Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
ช่วงเวลาเผลอใจ...
29
16/11/2554 12:21:01
357
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 29....ช่วงเวลาเผลอใจ....
....................................................................................................................................
            “เกมไม่จบแค่นี้หรอก  ฉันตัดสินใจแล้ว นิตา  ว่าฉันจะดำเนินแผนการต่อ”
 

              สาวน้อยพูดด้วยสายตาที่มุ่งมั่น  จนสาวสวยที่นั่งตรงข้ามถึงกับแสดงสีหน้าเป็นกังวล  ท่ามกลางร้านอาหารที่ประดับโคมลอยสวยงามริมน้ำ   บรรยากาศยามเย็นลมพัดเบาๆ  เส้นผมของหญิงสาวปลิวปรกใบหน้า  เธอรีบจับเส้นผมเกี่ยวใบหูและมองหน้าเพื่อนสาวอย่างตั้งอกตั้งใจ

 
“ในเมื่อทำแล้วก็ต้องทำให้สุด  ฉันคิดว่าช่วงนี้เหมือนฉันกำลังใจอ่อนมาก   แต่เมื่อคืนฉันนอนทบทวนสิ่งที่ฉันต้องเจอแล้วมันไม่ควรแก่การให้อภัยนักหรอก  เกมดำเนินต่อไป”
“การิน  แกอย่ายื้อนานนะเว้ย!!  รีบหาข้อมูล แล้วรีบจากมันมา  ฉันกลัวที่สุดเลยว่าแกจะเดือดร้อน”
“ได้  ก็ให้ฉันได้ไปบ้านพี่ปออีก  2-3  ครั้งก็คงได้ข้อมูลที่ต้องการแล้วแหละ”
“ระวังตัวด้วยนะแก  เดี๋ยวฉันไปหาพี่กอก่อน  กลับหอดีๆล่ะ”  นิตาถือกระเป๋าลุกเดินออกจากร้านไป   ปล่อยหญิงสาวนั่งทบทวนความรู้สึกนึกคิดเพียงลำพัง
 
[……บางทีฉันก็รู้สึกว่าอยากจบเหมือนกันนะ  แต่ทุกครั้งสมองอีกข้างก็ถามฉันเสมอว่า  ฉันเสียความรู้สึกไปกับผู้ชายที่ไม่เคยจะสนใจ  แล้วก็ต้องยอมเป็นฝ่ายถอยออกมาให้เขาได้เสวยสุขกับเหยื่อรายต่อไป  มันคุ้มแล้วเหรอกับครึ่งหนึ่งของชีวิตที่เสียไป  ฉันไม่อยากให้เขาได้มีความสุขในชีวิตเลย  อย่างน้อยหากฉันได้ทำให้หลายคนได้รับรู้ว่าเขาไม่ใช่คนดีอย่างที่ทุกคนมองก็ดีมากแล้ว  ฉันจึงต้องกลับไป  กลับไปค้นหาความจริงที่ถูกปกปิดเอาไว้ให้หลายคนกระจ่างแก่ใจสักที…..]
 

การินไม่รีรอหยิบมือถือโทรหาปอทันที

 
“ครับ!!”
“พี่ปออยู่ไหนคะเนี่ย”
“อยู่บ้านครับ”
“ทานข้าวรึยังเหรอคะ”
“พี่กินกับแม่ไปแล้วเมื่อเย็นน่ะ  อืมมีอะไรรึป่าว”
“ป่าวค่ะ  แค่คิดถึงเฉยๆ  น่าใจหายจังเลยที่เราต้องเลิกคุยกันเมื่อครบตามที่ตกลงกันไว้”
“พี่ไม่ได้เป็นคนกำหนดนี่ครับ  การินกำหนดของการินเอง  พี่ก็ไม่เข้าใจว่าถ้าคนเรามันจะรู้สึกดีต่อกันแล้วทำไมต้องตั้งเงื่อนไขมาปิดกั้นโอกาสตัวเองด้วย”
“นั่นสินะคะ  การินเองก็ไม่ได้อยากปิดกั้นโอกาสตัวเองหรอก  แต่การินอยากเปิดโอกาสให้คนอื่นมากกว่า  คนรักพี่มีตั้งหลายคน  การินจะไปแย่งเวลาคนเหล่านั้นคงไม่ดี”
“ไม่หรอกจ่ะ  การินคุยกับพี่  พี่ก็คุยกับเรา  คนอื่นๆอ่ะ บอกจริงๆว่าตอนนี้พี่ก็ไม่มีหลายคนอย่างที่การินคิดหรอก”
“แต่พี่ปอก็หายไปเลยนะคะ  ไม่โทรมาหาการินเลยสักนิด  การินก็คิดว่าพี่คงเบื่อการินแล้ว”
“พี่จะเบื่อคนที่ไม่ฟังพี่  การินก็อย่าสร้างปัญหา  อยู่ในส่วนของตัวเองอย่างที่พี่เคยบอก  ทุกอย่างมันก็ไม่มีปัญหาหรอกจ่ะ  บางทีพี่ก็ไม่เข้าใจเรานะ  พอพี่คุยด้วยเราก็ไม่คุยกับพี่  พี่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำไง  ไม่คุยก็ไม่คุย  แล้ววันนี้การินก็มาบอกว่าพี่หายไป”
“ก็การินสับสนนี่คะว่าจะเอาไง  ทำไมการินถึงไม่อยากคุยกับพี่ปอล่ะคะ  แต่การินไม่รู้ว่าคุยไปแล้วพี่จะรู้สึกไงกับการินกันแน่  แค่เล่นๆรึป่าว”
“การิน!!  คนอย่างพี่ปอนะครับ   ถ้าไม่คุยคือ  ไม่คุย!  ไม่มีคำว่าเล่นๆหรอก”
“ค่ะ!!  เอาเป็นว่า  เราก็คุยกันเหมือนเดิมนะคะ”
“อืมครับ  พี่ไงก็ได้อยู่แล้ว  เออนี่การินรู้มั้ยว่าแถวนี้มีร้านไหนขายแม็กเน็ทที่เป็นที่เปิดขวดด้วยบ้างมั้ย”
“แม็กเน็ทที่ติดตู้เย็นอ่าเหรอคะ”
“ครับ  พอดีที่บ้านพี่มันหายไปแล้ว  ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน”
“งั้นเดี๋ยวการินดูๆให้ก็แล้วกันนะคะพี่ปอ”    หญิงสาววางสายจากหนุ่มใหญ่และยิ้มด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
 
