Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
ภารกิจป่วน..!!
32
16/11/2554 12:56:08
363
เนื้อเรื่อง
ตอนที่32..ภารกิจป่วน....
........................................................................................................................................
 

            การินเดินเฉิดฉายออกมาตรงลานปูนข้างบ้านพักริมคลองในทริปนครนายกของเด็กร้านSway &Hubrisบรรยากาศมืดมิดในค่ำคืนที่แสนวิเวกช่วงเวลาตี 4 ทำให้จำนวนคนในวงเหล้าจากที่มีมากมายก่ายกองลดน้อยทยอยหายกันไปจนเหลือเพียงหนุ่มใหญ่เจ้าสำราญเจ้าของร้าน  ดิว  แบน  พร  เมส  และเด็กร้านอีก  2  คน ทุกคนมองการินที่เดินออกมาจากบ้านด้วยความแปลกใจ  กับอาการแจ่มใสของสาวน้อย

“ฉันนึกว่าแกนอนแล้วซะอีก”  พรทักขึ้น  การินเดินไปนั่งข้างๆพรพร้อมรินเหล้าลงแก้วเปล่าที่ตั้งอยู่ไม่ไกลมือ
“เทเยอะเดี๋ยวก็เมาหรอกแก”  พรจับขวด Ben more  ออกจากแก้วการิน
“ไม่เมาหรอกหน่า  แต่ว่าหิวว่ะพร  มีไรกินบ้างอ่ะ”  การินยิ้มหวานทำตาปิบๆใส่พร  สาวพรชักสีหน้าราวตำหนิ
“ทีให้กินล่ะไม่กิน  ยำปลากระป๋องแล้วกัน”  พรรีบรุดลุกขึ้นเข้าครัวที่อยู่บริเวณหน้าบ้านอีกรอบ
“กินด้วยพี่พร”  สมวิ่งโล่เข้าไปช่วยพรแซงหน้าการินซึ่งเดินตามมาทีหลัง
 

              ไม่นานยำปลากระป๋องอาหารมื้อเช้ามืดก็เสร็จสมบูรณ์และมาตั้งกลางวง  ดิวและแบนมาร่วมวงด้วยความหิวเช่นกัน

“อร่อยปะ”  พรถามย้ำเพื่อความแน่ใจในฝีมือ
“ตอนนี้อะไรๆก็อร่อยทั้งนั้นแหละพี่พร”  สมพูดกวนพรจนพรต้องใช้มือตบหัวสมอย่างหยอกเย้า
“อร่อยดีพร”  การินจึงช่วยพูดให้พรดีใจ
“ท่าจะหิวกันมากละสิ  พวกไม่ชอบกินข้าวเย็นอ่ะ”  ปอพูดแซวขึ้น  ทุกคนยิ้มกรุ้มกริ่มเพราะรู้ว่าปอหมายถึงใคร  แต่คนที่ไม่ขำก็เป็นสาวน้อยการินนี่เอง  การินหันไปมองค้อนปอซึ่งนั่งอมยิ้มข้างๆเมส  ปอทำหน้านิ่งเมื่อเห็นสายตาไม่พอใจจากการิน
 

              วงเหล้าดำเนินไปเรื่อยๆจนเหลือจำนวนคนน้อยลงๆทุกที  การินเมามึนหัวแต่ก็ยังทนนั่งต่อไปแม้ว่าเธอง่วงนอนมากก็ตามแต่เธอก็ไม่อยากโดนปอหยามได้ว่าเด็กร้านHubrisอ่อน  เหมือนที่ผู้จัดการร้านHubris  ได้ฝากความอ่อน ไว้ในทริปที่แล้วจนปอและน้องๆมานั่งนินทาในวงเหล้าอย่างสนุกสนาน

 
[…ดูถูกดูแคลนเด็กHubrisกันเข้าไปสิ  นี่ตั้งใจจะเชื่อมสัมพันSwayกับHubrisหรือทำลายกันแน่  พูดน่ะบอกว่าอยากให้เด็กSway &Hubrisสนิทกันมากขึ้น  แต่กลับมาพูดว่าลับหลัง  ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ  แล้วก็ไม่รู้ว่าคิดจะกินกันจนเช้าเลยหรือไงไม่ง่วงกันเลยรึไงเนี่ย  ฉันง่วงจะบ้าแล้วนะ……]
 

หญิงสาวหาวอีกครั้งเป็นรอบที่ 5 จนพรสังเกตเห็น

“ง่วงก็ไปนอนดิวะแก”
“ป่าว  ไหวอยู่  เด็กHubrisไม่ได้อ่อนทุกคนหรอกหน่า”  การินยิ้มเจ้าเล่ห์และมองไปที่ปอ  ปอมองการินด้วยสายตาเรียบเฉยที่การินชินชา  สุดท้ายกลับเป็นหญิงสาวที่สบตาปอไม่ได้นานเท่าที่ควร  การินหันมองไปในป่าข้างๆบ้านเพื่อหลบหลีกสายตาเย็นชาจากปอ
 
“นั่น!!  อะไร”
 
            การินพึมพำเบาๆคนเดียวเมื่อสิ่งที่เธอเห็นเบื้องหน้าทำเอาเธอขนลุกซู่เลยทีเดียว  เงาสีดำตะคุ่มๆอยู่บริเวณโคนต้นไทรริมน้ำที่อยู่ๆก็เลือนหายไป
 
[……บ้าไปแล้วการิน  นี่เราเมาจนตาฝาดไปแล้วเห็นใบกล้วยเป็นร่างคน  แต่ก็ตกใจใช่เล่นนะเนี่ย…]
 
“เป็นไรวะแก เห็นสะดุ้งเฮือก”  พรบังเอิญหันมาเห็นอาการการิน
“เอ่อ!!  ป่าว  ไม่มีอะไร”  การินยิ้มเจื่อนๆ
“แกเห็นอะไรงั้นเหรอ”  พรเค้นถามด้วยความสงสัย
 
[……รู้แล้ว  แผนการป่วนทริปนี้แผนแรก  คือ  อะไรดี  เดี๋ยววงแตกแน่ๆ  ใครบ้างไม่กลัวผี….]
 
