Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
การกลับมาของเพื่อนเก่า...
35
16/11/2554 13:20:40
337
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 35...การกลับมาของเพื่อนเก่า....
.........................................................................................................................................
 
“ฮัลโหลการิน  เป็นไงบ้างวะแก”
 

            เสียงที่เคยคุ้นและขาดหายมาเนิ่นนานดังแว่วเข้าหูหญิงสาว  เบอร์แปลกที่หญิงสาวเลือกที่จะรับโดยไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นผู้ใด  และเจ้าของเสียงก็กรอกเสียงนุ่มไม่ยั้ง

 
“ฉันเบื่อมากเลยอ่ะแก  อยู่หอ  ไม่มีเพื่อนเลย  ฝึกงานอีกโคตรขี้เกียจไปเลยอ่า  ฉันฝึกไกลหอด้วยดิ  แล้วแกเป็นไงบ้าง  ฉันไม่ได้ติดต่อแกเลย  คิดถึงๆ”
“เอ่อ.......ก็สบายดี”   การินขมวดคิ้วด้วยความงงงัน
“แกกลับบ้านไปเมื่อไหร่  แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่  ฉันเหงามากเลย   ไม่มีเพื่อนเลยอ่ะ”
“ก็......ปลายเดือนหน้าอ่ะ  แกนึกไงโทรมาหาฉันเนี่ย ยู!”
“คิดถึงไง”
 

             หญิงสาวคุยกับเพื่อนเก่าคนนี้  อยู่นานสองนาน  แม้ไม่เข้าใจว่าอยู่ๆเธอผู้นี้ก็กลับมาคุยกับการินทั้งที่เคยมีปัญหากันตอนปี 2 ยูเคยเป็นเพื่อนในกลุ่มของการินและนิตา  เคยเป็นรูมเมทของนิตา  แต่เกิดเรื่องบาดหมางกันระหว่างนิตาและยูทำให้ทั้งคู่เลิกติดต่อกันไป  ยูและการินก็ขาดการติดต่อกันไปโดยปริยาย   วันนี้ยูกลับมาอีกครั้ง  หญิงสาวแอบหวั่นใจว่ายูจะนำเรื่องวุ่นวายใดๆมาให้เธอเหมือนเก่าหรือไม่  แต่เรื่องราวมันก็ผ่านมาเป็นปีแล้ว  การินจึงไม่ใส่ใจ  ยูกลายเป็นเพื่อนคุย  MSN  ทุกวัน  โทรมาคุยทุกวี่วันไม่แพ้หนุ่มภูซึ่งโทรมาคุยทุกวัน  คุย MSN  กับหญิงสาวทุกวันไม่ขาดหาย

 

             ภูโทรคุยกับการินเกี่ยวกับเรื่องราวความรักที่แสนรันทดของเขาให้การินฟัง  เขาเคยรักผู้หญิงคนหนึ่งคุยกันมานาน  สุดท้ายผู้หญิงคนนั้นก็จากไปกลับไปหาแฟนเก่า  ภูเสียใจมากกับการถูกทิ้ง  จนมาได้รู้จักกับผู้หญิงอีกคน  คุยกันมานานเช่นกัน  สุดท้ายผู้หญิงคนนั้นก็กลับไปคืนดีกับแฟนเก่า  หนุ่มภูเจ็บช้ำกับเรื่องรักจนกลัวว่าการินจะไม่จริงใจและจากไปอีกเช่นกัน  หญิงสาวแลกเปลี่ยนประสบการณ์รักที่แสนเจ็บปวดให้ภูฟังเช่นกัน  ทั้งคู่เริ่มจะเข้าใจซึ่งกันและกัน

 
แต่แล้วการินก็เริ่มรู้สึกตัวว่าภู  ไม่ใช่!!!!!
 
การิน: ถามไรหน่อยดิ
ภู : ว่ามา
การิน: กลัวผีเหรอ
ภู : รู้ได้ไง
การิน : อ่าว  ก็ที่ไปทริบไง  พี่แทแซว
ภู : แซวว่าไร   จำไม่ได้
การิน : ไม่ใช่แซวที่เขาพูดๆกัน   ก็สรุปได้ว่าพี่กลัวผี   555+
ภู : กัวนิดหน่อย  ไม่ได้กัวเยอะ
การิน : ไม่หน่อยมั้ง    เห็นที่พี่ปุยบอกเห็นผีขาขาวก็ร้องจะกลับ  แย่แน่  การินชอบเรื่องพวกนี้ด้วยสิ
ภู :  มันน่าสนใจตรงไหนอ่า
การิน : หนังผีนี่ดูเกือบทุกเรื่อง   มันลึกลับดี  สนุกดี   ชอบฟังเดาะช็อก  เหอะะะะะะ   กัวอ่าดิ
ภู : พี่ก้อชอบดูชอบฟังนะแต่ก้อกัว   บางทีฟังเพื่อนเล่าเรื่องผีแล้วก้อไม่กล้ากลับบ้าน  ลำบากพวกมันต้องอยู่ถึงเช้ากันอีก
การิน : จิงดิ  งี้ไม่เรียกว่านิดแล้วแหละ
ภู : มีอีกเยอะไอ้ที่พี่กัวอ่ะ   ถ้าการินรู้คงจาแบบว่า ผู้ชายไรเนี่ย   ประมาณเนี้ย
การิน : กลัวไรอีกอ่า  แมลงสาบกัวมะ ไส้เดือน
ภู: กัวยิ่งกว่าผีอีก  แมงสาบอ่ะ
การิน : แมงสาบนี่เพื่อนซี้เลย
ภู : ไปรู้จักกันตอนไหน
การิน : การินไม่กัวแมงสาบจิงๆ  ถามน้องที่ร้านสิ   น้องมันล้างห้องน้ำ  เจอแมลงสาบ   ยังให้การินเข้าไปตีให้เลย
ภู : บางทีพี่ถึงกับกรี๊ดเลยนะ  เพื่อนมันบอก
การิน : เวอร์
ภู : แต่พี่ไม้รู้ตัวหรอกว่าตัวเองกรี๊ด
การิน : แต๋วแตก
ภู : ก้อไม่ชอบอ่ะ
 
[……บางทีการมีใครสักคนอยู่เคียงข้างคอยดูแลช่วยเหลือกัน  มันก็เป็นความรู้สึกที่ผู้หญิงทุกคนอยากได้รับการปกป้องดูแล  แต่ว่าตอนนี้ฉันรู้สึกต้องไปปกป้องพี่ภูไงไม่รู้  ฉันยังได้รับรู้เรื่องผู้หญิงของพี่ภูจากคนที่เชื่อถือได้  แต่พี่ภูก็ไม่เคยเล่าให้ฉันฟัง  ฉันก็รู้สึกรับไม่ค่อยได้นะเรื่องที่รู้มา  แต่จะทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วกัน  ทุกวันนี้ที่ยังคุยกันเพราะฉันไม่อยากทำร้ายพี่ภูเหมือนผู้หญิงคนอื่น  ฉันไม่กล้าบอกไปว่าฉันไม่ได้รู้สึกถึงคำว่า  “รัก”  กับพี่ภูเลย……]
 
                     แม้จะไม่มีความรักเกิดขึ้นในใจหญิงสาว  แต่ความรู้สึกดีๆยังมีอย่างล้นเหลือ  เธอแอบคิดว่าหากคุยกันไปสักพักก็อาจจะเกิดเป็นความรักขึ้นมาได้บ้างไม่มากก็น้อย  เพราะถึงอย่างไรการินก็ไม่มีใครเลยสักคนที่คุยด้วยนอกจากภู
 
......................................................................................................................................
 