[……ง่ายดีจริงๆ  ตอนแรกฉันนึกว่าเขาจะไม่คุยกับฉันแล้ว  สุดท้ายก็คุยปกติ  ก็ดีฉันจะได้ดำเนินแผนต่อ  ก่อนอื่นก็ต้องสร้างความดีความชอบให้ตัวเองสักหน่อย…]
 

            การินมุ่งตรงไปยังตลาดนัดตระเวนหาแม็กเน็ททั่วตลาด  แต่ก็ไม่มีร้านใดขายเลย  ทำเอาหญิงสาวถึงกับหอบเหนื่อย  เธอก็ไม่ลดละเดินหาซื้อแถวตลาดหัวตะโกแต่ก็ไม่มีเช่นกัน  เธอจึงท้อแท้ใจ

 
[……ทำไมมันหาซื้อยากขนาดนี้นะ  เหนื่อยเป็นบ้าเลย  ช่างมันเถอะคงหาซื้อไม่ได้แล้วแหละในย่านนี้  เอาไว้ว่างๆค่อยไปหาซื้อที่อื่นแล้วกัน…]
 
………………………………………………………………………………………………
 

             เสียงเพลงจากวงดนตรีสดดังก้องลงมาถึงด้านล่างจนทำให้การินถึงกับอยากเต้นขึ้นมาทันที  สาวน้อยมาเที่ยวในคืนนี้กับสาวสวยนิตา

 
“นี่ไงแก  ฝีมือการทาสีของฉัน”  การินชี้มือชี้ไม้ให้นิตาดูฝาผนังระหว่างเดินขึ้นบันได
“ฉันว่าเค้าควรจะซ่อมบันไดทางขึ้นมากกว่าทาสีผนังอีก  เลือกปรับปรุงอะไรไร้สาระจริงๆ”  นิตาส่ายหน้าไปมา
“ก็มันประหยัดกว่าไง  และทำให้ร้านดูดีขึ้นมาสักนิด  เพียงเพื่อให้ร้านดูดีขึ้น แต่ถ้าเลือกทำบันไดคงจะเปลืองมากกว่า  พี่ปอไม่ยอมทุ่มทุนสร้างหรอก”
 

