Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
Diary ลวงใจ...
26
16/11/2554 11:47:48
508
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 26...DIARYลวงใจ 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 
"การิน ไม่กินเหล้าเหรอ"
 

              ยุถามขึ้นเมื่อเห็นการินนั่งหน้านิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ในร้านSway ในช่วงเวลาตี 4 กว่าๆ ทุกคนยังคงดื่มด่ำกับรสชาติเหล้าที่หวานกลมกล่อม

 
"ไม่ค่ะพี่ การินไม่อยากเมาจะได้มีสติรับฟังเรื่องดีๆ"
 

             การินยิ้มเจื่อนๆเหลือบตามองไปทางปอและนิงซึ่งยังคงนั่งสนทนากันอยู่อีกโต๊ะเช่นเดิม

 
[....สิ่งที่พี่ปอพูดกับพี่นิงมันหมายความว่าอะไรกัน ที่เข้ามาคุยกับฉันก็เพราะเรื่องงานด้วยเหรอ แล้วมันเกี่ยวอะไรกัน ที่บอกว่า ‘นึกว่าฉันมีความสุขเหรอ’นี่มันแปลว่าเขาไม่มีความสุขที่คุยกับฉัน แล้วจะคุยทำไม เขาต้องการอะไรในตัวฉัน ฉันคิดว่าสิ่งที่เขาต้องการสิ่งเดียวจากฉันก็ คือ ร่างกายไว้ระบายอารมณ์เท่านั้นเอง ฉันไม่ใช่ของเล่นของใคร และฉันก็จะไม่ยอมให้เขาใช้ฉันได้สบายใจไปตลอดหรอก....]
 

                การินลุกเดินไปโต๊ะปอ เป็นจังหวะเดียวกับพี่ชายสุดที่รักของหนุ่มใหญ่เดินกลับโต๊ะใหญ่เพื่อไปชงเหล้า ปอหันมองการินและนั่งนิ่งเฉยไม่สนใจอะไรสาวน้อยเลยแม้แต่น้อย

 
"พี่ปอ!" การินนั่งลงข้างๆปอ ปอหันมองการินด้วยสายตาเป็นคำถามว่ามีอะไร
"พี่ปอ  การินกลับก่อนนะคะ" สาวน้อยน้ำตาคลอเบ้า ปอหันมามองการินอีกรอบด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย
"อ้อ อืม กลับดีๆละกัน" ปอก้มลงกด BB ต่ออย่างเมินเฉย ไม่ปริปากจะไปส่งแต่อย่างใด
 
[....ไม่ดึงรั้งเอาไว้เลยท่าทางจะต้องนัดใครไว้รึป่าว หรือว่าจะทำอะไรสักอย่างถึงดูโล่งอกที่ฉันกลับก่อน พฤติกรรมดูส่อแววมาก แต่ฉันไม่ไหวแล้วรู้สึกแย่กับคำพูดของพี่ปอมากเหลือเกิน...]
 
            การินเดินไปไหว้พี่ๆในโต๊ะใหญ่ แกล้งฝืนยิ้มออกไปเต็มที่แต่ในใจของเธอมันย่ำแย่จนทนไม่ไหว
 
"กลับแล้วเหรอการิน กลับไงอ่ะ" แคชเชียร์แบนถามขึ้น
"แท็กซี่ค่ะ" แบนชะเง้อมองปอซึ่งนั่งกดมือถืออย่างไม่ใส่ใจ ด้วยความแปลกใจว่าทำไมปอถึงไม่ไปส่งการิน
 

               สาวน้อยเดินพยุงร่างกายของตัวเองที่ดูจะเบาหวิวไร้เรี่ยวแรง ลงบันไดอย่างอ่อนล้า น้ำตาเธอไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ การินปาดน้ำตาเอามือทุบราวบันไดด้วยความเจ็บใจที่คุณค่าของเธอเป็นเพียงเศษฝุ่นสำหรับปอ เธอทรุดลงนั่งที่ม้านั่งหน้าร้าน Hubris

 
[....ฉันสับสนไปหมดกับความรู้สึกและความต้องการแก้แค้นมันเริ่มสวนทางกัน  จนฉันไม่เข้าใจในความคิดตัวเอง  ภารกิจที่ตั้งใจไว้แลกกับการทรมานใจที่ต้องอยู่เคียงข้างชายที่ไม่ได้รักฉัน พูดจาดูถูกไม่เห็นค่าของเรา  ยิ่งได้ใกล้ก็ยิ่งเกลียดและยิ่งเสียใจ   จะเดินหนีไปก็ทำไม่ได้ความแค้นหรือความรักกันที่ฉุดรั้งฉันเอาไว้ที่นี่  ที่วงอโคจรอันเลวร้าย บางทีฉันอาจจะทำไม่สำเร็จ บางทีฉันอาจควรหยุด...]
 

