Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
ทริปนครนายก...
31
16/11/2554 12:39:47
327
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 31..ทริปนครนายก..
.......................................................................................................................................

                BMคันโตขับเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางเล็กๆ  ถนนลูกรังที่ดูรกรุงรังไปด้วยต้นหญ้าริมข้างทาง  เศษฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วอาณาบริเวณ  สงสารแต่เพียง BM  คันหรูจะต้องล้างอย่างยิ่งใหญ่หลังจากจบทริปนี้ไป

 
“ลึกว่ะ  เมื่อไหร่จะถึงเนี่ยพี่เมส”  พรนั่งบ่นอุบเอามือตีบ่าแฟนหนุ่มเบาๆ
“นี่ไงแยกหน้าก็ถึงแล้ว  มันจะเป็นบ้านชาวบ้านแถวนี้อ่ะ เป็น บ้าน  3  หลัง ริมคลอง”  เมสอธิบาย
 
[……ข้างทางเป็นป่า  แล้วก็ป่า  นี่มาทริปหรือมาเดินป่ากันนะ  ไม่แน่ที่พักอาจจะดีก็ได้มั้ง  พูดถึงเรื่องที่พักฉันก็คงต้องนอนรวมกับเด็กร้านอย่างแน่นอน  ส่วนที่ข้างเคียงพี่ปอก็ต้องเป็นพี่แบง….]
 

              ฟ้าอันแสนมืดมัว  สองข้างทางที่ดูเป็นป่ารกทึบก็เริ่มโปร่งขึ้น  มีบ้านพักของชาวบ้านปะปราย  และแล้วในที่สุด BM ก็มาจอดตรงหน้าที่พักซึ่งมีลักษณะเป็นบ้าน  3  หลัง วางผังเป็นสามเหลี่ยมและมีพื้นที่โล่งตรงกลาง 

 

             สาวน้อยย่างก้าวลงจากรถด้วยความเมื่อยล้าบิดเอวไปมา  มองบรรยากาศโดยรอบด้วยความฉงน

 
[…ท่าทางฉันจะเอาสีน้ำมาเสียเที่ยวซะแล้ว  ไม่เห็นจะมีมุมน่าวาดภาพเลย  ลำคลองนั้นก็มีน้ำตื้นเขินเหลือเกิน  จะสนุกตรงไหนเนี่ยไม่เข้าใจเลย……]
 

              เด็กร้านแต่ละคนต่างขนข้าวของออกจากรถและนำไปเก็บในบ้านพักของตัวเอง บ้านหลังใหญ่เป็นที่รวมของเด็กร้านทั่วไปซึ่งการินก็ต้องนอนบ้านหลังนี้   บ้านอีกหลังจะเป็นกลุ่มของชาย  ยุ  ปุย  แนมและมุด  ส่วนบ้านหลังสุดท้ายแน่นอนว่าเป็นที่พักของปอ  และอัน  นั่นเอง

 

                หลังจากทุกคนวางข้าวของของตัวเองในที่พักเป็นที่เรียบร้อย  พรและมุดสวมวิญญาณพ่อครัวแม่ครัวคนเก่งเริ่มจัดแจงอุปกรณ์การทำอาหารค่ำสำหรับคนหลายสิบชีวิต  ณ  ที่นั่น  มุดเคยเป็นผู้ช่วยเชฟในโรงแรมมาก่อน  ส่วนพรก็รักในการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ  ส่วนคนอื่นๆก็ช่วยกันจุดไฟบ้าง  ล้างผักบ้าง  และแน่นอนสาวน้อยการินผู้ซึ่งไม่เคยเข้าครัวก็ย่อมจะต้องกลายมาเป็นลูกมือพรอีกที  ทำนั่นทำนี่ตามที่พรสั่ง

 
“การินปอกหัวหอมให้หน่อย”  พรร้องบอก  การินรีบปอกจนมือสั่นพลันนึกถึงตอนเด็กๆที่แม่เรียกใช้ไปช่วยทำอาหารเป็นสิ่งที่การินเกลียดที่สุด
“การินช่วยล้างผักพวกนี้นะ  แล้วก็ส่งนี่ให้มุด”  พรชี้มือชี้ไม้ตามประสาแม่ครัวใหญ่  การินก็รีบทำตามที่พรบัญชา  อย่างน้อยก็ขอได้มีส่วนร่วมในอาหารเย็นมื้อนี้ที่ปาเข้าไป  3  ทุ่มกว่าแล้วก็ยังไม่ได้กิน
 ไม่นานนักอาหารก็เริ่มเสร็จทีละอย่างด้วยความร่วมแรงของเด็กร้าน  หญิงสาวยืนข้างพรซึ่งกำลังง่วนกับการทำต้มยำ
“พร  พี่ปอล่ะ  เค้าถึงไหนแล้ว”  การินถามขึ้น
“ไม่รู้ว่ะ  ใกล้ถึงแล้วแหละ”  พรตอบสั้นๆและก้มหน้าก้มตาทำอาหารอย่างเหงื่อไหลไคลย้อย
 
“พี่ปอมาแล้ว!!!!!!”
 

