Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
ให้ร้าย...ป้ายสี..!!
28
16/11/2554 12:13:39
272
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 28....ให้ร้าย....ป้ายสี....
......................................................................................
......................................................................................
 
“ใช่!  โฮก็เคยเป็นเด็กพี่ปอ  โฮเคยเป็นแบบการิน  เรารู้ว่าการินรู้สึกไง  สู้ๆนะเดี๋ยวก็จะทำใจได้เองแหละจ่ะ”  โฮตอบเสียงเรียบเฉยแต่แววตาเครือไปด้วยน้ำตา
“จริงเหรอ”  การินเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง  การินทรุดตัวลงข้างๆโฮแบบว่าไม่มีแรงจะค้ำร่างตัวเองให้ทรงตัวต่อไปได้อีกแล้ว  การินเอามือลูบหน้าตัวเองอย่างเหนื่อยใจ

              โฮเขี่ยบุหรี่และทิ้งลงพื้นก่อนจะใช้เท้าบดขยี้บุหรี่จนไฟดับมอดและแบนไปกับฝ่าเท้า แสงไฟสลัวๆหน้าร้านHubrisและคนที่ออกมายืนสูบบุหรี่ไม่กี่คน  ทำให้โฮกล้าพอที่จะเล่าถึงเรื่องราวของตัวเอง

 
“จริง!!  ไม่ต้องตกใจหรอก  โฮคบกับพี่ปอนานแล้วก่อนพี่แบงเข้ามาอีก  พอโฮเลิกกับเขาโฮก็ยังรักเขามากคอยเป็นห่วงเขาห่างๆคอยโทรถามข่าวคราวบ้าง  ตอนนี้โฮกับพี่ปอก็เป็นพี่น้องกันธรรมดา  แต่พี่ปอรู้ว่าโฮยังรักเขา  พี่ปอก็ยังโทรมาระบายให้โฮฟังอยู่เลยว่าเขาเครียดเรื่องที่การินไปทำให้เด็กๆเขามารู้จักกันน่ะ  ฮึๆๆ  แต่โฮก็เข้าใจความรู้สึกของการินนะ”
“ไม่อยากเชื่อเลยอ่ะ  นอกจากพี่กอย  พี่แบงที่รับรู้เรื่องพี่ปอและทนอยู่  ก็ยังมีโฮอีกคนเหรอเนี่ย การินทึ่งโฮมากเลยนะเนี่ย”
“ก็โฮรัก  เมื่อเรารักใคร  แค่ได้เห็นรอยยิ้มเขาก็ดีใจแล้วแหละ  อาจจะเสียใจบ้างแต่มันก็ดีกว่ามานั่งร้องไห้  เพราะโฮคิดแบบนี้  ทุกวันนี้โฮก็เลยอยู่ได้”
“โฮเป็นคนดีมากเลยอ่ะ  การินนับถือมากเลยนะ  การินเคยคิดแบบโฮนะ  เคยศรัทธาในความรักที่สวยงาม  แต่ตอนนี้  มันไม่สวยงามอีกแล้ว  และการินก็คงเป็นคนดีอย่างโฮไม่ได้  แล้วอีกอย่างก็คือ  การินไม่ได้รักพี่ปอเหมือนที่โฮรักหรอก”  การินพูดด้วยสีหน้าจริงจัง  โฮจึงขมวดคิ้วมองหน้าการินอย่างพินิจ
 
“การินไม่ได้รักพี่ปอแล้ว การินคบกับพี่ปอทำไมอ่ะ”  โฮถามเสียงอ่อนอย่างไม่เข้าใจ
“ก็......ก็แค่อยากเรียนรู้ชีวิตผู้ชายคนนึงที่มีผู้หญิงรักมากมาย อยากรู้ว่าทำไมเขาถึงมีสาวได้มากมายขนาดนี้ ก็เท่านั้นแหละ  แค่ขำๆอ่ะ”  การินยิ้มมุมปาก  เธอหวังว่าโฮจะนำเรื่องนี้ไปบอกกับปอ
“งงจัง พี่ปอรู้รึป่าว”
“ไม่รู้สิ  จะรู้หรือไม่รู้การินก็ไม่สนใจหรอก  เพราะตอนนี้มันจบแล้ว  การินเลิกกับพี่ปอแล้ว  ขอบคุณมากนะโฮที่มาบอกเรื่องราวประหลาดใจให้การินรู้  ไม่ต้องห่วงนะการินไม่เสียใจหรอก”
 

              การินโบกมือลาโฮซึ่งนั่งมองการินเดินลงบันไดจากไปด้วยความไม่เข้าใจในการกระทำและคำพูดของการินที่ดูขัดกันเหลือเกิน

 
[…โฮช่างเป็นคนดี  ตรงกับเสป็คที่พี่ปอวางไว้  ไม่วุ่นวายกับชีวิตพี่ปอมากนัก  ไม่วุ่นวายกับใคร  อยู่ในส่วนของตัวเอง  ยอมพี่ปอ รักและหวังดีกับพี่ปอ และรู้เรื่องราวของพี่ปอ  ทำไมเขาไม่เลือกโฮล่ะ นี่แสดงได้ชัดว่าเสป็คที่เขาวางไว้ก็เป็นแค่ข้ออ้างให้เค้าได้หาผู้หญิงที่ดีไม่มีที่สิ้นสุด  เพราะผู้หญิงที่จะยอมพี่ปอได้ทุกอย่างคงไม่มีในโลก ฟังเรื่องราวของโฮแล้วก็สงสารโฮจับใจ  สะท้อนภาพตัวเองมากๆ และทำให้ฉันคิดว่าคงจะมีผู้หญิงอีกไม่น้อยที่ตกในสภาพอย่างฉัน  คนที่ตกเป็นเหยื่อความรักของผู้ชายคนนี้คงจะวนเวียนอยู่รอบๆตัวฉัน  หากสืบจริงจังคงมีอีกมากเลยทีเดียว  มันยิ่งทำให้ฉันเกลียดพี่ปอมากกว่าเดิมจริงๆ  เห็นผู้หญิงเป็นอะไรกัน  แค่ที่ระบายอารมณ์เหรอ  หรือเขาขาดความอบอุ่นถึงได้ทำแบบนี้  จากที่ฉันรู้มาผู้ชายที่เจ้าชู้มากๆหลายคนจะไม่มีพ่อ  อยู่กับแม่มาตลอด  พี่ปอก็เช่นกันที่คุณพ่อเสียไปแต่เด็ก  บางทีอาจจะต้องทำวิจัยกันเลยมั้ยว่าการไม่มีพ่อนั้นจะเป็นสาเหตุทางจิตใจส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายไม่เคยพอรึป่าว…….]
 

               การินนั่งคิดฟุ้งซ่านมาตลอดทางบนแท็กซี่จนถึงหอพักของเธอ  ในค่ำคืนวันเกิดปอจบสิ้นลงโดยที่เธอและปอก็จบลงเช่นกัน  ครบ  1  เดือนตามกำหนดที่ตกลงกันไว้กับปอ  การินทำใจยอมรับกับการจบของทุกอย่าง

 
.........................................................................................................................................

               บรรยากาศยามเย็นภายในห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่กว้างนัก  หญิงสาวกลิ้งตัวไปมาบนที่นอนกอดไดอารี่เล่มหนาไว้มั่น  ก่อนจะบรรจงเปิดมันออกอย่างทะนุถนอม  แผ่นแรกถูกเปิดเผยออกเป็นรูปภาพของชายหนุ่มคิ้วเข้มที่อยู่ในใจของหญิงสาวเสมอมา  หน้าถัดๆไปมีบันทึกลายมือขยุกขยิกของผู้หญิงที่ภายนอกค่อนข้างจะดูเปรี้ยวเฉี่ยวมาดมั่น  แต่เนื้อหาในบันทึกกลับช่างอ่อนไหวดังสายลม

 
ไดอารี่ถูกคลี่ออกจนถึงหน้าสุดท้าย
 
........อย่าลืมว่าเธอยังมีน้องสาวอีกคนที่จะคอยเป็นกำลังใจให้เธออยู่ห่างๆ.......สู้ต่อไปนะพี่ชาย......
 

