Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
การเดินทางของความแค้น !!!
30
16/11/2554 12:29:20
310
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 30...การเดินทางของความแค้น...
.................................................................................................................................
 

               หนุ่มใหญ่เดินหายเข้าไปในตลาดเพื่อไปโทรศัพท์และซื้อขนมออกมาอย่างที่เขาทำเป็นประจำจนการินเริ่มชินสำหรับการมากินข้าวแกงในตลาดเช้าหัวตะโก  ในระหว่างที่ปอเข้าไปในตลาด  อ๊อด น้องในกลุ่มของปอจึงชวนการินคุยฆ่าเวลา

 
“ไปเที่ยวกับร้านปะเนี่ย”
“ไม่รู้สิคะ  การินยังไม่แน่ใจเลย ไม่รู้ว่าพี่ปอจะพาพี่แบงไปรึป่าว”  การินยิ้มเศร้าๆ  และมองท่าทีอ๊อดที่ดูจะเหวอๆไปเล็กน้อยและคงแปลกใจไม่น้อยว่าการินรู้เรื่องแบงได้อย่างไร
“แบงไหน  พี่ปอไม่พาใครไปหรอก”  อ๊อดรีบพูดช่วยพี่โดยไม่ได้รับรู้เลยว่าการินรู้อะไรมาบ้าง  หญิงสาวยิ้มขำอ๊อดที่รักปอมากจนต้องยอมพูดโกหกให้ตัวเองดูเสียความน่าเชื่อถือ
“การินรู้ค่ะว่าพี่ปอคุยกับพี่แบง”
“บ้า  ไม่คุยแล้วเลิกคุยกันไปนานแล้วจริงๆ”  อ๊อดยังยืนยันเสียงแข็ง
ปอเดินกลับมาพร้อมขนมกล้วยยื่นให้อ๊อด
“พี่ผมอิ่มแล้วพี่  กินเลยๆ”  ปอจึงป้อนขนมกล้วยชิ้นนั้นเข้าปากการินเชิงบังคับ  สาวน้อยกินขนมเข้าไปอย่างตั้งตัวไม่ทัน
“ใช่ปะพี่ปอ  พี่ไม่มีใครใช่ปะ  กับแบงก็ไม่ได้คุยแล้วเนอะพี่”  อ๊อดหันไปขอแนวร่วมจากปอ  ปอยิ้มเจื่อนๆมองหน้าการินด้วยความไม่เข้าใจในสิ่งที่การินและอ๊อดพูดคุยกันก่อนที่เขาจะมาถึง
“เสร็จแล้วก็ไป  พี่ง่วงแล้ว”  ปอตัดบทและยื่นถุงขนมไทยให้อ๊อด
“ไม่เป็นไรพี่ผมอิ่มจริงๆ  เกรงใจ พี่เก็บไว้กินเถอะ”
“เอาไป  พี่ซื้อฝากแม่แก  แกไม่กินก็เรื่องของแก”
“ขอบคุณมากพี่”  อ๊อดมองปออย่างซึ้งใจ
 
[……พูดอะไรไม่ออกล่ะสิ  พี่ปอรู้ดีว่าฉันรู้อะไรมาบ้าง  แต่พี่อ๊อดกลับพูดจ้อ  ช่างรักพี่มากเกินไปจริงๆ  แต่ฉันก็ไม่โกรธพี่อ๊อดเลย  คนมันเคารพก็ต้องช่วยกันเป็นธรรมดา  เป็นเพราะมีน้องๆและเด็กร้านคอยช่วย พี่ปอถึงได้เนียนและสร้างภาพว่าโสดได้เสมอ…..]
 

            การินส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจและเดินตามปอไป  อ๊อดก็เดินตามมาติดๆ  Camry  สีขาวคันโตแล่นข้ามสะพานไป  ปอวนรถไปส่งอ๊อดซอยถัดไปจากบ้านปอ

 
“ขอบคุณมากนะพี่”  อ๊อดลงจากรถไป  ความเงียบคืบคลานเข้ามาในรถ
“บ้านไอ้พวกนี้ก็อยู่ละแวกนี้  พี่ถึงได้สนิทกับพวกมันมาก  ไอเมสนี่เหมือนพี่น้องท้องเดียวกันเลย  พวกมันอยู่กับพี่มานาน รู้ว่าพี่เป็นคนยังไง  ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร  พี่รักพวกมันมากและพวกมันก็รักพี่มากเช่นกัน”  ปอพูดขึ้น
“น่าอิจฉาน้องๆพี่ปอนะคะ”
“อิจฉาเรื่องอะไรครับ”
“ก็พี่ปอรักน้องมากไงล่ะคะ  การินน่าจะเป็นน้องมากกว่าเป็น.....”  ปอเงียบไปทันทีไม่ปริปากพูดอะไรอีก  การินนั่งนิ่งเงียบพูดไม่จบประโยค
 
[……พูดอะไรไม่ออกเลยสิท่า   ว่าแต่เขาจะพาฉันไปไหนนะ  ไปส่งฉันที่หอ  หรือพาไปบ้าน  ลองเงียบไม่พูดอะไรดูซิว่าเขาจะไปไหน….]
 