                     ในค่ำคืนที่แสนเปลี่ยวเหงาและมืดมิด  การินนอนกลิ้งอยู่บนเตียงในห้องนอนของเธออย่างเดียวดาย  ไฟดับมืดมีเพียงแสงสลัวๆจากภายนอกหน้าต่างลอดผ่านม่านสีเขียวน้ำทะเลเข้ามาจางๆ  การินจึงได้เพียงนอนคุยโทรศัพท์กับยูบ้าง  ภูบ้าง  เมื่อวางสายจากภู  หญิงสาวก็คิดถึงปอขึ้นมาอย่างกะทันหัน
 
[……พี่ปอเขาเป็นตายร้ายดีไงบ้างนะ  อยากรู้จัง  ฉันขาดการติดต่อกับเขามาเกือบเดือนแล้ว  ลองโทรไปกวนดูดีกว่า….]
 
 
“ฮัลโหล!!!!”   ปอรับสายเสียงเข้มขรึม
“พี่ปออยู่ไหนคะเนี่ย”
“บ้าน”  ปอตอบเสียงห้วน
“อืม....วันนั้นที่ทริปอ่ะ  การินขอโทษแล้วกันนะ”
“อือ  พี่เมาจำไม่ได้”
“อ้อ  เมาเหรอ  ถึงว่าล่ะ”   การินเบ้ปากทันที  ปอยอมรับมาแล้วว่าเมา  ทำให้เธอกลายเป็นคนผิดในสายตาคนอื่น
“พี่ปอคะ  การินคุยกับพี่ภูนะพี่  ไม่เป็นไรใช่ปะ  ส่วนเรื่องของเราก็จบ  เป็นพี่น้องกันเนอะ”   การินทำเสียงใสร่าเริง
“ไม่รู้สิครับ  อยากทำอะไรก็ทำ  โตแล้วคิดเองได้”
“ค่ะ  การินก็เพิ่งคิดได้นี่แหละค่ะ  โอเคนะคะ  สวัสดีค่ะ”
 
[……จะมาหลอกด่ารึไงเนี่ย  ฉันก็แค่บอกให้เป็นทางการจะได้ไม่ต้องมาเคืองโกรธพี่ภู  ฉันไม่ใช่คนที่ทำอะไรซ้อนไปซ้อนมาเหมือนคุณหรอกคุณปอ….]
 
…………………………………………………………………………………………………
         หญิงสาวบอกกล่าวกับภูว่าจะกลับมหาลัยปลายเดือนหน้า  แต่แล้วด้วยภารกิจลับทำให้เธอต้องกลับมหาลัยก่อนกำหนดโดยที่ภูไม่รู้  หญิงสาวกลับถึงหอพักของเธอด้วยความสบายใจ
 
 
“นี่แปลนคร่าวๆ  พี่เค้าบอกให้แกออกแบบดูเผื่อว่าเขาจะชอบ”
นิตาโยนแปลนอาคารให้การินดู  หญิงสาวคลี่แผ่นกระดาษออกดูด้วยความตั้งใจจดจ่อ
“ไม่น่ายาก  เมื่อไหร่จะสร้างอ่ะ  ฉันรออยู่”
“มีปัญหานิดนึง  เรื่องเงินทุน เดี๋ยวต้องคุยกันอีกทีในทีมงานเขาอ่ะ”   นิตานั่งลงบนเตียงมองการินอย่างเพ่งพินิจ
“ฉันอยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆจังเลย  อยากเห็นหน้าพี่ปอแบบคนพ่ายแพ้ไม่มีทางสู้  ฉันคงจะยิ้มอย่างผู้มีชัยชนะ”
“แกได้คุยกับพี่ปอบ้างปะล่ะ”  นิตากลิ้งตัวซุกลงใต้ผ้าห่มสีม่วงสีโปรดของเจ้าหล่อน
“ไม่นะพี่ปอหายไปเลย เค้าไม่สนใจฉันอยู่แล้วล่ะ  ฉันเองก็ไม่ได้สนใจอะไร  อ้อ!!  คุยครั้งเดียว  ฉันโทรไปบอกพี่ปอว่าฉันคุยกับพี่ภูอยู่  เขาจะได้ไม่ต้องมาโวยวายทีหลังว่าฉันนอกใจเหมือนที่เขาเคยว่าพี่แบงและน้องแอร์”
“เหรอ  แล้วแกกับพี่ภูเป็นไงบ้างอ่ะ”
“อืม  ก็คุยกันทุกวันนะ  แต่ว่าฉันรู้สึกว่าพี่ภูไม่ใช่ว่ะ  แต่ฉันไม่กล้าบอกเขาอ่ะ”  การินมีสีหน้าลำบากใจก่อนจะเก็บกระดาษลงแฟ้มงานและเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานอย่างเรียบร้อย  ก่อนจะนั่งหงอยบนเตียงข้างๆนิตา
“ไม่ใช่ คือ ไม่ได้ชอบพี่ภูใช่ปะ  แกก็บอกเขาไปดิวะ  อย่าไปให้ความหวังเขาเลยเชื่อฉันดิ”
“ฉันก็กะจะหาจังหวะดีๆบอกอยู่  แบบว่าเขาเคยถูกผู้หญิงทิ้ง  2  คนติด  ฉันไม่อยากเป็นคนที่ 3 เลยว่ะ  บางทีฉันคิดว่า....การที่คุยกันไปเรื่อยๆแบบนี้ก็ดี  ไม่ต้องมีอะไรมากมาย  ไม่ต้องเกินเลย  ไม่ต้องเป็นแฟน  แค่เป็นห่วงเป็นใยไปไหนมาไหนด้วยกัน  สบายใจดีออก  แต่ก็เหมือนฉันเห็นแก่ตัวเนอะ”
“แกไม่คิดอะไรไง  แต่พี่ภูอาจจะคิด  เลิกไปก็ดีจะได้ไม่ทำร้ายพี่ภู  แต่ฉันว่าถ้าแกเลิกกับเขาตอนนี้ ทุกคนก็จะมองว่าแกคบเขาประชดพี่ปอแน่ๆเลย”
“ใช่!!  นั่นเป็นอีกเหตุผลที่ฉันยังไม่กล้าบอกพี่ภูในตอนนี้ว่าไม่ได้คิดอะไร  ฉันไม่อยากให้ใครคิดแบบนั้นเหมือนกันนะ  ลำบากใจจังนิตา  ฉันควรทำไงดี”
“แกต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีผลเสียแบบไหนที่ร้ายแรงกว่ากัน  แล้วเอาไงต่อกับพี่ปอ”  นิตาขยันตั้งคำถามมากมาย
“ไม่เอาอะไรแล้วล่ะ  เลิกขาด  ได้หลักฐานพร้อมเล่นงานเค้าทุกเมื่อทั้งทางธุรกิจและทางกฏหมาย  แต่ทางกฎหมายน่ะ คิดไปก็อย่าเลยแอบสงสาร  อนาคตเค้าทั้งชีวิต  ปล่อยเป็นหน้าที่ของเวรกรรมแล้วกัน  ฉันไม่อยากไปวุ่นวายกับเค้าแล้ว  ถ้าเค้าไม่มายุ่งกับฉันก่อน”
“ใจอ่อนล่ะสิ” นิตาจับจ้องเพื่อนสาวอย่างรู้ทัน
“ก็อาจจะอย่างนั้น  เหนื่อยใจจะไปรังควานเค้าแล้วล่ะ  สิ่งที่เค้าทำสักวันมันจะย้อนไปทำร้ายตัวเขาเองในที่สุด”
 
