Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
...เจ้านายจอมเนียน....
12
13/11/2554 13:57:55
363
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 12....เจ้านายจอมเนียน...
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
               เสียงมือถือที่กรีดร้องเงียบสงบลงราวกับไม่เคยส่งเสียง สาวน้อยนิ่งเงียบคิดไปว่าเพื่อนสาวคนใดกดรับสาย แต่เสียงภายนอกห้องน้ำดูเงียบกริบไม่มีเสียงสนทนาจากนอกห้องน้ำเลย สาวน้อยคาดหวังให้คนที่โทรมาได้โปรดโทรมาอีกครั้ง
 
[....โทรมารอบเดียวเอง อาจจะไม่ชอบโทรจิกก็ได้มั้ง ก็ดีเหมือนกันที่ฉันไม่ได้รับสายให้พี่ปอรู้สึกกระวนกระวายซะบ้าง จะได้รู้สึก  แต่บางทีเค้าก็อาจไม่รู้สึกอะไร...]
 
            การินออกจากห้องน้ำใช้ผ้าขนหนูผืนนุ่มขยี้ผมที่เปียกชุ่มอย่างใจเย็นและเดินมาหยิบมือถือบนโต๊ะ
 
"รอไปเถอะ ไม่โทรกลับง่ายๆหรอก" การินคิดจะแกล้งปอ แต่กลับไม่รู้เลยว่าปออาจไม่ได้รอโทรศัพท์เธอ
 

                การินหันไปมองภัทซึ่งหลับเป็นตาย ทั้งที่บอกจะนอนรอ การินไม่สนใจปล่อยให้ภัทนอนหลับไปเธอจะได้ไม่ต้องไปส่ง เธอแต่งตัวอย่างไม่รีบร้อนจนเสร็จและพร้อมจะปั่นหัวปอ เธอกดโทรหาปอทันทีที่พร้อม แต่ผลกลับกลายเป็นปอที่ปั่นหัวการินแทน ปอไม่รับโทรศัพท์การินเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าการินจะโทรไปกี่รอบปอก็ไม่รับ

 
[....นี่ก็ตี 4 จะบอกว่านอนแล้วก็ได้นะ แต่ฉันว่าเขาน่าจะได้ยินเสียงโทรศัพท์บ้างแหละ หรือเขาจะปิดเสียงนอน...]
 
            การินยังคงโทรต่อไปด้วยความที่เธอต้องการเอาชนะ จนเธอหลับไปข้างๆภัทและนิตา

.................................................................................................................................................................

 

                  เช้าวันใหม่  นักศึกษาสถาปัตยกรรมไม่สามารถจะนอนอืดตื่นสายสบายตัวได้อย่างนักศึกษาคณะอื่นๆ  ด้วยโปรเจ็กที่รอการลงมือทำให้เสร็จลุล่วง
 

