Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
ไฟครอกใจ.....
13
13/11/2554 14:09:18
313
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 13....ไฟครอกใจ....
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 

              Camry สีขาวเลี้ยวเข้าสู่ซอยแคบๆที่มีบ้านติดๆกันเป็นตับ ดูเป็นชุมชนที่น่าจะคึกคักในช่วงเวลากลางวัน แต่ในเวลาตี 5 แบบนี้ก็พอมีคนเดินไปมาบ้าง บ้านบางหลังขายอาหารหน้าบ้านก็เอาของออกมาจัดวาง และปอจอดรถแน่นิ่งหน้าทาวเฮาส์ 2 ชั้นสีขาวสะอาด ตัดกับบ้านชั้นเดียวเคียงข้างที่ดูเก่าและทรุดโทรม แต่ดูทาวเฮาส์หลังนี้ไม่เหมือนบ้านนักเหมือนสำนักงานอะไรบางอย่างมากกว่า ปอลงจากรถกดรีโมทประตูเหล็กเลื่อนขึ้นให้การินเห็นภายใน

 
            ภายในเป็นโรงรถที่มีข้าวของวางไว้อย่างเป็นระเบียบ กระจกใสจากหน้าต่างหน้าบ้านมองเข้าไปเห็นชุดโซฟาสีขาว และมีติจู้เอี๊ยะสีแดงสดและไฟในติจู้เอี๊ยะสีแดงส้มที่ส่องสว่างจ้าตัดกับผนังสีขาวภายในตัวบ้าน
 
"โรงรถพี่ทำไว้แต่เอารถเข้าจอดไม่ได้ พอดีรถพี่ยาวไปหน่อย"  ปอพูดติดตลกอย่างภูมิใจในรถคันเก่ง
 
            ปอเดินเข้าไปในเขตโรงรถและหันมามองการินที่ยืนตัวแข็งอยู่ข้างๆรถที่จอดนอกบ้าน
 
"เข้ามาสิจ๊ะ" การินไม่อยากแสดงให้ปอเห็นว่าเธอกำลังกังวลใจจึงเดินเข้าเขตโรงรถ ปอกดรีโมทปิดประตูเหล็กลง การินตกใจถึงขั้นสะดุ้ง
 
[...ซวยเลยปิดแบบนี้ถ้าหนีจะหนีไงอ่ะ ต้องใช้รีโมทด้วยสิ ใจเย็นการิน บางทีพี่ปออาจไม่คิดจะทำอะไรก็ได้....]
 
"ที่นี่ คือ ที่ไหนคะ" การินถามเสียงแข็งกร้าวและดุดันเพื่อปอจะได้ไม่กล้าทำอะไรล่วงเกิน
"บ้านพี่ไงจ๊ะ ทำไมเหรอ เข้ามาสิตามสบาย" ปอไขกุญแจเข้าบ้านไป การินต้องเดินตามเข้าไปอย่างจำใจ โทรทัศน์จอใหญ่ถูกปิดสนิทไว้ ชั้นวางของเหนือโทรทัศน์มีเหล้ายี่ห้อแปลกๆตั้งเรียงราย และรูปถ่ายครอบครัวญาติพี่น้องของปอ วางไว้ 2-3 รูป
"พี่ปอคิดว่ามันเหมาะเหรอคะที่พาการินมาบ้านแบบนี้"  การินหวั่นใจมองไปรอบๆบ้านที่ไม่กว้างนัก  แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน  และตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นเรียบง่ายขาวสะอาดด้วยตัวบ้านที่แคบจึงตกแต่งเน้นโทนสีขาวเพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไป
"ทำไมล่ะจ๊ะ ก็พาแฟนมาบ้านมันแปลกเหรอ"  ปอวางของลงบนโต๊ะที่มีข้าวของเอกสารต่างๆวางรกมาก
"การินคิดว่ามันเร็วไปรึป่าว เราคุยกันไม่กี่วันเอง  เหมือนจะไม่ดีนะคะ"
"ไม่เป็นไรหรอกจ่ะ" ปอพลิกเอกสารบนโต๊ะไปมาและเก็บในลิ้นชัก
"แล้วคุณแม่พี่ปอล่ะคะ"
"แม่พี่อยู่อีกบ้าน ฝั่งตรงข้ามอ่ะจ่ะ บ้านนี้พี่อยู่คนเดียว" ปอตอบหน้านิ่ง
 