            Camry  สีขาวเลี้ยวเข้าซอยในชุมชนและมาจอดแน่นิ่งหน้าบ้านทาวน์เฮาส์สีขาวดังเช่นที่การินคิดเอาไว้ไม่มีผิด  แต่ครั้งนี้หญิงสาวกลับดีใจที่ได้มาบ้านหลังนี้อีกครั้ง  เช่นเคยการินต้องคอยนวดให้ปอ  เหยียบหลังด้วยน้ำหนักอันมหาศาล  ส่วนหนุ่มใหญ่นอนเล่น BB อย่างสบายใจ

 
“พี่ปอคะ  เลื่อนวันไปทริปร้านไม่ได้เหรอคะ”
“ทำไมอ่ะจ๊ะ”
“ก็วันนั้นเป็นวันที่การินต้องกลับบ้านน่ะสิคะ  การินคงไม่ได้ไป”
“พี่เลื่อนไม่ได้ครับ  ที่พี่ตัดสินใจไปตอนนี้เพราะมันปิดเทอมนักศึกษากลับบ้านเยอะร้านเลยไม่ค่อยมีลูกค้า คงไม่เสียรายได้นัก  ถ้ารออีกหน่อยก็จะไม่มีใครไปทริปเพราะเด็กร้านต้องกลับบ้านเช่นกัน  อีกอย่างก็เลี่ยงช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วย  และพี่ก็ไม่อยากปิดร้านไปหลายวันเพราะมันจะเสียลูกค้า”
“งั้นการินก็คงอดไปแน่เลย”  การินทำเสียงอ่อน
“ครั้งหน้าก็ไปได้นี่จ๊ะ”
“ก็พี่ปอบอกว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พี่จะไปกับทริปร้าน  การินก็เลยอยากไป  และมันก็อาจเป็นครั้งสุดท้ายของการินเหมือนกัน”
“ทำไมล่ะ”  ปอขมวดคิ้วเงยหน้ามองการิน
“อ้อ!!  ป่าวค่ะ  ก็ปีหน้าการินทำ Thesis  แล้วคงไม่ค่อยว่าง”  การินถึงกับเหงื่อตก  พลางมองนาฬิกาบอกเวลาตี 5
“พี่ปอคะ  แล้วพี่ปอจะพาใครไปรึป่าวเหรอ”
“ไม่ครับ  พี่ไม่ได้พาใครไป  จะมีใครไปกับพี่อีกล่ะครับก็การินกำจัดไปหมดแล้วนี่”  ปอพูดเชิงประชด
“แหม!!  พี่ปอก็มีอีกตั้งหลายคน  พี่แบงไงคะ”
“แบงเค้าอยู่ชลบุรีนะตอนนี้ไปงานบวชเพื่อน  เค้าไม่ว่างหรอก  พี่คงไม่ได้พาใครไป”
 
[……ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะไม่พาใครไป  ฉันก็แกล้งพูดให้เขาเข้าใจว่าฉันอาจไม่ได้ไป  และแน่นอนเขาต้องนัดหมายกับสาวๆสักคนไปแน่นอน  …..]
 
………………………………………………………………………………………………
 

             บ่ายแก่ๆของวันที่สดใส  แสงแดดอ่อนๆสาดเข้ามาห้องนอนของหนุ่มใหญ่  ปอนอนตะแคงข้างเมื่อเริ่มรู้สึกตัวก็ใช้แขนตะกายที่นอนข้างๆเพื่อควานหาร่างของสาวน้อยที่นอนเคียงข้างเขาทั้งคืน  แต่กลับว่างเปล่า  ดวงตาค่อยๆสะลึมสะลือเปิดออกอย่างช้าๆมองข้างๆกายเขาไร้ร่างของหญิงสาว  หนุ่มใหญ่ลุกขึ้นนั่งหยิบแว่นตาที่วางไว้ข้างเตียงมาใส่และมองไปข้างๆอีกรอบเพื่อความแน่ใจว่า  การินไม่ได้นอนอยู่

 
“การินไปไหน”

            ปอบ่นพึมพำก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงและเดินออกจากห้องไปด้วยความสงสัย  เดินย่ำลงบันไดไปด้านล่างอย่างเบาๆ  และเขาก็พบว่า.....

 
“ตื่นเร็วนะ”  ปอทักทายการินซึ่งนั่งดูโทรทัศน์อยู่ด้านล่างและยิ้มกว้างให้ปอ
“ค่ะ  การินนอนไม่ค่อยหลับ  ตื่นเร็วไม่รู้จะทำอะไร เลยลงมาเปิดทีวีดู”  การินยิ้มแก้มปริ  ในมือน้อยๆที่ไคว้ไว้ด้านหลังหมอนอิงมีแฟลตไดร์ที่แอบเซฟข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ปอซึ่งอยู่ชั้นล่าง
“ อืม  จะกลับเลยปะล่ะ”  ปอเดินเข้าไปนั่งข้างๆและเข้าสวมกอดการิน  การินตกใจกลัวปอจะเห็นแฟลตไดร์จึงรีบใช้มืออีกข้างที่ว่างเปล่าผลักปอออก  จนปอทำสีหน้าสงสัยในพฤติกรรมหญิงสาว
“พี่ปอคะ  คือการินนึกได้ว่าวันนี้  การินนัดทานข้าวกับคุณลุงของการินอ่ะค่ะ  การินต้องรีบกลับ”  การินพูดลิ้นรัว
“ไม่ต้องรีบหรอกจ่ะ”  ปอเข้าหอมแก้มใสของหญิงสาวราวปลุกเร้า  การินใช้โอกาสนี้พยายามโยนแฟลตไดร์ลงข้างโซฟาสีขาวสะอาด  และปล่อยให้ปอทำในสิ่งที่ต้องการ
 
[……เกือบแย่ไปแล้ว  จะมาอะไรตอนนี้  อกสั่นขวัญหายพอดี...]
 