 
"ฮัลโหลค่ะ" การินกดรับสายด้วยสีหน้าหงุดหงิด เพราะความตึงเครียดในห้องนอนของษา ที่กำลังวุ่นวายกับการทำโปรเจ็กที่เหมือนไฟลนเข้ามาทุกที
"อยู่ไหนจ๊ะ" ปอกรอกเสียงหวาน
"ทำโปรเจ็กอยู่ห้องษาค่ะ" การินตอบเสียงห้วนๆด้วยสีหน้าเฉยชา  ในอารมณ์ที่ขุ่นเคืองกับเรื่องเมื่อคืนเมื่อหนุ่มใหญ่ไม่รับโทรศัพท์เธอเลย
"เมื่อคืนพี่โทรไปทำไมการินไม่รับล่ะจ๊ะ"
"การินน่าจะถามพี่มากกว่า ว่าทำไมการินโทรไปหลายรอบพี่ก็ไม่รับเลย"
"ก็พี่ทำงานอยู่นี่จ๊ะ เมื่อวานมีโต๊ะชิ่งโต๊ะนึงก็เลยเคลียร์นาน พี่ก็กลับบ้านโทรหาเรา เราก็ไม่รับ พี่ก็เลยนอน"
"เหรอคะ" การินทำน้ำเสียงสูงแบบว่าไม่เชื่อ
"ครับ!!แล้วทำไมการินไม่รับสายพี่ล่ะจ๊ะ"
 "การินอาบน้ำค่ะ การินกลับไปหอ ภัทก็มานอนหอการิน" การินเริ่มปรับเสียงปกติ ไม่อยากทำตัวงี่เง่าให้การสนทนาต้องตึงเครียด
"แกล่อลวงฉันไปนอนห้องแกนะ การิน ฉันไม่ได้อยากไปนอนพูดให้ดีๆ"   ภัทซึ่งแวะมานั่งเล่นห้องษาโวยวายทันทีที่ได้ยินการินพูดถึงเธอ เสียงเจ้าหล่อนแล่นผ่านเข้าโทรศัพท์มือถือของการิน ทำให้ปอได้ยินเข้าทำเอาหนุ่มใหญ่ยิ้มปนขำ
"เพื่อนโวยวายอะไร"
"อ้อ! ภัทมันเมามากไงคะ" การินเดินออกไปตรงระเบีบงห้องหลีกเลี่ยงเสียงรบกวนจากภัท
 "ภัทเมามากค่ะ  แต่การินอยากไปอาบน้ำก่อนจึงให้ภัทนอนรอแล้วตกลงว่าจะไปส่งภัทหลังจากที่การินอาบน้ำเสร็จ ปรากฏภัทมันก็หลับไปเลย ตื่นมาตอนเช้าก็มาโวยวายว่า การินล่อลวงมันมานอนที่หอการิน"
"อ๋อออ!! ไม่เห็นการินจะล่อลวงพี่ไปนอนบ้างเลย"
 
[....เอาแล้วไง  ก็สุภาพบุรุษได้ไม่นาน  แต่เข้าใจว่าคงพูดเล่น....]
 
"ก็มานอนสิคะ นอนกัน 3 คนอบอุ่นดี เผลอๆพี่กอแฟนนิตามานอนด้วยเป็น 4 คนสุขสันต์กันไป"
"ไม่เอาแบบนั้นสิครับ ต้องการความเป็นส่วนตัว"
"เออ...พี่ปออยู่ไหนล่ะคะ กินข้าวยังเอ่ย" การินรีบตัดบททันที เพราะเธอรู้สึกเลี่ยนเต็มทน
"พี่กำลังไปร้านจ่ะ ไปสั่งของ และว่าจะไปห้างไปซื้อของ ข้าวพี่กินไปเมื่อบ่ายๆยังไม่หิวเลย"
"ซื้อของเข้าร้านเหรอคะ การินไปช่วยถือมั้ย"
"ไม่ใช่หรอกจ่ะ มันไม่ใช่หน้าที่พี่ เป็นหน้าที่ชาย หน้าที่พี่เกี่ยวกับสั่งของเช็คของ เรื่องเด็กร้าน และพวกติดต่อกับราชการตำรวจอะไรแบบนี้ วันนี้พี่จะไปซื้อของเข้าบ้านพี่ การินไปด้วยก็ได้"
"ไปได้จริงเหรอคะ"
"ได้สิจ๊ะ ทำไมจะไม่ได้"
"ก็ดีเหมือนกัน การินอยากไปเปิดหูเปิดตาบ้างกำลังเครียดอยู่เลย"
"เดี๋ยวพี่ไปรับอีกครึ่งชั่วโมงนะครับ"
 
[....ดี! ไปเดินในที่สาธารณะอยากรู้พี่ปอจะทำไง จะนิ่งเฉยเหมือนฉันเป็นคนแปลกหน้าอย่างเมื่อวานรึป่าว แต่คงไม่ได้ไปกันตามลำพัง เพราะฉันจะพาภัทไปด้วย....]
 