               เสียงเด็กร้านฮือฮาขึ้นเมื่อ  Camry  สีขาวเลี้ยวหัวรถโผล่เข้ามาในเขตบริเวณ  การินยืนเก็บกักความรู้สึกไว้และตื่นเต้นที่จะหันไปมองว่าใครมากับปอ

 
“แบงจริงด้วย” 
 

            เสียงพึมพำของยุดังเข้าหูหญิงสาว  การินยืนหันหลังให้กับรถปอซึ่งห่างออกไปประมาณ 10 เมตรกำมือแน่นพยายามอดทนอดกลั้น  น้ำตาที่มันกำลังรวมตัวก่อเกิดมันกำลัง...จะ........ไหลออกมา

“เห็นมั้ยฉันว่าแล้วว่าพี่ปอต้องพาพี่แบงมา  ฮ่าๆๆๆ”  แนมหัวเราะชอบใจพยายามพูดดังๆให้การินได้ยิน  การินหันไปมองทางแนมที่ส่งรอยยิ้มของความสะใจกลับมาให้
 
[……เป็นอะไรไปล่ะเรา...ไหนว่าจะเข้มแข็งไง  แค่การเผชิญหน้าครั้งแรกของทริปก็ไม่กล้าจะหันไปมองแล้วเหรอ  ทำไมรู้สึกว่าไม่มีแรงจะยืนเลยสักนิด ไหนคิดจะป่วนไม่ใช่เหรอการิน  หันไปสู้หน้าสิ  หันไป…]
 

              หญิงสาวค่อยๆหันไปมอง Camryสีขาวที่จอดตระหง่านอยู่กลางลานกว้าง  ร่างสาวสวยยืนพิงรถอย่างอารมณ์ดีพร้อมบัวน้องสาวสุดน่ารัก  หนุ่มใหญ่มองมาทางหญิงสาวด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย  หญิงสาวกำมะเขือเทศไว้ในมือจนแน่นจนมะเขือเทศเละคามือก่อนจะเดินหลบขึ้นไปบนบ้านพักเพียงลำพัง

 

              การินนั่งอยู่ในมุมมืดหน้าห้องน้ำของบ้านซึ่งมีประตูปิดกั้นจากส่วนนอน  น้ำตาที่อดกลั้นมันไหลออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่ได้อีกต่อไป  เธอรู้ซึ้งถึงความพ่ายแพ้  เพียงเพราะใจเธอไม่กล้าพอที่จะทำร้ายปอ

 
[……ฉันเป็นตัวอะไรกัน  ฉันมันเป็นใคร  ทำไมฉันต้องมาอยู่ที่นี่  สับสนเหลือเกิน  เคยคิดว่าฉันจะเข้มแข็งมากในทริปนี้  แต่แค่เห็นพี่แบงลงจากรถพี่ปอมาฉันก็ทำใจไม่ได้  เป็นภาพที่กรีดหัวใจฉันได้อย่างมากมายมหาศาล  แล้ววันต่อๆไปฉันจะอยู่ได้ยังไงกัน  ฉันมันก็แค่คนที่พี่ปอไม่ได้แคร์ไม่ได้สนใจอะไรเลย  ดูซิเขาทำกับฉันเหยียบย่ำหัวใจฉันไปถึงไหนกัน  ฉันต้องเอาคืนสิ  ไม่ใช่มานั่งร้องไห้บ้าบอแบบนี้…]
 

               การินพยายามเรียกความเข้มแข็งให้ตัวเองแต่น้ำตาก็ยังไหลอย่างต่อเนื่อง  เหตุการณ์วันนี้ทำให้การินรู้สึกว่าตัวเธอหดลงเล็กนิดเดียว  เป็นเพียงมดในฝูงช้างที่ไม่มีตัวตน

 
“อ้าว!!  การิน  ทำไมมานั่งตรงนี้ตกใจหมด”  แคชเชียร์แบนร้องขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวนั่งชันเข่าในมุมมืดหน้าห้องน้ำ  ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาที่ไหลริน
“ป่าวค่ะ  มานั่งคุยโทรศัพท์”  การินยิ้มจางๆก่อนจะลุกเดินออกจากหน้าห้องน้ำเข้าไปในส่วนห้องนอน  โดยมีแบนมองไล่หลังด้วยความเป็นห่วง  การินรวบรวมความกล้าที่มีก้าวเดินออกจากบ้านพักอีกครั้ง
 