[....ซวยสองต่อ นี่ฉันเข้าใจว่าเขาอยู่กับแม่นะเนี่ย ไหงเป็นงี้อ่ะ เสี่ยงมากเลย ทางหนีทีไล่ก็ลำบาก โอ๊ย!! ฉันไม่น่าหลวมตัวเข้ามาเลย น่าจะโวยวายแต่แรก....]
 
            การินยืนหน้าซีด และทำตัวไม่ถูก ตัดพ้อต่อว่าตัวเธอเองที่คิดพลาด
 
"ขึ้นไปข้างบนเถอะ ข้างล่างแอร์มันเสีย  ร้อนอ่ะ" ปอเดินขึ้นบันไดเพื่อไปชั้นสองหันหน้ามาชี้มือชี้ไม้ให้การินเดินตามขึ้นไป แต่การินกลับไม่ขยับ  ยืนกอดอกนิ่ง
"ไม่เป็นไรค่ะพี่ปอ การินยังไม่ง่วงเลย พี่ปอไปนอนก่อนละกัน" การินฝืนยิ้ม
"ไม่เอาหน่า  ข้างล่างมันร้อน ขึ้นไปด้วยกัน" ปอทำสีหน้าอ้อนวร การินก็ยังยืนนิ่ง
 "ไม่ต้องกลัวหรอกจ่ะ มาเหอะ" ปอต้องลงจากบันไดมาโอบไหล่การินเชิงบังคับ
"การินขอเข้าห้องน้ำก่อนได้มั้ย ปวดท้องมากเลย" หญิงสาวรีบหาข้ออ้าง
"ข้างบนก็มีห้องน้ำ ขึ้นมาเร็วเข้า" ปอลากแขนการินเบาๆเชิงบังคับ  การินสะบัดแขนออกเบาๆเช่นกันก่อนจะเดินตามไปด้วยสีหน้าไม่ไว้ใจชายตรงหน้า
 
[...เอาไงเอากัน เสี่ยงตายมาถึงขนาดนี้แล้ว แต่ดูพี่ปอไม่ฉายแววความเมาเลย คงไม่มีไรหรอก ใจเย็นมีสติ จำไว้  เขาอาจไม่ทำอะไรมิดีมิร้ายหรอกมั้ง...]
 

                การินเดินตามปอขึ้นบันไดแคบๆขึ้นไปชั้นสอง มี 2 ห้องนอน ทางซ้ายคงเป็นห้องที่เล็กกว่าทางขวา ปอเปิดประตูห้องทางขวา และเข้าไปเปิดไฟสว่างจ้า การินเห็นห้องน้ำก่อนอื่นใดอยู่ทางด้านขวาของห้องนอน ห้องน้ำตกแต่งด้วยกระจกใสโดยรอบ จึงมองเห็นด้านในได้ชัดเจน มีจากุซซี่อ่างใหญ่ ผนังที่ติดกับจากุซซี่มีม่านปิดบังสายตา

  

                การินเดินเข้าไปอีกก็พบเตียงนอนใหญ่ปูผ้าสีขาวล้วนอย่างกับโรงแรม โทรทัศน์จอใหญ่เท่าโต๊ะดร๊าฟถูกปิดไว้เช่นข้างล่าง ชั้นวางของถูกวางอย่างเป็นระเบียบ เจ้าของห้องน่าจะเป็นคนเจ้าระเบียบ แต่พื้นกลับมีฝุ่นหนาเหมือนปอไม่ได้มานอนที่นี่เลย ปอเปลี่ยนกางเกงยีนขายาวเปลี่ยนใส่กางเกงขาสามส่วนที่ดูเบาสบาย การินไม่กล้านั่งลงบนเตียงได้แต่ยืนเก้ๆกังๆ ปอหันมองอย่างแปลกใจกับอาการของการิน

