Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
สงครามเย็น...> 18
13/11/2554 20:51:21
273
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 18....สงครามเย็น....
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
  
"แล้วแกทำยังไง"
 

                นิตานั่งลงตรงเก้าอี้หน้าโต๊ะดร๊าฟเอามือเท้าคางอย่างรอคำตอบจาก รูมเมทสาวซึ่งกำลังกวาดขยะอย่างขมักเขม่น

 
"ฉันจะทำไงได้ล่ะนิตา ฉันก็ต้องเฉยไว้สิปล่อยตาแก่มาแต๊ะอั๋ง แกก็รู้ถ้าฉันพูดอะไรนะ ต้องเป็นเรื่องแน่เลย เดี๋ยวก็ทำงานไม่ได้กันพอดี"
"จริงๆถ้าแกไม่ได้ทำงาน พอมีทางที่แกจะสืบได้มั้ยล่ะ"  นิตาแอบเป็นห่วงเพื่อนสาว
"ถ้าไม่ทำงานก็ต้องไปเที่ยวเกือบทุกวัน ไม่มีเงินพอเที่ยวหรอก ถ้าจู่ๆไปร้านเฉยๆมันก็แปลกๆ พวกเด็กร้านจะคิดว่ามาทำไม มันน่าสงสัยเกินไปว่ะ เป็นเด็กร้านนี่แหละเนียนสุดแล้ว" การินตอบพลางรินน้ำดื่ม นิตาพยักหน้าหงิกๆ
"อ้อ! และอีกวิธีที่ฉันจะไปร้านทุกวันได้อย่างไม่มีพิรุธก็คือ เป็นเด็กพี่ปอ เด็กพี่ชาย หรือเด็กพี่อัน สักคนอ่ะในบรรดาหุ้นส่วน"
"นั่นดินะ แล้วก็จะได้ข้อมูลมาง่ายๆด้วยโดยไม่มีใครสงสัย แต่แกก็ทำแบบนั้นไม่ได้แล้วนี่นะ พี่อันก็โดนแกด่าเตลิดไปแล้ว ส่วนพี่ปอนี่ก็ไม่ต้องพูดถึง เห็นก็มีแต่พี่ชาย"
"ไม่ได้ใหญ่เลย พี่ชายไม่มีทางมาอะไรกะฉันหรอก อีกอย่างพี่ชายก็มีพี่ยุติดเป็นตังเม พี่ยุมาร้านทุกวันแบบนั้นน่ะยาก ล้มเลิกความคิดนี้เหอะ เอาเป็นว่าเนียนเป็นเด็กร้านธรรมดานี่แหละ"
"จริงๆ แกก็ไม่ต้องลงทุนเอาตัวเองไปเสี่ยงก็ได้นะเว่ย"    นิตาพูดด้วยความเป็นห่วง
"ฉันไม่ยอมหรอก ฉันแค้น ต้องเอาคืนเจ็บๆ"   การินเดินหน้านิ่งมานั่งบนเตียง และทิ้งตัวนอนหงาย
"วันนี้แกมีเวรทำงาน Hubrisอีกปะเนี่ย"
"มีดิ ช่วงนี้เปิดร้าน Hubrisตลอดเลย ไหนพี่ปอโอ้อวดนักหนาว่าร้านSwayลูกค้าเข้ามากกว่าร้าน Hubrisฉันว่าเข้า Hubrisมากกว่าอีก"
"เออฉันก็ว่า พื้นที่ Hubrisกว้างกว่าSway อีก แปลกนะทั้งที่ตอนนี้เป็นร้านเค้าทั้งสองร้านจะมาพูดแบ่งแยกทำไม ว่าร้านไหนดีกว่ากัน"  นิตาออกความเห็น
"อคติไง พี่ปอแกก็มีอคติกับร้าน Hubris ตามประสาคนหัวธุรกิจแบบนี้แหละ อีกไม่นานเดี๋ยวก็รู้สึก"   สายตาการินอาฆาตรแค้น
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
"น้องน้ำแข็งถังนึง"
 

               ลูกค้าหนุ่มหน้าใสเรียกการินที่กำลังนั่งกวาดสายตามอง หญิงสาวไม่รอช้ารีบเข้ารับออร์เดอร์ วันนี้ร้านลูกค้าที่มาเที่ยวน้อยกว่าเมื่อวานเล็กน้อย การินจึงได้พักบ่อย และแอบอู้งานไปคุยเล่นที่โต๊ะของนิตาที่มาเที่ยวกับเพื่อนๆในคณะของเธอ

 
"การิน พี่แบงมาด้วยนี่"   นิตาชี้ให้การินมองโต๊ะแบงที่อยู่หน้าบาร์ใกล้โต๊ะปอ
"ฉันว่าพี่แบงเริ่มใจอ่อนให้พี่ปอแล้วแหละ เพราะไปกินใกล้ๆแบบนั้นเดี๋ยวก็รวมเป็นโต๊ะเดียวกัน พี่แบงยิ่งสนิทกับพวกพี่เมสด้วย"
"ช่างเหอะ เต้นดีกว่า"   นิตาตัดบทอย่างไม่สนใจบทวิเคราะห์ของการิน
 

               การินเต้นกับนิตาที่โต๊ะริมหน้าต่าง แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะมองลูกค้าและคอยเก็บขวดเปล่า การินเดินเก็บขวดเปล่ารอบร้าน  เธอต้องตกใจเมื่อเธอเห็นกอยและเพื่อนสาวของกอยมาเที่ยวยืนดื่มเบียร์อยู่หน้าบูทดีเจ และแบงก็เดินเข้ามาชนแก้วด้วย การินรีบหันมองปอซึ่งเข้าไปช่วยบอลและบัสทำหน้าที่รับออร์เดอร์จากเด็กร้านและหยิบของให้ตามออร์เดอร์ที่สั่งอย่างนิ่งเฉยไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว

 
[....ท่าทางจะชินแล้วสินะที่เมียหลวงกับเมียน้อยมาเจอกันแบบนี้ เป็นครอบครัวอลหม่านจริงๆ มีที่ไหนเมียหลวงเมียน้อยมาคุยกันชนแก้วกันแบบนี้ ก็ตลกดีไปอีกแบบ....]
 