                   ทุกคนเริ่มจัดแจงอาหารใส่จานและนั่งล้อมวงกันทานอาหารค่ำในเวลา 4 ทุ่มกว่า  การินเดินออกมาท่ามกลางสายตาทุกคนที่จับจ้อง  ทุกคนรู้ดีว่าเกิดเหตุการณ์อึมครึมที่ไม่มีใครพูดอะไรได้นอกจากนิ่งสงสารแบงและการินไปพร้อมกัน

 
“การินกินข้าว”  พรเรียกหญิงสาวที่เดินหน้าตึงออกมาจากบ้าน  การินมองไปเห็นปอยืนอยู่ตรงลานปูนข้างๆบ้านพักของเธอ  ปอหันมามองการินด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
 
[……คงจะหวั่นใจไม่น้อยว่าฉันจะไปคุยอะไรกับพี่แบงรึป่าวสิท่า  ใจจริงฉันก็อยากจะไปคุยให้ทริปนี้วอดวายกันไปเลย  แต่ฉันกลับรู้สึกว่าทำไมฉันต้องทำให้คนที่ไม่เกี่ยวต้องมาหมดสนุกด้วย  และพี่แบงเองที่มาที่นี่อาจด้วยความรู้สึกอยากมาสนุกไม่ได้จะมารับรู้เรื่องราวอันน่าปวดหัวนี้  แล้วฉันจะทำไรได้  นอกจากปลีกตัวออกมาคนเดียว…..]
 

                หญิงสาวมองหน้าปอและส่งสายตาอันชิงชังให้หนุ่มใหญ่ก่อนจะสะบัดหน้ากลับเข้าบ้านไปในทันที

 
“อ่าวไอการินมันไม่กินข้าวเหรอ”  ปุยถามขึ้น  ทุกสายตามองไปที่ปอ  ก่อนจะมองไปที่แบงซึ่งนั่งกินข้าวนิ่งๆเก็บอาการอย่างไม่สนใจว่ากำลังมีสถานการณ์คลุมเครือเกิดขึ้น
 

                การินกลับเข้าบ้านกระโดดลงเตียงร้องไห้โฮอีกรอบ  ในที่สุดเธอก็อ่อนแอเกินไป  และเธอรับรู้ว่าเธอไม่น่ามายืน  ณ  ที่นี่เลย  ภายในบ้านมีเด็กร้านแวะเวียนเข้ามาทำธุระส่วนตัวเห็นการินนอนซุกตัวในผ้าห่ม  ก็พอรับรู้ได้ว่าเป็นอะไร

 
“การิน  ไม่กินข้าวเหรอ  เดี๋ยวกับข้าวหมดนะ”  ดิวแฟนหนุ่มของแบนเดินเข้ามาบอกกล่าว  และเห็นใบหน้าหญิงสาวโชกไปด้วยน้ำตา
“อ้าว!!  ร้องไห้ทำไมกัน  เป็นอะไร”  ดิวถามลอยๆ  ทั้งที่รู้ว่าจะไม่ได้คำตอบจากหญิงสาวก่อนจะเดินออกมาจากบ้าน
 
[……ฉันแพ้  ฉันพ่ายแพ้  พี่ปอคงจะรู้สึกดีที่ฉันทำอะไรเขาไม่ได้เลย  ฉันจะทำอะไรได้  ในเมื่อฉันก็เป็นเพียงผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้  สู้กับคนเลวๆแบบเขา….]
 

            การินหยิบไดอารี่มานอนเขียนระบายความอึดอัดในใจอยู่เป็นชั่วโมง  เด็กร้านแวะเวียนเข้ามาถามการินว่าเป็นอะไร  และชวนการินออกไปกินข้าว

 
“การินไม่หิวอ่ะ  ไม่อยากกิน”  การินยิ้มจางๆให้ยุ  ยุจึงเดินออกจากบ้านไป
“พี่การินกินข้าวมั้ย  เดี๋ยวไปเอามาให้”  สม  เด็กร้านสุดแนวเดินเข้ามาถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่อ่ะ  ขอบใจนะสม  พี่ไม่หิวอ่ะ  กินไม่ลง”
“บ้า!  คิดมากไปป่าว  อย่าไปสนใจดิพี่  กินปะ  ตักให้”
“ไม่อ่ะไม่กิน  ไม่หิวจริงๆ”  การินยืนยันคำเดิม  เธอไม่อยากจะออกไปพบปอซึ่งมีแบงเคียงข้าง  ความหิวห่างหายไปด้วยความเสียใจมาแทนที่จนกินอะไรไม่ลงอีกแล้ว
 