“โอ๊ย!!”
 

               หนุ่มใหญ่ร้องเสียงหลงเมื่อถูกหญิงสาวข่วนให้ที่แผ่นหลังอันแน่นหนาของเขาด้วยความตั้งใจของการิน  การินแอบอมยิ้ม

 
“อุ๊ย!!  พี่ปอ  การินขอโทษนะคะ  ไม่ได้ตั้งใจ”
“ถลอกเลยดูดิ  ใจเย็นดิ  การิน”  ปอหันมองแผ่นหลังอย่างลำบาก  การินแกล้งทำเป็นห่วงเป็นใย
“เดี๋ยวการินเอายามาทาให้นะ”
“ไม่ต้องแค่นี้เอง  ไปเอาของเหอะเดี๋ยวพี่ไปส่ง”  ปอลุกขึ้นและเดินรี่เข้าห้องน้ำในครัวไปทันที
 
[……สมน้ำหน้าคราวนี้แหละ  สาวๆก็จะเห็นร่องรอยของสองเรา  อยากรู้จริงๆว่าพี่ปอจะแก้ตัวว่าอะไรกัน  แมวข่วนเหรอพี่ ^^…]
 

             การินรีบหยิบแฟลตไดร์ที่โยนไว้ข้างโซฟาและขึ้นไปเอากระเป๋าในห้องนอนปอ

 
          Camry  สีขาวแล่นเข้าสู่หมู่บ้าน  RNG  อย่างช้าๆในยามบ่ายแก่ๆ  ปอหันมองซ้ายมองขวาอย่างเป็นกังวลว่าใครจะเห็นเช่นเคย
 
“พี่ปอคะ  ตกลงพี่ปอไม่พาใครไปทริปร้านจริงเหรอคะ”  การินถามย้ำก่อนจะลงจากรถ
“ครับ!!”  ปอตอบสั้นๆและยิ้มจางๆ  การินยิ้มกว้างเข้าหอมแก้มปอก่อนลงจากรถเช่นเคย  หญิงสาวเดินขึ้นหอไปก่อนจะหันมอง  Camry  ขับวนออกไป
 
[……อย่าดีใจไปนะคะคุณปอ  ว่าคุณจะได้ไปเสวยสุขกับเด็กๆของคุณ  ยังไงฉันก็ต้องไปเป็นนางมารร้ายปั่นป่วนคุณให้ได้  คอยดูสิ…..]
 
………………………………………………………………………………………………
 

              ภายในห้องนอนอันแสนรกของหญิงสาว  การินนั่งรวบรวมความกล้าอยู่หน้าโต๊ะดร๊าฟ  ในมือกำมือถือไว้แน่น  เพราะเธอกำลังจะโทรไปขอเลื่อนการกลับบ้านกับแม่ที่แสนจะดุของเธอ

 
“ฮัลโหล!!  แม่คะ  ทำไรอยู่เหรอ”  การินพูดเสียงหวาน  ใจเต้นระส่ำ
“นอนดูทีวีอยู่  แล้วนี่แกเก็บกระเป๋ารึยังเนี่ยหะ  กลับบ้านพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ  เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก  แกยิ่งทำอะไรชักช้าอยู่ด้วย”
“เอ่อ!!  แม่คะ  คือว่า  ลูกอาจไม่ได้กลับพรุ่งนี้แล้วอ่ะ”  การินพูดเสียงสั่น
“ทำไมอีกหะ!!”  แม่หญิงสาวเกรี้ยวกราดขึ้นทันตา  “แกมีธุระอะไรของแกนักหนาหะ  การิน”
“ฟังลูกก่อนนะ  คือ  ว่าลูกขอไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนก่อนกลับบ้านได้มั้ยคะ  ลูกเรียนหนักมาทั้งเทอมไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนเลยนะคะแม่  เนี่ยเทอมนี้ลูกก็เครียดมาทั้งเทอมขอไปผ่อนคลายบ้างนะคะ”
“ไม่!!  แกต้องกลับบ้าน  ไปกับเพื่อนนี่แหละตัวดีเลย  ไปเที่ยวเสเพลไม่มีผู้ใหญ่ไปด้วยฉันไม่มีทางปล่อยให้แกไปหรอก  ขืนเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ”  เสียงอันแสนโหดร้ายทำเอาการินถึงกับน้ำตาซึม
“แม่คะ  ลูกไปแค่ 2 วันเองนะ  ลูกไม่เคยขอแม่ไปไหนเลยนะ  ครั้งนี้ลูกขอบ้างไม่ได้เหรอ”
“บ้านนี่แกไม่คิดจะกลับใช่มั้ย  อยู่กับเพื่อนทั้งวันทั้งคืน  กะอีแค่กลับบ้านเดือนสองเดือนนี่ห่างกันไม่ได้เลยรึไง  พ่อแม่นี่แกไม่เคยคิดจะกลับมาหาเลยใช่มั้ย”  การินน้ำตาไหลพรากอย่างห้ามไม่อยู่
“ใครบอกว่าลูกจะไม่กลับล่ะแม่  ลูกกลับแน่นอนแต่แค่เลื่อนไปอีก 2  วัน  มันจะแย่มากแค่ไหนกันอ่ะ”  การินเริ่มขึ้นเสียงพร้อมน้ำตา
“เอาสิ  การิน  ถ้าแกเห็นเพื่อนสำคัญกว่าพ่อแม่  แกก็ไปอยู่กับเพื่อนโน่น  ไม่ต้องกลับมันหรอกบ้านอ่ะ”