                การินไม่สนใจเพราะเธอไม่อยากเข้าไปวุ่นวายนัก แต่เธอรู้ว่าปอคอยมองเธอเป็นบางครั้งคงเกรงว่าการินจะเข้าไปพูดป่วนให้กอยและแบงได้รู้เรื่องอะไรไม่ดีเกี่ยวกับเขา การินจึงแกล้งเข้าไปทักทายกอย

 
"ทำไมมา 2 คนล่ะคะพี่กอย พี่บิด พี่เบ้ไปไหน" การินมองขวดเบียร์สองขวดที่ยังไม่หมด บนโต๊ะกอย
"อ้อ พี่บิดกับพี่เบ้ไปกินร้านอื่นน่ะ เอ้า !!การินกินหมดแก้วเลยนะ" กอยยื่นแก้วเบียร์ซึ่งมีเบียร์เต็มแก้วให้การิน
"การินไม่กินเวลาทำงานค่ะ"
"กินไปเหอะหน่าไม่เป็นไรหรอก ถ้าพี่ปอว่า ก็บอกว่าพี่ให้กิน" กอยยิ้มเจ้าเล่ห์ การินจึงกินเบียร์แก้วนั้นด้วยความอึดอัดใจ
 
[....พี่กอยดูท่าทางจะวางอำนาจ ทะนงว่ามีสิทธิ์ในตัวพี่ปอเหลือเกินนะ เห็นอย่างนี้แล้วเหนื่อยใจแทน ไหนว่าอยากตัดใจ ท่าทางไม่จริงใจเอาซะเลย....]
 

                 การินมึนไปเล็กน้อยและเดินจากโต๊ะกอยมาเมื่อเห็นแนมเข้าไปทักทายกอยอย่างสนิทสนมถึงขั้นสวมกอด

 
[...ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเด็กร้านต้องคอยตีสนิท ทำเป็นรักใคร่เด็กๆพี่ปอกันด้วยนะ และยังคอยเป็นหูเป็นตาให้ พอแนมเห็นฉันเข้ามาคุยกับพี่กอยก็รีบแจ้นมาสาระแนเลยทีเดียว ท่าจะอยากรู้มาก....]
 

                  การินไม่สนใจเดินหน้ามึนกลับไปหน้าบาร์พร้อมขวดเปล่าที่เก็บติดไม้ติดมือพอให้ปอชื่นใจที่เห็นเด็กร้านอย่างการินขยัน ปอยืนหน้านิ่งอยู่หน้าบาร์ การินไม่เห็นแบงอยู่ที่โต๊ะไม่รู้ว่าแบงไปไหนในตอนนั้น เธอเดินเอาขวดไปวางไว้บนบาร์ใกล้ๆที่ปอยืน เธอก้มตัวจะลอดเข้าไปในบาร์เพื่อหาน้ำสักขวดมาล้างคอสำหรับเบียร์แก้วของกอยที่เธอรู้สึกขมผิดปกติ จังหวะนั้นที่การินก้มจะเข้าไปในบาร์ ปอเอามือมาประคองเอวการินไว้ดังเช่นเมื่อวาน การินโมโหมากจับมือปอสะบัดออกอย่างแรง และหันมองปอด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ปอมองการินอย่างอ่อนใจและเมินกลับไปนิ่งๆ

 
[....ใจเย็นการิน เกือบไปแล้วนี่ถ้าเมื่อครู่ฉันระงับอารมณ์ไม่อยู่คงได้มีเรื่องกันไปแล้ว พอพี่แบงไม่อยู่โต๊ะก็ออกลายเลยนะ ไม่ไหวแล้วนะต้องพูดบ้างแล้วล่ะไม่งั้นเค้าก็ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพราะคิดว่าไม่ผิด แต่ฉันว่าฉันฝากใครสักคนไปบอกดีกว่า ขืนไปคุยกับพี่ปอด้วยตัวเอง พี่กอยได้มองหน้าจิกกันพอดี....]
 

              การินเก็บเรื่องไม่สบายใจเอาไว้เธอยังหาใครที่ไว้ใจไม่ได้ที่จะฝากไปบอกปอ เธอจึงเดินไปบ่นให้นิตาฟัง

 
"ใจเย็นหน่าแก ถือว่าทำบุญทำทานให้หมาตัวนึง"   นิตาตบบ่าปลอบใจการินที่ทำหน้ามุ่ย
"สงสัยต้องอยู่ห่างๆห้ามเข้าใกล้เลย" การินถอนหายใจเฮือกใหญ่
 
"การิน เดินด้วย อย่ามัวเล่นอยู่" ปิมเดินเข้ามาต่อว่าการินที่ยืนคุยที่โต๊ะนิตา ปิมมองนิตาอย่างอาลัยเช่นเคย แต่นิตากลับเบ้ปากอย่างรังเกียจ
"การิน แกอย่าอู้ดิวะ เดี๋ยวแกจะโดนไล่ออกนะเว่ย ตั้งใจทำงานบ้างเหอะ ไม่ใช่แค่เดินไปเดินมา"
 

                 นิตาว่าการินแต่หมายจะด่าปิมทางอ้อม ปิมหน้าบูดเดินผ่านไปทันที การินอมยิ้มกับนิตาอย่างรู้กัน เธอหันกลับไปจะเดินไปทำงานต่อ เธอต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นผู้หญิงผมพองยืนอยู่โต๊ะข้างๆนิตา การินรีบสะกิดนิตายิกๆ

 
"นิตา  นั่นมัน ตองนี่นา มาเที่ยวด้วยอ่ะ" นิตามองตามที่การินแอบชี้
"เออว่ะ แย่แล้วพี่ปอ วันนี้เป็นวันอะไรของพี่แกเนี่ย เด็กๆนัดรวมตัวกันรึไง ฮ่าๆๆๆ"  นิตาหัวเราะชอบใจ การินเดินกลับผ่านโต๊ะกอยและอดไม่ได้ที่จะบอกให้กอยได้รับรู้
"พี่กอย ตองมากินด้วยพี่" การินชี้ให้กอยดู ท่าทางกอยจะสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
"ช่างเขาเหอะพี่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครอยู่แล้ว" กอยว่างั้นแต่สายตากอยไม่ละไปจากโต๊ะตองเลย
 

              การินเดินต่อไปรับออร์เดอร์และเดินไปสั่งออร์เดอร์หน้าบาร์ แบงยังคงเต้นกับบัวน้องสาวอย่างสนุกสนานโดยกกโผล่มาในโต๊ะอีกคน กกเดินเข้ามาทักทายการิน