ติด  ติด  ตี่  ติดๆๆๆๆๆ
 
“ฮัลโหลพี่ภูว่าไงคะ”  หญิงสาวรับโทรศัพท์ภูเสียงขรึมเพราะว่าอยู่ในอารมณ์ของความแค้น
“ทำอะไรอยู่  ไม่เห็นออนเอ็มเลย”
“อ้อ !!  การินนอนดูทีวีอยู่อ่ะพี่ภู”  การินยิ้มได้เมื่อแกล้งอำหนุ่มซื่อ  ภูไม่รู้ว่าการินกลับมามหาลัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“เหรอ แล้วกินไรยัง”
“กินแล้วอิ่มแปล้เลย”
 
         ภูช่างไม่รู้เลยว่าการินอยู่ไม่ไกลจากเขาเลย  และในค่ำคืนนี้การินและนิตาเตรียมพร้อมเมาที่Hubris อย่างแน่นอน  การินกะจะไปเซอไพร์ภูให้แปลกใจเล่น
 
......................................................................................................................................
                     หญิงสาวผลักประตูเข้าสู่ร้านเหล้าที่มีเสียงเพลงอึกทึกและผู้คนมากหน้าหลายตาในเวลา 5 ทุ่ม  ร้านที่เธอลาจากไปเป็นเดือน  ความคิดถึงผลักดันเธอกลับขึ้นมาบนร้านนี้อีกครั้ง
 
[……ที่นี่ยังมีคนเที่ยวเยอะเหมือนเดิม  แต่อีกไม่นานจะไม่เยอะแบบนี้แล้วล่ะ  ภาพเหล่านี้มันจะกลายเป็นอดีตเข้าสักวัน…..]

         หญิงสาวยืนกวาดสายตามองบรรยากาศและผู้คนพลางคิดถึงอนาคตที่คาดหวังไว้

 
“อ้าว!!  การินกลับมาเมื่อไหร่เนี่ย”  เตมเข้ามาทักทายอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นการินก้าวเข้ามาในร้านหอบของฝากพารุงพารัง
“อืม!!  กลับมาวันนี้แหละจ่ะ”  การินยิ้มกว้าง
“พี่ภูอยู่นั่นไงที่โต๊ะโซฟา”  เตมลากการินไปที่โต๊ะโซฟาทันที  หญิงสาวถึงกับเหวอทำอะไรไม่ถูกปล่อยตัวให้เตมลากเข้าไปในโต๊ะโซฟา  เตมสะกิดภูซึ่งนั่งหน้ามึนเมาอยู่
“พี่ภูดูสิว่าใครมา”  หนุ่มซื่อวางแก้วลงและหันมามองทางการินด้วยความประหลาดใจยิ่งนัก  ภูตกใจร้องลั่น
“เฮ้ย!!  มาได้ไงอ่ะ  ตกใจนะเนี่ย”  ภูยิ้มด้วยความดีใจที่เห็นการิน
“ทำไมล่ะ  มาไม่ได้เหรอพี่ภู”  การินยิ้มพร้อมส่งขนมของฝากให้ภู   “แบ่งเพื่อนด้วยนะ  พี่แท  พี่เมส  หวัดดีค่ะ”   การินไหว้พี่ๆในโต๊ะภูที่เธอรู้จัก  ส่วนคนที่ไม่รู้จักก็งงไปเลยทีเดียวว่าการินเป็นใคร!
 
         การินได้โต๊ะเสริมเพราะเข้าร้านดึกอยู่แถวใกล้ๆหน้าประตูร้าน  นิตาสั่งเบียร์มา 2  ขวด  สองสาวกระดกเบียร์จากแก้วอย่างกระหายโดยเฉพาะสาวน้อยการินที่ไม่ได้ลิ้มรสชาติแอลกอฮอล์มาเป็นเดือนเลยทีเดียว  ลูกค้าเยอะ  เพลงมันส์  เท่านี้ก็เพียงพอแล้วในค่ำคืนนี้  สาวน้อยกวาดสายตามองหาปอในบริเวณหน้าบาร์แต่ก็ไม่เห็นหนุ่มใหญ่แม้แต่เงา  รอบๆร้านก็ไร้วี่แวว
 
“มองหาใคร”  นิตารีบแซวเมื่อเห็นท่าทีการิน
“ป่าว!!  ดูว่าพี่ปอเข้าร้านรึป่าว  ถ้าเค้าเข้าร้านอ่ะนะ ฉันคิดว่าพี่ภูคงอึดอัดใจ”
“ก็ต้องเป็นงั้นแหละ  แกก็เลิกดิกับพี่ภูอ่ะ พี่ภูจะได้ไม่ลำบากใจ”
“แต่ก็ไม่ผิดอะไรนี่นา  ฉันเลิกกับพี่ปอแล้วนะ แต่แค่พี่ภูเป็นน้องพี่ปอก็เท่านั้น  เออหน่า  ให้มีโอกาสฉันจะรีบบอกเลย  ไม่อยากหลอกใครอยู่แล้วล่ะ” หญิงสาวกระดกเบียร์ในแก้วแก้ความสับสนในใจ
 
         หนุ่มภูแวะเวียนมาทักทายพูดคุยกับสาวน้อยการินที่โต๊ะของการินบ่อยๆ  จนโดนเด็กร้านหลายคนแซว  การินกับนิตาโยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างสนุกสนานสลับกับพูดคุยกับภู
 
“เดี๋ยวการินกลับกี่โมงอ่ะ”  ภูยืนคุมสองสาวเคียงข้างการิน
“เดี๋ยวก็รอดูก่อนอ่ะค่ะพี่ภู  การินยังไม่เมาเลย  อยากเต้นมากกว่า”  ภูดูเป็นห่วงหญิงสาว  แต่ก็ต้องกลับไปนั่งเฝ้ามองอยู่ที่โต๊ะโซฟา
 
         เวลาล่วงไปการินเริ่มเมา  ส่วนนิตาเมาไปตั้งแต่แก้วที่สาม แต่ความสนุกสนานของทั้งสองสาวไม่เลือนหาย ยังคงโยกส่ายทรวดทรงไปตามจังหวะเสียงเพลงและแสงไฟเลเซอร์ที่สาดไปทั่วบริเวณร้าน
 
“การิน  พ่อมา”  นิตาพูดพลางใช้สายตาชี้ไปด้านหลังของการิน  หญิงสาวหันหลังไปดู  ปรากฏว่าเห็นหนุ่มใหญ่ร่างสันทัดยืนมองเธออยู่ด้วยสีหน้าประหลาดใจ ปอคงแปลกใจไม่น้อยที่หญิงสาวกลับมาจากบ้านแล้ว
“พี่ปอนี่  ไม่ใช่พ่อสักหน่อยนึกว่าตำรวจลง  ตกใจหมดเลยนิตานึกว่าต้องกลับหอเร็วซะละ  แต่แปลก พี่ปอเข้าร้านช้านะเนี่ย” 