 

            แม่ของหญิงสาววางไปด้วยเสียงอันโมโห  การินล้มตัวลงนอนร้องไห้ด้วยความเสียใจเธอมักทะเลาะกับแม่บ่อยๆ
 
[……แม่ไม่เคยจะเข้าใจฉันเลย  ฉันไม่ได้เห็นเพื่อนสำคัญกว่า  ฉันบอกแม่ไม่ได้จริงๆว่าจะไปทริปกับร้าน  ยังไงฉันก็จะไปให้ได้…]
 
………………………………………………………………………………………………
 

                 กระดาษ A4  ถูกยื่นให้แก่หญิงสาว  การินรับกระดาษแผ่นนั้นและมองดูรายชื่อคนที่จะไปทริปกับร้านซึ่งมีไม่ถึง  10  คน  การินถึงกับหน้าเสียมองหน้าแคชเชียร์ดาที่ยืนยิ้มอย่างลำบากใจ  ภายในร้านHubris ซึ่งในวันนี้การินมาทำงาน

 
“ทำไมคนไปน้อยจังเลยคะ  พี่ดาก็ไม่ไป”
“พี่ติดธุระจริงๆ  พี่ต้องทำงานไง ไปไม่ได้  พี่อยากไปมากเลยนะ”  ดาพูดสีหน้าเศร้า
“คนไปน้อยแบบนี้  พี่ปอยังจะไปรึป่าวเนี่ย”  การินบ่นอุบ
 

               หนุ่มใหญ่เข้าร้านมาประมาณเกือบเที่ยงคืนและยืนคุยกับชายพลางดูรายชื่อซึ่งรวมการินแล้วก็แค่ 9  คนเท่านั้น  จากเด็กร้าน 30  กว่าชีวิต  ปอดูสีหน้าเครียดมากและดูเสียใจที่เด็กร้านไม่ให้ความสำคัญกับการนำทีมไปทริปครั้งสุดท้ายของเขา  การินแกล้งเดินเข้าไปเฉียดปอและชายที่คุยตกลงกันอยู่หน้าบาร์

 
“ทำไมไม่ไปกันเลยวะ  แบบนี้จะไปกันทำไมมันผิดวัตถุประสงค์ว่ะ  ไม่ไปดีมั้ยวะชาย”  ปอปรึกษาหารือกับชาย  การินแอบฟังถึงกับสีหน้าไม่ดีก่อนจะเดินเข้าไปหายุซึ่งนั่งจิบเบียร์อยู่ตรงลำโพงคนเศร้า
“พี่ยุ  เห็นได้ยินพี่ปอบอกว่าไม่ไปทริปแล้วอ่ะ”  การินหน้าบูดเลยทีเดียว
“บ้า!!  ไปดิ  พี่ปอไปอยู่แล้วแหละ”  ยุพูดปลอบใจการินพลางตบบ่า
 
[……ถ้าไม่ไปฉันจะลงทุนทะเลาะกับแม่ไปเพื่ออะไรไม่คุ้มเลยจริงๆ  ทำไมนะทำไมเด็กร้านที่พี่ปอบอกว่ารักกันนักหนาถึงไม่ยอมไปกันเลย  แต่ละคนคงมีธุระที่จำเป็นของแต่ละคน  จึงไม่ว่างไป  ฉันคงพลาดโอกาสที่จะได้ไปทริปกับร้าน Sway  เพราะฉันมั่นใจว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของฉันอย่างแน่นอน…..]
 