------------------------------------------------------------------------------------
 
 
            Camry สีขาว เคลื่อนมาจอดตรงเวลานัดหมาย เจ้าของรถคงแปลกใจที่คนที่นัดเพียงคนเดียวและอีกคนมาทำไม เมื่อสองสาวขึ้นรถเรียบร้อย รถก็ขับเคลื่อนออกจากย่านชุมชน
 
"ภัท นี่พี่ปอ" การินแนะนำเพื่อให้ภัทไหว้ปอ ปอพยักหน้าด้วยสีหน้าแปลกใจไม่จางหาย
"พี่ปอนี่ภัทนะ ภัทไปด้วยนะคะ" การินนั่งเบาะหน้า และภัทนั่งเบาะหลังเพียงลำพัง
"ภัทไปไหน" ปอแกล้งถามกวนๆ จนภัทหน้าเสีย การินเองก็มองเพื่อนสาวแบบให้กำลังใจ
"ก็ไปกับเราด้วยไงคะ"  การินหันไปบอกปอด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมปอถึงพูดกับภัทเช่นนั้น  ปอทำหน้านิ่งๆคล้ายไม่พอใจ
"ไปไหน" ปอพูดยิ้มๆแกล้งภัท
"เออ ไม่ไปก็ได้ค่ะ" ภัทพูดคอตกสีหน้าน้อยใจ การินหันมองภัทซึ่งกำลังทำหน้ายักษ์ใส่การินทันทีด้วยอาการไม่พอใจ
"แล้วภัทจะไปลงไหนครับ" ปอยังเล่นต่อ จนภัททำท่าจะร้องไห้
"ลงเลยก็ได้" ภัทพูดเสียงอ่อน การินหัวเราะคิกๆด้วยความขำ เพราะรู้ว่าปอแกล้งภัท
"งั้นพี่ส่งลงตลาดนัดละกันนะ"
"ก็ได้...."
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ " ปอระเบิดเสียงหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าภัทแย่ลงเรื่อยๆ
 "ไปได้จ้า แหมแต่ว่าจะมาทำไม เค้าอยากไปกันสองต่อสองไม่รู้เหรอ มาเป็นก้างทำไมครับ" ปอพูดทีเล่นทีจริงจนภัทหงอยอีกรอบ
 

               การินหันไปมองตาภัทด้วยสายตาขอโทษแทนเพราะรู้ว่าภัทคงไม่พอใจปอแน่ๆ การินก็หน้าเจื่อนลง

 
"ล้อเล่นนะภัท  พี่ไม่ได้ว่าอะไรหรอก ไปได้จ่ะ"ปอพูดกับภัท
"แต่งตัวสวยมาเลย วันหลังแต่งสบายๆมาก็ได้" ปอหันมองการินปนขำ
"ไม่ได้หรอกค่ะ ต้องสวยเสมอ เดี๋ยวจะสู้สาวๆของพี่ปอไม่ได้" การินแอบแขวะ ภัทนั่งอมยิ้ม
"สาวที่ไหนล่ะจ๊ะ ถ้ามี พี่จะจีบการินทำไมกัน นี่แหละนะทั้งที่อยู่เฉยๆกลับมีคนเอาไปพูดได้เรื่อย สิ่งดีๆของพี่ทำไมเขาไม่พูดบ้างนะ"
"ไม่มีใครอยากเมาท์เรื่องดีๆของคนอื่นหรอกค่ะ มันไม่สนุกปาก แต่การินก็อยากรู้นะคะว่าที่เขาพูดๆกันถึงพี่จริงรึป่าว ต้องสืบซะแล้ว"
"สืบสิจ๊ะ   ถึงจับได้พี่ก็ไม่รับหรอก ฮ่าๆๆๆ" ปอหัวเราะเบาๆอย่างอารมณ์ดีในคราบพ่อบ้านอารมณ์ดี
 
[....ตรงกับที่พี่นาเคยบอกไว้ไม่มีผิด พี่นาเคยเมาท์เรื่องพี่ปอให้ฟังตอนช่วงที่พี่นาไปสนิทกับพี่แบงว่า พี่ปอเจ้าชู้มากถึงพี่แบงจับได้ก็ไม่ยอมรับ พอพี่แบงงอนก็ค่อยมาตามง้อทีหลัง มันต้องจับให้ได้คาหนังคาเขาแบบชนิดที่ว่าอยู่บนเตียงด้วยกันเลยรึไง....]
 