              การินหยิบมือถือขึ้นมาและโทรหาปอทันที ปอรับสายอย่างรวดเร็ว

 
"อืม! ว่าไง"
"พี่ปอคะ การินมีเรื่องจะคุยด้วย"
"คุยอะไร! ว่ามาสิ"
"การินอยากคุยต่อหน้า เดี๋ยวการินจะขึ้นไปคุยบนร้านนะ"
 

             การินตัดสายปอทันทีไม่รอฟังคำตอบใดๆกับหนุ่มใหญ่ แต่เธอกลับยังคงนั่งอยู่ด้านหน้าร้านHubris ที่เดิมเพื่อรวบรวมความกล้าที่เธอกำลังจะเข้าไปถามบางเรื่องจากปอ

 
[....ฉันจะขึ้นไปถามคำถามพี่ปอ 1 คำถาม ถ้าเขาตอบว่า ไม่! ฉันจะหยุดพักเรื่องพวกนี้ไปชั่วคราว เพราะตอนนี้ฉันหมดแรงจะราวีเขาซะแล้ว ฉันเริ่มอ่อนแอเกินกว่าจะทนไหวจริงๆ...]
 

                ปอยังคงนั่งดื่มเพียงลำพังอีกโต๊ะ ส่วนนิงนั่งกับน้องๆปออยู่อีกโต๊ะ การินเดินเข้ามานั่งข้างๆปอ ปอเงยหน้ามองการินด้วยสีหน้าสงสัยว่าการินมีอะไร การินนั่งนิ่งมองปอด้วยความลังเลว่าเธอจะถามดีหรือไม่ แต่ความอยากรู้ของเธอช่วยให้เธอตัดสินใจถามไป

 
"พี่ปอคะ การินขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ ตอบตรงๆนะคะ"
"อืม!"   ปอไม่เงยหน้ามองการินแม้แต่น้อย
"การินถามและพี่ตอบแค่ว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ นะคะ"  การินมองหน้าปอที่เงยหน้ามามองอมยิ้ม ปอพยักหน้า
"ที่เราคุยกันมา พี่ไม่ได้คิดอะไรกับการินเลยใช่ปะ ตอบตรงๆนะพี่ การินอยากรู้จริงๆ" การินมองปออย่างเค้นความจริง
"ไม่ใช่ครับ!" ปอเงยหน้าจาก BB มาตอบและยิ้มมุมปาก การินมองหน้าปอด้วยความแปลกใจกับคำตอบ ปอพยักหน้าเพื่อยืนยันคำตอบอีกครั้ง
"แล้วพี่คิดไงกับการินกันแน่ การินงง ไม่เข้าใจ บางครั้งพี่ก็ดูสนใจบางครั้งพี่ก็ดูเฉยเมยมากๆ พี่บอกการินทีดิว่าคิดอะไรอยู่"
"ใช่ หรือ ไม่ใช่ ตอบไปแล้ว" ปอยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมย้ำข้อตกลงในการตอบคำถามในตอนแรกของการิน หญิงสาวนิ่งอึ้งพูดไม่ออก
 "พี่ปอไม่สนใจการินเลย เย็นชากับการินมาก และดูเหมือนจะไม่มีความสุข แล้วเราจะคุยกันทำไม"
"เหรอ พี่ก็เป็นแบบนี้ คิดมากไปเองรึป่าว เฮ้ย!! เมสเติมเหล้าให้พี่หน่อย" ปอเรียกเมสให้ชงเหล้าให้ เมสเดินมาหยิบแก้วไปชงเหล้าให้พี่ชายที่เคารพรัก
"แล้วพี่คิดไงกับการิน บอกให้การินรับรู้สิ่งที่พี่คิดอยู่ตอนนี้บ้างได้มั้ยคะ พี่ยังรู้สึกดีกับการินเหมือนแรกๆรึป่าว หรือว่าสิ่งที่การินทำมันทำให้พี่เกลียดการินลงไปมาก หรือยังไง เห็นการินเป็นไง" การินถามคำถามชุดใหญ่
 

              ปอหันมองหน้าการินอย่างจดจ่อ และใช้มือหนาที่เคยลูบหัวการินอย่างเบามือในช่วงสัปดาห์แรกที่จีบสาวน้อยและการินก็ไม่เคยได้รับไออุ่นจากมือหนานี้อีกเลย ค่อยๆลูบเส้นผมที่ลงปรกใบหน้าหญิงสาวอย่างเบามือ สาวน้อยถึงกับขนลุกไปทั้งตัวด้วยความไม่ชิน สายตาที่ดูลึกซึ้งแทนที่แววตาเย็นชาจับจ้องการินไว้ราวสะกดวิญญาณให้สาวน้อยตกอยู่ในห้วงภวังค์

 
"การินเป็นคนน่ารักครับ"
 

              คำตอบของปอดูจะขัดกับคำถามที่การินให้ไป แต่เมื่อประมวลความหมายที่ปอต้องการจะสื่อให้รับรู้ก็คือ ปอไม่ได้คิดอะไรกับการินมากไปกว่าการรู้สึกว่าการินน่ารักจึงคุยด้วย สาวน้อยฝืนยิ้มทั้งที่น้ำตาปริ่มอีกรอบ แต่เธอคงไม่ยอมปล่อยให้มันไหลต่อหน้าปอ ปอใช้มือที่การินเคยรู้สึกอุ่นแต่ในเวลานี้กลับรู้สึกขยะแขยงมาลูบเอวการินเล่นอย่างคนเคยๆ การินขยับตัวออกเล็กน้อย