               ร้านปิดปอเรียกประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด  เด็กร้านทุกคนก้มหน้าก้มตาไม่กล้าที่จะสบตาปอ โดยเฉพาะคนที่ไปไม่ได้

 
“มีใครอธิบายพี่ได้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น”  ปอมองเด็กร้านทุกคน  ทุกคนไม่มีใครปริปากพูดอะไร  ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วร้าน  การินเองก็ยังต้องเงียบและมองหน้าปอเพียงคนเดียว  ปอหันมาทางการินและเมินหน้าอย่างเหนื่อยใจ
“พวกแกรู้กันบ้างปะว่าที่พี่ตั้งทริปร้านเพื่อใคร  เพื่อพี่จะไปเที่ยวเหรอ  เพื่อไอเมสเหรอ  พี่จัดเพื่อพวกแกนะเว้ย เด็กร้านSway & Hubris  ทุกคน  แล้วนี่อะไรวะ  ไม่มีใครไปแล้วพี่จะจัดเพื่ออะไร  วัตถุประสงค์ที่พี่จัดทริป เพราะพี่อยากให้พวกแกไปผ่อนคลาย  ได้ไปสนุกด้วยกัน  รู้จักสนิทกันมากขึ้น  ไอเด็กHubris  จะได้สนิทกับพวกเด็ก Sway มากขึ้น  เราจะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  พี่ตั้งใจจัดให้พวกแกนะเว้ย  และเป็นครั้งสุดท้ายของพี่ด้วยที่พี่จะไปสนุกกับพวกแก  แล้ว.....แล้วไงพวกแกไม่ไป  ครับ!!  ในเมื่อเป็นแบบนี้  ยกเลิกนะครับ  ทริปครั้งนี้ยกเลิกครับ  เพราะว่าพี่คงไม่เอางบร้านมาใช้ผิดวัตถุประสงค์อยู่แล้ว”
 

             สิ้นเสียงปอ  เด็กร้านหลายคนที่ตั้งใจจะไปก็เริ่มคร่ำครวญเบาๆ

 
“โห  ไปเหอะ  เสียดายอ่ะ”
“นั่นดิ  ช่วยไปกันเยอะๆหน่อยดิ  สงสารพี่ปอ”
 
            การินก้มหน้าก้มตาลงทันทีด้วยความเสียใจ  และเธอก็ถอดใจกับการไปทริปครั้งนี้
 
“งั้นคราวนี้เรื่องที่สองที่พี่จะคุยก็ คือ  คนที่อยากไปทริปร้านนะครับ  ไม่มีทริปร้านครับ  แต่เราจะไปกันเอง”  ปอยิ้มจางๆออกมาจากที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดมานาน  เสียงโห่ร้องดีใจดังแว่วมาเบาๆ  การินเงยหน้าขึ้นอย่างมีความหวัง
 
“เราจะไปกันเอง  เฉพาะคนที่อยากไปจริงๆ  ใครไม่ว่าง  ไม่รักร้านก็ไม่ต้องไป  ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเราก็ต้องเก็บบ้างนะครับ  อาจจะเป็นคนละ 200  หรือ  300  ก็ว่ากันไป  พี่ก็จะออกเงินส่วนตัวพี่ส่วนหนึ่ง  ใครจะไปบ้างไหนพี่ขอดูมือหน่อย”
 

              เด็กร้านชูมือกันเกรียวกราว  บางคนก็ร้องขอให้เพื่อนไปกัน  ปรากฏเด็กร้านยกมือเกินกว่า 10 คน  คงมีเด็กร้านหลายคนสงสารปอที่ตั้งใจจัดให้แต่ไม่มีใครไป  การินยกมือขึ้นพร้อมรอยยิ้มจางๆ

 
“อ่าว!!  ทำไมเยอะกว่าที่ลงชื่อ”  ปอยิ้มกว้าง  “เอาล่ะครับ  เดี๋ยวพรุ่งนี้รถจะออกกันประมาณบ่ายสอง  เจอกันหน้าร้านเกมของชายนะครับ  รถก็จะมีรถกระบะของพี่นิงคันนึง  รถชายคันนึง  แล้วก็มีรถพี่  แต่ว่าพี่จะตามไปทีหลังเพราะว่าพี่ต้องไปเรียนที่รามก่อนกว่าจะเลิกก็สามทุ่ม  พี่ก็จะตามไป  ใครไปคันพี่ก็ต้องรอหน่อย  แล้วก็มีรถของไอแทอีกคัน  พี่คิดว่าคงพอ  เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เจอกันนะครับ”  ปอยิ้มและคุยธุระเรื่องเงินกับแคชเชียร์ดาและเรื่องการเดินทางในวันพรุ่งนี้  หลายคนดูตื่นเต้นดีใจ
 

หญิงสาวเดินไปนั่งข้างภูซึ่งยืนกินเบียร์อย่างสบายใจ

 
“พี่ภูไปป่ะคะ”  การินยิ้มกว้าง
“ไม่รู้ดิ  พรุ่งนี้พี่เชงเม้งกับที่บ้านด้วยอ่ะ”  ภูพูดสีหน้าลำบากใจ
“ไปดินะ”  การินแสดงสีหน้าเว้าวร  ภูหัวเราะร่า
“ทำไมต้องอยากให้พี่ไปด้วยล่ะ”  ภูถามพร้อมสีหน้าที่ดูจริงจังขึ้น  การินได้เพียงยิ้มและเดินจากไปเข้าห้องน้ำ
 