                 ถึงห้างสรรพสินค้า การินแฝงคราบแม่บ้านจำเป็นเคียงข้างภัทเข็นรถเดินตามพ่อบ้านปอ ซื้อของเข้าบ้านซอยนั้นซอยนี้อย่างสนุกสนาน ภัทแอบมองเยลลี่ของโปรดตาปริบๆ เมื่อได้รับคำอนุญาตจากปอเธอก็รีบตักไม่อั้น จนการินแอบเกรงใจ  ปอซื้อของใช้ส่วนตัวเยอะแยะไปหมด

 
"เลือกดูกันไปนะเดี๋ยวพี่ไปดูของทางโน้นแป๊บนึง" ปอกดมือถือBB ยิกๆและเดินหลบเลี่ยงไปทางอื่น
"สาวๆโทรมาล่ะสิ นึกว่าฉันไม่รู้เหรอ โทรจิกซะด้วยเห็นหายไปโทรหลายรอบแล้วนี่" การินแอบบ่นอุปกับภัท
"ตามไปดูเลยสิการิน อยากรู้พี่ปอจะทำไง"
"ฉันก็อยากรู้ แต่ไม่ได้หรอก เราต้องแกล้งโง่ แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง รู้ไม่ทัน"
"ทำไมต้องแกล้งด้วยล่ะ  เป็นฉันนะตามไปดูแล้ว  ก็เรามีสิทธิ์ที่จะรู้ไม่ใช่เหรอ หล่อเลือกได้เหลือเกิ๊น" ภัททำน้ำเสียงสูงต่ำแบบประชดประชัน
"ยิ่งทำเป็นรู้มากก็เหมือนรู้ได้น้อยกว่าเดิม ฉันก็อยากรู้ว่ามีอะไรดีนักหนานะผู้ชายคนนี้"  การินมองตามหลังปอไวๆด้วยสีหน้าครุ่นคิด
 

                เมื่อปอกลับมาก็เดินเลือกของใช้กันต่อ ปอไม่ได้เดินเคียงข้างการินเลย คงเป็นมาตรการระวังตัวที่ดี ปอเป็นคนกระฉับกระเฉงตื่นตัวตลอดเวลาและเดินเร็ว เข้าซอยโน้นออกซอยนี้จนการินและภัทตามไม่ทัน

 
"จะรีบไปไหนกันเนี่ย" ภัทแอบบ่นให้การินที่เดินข้างๆฟัง
"สงสัยสาวๆโทรตามรีบกลับมั้ง"
"ดีนะที่มันไม่ร้อนตากแอร์เย็นฉ่ำ ถ้าร้อนล่ะน่าดู ฉันไม่น่าหลงเชื่อตามแกมาเล้ย! การิน!"
"เอาหน่า  ได้เยลลี่ฟรีตั้งถุงเบอเร่อ"
"ไปกันเถอะครับ ของครบแล้ว" ปอเดินมาหาการินและภัทที่ยืนหน้าบึ้ง แต่รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มราวนัดกันไว้
"อ่าวแจ๋วเข็นมา"

            ปอพูดหยอกภัทที่ทำท่าเข็นรถ และเดินมาโอบไหล่การินให้เดินนำไปแกล้งให้ภัทเข็นรถเข็นคนเดียว  ปอหัวเราะชอบใจเมื่อภัทมีสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ไม่มีใครได้ทันสังเกตการินในสถานการณ์ขำขันแบบนี้ว่าเธอแอบหน้าแดงที่หนุ่มใหญ่โอบไหล่เธอ เธอกลบเกลื่อนด้วยเสียงหัวเราะอย่างแนบเนียน
"พี่ล้อเล่นนะจ๊ะภัท" ปอเอามือโคลงหัวภัทเบาๆอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอามือออกจากไหล่การิน
 
[...ทำไมฉันต้องใจเต้นแรงเมื่อพี่ปอเอามือมาโอบไหล่ด้วยนะ เป็นอะไรไป แต่มันรู้สึกอุ่นใจแปลกๆอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน พอเขาเอามือออกก็รู้สึกใจหาย โอ๊ย!!!ฉันเป็นบ้าไปแล้ว ใจเย็นไว้ๆ เข้มแข็งไว้นะการิน...]
 
"ไปช่องนั้นดีกว่าจ่ะ" ปอจูงมือการินเดินนำภัทที่เข็นรถเข็นตาม การินหน้าแดงอีกรอบ ทั้งสับสนและเขิน
 
[...ทำไมฉันยอมให้ตานี่ฉวยโอกาสจับมืออยู่ได้ ปล่อยสิ ปล่อย...]
 