 
"คนเยอะค่ะ"  การินแกะมือปอออกและยิ้มจางๆด้วยความฝืนใจ
"พี่เครียดอะไรรึป่าวคะ การินเห็นพี่สีหน้าไม่ค่อยดีมาแต่แรกแล้ว" การินรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
"ป่าวนี่!" ปอยิ้มเศร้าๆ
 

                ปอเลิกเล่น BB และดื่มเหล้าจนหมดแก้ว ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่

 
[....หวังร่างกายอย่างเดียวเลยนะ ทำไมพวกผู้ชายถึงมีเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ แล้วทำไมผู้หญิงถึงมีความรักเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าฉันจะเปลี่ยนความคิดให้ร่างกายเป็นเรื่องสำคัญบ้างจะได้มั้ย แต่วันนี้ ดูท่าทางเหมือนพี่ปอมีเรื่องไม่สบายใจเลย อยากรู้จังว่าเป็นเรื่องที่ฉันคิดรึป่าว ฉันเดาว่าทะเลาะกับพี่นิงสักเรื่องหนึ่ง...]
 
"แต่แววตาพี่มันบอกการินว่า พี่มีเรื่องไม่สบายใจในใจ อย่าเครียดมากนะคะ การินเป็นห่วงพี่นะ" การินกุมมือปอไว้ ปอยิ้มจางๆด้วยแววตาเศร้าๆ
"กระทืบเลยมั้ย"  ปอพูดด้วยสีหน้าที่เจ็บปวดปนยิ้มปนจะร้องไห้ การินขมวดคิ้ว
"กระทืบใครคะ"
"พี่นิงไง กระทืบมันเลย เฮ้ออออออออ.......!"  ปอถอนถอนหายใจพร้อมคลายมือจากการกุมของการินและลูบใบหน้าตัวเอง
"จะกระทืบทำไมล่ะคะ พี่นิงเป็นพี่ชายสายเลือดเดียวกับพี่ปอนะ ยังไงพี่น้องต่อให้ตัดกันยังไงก็ตัดกันไม่ขาดหรอก"
 

              ปอมองไปทางนิงอย่างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปโต๊ะใหญ่กินกับน้องๆ ปล่อยการินนั่งเพียงลำพังที่เดิม

 
[....ท่าทางจะเป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ บางทีฉันก็สงสารเขานะ ไม่อยากปล่อยให้เขาเมาแบบนี้เลย....]
 

               เกือบ 6 โมงเช้าวงเหล้าสิ้นสุดลง ปอฝากถุงเงินและมือถือไว้ที่การิน  เมื่อน้องๆทยอยกันลงจากร้านไปแล้ว  การินรอปอ  แต่ปอกลับเดินมานั่งที่เบาะยาว

 
"กลับหอใช่มั้ย" ปอถามการิน ทำเอาการินยิ้มอย่างรู้ทัน
"ป่าวค่ะ ไปบ้านพี่ไง" ปอพยักหน้าแบบอึ้งๆและเนียนลงฟุบนอนลงบนเบาะยาวติดผนังภายในร้าน
"พี่ปอคะมานอนอะไรตรงนี้ พี่เมามากเลยเหรอ"
"อืม เมามากเลยจะนอนนี่แหละ"
"กลับไปนอนบ้านให้สบายตัวดีกว่า การินรู้ว่าพี่ไม่ได้เมามากหรอก ลุกขึ้นเถอะค่ะ บัสจะได้ปิดร้าน" การินฉุดแขนปอ แต่ปอพยายามทิ้งน้ำหนักไม่ลุกขึ้น
"การินกลับไปเหอะ อย่าอยู่กับพี่ตอนพี่เมาเลย"
"ก็ไม่เป็นไรค่ะ การินทนได้ ทำไมเหรอคะ ถึงอยากให้การินกลับนัก"
"กลับไปก่อนไง พี่เมาแล้ว"
"พี่ปอไม่ได้เมาหรอก งั้นการินก็อยู่เป็นเพื่อนพี่จนกว่าพี่จะกลับ" การินนั่งลงปลายเท้าปอ
 
[....เอาสิฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำไงต่อ แก้ไขสถานการณ์เก่งนักนี่ก็เอาเลยเต็มที่เลย จะทนนอนในร้านแบบนี้ก็ตามใจ เล่นจิตวิทยากันหน่อย....]
 

                 ปอนิ่งไปครู่เมื่อเห็นท่าว่าการินจะไม่กลับ ปอจึงลุกขึ้นเดินลิ่วลงบันไดไปอย่างคนปกติ การินเดินยิ้มแบบรู้ทันตามปอลงบันไดไป

 
[....เพราะการที่เขาเป็นคนโกหกแบบนี้แหละ สิ่งที่ฉันทำเพียงเพื่อให้เขาพูดความจริงออกมากดดันต่างๆเขาก็ยังคงเนียนไม่เลิก ยอมโกหกต่อไปไม่ใช่เพียงรักษาน้ำใจฉันหรอก แต่เขารักษาภาพพจน์ตัวเอง ก็ไม่เข้าใจว่าหากจะบอกฉันตรงๆว่า ให้ฉันกลับไปก่อนเขามีนัด ฉันก็คงไม่มีสิทธิ์ไปรั้งเขาไว้อยู่แล้ว แต่นี่เขาไม่บอกไม่พูดไม่รู้จะปิดบังทำไม ทั้งที่รู้อยู่ว่าฉันรู้เรื่องราวของเขาเกือบหมด ฉันก็จะทำให้เขาพูดให้ได้ ไม่พูดก็กดดันไปเรื่อยๆ ดัดนิสัยคนโกหก...]
 