“คือว่า  ฉันเห็นเงาดำๆใต้ต้นไทรอ่ะ”  การินแสร้งทำท่าหวาดกลัวและมองไปทางต้นไทร   ทำเอาพรถึงกับหน้าซีดและมองตามไปที่ใต้ต้นไทร  บรรยากาศมืดมิดบริเวณใต้ต้นไทรช่างน่ากลัวเหลือเกิน
“แกเห็นจริงเหรอวะ”  พรถามย้ำด้วยความหวาดกลัว
“อืม  เขามองมาทางเราด้วยอ่ะ”  การินแกล้งโกหกสร้างสถานการณ์อย่างแนบเนียนบีบมือพรไว้แน่น
“ไม่มีไรหรอกนะ  ฉันไหว้เจ้าที่เจ้าทางแล้ว  เขาคงแค่มาดูแลเรา  ไม่มีไรหรอก  แกไม่ต้องกลัว”  พรปลอบการินพร้อมกับปลอบตัวเอง
“ทำไม”  ดิวซึ่งนั่งตรงข้ามการินจ้องเขม่งมาที่การิน  แต่การินทำนิ่งไม่กล้าบอก  ดิวยิ่งมองเค้น
“การินเป็นอะไรไป”  ปอร้องถามด้วยสีหน้าจริงจัง  การินกลอกตาไปมองทางปอ
“เห็นอะไรใช่มั้ย”  ดิวถามเพราะเดาออกจากอาการ
“ค่ะพี่ดิว  การินเห็นเงาดำๆ”
“ตรงไหน”  ดิวลุกขึ้นทันทีทันใด
“เอ่อ!!ตรง  ตรง  ใต้ต้นไทรอ่าค่ะพี่ดิว”  การินแกล้งพูดเสียงสั่นตีบทแตก  ดิวรีบเดินไปดูที่ต้นไทรทันที
 
[……พี่ดิวดูจริงจังไปปะ  ฉันแค่อยากสร้างสถานการณ์ให้ทุกคนกลัวและแยกย้ายกันกลับเข้าบ้านจะได้นอนกันสักที  แต่พี่ดิวดูไม่กลัวเอาซะเลย  และใจกล้าเดินไปดูอีก….]
“ดิวมันมีเซนท์  เห็นมันบอกว่ามันเห็นเหมือนกัน”  แบนบอกกล่าวแก่ทุกคน  คนที่หน้าซีดไปทันทีคือ  การินนั่นเอง
 
[…ซวยแล้วสิเรา  เล่นไปเล่นมามีของจริงซะงั้น  เจ้าที่เจ้าทางขาลูกช้างขอโทษด้วยนะเจ้าคะ  ไม่น่าเล่นเลยเรา…..]
 

การินยกมือไหว้ทันทีและรู้สึกขนลุกตั้งชันขึ้นมาทันใด

“ง่วงแล้วอ่ะไปนอนดีกว่า”  พรออกตัวและจากลาวงไปพร้อมเมสไปนอนบ้านเดียวกับชาย
“เขามาดูแลเรา   ไม่มีอะไรเดี๋ยวก็ไปแล้ว”  ดิวเดินเข้ามาบอกทุกคนที่เหลือ
“เหรอคะ”  การินรีบเดินไปนั่งบนถังน้ำแข็งข้างๆแบนทันที  ความหวาดกลัวเข้ามาครอบงำคนในวง  แล้วปอก็ลุกขึ้นเดินหายไปทางบ้านของเขา
 
[…บ้าที่สุดเลย  ทำไมฉันกลับมากลัวเองซะงั้นล่ะ  จะแกล้งคนอื่นแท้ๆ  ดูคนที่ต้องการแกล้งก็หนีหายเข้าบ้านไปแล้วมั้ง  คงไปนอนกอดพี่แบงอย่างมีความสุขเลยสิท่า…..]

            การินก้มหน้าหงอยแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่า  ปอเดินออกจากรถของเขาและเดินมุ่งตรงมายังการิน  มาหยุดตรงหน้าหญิงสาว  การินมองปอด้วยความงงและสอดส่ายสายตามองรอบๆเพื่อให้แน่ใจว่าแบงไม่ได้อยู่นอกบ้าน

 
“เอ่อ!!”
 