                     การินเมินหน้ากลับและเต้นต่ออย่างไม่สนใจ  ปอเดินไปมาดูแลรอบๆร้าน  และมาหยุดอยู่ใกล้ๆโต๊ะการิน  หญิงสาวพยายามหลบหน้าหันไปทางอื่นทำเป็นไม่เห็นเพราะเธอไม่อยากไหว้และไม่อยากทักทาย  นิตาหันไปยิ้มแห้งๆกับปอ  ปอยิ้มตอบนิตาและมองการินราวกับอยากจะทักทาย  แต่หญิงสาวก็รีบเดินหนีไปเข้าห้องน้ำทันที  หนุ่มภูนั่งมองเหตุการณ์อย่างหวั่นใจ

 
[……ทำไมกัน  เจอพี่ปอแล้วใจเต้นแรงผิดปกติ  ทั้งที่ฉันไม่อยากจะเจอเขานักหรอก  ทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว  พี่ภูจะทำไงนะ จะคุยกับฉันเป็นปกติรึป่าวคงต้องเกรงใจพี่ปอไม่กล้าคุยกับฉันแน่ๆ  แต่ก็แอบสะใจพี่ปอเหมือนกันให้รู้สึกซะบ้างของการถูกโกหกหักหลัง…]
 
 
                   การินเดินออกจากห้องน้ำมาเจอกับพรที่ยืนรอต่อคิวหน้าห้องน้ำ พรยิ้มมุมปาก นัยน์ตาดูมีคำถามมากมายจะเอื้อนเอ่ยถามหญิงสาว
 
“กลับมาแล้วเหรอแก เจอพี่ภูยังล่ะ”  พรยิ้มแซว  พรรับรู้ดีว่าการินคุยกับภูตลอดเวลาที่การินกลับบ้านเพราะภูปรึกษากับพรตลอดเวลา  เนื่องจากพรสนิทกับปอ
“เจอกันแล้ว”  การินยิ้มกว้าง
“แล้วเจอพี่ปอยัง”  คำถามต่อมาทำเอาหญิงสาวหุบยิ้มแทบไม่ทันเลยทีเดียว
“ก็...เจอแล้วเหมือนกัน  ไปก่อนนะ”  การินพูดน้ำเสียงอ่อนลง รีบเดินออกจากห้องน้ำไปเพราะรู้สึกได้ถึงแววตาสงสัยของพรที่จับจ้องเธออยู่
 
                     การินกลับมาที่โต๊ะและดื่มเบียร์กับเพื่อนสาวพลางสอดส่ายสายตามองบรรยากาศในร้านโดยรอบ  ปอพยายามเดินไปเดินมาในบริเวณใกล้ๆโต๊ะการินเพียงให้หญิงสาวทักทายแต่การินก็ยังคงทำเป็นมองไม่เห็นทั้งที่เธอคอยเหลือบมองปอตลอดเวลา                   พรเดินไปนั่งข้างๆภูและพูดคุยเรื่องราวบางอย่างที่เกี่ยวกับการินเพราะพรมองมาทางการินอย่างต่อเนื่อง  หญิงสาวเห็นดังนั้นได้เพียงไม่สบายใจ
 
“น่ารำคาญจริงๆ ท่าทางอยากให้แกทักมาก  เดินไปเดินมาอยู่นั่นแหละ”  นิตาบ่นอุบด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
“กดดันว่ะ  แต่ก็....ตลกดีเหมือนกัน  ตอนนี้ฉันคงเป็นนางวันทองสองใจในสายตาเด็กร้านไปแล้ว”
“อย่าไปแคร์ดิวะ”  นิตาตบบ่าหญิงสาว
 
                     ไม่นานนิตาก็กลับไปกับกอแฟนหนุ่มอย่างเช่นเคย  ปิมผู้จัดการร้านหันมองนิตาเดินออกจากร้านอย่างอาลัยเช่นทุกครั้งและเขาก็ทำได้แค่นั้นจริงๆ  การินได้เพียงยิ้มอย่างสะใจและเธอก็ไปนั่งกินเบียร์ต่อที่โต๊ะของฝันซึ่งอยู่หน้าเวทีจนกระทั่งร้านปิด
 
“การินเมาปะ”  พรเดินมาทักทายการินซึ่งนั่งอยู่บนเวทีข้างๆฝันท่ามกลางร้านที่กำลังถูกจัดเก็บโดยเด็กร้าน 
“นิดๆอ่ะ  แกล่ะ”
“ไม่เมา  กินไปนิดนึง  นี่แกรอใคร...พี่ภู  หรือ  พี่ปอ”  พรใส่คำถามที่การินคิดว่าเด็กร้านหลายคนสงสัย หญิงสาวยิ้มแห้งๆเหลือบมองปอซึ่งนั่งคุยกับน้องๆรวมทั้งภูที่โต๊ะโซฟา
“ป่าว!  ไม่ได้รอใครเลย ฉันไม่ได้คุยกับพี่ปอแล้วน่ะ  แค่นั่งคุยกับฝันไปเรื่อยไม่ได้เจอกันเป็นเดือนก็เลยมีเรื่องเมาท์เยอะไปหน่อย  เดี๋ยวก็กลับแล้วล่ะ”   การินยิ้มสู้สายตาสงสัยของพร พรยิ้มเจ้าเล่ห์และเดินจากไป
 
[……ท่าจะนั่งอยู่แบบนี้นานๆไม่ได้แล้วเดินไปคุยกับพี่ภูดีกว่า  แต่ว่าพี่ปอก็อยู่โต๊ะพี่ภู  พี่ภูจะลำบากใจรึป่าว  สงสารพี่ภูจัง  เอาไงดีล่ะเรา  ไปลาพี่ภูและรีบกลับดีกว่า  ทำตัวไม่ถูกเว้ย!!….]
 
                     หญิงสาวนั่งรอจังหวะที่ปอไม่อยู่โต๊ะโซฟาเพื่อที่เธอจะได้เข้าไปคุยกับภูได้อย่างที่หนุ่มซื่อจะไม่ต้องลำบากใจนัก แต่เจ้านายตัวแสบก็ไม่ลุกไปไหน ซ้ำยังหันมามองทางการินซึ่งนั่งอยู่บนเวที  การินรีบหลบสายตาและลุกเดินเข้าไปหาภูทันทีอย่างไม่กลัวเกรง
 
“พี่ภู  เดี๋ยวการินกลับก่อนนะ” การินยืนข้างๆภูซึ่งนั่งอยู่ในโต๊ะด้วยสีหน้าซีด  ปอหยุดการสนทนาชั่วคราวมองการินและภูด้วยสายตาไม่พอใจนักจนทุกคนในโต๊ะโซฟาถึงกับพูดอะไรกันไม่ออก
“อืม  กลับไงอ่ะ” ภูฝืนยิ้มลุกขึ้นยืนและเดินนำหญิงสาวไปหน้าประตู
“แท็กซี่แหละ”  การินเหลือบมองปอซึ่งนั่งจับจ้องก่อนที่ปอจะทำเป็นหันไปเฮฮากับน้องๆราวไม่ใส่ใจอะไร
“กลับดีๆนะ”  ภูส่งการินเพียงประตูร้าน
“ค่ะ  พี่ภูก็กลับดีๆล่ะ เดี๋ยวไงการินโทรหานะ” สาวน้อยรีบสะบัดหน้าเดินออกจากร้านโดยไม่ได้ไหว้อำลาปอเจ้านายที่เคยรักเลยแม้แต่น้อย

         ภูกลับมานั่งที่โต๊ะอย่างเงียบๆไม่กล้าปริปากพูดอะไร แอบมองปอด้วยความหวั่นใจว่าปอจะเคืองโกรธ  แต่หนุ่มใหญ่เจ้าสำราญกลับทำเมินใส่ภูราวกับไม่มีหนุ่มซื่ออยู่ในโต๊ะโซฟา

 
......................................................................................................................................
 
