การินจะไปพูดว่าพี่เสียๆหายๆกับใครพี่ก็ไม่เคยว่า  ลองปรับตัวเองดูสิครับ”
“พี่ไม่เหลือใคร  ทำไมพี่ปอกล้าพูดจังเลยอ่ะ  วันนั้นการินยังเห็นพี่เข้าไป RNG  อยู่เลย  ไปหาน้องแอร์เหรอคะ”
“เข้าเมื่อไหร่  พี่ไม่ได้เข้าไปหมู่บ้านนั้นนานมากอ่ะ”  ปอปั้นหน้าตีบทแตกแจกตุ๊กตาทองเลยทีเดียว
“การินเห็นค่ะพี่ปอ  พี่อย่ามาปฏิเสธเลย”  การินส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจกับคำโกหกของปอ
“ไม่นี่  ไม่ได้ไปรับใคร  แอร์ไหน  ไม่ได้คุย”
“แอร์ไหน  พี่ไม่รู้จักน้องแอร์เลยเหรอ  กล้าพูดเนอะ”
“อืม  พี่ไม่รู้ว่าเราพูดถึงใคร”  ปอยังคงหน้าตายไม่รู้ไม่ชี้ใดๆ  การินกำมือแน่นด้วยความหมั่นไส้
“การินไม่เข้าใจเลยว่าพี่จะโกหกทำไม  ในเมื่อการินรู้การินเห็น  หลายๆครั้งที่ผ่านมาพี่ก็ไม่เคยยอมรับ  การินรู้อะไรก็ไม่คิดจะถามพี่เลยรู้ปะ  เพราะรู้ว่าถามไปพี่ก็ไม่ตอบความจริง”
“พี่จะบอกว่าจริงๆการินไม่ได้รู้อะไรเลย  การินก็รู้เหมือนที่คนอื่นเค้ารู้กันและมันก็ไม่จริงไปซะทุกเรื่อง  อะไรจริงไม่จริงการินก็เชื่อไปซะหมด”
“การินเชื่อตัวเองค่ะ  เชื่อสิ่งที่เห็นที่พิสูจน์แล้วว่าจริง”
 
[……กล้าพูดมากอ่ะ  หน้าด้านที่สุดอ่ะ  ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาต่อว่าให้เค้ารู้สึกตัวแล้ว  พอกันทีไม่อยากพูดอะไรอีก  หน้าด้านหน้าทนต่อไปเลย  เชิญ !!…]
 
            การินนั่งนิ่งเงียบจนไปถึงบ้านปอโดยไม่ปริปากพูดอะไรอีกเลย  ปอคิดว่านั่นคือ การยอมอ่อนข้อของหญิงสาว
 
            บ้านหลังน้อยสีขาวสะอ้านของหนุ่มใหญ่ที่หญิงสาวคุ้นเคย  และไม่คิดว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง  มาที่นี่ทีไรเธอก็รู้สึกผูกพันอย่างบอกไม่ถูก  โซฟาที่ดูสะอาดตาแต่รกไปด้วยข้าวของที่ปอวางเกลื่อน  โต๊ะที่มีเอกสารมากมายที่การินเคยแอบขโมยไปโดยปอไม่รู้ตัวยังคงรกเช่นเดิมเหมือนครั้งเก่าก่อนที่เธอเคยมาเหยียบที่นี่
 
            ปอคล้องบ่าหญิงสาวขึ้นห้องนอนชั้นสองอย่างอารมณ์ดี  การินยังคงหน้าบึ้งตึงเช่นเดิม   หญิงสาวจับแขนปอออกด้วยสีหน้าบุญไม่รับ  หนุ่มใหญ่ถึงกับมีสีหน้าเหวอไปเลยทีเดียวก่อนจะเดินนำเข้าห้องไปอย่างหงุดหงิด
 
[……อย่าหวังพี่ปอ  อย่าคาดหวังใดๆในตัวฉันในวันนี้  เพราะจะต้องผิดหวังล้านเปอร์เซนต์….]
 