             ข้อความสุดท้ายในบันทึกทำเอาหญิงสาวน้ำตาปริ่ม  รอยยิ้มจางๆเผยออกก่อนเธอจะปิดมันลงอย่างช้าๆ

 
[……พี่โจจะเป็นไงบ้างนะ  ฉันไม่ได้เจอกับเขาเลยตั้งแต่วันนั้น  น่าขำที่ฉันต้องกลับมาสู่ความคิดถึงคนที่ขาดหายไปจากความทรงจำชั่วคราว  ไม่ว่าเวลาจะเดินผ่านไปนานแค่ไหน  แต่ความรู้สึกที่ดีที่มีต่อพี่โจยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง  แต่ทำไมความรู้สึกของฉันกับพี่ปอถึงได้  ไม่คงที่  ไม่หยุดนิ่ง  และช่างสับสนวุ่นวายจนฉันก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันกำลังเสียใจอยู่รึป่าว  ที่ทุกอย่างมันจบลงอย่างเรียบร้อย.....]
 
[…ระยะเวลา  1  เดือน   ตั้งแต่วันแรกที่พี่ปอก้าวเดินเข้ามาในชีวิตฉัน  และฉันก็เดินเข้าไปในชีวิตเขา  จากแค่ความอยากรู้อยากเห็นของฉัน  การนึกสนุก  ความอยากลอง  ทำให้ฉันต้องตกเป็นหมากในเกมของตัวเอง  เรื่องราววุ่นวายเริ่มต้นขึ้น  และมันก็ดำเนินมาเรื่อยๆ  จนฉันจากที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องมารู้สึกแปลกกับพี่ปอ  ก็ต้องมานั่งสับสนและทะเลาะกับตัวเองว่า  ฉันเกลียดหรือรักเขากันแน่..]
 
[…แต่ไม่ว่าความรู้สึกที่แท้จริงของฉันจะเป็นอย่างไร  ในวันนี้ทุกอย่างมันจบลงแล้ว  พร้อมกับการรอคอยดูผลที่จะตามมา  บางทีหัวใจฉันก็ประท้วงว่าอย่าทำเรื่องนี้เลย  แต่สมองบอกว่าฉันทำถูกแล้ว  คนเลวๆควรจะได้รับผลของการกระทำ  ฉันเป็นเพียงตัวแปรที่เร่งให้ผลเกิดเร็วขึ้น    และไม่ว่าหัวใจจะค้านแค่ไหน  ฉันก็จะเชื่อสมอง  เพราะในความรู้สึกลึกๆของฉัน  ฉันก็แค้นที่เขาเห็นฉันเป็นเพียงทางผ่าน   ตัวคั่นเวลา   คนชั่วคราว  มีค่าเวลาเขาเหงา   ไร้ค่าไร้ความหมาย   และทำไมฉันต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำย่ำยี  ทำไมต้องยอมอ่อนข้อให้กับคนแบบนั้น   หากใครมองว่าสิ่งที่ฉันทำมันแรงเกินไป  ฉันอยากจะบอกกับหลายๆคนเหล่านั้นว่า  ลองมาตกอยู่ในสถานการณ์อย่างฉัน   พวกคุณจะได้รับรู้ความเจ็บปวดที่หาซื้อไม่ได้   คำถามต่อไป  คือ  คุณกล้าพอที่จะฝืนใจตัวเองและเอาคืนอย่างฉันบ้างรึป่าว….]
 
แกร็กกกกก!!!   แอดดดดดดดดดดดด..................
 
“โอ๊ย!!   เหนื่อยมากๆ”
 
            สาวผมสั้นสุดเฉี่ยวเดินแบกของพารุงพารังเข้ามาในห้องด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนเปลี้ย   เธอวางข้าวของอันมากมายในมือลงกองไว้บนพื้นอย่างหมดแรงและทรุดตัวลงบนเก้าอี้ตัวเก่ง
 
“โห!!  นิตานี่แกไปเหมาเจเจมาเลยรึไงเนี่ย”   การินลุกขึ้นนั่งมองถุงของเกือบสิบใบที่กองอยู่บนพื้น
“แหม!!  แกก็เวอร์ไปนั่น  ฉันก็ซื้อของที่ฉันต้องใช้มานั่นแหละ  ซื้อขนมมาฝากแกด้วย”   นิตาใช้กระดาษซับหน้าจนเหงื่อเหือดแห้งไปจากใบหน้าที่หมองคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด
“ดีนะที่ฉันไม่ไปด้วย   ถ้าฉันไป  ฉันคงเป็นลมตายกลางสวนกันพอดี”
“ฉันก็รู้ไงว่าแกอ่อนแอเดินมากไม่ได้  ก็เลยไม่ได้ชวน  วันนี้คนเยอะมากๆเลยว่ะ  สงสัยจะเป็นต้นเดือน   ฉันก็ซื้อของให้พ่อกับแม่ด้วย”
“เออนั่นสินะ  แกจะกลับบ้านเมื่อไหร่อ่ะนิตา”
“อีก  3  วันก็กลับแล้ว  ฉันกลับไปอาทิตย์นึงแล้วกลับมาเรียนซัมเมอร์อีก  ลงไว้ตัวนึง  แล้วแกกลับวันไหน”   นิตาเดินมาหยิบของในถุงออกและวางในตำแหน่งที่เหมาะสม
“ยังไม่แน่ใจเลย  อาทิตย์หน้ามั้ง  เออแล้วเรื่องนั้นล่ะนิตา  เรื่องพี่ปอแล้วก็ข้อมูลที่ฉันได้มา”   การินเปลี่ยนสีหน้าจริงจัง   นิตาละสายตาจากข้าวของตรงหน้าเงยมองหน้าการิน
“ได้ข้อมูลเยอะแล้วเหรอวะ”
“ก็.......ไม่รู้สิ   ฉันก็ว่าน่าจะพอมั้ง   ฉันไม่รู้ว่าพี่เค้าต้องการเยอะแค่ไหน   แล้วก็ส่วนใดเรื่องใดบ้าง   แต่ถ้าไม่พอก็คงไม่มีโอกาสได้หาเพิ่มแล้วแหละ”
“ทำไมอ่ะ”   นิตาหน้านิ่วคิ้วขมวด
“ก็ที่ผ่านมาฉันยื้อพี่ปอไว้ทำสัญญาคุยกัน   1   เดือน   ตอนนี้มันครบแล้ว   ฉันก็จบกับเขาแล้ว  และฉันคงไม่กลับไปคุยอีก   ตัดขาดเป็นคนไม่รู้จักกันไปเลย”
“จริงเหรอ”   นิตาทำน้ำเสียงแบบไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่   “ดีแล้วเหอะ   ฉันโคตรกลัวเลยว่าแกจะไปรักมันหัวปักหัวปำอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แผนพังกันไปหมด   แล้วข้อมูลอยู่ไหนล่ะ”
“อยู่ในแผ่นซีดีบนโต๊ะเครื่องแป้งนั่นน่ะ   แกก็รีบเอาไปให้พี่เค้าแล้วกัน   ฉันอยากเห็นผลเร็วๆ”   สายตาการินมุ่งมั่น
“แกอย่าหวังมากนะเว้ยกับเรื่องนี้เพราะฉันเองยังไม่ค่อยชัวร์เหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร   ฉันจะรีบเอาไปให้พี่เค้าก่อนกลับบ้าน”   นิตาเดินไปหยิบแผ่นซีดีบนโต๊ะเก็บใส่กระเป๋า
“และครั้งนี้แหละ  จะเป็นการพิสูจน์สุภาษิตไทยที่ว่า   ‘ หัวเราะทีหลังดังกว่า’“  การินอมยิ้มมมุมปากอย่างมีเลห์นัย
“เอ้อ!!  วันนี้ฉันเจอใครรู้ปะ”   นิตาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ใครอ่ะ”   การินถามเสียงเรียบเฉยแฝงความอยากรู้ลึกๆ
“พี่อัน!!”   นิตายิ้มแฝงลับลมคมใน   “แต่ที่ทำให้ฉันแปลกใจก็คือ  คนที่มากับพี่อัน”
“ทำไมอ่ะ    ใครเหรอ”  
“น้องแอร์  เด็กพี่ปอที่แกเคยเล่าให้ฉันฟังน่ะ  มาเดินสวนกับพี่อัน   ฉันก็งงไปสิ   น้องแอร์ยังคุยกับพี่ปออยู่ป่าวอ่า”
“คุยมั้ง   ไม่รู้สิ    ฉันไม่อยากไปก้าวก่ายถึงน้องแอร์   ปล่อยให้น้องเค้าไม่รู้อะไรไปแบบนี้แหละดีแล้ว   แต่ว่าก็แปลกนะที่ไปกับพี่อัน   อาจจะสนิทกันนอกรอบมั้ง    แต่ฉันว่าพี่อันก็คงกะเขมือบอยู่แหละ”  การินโน้มตัวลงนอนบนเตียงอันแสนนุ่ม
 “แล้ววันนี้แกจะทำอะไร  การิน  มีงานปะ”
“ฉันเหรอ  ก็.......คงไปร้านแหละไม่มีไรทำ”
“ฉันก็อยากไปนะ  แต่นัดพี่กอดูหนังแผ่นที่พี่ปอเช่ามาซะแล้ว  ไว้วันหลังฉันไปด้วยละกัน”  นิตายิ้มสีหน้าลำบากใจ
“เออ.....ฉันก็กะไปนั่งเล่นๆ  แล้วก็กลับ  เบื่อๆเหมือนกัน”  การินเอาผ้าห่มปิดหน้าและหลับตาลงอย่างเหนื่อยใจ
“  การิน!!  แก Okนะเว้ย!!”   นิตายืนมองการินด้วยความเป็นห่วงเพราะอาการที่การินเป็นนั้นเหมือนคนกำลังเสียใจกับอะไรบางอย่าง
“อืม!”   การินตอบเบาๆและนอนนิ่งไป........
 