                การินผลักประตูเข้าไปในร้าน  ลูกค้าหนาตา  ท่าจะไม่มีที่นั่งสำหรับ 2  สาว

“พี่ปิมคะ  มีโต๊ะด้านในเหลือบ้างมั้ยคะ”  การินเดินเข้าไปถามผู้จัดการร้านHubrisที่ยืนแอ่นอกประมาณว่าเขาเป็นเจ้าของร้าน
“ไม่มีแล้ว  ทำไมไม่มาเร็วๆล่ะ”  ปิมยิ้มเจื่อนๆและเดินหนีไปอีกตามเคย
“เสียมารยาท  นี่นะเหรอผู้จัดการ  ทำหน้าตากวนตีนให้ลูกค้า  เลือกปฏิบัติ  ทุเรศว่ะ”  นิตาเบ้หน้าเบ้ตา
“แล้วจะรู้มั้ยเนี่ยว่านั่งตรงไหนได้  นั่นไงโต๊ะยืนว่าง”  การินลากนิตาไปโต๊ะยืนหน้าบาร์ข้างๆโต๊ะของน้องๆปอ  การินยกมือไหว้  เมส  ภู  อ๊อด  และชายที่ดื่มเหล้ากันอยู่โต๊ะข้างๆ
“นิตา  แกเห็นพี่คนนั้นปะ  ตัวท้วมๆหน่อยน่ะ  ที่ยืนพิงบาร์อ่ะ”  การินใช้ให้นิตาดูหนุ่มภูที่เธอแอบปลื้ม  หลังจากสั่งเบียร์ 2 ขวด
“เออ  ทำไมวะ”
“เขาเป็นลูกน้องพี่ปอ  ทำหวยให้พี่ปอ  ฉันว่าเขาน่ารักดี  ดูเป็นคนดีน่ะแกว่าไง”
“คนที่ดูเหมือนจะดีแต่บางทีก็อาจจะไม่ดีก็ได้  ใครจะไปรู้  ชอบเขารึไง”   นิตามองการินอย่างเพ่งพินิจ
“ไม่รู้สิ”   การินก้มหน้ารินเบียร์ลงแก้วอย่างตั้งใจ   “ฉันชอบเขาไม่ได้  เขาเป็นพวกพี่ปอ ดังนั้นเขาก็เป็นศัตรูเรา”
“ก็ไม่แน่หรอก ฉันคิดว่าน้องๆพี่ปออาจจะไม่รู้การกระทำของพี่ปอในทุกเรื่องหรอกว่ามั้ย”   นิตายิ้มกรุ้มกริ่ม 
การินคว้าแขนพรที่เดินผ่านโต๊ะของเธอ
“อ้าว!  การิน  มาเมื่อไหร่ ไม่เห็น”
“มาเมื่อครู่อ่ะ  พร ฉันมีเรื่องจะถามแกอ่ะ”  การินยิ้มเจ้าเล่ห์
“อืม  เรื่องพี่ปอเหรอ”
“ป่าว  ไม่ใช่  ฉันอยากรู้ว่าพี่ภูกิ๊กกับน้องบัวเหรอ”
“เฮ้ย!!  บ้า   ไม่ใช่สักหน่อย  ทำไมแกคิดแบบนั้นล่ะ”
“เหรอ  ฉันเห็นน้องบัวมาร้านบ่อยๆฉันก็เดาไปงั้นแหละ  เอ่อ!!  ฉันว่าพี่ภูน่ารักดี”  การินยิ้มเขิน  พรนึกสนุกลากการินเข้าวงโต๊ะน้องๆปอ
“พี่ภู   มีคนบอกว่าพี่ภูน่ารัก”  พรประกาศลั่นในโต๊ะ  ภูหน้าเหวอและหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“ใครอ่ะ”  ภูถามและหันมามองทางการินซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ  การินหันไปยิ้มกว้างกับภู
“การินบอกเองล่ะค่ะพี่ภู  พี่ภูน่ารักดีอ่ะ  การินปลื้มได้ปะ”   การินเอามือน้อยๆหยิกแก้มภูที่แดงระเรื่อและเอามือค้องแขนอุ่นๆของภูไว้เชิงหยอกล้อ
“เอ้า!  งานเข้าแล้วไงล่ะไอภู”   เมสร้องขึ้นและยิ้มขำ
“อะไรยังไงของแกเนี่ยการิน”   พรถามขึ้นมองการินด้วยสีหน้าสงสัย
“ก็ปลื้มไม่ได้เหรอ  กิ๊กกันก็ได้  ฮ่าๆๆๆๆ”  การินยิ้มอย่างไม่รู้ไม่ชี้  ภูหัวเราะร่าแก้เขิน
“จะดีเหรอ”  ภูหันมายิ้มถามการินซึ่งยังคงควงแขนภูเล่นไม่เลิก
“ไม่เห็นเป็นไรเลย”  การินยิ้มกว้างสังเกตสีหน้าทุกคนในโต๊ะที่ยังคงแปลกใจ
“แล้วพี่ปอล่ะ”  เมสถามขึ้น
“พี่ปอ!  ใครเหรอ  ไม่รู้จัก”  การินก็ยังคงเล่นต่ออย่างสนุกสนาน
“แหมจะมาทำปากดีนะแก”  พรแขวะสาวน้อย 
“เดี๋ยวการินจะบอกพี่ปอว่าการินกิ๊กกับพี่ภู”  การินประกาศลั่น
“เป็นได้ก็ดีสิ”  ภูหันมากระซิบข้างหูการิน  คงด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ไหลเวียนวนในร่างกายอันแสนเข้มข้น  แต่ทำเอาการินยิ้มเจื่อนลง
“อ้าว!  พี่ปอหวัดดีพี่”  เมสยกมือไหว้ทุกคนหันไปมองทางประตูด้วยสีหน้าเหวอ  การินรีบปล่อยแขนภูทันทีทันใดหันไปทางประตู  แต่กลับไม่มีร่างของหนุ่มใหญ่ปรากฏ
“ฮ่าๆๆๆๆๆ  กลัวอ่ะดิ  ฮ่าๆๆๆๆ”  เมสหัวเราะร่าพร้อมเสียงหัวเราะภายในโต๊ะยิ่งดูเฮฮา  การินกลับไปโต๊ะของเธอเองหลังจากเฮฮาหอมปากหอมคอ
“ท่าทางพี่ภูอาจจะเล่นด้วยว่ะ”  การินกระซิบบอกนิตา
“แกชอบจริงเหรอวะ”
“ก็ฉันชอบคนนิ่งๆแบบนี้อยู่แล้วนี่   ไม่รู้ดิถ้าเกมพี่ปอจบลง  ฉันก็อาจจะคุยกับพี่ภูก็ได้  อยากคุย  ฉันมีเซนต์ว่าเขาอาจจะรักฉันมาก”
“แต่เขาเป็นน้องคนสนิทพี่ปอนะเว้ย”
“ช่างปะไร จะไปแคร์ทำไม พี่ปอทำไรไม่เคยแคร์ฉันเลย”  การินเปลี่อนสีหน้าอีกครั้งเศร้าลงทันตา
การินรินเบียร์เต็มแก้วและเดินเข้าไปชนกับภูที่โต๊ะอีกครั้ง  เมสก็ยังคงหยอกเรื่องพี่ปอ  แต่การินก็ไม่สนใจ
“การิน  แล้วกับพี่ปอเป็นไงบ้าง”  พรหันมาถามสีหน้าจริงจัง
“ก็.....เรื่อยๆอ่ะ  ตอนแรกฉันกะจะเลิกคุยกับเขา  เขาไม่ค่อยสนใจฉันเลย  แต่ฉันก็ทำใจไม่ได้  ก็ต้องคุยอยู่ดี”
“วันนั้นฉันก็เห็นแกไม่คุยกับเขาก็นึกว่าทะเลาะกัน”
“ไม่ได้ทะเลาะหรอก  ฉันแค่ไม่อยากคุยเอง  ฉันก็ทรมานนะที่ต้องเป็นแบบนี้  มาปลื้มพี่ภูดีกว่า”  การินยิ้มปนเศร้า
“พี่ภูชนดิพี่  อย่ามาอ่อน”  การินยกแก้วชนกับภูอย่างสนุกสนาน
“พี่ปอหวัดดีพี่”  เมสยกมือไหว้อีกครั้ง  รวมทั้งอ๊อดที่ยืนฝั่งตรงข้ามประตูก็ยกมือไหว้เช่นกัน
“พี่เมสมุขนี้ไม่ฮาแล้วอ่ะ  อย่าเล่นซ้ำดิพี่”  การินยิ้มกว้างและส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เชื่อ  แต่พอมองสีหน้าคนในโต๊ะการินรีบหันไปดูด้านหลัง  ปรากฏร่างของหนุ่มใหญ่ใส่แว่นจริงๆ