                สมองเธอบอกให้ปล่อยแต่มือมันไม่ทำตามสมองเรียกร้อง แต่มันกลับทำตามใจ หลังจากเดินกันมาเหนื่อยๆทั้งสามก็หาของอร่อยกินกัน ปอโยนกระเป๋าตังใส่กระเป๋าสะพายของการินที่การินสะพายอยู่หน้าตาเฉย เป็นอันรู้กันว่าฝากไว้

 

                 เสร็จสิ้นภารกิจพ่อบ้านแม่บ้าน ปอขับรถมาส่งการินและภัทที่เดิม การินกลับไปทำโปรเจ็กเช่นเดิม โปรเจ็กของการินดำเนินไปเรื่อยๆอย่างตึงเครียด เวลาล่วงไปเกือบห้าทุ่มที่หญิงสาวนั่งเขียนงานวุ่นวายบนโต๊ะดร๊าฟ

 
[...ลืมถามว่าวันนี้พี่ปอจะเข้าร้านกี่โมง ไม่รู้ว่ามาส่งฉันเสร็จแล้วจะไปเถลไถลที่ไหนรึป่าว โทรถามดีกว่า....]
 
            สาวน้อยการินควานหามือถือในกระเป๋าสะพาย และเธอก็เบิกตากว้างอย่างฉงนอะไรบางอย่างใหญ่ๆอยู่ในกระเป๋าเธอ
 
กระเป๋าสตางค์พี่ปอ!!!!
 

            การินเอาออกมา ษาหันมาเห็นสิ่งที่การินถือด้วยสายตาวิบวับราวเห็นอัญมณีล้ำค่า

"ซื้อใหม่เหรอ ทำไมมันใหญ่อย่างกะกระเป๋าใส่แผ่นซีดีเลย  แต่สวยดีนะ"
"ป่าว! กระเป๋าพี่ปอลืมไว้ที่ฉัน"
"เหรอ ไหนเอามาดูหน่อย อย่างนี้ต้องค้น" ษาแย่งกระเป๋าปอไปจากมือการิน
"จะดีเหรอษา ไม่ดีมั้งเงินเค้าหายขึ้นมาจะซวยเอา"
"จะหายได้ไงล่ะยะฉันไม่ขโมยหรอกย่ะ เอาหน่าดูหน่อยเดียวเอง เค้าไม่รู้หรอก ถ้าแกไม่บอก" ว่าแล้วษาก็เปิดกระเป๋าปออย่างเมามันส์ โดยมีการินชะเง้อมองอยู่ใกล้ๆ
"มีบัตรอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมดเลยอ่ะ กระเป๋าดีไซน์เจ๋งดีนะเนี่ยชอบว่ะ ท่าทางจะมีรสนิยม นี่บัตรประชาชน ชื่อไรหว่า นายไกรศร  สุวรรณไชย อืม!แก่จัง" การินรีบชะเง้อมองบัตรประชาชนปอและอดไม่ได้ที่จะหยิบมาดู
"ใช่ พี่ปอแก่แล้ว แต่ทำไมสาวๆถึงติดจัง" การินบ่นพึมพำ
"เงินไงล่ะ เนี่ยๆๆๆๆๆเงินต่างประเทศด้วย ขอสักใบได้มั้ยน้า"   ษาหยิบแบงค์ต่างประเทศออกมาดูอย่างสนุกสนาน
"จะบ้าเหรอ เอามาเลยเก็บๆเดี๋ยวให้พี่ปอมาเอาคืน"
"ไม่เอาหรอกย่ะ มีปัญญาหาได้" ษาเบือนหน้าเข้าคอมพิวเตอร์และทำงานต่อไป  ส่วนการินออกไประเบียงห้องเพื่อโทรหาปอ
 
            ผลคือปอไม่รับโทรศัพท์อีกตามเคย ทุกครั้งที่ปอไม่รับสายการินก็ต้องรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งไป และเดาไปต่างๆนานา
 
[...ดี! ก็ไม่ต้องเอา ไม่มีเงินใช้ก็จะสมน้ำหน้าให้ ทำอะไรอยู่นะถึงรับโทรศัพท์ไม่ได้...]
 