               ปอพาน้องๆไปเลี้ยงข้าวในร้านอาหารเล็กตรงข้ามฝั่งถนน การินออกมานั่งหน้าร้านไม่ได้ร่วมวงอาหารเช้าตรู่กับคนเหล่านั้น เธอหยิบสมุดเล่มเล็กๆในกระเป๋าขึ้นมามันคือ ไดอารี่ และมันจะอยู่ในมือเธอเป็นวันสุดท้ายเพราะเธอตัดสินใจจะให้ปออ่านสักที ปอจะได้ตายใจว่าการินรักปอมากจริงๆตามที่การินเขียนพรรณนาไว้ในไดอารี่ เธอนั่งเขียนบันทึกหน้าสุดท้ายก่อนที่จะให้ปอ

 
'...........พี่ปอคะ...ความจริงคือ ไม่ใช่ว่าการินไม่ได้รักพี่ แต่คือพี่ไม่รักการิน  และไม่มีวันรัก คงต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม!! ไฟมันร้อนจริงๆ ไม่น่าปากดีไปเล่นกับไฟเลย อย่างที่โบราณเขาบอกว่า อย่าเล่นกับไฟ ..............................ความจริงอีกอย่างที่ต้องยอมรับ คือ คนที่รักพี่ ทนอยู่เพราะพวกเขารักพี่ และเขาก็รับรู้ได้ว่าพี่ปอรักเขา แต่การินก็ยอมทนอยู่ได้เช่นกัน แต่ไม่อยากทน เพราะรู้ว่าพี่ปอไม่ได้รัก....'
 
....................................................................................................................................
 

                ถึงบ้านสีขาวหลังเดิมที่การินคุ้นตา ปอและการินเดินขึ้นชั้นบนห้องนอนด้วยความอ่อนเพลีย การินกระโดลงเตียงอย่างอ่อนล้าเพราะมันเป็นเวลา 6 โมงเช้าแล้ว เธอกลับต้องถ่างตาอยู่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพียงแค่เอาชนะหนุ่มใหญ่ข้างๆอย่างไร้เหตุผล

 
"การิน นวดหลังให้พี่ด้วย" ปอบ่นขึ้นและนอนคว่ำตั้งท่าพร้อมจะให้การินนวดเต็มที่
“พี่ปอคะ การินง่วงนอนแล้วอ่ะ”สาวน้อยบ่นงึมงำแต่ก็ขึ้นเหยียบแผ่นหลังหนุ่มใหญ่อย่างจำใจทั้งที่เธอง่วงนอนมาก
“พี่ปอคะพี่อยู่กับสาวๆคนไหนสบายใจและมีความสุขที่สุดเหรอคะ” การินเปิดประเด็น
“ไม่รู้สิ คนที่พี่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขคนคนนั้นต้องเป็นคนดี ดีพอสำหรับพี่ ถ้าเขาดีพอพี่อยู่กับเขาก็จะมีความสุขเองแหละครับ”
“แบบไหนที่เรียกว่าดี..เหรอคะ”
“มันไม่มีรูปแบบหรอก แต่พี่สัมผัสได้ แค่ทำตัวดีๆอยู่ในส่วนของตัวเอง ไม่ไประรานใครก็โอเคแล้วแหละครับ”
“งั้นการินก็ไม่ดีสินะ” การินพูดเสียงอ่อน แต่ภายในใจต่อต้านความคิดปอสุดๆ
 
[…เรียกร้องสิ่งดีๆจากคนอื่น แต่ไม่เคยทำตัวให้ดีพอสำหรับคนเหล่านั้น ดีแต่สร้างภาพว่าเป็นคนดีและอ้างว่าเพื่อรักษาน้ำใจผู้หญิงเหล่านั้นหรือเพียงแค่จะได้เก็บกักทุกคนให้อยู่ในระบบได้อย่างเรียบร้อย ถามหน่อยว่าหากผู้หญิงเหล่านั้นรู้ในสิ่งที่เขาเป็นจะรับเขาได้มากแค่ไหนกัน….]
 
“ก็พยายามสิ ทำตัวให้ดีมันไม่ยากหรอก พี่ไม่เคยเห็นการินจะพยายามทำตัวดีๆเลย มีแต่คอยสร้างปัญหาให้พี่ มันไม่ยากหรอกนะแค่การินอยู่เฉยๆอ่ะ ทำเป็นปะอยู่เฉยๆไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับใคร กอยมันยังทำได้เลยมันไม่เห็นจะต้องไปคุยกับคนนั้นคนนี้แบบการินเลยนี่”
“การินไม่ได้ดีแบบพี่กอยนี่ คนเรานิสัยไม่เหมือนกันหรอก การินไม่ใช่คนยอมคน ต่อให้มีความรักมากแค่ไหนการินก็ไม่ยอมให้ความรักมาทำให้ตาบอดหรอก”
“การินคิดอะไรที่แบบว่าต้องเอาชนะพี่อ่ะ” ปอเริ่มอารมณ์เสีย
“ไม่หรอก การินรักพี่นะ” การินรีบแก้สถานการณ์ไม่ให้ปอโมโห ก้มลงบีบไหล่ปอเบาๆ
“นี่เหรอรัก การินป่วนพี่แบบนี้คือ รัก แล้วเหรอ พี่ว่าการินคิดไปเองรึป่าวครับ ถ้าการินรักพี่ก็อย่าไปยุ่งกับคนอื่นสิ ทำได้มั้ย”ปอเริ่มเสียงอ่อนหันมาถามการินซึ่งนั่งข้างๆ
“ได้ค่ะ การินจะพยายาม” หญิงสาวก้มลงหอมแก้มหนุ่มใหญ่เบาๆ
 