               การินรีบเดินกลับโต๊ะไปในทันที  ปอมองการินด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไม่มีการทักทายใดๆอย่างเช่นทุกครั้งแต่ก็เป็นเรื่องที่การินชินชาไปซะแล้ว

 
“ไงล่ะแก  พี่ปอมารีบเผ่นเลยนะ”  นิตาหัวเราะเยาะ
“เฉยๆว่ะ  ฉันก็แบบนี้อยู่แล้ว  ไม่อยากแสดงตัวมากนักหรอก”  การินปั้นหน้านิ่งและดื่มเบียร์ที่โต๊ะจนเริ่มเมามาย  หญิงสาวเรื้อนไปโต๊ะน้องๆปออีกเช่นเดิม  ไปชนแก้วกับภู  แท เพิ่งมาร่วมวงเห็นดังนั้นจึงแกล้งหยอกการิน
“เฮ้ย!! อะไรๆอย่ามายุ่งกับเมียพี่  ไอภูเป็นเมียพี่”  แทผลักการินออกเบาๆ
“แหมพี่ภูเป็นเกย์ก็ไม่บอก  อกหักว่ะ”  การินแกล้งพูดเสียงดังจนปอหันมามอง
“เออใช่พี่เป็นเกย์  ฮ่าๆๆๆๆๆ”  ภูหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี
 
[…ดูพี่ภูเป็นคนอารมณ์ดี  อยู่ด้วยต้องไม่เครียดแน่ๆเลย  แต่ว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก  เพราะว่าฉันก็ยังต้องคุยกับพี่ปอ  แต่ถ้าเราแกล้งให้พี่ปอตายใจเรื่องพี่ภูก็อาจไม่มีปัญหาก็ได้นะ….]
 

                การินเข้าไปเกาะแขนภูอีกรอบ  และหันไปยิ้มให้แทเพื่อเอาชนะ  แทรีบมาแกะมือการินออกจากแขนภู  ทำทีแบบว่าหึง  ในโต๊ะจึงดูวุ่นวาย  ปอหันมาดูเหตุการณ์อย่างแปลกใจ