               หญิงสาวสะดุ้งเมื่อปอคว้ามือน้อยๆของเธอไว้และวางบางอย่างลงในฝ่ามือการินอย่างนุ่มนวลและกุมมือหญิงสาวเอาไว้แน่น  แววตาภายหลังแว่นแฝงไปด้วยคำพูดมากมายที่การินสบตาแล้วแปลความหมายออกมาได้เป็นคำว่า “ขอโทษ”

 
“พระองค์นี้พี่พกติดรถไปไหนมาไหนตลอด  การินไม่ต้องกลัวนะครับเก็บไว้ให้ดี  ไม่ต้องกลัว”  สายตาปอจับจ้องหญิงสาวอย่างลึกซึ้งจนการินน้ำตาซึมอย่างซึ้งใจ  คนอื่นๆที่เหลือจึงทยอยเดินออกจากบริเวณเพื่อเปิดโอกาศให้ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน
 
[……ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ  ทั้งที่ฉันตั้งใจจะแกล้งเขาแท้ๆ  แต่เขากลับเป็นห่วงเอาพระในรถมาให้ ทำไมต้องมาทำดีกับฉันด้วย  ทำไมต้องมาทำให้ฉันอ่อนแออีกแล้ว  เพียงแค่พี่แบงไม่อยู่คุณถึงเห็นค่าฉันใช่มั้ย….]
 
ผละ!!!
 
            การินผลักปอออกและรีบวิ่งเข้าบ้านไปในทันทีน้ำตาที่กลั้นไว้ก็เอ่อไหลออกมา  เธอรีบเข้าไปซุกตัวใต้ผ้าห่ม  และปล่อยโฮออกมาเงียบๆในมือกำเหรียญพระของปอเอาไว้แน่น
 
[……อย่ามาทำดีกับฉันเลยคุณปอ  มันก็ลบความเจ็บปวดที่คุณทำไว้กับฉันไม่ได้หรอก  ยังไงฉันก็ไม่มีทางให้อภัยคนแบบคุณ  ไม่ว่าฉันจะรักคุณมากแค่ไหนก็ตาม  ทรมานจริงๆ….]
 

             ฝ่ายปอยืนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจก่อนจะเดินกลับไปยังบ้านพักของเขาเพื่อไปนอนเคียงข้างแฟนสาวที่เขารักมากที่สุด  ค่ำคืนแรกของทริปทำเอาหญิงสาวการินเสียน้ำตาไปมากมายเลยทีเดียว

 
.........................................................................................................................................
 

              แสงแดดอันแสบแสนในเวลาเที่ยงของทริปนครนายกวันที่สองสาดเทเข้ามาในห้องทำเอาหญิงสาวต้องหยี่ตาตื่นขึ้นด้วยอาการมึนๆ  มีเด็กร้านนั่งจับเข่าคุยกันเสียงดังจอแจ  หากจะข่มตาหลับก็คงจะยากสักหน่อย  สาวน้อยกลิ้งตัวไปมาบนเตียงที่ปูผ้าสีขาวสะอาด  ข้างๆเป็นสมที่ยังนอนหลับอย่างไม่สนใจโลก

 

            หญิงสาวขยับตัวและขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างที่เธอกำลังนอนทับอยู่และมันทำให้รู้สึกเจ็บแปลบๆ

 
“พระพี่ปอ”
 

             การินตกใจรีบหยิบพระขึ้นมาไหว้ยกใหญ่เพราะเธอนอนทับไปทั้งคืน   หญิงสาวเพ่งพินิจมองดูพระที่ปอให้เธอเมื่อคืน

 
[……ทำไมต้องเอาพระมาให้ด้วย  คงคิดว่าฉันกลัวมากเลยรึไง  หรือแสดงให้เห็นว่าเขาสนใจ  แต่ฉันไม่ต้องการ  ค่อยหาโอกาสคืนพระเขาไป  ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร….]
 

             ภายนอกบ้านตั้งวงกินข้าวเที่ยงกันอย่างสนุกสนาน  เหลือเพียงจานกองโตวางไว้ข้างๆบ้าน  การินย่างกรายลงไปนอกบ้านหลังจากที่ผู้คนสลายตัวกันไป   อาหารเที่ยงที่ยังเหลืออยู่บานเบอะทำให้สาวน้อยอิ่มท้องได้โดยที่อาหารลดลงไปได้เพียงเล็กน้อย  การินแอบรู้สึกแย่ที่เธอไม่ได้ช่วยพรทำอาหารเลย  ทั้งที่ออกปากไว้ก่อนมาว่าจะคอยเป็นลูกมือ   ที่ทำได้คือการเก็บล้าง  อย่างน้อยขอให้เธอได้ช่วยบ้างก็ดี        

จานชามถูกวางผึ่งแดดไว้ด้วยฝีมือการล้างที่ไม่มีใครเห็นของการิน  ความเหนื่อยเข้ามาเยือนไม่ใช่น้อย  หญิงสาวทิ้งร่างลงบนม้านั่งหน้าบ้าน  ลมเบาๆพัดผ่านทำให้หายเหนื่อยได้บ้าง  การินเหม่อมองไปเบื้องหน้า  ลำคลองที่น้ำตื้นซะจนเดินข้ามได้  น้ำไหลเอื่อยๆมองแล้วก็ทำให้สบายใจขึ้นมาบ้าง

 

“พี่ดิวขอปืนหน่อยดิ”

             เสียงห้าวๆของใครบางคนทำเอาการินอดไม่ได้ที่จะหันไปดูว่าใช่คนที่เธอคิดหรือไม่  และแน่นอนว่าการินเดาไม่พลาดเพราะเสียงห้าวๆเป็นเอกลักษณ์ของสาวสวยแบงอยู่แล้ว

“เข้าไปเอาเลย  ถามไอแบนอ่ะว่าอยู่ไหน”  ดิวชี้มือชี้ไม้ก่อนจะเดินออกจากระเบียงบ้านลงมาตกปลากับชายริมคลอง  แบงหันมามองทางการินด้วยสายตาเยือกเย็นก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
 