[…ทำไมฉันต้องทำในสิ่งที่คุณบอกด้วย มันจะได้เป็นการจัดระบบเด็กในวงอโคจรให้ไม่มีปัญหา ฉันรับไม่ได้จริงๆ ที่คุณทำคือการยัดเยียดสถานะ “เมียเก็บ” ให้ฉันชัดๆ ไม่มีทางฉันไม่มีทางทำตามที่คุณบอกแน่นอน…..]
 
“เรื่องเก่าๆที่การินเคยทำ การินขอโทษแล้วกันนะคะ”หญิงสาวลุกขึ้นเหยียบหลังต่ออย่างรู้งานว่าปอต้องการให้เหยียบต่อ
“สิ่งที่การินเคยทำมันคงลบไม่ได้หรอก พี่ก็ยังต้องจำว่าการินเคยทำอะไรไว้ และพี่ก็มีสิทธิ์ที่จะระแวงในการกระทำของการินตลอดเวลาว่าการินอาจจะทำอีก คนมันเคยทำก็อาจจะทำซ้ำได้ ส่วนที่ว่าการินรักพี่รึป่าว พี่คงวัดไม่ได้ในวันสองวันหรอก มันก็ต้องดูกันไปเรื่อยๆ ที่พี่ยังไม่แต่งงานเพราะพี่ยังไม่เจอคนที่ใช่สำหรับพี่ คนที่ดีที่สุดที่พี่จะรัก พี่ยังไม่เจอ”
 
[……ยังไม่เจอหรือเจอไม่พอกันแน่ อยากเจออีกเรื่อยๆ ไม่มีใครที่เพอร์เฟคไปซะทุกอย่างหรอก คนที่คุณคาดหวังว่าดีอาจไม่มีในโลกก็ได้ คนนึงดีอย่าง อีกคนดีอย่าง สุดท้ายคุณก็คบทีเดียวหลายสิบคนเหมือนตอนนี้ เพราะทุกคนดีไม่เหมือนกัน มันคงเลือกไม่ถูกจริงๆ…..]
 
“การินไม่ดีจริงๆแหละบางทีการินก็คิดนะว่าจะตัดใจไปจากพี่สักที แต่ก็ทำไม่ได้เลย บางที…….วันนี้อาจเป็นวันสุดท้ายที่การินจะมาที่บ้านพี่” การินทำเสียงเศร้า
“ทำไมถึงเป็นวันสุดท้ายล่ะจ๊ะ” ปอเอี้ยวหลังมามองการิน
“ก็การินรู้สึกว่าพี่ไม่ค่อยอยากให้การินมาบ้านพี่สักเท่าไหร่เลย การินไม่อยากกวนใจพี่”
“งั้นพี่ก็คงต้องไปนอนหอการินแทนล่ะสิ” ปอพูดติดตลก
“ไม่ต้องหรอกค่ะ การินคิดว่าการินจะลองทำใจจากไป  อีกครั้ง”
“ไปไหน”
“ไปจากพี่” การินพูดเสียงเรียบเฉย ปอและการินเงียบไปครู่หนึ่ง
“เป็นอะไรไปอีกเนี่ย”
“การินคิดว่าถ้าการินไปจากพี่ พี่จะได้ไม่ต้องคอยระแวงว่าใครจะทำให้เด็กๆพี่ต้องมารู้จักกันอีกไง”
“ถ้าคิดแบบนั้นก็คิดไปเถอะครับ พี่ไม่รู้จะพูดไง พี่ว่าพี่บอกไปเยอะแล้วว่าการินควรจะทำตัวไง เหมือนการินไม่เข้าใจที่พี่พูดเลย”
“การินเข้าใจค่ะ เข้าใจดีทุกอย่าง แต่ที่การินตัดสินใจเพราะคิดว่ามันน่าจะดีกับทั้งพี่และตัวการินเอง การินมีไดอารี่จะให้พี่อ่านด้วย”
 

                การินลุกไปหยิบไดอารี่ในกระเป๋ามาให้ปอ ปอรับไดอารี่ด้วยอาการงงๆ หน้าแดงระเรื่อของหนุ่มใหญ่ขมวดคิ้วและเปิดอ่าน