                 บรรยากาศภายนอกบ้านดูคึกคัก  หลังจากปล่อยให้ข้าวย่อยดีแล้ว  ปอก็ประเดิมเปิดเหล้าขวดแรก  และนั่งล้อมวงสังสรรค์กันอย่างเฮฮา  เสียงหัวเราะของความสุขแว่วผ่านเข้ามาในบ้านที่เงียบสงบและมีเพียงหญิงสาวที่นอนกลิ้งไปมาเพียงลำพัง

 
[……มีความสุขกันเหลือเกินนะ  คุณปอคุณคงจะโล่งใจมากสิท่า  เดี๋ยวฉันขอเวลาทำใจสักครู่  หากฉันเรียกความเข้มแข็งกลับมาได้  ฉันจะป่วนให้ดู…….]
 

               การินนอนกำมือแน่นด้วยความโกรธแค้น  แค้นใจตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรปอได้เลย  ทั้งที่ตั้งใจไว้ก่อนมาว่าจะมาเพื่อป่วนทริปนี้โดยตรง  บางครั้งความคิดเลวๆมันก็ทำได้ยากสำหรับคนที่มีจิตสำนึกดี  แต่คนไร้จิตสำนึกมักจะไม่คิดแต่จะลงมือทำไปเลย

 
“การิน  แกกินข้าวเถอะ”  พรเดินถือจานข้าวที่มีไข่เจียวชิ้นน้อยๆมาให้การิน  การินลุกขึ้นนั่งมองข้าวในจานด้วยความเบื่อหน่าย
“ฉันไม่หิวว่ะ  ฉันปวดท้อง”  การินหาข้ออ้างมาให้พอสมเหตุสมผลที่เธอจะไม่ออกไปร่วมวงสังสรรค์ที่คึกคักด้านนอก
“เป็นไรวะ  กินยามั้ย”  พรวางจานข้าวไว้บนโต๊ะข้างเตียงและทำท่าจะลุกขึ้นไปหายามาให้การิน  หญิงสาวรีบขว้าแขนรั้งพรไว้
“ฉันมียาอยู่อ่ะ”  การินเดินไปหยิบยาในกระเป๋า  เป็นยาที่เธอพกมาด้วยเป็นยารักษาโรคกระเพาะอาหารซึ่งเป็นโรคประจำตัวของเธอ
“การิน  แกอย่าทำแบบนี้ดิวะ  ฉันบอกแกแล้วว่าถ้าแกมาแล้วแกมีความสุขก็มา แต่นี่แกกลับมาทำตัวเป็นทุกข์  แล้วแกจะมาทำไมวะ  พี่ปอเขาก็ไม่สบายใจนะเว้ย  เขาก็ให้ฉันมาดูแก  แกไม่เห็นต้องคิดมากเลย  ทำตัวให้สนุกสนานกับเพื่อนๆไปดิ  พี่แบงเขาก็เฉยๆกับแกนะ  แกก็เฉยๆไปดิ  ทำแบบนี้พี่แบงก็ไม่สบายใจเหมือนกันนะ  เชื่อฉันนะ  ออกไปกินเหล้ากัน  กินยา  กินข้าวแล้วก็ออกไปกับฉัน  แกอยู่กับฉันก็ได้ไม่เห็นเป็นไรเลย”
 

              การินเดินกลับมาที่เตียงทำท่าทางเหมือนคนป่วย  น้ำตาไหลซึมออกมา  พรใช้มือปาดน้ำตาให้การินอย่างนุ่มนวล