 
"ไงเหนื่อยรึป่าว"
 "นิดหน่อยพี่กก ทำงานเสร็จแล้วเหรอคะ พรุ่งนี้ปี 4 ส่งงานไม่ใช่เหรอ"
"ก็ยังหรอกเหลืออีกนิดหน่อย ไอแบงมันโทรมาจิกให้พี่มา ไม่รู้มันจะไปหาเรื่องใคร"
 

               การินไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของกก และทำงานของเธอต่อไปพร้อมเวลาที่เดินไป เธอภาวนาให้มันผ่านไปเร็วๆเพราะเธอง่วงนอนเหลือเกิน เธอแอบมายืนอยู่บริเวณโต๊ะโซฟาด้วยความง่วงหงาวหาวนอน

 
"ไม่ไปร่วมวงด้วยเหรอ การิน" ใครบางคนมากระซิบข้างหู การินสะดุ้งออกจากความง่วงของเธอมองต้นเสียงด้วยสีหน้าแปลกใจ
"ร่วมวงอะไรอ่ะพี่อัน" อันซึ่งห่างหายจากร้านไปหลายวันเดินเข้ามากวนโทสะการิน
"ก็นั่นไง" อันชี้ไปกลางร้านบริเวณโต๊ะของตอง การินเบิกตากว้างอย่างสนใจทันทีโดยไม่สนใจอันอีกต่อไป
 

               แบงและตองยืนคุยกันโดยมีกอยยืนฟัง มีคนห้อมล้อมทั้งกก บัวที่เข้าไปฝ่ายแบง และเพื่อนกอยและกอยที่ยืนกอดอกฟังเหตุการณ์อย่างตั้งใจ ยังมีเพื่อนชายของตองอีกหลายคนที่ยืนกันท่า ดูท่าทางจะคุยกันอย่างดุเดือดแบงดูเอาเรื่องมาก การินรีบเนียนไปโต๊ะนิตาที่อยู่ใกล้ๆ

 
"เกิดไรขึ้นอ่ะแก"   การินถามนิตาที่พยายามยืนให้ใกล้วงที่สุด
"ไม่รู้ดิ เพลงมันดังฉันฟังไม่ได้ยิน มีเรื่องกันแหละ คอยดูไปดีกว่าเดี๋ยวอาจตบกันก็ได้" การินกลืนน้ำลายและจำใจรับออร์เดอร์โต๊ะข้างๆที่ดันสั่งของในเวลาชลมุนแบบนี้
 

              การินเดินมองเหตุการณ์ห่างๆกลับไปที่บาร์ ผ่านประตูร้านซ้ำร้าย ตำรวจเข้าตรวจร้านอีกต่างหากเพลงจึงต้องเบาลง ตำรวจพวกนี้ขึ้นมาทำเป็นตรวจไปตามหน้าที่ แต่จริงๆแล้วก็มารับเงินต่างหาก นี่คือระบบตำรวจที่ไม่มีความมั่นคงในเขตนี้และปอก็เคลียร์กับตำรวจได้อย่างสบายเรื่อยมา ชายและอันรีบเข้าไปคุยกับตำรวจ การินนึกถึงปอขึ้นมาทันที หันมองเห็นปอยืนอยู่หน้าบาร์

 
[....วันนี้คงเป็นวันซวยของพี่ปอเลยทีเดียว เด็กๆมาคุยกันกลางร้าน แถมตำรวจยังเข้าอีก ดูเขาก็ยังหน้านิ่งเก็บความรู้สึกเก่งจริงๆ ข้างในใจคงปั่นป่วนวุ่นวายน่าดู สมน้ำหน้า....]
 

               การินแกล้งเดินไปยืนข้างๆปอและเอาถังน้ำแข็งเปล่ากระแทกแขนปอเบาๆ ปอปลีกสายตาจากตำรวจหันมามองการินด้วยสีหน้ากังวล การินส่งสายตาบอกเป็นนัยว่าสมน้ำหน้าและยิ้มเจ้าเล่ห์ ปอหันตัวเข้าบาร์หยิบกระเป๋าที่วางในบาร์และเดินออกจากร้านไปอย่างไร้ร่องรอยในทันที

 
[....นี่น่ะเหรอวิธีแก้ปัญหา ปล่อยให้เด็กๆเถียงกันกลางร้านภายใต้สายตาเด็กร้านที่เฝ้ามองด้วยความลุ้น ส่วนตัวเองก็หนีปัญหาหายตัวไปอย่างลอยนวล สุภาพบุรุษเหลือเกิน ไม่มีความรับผิดชอบ หนีปัญหาที่สุด....]
 

                 ไม่นานนักแบงก็กลับมาโต๊ะเธอเอง ทุกคนกลับมาในที่ของตน เพลงเปิดเสียงดังตามปกติ ตำรวจกลับไปพร้อมรอยยิ้ม สภาพร้านกลับมาเป็นเหมือนเดิม การินเดินเข้าไปสอดแนมจากกอย

 
"เกิดไรขึ้นเหรอคะพี่กอย"
"ไม่มีไรหรอก แบงมันเคลียร์กับตองน่ะ พี่ก็ไปยืนฟัง"
"เป็นไงบ้างคะ" การินถามอย่างสนใจ
"ไม่รู้สิพี่ก็ฟังไม่รู้เรื่อง" กอยพยายามปิดบัง การินรู้ทันจึงเปลี่ยนเรื่อง
"ตำรวจเข้าด้วยอ่ะ พี่กอยแอบโทรเรียกตำรวจรึป่าวคะ" การินแกล้งหยอกเล่นตามประสา
"พี่ไม่ทำแบบนั้นหรอกจ่ะ ใครจะไปทำร้ายครอบครัวได้ลงคอล่ะจ๊ะ ก็ต้องช่วยครอบครัวทำมาหากินสิ" การินหัวเราะเจื่อนๆและรีบเดินออกมาทันที
 
[..."ครอบครัว" งั้นเหรอ พูดอย่างภูมิใจเชียวพี่กอย ฉันฟังแล้วนึกสมเพชขึ้นมาทันทีเลย ครอบครัวนี้ท่าทางจะมีลูกหลานเยอะมากน่าดูเลยสินะ เป็นครอบครัวสุขสันต์เลยทีเดียว ไปเที่ยวทีต้องเหมารถบรรทุกล่ะมั้ง เพราะเมียเยอะลูกเยอะดูวุ่นวาย....]
 

