Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
จุดแตกหัก.!!!
33
16/11/2554 13:01:40
294
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 33..จุดแตกหัก!!..
......................................................................................................................
 
“การินไม่ออกไปกินเหล้าเหรอ”
 

               หนุ่มภูผู้เริงร่าและอ่อนโยนเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ที่สุดในทริปนครนายกของเด็กร้านSway & Hubrisเห็นหญิงสาวนอนแผ่กายเขียนไดอารี่อยู่บนเตียงเพียงลำพัง

 
“เดี๋ยวการินเขียนไดอารี่เสร็จจะออกไปค่ะพี่ภู”  การินยิ้มกว้าง แอบดีใจที่หนุ่มภูที่เธอแอบปลื้มทักทาย  เธอคิดว่าภูจะเกรงใจปอเจ้าของร้านผู้เป็นพี่ที่สุดเคารพของภู จนไม่กล้าคุยกับเธอ  เมื่อภูทักทาย  การินถึงกับยิ้มแก้มปริ  ภูเข้าห้องน้ำและเดินออกจากบ้านไป
 
[……ต้องรีบเขียนให้เสร็จจะได้ออกไปป่วน  ไม่ใช่สิ  ออกไปกินเหล้าข้างๆพี่ภู  ดีจังที่คืนนี้ฉันไม่ต้องเดียวดาย  อย่างน้อยก็มีพี่ภูในวงให้ฉันเบี่ยงเบนความสนใจจากพี่ปอกับพี่แบงได้บ้าง……]
 
“พี่การินทำไรอ่ะ ไม่ออกไปกินเหล้าเหรอ”  เสียงทักทายที่แปลกหูทำให้การินรีบเงยหน้ามองสาวน้อยบัวที่เดินเข้าบ้านมาหวังจะไปเข้าห้องน้ำ แต่เดินแวะทักหญิงสาวที่เตียงก่อน
“เดี๋ยวออกไปจ่ะ  พี่เขียนไดอารี่ให้เสร็จก่อน”  การินยิ้มอย่างเป็นมิตร
“เขียนทำไม  เขียนให้ใครอ่ะ”  บัวถามห้วนๆและเดินเข้ามาใกล้  การินรีบเปิดหน้าที่ติดรูปโจทันทีอย่างฉับพลัน  บัวก้มมองรูปโจด้วยความสนใจและเพ่งพินิจ
“ใครอ่ะพี่”
“อ้อ  คนที่พี่รักอ่ะ”  การินยิ้มเจื่อนๆไม่คิดว่าบัวจะเข้ามาดูแบบนี้
“ไม่หล่อเลย”  บัวยิ้มและสะบัดหน้าเดินไป  ปล่อยการินนอนหน้าชา
 
[……อะไรของเด็กคนนี้  สงสัยคงคิดว่าฉันเขียนถึงพี่ปอสิท่าถึงเดินเข้ามาดู  ดีนะที่ฉันไหวตัวทัน  ยังมาว่าพี่โจของฉันอีก  หล่อกว่าพี่ปอแล้วกัน…..]
 

             บรรยากาศวงเหล้าด้านนอกเป็นไปอย่างครึกครื้น  มีการเล่นเกมแบ่งเป็นสองฝ่ายและแข่งกินเหล้าผสมน้ำหวานกันอย่างสนุกสนาน  การินเดินออกมาทั้งวงต่างมองมาที่การิน  ที่เก็บตัวเงียบอยู่หลายชั่วโมง  หญิงสาวเดินเข้าไปนั่งข้างภู  ทำเอาภูเหงื่อตก  เกรงใจปอขึ้นมาทันที  ปอมองแต่เฉยไว้เพราะถูกสาวสวยแบงจับจ้องไว้

 
“เมารึยังพี่ภู”  การินถามพลางรินเหล้าใส่แก้วเธอเอง
“เมาดิ  กินมาตั้งแต่เย็นแล้ว”ภูได้เพียงยิ้มหน้าแดงกร่ำ
“มาชนกันดีกว่า”  การินขอชนกับภู  ภูหันมองปออย่างลำบากใจแต่ก็ชนกับหญิงสาวโดยดี  ปอมองนิ่งๆ
 

            การินชวนภูคุยเรื่องต่างๆนานาเหมือนโลกนี้มีเพียงภูและการิน  2  คน  จนการินลืมปอไปได้ชั่วขณะ

 
[……พี่ภูอาจคิดว่าฉันทำประชดพี่ปอ  แต่ถ้าฉันจะทำแบบนั้นฉันทำไปนานแล้ว  พากิ๊กเก่าๆมาร้านก็ทำได้เพื่อประชด  ฉันรู้ว่ามันไม่ได้ผลสำหรับคนอย่างพี่ปอ  และฉันก็ไม่คิดจะทำ  ดูโง่มากหากจะทำประชดเพราะฉันรู้ว่าพี่ปอไม่สนใจอยู่แล้ว  บางทีฉันต้องทำให้พี่ภูรู้ว่าฉันจริงใจไม่ได้ล้อเล่น…..]
 