 
“ไม่ต้องร้อง  การิน  พี่ปอเขาก็ทำอะไรไม่ได้นะเว้ย  จะให้เขามาดูแก เขาก็ทำไม่ได้แกก็รู้  ถ้าแกรักพี่ปอ  แกก็อย่าทำให้เขาลำบากใจดิวะ”
“พี่ปอไม่ลำบากใจหรอก  คงดีใจมั้งที่ฉันไม่ออกไป  แต่ที่ฉันไม่ออกไปฉันไม่ได้จะเรียกร้องความสนใจใคร  ฉันแค่ปวดท้องอยากนอนก็เท่านั้น  แต่ทุกคนก็มองว่าฉันเรียกร้องความสนใจจากพี่ปอ  หากวันนี้พี่แบงไม่มา  ก็คงไม่มีใครคิดหรอกว่าฉันเรียกร้องความสนใจ  แต่นี่สถานการณ์ทำให้คิดกันไปอย่างสมเหตุสมผลเท่านั้นเอง”
“งั้นแกกินยาแล้วพอค่อยยังชั่วก็ออกไปสักหน่อย  อย่าทำให้งานกร่อยดิ เชื่อฉันนะฉันขอ  พี่ปอเขาเป็นห่วงนะ”  พรตบบ่าการินเบาๆ  น้ำตาหญิงสาวไหลออกมาอีกครั้ง
“เหรอ  ถ้าใช่ก็ดีสิ”  การินพูดเชิงประชด  การสนทนาอย่างเคร่งเครียดจบลงเมื่อเด็กร้านหนีการกินเหล้าอย่างโหดของปอเข้ามาในบ้าน
“พี่การินกินข้าวยังเนี่ย”  สมเดินเข้ามาถามเห็นข้าวในจานเป็นปกติก็ทำหน้าบูดเดินไปนั่งที่โซฟาด้วยความรู้สึกที่ขี้เกียจจะพูดอะไรมาก
 
“เมาแล้วเนี่ย  พี่ปอจะโหดไปไหน  ไม่เข้าใจเลย”  เด็กร้านบ่นอุบ
“เข้ามากันแบบนี้เดี๋ยวพี่ปอก็มาไล่หรอก”  พรพูดขึ้นพลางยื่นน้ำให้การินกินยา
 
“เฮ้ย!!  หนีเข้ามาทำไรกันวะ  มาทริปเขาให้มากินเหล้าไม่ได้ให้มานอนในบ้านนะเว่ย!!”

             ปอเดินเข้ามาในบ้านร้องลั่นเชิงกระแทกแดกดันการิน  หญิงสาวกำยาในมือไว้แน่น  ปอเดินมายืนหน้าเตียงนอนของหญิงสาว มองการินด้วยสีหน้ากังวลใจ

“แป๊บนึงดิพี่ปอ  กินข้าวอิ่มแล้วกินเหล้ามันก็เลยจุกอ่ะ”  เด็กร้านบ่นกันเกรียวกราว
การินซึ่งนั่งก้มหน้านิ่งไม่พูดไม่จาอะไร  โดยมีพรนั่งอยู่ข้างๆ  ทำทีราวกับปอไม่ได้อยู่  ณ  ที่นั่น
“การิน!!  ทำไมไม่กินข้าวหะ”  ปอถามหญิงสาวด้วยสีหน้าของความไม่เข้าใจและขึ้นเสียงเล็กน้อย  การินนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาอะไร
 
[……ฉันจะกินไม่กินมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย  คงกลัวสิท่าว่าถ้าหากเขาทำไม่สนใจฉันเลย  จะถูกกล่าวหาว่าใจร้าย  ยังไงเขาก็ต้องรักษาภาพพจน์เขาให้ดูดีไว้ก่อนอยู่แล้ว…]
 
“การิน  ตอบพี่ปอสิ  อย่าให้พี่ปอโกรธ”  พรกระซิบบอกอยู่ใกล้ๆ  แต่การินก็ยังคงนิ่ง  ปอมองการินตาไม่กระพริบตรงหน้าเตียง  การินกินยาเข้าไปและดื่มน้ำตามอย่างไม่สนใจ
“กินยา เป็นไร”  ปอส่งอีกคำถามแต่การินก็นิ่งทำเป็นหยิบนั่นหยิบนี่อย่างไม่สนใจ
“การิน”  พรบีบแขนการินแนวขอร้องและส่งสายตาเว้าวอนให้การินตอบปอ  เด็กร้านในที่นั้นได้เพียงเงียบกริบ มองเหตุการณ์เพราะรู้ว่าปอกำลังอารมณ์ขึ้น  การินหันมองพรด้วยความลำบากใจ
“ป่วย”  การินตอบสั้นๆก่อนจะล้มตัวนอน
“เป็นไร”
“การินเป็นโรคกระเพาะพี่  ปวดท้อง” พรตอบแทน
“เป็นเหมือนพี่เลยว่ะ  เออๆใครเข้าห้องน้ำอยู่มั้ยเนี่ยพี่จะเข้าบ้าง”  ปอเดินไปดูทางห้องน้ำ  เด็กร้านลุกขึ้นเดินออกจากบ้านกันทั้งหมดแกล้งให้ปออยู่กับการิน
“พี่ปอออกไปกินเหล้าก่อนนะพี่” ดิวร้องขึ้นพลางยิ้ม  ปอหันมาเห็นเด็กร้านเดินออกจากบ้านกันก็ถึงกับตกใจ
“ไอบ้า!! กลับมาก่อน  รอกูด้วย”  ปอกวักมือจนรัว  เด็กร้านหัวเราะชอบใจเพราะรู้ว่าปอคงกลัวแบงเข้าใจผิดว่าเข้ามาหาการิน  เด็กร้านจึงกลับเข้ามารอในบ้านบางส่วน
 