                ร้านปิดเปิดไฟ การินก็ยังคงไปล้างแก้วในบาร์อย่างเคย อสูรกายที่ลอยนวลก็กลับมาร้าน Hubrisเด็กร้านทุกคนมองปอด้วยคำถามเดียวกัน

 
"พี่ปอไปไหนมาพี่" บอลเอ่ยถาม เป็นคำถามที่ทุกคนอยากฟังคำตอบมากที่สุด
 "ไปจ่ายค่าปรับให้ตำรวจที่โรงพักมา"
 

               ปอตอบหน้านิ่งและเข้ามาเช็คเงินหน้าจอคอมพิวเตอร์ในบาร์ การินเหลือบมองแบงที่ยังคงไม่กลับเหมือนรอปอ สาวสวยแบงโวยวายเรื่องตองให้เด็กร้านและน้องๆปอฟังจงใจให้ปอที่อุตส่าห์ปลีกตัวเข้ามาในบาร์ได้ยิน เสียงดังลั่นร้านจนการินได้ยินแว่วๆ

 
"ฉันโคตรโมโหเลย มาหาว่าฉันปล่อยแฟนไปได้ไง มาถามฉันทำไมฉันไม่ใช่แฟนมันแล้ว ฉันด่าไปว่าถ้าอยากได้นักก็เอาไปเลยฉันไม่สนใจอยู่แล้ว  และไม่ต้องโทรมาถามอะไรฉันอีก เกือบโดนตีนฉันไปแล้ว ดีนะที่ขอโทษฉันก่อนลงตีน   มาหาเรื่องฉันก่อนแล้วมาหงอยทีหลัง  ถ้าฉันหาเรื่องใครฉันไม่มีทางพูดว่าขอโทษหรอก"
 

               เด็กร้านบางคนหันมองหน้าการินอย่างเป็นห่วงจิตใจการิน บางคนก็แอบสะใจ แต่การินกลับแอบยิ้มมุมปากอย่างสะใจ ที่เธอทำให้ชีวิตปอปั่นป่วนได้ถึงเพียงนี้

 

              การินตัดสินใจฝาก กกเรื่องที่ปอมาแตะเนื้อต้องตัวเธอให้กกบอกปอให้ด้วย หลังจากที่แบงกลับไปแล้ว กกยังกินต่อกับน้องๆปอ ปอเรียกกกไปคุยหน้าร้านเพื่อเค้นถามเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนี้ กกจึงถือโอกาสบอกปอเรื่องที่การินฝากมา ในขณะเดียวกันที่การินเดินออกจากร้านพอดี การสนทนาของปอและกกที่ดูตึงเครียดก็หยุดกะทันหัน

 
"พี่กก กลับก่อนนะ" การินยกมือไหว้กก และจำใจไหว้ปออย่างขอไปที เพราะคงดูน่าเกลียดไปที่ไหว้กกรุ่นพี่ แต่ไม่ไหว้เจ้านายตัวเอง
"กลับแล้วเหรอจ๊ะ ไปไหนต่อปะเนี่ย" ปอถามการินอย่างเป็นห่วง ปอพยายามจะคุยด้วยแต่การินก็เฉยทำเป็นไม่ได้ยินเดินลงบันไดไปหน้าตาเฉย
 
[...ไม่ต้องมาถามหรอก ไม่ต้องทำว่าเป็นห่วงหรือสนใจ เพราะฉันแข็งแรงพอไม่ยอมให้คุณมากัดกร่อนได้หรอก หวังว่าพี่กกจะบอกเรื่องนั้นให้เรียบร้อยแล้ว....]
 

           การินเดินลงมาถึงชั้นล่างเห็นแบงและบัวนั่งคุยกันอยู่ การินหันไปมองแบง แบงดูสีหน้าเศร้าๆเหมือนกำลังจะร้องไห้ เมื่อเห็นการินเธอกลับส่งสายตาเย็นชามาทางการิน การินยิ้มมุมปากด้วยสีหน้าสงสารแบงก่อนจะขึ้นแท็กซี่กลับหอของเธออย่างเหนื่อยล้า

 
[....สงสารพี่แบงเหมือนกันนะเนี่ยที่ต้องมาเจอกับเรื่องราววุ่นวายแบบนี้ หากฉันเป็นพี่แบงก็ไม่รู้ว่าฉันจะเข้มแข็งพอจะยืนหยัดได้อย่างนั้นรึป่าว อีกฝ่ายตองที่คงจะโดนพี่แบงด่าจนจุกไปเลยทีเดียว ตองคงจะเป็นคนที่ต้องปวดหัวกับเรื่องที่เธอไม่เคยได้รับรู้มาก่อนและตาสว่างขึ้นกว่าเดิม และพี่กอยที่ดูเหมือนไม่เดือดร้อนแต่ฉันก็ดูออกว่าพี่กอยเจ็บปวดไม่น้อย แล้วฉันล่ะ ฉันเป็นไงบ้างในตอนนี้ เสียใจเหรอ ไม่หรอก ฉันก็ต้องอารมณ์ดีสินะ ที่พี่ปอต้องปวดขมับน่าดูและคงต้องหาข้อแก้ตัวง้อสาวๆของเขาอีกพัลวัน  อื้ม..ฉันอารมณ์ดีมากจริงๆ....]
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
"นิตา ฉันว่าเป็นเด็กร้านแบบนี้แทบไม่รู้เรื่องไรเลยว่ะ"
 

                สาวน้อยบ่นพลางตักข้าวในจานคำโตเข้าปากแสดงสีหน้าครุ่นคิด ภายในร้านอาหารใกล้หอแอร์เย็นฉ่ำ