“พี่แทขา  การินขอปากกาหัวม้าหน่อยดิ”  การินหันไปหาแทซึ่งนั่งใกล้ปอ
“ไม่ให้จะเอาไปทำอะไร”
“การินจะเอามาสักให้พี่ภู”  การินยิ้มแป้น
“คืนด้วยนะเว้ย!!  มีอันเดียว”  แทโยนให้สาวน้อย  การินรับปากกาและละเลงลงบนแขนภูทันที
“เฮ้ย! เขียนอะไร”  ภูร้องเสียงหลงเมื่อการินจับแขนภูมาเขียนบางอย่าง
“สักไง”  การินยิ้มและเขียนอักษรที่มาจากตัวอักษร P  และ G  มาจากชื่อของภูและการิน  ภูยอมให้การินเขียนอย่างจำใจ
“คืออะไร  อ่านว่าไง”  ภูถามพลางมองสิ่งที่การินเขียน
“ไม่บอก”  การินยิ้มเจ้าเล่ห์  ภูหัวเราะร่า  หนุ่มใหญ่มองมาที่การินและภูอย่างไม่พอใจแต่เก็บอาการเพราะแบงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามปอ  และแบงก็สังเกตอาการปออยู่
“เฮ้ยจะเขียนไรอีก”  ภูร้องดึงขากลับ  เมื่อการินลามไปเขียนที่ขาของภูแทนแขน  ซึ่งทั้งแขนลายไปหมดแล้ว
“อยากเขียนอ่ะ  อย่าหวงไปหน่อยเลยหน่าพี่ภู  นะนะ  ให้การินเพนท์นะ  การินเพนท์สวยนะเว้ย”  การินบรรจงเพนท์อะไรต่างๆทั่วตัวภู  มีการระบายความในใจลงไปด้วย  ภูอ่านและรับรู้แต่ไม่พูดอะไร  ทั้งคู่รู้กันเพียงสองคน
“ปลื้มว่ะ  อย่าโง่ดิ  เข้าใจบ้าง”  ภูอ่านและมองหน้าการินอย่างซึ้งใจ  การินยิ้มกว้าง
“นี่การิน  จะเขียนเพื่อนพี่ไปทั่วตัวเลยรึไง”  แทรีบขัดจังหวะทั้งคู่   “เอาปากกาคืนมาได้แล้วเดี๋ยวหมึกหมด  จะเอาไว้เขียนพวกเมาแล้วหลับ”
“ก็ได้  งกว่ะพี่แทอ่ะ”   การินบ่นอุบก่อนจะคืนปากกาให้กับแท
“เล่นเกมต่อดีกว่าพี่”  เมสร้องขึ้น  ทุกคนเห็นด้วย
“การินมาใหม่อยู่ฝ่ายไหนอ่ะ”  ปุยถามขึ้น  เพราะเธอรับหน้าที่เป็นกรรมการ
“ฝ่ายโน้นแล้วกัน”  ปอมองไปทางแบงซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับปอ  สรุปคือ  การินอยู่ฝ่ายแบง   โดยฝ่ายแบงนั่งเรียงจากแบงซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเรียงไปจนถึงการินคนสุดท้าย  การินนั่งติดกับภูซึ่งภูเป็นคนสุดท้ายของฝ่ายปอเช่นกัน
 

            กติกาของเกมแข่งกินเหล้านี้คือ  ทีมไหนหมดก่อนชนะ  และทีมแพ้ต้องกินอีกแก้วเป็นการลงโทษ  โดยแก้วนั้นเป็นขวดน้ำอัดลมพลาสติกตัดครึ่ง  การินเห็นขนาดของขวดทั้งสองไม่เท่ากันด้วยดีไซน์ก้นขวดที่ไม่เท่ากัน  และฝ่ายการินได้แก้วที่ดูใหญ่กว่า

“ทำไมแก้วใหญ่กว่าอ่ะของทีมหนูอ่ะ”  การินแย้งปอซึ่งกำลังรินเหล้า  เพราะเธอไม่ชอบความไม่เท่าเทียม
“แลกแก้วก็ได้   ไม่มีปัญหา”  ปอพูดอย่างสบายใจ
“ไม่ต้องแลก  เดี๋ยวจะชนะด้วยแก้วที่ใหญ่กว่าให้ดู  ภูมิใจปะล่ะถ้าชนะด้วยแก้วที่ใหญ่กว่า”  แบงพูดเสียงดังขึ้น  ทุกคนเงียบโดยเฉพาะการินซึ่งไม่อยากมีปัญหากับแบงจึงยอม
“ทีมแบงจะเริ่มจากใครแบงหรือการินก่อน”  เมสหันไปถามแบง
“ท้ายแถวก่อนแล้วกันให้พวกกินหนักกินทีหลัง”  แบงบอกแผนการแต่เหมือนแอบด่าการินทางอ้อมว่าการินอ่อน  แต่การินก็เฉยและเริ่มกินเหล้าเป็นคนแรกของเกมส์  เกมส์เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด  หญิงสาวกระดกเหล้าเข้าปากไปอย่างรวดเร็วและรีบส่งต่อให้คนถัดไป  ฝ่ายปอมีบรรดาพวกคอแข็งทั้งหลาย  ไม่ว่าจะเป็นเมส  บอย  ปอ  แท  ภู  และเด็กร้านอีกสองคน  ทำเอาเหล้าฝ่ายปอหมดก่อนในทุกรอบ  ส่วนทีมการินเริ่มที่การินทุกรอบและเหล้าหมดก่อนถึงมือแบงซึ่งเป็นคนสุดท้ายในหลายๆครั้ง  ทำเอาหญิงสาวการินมึนไปเลยทีเดียว  แต่เกมส์นี้ก็สนุกและทำให้การินเลิกจะสนใจเรื่องปอ  กลับพูดคุยกับภูสองคน
 