.........................................................................................................................................
 

              บรรยากาศร้านHubris  ในเวลา  3  ทุ่ม  ยังไม่มีลูกค้าคนใดโผล่เข้ามา  มีเพียงเด็กร้านที่เพิ่งจัดแจงร้านเสร็จเรียบร้อย

 
“โห!!  พี่การินมาร้านเร็วจัง  มาเที่ยวเหรอ”   เดียว  เด็กร้านที่เป็นทอมหน้าตาน่ารักทักทายทันทีที่การินย่างกรายเข้ามาในร้าน  แต่คงไม่แปลกมากนักเพราะเธอก็เป็นเด็กร้าน   หากเป็นลูกค้าคนอื่นเข้ามาในเวลานี้อาจจะต้องแปลกใจสักเล็กน้อย
“เบื่อๆอ่ะ  มานั่งเล่น”   การินยิ้มจางๆและกลอกสายตาไปชั้นวางใกล้บาร์  ของขวัญวันเกิดของปอยังวางแน่นิ่งอยู่ที่เดิมทุกชิ้น  การินเดินเข้าไปหยิบกล่องรวมรักมาดูพลิกไปมาดูข้อความที่บรรดาเด็กร้านเขียนให้ปอ 
 
[……ท่าทาง  เมื่อคืนพี่ปอคงจะเมามาก  ถึงได้ไม่เอาของขวัญกลับไปเลยสักกล่อง  แต่ที่อยากรู้ก็คือ  กลับไปกับใคร  ถ้าให้ฉันเดาก็อาจจะเป็นพี่แบง   แต่ก็ช่างเถอะเพราะฉันหมดหน้าที่ตรงนี้แล้ว…..]
 

                การินถอนหายใจและวางกล่องไว้ที่เดิม  ก่อนจะเดินมานั่งข้างๆฝันสาวดี้ตัวเล็กในบริเวณโซฟาของร้าน

 
“เมื่อคืนแกกลับไปตอนไหนอ่ะการิน”  ฝันทักขึ้น  ในมือถือขนมห่อใหญ่พลางยื่นให้หญิงสาว
“ไม่รู้สิ  ก็กลับเร็วอ่ะ  เมาด้วย ง่วงด้วย  แล้วพี่ปอเมาปะ”   การินปฏิเสธขนมจากฝัน
“เมาแหละมั้ง  ฉันกลับก่อนเหมือนกัน  เมื่อวานคนอย่างเยอะ  ร้านโคตรสกปรกเลย  ดีนะที่วันนี้ฉันไม่มีเวร”
“แกกินเบียร์เป็นเพื่อนฉันแล้วกัน”   การินยิ้มกว้าง
“อืม  เดี๋ยวพี่ดอนก็มา  แกก็มานั่งกับฉันก็ได้”ฝันยิ้มและกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย
 

                เวลาล่วงเลยไปลูกค้าเริ่มแน่นร้าน  การิน  ฝัน  และ ดอน นั่งกินเบียร์กันที่โต๊ะหน้าบาร์ซึ่งเคยเป็นโต๊ะประจำของปอและน้องๆ  แต่ในวันนี้ถูกเด็กHubris  รุ่นเก่าช่วงชิงไปก่อน

 
“พี่ดอน  ช่วงนี้ทำอะไรอยู่เหรอคะพี่”   การินถามดอน เจ้านายเก่าที่หายหน้าหายตาดอนเคยมาดูแลร้านแทน แดนหุ้นส่วนที่หุ้นร่วมกับธนู  แดนไม่ค่อยว่างจึงส่งดอนมาดูแลแทน
“พี่ทำธุรกิจส่วนตัวอยู่  เราล่ะเรียนเป็นไงบ้าง  งานยังเยอะเหมือนเดิมมั้ย”
“ค่ะ  เหมือนเดิม”  การินยิ้มพลางยกแก้วดื่มเบียร์อึกใหญ่
“แต่พี่ว่าเราไม่เหมือนเดิมนะ”  ดอนมีสีหน้าจริงจัง   การินทำสีหน้าแปลกใจก่อนจะยิ้มจางๆ
“ทำไมเหรอพี่ดอน  การินไม่เหมือนเดิมไง”
“ก็แต่ก่อนเราจะออกแนวๆ  เป็นเด็กแนวเซอร์ๆหน่อยไม่ใช่เหรอ  แต่ตอนนี้พี่ว่าเราแปลกๆไปนะ  แต่งตัวก็เปิดๆมากขึ้นก็ไม่รู้สิ  พี่คิดไปเองมั้ง  แล้วเราคิดว่าตัวเราเองเปลี่ยนไปรึป่าวล่ะ”
“เรื่องแต่งตัวน่ะเหรอ  ก็ไม่นะ  การินก็เป็นการินแบบเดิมแต่แค่แต่งตัวจัดขึ้น  ก็แฟชั่นมันยังเปลี่ยนไปได้เลย  ทำไมการินจะแต่งตัวเปลี่ยนไปไม่ได้ล่ะคะ”
“แล้วเราคิดว่าแบบไหนคือตัวเราที่สุด”
“อืม!!.....ไม่รู้สิคะ  การินก็แต่งตัวได้ทุกแนวแหละ  พี่อาจเจอการินในที่เที่ยวมั้งการินก็เลยแต่งแรงๆ  แต่บางครั้งก็เซอร์ๆแล้วแต่สถานที่ที่จะไปอ่ะค่ะ  ส่วนนิสัยก็คงเปลี่ยนไม่ได้  การินก็เป็นของการินแบบเดิม”
“อืมๆ  ก็เป็นตัวของตัวเองให้มากหน่อยแล้วกัน”  ดอนยิ้มและเดินลุกไปเข้าห้องน้ำ
“ฝัน  ฉันเปลี่ยนไปเหรอ”  การินถามฝันเพื่อความแน่ใจ
“อืม!!  แกเปลี่ยนไป  ฉันเห็นด้วยกับพี่ดอน”
“ฉันเปลี่ยนไปยังไงอ่ะ  ...”
“แต่ก่อนแกบ้าๆกว่านี้อ่ะ  แต่ตอนนี้แกดูขรึมๆไป  แกเป็นแบบนี้ตั้งแต่....”  ฝันหันซ้ายหันขวาแล้วโน้มหน้ามากระซิบใกล้ๆการิน  “ตั้งแต่แกคบกับพี่ปออ่ะ”
“เปลี่ยน  ฉันเปลี่ยนไปงั้นเหรอ!!”
 