                     ในยามบ่ายแก่ๆ  ประตูห้องถูกเปิดออก  หญิงสาวนั่งออกแบบร้านในฝันบนโต๊ะดร๊าฟ เธอกลอกสายตามองไปทางประตูโดยไม่คาดหวังว่าจะเป็นคนอื่นนอกจากนิตารูมเมทสาว  ที่เพิ่งกลับมาจากหอพักของกอแฟนหนุ่ม
 
“นิตามาดูนี่สิ  ฉันออกแบบแล้วนะ  เดี๋ยวจะลงสีให้สวยๆ  แกจะได้เอาไปให้พวกพี่ๆเขาดูกัน”  นิตาเดินโล่เข้ามาดูที่โต๊ะอย่างตื่นเต้น
“สวยดีว่ะ พี่เขาน่าจะชอบนะ  ฉันขอแบบว่ามีที่ให้ฉันนั่งชิวด้วยก็ดี”  นิตาเสนอความเห็น
“ได้สิสบายมาก  เออ!!...นิตาไปดูหนังมั้ย  ภัทมันโทรมาชวน”
“ไม่อ่ะ  ฉันไม่ชอบดูหนังในโรง”  นิตาหยิบผ้าขนหนูและเดินเข้าห้องน้ำไป
 
[……ลองโทรชวนพี่ภูดีกว่า  ไปหลายๆคนสนุกดี….]
 
“ฮัลโหลพี่ภูไปดูหนังกัน”
“เอ่อ....พี่เพิ่งกลับมาจากขายข้าวมันไก่อ่ะ  รู้สึกเหนื่อยๆเพลียๆ  นอนไปนิดเดียวเองว่าจะงีบสักหน่อย เอาไว้วันหลังแล้วกันนะ”
“เสียดายจัง  งั้นเย็นๆกินข้าวกันมั้ย”
“ดูก่อนละกัน  เดี๋ยวการินโทรมาอีกทีแล้วกันนะ”
 
                     หญิงสาววางสายจากภูด้วยความเสียใจที่เธอตั้งใจชวนแต่ดูเหมือนภูจะไม่ว่างสำหรับเธอเลยแม้แต่น้อย  จนเธอคิดว่าบางทีภูอาจจะไม่ได้ชอบเธออย่างที่เธอคิดก็ได้
 
“การิน  น้องฉันมันถามว่าถ้าใช้โปรโมชั่นบัตรเหล้าฟรีแล้ว  ยังได้เหล้าฟรีวันเกิดด้วยรึป่าว  น้องฉันมันจะไปกินวันเกิดกันบนร้านHubris คืนนี้”
 
         นิตาเดินออกจากห้องน้ำหลังจากอาบน้ำเสร็จจึงถามหญิงสาวที่นั่งหน้าหงิกอยู่บนโต๊ะดร๊าฟ
 
“ไม่รู้ดิ  ต้องถามพี่ปิมอ่ะ  แกโทรไปถามดิ  ฉันไม่อยากคุยกับเขาสักเท่าไหร่”  การินเบ้ปาก
“แหมอย่างกับฉันอยากคุยด้วยมากเลยนะกะไอ้แป๊ะที่ตบฉันตกถังน้ำแข็งอ่ะ”  นิตาเบ้ปากเช่นกัน
“งั้นก็ไม่รู้ดิ  ก็ลองขึ้นไปถามดูบนร้าน”
“ไม่ว่ะ  คือ ถ้าขึ้นไปแล้วใช้โปรซ้อนกันไม่ได้น้องมันจะไปกินร้านชิวๆกันอ่ะถูกกว่าไง  บนร้านมันแพงเวอร์”
“ทำไงอ่ะฉันไม่รู้จริงๆ  อาจจะใช้โปรซ้อนโปรไม่ได้มั้งฉันว่านะ”
“แกลองโทรไปขอพี่ปอดูดิเผื่อได้”  นิตามีแววตาเจ้าเล่ห์
“โห!!!  ไม่มีทางอ่ะ  งกๆอย่างพี่ปอไม่มีทางยอมหรอก  แต่ก็ลองดูก็ได้  อยากกวนตีนพี่ปอเหมือนกัน”
 

หญิงสาวโทรออกหาปอด้วยแววตามีเล่ห์กล

 
“ครับ!!”  เสียงหนุ่มใหญ่รับสายอย่างอารมณ์ดี
“พี่ปอคะนี่การินนะคะพี่”
“จ่ะ  พี่รู้ครับว่าเป็นการิน”
“อ้อ!  นึกว่าลบเบอร์การินไปแล้วซะอีก”  การินทำน้ำเสียงง้องอน  นิตาขำเพื่อนสาวส่ายหน้าไปมาพลางแต่งตัวหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
“ทำไมพี่ต้องลบเบอร์การินด้วยล่ะจ๊ะ”
“นั่นสินะคะ ก็เราเลิกกันไปแล้ว การินนึกว่าพี่ก็คงไม่อยากคุยกับการินอีกแล้วน่ะสิคะ”
“เลิกกัน...อืม!พี่ก็ไม่จำเป็นต้องลบเบอร์นี่”
 “พี่ปอคะ  การินอยากรู้ว่าถ้าใช้บัตรเหล้าฟรีแล้ว  จะได้เหล้าวันเกิดอีกรึป่าวคะพี่”
“ใช้โปรซ้อนโปรไม่ได้ครับ” ปอตอบอย่างฉะฉาน
“แหม พี่ปอให้ซ้อนหน่อยไม่ได้เหรอคะ  น้องๆการินจะไปจัดฉลองวันเกิด คงกินกันเยอะอยู่ล่ะค่ะ  ไม่ขาดทุนหรอกรับรอง”  การินทำเสียงออดอ้อน
“คงไม่ได้อ่ะครับมันเป็นกฎของร้าน”  ปอพูดเสียงแข็ง  การินคิ้วผูกกันทันทีทันใด
“ใจร้ายจังเลยนะคะ  ถ้าเป็นเด็กๆพี่  พี่คงใจดีให้ได้กับพวกเขามากเลยสินะ”  การินรีบกัดปอทันที
“เด็กที่ไหนครับ  พี่ไม่มีเด็ก” 
“เหรอ!!!!!  ก็ คนรักพี่ พี่เยอะแยะอ่ะ  ไปไหนหมดล่ะคะ”
“พวกเขาก็หายๆไป  เลิกกับพี่ไปหมดแล้วล่ะครับ  ก็มีคนบางคน!! มาทำลายชีวิตพี่ให้วุ่นวาย  ทำให้เด็กพี่แต่ละคนมารู้จักกันจนหมด  ตอนนี้พี่ก็ไม่เหลือใครแล้วล่ะครับ  เลิกกับพี่กันไปหมดแล้ว”
“แหม!!  พี่พูดแบบนี้ก็ด่าการินมาตรงๆเลยดีกว่าค่ะ  ว่าการินเป็นคนบางคนที่พี่พูดถึง  ดูเหมือนการินจะผิดมากเลยนะคะพี่  พี่ปอคงโกรธการินมากสินะ”  การินเริ่มใส่อารมณ์
“ไม่ผิดหรอกครับ  ใครจะไปโกรธน้องการินได้  การินไม่ผิดอยู่แล้วนี่ครับ หนูอ่ะถูกเสมอล่ะครับ”  ปอพูดเชิงประชด  ทำเอาหญิงสาวนั่งไม่ติดที่ลุกฮือขึ้นจากเก้าอี้จนนิตาหันมองด้วยความแปลกใจ
“ค่ะ  การินขอโทษแล้วกันนะคะ ถ้าการินผิด”  การินกัดฟันพูดอย่างคับแค้นใจ  กำมือแน่น
“ไม่ต้องขอโทษพี่หรอกครับ  พี่เคยบอกการินแล้วว่าการินจะทำอะไรก็ทำได้  แต่ให้คิดบ้างว่าสิ่งที่ทำไปจะทำให้ใครเดือดร้อนบ้าง  อย่างตอนที่ไปทริป  การินก็เรียกร้องความสนใจไม่ยอมออกมากินข้าว  คนอื่นเขาก็เอือมกับการกระทำของการินกันทั้งนั้น”
“การินไม่ได้เรียกร้องความสนใจค่ะ  การินไม่หิวจริงๆ และก็ไม่มีอารมณ์จะออกไปกินเหล้าเกิดเซงๆขึ้นมา”  การินตะคอกเสียงหนัก
“จ่ะๆ  พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเราหรอก  ว่าแต่เราเรียนถาปัตย์ภาคอะไรนะการิน”   ปอรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อรู้สึกว่าหญิงสาวเริ่มฉุน
“สถาปัตยกรรมภายในค่ะ  ทำไมเหรอคะ  ไปรู้จักสาวที่ไหนที่เรียนภาคเดียวกับการินเหรอ”   การินรีบกัดกลับไปทันที
“ป่าว  คือ พี่วางแผนไว้ว่าจะทำร้านสนุกเกอร์ด้านล่างอ่ะเพิ่มอีกร้านนึง พี่จะเช่าทั้งตึกแล้วล่ะ”
“ทำร้านเพิ่ม  ตึกนั้นอ่ะนะคะ”  การินเน้นเสียงหนักเพราะเธอคิดว่าตึกโทรมๆนั้นหากมีอีกร้าน มีหวังถล่มเข้าสักวัน เพราะโครงสร้างคงรับน้ำหนักคนจำนวนมากไม่ไหวนัก
“ใช่ๆ  พี่กะจะทำเป็นร้านชิวๆ  นั่งดูบอลดูดบารากุได้อะไรงี้แหละ  เห็นเราเรียนถาปัตย์ก็อยากจะให้ลองมาออกแบบดู  ลองชวนเพื่อนๆมาออกแบบดู  แล้วค่าตอบแทนอาจจะเลี้ยงเหล้าอะไรงี้ก็ว่ากันไป”
“อ้อ!!  ก็ได้นะคะ  เดี๋ยวการินจะลองถามๆเพื่อนให้  แล้วพี่จะทำเมื่อไหร่ล่ะคะ”
“เร็วๆนี้ล่ะครับ  พอดีเจ้าของตึกยัดเยียดชั้นล่างให้พี่เช่า  พี่ก็เลยจำใจต้องเช่าทั้ง 3 ชั้นเลย  ขืนเช่าชั้นสองทิ้งไว้ไม่ได้ทำอะไรจะเสียเงินค่าเช่าไปเปล่า”
 