             รอบหนึ่ง  การินรู้สึกกดดันที่แพ้ตลอด  เธอจึงแกล้งขี้โกงดึงแก้วที่ภูกำลังดื่มไม่ให้ภูดื่ม  จนทีมการินถูกปุยปรับแพ้ ก็เฮฮาขำขันกันไป  ถึงเวลาพักเบรกเด็กร้านก็ทยอยกันไปเข้าห้องน้ำ  การินจึงเอาปากกามาเพนท์ตัวภูต่ออย่างสนุกสนานและไม่สนใจใครทั้งนั้น  หลังจากพักเบรก  เกมส์ก็ดำเนินต่อกันไป  ทีมการินชนะเพียงครั้งเดียวในครั้งที่แลกแก้วเป็นแก้วเล็ก แต่แบงก็ไม่ยอมแลกแก้วคืน

 
“เอาคืนไปลุง  ยังไงก็จะชนะด้วยแก้วเล็กนี่ให้ได้”  แบงโยนแก้วกลับให้ปอ
“ไงก็ได้ครับ”  ปอรับแก้วและชงเหล้าต่อ
 
[……ชอบพี่แบงว่ะ  ดูเป็นคนเด็ดเดี่ยวเอาจริงเอาจังกับความรู้สึกและเชื่อมั่นในตัวเองดี  คงเพราะอย่างนี้สาวสวยห้าวคนนี้ถึงครองใจพี่ปอได้นาน  ฉันยอมแพ้พี่แบงจริงๆ…..]
 
“เอ้า  เริ่ม!!”  ปุยร้องขึ้น  การินกรอกเหล้าเข้าปากทันที  ฝ่ายปอมีพรเป็นคนแรก  การินส่งเหล้าให้คนต่อๆไปด้วยความลุ้น  และผลสุดท้าย  คือ  ทีมการินเป็นฝ่ายชนะ  การินมองแบงด้วยความชื่นชมในความมุ่งมั่นและตั้งใจของแบงจนประสบผลที่วางไว้
“ไงล่ะลุง  เห็นมั้ยว่าชนะ”  แบงมองไปทางปอและยิ้มอย่างผู้มีชัย
 

            ไม่นานเด็กร้านต่างเมามายและทยอยกันไปเข้าห้องน้ำ  จึงมีการเบรกเกมส์อีกครั้ง  การินนั่งจับเจ่าอยู่ข้างๆภูมองแก้วของเธอตรงหน้าว่างเปล่าเพราะมัวกินเหล้าจากเกมส์

 
“พี่ภูนอนบ้านไหนเหรอคะ”  การินหันไปถามภู  สายตาพลางมองหาขวดเหล้า
“บ้านพี่ชายมั้ง”
“นอนหลังนี้สิ  การินนอนหลังนี้”  การินหันไปเห็นเหล้าอยู่ใกล้ปอ  แต่เธอก็ไม่กล้าใช้ปอส่งเหล้าให้เธอ
“อืม  เดี๋ยวไงคืนนี้พี่ก็นอนกับการิน”  การินถึงกับอึ้งทำหน้าไม่ถูก  ยิ้มเจื่อนๆ
 
[……พี่ภูมองฉันเป็นคนไงเนี่ย  ฉันชักไม่ค่อยปลื้มแล้วนะมาพูดแบบนี้  ช่างเถอะพี่ภูคงเมามากอย่าถือคนเมาเลยดีกว่า  ก็ทำให้พี่ภูรู้ว่าพี่ภูอาจคิดผิด….]
 