 
"นั่งก่อนก็ได้จ่ะ ยืนไม่เมื่อยเหรอ" ปอเปิดแอร์และพัดลมสุดกำลังเครื่อง  หนุ่มใหญ่เหงื่อออกไหลย้อยทั่วใบหน้านั่งลงข้างเตียงจ่อพัดลม ทั้งที่การินไม่มีเหงื่อสักหยด หญิงสาวนั่งลงปลายเตียงนิ่งๆวางกระเป๋าสะพายลงข้างเตียง  มองปอด้วยสีหน้าหวั่นๆ
"มานั่งใกล้ๆพี่สิมา" ปอตบเตียงข้างๆเขา การินเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว และปั้นสีหน้าให้นิ่งและบึ้งตึง
"เป็นไรไปอีกล่ะจ๊ะ การิน" ปอต้องเป็นฝ่ายขยับมานั่งข้างๆการินเองแต่ไม่แนบชิดนักพอมีที่ว่างให้คนผอมๆนั่งคั่นได้หนึ่งคน
"การินเครียดค่ะพี่"  การินตอบเสียงสั่น
"การินเครียดเรื่องงานอ่ะนะ"
"ก็ไม่ใช่เรื่องนั้นเรื่องเดียวหรอกค่ะ" การินหันจ้องหน้าปออย่างดุดัน
"อ่าว!! แล้วเรื่องอะไรล่ะครับ"
 
[...อยากรู้มากใช่มั้ย ไหนๆก็มีโอกาสได้พูดแล้ว  ถามไปตรงๆเลยดีกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่สงสัย แม้พี่ปอจะไม่ตอบตรงๆก็ตาม....]
 