[…นับถือพี่แบงจริงๆ  เธอทนได้ไงที่เห็นฉันลอยหน้าลอยตาทั้งที่พี่แบงก็รู้เรื่องฉันกับพี่ปอ  ถ้าเป็นคนอื่นคงมีปากเสียงกันไปนานแล้ว  ฉันเองตั้งใจไว้ว่าจะเข้าไปคุยกับพี่แบงเพื่อป่วนพี่ปอ  แต่เห็นพี่แบงแบบนี้ฉันไม่กล้าทำร้ายเธอจริงๆ  เท่าที่ผ่านมาพี่แบงก็คงเจ็บปวดจนชินชาไปซะแล้ว  และฉันก็รู้สึกผิดต่อเธอมาก…..]
 
“พี่การินกินข้าวยังพี่”  เสียงทักทายของชายร่างผอมที่เดินมานั่งข้างๆการินตรงชุดม้านั่ง  ในจานที่ตอมถือมามีข้าวและกับข้าวพอกพูนจนไม่เชื่อเลยว่าจะไม่อิ่ม
“พี่กินไปแล้ว  เออแล้วนี่คนหายไปไหนหมดล่ะ  กินข้าวกันหมดยัง”
“กินหมดแล้วพี่  แต่พี่ปอยังไม่ตื่นเลย”
“พี่ปอเค้าคงเมาค้างมั้ง  เห็นพี่แบงตื่นแล้ว”  การินสีหน้าหม่นลงเบนหน้าออกสู่ธรรมชาติเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย
“เมื่อวานพี่เป็นอะไรพี่  ไม่ออกมากินข้าวเห็นได้ยินไอสมบอกพี่ปวดท้อง”
“อืม  ก็ปวดท้องอ่ะ  ขี้เกียจออกมา”  การินยิ้มเจื่อนๆที่ต้องโกหกน้อง
“อย่าคิดมากดิพี่  ผมเข้าใจพี่นะ  แต่ผมก็เข้าใจพี่ปอเหมือนกัน  ครั้งนี้ก็คิดซะว่ามาเที่ยวกับที่ร้านสนุกๆแล้วกัน”
“บางที  แกอาจไม่ได้เข้าใจสิ่งที่ฉันรู้สึกจริงๆก็ได้นะ  ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรพี่ปอหรอก  ต่างคนต่างอยู่  เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรฉันอยู่แล้วด้วย”  การินก้มหน้าลงมองพื้น
“สนดิ  ตอมแอบมองพี่ปออยู่  พี่ปอมองพี่การินบ่อยๆนะ  ตอมว่าพี่ปอคงไม่สบายใจอ่ะที่พี่เป็นแบบนี้” 
“บางทีเขาอาจไม่ได้หนักใจเรื่องพี่ก็ได้นะ”การินยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย
“พี่ก็คิดมากไป  เขาจะคิดมากเรื่องไรอ่ะ”  ตอมฟาดข้าวในจานจนเกลี้ยงภายในพริบตาเดียว
“ตอมเห็นแทปะ”  เสียงใครบางคนมาขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสอง  ตอมและการินหันไปมองชายร่างท้วมพร้อมกัน
“นอนดูทีวีอยู่บ้านหลังโน้นน่ะพี่  พี่ภูมาถึงตอนไหนอ่ะพี่”
“สักพักอ่ะ”  ภูยิ้มจางๆให้การินก่อนจะเดินจากไป  การินยิ้มกว้างอยากจะทักแต่ก็ไม่กล้า
 
[……พี่ภูมาแล้วดีใจจัง  คืนนี้จะออกมากินเหล้าอย่างรวดเร็วเลย  แต่ว่า!!!  ต้องมีคนมองไม่ดีแน่ๆ  หากฉันแสดงออกมาก  แต่จะไปสนใจทำไม  ทีพี่ปอมีหญิงเยอะยังไม่ผิดเลย….]
 
………………………………………………………………………………………………
 

                ยามเย็นแดดร่มลมตก  เด็กร้านเริ่มตั้งวงกินเหล้ากันที่แคร่ริมน้ำ  ผัดมาม่าเป็นอาหารยอดฮิตที่บรรดาเด็กร้านต่างต้องการ หญิงสาวยกจานมาม่าผัดมาตั้งที่แคร่และนั่งกินกับปานแฟนสาวของแท  แท  ภู  เมส  นั่งกินเหล้าเฮฮากันไป  ชายลงไปแช่ในน้ำอันแสนตื้นอย่างสบายใจโดยมีปุยและยุคอยกลั่นแกล้ง  ปั่นป่วน  เป็นบรรยากาศที่ทำให้การินลืมเรื่องปอไปได้ชั่วขณะ  ตอนนี้ในหัวการิน  คือ  ทำไงถึงจะคุยกับภูได้อย่างสนิทใจ