[……จะหลอกใช้ให้ฉันช่วยออกแบบให้ฟรีๆ  ไม่มีทางหรอก  มาดูกันว่าจะเป็นไง  ร้านนี้ไม่มีทางได้เกิดหรอก ถ้าฉันเป็นคนออกแบบ  ก็นึกแปลกใจอยู่แล้วเชียวว่าพูดดีกับฉันน่าใจหาย  ขนาดฉันตะคอกใส่ยังยอมได้ ที่แท้ก็อยากหลอกใช้นี่เอง….]
 
“ค่ะ  การินว่าก็ดีนะคะ  คนเที่ยวร้านข้างบนก็คงจะเบื่อแล้วเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งร้านแบบชิวๆบ้างก็คงจะดี  แล้วนี่พี่ปอทานข้าวยังคะ”
“ทานกับแม่แล้วครับ”
“เสียดายจังว่าจะชวนทานข้าวสักหน่อย”
“ก็ชวนภูสิครับ”
“ชวนแล้วค่ะ  พี่ภูไม่ว่าง  ไม่เป็นไรค่ะ  เดี๋ยวการินไปดูหนังกับเพื่อนก่อนนะคะ  สวัสดีค่ะ”
 

หญิงสาววางสายจากปอและร้องลั่นด้วยความอึดอัดใจ

 
“อ๊ากกกกกกกกกกก!!!!!!!”
“เป็นไรของแกวะการิน”  นิตาเพื่อนสาวถึงกับงงไปเลยทีเดียวกับท่าทางพิลึกๆของหญิงสาว
“หมั่นไส้ไอ้แว่นอ่ะนิตา  มันด่าฉันเยอะมากอ่ะ  ด่าคนอื่นไม่ดูการกระทำของตัวเองเลย  โมโหว่ะ  เห็นท่าสงครามจะไม่จบซะแล้ว”
“ใจเย็นแก  อย่าไปยุ่งกับมันเลย”
“เอ้อ !!  ฉันทำไรมันไม่ได้หรอก  นอกจากรอดูความล้มเหลวของมัน นี่มาหลอกใช้ฉันให้ออกแบบร้านใหม่อีกนะ  อย่าหวังเลยว่าจะได้อ่ะ”
“ร้านใหม่!!คืออะไร”  นิตาคิ้วขมวดอย่างงงงัน
“ใช่!พี่ปอจะปรับปรุงชั้นสองที่เป็นร้านสนุกเกอร์เป็นร้านเหล้าแบบนั่งชิวๆอีกร้านน่ะ  แล้วมาบอกให้ฉันช่วยออกแบบ  คิดว่าฉันรู้ไม่ทันรึไงว่าหลอกใช้ฉันอ่ะ  ไม่มีทางหรอก”  การินยิ้มเจ้าเล่ห์
 
......................................................................................................................................
 
         ในค่ำคืนที่แสนสงบ  บนตึกโทรมๆกลับมีเสียงเพลงที่ดูสนุกสนาน  การินนั่งจิบเบียร์พลางดูดนตรีสดวงรุ่นน้องที่รู้จักอย่างอารมณ์ดี  พร้อมกับนิตาและยู  ซึ่งการกลับมาของยูครั้งนี้ก็ทำเอานิตาหวั่นๆว่าจะก่อเรื่องอะไรอีกหรือไม่เหมือนในอดีตที่เจ้าหล่อนเคยสร้างไว้มากมายด้วยนิสัยพูดมากเก็บความลับไม่อยู่  พูดในเรื่องที่ไม่จริงสร้างปัญหาให้กับนิตาและการินมานับไม่ถ้วน  แต่การินและนิตาก็ยอมให้โอกาสแก่ยูอีกครั้ง
 