 
“การินบันทึกตั้งแต่เราคุยกันแรกๆอ่ะ พี่ปอจะได้เข้าใจว่าการินคิดอะไรยังไงกันแน่ หลายอย่างที่พี่ปอสงสัยในตัวการินมันมีคำตอบอยู่ในนั้นหมดทุกอย่าง”
“โห! เขียนเยอะมาก” ปอมีสีหน้าประหลาดใจที่การินเขียนไดอารี่ให้เขา
“ค่อยอ่านก็ได้พี่ปอ การินง่วงนอนแล้วนะ นอนเถอะ”
“ไม่เอา เหยียบต่อเลย ยังไม่หายเมื่อยเลย”ปอนอนคว่ำอ่านไดอารี่ของการิน อ่านออกเสียงด้วยความขำขันเหมือนเป็นเรื่องตลก
“ปากกาสีแดงด้วย อืม! …..บันทึกเล่มนี้ ฉันเก็บเรื่องราวในช่วงชีวิตของฉัน ที่ฉันคิดว่ามันน่าสนใจมาก กับการได้มารู้จักกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งฉันก็งงๆว่าฉันเข้าไปในวงอโคจรนั้นได้อย่างไร วงอโคจรคืออะไร ทำไมเรียกว่าวงอโคจร”
“ก็วงอโคจรของเด็กๆพี่ไงคะ วงโคจรของเด็กๆพี่ที่หมุนรอบพี่โดยมีพี่เป็นศูนย์กลาง เด็กๆพี่หมุนรอบในเส้นโคจรของตัวเอง และพี่ก็สร้างระบบไม่ให้มันชนกัน แต่มันก็เป็นวงที่ไม่ดีนัก  การินก็เลยเรียกว่า วงอโคจร ที่ที่มีแต่สิ่งเสื่อมๆ เอ่อ!!...ล้อเล่นนะคะพี่ปอ ไม่ได้เสื่อมหรอก”
 
            หญิงสาวเผลอพูดความรู้สึกลึกๆที่ชิงชังปอลงไป ปอหน้าเสียลงแต่ก็หัวเราะเบาๆด้วยสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย
 
“คิดขนาดนั้นเลยเหรอ ฮึ!” ปอยิ้มแบบไม่เต็มใจนักและอ่านออกเสียงต่อ
 “ มันเป็นเรื่องราวที่ชวนปวดหัวที่สุด อืม ปวดหัวจริง!...ความอยากรู้ อยากลอง และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ชักนำให้เรื่องราวมันวุ่นวาย โห! รู้เท่าไม่ถึงการณ์เหรอ”
 

               ปอใช้น้ำเสียงสูงออกแนวประชดประชัน และเปลี่ยนสีหน้าจากขำขันเป็นเริ่มจริงจังเมื่ออ่านไปหลายหน้า เพราะการินไม่เพียงแต่พรรณนาเพ้อถึงความรักที่มีต่อปอ แต่การินเขียนถึงสิ่งไม่ดีที่ปอทำและเธอรู้ทันหลายๆอย่าง ปอเริ่มตึงเครียด

 
“พี่ปอคะ การินไม่ไหวแล้วค่ะง่วงนอน” การินพูดเสียงแข็ง ปอนอนหงายอย่างว่าง่ายตั้งใจอ่านไดอารี่การินอย่างจดจ่อ การินมองนาฬิกาบอกเวลา 7:30 แต่ปอก็ไม่ละสายตาจากไดอารี่
“พี่ปอคะค่อยอ่านก็ได้มั้งคะ”การินเริ่มหวั่นใจเมื่อเห็นปออ่านอย่างจริงจังมากเกินไป  ปอหันมายิ้มแบบฝืนแบบเสียความรู้สึกกับการินมากๆ และอ่านต่ออย่างไม่สนใจ
 
[……ท่าจะอ่านตรงที่ฉันวิเคราะห์นิสัยและความเจ้าชู้ของเขา แบบว่าฉันก็ด่าทอเขาไปเยอะเลยทีเดียว คงจะไม่พอใจหรือเซงที่ฉันรู้ทันสิ่งที่เขาเป็น ช่างปะไร ไหนๆก็ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วหากเขาอ่านแล้วโกรธที่ฉันวิพากวิจารณ์เขาก็เชิญเลย….]
 

              การินนอนมองปอซึ่งอ่านไดอารี่ของเธออย่างจริงจัง ถึงขนาดเข้าห้องน้ำยังเอาเข้าไปอ่านด้วย การินนอนไม่หลับใจหนึ่งก็ดีใจที่ปอได้อ่าน อีกใจก็กลัวปอจะโมโห และสาวน้อยก็เผลอหลับไป ปอยังคงอ่านต่อไปจนหลับคาไดอารี่ไปในที่สุด

 
……………………………………………………………………………………………………
 

               บ่ายวันใหม่สาวน้อยลืมตาขึ้นมาก็พบร่างหนุ่มใหญ่หลับอยู่เคียงข้าง ปอไม่เข้ากอดเธอเหมือนเคยๆเอาหมอนข้างมากั้นระหว่างเธอและเขาและนอนหันหลังให้

 
[……พี่ปอคงเสียความรู้สึกกับสิ่งที่ฉันเขียนต่อว่าเขาในไดอารี่ ซึ่งมันก็เกือบครึ่งหนึ่งที่ฉันพูดถึงเขาไม่ดี และบางทีมันอาจจะจบจริงๆ รู้สึกใจหายนะเนี่ย ทั้งที่ฉันอยากให้เขาเชื่อว่าฉันรักแต่ฉันก็ลืมไปว่าในไดอารี่ฉันก็เขียนตัดพ้อต่อว่าเขาไว้เยอะ ช่างเถอะเป็นไงเป็นกัน ความจริงมันก็คือความจริงอยู่วันยังค่ำ….]
 