[……ฉันเปลี่ยนไปยังไงกัน  ถ้าพูดถึงด้านการแต่งตัวฉันก็ยอมรับว่าฉันแต่งตัวจัดขึ้นจริงๆ  แต่ฉันก็ยังนิสัยเหมือนเดิม  แต่ที่เปลี่ยน คือ  มุมมองต่อสังคม  และมุมมองต่อความรักต่างหาก  ฉันอาจจะเคยดูร่าเริงสดใส   อารมณ์ดี  ยิ้มสนุกได้ทั้งวัน  อาจมีบางครั้งที่แสนเศร้า  แต่ตอนนี้ฉันไม่มีความรู้สึกว่าจะต้องดีใจ  เสียใจ   หรือสนุกไปกับชีวิต  ชีวิตฉันเหมือนถูกทำร้ายซ้ำๆเดิมๆซ้ำไปซ้ำมาจนฉันชินชาและเศร้าซึม  ความสุขของฉันจะมีเฉพาะเวลาที่ฉันอยู่กับเพื่อนสนิทๆเท่านั้นเอง…..]
 
“ชนๆ  เฮ้ย!เหม่อไรเนี่ย  คิดถึงไอโจรึไง”  ดีเจนัทเดินเข้ามาทักทายที่โต๊ะ  และแน่นอนดีเจนัทรู้เรื่องราวระหว่างเธอกับโจเป็นอย่างดีเพราะนัทรู้จักกับโจเพราะโจเป็นน้องโรงเรียน  และเขาต้องแปลกใจมากเมื่อรู้เรื่องการินกับปอ  แต่เขาก็ไม่เคยปริปากถาม
“พี่นัท  พี่ว่าการินเปลี่ยนไปปะ” การินชนแก้วกับนัท
“ไม่รู้ว่ะ  แกถามคนที่สนิทกับแกมากที่สุดดีกว่า  เพราะเขาจะรู้จักแกมากกว่าพี่  พี่ไม่ได้ไปรู้จักแกในทุกเรื่อง พี่จะไปรู้ได้ไงว่าแกเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน”
 
“นั่นสินะพี่  จะรู้ได้ไง”
“พี่ปอมาแล้ว”  ฝันพูดขึ้น  การินเหลือบตาไปดูเล็กน้อย  ปอก็ยังเป็นปอที่น้องๆเด็กร้านรัก  การินถอดใจและพยายามไม่สนใจปอเลยแม้แต่น้อย
 
[……อย่าลืมนะการินว่าต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับคนเลวๆคนนี้สักที  ต้องปลดปล่อยตัวเองจากวงอโคจรที่แสนโง่เง่านี่  เผื่อว่าความสดใสร่าเริงของฉันจะกลับคืนมา…]
 

               การินกระทำอย่างที่ตั้งใจไว้  เธอไม่แม้แต่จะมองปอที่นั่งเล่น BBอยู่โต๊ะด้านหลังเธอ  และโต๊ะข้างๆก็เป็นโต๊ะของน้องๆปอ

 
“การินมากับใครเนี่ย”  พรเอาแก้วมาชนกับการินซึ่งนั่งห่างกันไม่ถึงเมตร
“มาคนเดียว  วันนี้กะเมาปะเนี่ยพร”  การินหันมองไปที่โต๊ะพร  มีเมส  แท  ภู  และอ๊อด  น้องๆกลุ่มสนิทของปอนั่นเอง  แต่คนที่ทำให้การินแปลกใจก็คือ บัว  น้องสาวของแบงมาร่วมวงด้วย
“ฉันก็เมาทุกวันแหละแก”
“น้องบัวมา  แล้วพี่แบงไม่มาด้วยเหรอ”
“ไม่มา  ฉันไม่รู้ว่าเขาไปไหน เออแล้วนี่แกจะไปนครนายกกับร้านปะเนี่ย”
“นครนายก!”   การินขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ
“อ่าว!!  นี่แกไม่รู้เหรอว่าร้านจะไปเที่ยวนครนายก  ไปเที่ยวกับร้านเหมือนครั้งที่แล้ว  เออแกไม่เคยไปเลยนี่นา”  พรพยายามนึกคิดถึงทริปร้านในครั้งก่อนๆ
“ทริปร้าน  ฉันไม่เคยไปหรอก  แล้วเขาจะไปเมื่อไหร่ล่ะ”
“ฉันก็ไม่รู้ว่าพี่ปอจะไปวันไหนว่ะ  เดี๋ยวเขาคงประชุมร้านอีกที”  พรจากไปนั่งโต๊ะข้างๆ
 
[……เที่ยวกับร้าน  ฉันไม่เคยไปเลยสักครั้ง  เพราะฉันไม่ว่าง  ตั้งแต่สมัยที่ร้านยังเป็นของพี่ธนู  ครั้งนี้อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่ฉันจะได้สัมผัสบรรยากาศการเที่ยวกับร้าน  ฉันอาจจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว  แต่ถ้าไปจะเป็นไงนะระหว่างฉันกับพี่ปอ   ไม่ไปดีกว่าตัดปัญหาไปเลย….]
 

               การินเดินไปเข้าห้องน้ำ  สาวๆรอต่อคิวกันหลายคนการินก็ต้องรอเช่นกันเพราะเธออั้นไว้ไม่ไหวแล้ว  หนึ่งในน้องๆปอเดินผ่านมาเข้าห้องน้ำไป  เขาคนนั้น  คือ  ภู  ภูเป็นคนพูดน้อยภาพพจน์ที่การินเห็นทุกครั้งคือหนุ่มตัวอวบใบหน้าอมยิ้มตลอดเวลา  และมักโดนแกล้งจากคนอื่นๆเสมอดูไม่มีพิษไม่มีภัย

 
[……พี่ภูน่ารักดีจัง  ท่าทางเขาจะเป็นคนดีที่สุดแล้วในบรรดาน้องพี่ปอ  แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปทำหวยใต้ดินกับพี่ปอด้วย  หน้าตาดูไม่น่าทำงานผิดกฎหมาย  ฉันเคยคุยกับพี่ภูไม่กี่ครั้งเอง  อยากสนิทด้วยจัง…..]
 