“ชนกันดีกว่าพี่ภู”  การินรีบเปลี่ยนเรื่อง
“น้องบอลพี่ขอเหล้าหน่อย”  การินเลือกที่จะรบกวนบอลซึ่งนั่งใกล้ๆปอ  บอลเอื้อมหยิบเหล้าส่งผ่านหน้าปอให้การิน  ปอมองตามตาเขม่ง  การินรับขวดเหล้ามาและรินลงแก้วเธออย่างอารมณ์ดี
“การิน!  กินด้วยกัน”  เสียงเข้มดุของปอทำเอาการินเงยหน้ามองปอด้วยความงง
“ค่ะ  ทำไม..  จะกิน”  การินรินมิกซ์ผสมในแก้วอย่างไม่สนใจ  แบงนั่งมองเหตุการณ์นิ่ง
“พี่บอกว่าให้กินด้วยกันไง”  ปอยังดุต่อเนื่อง  การินเงยหน้ามองปอด้วยความหงุดหงิด
“ก็กินไงคะ  การินไม่กินตรงไหน  ทำไมเหรอ  การินจะรินเหล้าลงแก้วตัวเองมันผิดตรงไหน  คนอื่นก็ยังมีแก้วเป็นของตัวเอง  ทำไมพี่ไม่ด่า มาว่าการินทำไม”  การินจ้องหน้าปอเขม่ง  ปอเองก็มองหน้าการินด้วยความไม่พอใจที่การินเถียงเขาต่อหน้าน้องๆ  เป็นการหักหน้าเขาอย่างมากมาย
“การินเข้าบ้านเหอะ  พี่พาไป”  ภูเห็นท่าไม่ดีรีบฉุดแขนการินขึ้นแต่หญิงสาวสบัดแขนออกจากมือภูอย่างแรง ไม่ลดละสายตาอันแข็งกร้าวจากปอ
“การิน”  แทขึ้นเสียงปรามการิน  แต่ก็ไม่เป็นผล  แบงทนมองเหตุการณ์ไม่ไหวจึงลุกเดินออกจากวงไปทันที  ปอเหลือบมองแบงและหันมามองการินต่อด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก
“อย่าเมาดิพี่ปอ  คิดดูว่าการินผิดหรือพี่ผิด  การินไม่ผิดการินไม่ยอม”  การินขึ้นเสียงอย่างก้าวร้าว  ทุกคนในวงเงียบกริบไม่มีใครกล้าพูดอะไร
“การินพี่ขอ  เข้าบ้านเถอะไป  พี่ขอร้อง”  ภูลากการิน  หญิงสาวเกรงใจภูจึงลุกเดินออกจากวงไปอย่างหงุดหงิดเข้าไปในบ้าน  พรรีบเดินตามเข้าไปอย่างเร่งด่วน  การินเจอแบงยืนอยู่ในบ้านและเด็กร้านอีก 2-3  คน
“การินไปเถียงพี่ปอทำไมอ่า”  ภูถามอย่างเหนื่อยใจมือจับแขนการินไว้มั่น
“ทำไม  การินผิดตรงไหน  การินไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมพี่ปอต้องมาว่าการินด้วย  แค่รินเหล้าใส่แก้วตัวเองมันผิดตรงไหน”  การินน้ำตาไหลร้องไห้ด้วยความอึดอัดใจอาลาวาดลั่นบ้าน  แบงยืนพิงผนังนิ่งๆมองการินด้วยความอัดอั้นก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป
“พี่ปอเขาอยากให้กินด้วยกันไงการิน”  พรเดินเข้ามาแตะไหล่การิน
“แล้วฉันไม่กินตรงไหนพร  ฉันก็กิน”  การินเถียงขาดใจ
“ใช่  แต่พี่ปอหมายถึงให้กินในแก้วรวมน่ะ  เขาหวังดีอยากให้น้องๆกินเหล้าด้วยกัน  การินไม่น่าไปก้าวร้าวใส่พี่ปออย่างนั้นเลยนะเว้ย  พี่ปอเขาโกรธเอานะ”  พรสีหน้าจริงจัง
“แล้วมีใครคิดถึงฉันบ้างว่าฉันจะรู้สึกไง  คิดถึงแต่ความรู้สึกพี่ปอ”
“ฉันเข้าใจ...แต่แกก็ไม่ควรเถียงเขา  เขาเป็นผู้ใหญ่แล้วนะการิน”
“นั่นดิไปเถียงทำไม”  แทเดินเข้ามาต่อว่าการินเพิ่มเติม  ภูเดินคอตกไปนั่งบนเตียง
“ก็การินไม่ผิด  ทำไมต้องยอมด้วย”
“ก็พี่ปอเขาเป็นพี่”  แทขึ้นเสียงจนการินร้องไห้โฮอย่างอ่อนใจ
“ไม่ยุติธรรมเลย”  การินบ่นงึมงำ  แบงเดินออกมาจากห้องน้ำและเดินผ่านการิน  แท  และพรที่ยืนคุยกันกลางบ้านไปอย่างเรียบเฉย
“วันหลังแกก็ใจเย็นๆ”  พรใช้ความอ่อนโยนสั่งสอนการิน
“ไม่อ่ะ  ไม่มีวันหลัง”  การินสะบัดหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาและเข้าไปในห้องน้ำ  ร้องไห้ออกมาอย่างสุดแรงเกิดด้วยความอึดอัดที่ต้องเป็นฝ่ายยอมทั้งที่เธอไม่ผิด
 
[……ฉันไม่ผิด  ทำไมฉันต้องยอม  ยิ่งเป็นพี่ปอแล้วฉันยิ่งยอมไม่ได้  คิดว่าตัวเองใหญ่โตมาจากไหนไม่ทราบ จะมาเมาแล้วมาพาลใส่ฉันไม่ยอมแน่  เอาล่ะวะ  คืนนี้เป็นจุดแตกหักของฉันกับเขาเลยแล้วกัน  หากมีปากเสียงกันอีก  แน่นอนว่าฉันไม่ไว้หน้าใครแน่นอน...]
 

             หญิงสาวเก็บตัวในห้องน้ำอยู่นานเมื่อเดินออกมาเห็นภูนอนอยู่ที่โซฟา  การินเดินออกมาตรงลานปูนข้างบ้าน  ปรากฏลานว่างเปล่าทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว  โดยเฉพาะปอก็ไม่อยู่

 
[……นี่ฉันเป็นคนทำลายวงเหล้าคืนนี้เหรอ  ทุกคนหายไปไหนกันหมด  ช่างสิ  ไม่มีใครกินฉันกินคนเดียวก็ได้  ทำไมฉันต้องเป็นคนผิดทั้งที่ไม่ผิด  ทำไมพี่ปอถึงถูกเสมอ  และทำไมทุกคนเข้าข้างคนผิด สังคมเป็นแบบนี้นี่เอง....]
 