 
"ฉันก็ว่างั้นแหละ น่าจะไม่ได้ผลว่ะ แกไม่ลองหลอกถามเด็กร้านด้วยกันดู เผื่อได้ข้อมูลอะไรดีๆ"
"ฉันแกล้งลองถามๆดูบ้างแล้วเหอะ ไม่มีใครรู้หรอกเรื่องนี้ แต่ละคนก็ทำไปตามหน้าที่ที่ปอจะมอบหมายไปวันๆ ท่าจะยากแล้วสิ" การินกังวลใจ
"แกยิ่งไม่ญาติดีกับพี่ปอด้วยสิ เขาจะบอกอะไรให้แกได้รู้" นิตาสีหน้าอ่อนใจ
"แล้วถ้า.......ญาติดีได้ล่ะ แล้วฉันจะเนียนๆถาม  เขาจะบอกฉันรึป่าวนะ"
"ก็มีโอกาสมากกว่าตอนนี้นะ" นิตาออกความเห็น
"งั้นแผนใหม่ของฉัน ต้องกลับไปคุยดีๆกับพี่ปอ แบบเจ้านายลูกน้องกันธรรมดา ดีมั้ย อย่างน้อยก็เนียนกว่าตอนนี้ จะได้ไม่มีใครสงสัยด้วย"
"พูดเป็นเล่น แกด่าเขาไปซะขนาดนั้น แกคิดว่าเขาจะกลับมาคุยดีได้ไง"
"ก็ลองดู ไม่ลองก็ไม่รู้สิ มันต้องเสี่ยงกันหน่อย" การินสีหน้ามั่นใจ
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

                   ยามบ่ายที่อากาศไม่ร้อนมากนัก สาวน้อยการินนั่งกุมมือถือของเธออยู่นานสองนานเพื่อคิดคำพูดที่จะคุยกับปอเพียงลำพังในห้องนอนของเธอเอง ไร้เงารูมเมทสาวที่ไปหาแฟนหนุ่ม

 
[....ใจเย็นนะการิน! ต่อจากนี้จะเป็นแผนการที่ยิ่งใหญ่ ท่องไว้คำเดียวเท่านั้นว่า เนียน และต้อง เนียน หากพี่ปอกวนตีนอะไรมาก็ต้องทน ทำเป็นหูทวนลมไปแล้วกัน...]
 

               เมื่อเธอเรียกความมั่นใจกลับมาได้เธอรีบกดโทรหาปอทันที

 
"ครับ!"
"พี่ปอ การินมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ" การินแอบเสียงสั่นด้วยความหวั่นใจ แม้สิ่งที่เธอจะทำมันดูขัดกับความรู้สึก แต่เธอมุ่งหวังผลในอนาคตมากกว่า
"ครับ เรื่องอะไร"
"คือว่า การินไม่ชอบที่พี่มาถูกเนื้อต้องตัวการินอ่ะค่ะ การินฝากพี่กกไปบอกแล้ว"
"ครับ กกบอกพี่แล้วครับ พี่ขอโทษแล้วกันพี่ไม่รู้"
"ค่ะ ก็อย่าทำอีกแล้วกันนะคะ" การินใจเย็นพูดจาดีกับปอ จนปองง
"ครับ"
"แล้วนี่อยู่ไหนคะ"
"บ้านครับเพิ่งตื่น การินโทรมาพี่ก็ตื่นเลย"
"อ้อ! ขอโทษที่โทรปลุกนะคะ เออ....จริงๆการินมีอีกเรื่องจะบอก" สาวน้อยเสียงสั่น  ปอเงียบฟังอย่างจดจ่อกับสิ่งที่การินจะพูด
"คือ การินไม่อยากจะต้องมาทำหน้าบึ้งใส่พี่อีกแล้ว การินหายโกรธพี่แล้วล่ะค่ะ ก็เลยอยากให้พี่ให้อภัยที่การินไปทำเรื่องไม่ดีที่ผ่านมา และพูดจาไม่ดีใส่พี่ปอ"
"พี่ไม่ได้คิดอะไรแล้วล่ะครับ ตอนนี้การินก็ทำให้ทุกคนรู้จักกันหมดแล้ว พี่ก็สบายไม่ต้องคอยระวัง คอยโกหกใครอีก" ปอพูดเชิงประชด การินเก็บกักความหมั่นไส้ไว้ในใจและปั้นเสียงหวานต่อไป
"จริงๆการินก็ไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลย แต่เพราะพี่ปอบอกกับพี่กกว่า การินเป็นเด็กร้าน การินเสียใจมากการกระทำก็เลยเตลิด และรุนแรงจนถึงตอนนี้"
"อ้อ! เรื่องนี้นี่เอง" ปอร้องขึ้นอย่างดีใจ
"คือพี่อธิบายได้นะ ที่พี่บอกกกแบบนั้นเพราะว่าพี่ยังไม่อยากให้กกรู้ เพราะกกเป็นเพื่อนกับแบง พี่ไม่อยากให้แบงมาวุ่นวายกับการิน"
"อย่างนี้นี่เอง" การินเบ้ปากอย่างไม่อยากเชื่อ
"การินเสียใจมากทั้งที่พี่บอกกับการินว่าการินเป็นแฟน แต่ทำไมบอกพี่กกว่าเป็นเด็กร้าน การินวู่วามมากไปขอโทษแล้วกันนะคะ พี่ปอโกรธการินมากมั้ยคะ"
 
"ถามว่าโกรธมั้ย ไม่ครับ แต่พี่เข้าใจการินมากกว่า พี่รู้ว่าการินทำไปด้วยอารมณ์ แต่ตอนแรกพี่ยังหาสาเหตุไม่ได้ว่ามาจากสาเหตุไหนที่อยู่ๆการินไปคุยกับตอง ก็โอเคครับรู้แล้วพี่ก็งงมาหลายวัน พี่ก็เสียใจกับการกระทำของการินนะ การินอาจไม่รู้ว่าหลายคนต้องเดือดร้อนและเสียใจ อย่างตอง ตอนนี้เขาเสียศูนย์ไปเลย เขากลายเป็นคนขี้ระแวงไปแล้ว ไม่เชื่อใจพี่อีก ส่วนแบงเขาก็เจอเรื่องนี้มาเยอะแล้ว ทุกครั้งเขาก็เสียใจแหละครับ  พี่ก็พยายามไม่ให้แบงรู้ ส่วยกอยนี้เขาทนมานานแล้ว เขาก็รู้มาตลอด เขาก็เสียใจมากไปกว่าเดิม คอยถามพี่เรื่องตองไม่หยุด คือ ตอนนี้ทุกคนต่างระแวงกันไปมา แค่อารมณ์ชั่ววูบของการินทำให้หลายคนต้องเป็นแบบนี้นะครับ"
 
[....โอ๊ย! อยากเถียงเว่ย ว่าทุกอย่างมันก็มาจากการกระทำของเค้าเองทั้งนั้น มาโทษว่าฉันเป็นคนผิดอีก ทำไมไม่โทษตัวเองบ้างนะ เก็บกดเว่ย เก็บไว้ อย่าได้เถียง....]
 