"การินเครียดเรื่องพี่ปอ" การินจ้องตาปออย่างโหดร้าย ปอย่นหน้าย่นตาอย่างฉงน
"การินเครียดอะไรเรื่องพี่อ่ะครับ"
"การินไม่เคลียร์ตัวเองค่ะ"
"คือ ยังไงไม่เคลียร์ คือการินยังมีใครงั้นเหรอ"
"ไม่ใช่ค่ะ การินไม่เคลียร์ตัวเองกับพี่ ตกลงพี่อยากให้การินอยู่ในสถานะไหนกันแน่ ทุกครั้งที่อยู่ที่ร้านพี่ทำเย็นชา เฉยเมยกับการินมากเลย แฟนกันเค้าไม่ทำกันแบบนี้หรอกค่ะพี่"
"เดี๋ยวนะ นี่คือ การินกำลังโกรธพี่ใช่มั้ย" ปอพยายามรวบรวมสติ
"ไม่ได้โกรธค่ะแค่ไม่เข้าใจว่าตกลงการินเป็นอะไรกับพี่"
"แฟน ไงจ๊ะ การินเป็นแฟนพี่"
"แล้วทำไมพี่ไม่สนใจการินเลยล่ะคะบนร้านน่ะ"
"การินครับ พี่เคยบอกการินไปแล้วนี่ว่าพี่เป็นคนแบบนี้ ทำไมพี่จะไม่สนใจการินล่ะครับ ถ้าไม่สนแล้วพี่จะให้เราไปหาพี่บนร้านทำไม"
"ทำไมพี่ไม่บอกพวกน้องๆพี่ไปเลยล่ะคะว่าการินเป็นใคร ทุกคนมองการินแปลกๆ การินไม่อยากดูโง่ในสายตาคนอื่นนะคะพี่ปอ"  การินเริ่มใส่อารมณ์ ปอหน้าตาตึงเครียดทันที
"ที่พี่ไม่บอกทุกคนก่อนเพราะว่า... เออ..น้องๆพี่มันเข้าใจว่าพี่กับแบงไม่มีทางจะตัดขาดกันได้ครับ พี่ก็เลยต้องค่อยเป็นค่อยไปเรื่องการิน ให้พวกมันค่อยๆรู้ ถ้าจู่ๆพี่ประกาศลั่นว่าการินเป็นแฟนพี่พวกมันจะหัวเราะเอาเพราะมันไม่ใช่นิสัยพี่ พี่กะจะพาการินไปร้านเรื่อยๆให้น้องๆพี่ได้เรียนรู้และรู้จักการินจริงๆจะได้สนิทกันจริงๆ ไม่ต้องมาเกรงใจว่าเป็นแฟนพี่ พี่ถึงเลือกกินบนSwayไงครับ เพราะพี่อยากให้เด็กร้านSwayและน้องๆพี่เห็นรู้จักมักคุ้นกับการิน"
"ช่างเถอะค่ะ เรื่องสถานะอะไรนั่นน่ะ แต่สิ่งที่การินอยากรู้มากกว่าคือ ความรู้สึกที่พี่ปอมีต่อการิน" การินแกล้งอารมณ์เสียลุกขึ้นไปยืนห่างๆจากปอกอดอกราวสืบสวน
"ทำไมล่ะ การินอยากรู้อะไร" ปอมีสีหน้าลำบากใจ
"พี่รู้สึกไงกับการินกันแน่"
"พี่ก็พูดเหมือนวันนั้นในรถแหละจ่ะ พี่ก็ปลื้มการิน"
"ปลื้มหรอคะ แต่การกระทำของพี่มันตรงข้าม"
"แล้วการินจะให้พี่ทำไงล่ะครับ บอกมาสิ"
"การินอยากให้พี่ใส่ใจการินมากกว่านี้ อย่างไปร้านก็ช่วยมาคุยบ้างไม่ใช่ทำนิ่งเฉยเหมือนเราไม่รู้จักกันน่ะ"
"ก็วันนี้พี่คุยกับลุงพี่นี่ครับลุงพี่ที่เป็น ผบ.มาคุยธุระกับพี่ พี่ก็ไม่ได้คุยกับใครทั้งนั้นแหละ"
"การินบอกไว้หมายถึงครั้งหน้าค่ะ การินรู้สึกว่าตัวเองถูกมองว่าเป็นควาย"
"ใครมอง" ปอยิ่งหน้าเสีย
"เด็กร้านบางคน น้องๆพี่"
"ไม่มีใครมองแบบนั้นหรอก เค้าจะมองแบบนั้นกันทำไม"
"ก็ควายเป็นตัวแทนของความโง่เขลา  ไม่รู้เรื่องอะไรบางอย่างที่พี่ปิดบังไว้ไงล่ะ เรื่องผู้หญิงของพี่"
"พี่ไม่มีใครครับ การินเห็นพี่มีใครเหรอ"
"ก็เพราะไม่รู้ไม่เห็นไงคะถึงถูกมองว่าโง่" การินทำน้ำตาปริ่ม หรือมันเอ่อออกมาโดยไม่รู้ตัว ปอเดินมาใกล้ๆการิน การินเดินหนีมานั่งบนเตียง ปอเอามือกุมขมับอย่างร้อนใจ
 
[...ไงล่ะ พูดไม่ออกเลย สะใจดีเหมือนกัน ระเบิด ตูม!!!!!!...]
 
"การินเข้าใจพี่ผิด พี่ไม่มีใคร และก็ไม่มีใครมองว่าการินโง่หรอกนะ การินอย่าคิดไปเองสิครับ" ปอมานั่งใกล้ๆการินและมองหน้าการินอย่างเว้าวรให้เชื่อ
"การินไม่ได้คิดไปเอง เอาเป็นว่าพี่ตอบการินมาตรงๆนะคะ การินจะถามตรงๆ การินเห็นเตมมองตาหยอกพี่เหมือนกับว่าการินเป็นเหยื่อใหม่อะไรทำนองนั้น"
"ตอนไหนครับ" ปอแสร้งทำงง    "พี่ไม่ได้มองหน้าสบตาอะไรกับเตมเลยครับ"
"ก็การินเห็นนี่คะ" การินเถียงขาดใจดิ้น ปอส่ายหน้าอย่างไม่รู้ไม่ชี้
 "งั้นแล้วที่ พร พูดกับพี่ว่า วันนี้มา สาม! คืออะไรคะมาสามอ่ะ"
"มันพูดด้วยเหรอ พี่ไม่เห็นได้ยินเลย พรมันเมาแล้ว มันก็พูดเพ้อเจ้อไปเรื่อยแหละจ่ะ"
 
[...แก้ตัวได้เรื่อยๆเลยนะ จับไม่ได้คาหนังคาเขาพี่ปอก็ไม่รับจริงๆ หาทางอธิบายปฏิเสธได้ตลอด อยากจะบอกว่าฉันไม่เชื่อเลย....]
 