            ภายในห้องนอนของหนุ่มใหญ่ยังคงเหมือนเดิม  เพียงเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่เป็นสีน้ำเงิน  การินหันไปบนชั้นวางของติดผนังข้างๆจอโทรทัศน์ ซึ่งเคยเป็นที่วางของกล่องรวมรัก  ของขวัญวันเกิดที่การินทำให้กับหนุ่มใหญ่ในวันเกิดที่ผ่านมา  แต่ในวันนี้มันกลับว่างเปล่า
 
“พี่ปอคะ  ของขวัญที่การินทำให้ไปไหนแล้วอ่ะ”  การินถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย  และไม่หวังคำตอบที่เป็นจริงจากปอเลย
“ของขวัญเหรอ....”  ปอเงียบราวกับจะสรรหาคำตอบที่สวยงามมาตอบหญิงสาวที่ยืนกอดอกจ้องเขม่งไปที่หนุ่มใหญ่ที่พยายามทำตัววุ่นวายกับที่ชาร์ตมือถือ  และโทรศัพท์หลากหลายเครื่องที่กองไว้ข้างๆเตียง
“เอาแอบสาวเหรอ”  การินพูดแทงใจดำหนุ่มใหญ่
“ไม่เห็นว่าพี่ต้องแอบใครนี่ครับ  ทำไมต้องแอบด้วยล่ะ  ไม่เข้าใจ  ก็เจ้าของไม่ดีกับเรา  ก็ทิ้งไปดีกว่า”  ปอทำเสียงอ่อน
“ทิ้งเหรอ” การินเบิกตากว้างด้วยความตกใจและเสียความรู้สึกไปพร้อมๆกันจนเดาไม่ได้ว่ารู้สึกอะไรมากกว่ากัน 
“ดีเนอะคนเค้าตั้งใจทำกันให้  เด็กร้านรู้คงซึ้งเลย”    
 
            การินบ่นงึมงำโดยไม่รับรู้ว่าปอซึ่งนั่งจดจ่อกับมือถือบนเตียงจะฟังเธอหรือไม่  หญิงสาวไม่ถามอะไรต่อเพราะรู้ว่าถามไปก็ไม่ได้รับความจริงจากปากปออยู่ดี  แม้ในใจหญิงสาวจะแอบเสียใจที่ปอทิ้งของขวัญที่เธอตั้งใจทำให้  ความเสียใจครุกรุ่นอยู่ภายในจนกลายเป็นความโกรธเคืองที่สะสมกันต่อไป
 
            การินกระโดดลงเตียงซุกตัวลงกับผ้าห่มหนานุ่มนอนตะแคงข้างหันหลังให้ปอ  โดยไม่สนใจว่าปอจะทำอะไร
 
“แป๊บนึงนะ  ขอเรื่องงานก่อน”  ปอพูดขึ้นเมื่อเห็นการินนอนไปซะก่อน  หนุ่มใหญ่ง่วนนั่งกด BB อย่างเคร่งเครียด  การินนอนถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายกับข้ออ้างเหล่านี้ที่เธอรับรู้ดีว่ามันไม่จริง
 
[……ไม่มีใครรอคุณเลยว่ะคุณปอ  จะมาโกหกไม่เลิก  มาคุยงานบ้าไรตอนตี 4 ครึ่งแบบนี้ เคลียร์กับสาวๆล่ะสิไม่ว่า  จะสร้างภาพไปถึงไหนบอกกี่ครั้งว่าฉันรู้ไส้รู้พุงคุณไปถึงไส้ติ่งแล้ว  โกหกไม่เนียนเลย  คราวหลังก็คิดบ้างนะจะโกหกก็ขอแบบเนียนๆอ่ะ  ฟังแล้วหงุดหงิดจริงๆ……]
 
            การินข่มตาให้หลับแต่ก็หลับไม่ลง  เมื่อปอเข้ามาสวมกอดหญิงสาวไว้ในอ้อมแขนที่การินไม่ต้องการอีกต่อไป  มันไม่อุ่นเหมือนที่เคยรู้สึกและสัมผัส  การินนิ่งเฉยราวกับไร้ชีวิต  ปอโน้มหน้ามาหอมแก้มหญิงสาวอย่างแผ่วเบาและพยายามสุดชีวิตที่จะทำให้การินร่วมสบอารมณ์  แต่ก็ไม่มีผลหญิงสาวยังคงนอนแน่นิ่ง
 
[……ทำอะไรทำไปเลย  ทำได้แค่ไหนทำไป  ก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะรู้สึกไงหากทำกับสิ่งไม่มีชีวิตไร้ความรู้สึก….]
 