[……รังกียจกันมากสิท่า  ก็แน่ล่ะยังไงก็ต้องแคร์พี่แบงมากกว่าเด็กร้านอย่างฉันอยู่แล้ว  ยิ่งเป็นแบบนี้ท่าทางฉันจะปล่อยให้พี่ปอเฮฮาไม่ได้ซะแล้วสิ….]
 

                 การินนอนมองปอซึ่งเดินออกจากบ้านไปกับพวกเด็กร้าน  ความเงียบเข้ามาเยือนการินซึ่งทำทีเป็นแกล้งหลับใต้ผ้าห่มสีขาวนุ่มๆ  เสียงหัวเราะดังเข้ามาจนหญิงสาวนอนไม่หลับ

 
[……ทำไมฉันดูเป็นคนขี้ขลาดแบบนี้  ความใจกล้าหน้าด้านไปไหนหมด ทำไมก่อนมาฉันถึงได้มาเต็มร้อย  ตอนนี้กลับเหลือเพียงครึ่ง  อย่าลืมสิว่าภารกิจที่ฉันต้องทำนั้นมันยังอยู่  การได้ออกไปสนทนาในวงเหล้านั้นอาจจะได้อะไรบ้าง  เลิกอ่อนแอได้แล้ว  พอกันที  การินที่เข้มแข็งกลับมาแล้ว…..]
 

               หญิงสาวเข้าไปล้างหน้าล้างตาและก้าวออกจากบ้านด้วยความมั่นใจอีกครั้งในช่วงเวลาตี 2  คนในวงมองการินเป็นตาเดียว  การินเดินเข้าไปนั่งบนลานปูนฝั่งตรงข้ามปอซึ่งมีแบงนั่งอยู่เคียงข้าง  พรซึ่งนั่งข้างๆการินรีบส่งแก้วพร้อมน้ำแข็งให้  หญิงสาวนั่งดื่มเหล้าเงียบๆไม่พูดไม่จาอะไรกับใคร

ในวงสนทนาดูเฮฮาด้วยอาการเมาของทุกคนในวง  การินนั่งปั้นหน้ายิ้มทั้งที่เธอเองก็อยากร้องไห้เมื่อเห็นความใกล้ชิดของปอและแบงที่ดูผูกพันและน่ารัก  เธอสัมผัสถึงรอยยิ้มที่มีความสุขของปอที่มีแบงอยู่เคียงข้าง  แบงเองก็รู้สึกตัวว่าการินมองเธออยู่ในหลายๆครั้ง  แต่เธอก็เลือกที่จะนิ่งเพราะเธอชินชากับเรื่องผู้หญิงของปอ  และในวันนี้เธอคือที่หนึ่ง  ไม่ใช่การิน
 

            การินชวนชาย  ยุ  และปุยคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้เพื่อปกปิดความเสียใจที่มีอยู่  วงเหล้าเฮฮากันไปจนสักพักเริ่มมีคนหิว

 
“แบงไปเซเว่นกัน”  ปอเรียกแบงและเดินออกไปจากวงเหล้าด้วยกัน
“พี่ปอปุยไปด้วยพี่”  ปุยรีบวิ่งตามไปทันที
 

             ปอและแบงไม่อยู่  บรรยากาศในวงก็มุ่งประเด็นมาที่การิน  ทั้งที่เธอก็นั่งเงียบที่สุด