"จริงเหรอคะ แล้วน้องแอร์ล่ะคะ"
"กับแอร์อ่ะพี่ไม่ค่อยได้คุยแล้วล่ะ แอร์เขาสวยน่ารักเขาแรงเรื่องผู้ชายมาแต่แรกแล้วล่ะ"
"อ้อ!!แล้วพี่เอาไงต่อล่ะคะ จะแบ่งเวลาไง"
"พี่ก็ใช้ชีวิตของพี่แบบนี้แหละจ่ะ ตอนแรกพี่บอกการินว่าจะไปจากที่นี่แต่พี่ได้กำลังใจจากน้องๆพี่ เด็กร้านที่รักพี่ พี่ก็เลยทิ้งพวกเขาไม่ได้เช่นกัน พี่ก็อยู่ร้านของพี่ไปวันๆนั่นแหละ แล้วก็กลับบ้าน ไปเรียนที่ราม ไม่มีอะไรหรอกชีวิตพี่"
"เอาเป็นว่าเรื่องที่ผ่านมาการินขอโทษ ลืมๆไปบ้างก็ดีนะพี่ แล้วเรา 2 คนก็เป็นพี่น้องกัน ไม่ต้องตั้งท่าจะกัดกันอีกแล้ว" การินรีบตัดบทสรุปใจความ
"เป็นพี่น้องอ่ะเป็นได้ครับ แต่น้องพี่มีหลายแบบนะ คือ น้องที่พี่รักมากอย่างพวกไอเมส ไอภู ไอพร พวกนี้มันอยู่กับพี่มาหลายปี รู้ไส้รู้พุงกันมาหมด พี่รักพวกมันคอยดูแลถามไถ่ทุกข์สุข เวลามันมีปัญหาก็คอยเคลียร์ให้อย่างที่แนมกับอายมันทะเลาะกันพี่ก็ทนดูน้องทะเลาะกันไม่ได้ ส่วนน้องอีกประเภทก็เป็นน้องธรรมดาทั่วไปที่พี่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก การจะเป็นน้องที่ดีของพี่ได้มันยากครับ น้องพี่ต้องเชื่อฟังพี่ พี่พูดต้องฟัง พี่จะคอยเป็นห่วงน้องพี่ทุกคน อย่างเมื่อก่อน โสมเด็กร้านSway คนเก่าการินอาจไม่รู้จัก มันไม่ค่อยมาทำงานแล้วแฟนมันห่วง  มันเป็นคนที่โดนจีบมากที่สุด พี่ก็เป็นห่วงมัน พี่ก็บอกกับมันว่า โสม..ผู้หญิงก็เปรียบเหมือนหนังสือ โสมอยากเป็นหนังสืออะไร หนังสือมีหลายประเภท อยากเป็นหนังสือพิมพ์หรือเป็นหนังสือนวนิยาย ถ้าเป็นหนังสือพิมพ์ คนอ่านเปิดอ่านแต่ที่เขาสนใจไม่นานก็ทิ้ง แต่ถ้าเป็นนวนิยายคนอ่านต้องใช้เวลาในการอ่านมากและนานจนเขารู้สึกว่าหนังสือมีคุณค่า พี่คอยสอนน้องพี่ทุกคนล่ะครับ เพราะพี่เป็นห่วง"
"การินขอเป็นน้องธรรมดาก็ได้ค่ะ พี่ปอไม่ต้องมาห่วงใยอะไรการินมากมายก็ได้ แต่การินจะคอยเชื่อฟังในสิ่งที่พี่ปอคอยเตือนคอยสอนแล้วกันนะคะ"
 

                การินไม่รู้ตัวเลยว่าเธอคุยกับปอนานร่วมสองชั่วโมงเลยทีเดียว เนื้อหาการสนทนาก็เป็นการที่ปอแก้ตัวอธิบายเรื่องต่างๆในส่วนที่การินเคยต่อว่าเขาไว้ แต่ฝ่ายการินก็พูดแต่เรื่องการยุติสงครามเย็นและกลับมาเป็นพี่น้องธรรมดา

 
"น่าแปลกนะคะ พอการินเดินออกมาจากเรื่องราวพวกนั้น การินกลับรู้สึกเข้าใจพี่ปอทุกอย่างเลย เพราะการินเคยคุยกับพี่โจ พี่โจมักเล่าให้ฟังเรื่องผู้หญิงของเขาจนการินเข้าใจและชินชากับผู้ชายเจ้าชู้ไปซะแล้ว ไม่รู้ทำไมตอนแรกการินไม่เข้าใจพี่แบบตอนนี้นะเนี่ย จากนี้พี่ปอปรึกษาการินได้นะมีเรื่องไม่สบายใจอะไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องสาวๆ"
"ไม่เป็นไรจ่ะ พี่แก้ไขปัญหาของพี่เองได้ การินก็อยู่ให้สบายใจเถอะ ขอบคุณที่เข้าใจพี่นะครับ พี่ว่าบางทีที่การินไม่เข้าใจพี่ในตอนแรก คงเป็นเพราะ....ความรักบดบังมั้ง"
 

                การินเบิกตากว้าง ปอรู้ทันความรู้สึกลึกๆของการิน ทำเอาการินพูดไม่ออกเงียบไปครู่

 
"ไม่รู้สิคะ"
"พี่รู้ครับว่าการินคิดไงกับพี่ ไม่งั้นคงไม่ถอดจิวจมูกหรอก การินหัวรั้นจะตายไป"
"อ้อ!!มันไม่เห็นเกี่ยวเลย ก็...." การินอยากจะเถียงใจจะขาด แต่ก็ต้องห้ามใจไว้ไม่ให้พูดออกไป
"พี่ปอทานข้าวยังคะ" การินจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง
"ก็รอว่า การินจะไปทานเป็นเพื่อนพี่รึป่าว"
"อ้อ การินไม่ว่างอ่าค่ะ ไว้วันหลังละกัน" การินรีบปฏิเสธตัวสั่น
"ครับ ไม่เป็นไรงั้นพี่ไปทานข้าวก่อนนะครับ"
 
เห้อออออออออออ!!!!!!
 

               การินถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังจากคุยกับปอมาเนิ่นนานจนหูชา แถมยังต้องอดทนไม่เถียงในสิ่งที่เธอคิดไม่ตรงกับปอ และมันจะเป็นเกือบทั้งหมดที่ปอพูดมา แต่เธอก็แอบชื้นใจที่สามารถกลับมาคุยกันได้ปกติ สงครามเย็นสิ้นสุดลงสักที เธอกลับโล่งใจบอกไม่ถูกราวกับสิ่งที่เคยทำมันฝืนใจ และสิ่งที่จะทำคือตรงใจ

 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
"ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!!!!!!!"
 
            ภัทกรีดร้องผ่านสายโทรศัพท์ จนการินต้องเอามือถือออกห่างจากหูสุดแขน
 
"แกต้องไปเที่ยวกับฉัน วันนี้ฉันเครียดฉันทะเลาะกับแชร์ ฉันอยากกินเหล้าเข้าใจมั้ย แกเห็นพี่โจสำคัญกว่าเพื่อนเหรอหะ"
"ป่าว ฉันแค่ขอไปหลังเที่ยงคืนไม่ได้เหรอ ขอเอาการ์ดวันเกิดไปให้พี่โจก่อนไม่ได้รึไงตอนเที่ยงคืนน่ะ"
"ไม่!! ไปหลังเที่ยงคืน แกจะใหฉันไปนั่งคนเดียวรึไง แหมๆๆๆ!!!ทีวันเกิดฉัน  แกไม่เห็นจะทำอะไรให้เลย  การ์ดสักใบก็ไม่มี ไม่ต้องเลย 4 ทุ่มเจอกันที่ Hubrisแกต้องมาไม่งั้นเราขาดกัน"
 
ตู๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 

                     ภัทตัดสายไป การินนั่งกุมขมับหน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอกำลังตั้งใจทำการ์ดวันเกิดให้โจ คนที่เธอไม่เคยลืมจากใจ แต่ก็ไม่ค่อยได้นึกถึงมากนักในช่วงนี้ คงเป็นเพราะมีเรื่องปอเข้ามาแทนที่ให้คิดถึงแทน

 
[....ทำไงดีล่ะ ฉันอยากเอาการ์ดไปให้พี่โจมากกว่าไปเที่ยวกับภัท แต่ฉันก็ทิ้งภัทไม่ได้ด้วยสิ ทำไงดี สงสัยต้องเอาให้พี่โจหลังจากเที่ยวเสร็จแล้วล่ะมั้ง....]
 

              การินถอดใจมองการ์ดที่เธอกำลังนั่งทำในโปรแกรมหน้าคอมพิวเตอร์ เธอตั้งหน้าตั้งตาทำการ์ดเน่าๆที่เธอไม่ได้เตรียมการมากมายต่อไป

 
[....เสียใจจริงๆที่วันเกิดพี่โจปีนี้ ฉันมีเพียงการ์ดเน่าๆนี่ ทั้งที่ปีที่แล้วฉันทำโคมไฟแสนสวยให้พี่โจ ปีนี้ฉันมัวเอาเวลาไปไร้สาระเรื่องพี่ปอซะจนไม่มีเวลาทำของขวัญวันเกิดสวยๆให้พี่โจ การินขอโทษนะพี่โจที่มีแค่การ์ดให้ แต่พี่โจอาจจะไม่อยากรับการ์ดฉันก็ได้....]
 

                   หญิงสาวฟุบลงบนโต๊ะ น้ำตาหลั่งไหลโดยห้ามไว้ไม่อยู่จริงๆ เธอไม่เคยลืมโจไปจากใจได้เลย เธอยังต้องมาพบเจอกับเหตุการณ์ร้ายๆที่ผ่านมา เธอรู้สึกว่าเธอไม่น่าเดินเข้ามาเล่นกับไฟแต่แรก สู้ทนเจ็บปวดกับโจต่อไปยังดีกว่า

 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
"การิน ทำไมมาหลับหน้าคอม"
 

                การินสะดุ้งตื่นเมื่อรูมเมทสาวกลับมาจากไปเที่ยวกับกอ มาพบร่างการินฟุบหน้าคอมพิวเตอร์ การินเงยหน้ามองนิตาและมองนาฬิกาบอกเวลา 3 ทุ่มกว่าแล้ว

 
"เฮ้ย! ต้องเอาการ์ดไปปริ้นก่อน ตายๆจะไปทันที่ภัทมันนัดรึป่าวเนี่ย" การินรีบเซฟไฟล์และวิ่งกระเสือกกระสนออกจากห้องไป ทำเอานิตายืนบื่อไม่รู้เรื่อง
 

                 ถึงเวลานัดหมายการินก็มาถึงร้านก่อนภัทโดยมีนิตามาเป็นเพื่อนด้วย สองสาวก้าวลงจากรถแท็กซี่และเดินข้ามฝั่งไป การินผงะไปเล็กน้อยเมื่อเห็นปอและน้องๆยืนคุยกันอยู่ด้านล่างตึก สายตาแต่ละคนจับจ้องมาที่การินและนิตาเพราะวันนี้พวกเธอสวยเป็นพิเศษ การินมองหน้ากับนิตาแบบทำอะไรไม่ถูก สาวสวยทั้งสองจึงเดินผ่านวงหนุ่มๆไปเงียบๆ การินก้มหน้าก้มตาไม่กล้ามองสบตาปอที่มองการินตาไม่กระพริบ

 

                 วันนี้ปอเลือกเปิดSwayจากที่เปิดแต่ร้าน Hubrisมาหลายวัน คนก็แน่นร้านอย่างเช่นทุกวัน การิน นิตา และภัทต่างเมามายกันแบบไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครทั้งนั้น แม้เธอจะได้โต๊ะที่อยู่ติดกับทางเดินต้องคอยหลบคนเดินไปมาอย่างน่ารำคาญ