 
“ปล่อยเลย  การิน  อย่ามายุ่งเลย  ของๆใครให้รู้บ้างสิ”  แทแกล้งสลัดมือการินออกจากแขนภู  และรวบตัวภูไว้
“แหม พี่แทก็แบ่งกันดิพี่  เดี๋ยวการินเอาวันจันทร์ อังคาร พุธ  ส่วนวันที่เหลือการินให้พี่แทหมดเลย”
“โห!!  ฉันเป็นตัวอะไรวะเนี่ย”  ภูบ่นพลางหัวเราะเพราะคิดว่า  คือ  การหยอกล้อกันเล่นในวงเหล้า
“ตลกๆเลยการิน อย่าๆ  ภูเป็นของพี่ทุกวัน  ใช่มั้ยจ๊ะที่รัก”  แทหันไปยิ้มหยอกภูและทำทีจะหอมแก้ม  ภูผลักหน้าแทออกสุดแรง
“ไปไกลๆตีนกูเลย”  ภูพูดกับแทอย่างสนิทสนม  การินหันไปมองทางปอและเมสที่มองเหตุการณ์และกระซิบกระซาบกัน  การินเดาว่าเมสคงบอกกับปอว่าการินชอบภู
“พี่ปอคะ  นี่กิ๊กการินนะ”  การินสวมแขนควงภูให้ปอเห็นต่อหน้าต่อตา  ทุกคนในโต๊ะรอยยิ้มจางลงอย่างไม่น่าเชื่อว่าการินจะกล้าทำเช่นนั้น  และจับจ้องไปที่ปอ
“อือ!!”  ปอพยักหน้ารับรู้และหันไปมองบรรยากาศในร้านอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว  สุดท้ายคนที่หน้าแตกก็เป็นตัวการินเอง
“พี่ปอคะ  ร้านปิดไปส่งการินด้วยนะคะ”  การินทำเสียงเข้มจ้องปอเขม่ง
“ครับๆ”  ปอหันมายิ้มจางๆ
“เสียงโหดเชียว”  เมสแซวเล่น  การินรีบสะบัดหน้ากลับโต๊ะ
“ไปหาหมอมั้ย”  นิตาถามเพื่อนสาวด้วยสีหน้ากวนๆ
“ไปทำไม”  การินแสดงสีหน้าหงุดหงิดและงง
“ก็หน้าแตกซะ  คิดว่าปอจะสนก็ไม่สน  แกไม่น่าทำแบบนั้นเลยว่ะ  คนในโต๊ะจะหัวเราะเยาะแกได้”
“ป่าวหรอก  ฉันก็แค่กะจะให้พี่ปอเห็นว่าการที่ฉันไปคุยเล่นกับพี่ภูนั้นเป็นเรื่องล้อเล่นขำๆไม่มีอะไร  ฉันจะได้คุยกับพี่ภูได้อย่างไม่ต้องกลัวพี่ปอสงสัย”
“บางทีคุณพี่แว่นอาจไม่ได้สนใจอะไรก็ได้นะเว่ย!!”  นิตาพูดเสียงจริงจัง
“เออๆ  ช่างมันเหอะ”  การินพูดกลบเกลื่อนความเสียใจและรีบดื่มจนเมา
 

              ร้านเปิดไฟสว่างโล่งลูกค้าต่างทยอยกันกลับ  นิตากลับไปกับกอซึ่งมารับตรงเวลาที่ร้านปิด  ผู้จัดการปิมมองนิตาเดินลงไปกับกอด้วยสีหน้าริษยา  การินเหลือบไปเห็นปิมยืนมองนิตาหน้าประตูเธอจึงแกล้งพูดประชด

 
“นิตากลับดีๆนะ  แหมอิจฉาคนได้แฟนนิสัยดีจริงๆเลย”  การินหันไปยิ้มเยาะใส่ปิมก่อนจะสะบัดหน้าเดินกลับมาที่โต๊ะน้องๆปอ  ปิมได้เพียงมองการินด้วยสีหน้าไม่พอใจ
 

            เด็กร้านเก็บกวาดร้านอย่างตั้งใจจนเสร็จ  ในระหว่างนั้นการินคอยจับจ้องมองปอซึ่งเข้าไปรับโทรศัพท์ในห้องน้ำอยู่หลายรอบ

 
[……เหนื่อยบ้างมั้ยนะที่ต้องสรรหาคำโกหกมาบอกแก่สาวๆที่โทรมา  สำหรับคืนนี้ฉันขอจองตัวพี่ปอไว้ละกันเพราะฉันต้องทำงาน  ส่วนตัวฉันเองก็เหนื่อยนักที่ต้องปั้นหน้าปั้นตาว่าไม่รับรู้เรื่องใดๆของพี่ปอ  การแกล้งโง่นี่มันยากจริงๆ  เวลาอยู่ในร้านชอบทำเย็นชาใส่  แต่พอกลับไปบ้านแล้วเปลี่ยนเป็นอีกคน  เหนื่อยแทนจริงๆเลยคุณปอ……]
 

              ปอเรียกประชุมร้านหลังจากที่เด็กร้านเก็บร้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว  เด็กร้านนั่งเรียงรายฟังปออย่างตั้งใจ  โดยปอนั่งบนเวที

 
“เอาล่ะครับ  พี่ว่าหลายคนคงรู้มาบ้างแล้วว่าเราจะไปทริปกันที่นครนายกนะครับ  ครั้งนี้ที่ไปที่นี่เพราะพี่กับพวกน้องๆพี่เคยไปเที่ยวกันมาแล้วและดูเป็นส่วนตัวดี”
 

             ปอพร่ำพูดถึงรายละเอียดของที่พักให้เด็กร้านฟัง  เด็กร้านหลายคนต่างตื่นเต้นดีอกดีใจที่จะได้ไป

 
“เราจะเดินทางกันอีก  2  วันนะพี่ต้องการจำนวนคนที่จะไปแน่นอน  เพราะว่าพี่ต้องคิดเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด  พี่จะหักมาจากเงินของร้าน  พี่อยากให้พวกเราไปกันเยอะๆนะครับ  โดยเฉพาะเด็ก Hubris ครั้งที่แล้วเด็กHubris  ไปเที่ยวกับร้านกันน้อยมากอ่ะ  พี่อยากเห็นเด็กHubris  ไปกันเยอะๆนะครับ  ไอคนที่ไม่สนิทจะได้สนิทกันมากขึ้น  ทริปของSwayไม่ได้สะดวกสบายเหมือนทริปHubrisนะครับ  ทริป Hubris  อาจจะมีไปตกหมึกเช่าเรือหรูๆ  แต่ของSwayเราไปกันแบบคนจนครับ  ทำกับข้าวกินกันเอง  แต่เรื่องเหล้าเราเต็มที่  แสงโสมไม่มีในทริปนี้แน่นอน  เพราะพี่ไม่กินแสงโสม เราคงจะกิน Ben more  กันนะครับ  ก็ลงชื่อกันนะ”
 