[……เฮ้ย!!  โล่งอกไปนึกว่าจะไม่ได้ไปซะแล้วตกอกตกใจหมด  แต่บางทีฉันรู้สึกว่าเหมือนเขาใช้คำว่า  “ไปกันเอง”  เป็นคำอ้างที่จะพาสาวๆของเขาไปให้ดูไม่น่าเกลียดที่จะพาคนนอกไปด้วย  พาใครไปก็ช่าง  แต่ฉันอยากให้พี่ภูไปอย่างน้อยก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้างหากได้เห็นพี่ภูหัวเราะในเวลาที่ฉันจะร้องไห้……]
 

             ในค่ำคืนนี้การินร้องขอให้ปอไปส่งที่หอเช่นเคย  และปอก็ขับรถไปส่งการิน  เด็กร้านต่างมองด้วยความแปลกใจว่าปอยังคบกับการินอยู่อีกหรือ  รถคันเก่งของหนุ่มใหญ่แล่นออกไปช้าๆในถนนสายเปลี่ยวช่วงเวลาตี 3

 
“พี่ปอคะ  ตกลงการินไปทริปนี้นะคะ”  การินหันมองหน้าปอซึ่งอึ้งๆไปเล็กน้อย
“เอ่อ...ครับ  เห็นรายชื่อแล้ว”  สีหน้าปอดูไม่ค่อยสบายใจ
“การินขอไปรถพี่ปอนะคะ”  การินจ้องสีหน้าหนุ่มใหญ่เขม่ง  ปออึ้งพูดอะไรไม่ออก
“เอ่อ...อ่าว .. แล้วทำไมล่ะ  ก็ไปพร้อมเพื่อนแหละดีแล้วจะได้ไปช่วยไอพรทำกับข้าว  พี่ไปช้าอ่ะครับ”
“การินอาจไม่ว่างบ่ายๆอ่ะค่ะ  ก็พี่ปอไปค่ำๆการินก็เลยกะไปรถพี่ดีกว่า”  การินขุดข้ออ้างมาสนับสนุน
“ไปกับเพื่อนแหละพี่อาจไม่ได้วกกลับมาแถวนี้  เลิกจากรามอาจไปนครนายกเลย”  การินจ้องหน้าปอสีหน้าจริงจัง  ปอหันมามองการินและยิ้มเจื่อนๆ
“ทำไมคะ  พี่ปอ  พี่บอกการินมาตรงๆดีกว่าว่าทำไมการินถึงไปคันพี่ไม่ได้”  การินพูดเสียงแข็ง
“ป่าว  ไม่มีอะไรก็พี่ไม่สะดวกนี่ครับ”
“พี่พาใครไปใช่มั้ย  บอกมาตรงๆเหอะพี่  อย่าโกหกการิน  เลิกโกหกได้แล้ว   การินรู้ว่าถึงยังไงพี่ก็ต้องพาใครไปสักคน”
“พี่ไม่ได้.....”  ปอหันมองการินอย่างลำบากใจ 
 “แบงอาจจะไป”  ปอพูดเสียงเรียบเพราะเหนื่อยที่จะโกหก
“ไหนพี่ปอบอกการินเมื่อวานว่าพี่ไม่พาใครไปล่ะคะ  แล้วนี่อะไรอ่ะ  พาพี่แบงไปแล้วการินจะไปได้ไง”  การินเกรี้ยวกราดใส่ปอทันที
“การินก็ไปได้ครับ  พี่ก็ไม่รู้ว่าแบงจะเอาไง  พี่ไม่ได้บอกว่าแบงไปชัวร์ๆ  แค่แบงอาจจะไปเท่านั้น  พี่ก็ยืนยันไม่ได้เหมือนกัน”  ปอเริ่มหงุดหงิดตอบการิน
“พี่รู้มั้ยว่ากว่าการินจะได้ไปทริปครั้งนี้  การินต้องลงทุนโทรไปขอเลื่อนกลับบ้านกับแม่  การินต้องทะเลาะกับแม่อย่างหนักอ่ะ  เพียงเพราะแค่ที่พี่บอกว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่พี่จะไป  แล้วไงล่ะพี่ก็พาพี่แบงไป  ทำไมพี่ไม่บอกว่าพาพี่แบงไปแต่แรกการินจะได้กลับบ้านไปเลย  จะได้ไม่ต้องไปเป็นมารร้ายขวางรักพี่อยู่  ทำไมทำกับการินแบบนี้  เห็นมั้ยว่ากี่ครั้งแล้วที่การโกหกของพี่ทำให้การินต้องเสียใจ  เมื่อไหร่กันที่พี่จะกล้าพูดความจริงสักที”
 

                  หญิงสาวร้องไห้ฟูมฟายตะคอกต่อว่าปอมาตลอดทาง  ปอได้เพียงเงียบงันเพราะไม่สมารถเถียงอะไรการินได้  ปอถอนหายใจเมื่อขับรถมาจอดหน้าหอการิน

 
“พี่ขอโทษครับ  พี่ไม่รู้ว่าจะเป็นแบบนี้”  ปอพูดเสียงเรียบเฉย
“ก็คอยดูแล้วกัน  ว่าทริปนี้จะสนุกแค่ไหน  ถ้าการินเมามาก  การินก็จะไม่รับประกันนะว่าการินจะเผลอบอกอะไรพี่แบงไปบ้างรึป่าว”
“ตามใจเถอะครับ”  ปอก็ยังคงนิ่ง  การินรีบเปิดประตูรถและปิดประตูลงด้วยความรุนแรง  ปอแอบสะดุ้งว่าประตู Camry  คันโปรดของเขาจะหลุดออกมารึป่าว  ก่อนจะขับรถออกไปจากหมู่บ้าน
…………………………………………………………………………………………..
 