              ปอรู้สึกตัวตื่นก็คว้าไดอารี่ของหญิงสาวที่นอนเคียงข้างทำตาปริบๆมาอ่านต่อโดยไม่พูดกับการินสักคำ การินก็ไม่คิดจะเอ่ยถามอะไรกับปอทั้งนั้น เพราะเธอพอเดาออกว่าปอคงโกรธเธอไม่น้อย

 
ตืด……ตืด……..ติด………
 

               เสียงมือถือปอสั่นระริก ปกติเวลาอยู่กับการินหากมีโทรศัพท์เข้า ปอเลือกที่จะไม่รับสายเพราะกลัวว่าการินจะรู้ว่าสาวๆโทรมา แต่ในครั้งนี้หลังจากปอได้อ่านไดอารี่ของการินแล้ว

 
“ครับ อืม เพิ่งตื่น ไม่ได้ไปครับ อืม ได้ๆเดี๋ยวทำอะไรเสร็จก่อน นี่เราไม่สบายรึป่าวเสียงดูเหมือนไม่สบาย อ้อ เออๆ ครับ”ปอวางสายไปและอ่านไดอารี่ต่อ
 
[……เขาคงอ่านถึงตอนที่ฉันว่าเขาเรื่องไม่รับโทรศัพท์ต่อหน้า เขาจึงรับสายต่อหน้าฉันคุยให้ฉันได้ยิน ก็ดีแล้วนะแต่ฉันแอบอิจฉาปลายสายอย่างบอกไม่ถูก เพราะพี่ปอแสดงความห่วงใย โดยที่พี่ปอไม่เคยพูดอะไรทำนองนี้กับฉันเลยสักนิด…]
 

               การินนอนตะแคงไปอีกข้างหันหลังให้ปอและแอบปาดน้ำตาที่รินออกมา แม้ว่าเธอจะรับได้ที่ปอคุยกับใครๆ แต่เมื่อได้รับรู้ก็ต้องมีเสียน้ำตากันไปข้างหนึ่งเพราะได้รับรู้สิ่งที่ปอมีให้กับอีกฝ่ายแต่ไม่มีให้เธอ เกิดเป็นความน้อยอกน้อยใจ

 
ตืด……..ตืด……….ตืด…ติด……
 
            โทรศัพท์ปอสั่นอีกครั้งขัดจังหวะการอ่านไดอารี่ของปอไม่น้อย แต่เบอร์นี้ปอต้องรับสาย
 
“ว่าไงแม่ ……อ่าวเหรอ…….อยู่บนห้อง เดี๋ยวลงไป”ปอรีบลุกจากเตียงวางไดอารี่ไว้บนเตียงและเดินออกจากห้องไปอย่างเร่งรีบ
 
[……แย่แล้วสิ คุณแม่พี่ปอมาอยู่ข้างล่าง ดีนะที่ไม่ขึ้นมาถึงบนห้อง ฉันมีลางสังหรณ์ว่าวันนี้จะได้พบกับคุณแม่พี่ปอตัวเป็นๆ ไม่ใช่แค่เสียงอีกต่อไป จะทำตัวไงดี……]
 

              ปอเดินลงไปคุยธุระกับแม่อยู่นานสองนาน การินนอนดูโทรทัศน์ด้วยความหวาดหวั่น สักพักปอเดินขึ้นมาบนห้อง

 
“จะกลับยังเดี๋ยวพี่ไปส่ง” ปอขึ้นมาหยิบกุญแจรถข้างๆเตียง
“คุณแม่มาเหรอคะ” การินพูดเสียงค่อย
“ใช่ อยู่ข้างล่างอ่ะ”
 “อ่าวแล้วลงไปเลยเหรอคะ” การินหน้าเหวอทำอะไรไม่ถูก
“อืม! ทำไมอ่ะ ไม่เห็นเป็นไรเลย” ปอเดินนำการินลงบันไดไปข้างล่าง การินถึงกับเหงื่อตกที่จะต้องพบกับแม่ของปอที่ได้ข่าวมาว่าดุมาก
 

               หญิงชราผิวขาวผมสั้นสีดำดัดลอนเล็ก ใส่แว่นสายตานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ สายตาจับจ้องการินตั้งหัวจรดเท้า สายตาหญิงชราผู้นี้ดูเย็นชากับหญิงสาวยิ่งนัก

 

              การินยกมือไหว้ รุจีแม่สุดที่รักของปออย่างอ่อนน้อม เธอรู้ดีว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ที่ควรเคารพ แม้สายตารุจีจะไม่สู้ชอบหน้าการินนัก

 