[……แย่แล้วสิ  ทำไงดีล่ะ  วันที่ร้านไปทริปฉันต้องกลับบ้าน  บอกแม่ไว้เรียบร้อยแล้ว  อดไปเลยสิเรา  จะเลื่อนแม่ดีมั้ยนะ  แม่ต้องไม่ยอมแน่ๆ  นานๆทีฉันจะกลับบ้าน  แล้วฉันก็ไม่กลับสักที  พอจะกลับต้องมีเหตุให้กลับไม่ได้  โอ๊ย!  เครียด ….]
 
“ใครมีคำถามอะไรจะถามมั้ย”  ปอมองหน้าเด็กร้านซึ่งนั่งฟังอย่างตั้งใจ
“มีๆพี่ปอ  แนมมี  แนมอยากรู้ว่าทริปนี้พี่ปอจะพาใครไปพี่”  สิ้นคำถามจากแนม  หลายคนเหลือบสายตามามองการินซึ่งนั่งหน้าชา  การินก้มหน้าไม่อยากสบตาใคร
“อ่ะให้ทายดีกว่าว่าพี่จะพาใครไป  ใครทายถูกนะเว่ย!!พี่ให้เลยเหล้าขวดนึงไปกินให้เมากันไปเลย”  ปอยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ไอแบงชัวร์”  ยุออกความเห็นเป็นคนแรก
“ครั้งที่แล้วแอร์  ครั้งนี้จะแอร์อีกป่าวนะพี่”  แคชเชียร์แบนออกความเห็น
“เตมก็ว่าพี่แบง”  เตมชูไม้ชูมือออกความเห็น
 
[……ฉันโคตรเป็นหัวหลักหัวตอเลย  ทำไมไม่มีใครโหวตว่าเป็นฉันบ้างนะ  อ้อ!!  ลืมไปว่าฉันมันเป็นแค่เด็กร้าน  ไม่ใช่เด็กพี่ปออย่างที่เด็กร้านคนอื่นเข้าใจกัน  ฉันออกความเห็นบ้างได้มั้ยนะ  ฉันคิดว่าพี่แบงเหมือนกัน  ทำไมฉันถึงรู้สึกตัวชาไปทั้งตัว  รู้สึกตัวเองไม่มีตัวตนไงไม่รู้  ฉันอยากตะโกนบอกทุกคนว่าเกรงใจกันบ้าง  ฉันก็มีความรู้สึกนะ  ไม่มีทางหรอกฉันนี่แหละจะไปเอง  เด็กพี่ปอที่ไปก็เจอกับฉันหน่อยแล้วกันให้มันรู้กันไป..…]
 
“พี่ว่า ไปตั้งกล่องโหวตกันเลยดีกว่าไป  หน้าร้านโน่นไป  แล้วใครทายถูกพี่จับฉลากแจกเหล้าเลย  ฮ่าๆๆๆๆ”  ปอหัวเราะร่าอย่างมีความสุข  การินรีบสะบัดหน้าลุกออกจากวงประชุม  ท่ามกลางสายตาแต่ละคน  ปอยิ้มจางลง
“ไม่มีหรอกครับ  พี่ไม่ได้พาใครไปทั้งนั้น  ครั้งนี้พี่อยากไปสนุกๆกับน้องๆเป็นครั้งสุดท้าย  ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พี่จะเป็นแกนนำไปทริป  พี่แก่แล้วพี่ไม่มีแรงจะไปเย้วๆกับพวกแกเหมือนก่อน  เหล้าก็กินได้น้อยลง  ทริปหน้าอาจจะเป็นชายที่นำทีมไป  ดังนั้นครั้งนี้ขอให้ไปกันเยอะๆนะครับ”  ปอเปลี่ยนมาพูดจริงจังอีกครั้ง
 

             การินยืนกำหมัดแน่นอยู่ในห้องน้ำด้วยความโมโหที่เธอดูไม่มีค่าเลย  เสียงของปอแว่วเข้ามาในห้องน้ำ  สาวน้อยรู้สึกใจหายวาบเมื่อได้ยินว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่ปอจะไป

 
[……ครั้งสุดท้ายงั้นเหรอ  งั้นฉันก็ต้องไปเอาประสบการณ์ทริปร้าน Swayสักหน่อย  คงต้องลงทุนเลื่อนวันกลับกับแม่เพื่องานนี้จริงๆ  ทริปนี้ต้องไม่สนุกแน่ๆถ้าไม่มีฉันไปป่วนด้วย….]
 