ปัง!!
 

              การินปิดประตูห้องเสียงดังสนั่นหอ  แต่โชคดีที่นิตาไปนอนห้องกอจึงไม่มีใครในห้องที่ต้องตกใจเสียงประตู  หญิงสาวนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งกำหมัดด้วยความโมโห

 
[……เขาก็เป็นผู้ชายที่โกหกหลอกลวงไม่เลิก  ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเสียใจในเมื่อฉันเองก็ทำใจไว้แล้วว่าพี่ปอต้องพาใครไป  แต่ที่มันต้องโมโหเพราะเขาโกหกสร้างภาพไม่จบไม่สิ้น  ดีแล้วจะได้เห็นดีกัน  เพราะถึงไงหลังจากทริปนี้ฉันก็จะไม่วุ่นวายกับเขาอีกแล้ว  พอกันทีมีแต่เรื่องให้ปวดหัว  ข้อมูลที่ได้เท่าไหนก็เท่านั้นแล้วกัน  อยากรู้จริงๆว่าเขาจะมีความสุขมากแค่ไหนที่จะมีฉันคอยป่วนในทริปนี้…..]
 
.........................................................................................................................................
 
ติด  ติด  ตี่  ติด  ติด  ตี่.............
 
“ฮัลโหลพรว่าไง”  หญิงสาวงุ่นง่านกับการเก็บเครื่องสำอางใส่กระเป๋าไป  ในยามบ่ายของวันเดินทางไปทริปนครนายก
“ตกลงแกไปทริปร้านป่าววะ”  พรโทรถามเพียงเพื่อจะนำไปยืนยันกับปอ
“ไป  ฉันอยากไป  พรแกรู้ใช่ปะว่าพี่ปอพาพี่แบงไป”
“ไม่รู้  ฉันไม่รู้ พี่ปอไม่บอกอะไรฉัน  ฉันแค่อยากโทรมาคอนเฟิมส์ว่าแกไป  จะนับคนลงรถ”
“พี่ปอพาพี่แบงไปฉันจะไปได้ใช่มั้ยพร”  การินแสร้งทำเสียงเศร้า
“ได้ดิ  ไม่เห็นเกี่ยวเลย  แกเป็นเด็กร้านนะเว้ย  พี่แบงมาเค้าก็อยู่ของเค้าแกเองก็อยู่ของแก  แกก็อยู่กับฉันเนี่ย  แกก็ต้องทำใจว่ะการิน  หากแกไปแล้วไม่มีความสุขแกจะไปทำไมวะ  หากแกไปแล้วมีความสุขก็ไปทนได้ก็ไป  มันอยู่ที่ตัวแกเองแล้วแหละนะ  รถออกบ่าย 2 นะแกรีบมาละกัน  หน้าร้านเกมพี่ชายนะ”
“จ่ะๆ  ขอบใจมากนะพร”  การินวางสายพรนั่งพลางนั่งมองกระเป๋าใบโต
 
[……ฉันจะไปแบบคนเข้มแข็งได้รึป่าว  ถ้าฉันต้องเห็นพี่แบงคลอเคลียกับพี่ปอฉันจะเข้มแข็งพอที่จะทนมองอย่างไม่รู้สึกอะไรรึป่าว  พรพูดมาก็ถูก ฉันจะไปอย่างมีความสุขหรือไม่มันอยู่ที่ตัวฉันเอง  ฉันต้องเข้มแข็งและปั่นหัวพี่ปอให้มากที่สุด  ฉันต้องทำได้…]
 

                การินรวบรวมความกล้าทั้งหมดก่อนจะเดินแบกกระเป๋าใบโตออกจาห้องไปด้วยความมาร์ทมั่นและความเข้มแข็งที่ล้นปรี่

 
.........................................................................................................................................
 

                 เด็กร้านรวมตัวกันในร้านเกมของชาย  แต่ละคนดูตื่นเต้นคึกคัก  แฟชั่นแว่นตาของยุและปุยที่มาอวดโฉมกัน  บางกลุ่มนั่งกินข้าวรอเด็กร้านครบ  พรชวนการิน  ยุ ปุย  และแบน  ไปซื้อของสดในตลาดเพื่อจะนำไปประกอบอาหารในค่ำคืนนี้  พรเป็นคนที่ทำอาหารเก่งและเป็นแม่ศรีเรือนมาก  สาวน้อยแอบชื่นชมพรในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก  ของสดพร้อม  คนพร้อม  แต่ว่ารถดันเสีย  ต้องรอรถไปซ่อม  การินและคนอื่นๆหลบมานั่งในร้านเกมรอรถที่นำไปซ่อม