“เมายังคะพี่ภู”   การินทักภูทันทีที่ภูเดินออกมาจากห้องน้ำ  ภูทำหน้าเหรอหราเล็กน้อย
“ยังเลย  แล้วการินล่ะ”
“หนูไม่เมาแต่อยากเข้าห้องน้ำมากเลย”  การินยิ้มกว้าง  ภูยิ้มอย่างแปลกใจ แล้วเดินกลับโต๊ะไป
 

               การินบังเอิญเจอกับโตนเพื่อนร่วมคณะที่เธอรู้จักในห้องน้ำเมื่อภูเดินจากไป

 
“การินมากับใครวะ  พวกไอภัทเหรอ”

            โตนกอดคอการินหน้าห้องน้ำและพาเดินออกไปหน้าร้านซึ่งควันบุหรี่โพยพุ่งจนการินจาม  โตนยืนพิงฝาผนังและหยิบซองบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงมาเคาะๆบุหรี่ออกมา  1  มวล  การินยืนพิงผนังข้างๆโตน

 
“ฉันมาคนเดียว  เซง!!”
“นี่ซองที่ 3 ของวัน”  โตนพูดขึ้น  การินเบิกตากว้างทันควัน
“ทำไมแกดูดบุหรี่จัดจังวะ”
“ฉันดูดจัดก็เพราะเลิกกับแฟนว่ะ  ไม่สิเรียกแฟนไม่ได้  จริงๆเขามีแฟนอยู่แล้วแต่เขาก็มาคบกับฉัน  เราเป็นกิ๊กกันมากกว่า  แต่ฉันโคตรรักเขาเลยนะเว้ย  พอแฟนเขารู้เรื่อง  ฉันกับเขาก็ต้องเลิกกัน   ฉันเมาทุกวันเลย  เพิ่งเข้าใจว่าการอกหักมันเจ็บปวดแบบนี้นี่เอง  ฉันเคยแต่หักอกคนอื่น  พอเจอเข้ากับตัวถึงกับซึ้งอ่ะ”  โตนร่ายยาว
“อืม  ก็ต้องทำใจอย่างเดียวเลยว่ะโตน   ฉันเข้าใจแกดี”   การินตบบ่าโตนเบาๆ
“แกไม่เข้าใจหรอกการิน  ไม่มีใครเข้าใจฉันทั้งนั้นอ่ะ   ผู้หญิงเลวว่ะ”
“ฉันก็ไม่เข้าใจแกจริงๆว่ะ  แต่ฉันเคยเป็นแบบแก  ฉันก็เพิ่งเลิกคุยกับเขาเหมือนกัน  แต่ที่ฉันไม่เข้าใจแกก็คือว่า ความรู้สึกของผู้ชายกับผู้หญิงที่ต้องตกเป็นกิ๊กคนอื่น   อย่างไหนมันทรมานมากกว่ากัน”
“ทรมานโคตร   แต่ฉันว่าผู้หญิงอาจจะเสียใจกว่าฉันมั้ง  เพราะฉันไม่ต้องเสียอะไรมาก  ผู้หญิงเสียมากกว่า  แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องความรักก็วัดความเสียใจไม่ได้หรอกว่ะ  ไม่มีทางที่จะเอาอะไรมาวัดความเสียใจของคนแต่ละคนออกมาเป็นตัวเลขได้หรอก  บางคนเสียใจก็ร้องไห้บ้าบอแต่บางคนก็เฉยๆเหมือนไม่รู้สึกอะไร  ก็เหมือนฉัน ดูฉันไม่เป็นไร  แต่พอเมาฉันก็ร้องไห้ออกมาได้เหมือนกัน”
“อย่าคิดมากเลยนะเว้ย!!  แกเองก็มีกิ๊กเยอะไม่ใช่เหรอ”
“ฉันเลิกหมดแล้ว  เพราะเขา  สุดท้ายก็โดนทิ้งเอง  สงสัยจะเป็นเวรกรรม”
“ไม่เจอกันก็อาจจะทำให้แกทำใจได้ดี  ฉันนี่เจอกันทุกวันฉันจะทำใจไงล่ะเนี่ย”   การินมองลอดผ่านกระจกฟิมล์ดำที่มองทะลุเห็นปอยืนอยู่ที่เดิม  ปอมองออกมาหน้าร้านและหันกลับไปเล่น BB อย่างไม่สนใจ
“ใครวะ  ฉันไม่เคยเห็นแกเดินข้างใครเลย  ฉันนึกว่าแกโสดตลอดเวลา”
“เจ้าของร้านนี้อ่ะ  แต่ฉันเลิกแล้ว”  การินยิ้ม
“คนไหนวะ”  โตนสนใจที่จะรู้
“คนใส่แว่นอ่ะ  นั่งด้านหลังโต๊ะฉัน  ฉันเป็นกิ๊กเขาเหมือนแกแหละ  แต่ฉันโหดกว่าตรงที่  เขามีแฟนหลายคนมาก  มากจนดูเป็นเรื่องตลกที่ผู้ชายคนนึงจะมีแฟนทีเดียวสิบกว่าคนในเวลาเดียวกัน”
“สิบกว่าคนเลยเหรอ  ก็คนมันรวยอ่านะ  เงินก็คงซื้อได้”
“ไม่ว่ะ  เงินไม่เกี่ยวด้วยจริงๆ  ผู้หญิงเหล่านั้นรักเขามากเลยเว้ย  ฉันก็ไม่เข้าใจว่าฉันไปคุยกับคนแบบนี้ทำไม  ฉันพลาด”
“ทุกคนพลาดได้เสมอว่ะ  แค่อย่าเอาความผิดพลาดมาปิดกั้นตัวเอง  ฉันว่าฉันไปหาสาวๆมาดองเก็บไว้สิบกว่าคนบ้างดีกว่า”  โตนยิ้มกว้างโยนบุหรี่ลงถังแสตนเลสที่ตั้งไว้หน้าร้านก่อนจะเข้าร้านไป  การินเดินตามโตนที่เปิดประตูค้างไว้ให้  แต่เธอกลับต้องหลบให้สาวคนหนึ่งซึ่งแบกช่อดอกไม้ช่อใหญ่เข้าร้านไปก่อน
 
[…อย่าบอกนะว่า…..] 

สาวน้อยคิดในใจและเดินตามเข้าไป

“แกนั่งตรงไหน  เดี๋ยวฉันไปชนแก้วด้วย”  โตนถามการินซึ่งเหม่อมองสาวดอกไม้ผู้นั้นซึ่งเดินไปทางหน้าบาร์
“เห็นคนที่ถือดอกไม้ปะ  ฉันนั่งโต๊ะแถวนั้นแหละ  แกเดินไปก็เจอ  แกเดินไปส่งฉันดิเดี๋ยวฉันบอก”
โตนเดินตามการินกลับไปโต๊ะ  ทันเห็นสาวสวยคนนั้นมอบดอกไม้ช่อใหญ่ให้ปอ  ปอยิ้มแก้มปริรับดอกไม้พร้อมคำขอบคุณซึ่งปอไม่มีให้กับการินแม้แต่คำเดียว  อีกทั้งยังเอาดอกไม้ช่อนั้นวางทับกล่องรวมรักอีกต่างหาก
“ตาแว่นคนนี้ไงที่ฉันพลาดไปคบ”   การินกระซิบบอกโตนเพื่อนชาย  โตนทำหน้าแหยๆบ่งบอกว่าการินพลาดจริงๆ
“เออ  สงสัยแกคงพลาดมากๆอ่ะ  เดี๋ยวฉันมาชนด้วยละกัน” โตนเอามือลูบหัวการินด้วยความสนิทสนมซึ่งเป็นสิ่งที่โตนทำมาทุกครั้งที่เจอการิน  การินหันกลับไปมองทางปอ  ปอมองหน้าการินด้วยสายตาเย็นชา  สาวน้อยหลบตาและนั่งหันหลังให้เช่นเดิม
 