“เอ้าชนกันหน่อย”  การินยกแก้วชู  นิตาและยูยกแก้วชนกับการินอย่างพร้อมเพรียง
“ฉันไม่ค่อยชอบมาที่นี่เลยว่ะ  ฉันชอบนั่งร้านชิวๆมากกว่าร้านเต้นเพลงเสียงดังแบบนี้”  ยูบ่นเมื่อเจ้าหล่อนเริ่มเมา
“แต่ฉันชอบร้านเต้นๆมากกว่า  ฉันชอบเต้น  ระบายความเครียดได้ดีเลย”  การินรีบแย้ง
“แหม  ชอบร้านหรือเจ้าของร้านหะ”  นิตารีบแขวะเพื่อนสาว  การินจิกตาใส่นิตาเชิงหยอก
“เออ  คนไหนเหรอพี่ปอ ที่แกเคยเล่าให้ฉันฟังอ่ะการิน”  ยูถามขึ้นอย่างสงสัยและหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆร้าน
“โน่นน่ะ  ใส่แว่นนั่งอยู่หน้าบาร์  ไงล่ะหล่อปะ หนุ่มใหญ่อายุ  34  ปี ที่คบสาวๆมากมาย  10  กว่าคนในเวลาเดียวกัน” การินใช้สายตาชี้ไปทางหน้าบาร์ซึ่งอยู่ห่างจากโต๊ะที่การินนั่งเพียง 2 เมตร  ยูหันมองหนุ่มใหญ่อย่างพินิจ
“อืม  ก็ไม่แก่นี่นา หน้าเด็กนะเนี่ย”    ยูอมยิ้มและหันกลับมาดื่มเบียร์ในแก้วจนหมด  การินและนิตาสบตากันและอมยิ้ม
“หล่อตายอ่ะ  ไอแว่น”  นิตาบ่นงึมงำ  การินหัวเราะชอบใจและหันมองทางปอ  ปอยังคงนิ่งเฉยกับการินเช่นเดิม
“พี่ภูล่ะการิน  ไม่ชวนมากินด้วยกัน”  ยูถามขึ้น
“อ้อ!!  ไม่รู้ดิพี่ภูบอกว่านั่งเล่นอยู่ห้องพร  เห็นว่าไม่เข้าร้านอ่ะ”
 
            การินปลีกสายตาจากการมองดูวงดนตรีบนเวที  สายตาจับจ้องไปทางพ่อหนุ่มหัวตั้ง  คิ้วเข้ม  หน้าตาคุ้นๆที่เดินนำกลุ่มเพื่อนเข้ามาในร้านและเดินตรงมานั่งโต๊ะข้างๆหญิงสาว
 
“น้องวิท  คนที่เคยคุยกับภัทมาว่ะ”  การินบอกนิตา  นิตารีบหันควับไปมองโต๊ะข้างๆ
“มากับน้องแอร์ด้วย  เป็นเพื่อนกันด้วยเหรอเนี่ย”  การินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ไหนเหรอน้องแอร์”  ยูรีบสนใจทันที
“นั่นไง  ที่เดินมานั่งหัวโต๊ะน่ะ  น้องเค้าน่ารักดีว่ะ  อยากผอมแบบน้องเค้าบ้าง”   การินบ่นอุบและหันมามองหุ่นอวบขั้นสุดท้ายของเธอ  ยูและนิตาหันมองแอร์อย่างสนใจ
“อืม  น่ารักใสๆดี  ไม่น่าตกเป็นเด็กพี่ปอเลย  ฉันล่ะเสียดาย”  นิตาบ่นงึมงำ
“น้องเค้าเป็นเด็กพี่ปอด้วยเหรอ  การิน”  ยูถามขึ้นด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“ใช่  ฉันไม่รู้ว่าน้องแอร์เค้ายังคุยกับพี่ปอรึป่าวนะ  แต่ฉันว่าวันนี้พี่ปอต้องขับ  Camry  เข้าไปแถว RNG  แน่เลยว่ะ”  การินอมยิ้มและมองดูสีหน้าปอที่ดูจับจ้องแอร์เป็นพิเศษ
 
            การินละสายตาจากการดูวงดนตรี  แต่มาจับจ้องการกระทำของปอ  ปอคอยจับจ้องแอร์อยู่เกือบตลอดเวลาด้วยท่าทางไม่พอใจนักที่สาวน้อยแอร์มากับหนุ่มๆ  หนุ่มใหญ่จะมีหันมาทางการินบ้างเพีงแค่ระแวงกลัวว่าการินจะเข้าไปป่วนแอร์เข้าอีกคนอย่างที่เคยทำกับตองมาแล้ว  สักพักปอเดินเข้าไปหาแอร์ที่โต๊ะแสดงความเป็นเจ้าของให้หนุ่มๆเหล่านั้นเห็นเต็มที่
 
“สร้างภาพกันเข้าไป”  การินบ่น  นิตาจึงหันไปมองทางโต๊ะแอร์
“น้องแอร์ยังคุยกับพี่ปออยู่อีกเหรอวะ  น่าสงสาร”  นิตาพูดขึ้นพลางส่ายหน้าไปมา
“น่านดิ  ฉันก็ลืมเรื่องน้องแอร์ไปจากหัวเลยนะเนี่ย  นึกว่าเลิกคุยกันไปแล้ว  ที่แท้ก็ไม่เลิกอย่างที่พี่กอยเคยบอกไว้”
“พี่ปอเลี้ยงเด็กแบบนี้  ให้เงินเป็นเดือนปะ”  ยูถามขึ้นมาทำเอาการินหัวเราะออกมาเบาๆ
“ฮะๆๆ ไม่เลยยู  พี่ปอไม่เคยให้เงินใคร  ก็จะพอมีเลี้ยงข้าวเลี้ยงเหล้าบ้างก็เท่านั้น  แต่ผู้หญิงเหล่านี้กลับรักพี่ปอมากเหลือเกิน” การินพูดพลางส่ายหน้าไปมาเพราะหนึ่งในผู้หญิงเหล่านั้นที่เธอกล่าวถึงก็หมายรวมถึงตัวเธอเองด้วยเช่นกัน
 
            ร้านใกล้ปิด สาวน้อยแอร์เดินเข้าไปคุยกับปอที่โต๊ะโดยอยู่ในสายตาของการิน  แต่หญิงสาวได้เพียงมองนิ่งเฉยเพราะเธอไม่อยากให้แอร์ต้องเสียใจเหมือนที่เธอเคยไปคุยกับตอง  บางทีการที่ไม่รับรู้อะไรอาจจะมีความสุขกว่าการได้รับรู้เหมือนที่เธอเป็น  นี่เป็นบทเรียนที่เธอได้รับมาจากเหตุการณ์ของตอง
 
            การินและยูกลับหมู่บ้าน  RNGด้วยกันกัน 2 คน  นิตากลับไปกับกอเช่นทุกครั้ง  ยูอยู่หอพักใกล้ๆกับการิน
 
ติด  ตี่  ติ๊ด  ติด  ติด
 
            เสียงมือถือของการินดังขึ้นในขณะที่กำลังเดินลงจากตึก เป็นเบอร์ภูซึ่งโทรมาถามไถ่เมื่อถึงเวลาร้านปิด
 
“พี่ภูว่าไง  ทำไมไม่มาร้านอ่าคะ”  การินกรอกเสียงใสแม้จะเมาเล็กน้อย  พลางเดินหลบเสียงมานั่งหน้าร้านสนุกเกอร์เก่า
“นี่ฉันพรนะ  การินแกอยู่ร้านเหรอ”
“ใช่ๆ  อ่าว  พี่ภูล่ะพร”
“พี่ภูไม่สบายอ่ะ  แกช่วยซื้อยาแวะเอามาให้พี่ภูที่หอฉันหน่อยดิวะ”
“พี่ภูเป็นไรไปอ่ะพร”  การินขึ้นเสียงสูงด้วยความตกใจ
“ไม่สบายอ่าดิ  แกมาดูพี่ภูหน่อยดิ   มาดูแลหน่อย”
 
[……ฉันว่านี่ต้องเป็นแผนของพรให้ฉันไปหาพี่ภูที่ห้องพร  ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยนะ  เจอกันที่ร้านก็ได้ มีเจตนาไม่ดีรึป่าวนะ  พี่ภูไม่สบายจริงรึป่าวก็ไม่รู้….]
 