 
"น้องบอลพี่อยากได้โต๊ะในๆได้ปะ รำคาญคนเดินไปมา" การินรีบฉุดแขนบอลทันทีที่บอลผ่านมา
"โต๊ะมันเต็มอ่ะพี่ ไม่มีที่เลยด้านในก็แน่น" บอลเดินจากไปพร้อมความผิดหวังของการิน เธอจึงตัดใจและเต้นต่อไปอย่างสนุกสนาน
"การิน พี่ปอเดินมาโน่น" ภัทกระซิบบอกเพื่อนสาวให้มองหนุ่มใหญ่ที่เดินมาเช็คลูกค้าในมุมต่างๆของร้านและผ่านมาแถวโต๊ะการิน ซึ่งเป็นทางผ่าน
"คงมาหาเหยื่อมั้ง วันนี้สาวๆเยอะด้วยสิ" นิตาออกความเห็น
"ถูก เล็งไว้ก่อนแล้วค่อยประชิดตัวตอนสาวๆเมา" การินเสริม สามสาวหัวเราะชอบใจกัน ปอเดินกลับไปยังบาร์และทำหน้าที่ในบาร์ช่วยบัสอย่างเคยๆ
 

                สามสาวนึกสนุกเล่นเกมแข่งกันกินเหล้าในแก้วที่ชงเท่ากันเต็มแก้วทั้ง 3 แก้ว หากใครดื่มหมดก่อนสามารถสั่งให้คนที่ดื่มหมดคนสุดท้ายทำอะไรพิเรนๆก็ได้

 

                 ครั้งแรกเกมเริ่มขึ้นสามสาวต่างดื่มเหล้าเข้าไปอย่างรีบร้อน ผลปรากฏว่าภัทหมดทีหลังและนิตาหมดก่อน นิตาจึงสั่งให้ภัทเต้นให้ฮาที่สุด ภัทก็เต้นท่าที่คิดว่ามันตลกที่สุดในชีวิต จนหนุ่มๆโต๊ะข้างๆมองและขำขันกันไป

 
"การิน!" การินหันมองต้นเสียงเป็นร่างเล็กเจ้าเนื้อที่คุ้นเคย
 "ว่าไงเหรอแนม"
"อยากเปลี่ยนโต๊ะมั้ยอ่ะ มีที่ว่างด้านในโน่นน่ะตรงลำโพง จะได้ไม่ต้องคอยหลบคนเดิน"
"เออเปลี่ยนจ่ะ" การินยิ้มกว้าง แนมรีบจัดการหยิบของบนโต๊ะการินเข้าไปโต๊ะด้านในที่ลึกมากติดกับลำโพงดูเป็นส่วนตัวและมีพื้นที่พอให้เต้นได้สบายๆ
"โห! ไม่มีโต๊ะหนุ่มๆเลยอ่ะ" ภัทแอบบ่นพึมพำด้วยอาการเมา
"หน่าก็ดีกว่าคอยหลบคนเดิน แล้วก็มีพื้นที่ให้เต้นเยอะกว่าตรงนั้นด้วย" การินปลอบใจเพื่อนสาว
"ทำไมจู่ๆเด็กร้านคนนั้นถึงมาให้เราย้าย ก็แกถามบอล บอลว่าไม่มีที่ไม่ใช่เหรอ" นิตาวิเคราะห์ การินคิดตามไปและหันมองปอที่อยู่ในบาร์ จากมุมนี้ปอสามารถมองเห็นการินได้ชัดเจน
"แกคิดว่าพี่ปอสั่งเหรอ" การินกระซิบถามนิตา
"ก็ไม่แน่หรอก หรือโต๊ะเมื่อกี้ที่เรานั่งกันจะอยู่ใกล้โต๊ะเด็กๆพี่ปอ"
"ไม่รู้ดิช่างเหอะได้โต๊ะนี้ก็ดีแล้ว"  การินหันไปมองทางปออย่างครุ่นคิด
 

             สามสาวยังคงเต้นต่อไป สลับกับการเล่นเกม แต่ละคนเริ่มเมามายกันไปตามๆกัน เกมยังดำเนินต่อไปจนกระทั่งการินรู้สึกได้ว่าเธอเมา เรี่ยวแรงที่เธอจะรีบเร่งในการดื่มจึงลดลงทำให้ในเกมนี้เธอพลาดให้แก่ภัท ซึ่งดื่มเหล้าในแก้วหมดคนแรก

 
"ทีตาฉันบ้างล่ะการิน ฉันต้องเอาคืน ฉันจำได้ว่าแกเคยแกล้งให้ฉันไปขอเบอร์แชร์ จากเกมนี้จนฉันต้องมาเป็นแฟนกับมัน  แล้วก็ต้องมาทะเลาะกับมันวันนี้" ภัทก็เมาเช่นกัน
"แหม!!  แกก็ใจเย็นสิ เอาไงว่ามาดีกว่าให้ฉันทำอะไร" การินกอดอกฟังคำสั่งจากเพื่อนสาว
 

                ภัททำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และชงเหล้าในแก้วการินโดยรินเหล้าแสงโสมครึ่งแก้วและมิกซ์เซอร์อีกนิดหน่อย การินแอบตกใจเล็กน้อยเพราะถ้าขืนเธอกินหมดนี่คงจะเมาจนเพี้ยนหามส่งโรงพยาบาลแทบไม่ทันเป็นแน่

 
"จะดีเหรอแก ให้ฉันเต้นแทนดีกว่ามั้ง ฉันกลัวเข้าโรงพยาบาลว่ะ" การินเหงื่อตกเลยทีเดียว
"นั่นดิ ภัท ฉันขี้เกียจพาการินไปโรงพยาบาลอ่ะ" นิตาช่วยเสริมอย่างเห็นด้วยอย่างยิ่ง
"ใครบอกว่าฉันจะให้แกกิน ฉันขอสั่งให้แกเอาเหล้าแก้วนี้ไปให้พี่ปอของแกกินให้หมดแก้ว"
 
            การินเบิกตากว้างหันมองหน้านิตา นิตาทำท่าไม่รู้ไม่ชี้และอมยิ้ม ภัทยิ้มอย่างขำขัน
 
"ไหนแกบอกว่ายุติสงครามเย็นแล้วไงล่ะ  ไปสิ แกล้งพี่ปอไง" ภัทยุแยง
"เออ...จะดีเหรอ  ฉันก็ไม่ค่อยอยากจะคุยอะไรกับเขาหรอก แต่ว่า....ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ตายใจว่าฉันไม่ได้แค้นเขาแล้ว"
 

การินหยิบแก้วเหล้าปริ่มแก้วของเธอและมุ่งตรงไปที่บาร์

----------------------------------------------------------------------------------------------------- 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 118 ท่าน