[……สาวเยอะแบบนี้  สงสัยว่าของขวัญวันเกิดคงจะท่วมบ้านกันเลยทีเดียว  อยากรู้จริงๆว่าเขาจะเอากล่องรวมรักไปไว้ตรงส่วนไหนของบ้าน  หรืออาจตั้งทิ้งไว้ให้ฝุ่นจับบนร้านนี้ละมั้ง…]
 

               การินสลัดความคิดเรื่องปอออกจากหัว  นั่งกินเบียร์กับฝัน  ดอน  และดีเจนัทไปอย่างอารมณ์ดี  โตนแวะมาชนแก้วกับการินบ่อยๆเพราะเล็งสาวโต๊ะตรงหน้าการินไว้  จึงใช้โต๊ะการินเป็นฐานที่มั่นยืนเล็งเป้าหมาย

 
“เข้าไปเลยดิวะ  จะมาทำเหนียมอาย”  การินแซวเพื่อนชาย  โตนยกแก้วที่วางไว้บนบาร์มาดื่มจนหมดแก้ว
“ฉันไม่รู้ว่าไอหมอนั่นที่ยืนข้างเป้าหมายฉัน เป็นแฟนของผู้หญิงคนนั้นรึป่าวว่ะ”
“แกบ๊องมากอ่ะโตน  แกดูไม่ออกเหรอว่าผู้ชายคนนั้นเป็นเกย์  ฮ่าๆๆ”   การินหัวเราะเยาะโตน
“เหรอ!!  เหมือนชายทั้งแท่งมากอ่ะ  เออๆ งั้นฉันไปออกสงครามก่อนนะ”
“โชคดีนะเว้ย!!  ขอให้ประสบความสำเร็จ”  การินยิ้มกรุ้มกริ่มมานั่งที่เดิมและจับจ้องมองโตนจีบสาว  หญิงสาวการินเริ่มเมาเอามือท้าวคาง  หนังตาเริ่มหนักขึ้น
 
“วันนี้เค้า! มาเหรอครับ”
 

             เสียงที่คุ้นหูทำการินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเจ้าของเสียงมากระซิบข้างหู ในช่วงเวลาที่การินนั่งอยู่ที่โต๊ะคนเดียว  สาวน้อยเอี้ยวคอมองทางซ้าย

“เค้า..ไหนคะ”  การินเข้าใจดีว่าปอหมายถึงโจ  แต่เธอก็ทำเป็นโง่ไม่รู้เรื่องอะไร
“ก็.....เค้าคนนั้น”  ปอกด BB  ไปด้วยในระหว่างคุยกับการินให้เหมือนกับว่าไม่ได้สนใจการินนัก
“ป่าว!!”  การินตอบสั้นๆห้วนๆ  และเมินหน้ากลับมามองบรรยากาศในร้านที่ดูคึกคักมากในเวลาช่วงตี 1  แบบนี้
“อ่าว!!  แล้วใครมา”
“ไม่มีใครมา”  การินตอบห้วนๆ  เป็นจังหวะเดียวกับที่ดีเจนัทเดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆการิน
“ไงพี่  เมื่อคืนเป็นไงบ้างพี่  ได้ข่าวว่ากลับบ้านไม่ถูกเลยทีเดียว”  ดีเจนัทแซวปอทันทีที่มานั่ง
“เมาสุดๆอ่ะ  วันเกิดพี่ทั้งทีนะเว้ย!!!  เออพรุ่งนี้บ่ายโมงนะนัท  อย่าเบี้ยวนะ”
“ไม่เร็วไปเหรอพี่  ผมจะตื่นมั้ยเนี่ย”
“แกจะทาตอนไหนวะ  สีมันจะแห้งมั้ยล่ะทากลางคืนอ่ะ  ถ้าไม่มาทาสีกันพี่ก็ไม่พาไปทริปนะเว้ย!!  ช่วยกันดิวะ”
 
[…สงสัยว่าพี่ปอคงเข้าใจผิด  คิดว่าโตนเป็นพี่โจแน่เลย  นิสัยเสียอีกอย่างของพี่ปอที่ฉันรู้สึกได้คือ  ชอบเชื่อในสิ่งที่เห็นโดยไม่มีเหตุผล  เห็นอะไรก็เชื่อในสิ่งที่เห็น โดยไม่รู้ว่าจริงหรือไม่  ก็ช่างปะไร!  อยากเข้าใจไงก็เข้าใจไป  เขากับฉันก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว  แต่ว่าก็ทำเอาฉันแปลกใจไม่น้อยนะ  เห็นเขาออกจะเมินเฉยเย็นชาก็ไม่คิดว่าเขาจะสนใจ……]
 
“มาปะเนี่ย”  ปอหันมาถามการิน  การินยิ่งแปลกใจ หันมองหน้าปอที่รอคำตอบยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“เออ....ไม่รู้”  การินทำท่าไม่อยากจะตอบ
“ไอการินมันเก่งนะพี่ มันเรียนถาปัตย์  ให้มันทาสีแหละดีแล้ว”  ดีเจนัทช่วยเสริม
“อืมใช่  เดี๋ยวให้เพนท์เป็นลายสวยๆเลย”  ปอเสริมอีกรอบและยิ้มกว้าง
“หนูไม่ค่อยว่างนักหรอกพี่นัท”  การินต้องการจะพูดใส่ปอแต่ใช้ดีเจนัทเป็นตัวสื่อสาร  ปอหุบยิ้มและเดินไปคุยโต๊ะพรต่ออย่างไม่สนใจ
ถึงเวลา ที่ร้านใกล้ปิด  การินลาทุกคนก่อนจะกลับ  เพราะเธอต้องกลับเองและไม่ต้องอยู่รอใครบางคนจนร้านเปิดไฟ  จนตี3  ตี  4  อีกแล้ว  โตนเดินมาทักการินก่อนที่เธอจะออกจากร้านไป
 
“กลับก่อนนะแก”  การินโบกมือลา
“เออฉันลงไปส่งจะไปซื้อบุหรี่ซองที่ 4 ด้วย”  โตนโอบไหล่การินออกจากร้านไป
 

             สายตาผ่านเลนส์แว่นของหนุ่มใหญ่มองออกไปเห็นการินและโตนเดินออกจากร้านไป  พรเดินเข้ามาหาปอที่โต๊ะ

“การินกลับกับใครอ่ะพี่ปอ  พรเห็นเดินคล้องคอกันไป”
“ไม่รู้ว่ะ  พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน  ไม่ได้คุยกันเลย  การินไม่คุยกับพี่  พี่ก็ไม่รู้ว่าการินเป็นอะไร”  ปอเล่นBB  ต่ออย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว  พรเอามือเกาหัวหงิกๆ
 
.........................................................................................................................................
 
ตืด  ติด  ตี่  ติด  ติด  ตี่  ติดดดดดด................
 
“ฮัลโหล!!”  การินรับโทรศัพท์ด้วยเสียงอันงัวเงียในเวลาบ่ายของอีกวันที่แสนสบาย
“พี่การินไปทาสีร้านรึป่าว”  เสียงใสๆของพีมน้องเด็กร้านที่การินสนิทด้วยดังลอดผ่านสาย  การินแหงนมองนาฬิกาข้อมือที่เธอใส่ตลอดเวลาบอกเวลาบ่ายสองโมง
“พี่ยังไม่ตื่นเลยว่ะพีม  พีมไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวพี่ค่อยตามไปนะ”
“พี่การินต้องมานะ  พีมไม่มีเพื่อนไปทาสีไง  นะ  นะพี่”  เสียงออดอ้อนของพีมทำให้การินปฏิเสธไม่ออก
“อืมจ่ะๆ  เดี๋ยวอีกสักชั่วโมงแล้วกันนะ”
“ค่ะ  ตามมานะพี่”

            การินดีดตัวขึ้นนั่งด้วยอาการงัวเงียเพราะเธอยังไม่อยากตื่นช่วงเวลาปิดเทอมแบบนี้เท่านั้นที่เธอจะมีเวลานอนได้ยาวนานขนาดไหนก็ได้  จากที่ช่วงเปิดเรียนได้นอนพักผ่อนน้อยนัก

 
แกร็ก!!แอดดดดดดดดดดดดด..............
 