“เป็นอะไรไปการิน”   เมสเปิดประเด็น  หญิงสาววางแก้วเหล้าและยิ้มแก้มปริ
“ป่าวนี่คะ”
“แล้วทำไมไม่ออกมาสนุกกับคนอื่น  เก็บตัวอยู่คนเดียวทำไม”  การินนิ่งเงียบไปครู่
“ก็การินทำตัวไม่ถูก  ก็เลยไม่อยากออกมา”
“พี่ว่าการินคิดมากว่ะ  มาก็ต้องเจอแบบนี้  ก็น่าจะรู้ดีแก่ใจ”  ยุนั่งข้างๆเมสออกความเห็น
“นั่นสินะคะ  ที่การินมาก็เพราะคิดว่าพี่ภูจะมาด้วย”  การินรีบเปลี่ยนประเด็น
“นี่คิดอะไรกับภูจริงปะเนี่ย”  แทรีบถามขึ้นมาทันที
“การินชอบพี่ภูนะ  การินชอบคนนิ่งๆ  แต่ก็ได้แค่ปลื้มๆแหละ”  การินแววตาเป็นประกาย
“ไม่ให้เว้ย  หวง”  แทขึ้นเสียงกวนหญิงสาว
“ประชดพี่ปอใช่ปะการิน”  พรถามขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง  การินอึ้งไปเล็กน้อย
“ก็ไม่เห็นเกี่ยวเลย  คนละฟิวกันพร”  การินรีบแก้ตัว
“พี่ก็เห็นด้วยกับพรนะ  พี่ว่าการินแค่อยากประชดพี่ปอ”  ยุสนับสนุนขึ้นทันที
“จะประชดทำไมคะ  การินก็รู้ดีว่าไม่ได้ผล  จะเอาความรู้สึกมาล้อเล่นทำไม” 
“เฮ้ย!!!  ชนกันดีกว่ามา  มา  มา”  แทรีบเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากทนฟังเรื่องชวนปวดหัวของรักซ้อน
“พรุ่งนี้พี่ภูมา”  พรหันไปบอกการินและยิ้มให้นิ่งๆ
“จริงเหรอ  ดีว่ะ”  หญิงสาวยิ้มแก้มปริขึ้นมาทันตา
 
[……ดีจังที่พรุ่งนี้พี่ภูมาด้วย  ก็ถือว่ามาทริปครั้งนี้ไม่ได้เสียเที่ยว  อย่างน้อยก็ได้เที่ยวกับพี่ภูที่ฉันปลื้ม  อีกอย่างฉันจะได้ไม่ต้องคิดมากเรื่องไร้สาระของพี่ปออีก  อยากให้เช้าเร็วๆจัง….]
 

              ไม่นานปอ  แบง  และปุยก็กลับมาพร้อมขนมขบเคี้ยวและน้ำแข็ง  แบงยิ้มร่ากระโดดขึ้นมาบนลานปูนและไปนั่งฝั่งตรงข้ามปอ  ในมือถือขนมห่อใหญ่

“แบ่งกันๆ”  ปอบอกกับแบงก่อนจะหันมามองการินซึ่งเริ่มเมาในคราบนิ่งเฉย  การินหันไปสบตากับปออย่างเย็นชา
 
[……หลังจากทริปนี้เราก็จะกลายเป็นศัตรูกันอย่างเต็มตัวแล้วล่ะพี่ปอ  ฉันจะไม่ใจอ่อนอีกแล้ว  ถึงเวลาที่การินคนที่เข้มแข็งกำลังกลับมาแล้ว…]
 
“ลุง! กินหนมป่าว”  แบงเรียกปอในขณะที่เขาหันไปมองการิน  ปอรีบหันกลับไปทางแบงด้วยความตกใจ
“อืม  ส่งมา”  แบงโยนขนมให้ปอด้วยความห้าวของสาวสวย  แต่จริงๆแล้วเธอแอบเห็นแววตาที่คนทั้งคู่มองสบตา
“อย่าโยนดิแบง”  ปอปรามแบงเล็กน้อย
“ทำไมล่ะ  ลุง!  ก็รับดิ”  แบงยิ้มร่าอย่างไม่สนใจเก็บกักความหวั่นไหวไว้ภายในและหันมามองทางการินจนหญิงสาวต้องหลบตาด้วยความรู้สึกผิด
 
[……พี่แบงน่านับถือมากเลย  ทนได้ไงกับเรื่องแบบนี้ พี่แบงไม่มีท่าทีหาเรื่องใดๆกับฉันเลยทั้งที่เขารู้เรื่องฉันแก่ใจ  แต่ฉันเองที่รู้สึกผิด  ผิดที่ไปคบกับพี่ปอทั้งที่รู้ว่าเป็นแฟนพี่แบงแต่ตอนนั้นพี่ปอโกหกว่าเลิกกับพี่แบงไปแล้วนี่นา  แต่ฉันก็ผิดกับพี่แบงอยู่ดี  เพราะฉันเป็นคนในร้านรู้อะไรเยอะแต่ก็ยังจะคบกับพี่ปอ  มันคือความผิดพลาดยิ่งใหญ่มหาศาล…..]
 