            การินหยิบแก้วของเธอมานั่งกินเหล้าเพียงลำพัง  น้ำตาก็ไหลออกมาอีกจนได้  เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เพิ่งผ่านพ้นไป
 
“การินไปนอนเถอะ”  เสียงอันอ่อนโยนของภูดังอยู่ข้างๆ  ภูนั่งลงข้างๆการิน  หญิงสาวรีบปาดน้ำตาและปั้นหน้ายิ้ม
“ไม่อ่ะ  การินอยากกินต่ออ่ะค่ะพี่ภู  พี่ภูไปนอนก่อนก็ได้  เดี๋ยวการินขอนั่งกินอีกแป๊บ”
“ไม่เอาดิ  พี่จะปล่อยให้การินอยู่คนเดียวแบบนี้ได้ไง  ถ้าการินไม่นอนพี่ก็ไม่นอน”  ภูยิ้มอย่างอบอุ่นให้การิน  ทั้งคู่นั่งกินเหล้าด้วยกันเพียงลำพัง  พูดคุยในเรื่องต่างๆ
“พวกพี่ๆไปไหนกันหมดคะพี่ภู  นอนกันหมดแล้วเหรอ”  การินถามขึ้นพลางรินเหล้าลงแก้วอย่างต่อเนื่อง
“อืม  นอนกันก่อนน่ะ  เดี๋ยวพี่ปอมาจะได้กินกันต่อไหว”
“แล้วพี่ปอไปไหนเหรอคะ”
“ไปรับพี่นิงที่บ้านอ่ะ  เดี๋ยวคงกลับมา”
“ขับรถกลับบ้านแล้วตีกลับมานครนายกเนี่ยนะ  ทั้งที่เมาๆเนี่ยนะ  เดี๋ยวรถชนตายหรอก”  การินร้องเสียงหลง
“การินเป็นห่วงพี่ปอเหรอ”  ภูถามขึ้นและมองหน้าการินราวคนผิดหวัง
“ป่าวสักหน่อย  การินไม่จำเป็นต้องห่วงคนที่การินเกลียดหรอกพี่ภู”
“การินเกลียดพี่ปอแล้วคบกับพี่ปอทำไม”
“เพราะความอยากรู้ของการินเองแหละ  การินถึงมาเป็นแบบนี้  การินรู้แต่แรกว่าพี่ปอมีสาวเยอะแต่การินแค่อยากรู้ว่าทำไมเขาถึงมีเยอะ  และพอได้เข้ามาคุยด้วยก็อยากรู้ต่อไปเรื่อยๆ  เพราะพี่ปอเขาเป็นคนโกหกตลอดเวลา  เพราะการที่เขาโกหกทำให้การินอยากรู้ว่าความจริงเป็นไง  เรื่องราวก็เลยวุ่นวายแบบนี้”
“แล้วตอนนี้....เออ...การินกับพี่ปอ”
“จบค่ะ  เราจบกัน  จริงๆเราก็ไม่ได้เป็นแฟนกันอย่างเต็มตัวอยู่แล้ว  สถานภาพการินก็เหมือนเมียเก็บตลอดเวลา  คนอื่นอาจมองว่าการินเป็นเด็กพี่ปอ  แต่ความจริงวันนึงการินโทรหาเขารอบเดียวหรือไม่ได้คุยกันเลยด้วยซ้ำ ส่วนเขาน่ะเหรอโทรหาการินก็ตอนอยากได้เท่านั้นแหละ  พี่ภูอย่าหาว่าการินพูดแรงเลยนะคะ  เพราะการินพูดตรงๆ”
“แล้วการินจะทนทำไม”
“ก็ไม่ทนไงคะ  การินก็เลิกกับพี่ปอแล้ว  เราไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว  บางทีการินควรหาสิ่งที่ดีกว่าให้ตัวเอง”  หญิงสาวหันมองหน้าภูและยิ้มกว้าง  ภูไม่กล้าสบตาการินหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย
“การินคิดอะไรกับพี่เหรอ”  ภูรวบรวมความกล้าถามออกไป
“การินไม่อยากตอบอะไร  ตอนนี้ที่การินรู้คือ  การินอยากคุยกับพี่ภู  การินคิดว่าพี่ภูเป็นคนดี”  การินยิ้มตาเยิ้มด้วยอาการเมาเล็กน้อยจากเหล้าที่เธอชงเข้มมาก
“แล้วพี่ปอล่ะ”  ภูยังคงติดใจเรื่องปอ  และไม่กล้าคุยกับการิน
“ฟังการินนะพี่ภู  การินกับพี่ปอเราเลิกกันแล้ว  เลิกขาด  ไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว  โอเคปะ”  การินพูดเสียงแข็ง  ภูได้เพียงยิ้มแม้ในใจยังไม่เชื่อการินอย่างสนิทใจก็ตาม
“เฮ้ยภู  แกเห็นไอแทป่าววะ”  เมสเดินออกจากบ้านอีกหลังและวิ่งมาหาภู  ในมือ ถือปากกาเคมีพร้อมจะเขียนหน้าทุกคนที่กำลังหลับใหล
“มันนอนกับไอปานในบ้านอ่ะ”  ภูลุกขึ้นตามเมสไปเพราะเมสกวักมืออย่างมีเล่ห์นัยภูรู้งานจึงเดินตามไป
 
“เฮ้ย!!!!  ไรวะ” 
 