              สาวสวยนิตาเปิดประตูเข้าห้องมาเธอเพิ่งกลับมาจากหอพักของกอ  มาเห็นสภาพการินเพิ่งตื่นหัวฟูก็ตกใจเล็กน้อย

 
“เฮ้ย!!บ้าจริงการิน  ฉันตกใจหมด นึกว่าผีที่ไหนมานั่งอยู่  เพิ่งตื่นเหรอวะ”  นิตานั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง  การินพยักหน้าหงิกๆก่อนจะลุกไปหยิบผ้าขนหนูที่แขวนไว้หน้าตู้เสื้อผ้า
“ฉันต้องไปทาสีร้านอีก  ขี้เกียจจัง”
“ทาสีร้านตรงไหนวะ  แล้วทาทำไม”
“ทาแถวทางขึ้นบันไดที่มันกังๆกากๆอ่ะ  เขาให้ทาก่อนจะพาไปทริปร้าน”
“เขามีพาไปทริปด้วยเหรอ  ไปไหนอ่ะ”
“เห็นว่าไปนครนายก  ฉันก็ไม่รู้ว่าไปพักยังไงนะ  และฉันก็ไม่รู้จะไปดีรึป่าว”
“ไม่ต้องไปหรอกว่ะ  ตอนที่ฉันไปกับพี่ธนูนะ  เช่าเรือหรูไปกลางทะเลแล้วตกปลาตกหมึกกินกันโคตรสนุกอ่ะแก  เสียดายที่ตอนนั้นแกไม่ได้ไปด้วย”
“นั่นดิ  ฉันแค่อยากรู้ว่าเด็กSwayไปเที่ยวเป็นไงบ้างเท่านั้นแหละ  วันนี้เขาก็เลยให้ไปทาสีช่วยร้านก่อนไป”
 

             การินเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแต่งตัว  ในระหว่างแต่งตัวนิตาเดินเอาซองสีน้ำตาลใบเดิมที่การินให้นิตาไปมายื่นให้การิน  หญิงสาวมองซองน้ำตาลด้วยอาการแปลกใจ

 
“ทำไมเหรอ”  การินรับซองและเปิดออกหยิบกระดาษ A4ออกมาดู
“พี่เค้าบอกฉันว่าข้อมูลที่แกเอามามันเก่าไปเค้าอยากได้แบบว่าที่มันเร็วๆนี้อะไรแบบนี้  และเค้าก็เลยระบุข้อมูลที่เค้าต้องการมาให้  ฉันก็ไม่กล้าบอกพี่เค้าว่าแกกับพี่ปอเลิกกันไปแล้ว  แล้วแต่แกนะว่าแกจะทำไง  เพราะฉันก็บอกพี่เค้าว่าไม่รับปากว่าแกจะหาได้รึป่าว  ฉันอ้างให้ว่าแกไม่ว่าง  แกต้องกลับบ้าน”  นิตาไปนั่งหน้าโต๊ะดร๊าฟและมองหน้าการินซึ่งอ่านข้อมูลอยู่บนเตียง
“เอาไงดีล่ะ  ก็ฉันไม่รู้ว่าพี่เค้าต้องการข้อมูลแบบไหน  ไม่บอกแต่แรกว่าต้องการแบบนี้นี่หว่า  จริงๆก็เอาได้นะ  แต่ประเด็นคือฉันกับพี่ปอก็ไม่จบสักทีนี่สิทำไงดี”
“ถ้าแกลำบากใจก็ไม่ต้องทำ  ฉันเองก็ไม่อยากให้แกไปยุ่งเกี่ยวกับไอแว่นนักหรอกนะ”
“เดี๋ยวฉันลองคิดอีกทีนึงแล้วกันนะ”
“ทำอะไรไปแล้วอย่ามาเสียใจทีหลังนะแก  คิดดีๆแล้วแต่แกเลย”  นิตามองหน้าการินอย่างจริงจัง
 
[……ถ้าหากฉันไปคุยกับพี่ปออีกครั้ง  ก็เท่ากับว่าต้องดำเนินเรื่องต่อไป  ฉันกำลังกลัวตัวเองเจ็บปวด  แต่ถ้ามันจะทำให้พี่ปอพบจุดจบเร็วขึ้นมันก็น่าเสี่ยงไม่ใช่เหรอ  แต่ก็ต้องเป็นฝ่ายพี่ปอด้วยว่าเขาจะกลับมาคุยกับฉันรึป่าว….]
 
………………………………………………………………………………………………
 

                ร่องรอยการทาสีแปดเปื้อนลงมาถึงขั้นบันไดขั้นแรก  การินต้องย่างก้าวอย่างระมัดระวังว่าสีจะเปื้อนติดรองเท้าเธอหรือไม่  เธอเดินย่ำไปถึงชั้นลอยก็มีร่องรอยทาสีบนผนัง  กลิ่นสีใหม่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ  จนขึ้นไปถึงร้าน Hubrisพบบรรดาเด็กร้านต่างช่วยกันทาสีกันอย่างสนุกสนาน แต่ละคนมีสีติดแต้มตามลำตัวและใบหน้า

 
“พี่การินมาแล้วเหรอ  4 โมงเย็นแล้วนะ”  พีมมองการินอย่างตำหนิ
“โทษทีว่ะ  ทำโน่นนี่นั่นไม่เสร็จสักที  มาๆทาสีด้วย”  การินเข้าไปหยิบแปรงทาสีมาทาผนังด้านหน้าร้านสนุกเกอร์เก่า
“มากับเค้าด้วยเหรอการิน”  ชายเดินเข้ามาทักทาย  หุ้นส่วนหนุ่มถอดเสื้อทาสีอย่างเอาจริงเอาจัง ร่างอันผอมเพรียวของชายทำให้การินแปลกใจว่าทำไมถึงมีเรี่ยวแรงยกนั่นยกนี่  การินกวาดสายตาหาปอแต่ก็ไม่พบ
 
[……เป็นคนนัดแต่กลับไม่มา  ใช้ไม่ได้เลย  กะจะดูสถานการณ์สักหน่อยว่าจะเอาไงต่อ….]
 

                 การินเลิกคิดถึงเจ้านายเย็นชา  ทาสีต่ออย่างสนุกสนานเฮฮาไปกับน้องๆ  เด็กร้านมาเยอะขึ้นจนอุปกรณ์ทาสีไม่เพียงพอ  แต่คนที่ไม่ยอมที่จะวางแปลงหมุนทาสีกลับเป็นสาวน้อยการินที่จะติดใจการทาสีจนเหงื่อไหลไคลย้อย

“เอ้อ!!  ไอการินมันทาสีเนียนดีว่ะ  ไอ้พวกนี้ทาเละ  อ้อ!!  การินมันเรียนถาปัตนี่หว่า”  ชายบ่นอุบ
“ก็ต้องทาขึ้นลงให้สม่ำเสมออ่ะพี่”  การินเดินขึ้นกลับไปบนร้านมองหาปอแต่ก็ไม่พบแต่กลับเห็นพวกน้องๆปอ  เมส ภู  แท  อ๊อด  ร่วมใจกันมาร้านเพื่อ....เล่นเกม!!!
 