“ส่วนเรื่องการเดินทางเราเอารถกันไปเองนะ  อาจจะทุลักทุเลไปหน่อยแต่ก็สนุกดี  นั่งอัดกันไปเป็นปลากระป๋อง  ไปนครนายกก็ประมาณ 2-3  ชั่วโมง  แป๊บเดียวเอง  ก็มีรถพี่  รถไอชาย  รถไออัน  แล้วมีรถกระบะพี่นิงอีกคัน  พออยู่แล้ว ลงชื่อกันเดี๋ยวพรุ่งนี้ประชุมกันอีกทีนะ ”
 

            การินออกมาจากห้องน้ำและเห็นปอเดินไปเคลียร์เรื่องยอดเงินที่บาร์กับแคชเชียร์ดา  การินจึงเดินลงจากร้านล่วงหน้าไปก่อนเพราะเธอไม่อยากเห็นสีหน้าเด็กร้านที่ยิ้มเยาะเธอ  ไม่นานนักเด็กร้านก็ทยอยกันลงมาจากร้าน

 
“การิน  ไม่กลับอีกเหรอ  รอใคร”  อายยิ้มทักทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าการินรอใคร
“อ้อ  รอพี่ปออ่ะ”  การินตอบอย่างฉะฉาน  อายเตมและโสมเดินซุบซิบจากไป
 
[……ฉันดูเหมือนผู้หญิงน่าไม่อายตามตื้อผู้ชายมากเลยสินะ  ขอโทษเหอะหากฉันทำสำเร็จฉันก็จะไปจากสถานะตรงนี้ไม่ให้ใครมาดูถูกดูแคลนอีกแล้วจะจากไปทันทศศ??ษ....]
 

              การินยืนคอยปอด้านล่างด้วยความเก็บกด  ไม่นานปอก็เดินลงมากับเด็กร้านที่เหลือและน้องๆ  ปอเห็นการินยืนรอก็รับรู้ว่าการินจะกลับด้วย

 
“พวกแกกลับไงกันเฮ้ย!!”  ปอร้องถาม อ๊อดและภู
“แท็กซี่แหละพี่”  ภูตอบเสียงเรียบ  อ๊อดมองมาที่ปอด้วยสายตาเว้าวร
“กลับด้วยดิพี่”  อ๊อดถามปอและชายตามองมาที่การินด้วยความเกรงใจ  ปอเหลือบมองการินและตอบออกไป
“ไปดิพี่ไปส่ง”  ปอพูดจบก็ขึ้นรถไปโดยไม่พูดกับการินสักคำ  อ๊อดเดินมาทำท่าจะเปิดประตูรถด้านหน้า  แต่เห็นการินยืนอยู่ก็ทำอะไรไม่ถูก  อ๊อดไม่รู้ว่าการินเป็นเด็กในสังกัดของปอ  เพราะอ๊อดไม่ค่อยได้มาที่ร้านบ่อยเช่นภูและเมส
“แกมานั่งนี่”  ภูกวักมือเรียกอ๊อด  อ๊อดเกาหัวด้วยความงงละเปิดประตูหลังขึ้นรถปอไปพร้อมภู  การินจึงเปิดประตูหน้าขึ้นรถปอไป
 
[……ท่าทางพี่อ๊อดจะไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร  ก็คงคิดว่าเป็นหญิงชั่วคราวของพี่ปอแน่ๆเลย  ฉันรู้สึกแย่ทุกครั้งที่ถูกมองแบบนี้  ฉันไม่ได้อยากมาเป็นแบบนี้นักหรอก….]
 
“ไอภูบ้านแก นี่อยู่ลึกเข้าไปในหมู่บ้านมากป่าววะ”  ปอถามขึ้นในขณะที่รถแล่นไปหมู่บ้านของภู        
“ลึกอ่ะพี่  ประมาณ 2 กิโลอ่ะ”
“งั้นพี่ส่งหน้าหมู่บ้านแล้วแกเดินเข้าไปแล้วกัน”
“โห!! พี่มันลึกมากเลยนะ  มืดก็มืด  เปลี่ยวก็เปลี่ยว”  อ๊อดออกความเห็น
“ฮ่าๆๆๆๆๆ  พี่ล้อเล่น  พี่เคยไปส่งมันแค่หน้าหมู่บ้านไง  บอกทางพี่แล้วกันว่าจะไปทางไหน”
“พี่เรื่องไปทริปพวกผมต้องจ่ายเงินเท่าไหร่นะพี่”  อ๊อดถามขึ้น
“ก็คนนอกชาย  800  หญิง  400  ไง”
“ผมเป็นกระเทยได้ปะพี่  ฮ่าๆๆๆ”  อ๊อดพูดติดตลก  ทำเอาการินแอบอมยิ้ม
“เอาดิ  กระเทย 1000  นึง”  ปอตอบกลับแกล้งอ๊อด  อ๊อดถึงกับเงียบ  ภูระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“พวกเด็กHubris  จะไปกันเยอะมั้ยวะ  ครั้งก่อนก็มีแต่พวกอ่อนๆไป  ไอปิมงี้  ไอบอลงี้  ไม่ค่อยร่วมมือเลยว่ะ  เด็กHubris”
 
[……ฉันไม่ชอบเลยที่พี่ปอมักพูดดูถูกเด็กHubris อยู่เสมอ  ทั้งที่ร้านHubris  ตอนนี้ก็เป็นของเขาอย่างเต็มตัว  เด็กร้านHubrisเก่าๆก็เหลือกันไม่กี่คน  ทำไมต้องอคติด้วยนะไม่เข้าใจ…..]
 