"งั้นแล้วที่พี่บอกกับเด็กร้านว่า เด็กร้านเก็บความลับกันได้มั้ย นั่นล่ะคะ พี่มีอะไรให้เด็กร้านต้องปิดบังเหรอคะ"  ปอทำท่าคิดชั่วครู่
"อ้อ!! ก็วันที่ 28 นี้วันเกิดพี่อ่ะจ่ะ พวกมันก็รอจะให้พี่เลี้ยง จริงๆพี่ก็เลี้ยงวันเกิดที่ร้านทุกปีอยู่แล้ว แต่ปีนี้พี่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลี้ยงรึป่าวเพราะมันเป็นวันอาทิตย์พี่ต้องไปเรียนที่รามกลับมาก็ดึกอาจกินไม่ไหว พี่ก็เลยไม่อยากให้เด็กร้านเอาไปพูดกันก่อนที่พี่จะแน่ใจ ก็เลยให้เก็บเป็นความลับไว้ก่อน ไม่มีอะไรเลยจ่ะ"
 
[....ก็ไม่เห็นต้องประกาศลั่นร้านแบบนั้น เลี้ยงไม่เลี้ยงก็รู้กันอยู่ดีไม่เห็นต้องเป็นความลับ ฟังไม่ค่อยขึ้นเลย แต่เก่งนะเนี่ยคิดแก้ตัวเร็วมาก ยังไม่จบแค่นี้หรอก...]
 
"คำพูดจะสร้างสรรค์ไงก็ได้ให้คนฟังเชื่อ การกระทำก็เสแสร้งได้เช่นกัน ส่วนความจริงจะวัดกันได้ก็คงต้องใช้เวลา การินจะบอกว่า การินไม่ได้เชื่อพี่ทุกคำพูดหรอกนะคะ"
"ครับ พี่ไม่ได้พูดให้การินเชื่อ แต่พี่พูดความจริง พี่โกหกให้ได้อะไรขึ้นมาล่ะครับ พี่ไม่อยากให้การินมาโกรธพี่แบบนี้ พี่ปลื้มพี่ชอบการินพี่ก็พูดตรงๆ การินจะไม่เชื่อก็ช่างเถอะ" ปอมาจับมือการินไปกุมไว้บนตักอุ่นๆ การินรีบสะบัดออก
 

ปอมีท่าทางหงุดหงิดและลุกขึ้นยืนถอนหายใจยาวๆ

 
"ไปครับ!!เดี๋ยวพี่ไปส่งที่หอ"
 
[...เวรกรรม กลับมาโกรธฉันแทนเหรอเนี่ย ใจหายจัง ทำไมต้องใจหายด้วยล่ะ เขาให้กลับก็ดีแล้วนี่นา....]
 
            การินลุกพรวดอย่างไม่รีรอ เดินไปหยิบกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ข้างเตียงและเดินไปที่ประตูอย่างรวดเร็วโดยมีปอตามมาติดๆ
 
หมับ!!!
 
"การินครับ พี่ขอโทษที่ทำให้โกรธ แต่เข้าใจพี่บ้างนะการินพี่ไม่ได้มีใครจริงๆ"
 
            ปอเข้ากอดรั้งการินจากด้านหลังและพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวร การินยืนตัวแข็งด้วยความตกใจ แต่ร่างกายเธอไร้เรี่ยวแรงจะสะบัดออกจากอ้อมกอดของปอ  ตัวเธออ่อนลงอย่างผิดปกติ
 
[...ฉันรู้สึกตื้อไปหมด เหมือนโลกหยุดหมุน ฉันไม่มีเรี่ยวแรงจะต้านทานอ้อมกอดที่อบอุ่นนี้เลยแม้แต่น้อย ไม่ๆๆๆๆๆ การินจงเข้มแข็ง พี่ปอไม่ได้จริงใจกับฉันอย่างที่เขาพูดหรอก มันก็แค่คำหลอกลวง....]
 