 
“ไปเขื่อนกันเถอะ”  เสียงของอันดังมาแต่ไกล  หนุ่มหล่อในเสื้อสีสะท้อนแสงเดินลงมาที่แคร่  แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีคนสนใจกับคำชักชวน
“เขื่อนไรอ่ะพี่”  บอลถามขึ้นรักษาน้ำใจ
“เขื่อนขุนด่านปราการชลไง  ฉันขับรถไปวนดูมาน้ำเย็นน่าเล่นมากอ่ะ  ไปกัน”
“จะมีน้ำเหรอพี่ ดูคลองแห้งขนาดนี้”  เมสถามกวนๆ
“มีดิ  พี่ไปดูมาแล้ว”  อันมีแววตาเป็นประกายแต่กลับไม่มีใครกระตือรือร้นอยากจะไปด้วยเลย  อันจึงเดินกลับขึ้นฝั่งไปด้วยอาการไม่สบอารมณ์
“ไปทำไมวะเขื่อน  ไม่เคยเห็นรึไง”  แทบ่นงึมงำด้วยความที่ไม่ชอบหน้าอันสักเท่าไหร่  แต่ภูกลับหัวเราะชอบใจคำพูดของแทอย่างอารมณ์ดี
“พี่ภูเมายังเนี่ย  การินเห็นกินมาตั้งแต่บ่าย”
“เมาดิ”  ภูตอบสั้นๆและยิ้มร่า
“อะไรๆการิน  อย่าคิดว่าปานมาแล้วพี่จะไม่หวงนะ”  แทแกล้งผลักไหล่การินเบาๆ
“ก็นี่ไงแบ่งกัน  วันนี้พี่แทก็มีพี่ปาน  พี่ภูก็หนูขอละกัน  ฮ่าๆๆๆ”
“กูเป็นตัวอะไรวะเนี่ย”   ภูยังคงหัวเราะขำขันไปโดยไม่รู้เลยว่าหญิงสาวคิดจริง
“พี่ปอ  ตื่นแล้วเหรอพี่” เมสหันไปทักทายปอซึ่งเดินมายืนจังก้าริมฝั่งแต่ไม่ได้ลงมาตรงแคร่
“เออ  นี่พวกแกเล่นกันตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอวะ  เดี๋ยวเหอะพวกแกคืนนี้พี่เอาจริงนะเว้ย  ใครไม่ไหวนี่ตาย”
“ไหวดิพี่  หาอะไรกินก่อนมั้ยพี่”  แทหันไปคุยกับปอด้วยอาการหน้าแดงหลังจากดื่มเข้าไปหนัก
“เออ  มีไรกินบ้างวะ”  ปอมองมาที่จานข้างๆการินซึ่งว่างเปล่าไร้ร่องรอย  ส่วนสาวน้อยนั่งปั้นหน้านิ่งราวกลับไม่เห็นปอ
“ไอพรผัดมาม่าอยู่อ่ะพี่ไปกินดิพี่”  เมสชี้มือชี้ไม้ให้ปอไปที่บ้านหลังใหญ่  และปอก็เดินจากไป
 
[……ทำไมฉันถึงรู้สึกเหม็นหน้าพี่ปอ  ไม่อยากเจอไม่อยากได้ยินเสียง  เห็นแล้วหงุดหงิดจริงๆ  ใจนึงก็อยากอยู่ต่อ  แต่อีกใจก็อยากกลับ  ไม่อยากทนเห็นบางอย่างอีกแล้ว…]
 

               การินหยิบจานมาม่าและเดินไปเก็บในส่วนครัวหน้าบ้านหลังใหญ่  ปอยืนคุยกับเด็กร้านหันมาเห็นการิน หนุ่มใหญ่มองหญิงสาวด้วยสีหน้าที่แบกคำถามไว้มากมาย  การินมองปอด้วยสีหน้าเย็นชาก่อนจะเดินเข้าบ้านไป 

 

               บรรยากาศในบ้านเด็กร้านบางคนก็จับเข่าคุยกัน  บางคนก็นอนเล่น  บางคนก็นอนดูโทรทัศน์  ตกค่ำในบ้านหลังใหญ่กลายเป็นโรงหนังชั้นเยี่ยม  หนังผีในทีวีสะกดทุกคนเอาไว้  เด็กร้านเกือบครึ่งของที่มารวมตัวกันอยู่ในบ้านหลังนี้  รวมถึงภูและการิน  ซึ่งการินรู้มาว่าภูกลัวผีมากจึงแกล้งภูต่างๆนานา

 
“พี่ภูอย่าปิดตาดิพี่  จะกลัวทำไมไม่เห็นน่ากลัวเลย”  การินแกล้งภูสารพัดเฮฮากันไปตามประสา  โดยการินไม่รู้ตัวเลยว่ามันเป็นความสุขที่ห่างหาย
“ไม่กลัวสักหน่อย  การินไม่กลัวเหรอ”  ภูนอนแผ่ข้างๆการิน
“ไม่อ่ะ  เมื่อคืนแอบเห็นด้วยแหละ  หน้าบ้านใต้ต้นไทรอ่ะ”
“จริงปะเนี่ย”  ภูร้องเสียงหลง
“ไหนว่าไม่กลัวหะ  ร้องเสียงหลงเชียว”  การินและภูคุยหยอกกันไป
“เฮ้ย!!!  ไปเขื่อนกัน”  เสียงคำรามของหนุ่มใหญ่ดังสนั่นบ้าน  ปอเดินเข้ามาเปิดไฟในบ้านซึ่งเดิมปิดไว้สร้างบรรยากาศการดูหนังผี
“โห!  พี่ปอปิดไฟดิพี่  ไม่ได้อารมณ์”  สมบ่นขึ้นเมื่อตาปรับแสงได้
“นี่พี่เสียตังให้พวกแกมาที่นี่  มานั่งดูหนังเนี่ยนะ  เฮ้ย!!  หนังอ่ะดูเมื่อไหร่ก็ได้เว้ย  ไปเขื่อนกันเร็วออกมาจากบ้านกันได้แล้ว”
“ขออีกนิดนึงนะพี่  จะจบแล้ว”  บอลขอร้องอ้อนวร
“เรื่องอะไรวะ  เดี๋ยวกลับไปร้าน  พี่เช่าให้พวกแกดูเอง”
“พี่ปอ  ไม่อยากไปอ่ะ  ไปทำไมเขื่อน”  แบนบ่นหน้างอและเอาผ้าห่มห่มร่างและกลิ้งนอนบนเตียง
“อันมันชวนไป  ไปเล่นน้ำไง  ไหนๆก็มาแล้วออกไปนอกสถานที่กันหน่อย  เร็วๆออกมา”  ปอเดินออกจากบ้านไป  มีเด็กร้าน  2-3  คนเดินออกไปเพราะเกรงใจปอ  แต่ที่เหลือก็ตั้งหน้าตั้งตาดูหนังในทีวีอย่างลุ้นระทึกเพราะถึงฉากสำคัญของเรื่อง  และมีเสียงบ่นอุบว่าไม่อยากไปแว่วไปมา
“การินขอไม่ไปได้มั้ยอ่ะ  เฝ้าบ้านให้”
“พี่ก็ไม่อยากไป  ขี้เกียจ”  แบนสนับสนุนเต็มที่  ก่อนจะตั้งใจดูหนังอย่างตั้งใจ
 