             การินขึ้นรถปอโดยสวัสดิภาพ สาวน้อยถอนหายใจเบาๆ

 
“เป็นอะไร” หนุ่มใหญ่อดถามไม่กับอาการแปลกๆของการิน
“การินโล่งอกค่ะ นึกว่าจะถูกคุณแม่พี่ปอดุ”
“แม่พี่ไม่ได้ดุใครซี้ซั้วหรอก นอกจากว่าใครทำอะไรไม่ดีจริงๆ” ปอเข้าโหมดขรึมเงียบไปตลอดทาง การินก็ไม่กล้าจะปริปากถามอะไรมากมาย จนเกือบถึงหอพักของการิน
“เดี๋ยวพี่ส่งหน้า หมู่บ้านนะ เดี๋ยวกอยกับแอร์เห็น”ปอพูดเสียงนิ่งเย็นชา
“อ้อ! ค่ะ ได้...ไม่เป็นไรเดินนิดเดียวเอง ดีจังที่พี่กล้าพูดสิ่งที่คิด”
“ฮึ! การิน สิ่งที่การินเขียนน่ะ บางเรื่องมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่การินคิดหรอกนะ การินคงคิดว่าเธอเองทันพี่ แต่พี่จะบอกได้เลยว่า การินไม่ได้รู้จักพี่จริงๆเลย อย่าคิดสิว่าสิ่งที่ตัวเองคิดจะถูกต้องเสมอไป ก็ถูกอย่างที่การินเขียนไว้ว่า ไม่รู้อะไรจริง อย่าพูด พี่ว่าการินก็อย่าคิดไปเองถ้าไม่รู้อะไรเลย”
“ค่ะ การินก็จะพยายามรู้ให้ได้ว่าสิ่งที่การินคิดมันถูกรึป่าว และถ้าอ่านไดอารี่จบแล้ว การินขอคืนด้วยนะคะ”
“จะเอาไปเลยก็ได้นะ ก็ไม่บอกพี่จะได้เอาคืนให้ บอกตอนนี้จะเอาได้ไงอยู่ที่บ้าน”
“ป่าว การินไม่ได้รีบเอาหรอกค่ะ อยากให้พี่อ่านให้จบก่อนน่ะ จบเมื่อไหร่ก็เอามาคืนละกันนะคะ”
“พรุ่งนี้เอาไปให้ที่ร้านแล้วกัน มาเอาคืนไปด้วย” ปอพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“การินไม่ได้เร่งสักหน่อยก็แค่บอกว่าขอคืนด้วยเมื่ออ่านเสร็จ”การินขมวดคิ้วหันหน้าออกนอกรถ บรรยากาศเข้าโหมดตึงเครียดทันที
 

              การินลงจากรถปอด้วยความรู้สึกหดหู่ใจที่ต้องจากกันด้วยการทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง สาวน้อยถอดใจกับภารกิจรักครั้งนี้ กลับมาอยู่กับตัวเองในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เธอกลับร้องไห้ฟูมฟายคนเดียวเงียบๆใต้ผ้าห่มที่หนาแต่ไร้ไออุ่น ……………………………………………………………………………………………………

 
“40 บาทครับ”
 

               หญิงสาวรับสมุดภาพที่เธอวาดเสร็จเรียบร้อยและนำมาเข้าเล่มอย่างสวยงามภายใต้หน้าปก 30 DAY คือภาพการ์ตูนครบรอบ 1 เดือนที่รู้จักปอมา และครบกำหนดที่เธอและปอตกลงกันไว้ว่าจะคุยกันเพียง 1 เดือนเท่านั้น  การินเจอกับปอบนร้าน ปอเข้ามาร้านในช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่มกว่า

 
“ไดอารี่ล่ะคะพี่ปอ อ่านจบมั้ย” การินเข้าไปทวงปอในร้าน ปอตีท่านิ่งเฉยเหมือนเดิม การินก็ตีท่านิ่งเช่นกัน  เธอรู้ดีว่าอยู่บนร้านต้องวางตัวอย่างไร
“จบๆ อยู่ในรถ ไปเอาดิ” ปอเดินนำการินลงไปด้านล่าง การินเดินถือสมุดภาพไว้แน่นเดินตามหลังปอด้วยสีหน้าเศร้าๆ
 

ปอหยิบไดอารี่ในรถยื่นคืนให้การิน และยิ้มจางๆ

 
“ขอบคุณมากครับ สนุกดีเหมือนอ่านนิยายเลย”การินยิ้มมุมปากและยื่นสมุดภาพให้แก่ปอ
“นี่ค่ะ การินทำให้ ครบรอบ 1 เดือนที่เราตกลงกันไว้แล้ว”
“ขอบคุณครับ”
 

              ปอรับไว้และเก็บใส่รถ หนุ่มใหญ่รับโทรศัพท์ที่ส่งเสียงขึ้นและเดินขึ้นร้านไปโดยไม่สนใจสาวน้อยที่ยืนน้ำตาปริ่มอยู่ข้างๆ CAMRYสีขาวซึ่งจอดแน่นิ่งอยู่ข้างถนน

 
[……จบลงแล้วสินะ ฉันก็ได้ข้อมูลมาได้ไม่มากนักสำหรับภารกิจ แต่ก็มากพอที่จะใช้ได้อยู่ ฉันกับเขาจากนี้ไปก็ไม่ได้เป็นอะไรกันอีกแล้ว ฉันไม่มีสิทธิ์ในตัวเขา และเขาก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวฉันเช่นกัน รู้สึก………ใจหายวูบ แต่เขากลับเฉยเมยไม่สนใจเช่นเคย…]
  

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 182 ท่าน