“คิดถึงจัง  คิดถึงพี่มั้ย”  หนุ่มใหญ่ถามด้วยเสียงแผ่วเบาใกล้ริมใบหูหญิงสาว  แต่การินก็นิ่งเฉยจนเริ่มรำคาญ
“พี่!!  การินจะนอน  ง่วง  พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า”  การินพูดเสียงแข็ง
“มีเรียนเหรอ”  ปอถามและกอดหญิงสาวไว้แน่นและไม่หยุดความพยายามในการปลุกเร้าอย่างต่อเนื่อง
“พี่ปอไม่เข้าใจคำว่าจะนอน เหรอ”   การินเบิกตากว้างมองหนุ่มใหญ่ที่ใบหน้าแนบชิดแก้มเธออยู่
“ก็นอนไปสิ”  ปอก็ยังไม่วายหยุดทำในสิ่งที่การินไม่ต้องการ
“พี่ปอ!!”  การินเสียงแข็งกร้าวจ้องหน้าปอ  ปอเริ่มอารมณ์เสียขึ้นมาชักสีหน้าตึงด้วยความหงุดหงิด
“ทำไม  การินเป็นอะไรไปอีกอ่ะ”  ปอจ้องหญิงสาวด้วยความหงุดหงิด
“การินมีรอบเดือน  จะเอาไง  ง่วงอ่ะ...อยากนอน  เข้าใจปะ”  การินเถียงสบัดตัวออกจากอ้อมแขนปออย่างสุดแรงรั้น แต่หนุ่มใหญ่ไม่ยอมเช่นกัน  เข้ากอดการินไว้แน่นและพยายามต่อไป  การินผลักปอออกสถานเดียวด้วยความโมโห ปอลุกนั่งตบเตียงอย่างแรงจนหญิงสาวถึงกับสะดุ้ง
 
“พี่ไม่เข้าใจเราเลยว่ะ  การิน  ทำไมอ่ะ  เป็นอะไรนักหนา  จะโกรธอะไรนักเนี่ย”  ปออารมณ์เสียสุดๆจ้องใบหน้าหญิงสาวที่เริ่มสั่นเทาด้วยความกลัว
“การินก็ไม่เข้าใจพี่เหมือนกันว่าทำไมพี่ต้องทำแบบนี้ การินไม่ชอบ  การินไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ของพี่นะ  การินเป็นคน  มีชีวิต  มีจิตใจ ที่พี่ทำแบบนี้มันตอกย้ำให้การินรู้สึกว่าการินก็ไม่ต่างไปจากพวกนางบำเรอหรือเมียเก็บเลยอ่ะ  ถ้าไม่รักก็อย่ามาทำแบบนี้กับการินอีกเลย  ขอร้อง”  หญิงสาวกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่มันรินไหลออกมาในทันทีการินหยิบหมอนข้างมาวางกั้นไว้กลางเตียงและซุกตัวม้วนใต้ผ้าห่มด้วยความเสียใจ 
 
[…ฉันไม่ได้มีไว้ให้คุณปล่อยอารมณ์ได้ตามอำเภอใจหรอกนะ  หากไม่ได้รักกันก็อย่าได้มาแตะเนื้อต้องตัวกันเลยดีกว่า  ฉันมีค่ามากกว่าให้คนอย่างคุณมาย่ำยี  ไงล่ะรู้จักคำว่า  “กินแห้ว”  แล้วรึยัง……]
 
            หนุ่มใหญ่อึ้งไปชั่วขณะก่อนจะล้มตัวลงนอนแผ่กายอย่างอ่อนใจ  เหลือบมองแผ่นหลังของหญิงสาวและถอนหายใจออกมา
 
“ไม่รู้ตอนเช้าพี่จะตื่นรึป่าว”  ปอพูดขึ้นเสียงเย็นชาราวบอกเป็นนัยให้การินกลับไปซะเดี๋ยวนี้
“งั้นก็ไปส่งการินกลับหอตอนนี้เลย  ตอนเช้าจะได้ไม่ลำบาก”   การินดีดตัวลุกจากที่นอนทันทีปาดน้ำตาจนเหือดแห้ง  ทำเอาปอถึงกับทำหน้าเหวอและลำบากใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
            การินหยิบกระเป๋าและมือถือซึ่งวางไว้ข้างเตียงก่อนจะเดินมุ่งตรงไปทางประตู  และออกจากห้องไป โดยปอเดินตามมาติดๆ
 
ปัง!!!!!!!!
 