 
“พี่แท...พี่ภูล่ะ”  การินเดินเข้าไปถามแทที่เพิ่งมาถึงในชุดพร้อมลุย
“ภูมันไม่ไป  ติดเชงเม้งที่บ้าน  ทำไมอ่ะ”  แทพูดแนวหาเรื่องเล็กน้อยแกล้งการิน
“จิงเหรอ  เสียใจว่ะ  อยากให้พี่ภูไปด้วยอ่ะ”  การินยิ้มเศร้าๆ
“ทำไมถึงอยากให้ภูไปหะ  เกี่ยวไรกับภูเนี่ย  หึงนะเว่ยหึง”  แทแกล้งต่อเนื่อง
“โหพี่แท  แบ่งกันดิ  พี่แทโทรชวนพี่ภูดินะ  อยากให้พี่ภูไปจริงๆ  อยากเมากับพี่ภู” 
“ไม่โทร  ภูไม่มาหรอก”  แทยักคิ้วหยอกการิน
“ไม่เป็นไรค่ะ”  การินหน้าเป็นตูดและเดินจากไปนั่งที่ม้านั่งเพียงลำพัง
 
[……แย่จังที่พี่ภูไม่ไปฉันก็ไม่มีแรงบันดาลใจให้อยากไปซะแล้วสิ  จะไปแกล้งพี่ปอตลอดเวลาก็ใช่เรื่อง ไม่เป็นไรเอาสีน้ำไปวาดวิวทิวทัศน์เล่นก็แล้วกัน…..]
 

             รถพร้อม  คนพร้อม  ทุกคนเตรียมขึ้นรถ  การินยืนงงๆว่าเธอจะต้องไปคันไหน  แนมรีบกระโดดขึ้นBM  ของชายทันที  แต่แล้วก็ต้องลงจากรถชายไปนั่งกระบะของนิงอัดรวมกับเด็กร้านคนอื่น

 
“พี่ชายใจร้ายอ่ะ  แนมอยากนั่งรถพี่ชาย”  แนมบ่นอุบเดินกลับไปที่กระบะคันโตซึ่งมีดิวแฟนหนุ่มของแบนเป็นคนขับ
“ คนเต็มแล้วเว่ย”  ชายพูดพลางตบบ่า
“เต็มตรงไหนก็ว่างนี่”  แนมเถียงเสียงแข็ง
“การินไปนั่งรถพี่ชายนะ”  พรเดินมาบอกหญิงสาวที่ยืนหน้ามึนทำอะไรไม่ถูก  การินเดินไปขึ้น BMพร้อมสายตาของแนมที่มองด้วยความไม่พอใจ
สาวน้อยนั่งมาในรถคันของชายโดยมีเมสนั่งเบาะหน้า  เบาะหลังมีการิน  พร  ยุ  และปุย  ซึ่งการินเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงจับมาลงคันนี้  แต่เธอก็ไม่ได้ปริปากถามใคร  นั่งมาในรถเงียบๆ  ฟังการสนทนาของคนในรถที่เธอรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง
 
ติด  ตู่  ตุ๊ด  ตุ๊ด  ตู่ ตุ๊ด  .......

“ค่ะพี่ปอว่าไงพี่  อ้อ  ออกมากันแล้ว  ค่ะ  เนี่ยก็มาหมด  แล้วนี่พี่อยู่ไหน  อ้อ  ได้ค่ะพี่  เดี๋ยวแวะซื้อของที่โลตัสแถวนั้นก็ได้  ได้ๆพี่”  พรวางสายจากปอ

“พี่ปอเพิ่งไปเรียน  เมื่อไหร่จะตามมาล่ะเนี่ย”  พรบ่น
“พี่ชายแล้วพี่อันล่ะพี่”  ปุยถามขึ้น
“ไออันตามมาทีหลัง  แล้วไอบัสนี่มันไปจับใบดำใบแดงใช่ปะ  มันจะมาคันพี่ปอป่าววะ”  ชายถามลอยๆ
“น่าจะมาคันพี่ปอนะพี่”  เมสตอบ

              บทสนทนาเฮฮาบนรถทำให้การินหัวเราะได้บ้าง  ปุยที่คอยกวนตีนชายอยู่ตลอดเวลา  พรกับเมสที่คอยหยอดคำหวานบ้างเถียงบ้างตามประสาคนรักกัน  และยุที่คอยเอาอกเอาใจชาย  ส่วนการินซึ่งนั่งข้างหน้าต่างกลับเงียบๆอย่างเหงาใจและลุ้นกับเหตุการณ์ข้างหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในทริปนครนายก

 
“การินเป็นไร  นั่งเงียบเชียว”  พรหันมาบีบมือหญิงสาวออกจากภวังค์
“ป่าว  ไม่ได้เป็นอะไร”  การินยิ้มจางๆให้พรและหันออกนอกรถมองเส้นทางอันแสนยาวไกล
 
[……ฉันต้องทนให้ได้  แม้ว่าจะต้องเห็นภาพบาดตาบาดใจอะไรก็แล้วแต่  ท่องไว้ในใจนะการินว่า  หลังจากทริปนี้เรากับพี่ปอต้องจบกันขาดสะบั้น  ดังนั้นความเก็บกดเคียดแค้นทั้งหมดที่มี  ก็ปล่อยมันออกไปให้เต็มที่ในทริปนี้…]
................................................................................................................................... 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 113 ท่าน