พรึบ!!
 
            โทรทัศน์ดับวูบลงทันที ปอถึงขั้นถอดปลั๊กโทรทัศน์  เด็กร้านต่างทยอยกันออกจากบ้านเมื่อรู้ว่าหนุ่มใหญ่เริ่มอารมณ์เสีย

 

“กูพูดไม่มีใครฟังเลยเหรอวะ จะดูกันอีกนานมั้ย”  ปอยืนหน้านิ่วคิ้วผูกกันตรงหน้าโทรทัศน์  เด็กร้านออกจากบ้านกันจนหมด  เว้นแต่การินซึ่งนอนกลิ้งไปมาบนเตียงอย่างไม่สนใจ  ปอยืนมองการินด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ  ก่อนจะปิดไฟในบ้านจนมืดมิด
“ระวังนะเว้ย!!  ใครเจออะไรเมื่อคืนอ่ะ”  ปอกวนการินก่อนจะเดินออกจากบ้านไป
 
[……กลัวตายล่ะ  พระอ่ะเอาคืนไปเลยเหอะหมั่นไส้ว่ะทำไมต้องมาหาเรื่องด้วย  ฉันว่าฉันก็อยู่เฉยๆของฉันแล้วนะ……]
 
“การิน  ไปเขื่อน  อย่าทำแบบนี้”  พรเดินเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจังมากจนการินเกรงใจ
“ไปก็ได้ เก็บไดอารี่ก่อน”  การินต้องรีบกระเสือกกระสนออกมาหน้าบ้าน  เด็กร้านต่างทยอยกันขึ้นรถ  การินไปนั่งตรงลานปูนข้างบ้านที่ยกระดับจากพื้นดินประมาณ 60 เซนติเมตร ข้างๆยุ
“ไม่อยากไปเลยว่ะ  ไม่รู้ไปทำไม”  ยุบ่นให้การินซึ่งนั่งข้างๆฟัง
“นั่นสิพี่ยุ  การินก็ไม่อยากไปเหมือนกัน  เซง”  การินทำหน้าบูด  ก่อนจะเห็นแบงและบัวเดินผ่านมาในชุดเตรียมพร้อมเล่นน้ำ  ดู 2  สาวอยากไปเขื่อนมากมายเลยทีเดียว
“เดี๋ยวว่ายท่ากบโชว์เลยพี่แบง”  บัวยิ้มหัวเราะร่ากับแบงอย่างตื่นเต้น
“ว่ายท่าหมาดิ  อยากเห็น  ฮ่าๆๆๆ”  แบงแกล้งหยอกน้องสาวก่อนจะหันมาเห็นยุและการินซึ่งนั่งรอขึ้นรถอยู่ใกล้ๆ
 
[……รู้แล้วล่ะ  ว่าทำไมพี่ปอถึงได้อยากไปเขื่อนนักหนา  ต้นเหตุเป็นเพราะอยากเอาใจแฟนสาวนี่เอง  เห็นแบบนี้แล้วยิ่งไม่อยากไปเป็นหลายเท่า……]

“ยุ  เมื่อคืนแกหายไปไหนกับพี่ชายวะ  อยู่ดีๆก็หายเข้าบ้านไปสองคน”  แบงเดินเข้ามาคุยเล่นกับยุ  การินยิ้มจางๆให้แบง  แต่แบงก็แทบจะไม่สนใจชายตาเมินใส่

“อะไรล่ะ  ฉันง่วงนอน”  ยุยิ้มเขิน  “แล้วแกนอนกี่โมงอ่ะแบง”
“ตี 4  มั้ง  พี่ปอ กลับเข้ามาเกือบเช้า ไม่รู้จะกินเอาเป็นเอาตายหรือหายไปไหน” แบงชายตามองการินที่ทำเป็นนั่งกดมือถือไม่รับฟังสิ่งที่แบงพูด 
“เมื่อคืนนอนข้างพี่ปอ โคตรฮา ฉันละเมอไปกอดพี่ปอ  ฉันนึกว่าหมอนข้าง ฮ่าๆๆๆ ฉันติดหมอนข้างไง พี่ปอยิ้มเลยว่ะ”  แบงพยายามพูดให้การินได้ยิน  หญิงสาวก็ได้ยินและนิ่งเฉย
 
[….ถ้าจะให้ฉันหึง  ฉันก็ไม่หึงหรอก  แต่ถามว่าเสียใจมั้ยก็รู้สึกนะ  ก็คงอดไม่ได้ที่ต้องคิดว่าพี่ปอจะทำอะไรแบบที่ทำกับฉันรึป่าว  จะให้พี่แบงเหยียบหลังให้เหมือนที่ให้ฉันเหยียบรึป่าว…..]
 