              การินผละตัวออกจากปอและเดินไปในห้องให้ออกห่างปอที่ยืนขวางประตูไว้ การินน้ำตาซึมและนิ่งเงียบอย่างหวาดหวั่น ส่วนปอก็ส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจสีหน้าลำบากใจและจนใจจะอธิบายอะไรอีกแล้ว

 
"พี่แน่ใจเหรอคะว่าพี่ไม่มีใครอื่นอีกนอกจากการิน "   การินตัดสินใจถามไหนๆก็ทะเลาะกันหนักขนาดนี้แล้ว
"ครับ!!" ปอตอบสั้นๆมองหน้าการินอย่างท้อใจ
"แล้วน้องแอร์ล่ะคะ คนที่การินเคยเห็นมายืนคุยกับพี่ที่ร้าน" ปอถึงกับหน้าเจื่อนลงทันตา
"แอร์เค้ามีแฟนแล้วเหอะการิน เค้าน่ารักแบบนั้นจะมาคุยกับพี่ทำไมล่ะครับ พี่เคยคุยกับเขาในฐานะที่เขาเป็นลูกค้าคนนึงเท่านั้นเอง"
 
[....โกหกอีกตามเคย ฉันถามพี่นามาแล้วว่าน้องแอร์เป็นเด็กเขามาก่อน  เพียงแต่พี่นาไม่แน่ใจว่ายังคุยกันอยู่รึป่าว บางทีอาจไม่ได้คุยกันแล้วจริงๆเพราะไม่ค่อยเห็นน้องแอร์มาที่ร้านเลย ส่วนผู้หญิงคนอื่นๆล่ะ ถามคนที่ฉันรู้จักและสงสัยมากเป็นพิเศษดีกว่า นั่นคือ ตอง ตองเป็นเพื่อนของ แชร์ แฟนภัทแต่ตองไม่รู้จักฉันหรอก ฉันเคยเห็นครั้งหนึ่งที่ตองรอกลับพร้อมพี่ปอตอนช่วงที่ปอลงมาซื้อ Hubrisใหม่ๆ แต่หน้าตาหวานๆเรียบร้อยน่ารักอย่างตองไม่น่าจะเป็นผู้หญิงชั่วคราวแน่ๆ ลองถามให้รู้แล้วรู้รอดกันไปดีกว่า....]
 
"พี่ปอรู้จัก ตอง มั้ยคะ" การินมองตาปอเพื่อจับพิรุธ
"ตองไหน ไม่รู้จัก" ปอทำหน้างงมากๆกับสิ่งที่การินถาม
 
[....ไม่ยอมรับจริงด้วย หรือตองจะเป็นผู้หญิงชั่วคราวที่พี่ปอพากลับชั่วข้ามคืนเท่านั้นนะ ไม่ถามต่อดีกว่าเดี๋ยวหาว่าฉันรู้มาก เพราะฉันเคยบอกว่าฉันไม่เคยรู้เรื่องเขามาก่อน...]
 
"การินโกรธพี่อยู่ใช่มั้ยครับ" ปอพูดเสียงอ่อนอย่างอ่อนใจและเดินมานั่งหงอยที่ปลายเตียง
"การินไม่ได้โกรธพี่ แต่แค่เสียใจกับเหตุการณ์วันนี้ หากพี่แค่เล่นๆกับการิน การินจะได้ตัดใจเลิกคบไป  เพราะการินไม่อยากเป็นของเล่นคั่นเวลาของใครอีก"
"พี่ไม่จีบใครเล่นๆหรอกครับ ถ้าพี่ไม่สนใจพี่ก็ไม่ยุ่งเลยจริงๆ การินยังรู้จักพี่น้อยไป พี่ต้องกลืนน้ำลายตัวเองจีบการินทั้งที่พูดว่าจะไม่จีบเด็กร้าน แค่นี้การินคิดว่าพี่เล่นๆเหรอครับ" ปอเริ่มใส่อารมณ์บ้างปอถอดแว่นและวางไว้ข้างเตียงเอามือลูบหน้าอย่างหมดแรงรั้ง
"ทำไมสิ่งที่พี่พูดพี่ทำถึงไม่มีคนเชื่อ แต่สิ่งที่พี่ไม่ได้ทำถึงเชื่อกันนัก" ปอก้มหน้ามองพื้นอย่างเซงๆ
 
[....อ่าว!! ได้ข่าวว่าฉันต้องเครียดไม่ใช่เหรอ แต่กลับเป็นพี่ปอที่เครียดจนน่ากลัว ทำไมพี่ปอต้องมาเครียดด้วย หรือเขาจะรู้สึกดีกับฉันจริงๆอย่างที่พูดนะ....]
 