              แทร้องลั่นบ้านเมื่อถูกเมสเขียนตัว  และคนอื่นๆก็พลอยตื่นกันหมดบ้านด้วยเสียงร้องโวยวายของหลายๆคนที่ถูกเมสเขียน

“กินกันต่อเว่ย!!เดี๋ยวพี่นิงกับพี่ปอมา  ลุกเลยๆเร็วๆ”  ทุกคนสะดุ้งออกจากความฝันที่สวยงามและจำใจออกมาเผชิญกับโลกความเป็นจริง  มานั่งล้อมวงกินเหล้ารอปอและนิงกันต่ออย่างเฮฮา
 

             ส่วนภูและการินปลีกตัวอยู่ในบ้านใหญ่  ในบ้านก็มีปานซึ่งพักผ่อนอยู่อีกเตียง  การินและภูนอนเล่นคุยกันไปมาภูก็หลับไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์  การินนึกสนุกจึงไปเรียกเมส  แท  บอล  มารุมเขียนตัวภูกันอย่างสนุกสนาน การินละเลงบนใบหน้าภูอย่างเมามันส์  จนภูตื่นขึ้นมาโวยวายเล็กน้อย

 
“แกล้งกูทำไมวะ”  ภูบ่นงึมงำ แต่เสียงหัวเราะของ  เมสและแทก็ดังจนกลบเสียงของภู
“ก็แกนอนทำไมวะ  ออกไปกินกับพวกฉันเลย  ไอ้อ่อน”  เมสพูดพร้อมหัวเราะร่า
“เออๆเดี๋ยวออกไป  ไปล้างหน้าก่อน  แป้งเต็มหัวเลย”  ภูเดินปัดแป้งบนหัวโดยมีการินเดินไปเคียงข้าง
“เลอะหมดเลยอ่ะพี่ภู  เดี๋ยวการินช่วยล้างนะ”  การินแอบขำเพราะเป็นฝีมือของเธอซะส่วนใหญ่โดยที่ภูไม่รู้
 

             หญิงสาวช่วยหนุ่มซื่อล้างตัว  ล้างหน้า  ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันในค่ำคืนนี้ด้วยความเฮฮาสนุกสนาน  หลังจากล้างตัวเสร็จก็ออกไปกินเหล้ากันต่อด้านนอกลานปูนข้างบ้าน  เป็นช่วงเวลาที่การินมีความสุขที่สุดในการไปทริปครั้งนี้  เรื่องของปอหลุดออกจากสมองการินไปชั่วขณะ

 
“การินไปเข้าห้องน้ำก่อนนะพี่ภู”  หญิงสาวเข้าห้องน้ำไป  เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็สวนกับแบงอีกครั้งในบ้าน  แบงยังคงนิ่งขรึม  การินก้มหน้าก้มตาเดินออกไปนอกบ้านพบว่า  ปอกลับมาแล้ว  กลับมาพร้อมนิงพี่ชายสุดที่รักซึ่งเมาอยู่แล้ว  นิงมาถึงทริปก็ปาเข้าไปตี 4 กว่าๆ  เด็กร้านหลายคนไม่ไหวทยอยกลับไปนอน  นิงจอมป่วนตัวจริงเดินเข้าไปปลุกคนนั้นคนนี้ออกมากินต่อ  ปอเองต้องหลบไปนอนในรถ  การินเห็นปอหลบไปในรถจึงเดินไปเปิดประตูรถ
 
“พี่ปอ ออกมากินด้วยกันดิพี่  จะหนีไปไหนคะ  เจ้าของทริปจะหนีเหรอ  ไหนบอกว่า  เด็กSway คอแข็งกว่าHubrisล่ะคะ”  การินพูดประชดประชันปอ  ปอจึงเดินออกจากรถมานั่งกิน  แต่สักพักก็ทนไม่ได้แอบย่องหายเข้าบ้านไป
 

            เด็กร้านทยอยหายไปเรื่อยๆ  จนเช้าตรู่  แสงแดดยามเช้าทอแสงเรืองๆ  การินก็ยังคงกินอยู่พร้อมกับภู  เมส  และแท  ส่วนคนอื่นกๆกลับไปนอนกันหมด  ทุกคนโยกย้ายกันมานั่งที่แคร่ริมน้ำ  เป็นบรรยากาศที่ดีและสดชื่นที่สุด

 
[……ฉันเพิ่งเห็นว่าลำคลองนี้สวยงามก็ตอนนี้แหละ  ตอนช่วงเวลาที่เรามีความสุขไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ไม่สวยแค่ไหน  มันก็กลายเป็นสวรรค์ได้เหมือนกัน  และอยู่เคียงข้างคนที่เรารู้สึกดี…..]
 
            การินยิ้มกว้างให้กับภู  จนภูงงว่าการินอยู่ๆก็หันมายิ้มหวาน  ทำเอาหนุ่มซื่อเขินไปเลยทีเดียว

“ยิ้มอะไรเฮ้ย!”