“การินไปนั่งหน้า  รถอันนะ”  ชายเดินมาบอกการินซึ่งนั่งมึนๆอยู่ในขณะที่เด็กร้านคนอื่นขึ้นรถกันหมดแล้ว
“อ้อ!!  นั่งข้างหลังกระบะไม่ได้เหรอคะพี่ชาย”
“มันเต็มแล้วอ่ะ  การินนั่งข้างหน้านี่แหละ”
 
[……ฉันไม่อยากนั่งรถอีตาพี่อันนี่เลยอ่ะ  รถมันฉันก็ไม่อยากเหยียบ  ทำไมพี่ชายชอบแยกตัวฉันออกจากเด็กร้านให้โดนเขม่นด้วย  ฉันก็อยากจะเป็นเด็กร้านธรรมดา  ไม่อยากแตกต่าง  ส่วนพี่แบงก็ไปรถพี่ปอ  ฉันน่าจะลองไปขอนั่งรถพี่ปอนะ  คงจะมีเรื่องให้ปวดหัวไม่เลิก  ไม่เอาดีกว่าฉันเหนื่อยจะปั่นป่วนอะไรมาก……]
 

             บรรยากาศในรถอัน  มีชายนั่งอยู่เบาะหลังอีกคน  ชายและอันคุยเรื่องเขื่อนที่กำลังจะไป  ส่วนสาวน้อยการินนั่งเงียบงัน

 
“มันไม่มืดไปเหรอวะอัน  แถวนั้นมีไฟปะ”
“มีนะพี่  แต่ไม่รู้ปิดยัง  2 ทุ่มแล้ว  น่าจะมาตั้งแต่ตอนเย็น”
“น้ำเยอะเหรอ”
“ได้อยู่พี่  น้ำเย็นมากน่าเล่นสุดๆ”  อันพยายามโปนโมทเขื่อนเต็มที่
“เฮ้ย!!!   นั่งเงียบเลยคนนี้”  ชายเอามือตบบ่าการินซึ่งนั่งเบาะหน้า
“ก็ไม่อยากพูดอะไรนี่คะพี่ชาย”  ชายไม่คิดจะถามอะไรหญิงสาวอีกเลย

                 อันเลี้ยวรถไปถึงหน้าเขื่อนแต่เขื่อนปิดไปซะแล้ว  อันจึงขับวนไปอีกทางเจอด้านข้างเขื่อนมีน้ำไหลรินน่าเล่นจริงๆอย่างที่อันบอก  แต่ปัญหาก็คือไม่มีไฟ  มืดเกินไปที่จะเล่นได้  การินเดินลงไปดูริมเขื่อนกับชายและอัน

 
“ท่าจะเล่นไม่ได้ว่ะอัน”ชายยืนเท้าสะเอวมองน้ำที่ไหลเอื่อยๆในบรรยากาศที่มืดค่ำ
“นั่นดิพี่  มืดอ่ะ  ผมชวนตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว ไม่มีใครยอมมากันเอง”
 
[……ไม่อยากจะบอกเลยว่าที่มานี่เพราะพี่ปอกดดัน  ไม่งั้นไม่มาหรอก  ถามหน่อยเถอะคุณอัน  มีคนอยากมาเขื่อนกี่คนกัน  แล้วนี่ก็ขนถังน้ำแข็งเหล้ามากันเต็ม  เหนื่อยเปล่า……]
 
“ไงวะ  เอาไง”  ปอเดินลงมาริมเขื่อน  การินหันไปเห็นปอเธอจึงสะบัดหน้าเดินกลับรถไป  ทิ้งความลำบากใจบนใบหน้าปออีกครั้ง
“ไม่ไหวพี่  ไม่มีไฟมืดเกินไป  กลับเหอะอันตรายเกินไปผมว่านะ”  ชายออกความเห็นก่อนจะเดินกลับขึ้นมาที่รถ
 
            สุดท้ายขบวนทริปเด็กร้านSway & Hubrisก็ต้องกลับที่พัก  ด้วยความดีใจของเด็กร้านหลายคนและความเสียใจของอันที่ประกาศลั่นว่าใครอยากมาเล่นให้ตื่นแต่เช้า  เขาจะเป็นคนพามาเล่นเอง
 

            ถึงบ้านพัก พรและมุดรีบเข้าครัวจัดแจงอาหารค่ำอย่างเร่งรีบเพราะมัวเสียเวลาไปเขื่อน  การินอยากจะช่วยพรทำอาหารแต่เมื่อเห็นแบงกับปออยู่เคียงคู่อย่างมีความสุข  ทำให้เธอตัดใจกลับเข้าบ้านไปอีกครั้ง  แม้ภูก็ไม่อาจรั้งเธอให้ออกมานอกบ้านได้  เธอไม่ได้ต้องการจะเรียกร้องความสนใจ  แต่เธอไม่อยากทำให้ในค่ำคืนนี้ต้องมีน้ำตา  เพราะเธอตั้งใจจะออกไปกินเหล้ากับภู