[……พี่ภูมาด้วย  อยากเข้าไปคุยด้วยจัง  ยังก่อนดีกว่าหากเราไปตีสนิทจะดูไม่ดีรึป่าว  ถ้าฉันยังต้องกลับไปคุยกับพี่ปออยู่  อีกอย่างฉันกำลังสงสัยว่าน้องบัวน้องสาวพี่แบงต้องเป็นอะไรกับหนึ่งในน้องๆพี่ปอสักคน เพราะดูสนิทสนมกันมากๆ  อาจจะเป็นพี่ภูก็ได้  อย่าเลยการินจะหาเรื่องปวดหัวให้ตัวเองทำไมกัน  น้องบัวมาอยู่นี่แล้วพี่แบงล่ะ  เป็นไปได้มั้ยว่าอาจจะอยู่กับพี่ปอก็ได้  พี่ปอถึงได้ไม่มาทาสีร้าน….]
 

               การินทิ้งอุปกรณ์ลงทันทีอย่างอ่อนใจเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งเล่นบนร้าน  บอลและเตมแย่งกันเปิดเพลงฟังกันอย่างเฮฮา  การินนั่งจับเจ่าบนโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน

 
“เหนื่อยล่ะสิการิน  พี่เห็นเราทาไม่หยุดเลย”  แคชเชียร์แบนทักทายพลางกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย
“นิดนึงอ่ะพี่”  การินยิ้มจางๆ
“ทาเนียนดีว่ะ  ฉันไปทาเมื่อกี้  แต่สีเละมากอ่ะ”  ยุเสริม
 

             ไม่นานพิซซ่าที่ชายสั่ง ก็มาส่งถึงที่ เด็กร้านต่างอิ่มหนำสำราญกันไป  เวลาล่วงไปเกือบ 3 ทุ่ม  เด็กร้านทยอยกันกลับไปหลายคนจึงเหลือไม่กี่คนที่จะต้องช่วยกันขัดพื้นที่เลอะไปด้วยหยดสี

 
“บอล  ทำไมตอนแรกไม่เอากระดาษมาวางรองพื้นอ่ะครับ”  การินถามน้องบอลในขณะที่เธอออกแรงขัดมหาศาลเพราะสีติดพื้นหนามาก
“ไม่รุ้ดิพี่”  บอลก็ช่วยขัดอย่างขะมักเขม้น
“เฮ้ย!!  ทำไมหนีกลับกันไปหมดวะ  งานยังไม่เสร็จเลย  รักไม่รักร้านก็วัดกันตรงนี้แหละ”     ผู้จัดการร้านหน้าแป้นร้องบ่น  ทั้งที่ตัวเขาเองก็ได้เพียงยืนมองงานมานานกว่าจะได้ลงมือทำ
“พวกมันไปกินข้าวกันรึป่าว”  การินหันไปถามตอมซึ่งขัดพื้นอยู่ใกล้ๆการิน
“เห็นว่าไปกินเหล้ากันมั้งพี่  ได้ยินแว่วๆ”  ตอมกระซิบบอก
“สงสัยนึกว่างานเสร็จแล้ว  ที่จริงตอนแรกต้องเอากระดาษมารองก่อน”  การินออกแรงขัดอยู่หน้าห้องของบัสซึ่งอยู่ชั้นลอยของตึก
“การินไปขัดในห้องบัสด้วยดิ”  บัสยืนยิ้มในร่างอันผอมเพรียว
“เหรอจะดีเหรอจ๊ะ  น้องป่านแฟนบัสไปไหนแล้วอ่ะ  เมื่อกี้ยังเห็นทาสีอยู่เลย”  การินแอบแซว  บัสยิ้มเขิน
“ป่านเข้าห้องไปแล้ว  ป่านน่ารักปะ”
“ป่านอ่ะน่ารัก  แต่บัสอ่ะไม่”  การินยิ้มขำและตั้งหน้าตั้งตาขัดต่อ  บัสยิ้มเขินและช่วยขัดพื้นต่อ
 

              ในที่สุดงานก็เสร็จเรียบร้อย  การินเดินขึ้นไปบนร้านHubris  เพื่อไปล้างมือเธอเห็นบัวยืนข้างๆภูในขณะที่ภูเล่นเกมกับแทอย่างสนุกสนาน

 
[……สงสัยน้องบัวจะกิ๊กกับพี่ภูจริงๆละมั้ง  ก็เข้ากันดีนะ  และวันนี้ฉันก็มาเหนื่อยเปล่าไม่ได้เจอพี่ปอเพื่อดูสถานการณ์  แต่ไม่หรอกฉันว่าฉันได้อะไรจากการมาวันนี้นะ  ฉันสนิทกับเด็กร้านหลายคนมากขึ้น  ได้รับรู้ความเป็นไปของแต่ละคน  ได้เห็นสิ่งที่คนนั้นคนนี้เป็น  รู้ว่าใครเป็นอย่างไร  มันก็คุ้มค่าแล้วกับหยาดเหงื่อที่เสียไป….]
 
“กลับแล้วนะคะ” 

             การินยกมือไหว้ทุกคนที่รวมตัวอยู่ตรงโซฟา  เหลือกันอยู่ประมาณ 6-7  คน  ซึ่งเป็นน้องๆคนสนิทของปอ  บัว  ชาย  ยุ  ปุย  แคชเชียร์แบน  และปิม  การินถอดใจไม่คิดว่าจะเจอปอในค่ำคืนนี้  เธอจึงตัดสินใจกลับ  ระหว่างเดินลงบันไดผลงานบนฝาผนังที่เด็กร้านร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์มันก็ทำให้ตึกนี้ดูดีขึ้นมาได้ไม่น้อย  ประหยัดค่าจ้างทาสีไปได้มากเลยทีเดียว

 
[…มันเป็นร่องรอยของความร่วมมือร่วมใจของเด็กร้าน  บางทีฉันก็รู้สึกผูกพันกับที่นี่จนในบางครั้งฉันก็ทำลายมันไม่ลง  หากถึงวันนั้นที่นี่จะเป็นอย่างไร…..]
 

                หญิงสาวเดินลงมาถึงชั้นล่างและขึ้นแท็กซี่กลับไปอย่างไม่รีรอ  เธอต้องการกลับไปนอนพักผ่อนที่หออย่างเร็วที่สุดด้วยความอ่อนแรง  แท็กซี่สีชมพูขับแล่นออกจากริมถนนหน้าตึกโทรมๆ  โดยมีรถ Camryสีขาวแล่นเข้ามาจอดแทนที่  หนุ่มใหญ่เดินลงจากรถพลางคุยโทรศัพท์  พวกที่เหลือด้านบนเดินลงมาเจอปอด้านล่าง

 
“มาทำไมพี่  เขากลับกันหมดแล้ว”  เมสแกล้งหยอกปอพี่ข้างบ้านที่ตนรักเสมือนพี่ชายแท้ๆ
“อ่าว! เหรอวะ  พี่ก็นึกว่ายังอยู่กันอีก  เสร็จแล้วเหรอ  เป็นไง”
“ก็เรียบร้อยดี รอแห้งล่ะพี่ ไอการินมันมาทาสีโคตรเนียนเลย  ไปก่อนนะพี่ปอ  เจอกันๆ”  ชายอธิบายให้ปอฟังและเดินจากไปพร้อมยุและปุย
“อ้อ!  การิน “  ปออึ้งไปเล็กน้อย  พุดคุยกับน้องๆ ก่อนจะทยอยกันกลับ  หนุ่มใหญ่ขึ้นรถกลับบ้านพลางงึมงำคนเดียวพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
“นึกแล้วว่าต้องมา”
......................................................................................................................................... 


ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 153 ท่าน