             รถปอแล่นมาจอดหน้าหมู่บ้านของภู  ยามหน้าหมู่บ้านขอตรวจบัตรปอ  ปอลื้อค้นบัตรและโยนกระเป๋าบัตรให้การินถือไว้

 
“จะตรวจอะไรมากมายวะเนี่ย”  ปอแอบบ่นอุบและยื่นบัตรให้ยาม  “เรื่องมากจริงเลยว่ะหมู่บ้านแกเนี่ย ภู” 
“งี้แหละพี่ธรรมดาฮ่าๆๆๆๆ”  ภูหัวเราะตามมา
“ทะเบียน  ช้าง  อ่าง  39.....”   ยามพูดทะเบียนรถของปอทำเอาการินแอบขำออกมา
ในที่สุดรถปอก็ได้หลุดเข้าไปในหมู่บ้านของภูได้สักที  บ้านภูอยู่ซอยลึกเข้าไปด้านในไกลมาก  ระหว่างทางเปลี่ยวและมืดน่ากลัว  หากต้องเดินเข้ามาคงอันตราย
 

             Camry  สีขาวมาจอดหน้าบ้านภู  ภูไหว้ขอบคุณปอก่อนจะลงจากรถไป  การินรีบกวาดสายตามองบ้านภูด้วยความสนอกสนใจ  เธอเห็นมีตู้ปลาตั้งอยู่ริมโรงรถ

 
[……มีตู้ปลาด้วย  น่ารักดี  บ้านน่าอยู่เชียว  อยู่กันกี่คนนะ  อนาคตฉันจะมีโอกาสได้เข้าไปในบ้านหลังนี้รึป่าว….]
 

             การินแอบคิดอมยิ้มอยู่คนเดียว  มองกระจกข้างจนบ้านภูลับตาไป หนุ่มใหญ่เหลือบมองอาการของการินแต่ก็ยังวางเฉย  ปอขับรถออกจากหมู่บ้านก็ต้องมารับบัตรคืนหน้าป้อมยาม  ยามทำหน้าที่ได้ดีทีเดียวดูเข้มงวดดีมาก

 
“แกหิวป่าววะไออ๊อด  พี่หิวว่ะ”
“นิดนึงพี่  ไปกินไรดี  พี่เลี้ยงป่าว”
“เออ  กินแม็คกันดีมั้ย”
“ไม่เป็นไรพี่  เพิ่งกินกันมาเมื่อเย็นเอง”  อ๊อดพูดด้วยความเกรงใจปอ
“งั้นไปกินข้าวแกงเจ้าประจำดีกว่า  อิ่มและถูกด้วย  พี่ว่าโคตรอร่อยเลย  พี่เคยพาแกไปกินป่าววะ”
“ตรงใต้สะพานปะพี่”
“เออ  เคยไปใช่ปะ  เออไปกินกัน”
 

               ปอมาจอดรถที่เดิมบริเวณหน้าตลาดเช้าหัวตะโก  บรรยากาศเดิมๆที่การินเคยมากับปอ  ทำให้เธอนึกถึงช่วงเวลาดีๆที่เคยมากินข้าวด้วยกัน  และเธอก็ไม่รู้ว่าครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะมาที่นี่กับปอหรือไม่  ปอรีบเร่งสั่งข้าวและไปนั่งกินที่ม้านั่งตัวเดิม  อ๊อดและการินเดินตามหลังมาเพราะไปซื้อน้ำมาจากร้านสะดวกซื้อ

 
“เคยมากินปะเนี่ยเราอ่ะ”  อ๊อดถามการิน  การินยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่ตอบอะไร
“เอาอันนี้อ่ะค่ะ  ไม่ต้องเยอะนะคะ”  ลุงขายข้าวตักให้การินพอประมาณ
“น้อยจังจะอิ่มเหรอ”  อ๊อดมองข้าวในจานการินซึ่งน้อยมาก
“อิ่มค่ะ  ถ้าเยอะเดี๋ยวกินไม่หมดพี่ปอจะว่าเอาอีก”  การินยิ้มและยืนรออ๊อด
“อ้อ!!  แสดงว่าเคยมาแล้ว”  อ๊อดต้องการจะวัดอะไรบางอย่างว่าการินเป็นเด็กปอมานานแค่ไหนด้วยการถามว่าการินเคยมากินข้าวที่นี่กับปอหรือไม่
การินและอ๊อดเดินไปกินข้าวที่ม้านั่งข้างๆปอ  การทานข้าวมื้อนี้มีอ๊อดมาสร้างสีสันไม่ให้สถานการณ์อึมครึมเหมือนที่แล้วมาเวลาที่การินมากินกับปอเพียงลำพัง
 
“นึกถึงอดีตเนอะพี่ที่เรามากินกัน”  อ๊อดพูดขึ้น  ปอก็ยิ้มเห็นดีเห็นงามด้วย
 
[……ท่าทางพี่ปอและน้องๆกลุ่มนี้จะผูกพันกันมาก  พี่ปอเป็นพี่ที่ดีของน้องๆเสมอ  แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาไม่เป็นคนรักที่ดีบ้าง  หากเขาเป็นคนรักที่ดี  เขาก็ดูไม่มีพิษมีภัยต่อสังคมเลย  บางทีฉันเคยคิดว่าเขาซื้อใจน้องๆไว้เป็นสมุนไว้ช่วยเหลือเวลาที่มีปัญหา  และไว้ช่วยงานแต่ฉันอาจคิดผิด….]
…………………………………………………………………………………………. 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 237 ท่าน