                การินเริ่มใจอ่อนและเดินไปนั่งข้างๆปอ และถอนหายใจเฮือกใหญ่

 
"เอาเป็นว่า...การินจะเชื่อพี่ปอ แล้วเรามาใช้เวลาต่อจากนี้พิสูจน์กันว่าสิ่งที่พี่ปอพูดมันจริงรึป่าว อย่าทำให้การินผิดหวังนะคะ" การินพูดจบ ปอเงยหน้ามองการินอย่างมีหวัง
"การินก็ยังโกรธพี่อยู่ดี พี่เสียใจที่การินต้องมาเคืองพี่ ไม่ไหวแล้วครับ พี่ขอนอนก่อนแล้วกัน เครียด"และปอก็เดินดุ่มๆไปปิดไฟจนห้องมืดมิด การินตกใจนั่งนิ่ง แต่ก็ยังมีแสงจากนาฬิกาดิจิตอลบวกกับแสงพระอาทิตย์ที่ลอดผ่านม่านทึบเข้ามาจางๆส่องสว่างพอที่การินจะลุกขึ้นจากเตียงยืนมองปอที่ซุกตัวลงในผ้าห่มด้วยความอ่อนล้า เพราะนาฬิกาบอกเวลา 7 โมงเช้า
“พี่ปอคะ  การินกลับไงล่ะคะ”  การินจิ้มๆขาปอเบาๆ  อย่างหวาดหวั่น
“นอนก่อนเถอะจ่ะพี่ง่วง  แล้วเที่ยงๆจะออกไปส่ง”
 
[...เอาไงดีเนี่ย  กลัวพี่ปอจะทำอะไรเกินเลย  แต่จะออกจากบ้านไงล่ะพี่ปอนอนไปแล้ว นอนนี่แล้วกันฉันก็ตาจะปิดอ พี่ปออยู่ในอารมณ์งอนคงไม่คิดทำอะไรฉันหรอก  ถ้าจะทำก็คงทำไปนานแล้ว...]
 

               การินก้าวลงเตียงด้วยการตัดสินใจที่เธอมั่นใจ และเอาหมอนข้างกั้นเธอและปอไว้และล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนล้าหันหลังให้ปอที่หลับไหลไปแล้ว แต่การินก็ไม่กล้าข่มตาหลับได้ลงจริงๆ หวั่นเกรงหากปอคิดมาทำอะไรไม่ดีตอนเธอหลับเธอจึงได้เพียงหลับตาพริ้มแต่หลับไม่ลง

 

                สักพักใหญ่การินก็เริ่มๆเคลิ้มจะหลับถ้าไม่มีมือดีมากอดเธอไว้หลวมๆ การินลืมตาโพลงทันทีและหันมามองหน้าปอที่อยู่ใกล้ใบหน้าเธอเหลือเกิน การินใจสั่นระริกและแรงขึ้นเรื่อยๆ พยายามแกะมือปอที่รัดเอวเธอแน่นขึ้นออก

 
"พี่ปอปล่อยเหอะพี่"
"การินยังโกรธพี่อยู่เหรอครับ" ปอไม่ปล่อยง่ายๆ
"ป่าวค่ะ ก็บอกว่าไม่โกรธไงคะ แต่ว่าพี่ปอปล่อยก่อนนะ"
"ทำไม กอดไม่ได้เหรอ" ปอเอาหน้าเข้ามาใกล้และหอมแก้มการินฟอดใหญ่ การินรีบหันหน้าหนี หากไฟสว่างกว่านี้คงพอเห็นแก้มการินที่แดงระเรื่อ
"พี่ปอ เอ่อ!!!...ปล่อยการินก่อนได้มั้ยคะ การินไม่ชอบแบบนี้เลยอ่ะ" ปอคลายกอดแต่ยังเอาแขนค่อมไว้ การินจึงลุกไม่ได้
"การินไม่รักพี่เหรอ"
"การินไม่อยากให้พี่ปอเอาคำว่ารักมาอ้างที่จะทำแบบนี้ การินพูดตรงๆเลยนะคะว่าการินไม่อยากมีอะไรกับพี่ตอนนี้"
 