            ปอปิดประตูห้องนอนเสียงดังสนั่นลั่นบ้านจนรับรู้ได้ถึงโครงสร้างที่สั่นไหว  หญิงสาวเดินลงมาจากห้องนอนด้วยความหวั่นใจเพราะปอก็โมโหเช่นกัน
 
“ได้!!  การิน  ได้เลย  ก็จะได้รู้กันไปว่าคุยดีๆกันไม่ได้”
 
            ปอรีบคว้ากุญแจรถ กดรีโมทเปิดประตูเหล็ก ประตูเหล็กค่อยๆเลื่อนขึ้น ปอรีบเดินนำขึ้นรถอย่างไม่สนใจหญิงสาวที่เดินตามหน้าหงิก  ตลอดทางการินและปอถกเถียงกันมาตลอดทางอย่างดุเดือด
 
“พอเหอะการิน  เลิกไปวุ่นวายกับคนอื่น  เลิกไปคุยกับคนนั้นคนนี้สักทีพี่ขอร้อง  อยู่เฉยๆในส่วนของเธอ  พี่ไม่เห็นว่าจะมีใครมาระรานอะไรการินเลย  มีแต่เราที่ไปหาเรื่องคนอื่น”
“การินไม่เคยหาเรื่องใคร”  การินเถียงสุดใจ
“อ้อ  ครับไม่เคยเล้ย  พี่จะบอกให้รู้เลยนะว่า  การินไม่มีทางได้เป็นที่หนึ่งหรอก  การที่การินกำจัดคนอื่นออกไปหมดพี่ก็ไม่ได้ยกให้การินเป็นที่หนึ่งหรอกครับ”
“การินก็ไม่เคยคิดที่จะเป็นที่หนึ่งเลยสักนิด พี่สำคัญตัวผิดไปรึป่าวคะ”
 
[……โคตรหลงตัวเองอ่ะ  ในหัวฉันไม่เคยมีเรื่องที่หนึ่งของพี่ปออยู่ในสมองเลย  มันน่าภาคภูมิใจแค่ไหนที่ได้เป็นที่หนึ่ง  แต่ก็ยังต้องรับรู้ว่าแฟนตัวเองมีที่สอง  ที่สาม  ที่สี่  ไม่จบไม่สิ้น  ไม่รู้จักพอ…..]
 
 
“จ่ะ  คนที่พี่จะเลือก  เขาต้องเป็นคนดี  สิ่งที่การินทำไม่ได้ทำให้พี่รู้สึกดีเลยสักอย่าง  การินก็รู้ว่าพี่คุยหลายคน  ทุกคนก็ไม่เคยจะทำตัวมีปัญหา  ดูอย่างกอยสิ  กอยมันยังยอมอยู่เฉยๆได้เลย  แล้วทำไมการินทำไม่ได้อย่างกอยอ่ะ”
“เพราะการินไม่ใช่พี่กอย  การินไม่ยอมในสิ่งที่มันไม่ถูกต้องอยู่แล้ว”
“ครับ  ไม่ยอมก็อย่ายอม  เพราะพี่ถือว่าพี่ใจดีกับเราสุดๆแล้ว  ลองกลับไปทบทวนตัวเองดู”
 
            Camry  สีขาวจอดนิ่งหน้าหอหญิงสาวในเวลาเกือบ  6  โมงเช้า  ปอนั่งนิ่งเงียบเมื่อจอดรถ
 
“ใครกันแน่ที่ต้องทบทวน” 
            การินพูดก่อนจะเดินลงจากรถไป  ปอขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว  จนการินอดห่วงไม่ได้ว่าจะขับไปชนอะไรหรือไม่
 
[……ไงล่ะ  บทเรียนแรกของเกมนี้  “อย่าหวังว่าจะได้ในสิ่งที่คาดหวังเสมอไป” คนอย่างคุณคงพบกับความผิดหวังมาน้อยนิด  ฉันจะสอนให้คุณได้รับรู้เรื่องราวต่างๆต่อจากนี้อีกมาก  เกมส์มันยังไม่จบหรอกนะพี่ปอ  มันเพิ่งเริ่มต้น!!….]
 
......................................................................................................................................... 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 133 ท่าน