               การินกลับเข้ามาในห้องทันทีด้วยความหงุดหงิด  นิชาและษากำลังกินขนมที่นิชาซื้อเข้ามาเมื่อครู่ ทำให้การินลืมเรื่องหงุดหงิดที่ปอไม่รับโทรศัพท์ไปปลิดทิ้ง และเข้าร่วมวงกับษาทันที แต่ไม่นานปอก็โทรกลับมา

 
"มีไรจ๊ะการิน"
"พี่ปอลืมกระเป๋าเงินไว้ที่การินค่ะ"
"เออ!! หรอ...จริงด้วย ก็เก็บไว้ก่อนละกัน"
"อ่าว! แล้วพี่ปอจะใช้เงินที่ไหนล่ะคะ"
"ในกระเป๋าไม่มีเงินจ่ะ ไม่เปิดดูล่ะ มีแต่บัตรและแบงค์ต่างประเทศ"
"อ่าวเหรอคะ การินไม่ได้เปิดดู" การินทำฟอร์มคนดีทั้งที่ค้นซะทะลุปุโร่ง
"พี่ปอมาเอาคืนเถอะค่ะ เผื่อต้องใช้บัตรอะไร"
"พี่ทำงานอยู่บนร้านอ่า การินเอามาให้พี่ได้มั้ยล่ะ"
"อ้อ!! อืมก็ได้ค่ะ เดี๋ยวการินเอาไปให้"
"ดีจัง จะได้เจอการินอีกรอบ" ปอปากหวาน แต่ก็ทำให้การินหัวใจพองโตไม่น้อย
"เดี๋ยวสักพักละกันนะคะ การินขอทำงานต่ออีกนิดแล้วเดี๋ยวจะเอาไปให้"
"จ่ะ! พี่อยู่Sway นะ วันนี้เปิด 2 ร้าน"
 

                ด้วยเหตุนี้การินจึงโทรตามภัทไปเป็นเพื่อนที่Sway เพื่อนำกระเป๋าไปคืนปอ

 
"นี่ถ้าฉันไม่เครียดจนหัวจะระเบิดฉันก็ไม่มาเป็นเพื่อนแกหรอกนะ" ภัทบ่นระหว่างทาง แต่คุณเธอกลับแต่งตัวสวยพริ้งราวกับจะไปเที่ยวมากกว่าการินด้วยซ้ำ
"เออๆ แต่งมาซะเต็มยศเลยนะแก เอาของไปให้แค่นี้เอง"  การินถือกระเป๋าสตางค์ของปอไว้มั่น
 

                 บนร้านSwayลูกค้าไม่มากนัก เพราะปอเปิดร้านHubrisด้วย บวกกับช่วงนี้ไม่ค่อยมีลูกค้า  นักศึกษากลับบ้านกันเกือบหมดมหาลัย  ร้านSwayจึงดูโล่งๆผิดกับร้าน Hubrisที่มีลูกค้ามากกว่าSway                                                    

 การินเดินนำภัทไปหาปอที่หน้าบาร์ในร้านSway การินไหว้ปอซึ่งกำลังคุยกับชายคนหนึ่งอย่างเคร่งเครียด  การินจำได้ว่าเขาเป็นตำรวจนายหนึ่งที่เคยมาตรวจตราตอนช่วงที่การินทำงานร้านHubrisก่อนหน้านี้  แต่วันนี้มาในชุดไปรเวศทั่วไปจึงดูไม่น่าเกรงขามเท่าไรนัก ปอดูเหมือนกำลังคุยธุระสำคัญจึงได้เพียงพยักหน้ารับไหว้การิน และชี้มือชี้ไม้ให้การินกินเหล้าในโต๊ะของเขา  ในโต๊ะนั้นมีคนที่การินคุ้นหน้าแต่ไม่รู้จัก จะรู้จักก็แค่ พรเพื่อนสาวซึ่งเคยไปเป็นเด็กร้านHubrisอยู่ช่วงหนึ่งแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นแฟนของเมส คนที่การินเองก็ไม่แน่ใจว่ามีตำแหน่งอะไรในร้านSwayเพราะเธอเห็นเมสมาร้าน Swayทุกวัน ส่วนคนอื่นๆอีก 2-3 คนในโต๊ะหญิงสาวก็ไม่รู้จัก
 