“มีความสุขก็ยิ้มไม่ได้เหรอ” 
 

           ไม่นานแทและเมสก็รีบเผ่นไปนอน  การินมองนาฬิกาบอก เวลา 8 โมงเช้า  เช้าที่สดใสของการิน  เช้าวันใหม่ของโลกใหม่  ราวกับสาวน้อยตื่นจากฝันร้ายมาพบกับวันที่สดใส

 
“พี่นิงชนกับการินหน่อยดิคะ”  การินนั่งบนแคร่ยื่นแก้วให้กับนิงซึ่งยืนแช่ในน้ำ
“ใครเนี่ย  ไม่รู้จัก”  นิงจ้องเขม่งมาที่การิน  ภูหัวเราะร่า
“พี่นิงไม่รู้จักการินหรอกค่ะ  แต่การินรู้จักพี่ดี”  สาวน้อยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ใครวะ  เด็กมึงเหรอ”  นิงหันไปถามภู  ภูหัวเราะเขิน
“ป่าวพี่  ไม่ใช่  เออ...  การินเป็น..”
“เป็นเด็กร้านHubrisค่ะ”   การินพูดดักคอภู 
“อ้อ!!  เคยเห็นหน้าจำได้แล้ว”  นิงเข้าใจและจำได้ว่าการินเป็นเด็กปอ  กลับพร้อมปอ  และยื่นแก้วชนกับการิน  จังหวะการินเผลอ  นิงกระชากแขนการินให้ตกลงน้ำอันเย็นเฉียบ
 
ตูมมมมมม!!!!!!!
 
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ  ไงเย็นป่าวการิน”  นิงหัวเราะชอบใจอย่างมีความสุข 
“เล่นทีเผลออ่ะพี่นิง  การินหนาวนะเนี่ย”  หญิงสาวผู้ไวต่อความเย็นและไม่กินของร้อนอย่างการินถึงกับหน้าซีดปากสั่นเมื่ออยู่ในน้ำยามเช้า
แต่หญิงสาวก็ทนนั่งตัวสั่นกินเหล้าแช่น้ำกับนิง
 
[……ฉันรู้สึกว่าพี่นิงมาที่นี่เพราะมีเรื่องไม่สบายใจบางอย่างรึป่าว  แววตาคล้ายคนมีทุกข์  อย่างน้อยถ้าฉันกินเหล้าเป็นเพื่อนคนที่กำลังไม่สบายใจอย่างพี่นิง และช่วยให้เขาคลายทุกข์ในใจได้ฉันก็ยินดี  แม้ว่าตอนนี้ฉันหนาวจนแทบจะไข้ขึ้นก็ตาม..…]
 

                นิงไม่อยู่กับที่ตระเวนเข้าบ้านของชายปลุกทุกคนตื่นขึ้นมาในเวลาเช้า  การินถือจังหวะนี้เข้าบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า    หญิงสาวอาบน้ำแต่งตัวและออกมานอนบนเตียงเคียงข้างกับภู  ความรู้สึกผูกพันก่อตัวขึ้นเล็กน้อย  หญิงสาวกุมมือภูไว้ ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าไออุ่นในอุ้งมือของหนุ่มซื่อที่เกาะกุมมือหญิงสาวไว้มั่น  หญิงสาวหลับตาลง  แม้ว่าเธอจะนอนไม่หลับเลยก็ตาม  เพราะเมื่อข่มตาลงทีไร  ภาพของปอก็แวบเข้ามาให้เธอต้องคิดคำนึง  หนุ่มภูหลับใหลลงอย่างอ่อนแรงในเวลา  เกือบ 9 โมงเช้า

 
“เฮ้ย!!!บ้านนี้ทำไมอ่อนกันจังวะหะ  ตื่นๆๆๆๆๆเลย  ลุกมากินกับกูเลย  ตื่นเว้ย”  นิงเดินเข้ามาสลัดผ้าห่มที่คลุมร่างภูและการินไว้  การินตื่นขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะเธอนอนไม่หลับเลย  ส่วนภูก็งัวเงียพยายามทำเป็นไม่ตื่น  นิงถึงกับงงที่เห็นภูและการินนอนเคียงข้างกัน
 
“พี่นิงไม่ง่วงเหรอคะ”  การินฝืนยิ้มกว้างถามไปแนวประชดเพื่อบอกกับนิงว่าทุกคนง่วงกันแล้ว
“ยังๆ  เฮ้ยไอภูตื่นมากินกับกูเลย”  นิงกระชากขาภูอย่างแรงจนภูต้องตื่นลุกนั่งอย่างอารมณ์เสียเล็กน้อย
 
[……จะทำไงให้พี่นิงเลิกปลุกคนอื่นมากินสักทีนะ  คนอื่นๆนอนกันหมดแล้วไม่มีใครมีแรงมากินกับเขาหรอก  อ้อ!!  ก็ต้องทำให้พี่นิงง่วงนอนไงล่ะ  จะได้นอนกันสงบสักที…]
 
“พี่นิงคะ  เดี๋ยวการินกินเป็นเพื่อนเอง”   การินรีบลุกขึ้นจากเตียงและเกาะไหล่นิงผลักนิงออกจากบ้าน  พร้อมส่งสายตาบอกเด็กร้านที่งัวเงียให้นอนกันต่อ  ทุกคนล้มตัวลงนอนโดยอัตโนมัติ  ภูจำใจตื่นขึ้นและออกไปนอกบ้านด้วยความเป็นห่วงการิน
 