            การินพูดออกไปด้วยความโมโห และกลัวปอจะทำมากกว่านี้สู้บอกตรงๆดีกว่า ทำเอาปอคลายทุกอย่างจากตัวการินแต่นอนตะแคงเข้าหาการิน
 
"ทำไมล่ะครับ" ปอถามตรงๆสีหน้าจริงจัง
"พี่ปอคะ การินเจออะไรมาเยอะเสียใจมามาก การินไม่อยากจะต้องมาเสียใจอีกรอบหากรู้ว่าพี่ฟันแล้วทิ้ง"
 

ปอหัวเราะออกมาเบาๆ การินยิ่งฉุนในใจ

 
"ทำไมการินถึงคิดว่าพี่จะฟันแล้วทิ้งล่ะครับ พี่ไม่ใช่คนแบบนั้นเลย ถ้าการินรู้จักพี่จริงๆการินก็จะไม่พูดแบบนี้แน่นอน" ปอจ้องแววตาการินอย่างลึกซึ้งเป็นประกายน่าหลงไหล จนการินเหมือนถูกสะกด มือปอเริ่มเกาะก่ายตัวการินอีกครั้ง
"พี่จะไม่มีวันทำแบบนั้นกับคนที่พี่รักหรอกครับ พี่อยากให้การินเชื่อพี่สักครั้ง พี่รู้สึกดีกับการินมากจริงๆ อย่างตอนนี้พี่ได้กอดเรา พี่ยังคิดว่าฝันไปเลย ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีวันนี้"
“การินไม่อยากเป็นตัวสำรอง  เป็นกิ๊กใครอีก  การินเหนื่อยกับสถานะเหล่านั้นมามากเกินพอแล้ว  ถ้าพี่ปอจะให้การินอยู่ในสถานะเหล่านั้นก็อย่าเลยนะคะ”
 
 
            การินไม่มีเรี่ยวแรงจะขัดขืนปออีกหลงเคลิ้มไปกับคำพูดหวานซึ้งที่ปอหยอดใส่ อคติที่เคยเป็นสิ่งป้องกันแตกกระจายหายไป มีเพียงความรู้สึกดีที่โผล่เข้ามาแทนที่โดยที่การินเองก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน มาบดบังสายตา ปิดกั้นสมองและความยับยั้งชั่งใจไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 

          การินมองแววตาปอที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ ริมฝีปากที่อ่อนนุ่มของชายตรงหน้าทำเอาการินตัวอ่อนและพริ้วไหวราวอยู่ในห้วงเวลาของความสุขและเคลิบเคล้ม ปอเอามือหนาที่ดูนุ่มนวลกว่าทุกวันชะโลมลูบเส้นผมที่ปรกหน้าหญิงสาวให้คลี่ออกจากใบหน้า เพื่อเธอจะได้เห็นเทพบุตรที่เคยเป็นซาตานตรงหน้าได้อย่างชัดเจน

 
"ไม่ต้องไปเป็นกิ๊กใครอีกแล้วนะครับ เพราะการินเป็นแฟนพี่"
 

               ปอก้มลงจูบหน้าผากการินอย่างแผ่วเบาหญิงสาวหลับตาพริ้มน้ำตาซึมอย่างซึ้งใจและปล่อยตัวปล่อยใจไปกับอารมณ์ชั่ววูบของยามเช้าที่ดูสดใสกว่าทุกวัน

 

               เปลวไฟที่ร้อนระอุครอกใจของการินไปซะแล้ว ทั้งที่เธอเคยคิดว่าเธอเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี แต่ในวันนี้เธอกลับเป็นเชื้อไฟดีๆนี่เอง

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
  

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 141 ท่าน