“พี่การินข้าวเสร็จแล้วพี่  ไปกินข้าวกัน”  สมเดินเข้ามาชวนการินซึ่งนอนเขียนไดอารี่อย่างสบายใจ
“ไปกินก่อนเลย  เดี๋ยวพี่หิวจะออกไปกินเองนะ”
“กินพร้อมกันดิพี่ “  สมหยิบของและเดินออกจากบ้านไป 
 
[……ได้โปรดอย่าเดินเข้ามาเรียกกันอีกเลย  ไม่มีสมาธิเขียนไดอารี่เลยสักนิด  เดี๋ยวคนนั้นคนนี้เดินเข้าเดินออก  ฉันไม่หิวและไม่อยากเจอหน้าพี่ปอ  ไม่มีใครเข้าใจฉันเลยสักคน….]
“การินไม่กินข้าวเหรอ”  ปุยเดินมาเข้าห้องน้ำก็ถามอีกรอบ
“การินไม่หิวอ่ะค่ะพี่ปุย”  หญิงสาวฉีกยิ้มและตั้งหน้าตั้งตาเขียนไดอารี่ได้เพียง 3  ประโยค
“พี่การินกินข้าวยังพี่”  ตอมเดินเข้ามาทักทาย  พร้อมด้วยเด็กร้านอีก 2-3 คนเข้ามาเปิดโทรทัศน์ดู  การินปิดไดอารี่และนอนคว่ำฟุบอย่างท้อใจที่เธอเขียนไม่จบสักที
“พี่ไม่หิวเลยอ่ะ  เมื่อเย็นกินผัดมาม่าไง  ยังอิ่มอยู่เลย”  การินแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ
 

              ไม่นานนักแบนเดินเข้ามาในบ้านและประกาศเรื่องสุดสยอง

“พี่ปอบอกให้ออกไปตั้งวงกินเหล้าจะเล่นเกมกัน  ใครไม่ออกไปอย่าให้บอกว่าจะเจออะไร”  สิ้นคำพูด  เด็กร้านทยอยออกไปกันหมดบ้านเหลือการินเพียงลำพัง  หญิงสาวดีใจรีบเปิดไดอารี่ทันที
“การินออกไปกินเหล้ากันเร็วเข้า  เดี๋ยวพี่ปอโกรธนะ”  แบนหันมาบอกการินก่อนเดินออกจากบ้าน
“ค่ะๆขอเขียนไดอารี่ก่อน”  การินรีบตั้งหน้าตั้งตาเขียน  แต่ยิ่งเขียนก็ตอกย้ำว่าเธออ่อนแอจริงๆ  รูปถ่ายปอที่แปะไว้ในไดอารี่  การินแทบจะฉีกออกเพียงว่ามันจะทำให้ไดอารี่เสียหาย  เธอคงทำไปนานแล้ว
“การิน!!”  เสียงใครบางคนทำเอาการินปิดไดอารี่แทบไม่ทัน  เสียงเข้มละดุดัน  หญิงสาวเงยหน้ามองต้นเสียงด้วยความตกใจ
“ทำไมไม่ไปกินข้าวกับเพื่อน”  ปอเดินเข้ามาในบ้านเพียงลำพังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด  การินไม่สามารถสบตาปอที่ดูดุดันได้ หญิงสาวก้มหน้านิ่งเปิดไดอารี่หน้าที่มีรูปโจแปะไว้ให้ปอเข้าใจว่าเธอเขียนถึงคนอื่น
“การิน!”  ปอเพิ่มเสียงหนักเมื่อเห็นการินนิ่งไม่สนใจ  และนอนหงายสบายใจไม่สนใจปอเลยสักนิด  ปอฉุนมากที่การินไม่เชื่อฟัง  จึงกระชากแขนการินให้ลุกขึ้น
“เจ็บ!!  พี่ปอ”  การินขึ้นเสียงบ้าง
“ก็ออกไปกินข้าวสิ  เป็นอะไรหะ!”  ปอยังไม่ปล่อยแขนการิน  หญิงสาวพยายามดึงออก
“ก็ไม่หิว  จะเขียนไดอารี่ค่ะ”  การินตอบเสียงแข็งสบตาปออย่างไม่กลัวเกรง
“พี่ปอ”  เสียงใสของบัวมาขัดจังหวะทำให้ปอรีบปล่อยแขนการินทันที
“ว่าไงบัว”  ปอเดินไปโอบไหล่บัวทำทีเป็นไม่มีไรเกิดขึ้น  แต่บัวก็รู้ว่ามีอะไรสักอย่าง
“บัวจะถามว่าเห็นพี่แบงมั้ย”
“แบงอยู่ในบ้านอ่ะ”  ปอเดินออกจากบ้านไปพร้อมบัวโดยไม่สนใจการินอีกเลย
 
[……ทำไมต้องมาบังคับกันด้วย  คิดว่าเด็กร้านทุกคนเกรงใจแล้วฉันจะต้องเกรงใจด้วยงั้นเหรอ  ไม่มีทางหรอก  ใครจะนับถือศรัทธาก็เชิญ  แต่ฉันไม่ก้มหัวให้คนอย่างคุณ!!….]
--------------------------------------------------------------------------------- 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 118 ท่าน