"พี่ปอ กระเป๋าค่ะ" การินสะกิดปอที่ยืนพิงบาร์คุยกับตำรวจคนนั้น และยื่นกระเป๋าให้
"เก็บไว้ก่อน กินเหล้าสิ" ปอหันมาพูดสั้นๆ และชี้ให้การินกินเหล้าต่อ การินมองหน้าภัทที่ทำหน้าลำบากใจ
"กลับเหอะ" ภัทลากแขนการิน
"เดี๋ยวสิ แกอยากกินเหล้าฟรีมั้ยล่ะ อยู่ก่อน" การินกระซิบกับภัท
"เฮ้ย!!เมส ดูแลด้วย" ปอหันมาสะกิดเมสให้ดูแลการิน เมสจึงขอแก้วเปล่าจากบัส ที่มีหน้าที่ในบาร์ 2 ใบ และยื่นให้การินและภัท
"กินเหล้าสิ"  เมสยิ้มอย่างเป็นมิตร  แต่แววตาคู่นี้ของชายหนุ่มดูมีคำถามมากมายต่อการิน
"ขอบคุณค่ะ" การินรับแก้วและชงเหล้ายื่นให้ภัท ส่วนเธอรินน้ำอัดลมใส่แก้วเพราะเธอไม่อยากกินเหล้า เธอยังต้องกลับไปทำโปรเจ็กตามที่รับปากกับษาว่าจะไม่กินเหล้าและกลับไปทำงาน
"ภัท รึป่าวจำ นี ได้ปะ" เพื่อนสาวของพรที่ยืนฝั่งตรงข้ามทักภัทขึ้นมาด้วยรอยยิ้มร่าเริง การินจำได้ว่านีเป็นเคยเด็กร้านSwayนี่เอง แต่ช่วงนี้ไม่เคยมาทำงาน หายหน้าไปเลย
"เออ...ก็คุ้นๆนะ เพื่อนของเบลปะ" ภัทยิ้มแห้งๆพยายามนึก
"ใช่ๆที่เราเคยไปกินเบียร์ด้วยกันไงล่ะ"
"เออๆจำได้ๆ มาชนกันเถอะ  จำไม่ได้มันมืดอ่ะ" ภัทรีบสังสรรค์ทันที นีขอชนกับการินเธอก็รับชนทั้งที่ภายในแก้วเธอจะเป็นน้ำอัดลมก็ตาม
 
[....นิ่ง เฉย เย็นชา อีกตามเคย วันนี้ก็คงอ้างได้ว่าคุยกับตำรวจ แล้วจะให้ฉันนั่งรอไปอีกนานแค่ไหน เมื่อไหร่จะคุยเสร็จสักที สายตาคนในโต๊ะมองฉันเป็นตัวประหลาด ก็คงจะงงว่าฉันมานั่งทำอะไร ทำไมพี่ปอไม่ปริปากบอกคนในโต๊ะสักหน่อยให้รับรู้ว่าฉันเป็นใครมาทำไม พวกเขาจะได้ไม่ต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนี้ เห็นแล้วขัดใจจริงๆ ส่วนยัยภัทนี่ถูกคอกับนีเหลือเกินเมาท์กระจาย ไปรู้จักกันตอนไหนก็ไม่รู้....]
 
            การินนั่งหน้านิ่งเงียบเฝ้ามองพฤติกรรมคนในโตะที่เริ่มเมาๆ เด็กร้านSwayก็เดินผ่านโต๊ะมองการินด้วยสายตาประหลาดใจเช่นกัน ทำเอาการินกดดันไม่น้อย
 
[....ฉันจะรอจนกว่าตำรวจกลับ อยากรู้ว่าพี่ปอจะทำไงต่อไปกับฉัน...]
 