               การินเข้าไปในบ้านเพื่อไปเข้าห้องน้ำ  เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็พบแบงยืนรอต่อคิวอยู่  หญิงสาวชะงักเมื่อเห็นหน้าแบง  แบงเองก็ชะงักไปเช่นกัน  แบงเข้าห้องน้ำต่อจากการินไปโดยไร้คำพูดทักทายใดๆ

 
[……ถ้าหากมีโอกาสดีๆฉันอยากจะพูดขอโทษพี่แบงสักครั้ง  อย่างน้อยฉันก็จะได้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง  จริงๆที่ฉันตั้งใจไว้ก่อนมา คือ เข้าไปคุยกับพี่แบงบอกในทุกเรื่องราว  แต่พอมีโอกาสฉันกลับไม่กล้า  พี่แบงอาจจะไม่ร้องไห้โฮเหมือนตอง  แต่เธออาจไม่สนใจอะไรเลยด้วย ความที่เธอประสบเรื่องแบบนี้มาเยอะจนชิน  ถ้าเป็นแบบนั้นแผนฉันก็พังพอดี  นิ่งไว้ดูสถานการณ์ดีกว่า……]
 

             การินเดินเข้าไปในส่วนห้องนอนของบ้านและล้มตัวลงนอนด้วยอาการเมา  เธอคว้าไดอารี่มาเขียนอีกครั้งด้วยอาการเมาและลายมือที่แสนเน่า อยู่ๆน้ำตาก็ไหลเอ่อออกมาเมื่อเธอเปิดอ่านเรื่องราวเก่าๆของเธอและปอ  วันแรกๆที่ได้รู้จักและวันนี้กับสิ่งที่เป็นอยู่มันช่างต่างกัน  หากเธอเลือกได้อีกครั้งเธอจะไม่เลือกให้เบอร์ปอไปเลยในครั้งแรก

หญิงสาวเคลิ้มจะหลับแต่ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงโทรศัพท์ที่คุ้นหูดังขึ้น
 
“ฮัลโหลว่าไงนิตา  ดึกป่านนี้ไม่หลับไม่นอน  จะตี 4  แล้วนะ”  การินรับสายพลางปาดน้ำตา
“ฉันมากินเหล้ากับเพื่อนเก่า  นึกถึงแกขึ้นมาก็เลยโทรมาเล่น  คิดว่าแกยังไม่นอนหรอก แล้วทริปเป็นไงบ้าง”
“ก็ไม่ดีว่ะ  เป็นป่าล้อมรอบ  มีคลองผ่าน  คลองน้ำแห้งๆด้วย  ไม่รู้จะวาดภาพอะไรเล่นเลย  ตอนเช้าอาจจะสวยก็ได้มั้ง”
“ฉันหมายถึงไอแว่นอ่ะ”
“อ้อ!!พี่ปออ่ะนะ  พี่ปอพาพี่แบงมาจริงด้วยว่ะ”  การินพูดเสียงสั่น  น้ำตาไหลอีกรอบ
“แกก็จัดการเลยดิ  เอาให้แว่นมันทะเลาะกับพี่แบงไปเลย”
“ฉันไม่กล้าว่ะ  กลัวคนอื่นจะหมดสนุกกัน  อีกอย่างพี่แบงนิ่งมากเลย  บางทีเขาอาจจะไม่วีนใส่พี่ปออย่างที่ฉันคิดก็ได้  ฉันก็เลยได้แค่เฉยๆ”
“อ่าว!!  แล้วอย่างนี้แกจะอยู่ไงอ่ะ  พี่แบงนอนกับพี่ปอปะ”
“ก็ใช่สิ  พี่ปอจะมานอนกับฉันได้ไง ฉันมันก็แค่เด็กร้าน”  การินเดินไปหยิบกระดาษทิชชูมาซับน้ำตาที่เอ่อไหลแต่ต้องแสร้งทำเสียงใสคุยกับเพื่อนสาวกลัวนิตาเป็นห่วง
“การิน  นี่แกกำลังเสียใจใช่ปะ  แกกำลังอ่อนแออีกแล้วนะ”
“ไม่หรอกฉันไม่เป็นไร  ฉันพูดขำๆ  ฮ่าๆๆๆ”
“ฉันรู้จักแกดีการิน  แกต้องเข้มแข็งไว้นะเว้ย!! ต้องมีสติ  จำเอาไว้  เมื่อไหร่ที่แกอ่อนแอนั่นคือความพ่ายแพ้ที่แกต้องเจอ  ฉันเป็นห่วงแกนะการิน  ดูแลตัวเองดีๆล่ะ”
 

              สิ้นเสียงเพื่อนสาว การินลุกขึ้นยืนด้วยกำลังใจที่ล้นเอ่อ  สติที่เคยแตกกระเจิงหายไป  ตอนนี้มันกลับมาแล้ว และเธอจะไม่ยอมแพ้ให้กับความรู้สึกของตัวเองอีกแล้ว

 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 177 ท่าน