“พี่นิงมาไงคะเนี่ย”  การินนั่งกับนิงตรงลานปูน 2 คน  ก่อนที่ภูจะออกมาสมทบ  พลางชงเหล้าในแก้วกินเป็นเพื่อนนิง
“ปอไปรับ”  นิงยิ้มกว้าง
“แล้วพี่ปอไปรับ  ทำไมไม่ออกมากินกับพี่ล่ะคะ”
“ปอมันเหนื่อย  ให้มันนอนเถอะ”
“พี่นิงดูรักน้องชายคนนี้มากเลยนะคะ”
“ฮึๆๆๆ”  นิงยิ้มไม่ตอบอะไร  “ใครจ้างยัยคนนี้มาเนี่ย”
“ไม่มีใครจ้างหรอกค่ะ  ไม่มีใครกิน  พี่นิงกินกับการินก็ได้”  การินยิ้มกว้างและชนกับนิงราวกับสนิทกันมานาน
“มึงจ้างมาเหรอวะไอภู”  นิงหันไปถามภูซึ่งนั่งข้างๆการินพลางหัวเราะร่า
“ไม่พี่”  ภูหัวเราะตามไปทั้งที่ตาเปิดไม่ค่อยได้  ริบหรี่เต็มที
“เรียนอะไรล่ะเราอ่ะ”  นิงถามหญิงสาว
“การินเรียนถาปัตค่ะ...........”

            หญิงสาวพยายามร่ายยาวเรื่องราวการเรียนที่แสนโหดของเธอให้นิงฟังเพียงหวังให้นิงง่วงนอนและหลับไปในที่สุด  บังเอิญว่าเรื่องการเรียนของการินเป็นที่สนใจของนิงเพราะนิงเคยมีเพื่อนเรียนสถาปัตยกรรม  แทนที่จะเป็นเรื่องน่าเบื่อชวนหลับ  กลับเป็นเรื่องที่คุยกันยาว  ยาวแล้วยาวอีก

 
[……จะบ้าตาย!!  ฉันจะทำไงให้พี่นิงนอนได้สักทีเนี่ย  นึกว่าพูดเรื่องเรียนจะน่าเบื่อกลับสนใจซะงั้น  ทำไงดีนะ  คนแก่ทำไงถึงง่วงได้นะ  อ้อ! นวดไง  ที่พี่ปอใช้ให้ฉันนวดบ่อยๆและเขาจะหลับ…..]
 
“พี่นิงคะเดี๋ยวการินนวดให้นะคะ”  การินยกขาของนิงซึ่งนิงนอนแผ่มาพาดกับเข่าเธอ และนวดไปมาอย่างเหน็ดเหนื่อย  และยังต้องชวนนิงคุยเรื่องที่ชวนหลับ  แต่การินกลับเป็นคนที่จะหลับเอง  เวลาผ่านเลยไปเรื่อยๆจนประมาณ 9  โมงครึ่ง  นิงทำท่าจะหลับแต่เมื่อเห็นมุดเดินออกมาจากบ้านหลังของชาย  นิงก็กระตุกตัวตื่นขึ้นทันที
“เฮ้ยไอมุดมึงไปไหนมา  มากินกับกู  ไอ้แนมไปไหนเรียกมันมา  ไม่ๆกูไปเรียกเอง”  นิงลุกขึ้นและเดินมุ่งตรงไปยังบ้านหลังของชายทันที
 
“พี่ภูการินทำเต็มที่แล้วนะ  ไม่หลับสักที”  การินหันไปพูดกับภูอย่างเหนื่อยใจและอ่อนล้าเต็มที
“การินไปนอนเถอะ  ง่วงแย่”  ภูลูบหัวการินอย่างอ่อนโยน


[…ไม่ได้รู้สึกขนลุกเวลามีคนมาลูบหัวแบบนี้มานานแล้ว  ตั้งแต่ที่พี่ปอเคยลูบหัวฉัน  ฉันก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครอีก  จนวันนี้ฉันรู้สึกกับผู้ชายคนนี้อีกครั้ง  มันช่างเป็นความสุขที่หาไม่ได้มาแสนนาน……]
 

            ภูจูงมือหญิงสาวเข้าไปนอนในบ้านบนเตียงที่ยังว่าง  ทั้งคู่นอนเคียงข้างกันโดยไม่มีอะไรล่วงเกินไปกว่าการจับมือกันไว้และหลับใหลไปพร้อมๆกัน  แต่ภูกลับไม่รู้เลยว่าหญิงสาวไม่ได้หลับไปอย่างง่ายดายอย่างเขาเลย  หญิงสาวนอนน้ำตาไหลนองหน้าเพราะเธอคิดถึงปออีกครั้งทั้งที่มือกุมไว้กับภูอย่างมั่นคง

 
[……หลังจากวันนี้ไปฉันกับพี่ปอจะจบลงอย่างเงียบๆ  จะไม่มีการติดต่อกันอีกแล้ว  ฉันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครบางคนที่รักฉันจริง  ไม่ใช่มีฉันไว้แค่ในยามขัดสน  ไม่ได้มีไว้ประดับบารมี  Sway & Hubrisก็อาจเป็นอดีตที่จดจำ  ฉันอาจไม่ได้ไปที่นั่นอีกหลังจากเปิดเทอมมาสิ่งที่ฉันคาดหวังมันจะเริ่มขึ้นจริงๆสักที….]
 

           เมื่อน้ำตาที่รินไหลเหือดแห้งหญิงสาวก็หลับใหลไปด้วยความอ่อนแรง  มือข้างหนึ่งกุมมือภูไว้  อีกข้างกำเหรียญพระของปอไว้แน่นเช่นกัน

 
......................................................................................................................................... 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 87 ท่าน