“ฉันคงไปอยู่ดูไม่ได้อ่ะ  เพราะฉันต้องดูยูอ่ะ  เพื่อนฉันเมามาก ต้องขับมอไซด์กลับด้วยไง  แต่ฉันซื้อยาแวะเข้าไปให้ได้นะพร”
“แกไม่ห่วงพี่ภูเลยเหรอ”
“ห่วงดิ  ก็นี่ไงเดี๋ยวซื้อยาไปให้ไง”
“จริงๆพี่ภูไม่ได้เป็นไรหรอกการิน  แต่ฉันแค่อยากรู้ว่าแกจริงจังกับพี่ภูแค่ไหนเท่านั้นเอง”
“แค่ถ้าการที่ฉันไม่ได้ไปหา คือ  ไม่จริงจัง  ก็ไม่มีไรจะพูดแล้วแหละพร  มันวัดไม่ได้หรอกนะกับเรื่องแค่นี้อ่ะ”  การินพูดเสียงอ่อนอย่างจนใจและลำบากใจ
“คุยกับพี่ภูนะ”  พรยื่นมือถือให้ภู  
“การินมากินกับพี่ที่ห้องพรสิ”  ภูออกปากชวน
“ไว้วันหลังได้มั้ยคะพี่ภู  วันนี้ยูเมามากจริงๆ  การินต้องดูแลเพื่อน  เดี๋ยวจะกลับกันแล้วนะ  ตกลงจะเอายามั้ยคะ”  การินเริ่มอารมณ์ไม่ดี
“ไม่ต้องหรอก  กลับดีๆละกันนะการิน”  เสียงภูดูแสนเศร้า  หญิงสาวยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น
“ค่ะ  พี่ภูก็รีบกลับบ้านนะ”
 
[……มันจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน  ฉันจะบอกพี่ภูยังไงดีว่าฉันไม่ได้คิดอะไร  พี่ภูจะเกลียดฉันไปเลยรึป่าว  เครียดจัง ลำบากใจสุดๆ……]
 
…………………………………………………………………………………………………
 
            การินทำหน้าที่เพื่อนที่ดี  พายูที่เมามายโวยวายไม่มีสติกลับไปส่งที่ห้องอย่างทุลักทุเล  นอกจากภัทแล้วการินก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องดูแลคนเมาแบบภัทกับใครอีก  จนมาเจอยู  ทำเอาการินเหนื่อยเลยทีเดียว  กว่าจะกลับมาหอเธอเองได้ทำเอาเธอสร่างเมาเลยทีเดียว 

            ถึงห้องพักที่แสนรกของหญิงสาว การินโทรคุยกับภูเฉกเช่นทุกคืน  โดยคืนนี้ภูดูซีเรียสกับความสัมพันของเขากับการินมากเพิ่มความกดดันให้การินมากขึ้น

 
“การินคิดไงกับพี่กันแน่  พี่ตอบเพื่อนๆในโต๊ะไม่ถูกเลยวันนั้นที่การินมาเซอร์ไพรอ่ะ พี่ต้องบอกเพื่อนว่าการินเป็นใคร”
“เอ่อ!...  บางทีการที่เรารู้สึกดีกับใครสักคนอ่ะพี่ภู  ไม่ต้องมีคำจำกัดความของความรู้สึกแบบนี้ก็ได้นะ  คิดดูสิว่าถ้าการที่คนสองคนรู้สึกดีต่อกันรักกัน  แต่ไม่ต้องอยู่ภายใต้คำว่าแฟน มันก็ไม่ได้เสียหายอะไร อย่าเอาคำว่าแฟนมาจำกัดความสัมพันธ์สิคะ”
“การินชอบพี่จริงๆเหรอ”  ภูถามกดดันหญิงสาว
“ก็....ถ้าไม่ชอบจะคุยทำไมล่ะพี่”  การินคอตกพูดอะไรไม่ออก เดินออกมาสูดอากาศในช่วงเวลาตี 3
“แล้วเราเป็นอะไรกัน”  คำถามต่อมากดดันจนการินคิดจะบอกภูไปตามตรง     “การินพี่จริงจังกับการินมากนะ  พี่ไม่อยากเสียใจอีกแล้ว”   แต่หนุ่มภูพูดดักคอจนหญิงสาวไม่กล้าปริปากตอบใดๆ
“แฟนไง  บอกไปเลยว่าเราเป็นแฟนกัน”   การินพูดออกไปเพราะไม่อยากให้ภูคิดมาก
“จริงเหรอ  พี่แค่อยากมั่นใจว่าที่เราคุยกันอยู่ในสถานะไหนก็เท่านั้นแหละจ่ะ”  เสียงภูดูร่าเริงขึ้นมา
“ค่ะ  พี่ภูบอกเพื่อนไปเลยนะ จะได้สบายใจ”  การินถอนหายใจเพราะรู้สึกแย่ที่ต้องพูดโกหกต่อผู้ชายดีๆคนหนึ่ง

“การินจะนอนยัง” 

              คำถามของภูดูเลียนหายไปในอากาศทันทีเมื่อสติของหญิงสาวแตกกระเจิงเมื่อเธอเห็นรถ  Camry  สีขาวคันสุดคุ้นขับเข้ามาผ่านหอของเธอ  หญิงสาวรับรู้ดีว่าปอเข้ามาหาแอร์ซึ่งอยู่หอถัดไปจากเธอ 2 หอ

 
[……มาจริงด้วยฉันนี่เดาอะไรไม่เคยพลาดเลย มันสะท้อนภาพที่พี่ปอเคยเข้ามารับมาส่งฉัน  เขาทำแบบนี้กับทุกๆคนเหมือนกันหมดรึป่าวนะ  สงสารน้องแอร์จริงๆ  น้องเค้าจะรู้บ้างมั้ยว่าพี่ปอเป็นอย่างไร  แต่ที่พี่กอยเคยเล่าให้ฟังว่าแอร์รู้แต่ก็ยังคบต่อ  เพราะแอร์รักพี่ปอรึป่าวนะ…..]
 
“การิน  เงียบไปทำไม  ทำไรอ่ะ”  ภูถามย้ำการินเรียกสติกลับมาอยู่กับสายโทรศัพท์ที่คุยอยู่
“อ้อป่าวค่ะ  การินเห็นรถพี่ปอเข้ามาใน RNG  สงสัยมาหาน้องแอร์”
“การินยังแคร์พี่ปออีกเหรอ”  ภูเริ่มออกอาการเศร้าอีกครั้ง
“ไม่นี่คะ  การินแคร์ตรงไหน  ก็แค่เห็นรถพี่ปอก็เล่าให้ฟังเฉยๆ  ถ้าไม่เล่านั่นมันน่าสงสัยกว่าปะ  พี่ภูคิดมากไปแล้วนะ  เชื่อการินเหอะว่าการินไม่ได้อยากญาติดีกับพี่ปอ   พี่ก็รู้ว่าการินเกลียดเขา”
 
            บทสนทนาในค่ำคืนนี้ผ่านไป  หญิงสาวรู้สึกกังวลใจกับความรู้สึกของภู    เธอกำลังลังเลในใจว่าเธอควรจะบอกภูไปตรงๆเลยดีหรือไม่  หากเธอไม่กลัวว่าจะต้องเสียคนดีๆอย่างภูไปตลอดกาล
…………………………………………………………………………………………………
  

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 157 ท่าน