               ไม่นานตำรวจท่านนั้นก็กลับไป ปอก็ยังคงยืนเฉยๆ นิ่งๆ มองลูกค้า  กด BB  อยู่ข้างการินก็จริงแต่ไม่พูดกับการินสักคำ การินก็เลยไม่กล้าจะพูดอะไร  ได้เพียงเก็บอาการสงสัยต่างๆเอาไว้

 
"การิน ไม่กินเหล้าเหรอ" พรที่ยืนตรงข้ามถามและยิ้มอย่างเป็นมิตรเพราะรู้จักกันมาก่อน
"ไม่อ่ะ เดี๋ยวเราต้องกลับไปทำโปรเจ็กต่อ" การินยิ้มกว้าง
 

                 การินสังเกตุท่าทางพรที่หันมองสบตายิ้มหยอกปอหลายๆรอบอย่างน่าสงสัย การินไม่ละสายตาจากหลายๆคนที่มักจะหันมองปอด้วยท่าทางหยอกๆอมยิ้มบ้าง  เหมือนจะแซวๆบ้าง เช่นเดียวกับเตมเด็กร้านที่เข้ามาแอบซดเหล้าแก้วของตัวเองที่วางบนโต๊ะนี้ เตมยิ้มทักการิน หญิงสาวยิ้มตอบ และเตมก็ส่งสายตาหยอกๆไปทางปอ การินรีบหันมองสีหน้าปอทันที แต่ปอก็สีหน้าเฉยนิ่งดื่มเหล้าต่อไปอย่างไม่รู้ไม่ชี้

 
[....สายตาแบบนี้หมายความว่าไง ถ้าฉันแปลความหมายเองจากสายตาเหล่านั้น เหมือนจะสื่อว่า 'เด็กใหม่เหรอ' หรือ 'เหยื่อรายใหม่เหรอ' ไม่สิ ต้อง 'ควายตัวใหม่เหรอ มากกว่า' กดดันจริงๆ ในเมื่อพี่ปอวางท่านิ่ง ฉันก็จะนิ่งเหมือนกัน พี่ปอทำอย่างกะให้ทุกคนเข้าใจว่าฉันมาหาพี่ปอเองและเขาก็ไม่ได้สนใจอะไร  มันรู้สึกได้แบบนี้จริงๆ...]
 
“กลับกันเถอะ! ภัท”  การินชักทนไม่ไหวจึงชวนภัทซึ่งกำลังสนุกกลับอย่างหงุดหงิด
"กลับเลยเหรอ" ภัททำสีหน้าอ้อนวรให้อยู่ต่อ  การินเดินนำภัทออกจากโต๊ะไปยังห้องน้ำ ภัทเดินตามไป
"เออสิ แกไม่เห็นเหรอว่าคนในโต๊ะมองฉันอย่างกับตัวประหลาด ทำไมพี่ปอไม่บอกทุกคนไปว่าฉันเป็นใคร คิดว่าน้องๆเขาฉลาดกันมากแค่ไหนที่จะรับรู้อะไรได้เองราวตรัสรู้เองได้  ฉันว่าท่าทางเหมือนรู้งานกันมากกว่า"
"ก็คิดมากไป ไม่มีไรหรอกมั้ง ไหนแกบอกว่าไม่ได้จริงจังไง  แต่ที่แกเต้นเป็นเจ้าเข้านี่เค้าเรียกว่าจริงจังมาก เฮ้อ!!กลับก็ได้" ภัทมีสีหน้าเหนื่อยหน่ายและอาลัยที่ต้องลาจากเหล้าฟรีของเธอไปก่อนจะสะบัดหน้าเพื่อเดินออกจากห้องน้ำ
"อยู่อีกแป๊บก็ได้" การินกระชากแขนภัทไว้
 

               การินก็อยากรอดูปอว่าปอจะเอาไงต่อ การินและภัทออกจากห้องน้ำมาที่โต๊ะ ปอเพิ่งเดินกลับมาที่โต๊ะเช่นกันหลังจากเดินหายไปในกลุ่มลูกค้า หนุ่มใหญ่ไปยืนข้างพร ตรงข้ามกับการิน และไม่มีการชายตามาที่การินแม้แต่น้อย

 
"หล่อเลยนะพี่วันนี้ มาสาม ฮ่าๆๆ " พรแซวปอ ปอทำหน้านิ่งๆใส่พร และก้มกด BB อย่างไม่สนใจ พรก็เงียบปากไปเนียนดื่มเหล้าในแก้วและมองไปรอบๆร้าน  การินได้ยินเต็มสองหูเพราะเธอจดจ่อปอและพรที่ดูเหมือนมีความลับอะไรกันอยู่
 
[....มาสาม!อย่างนั้นเหรอ หมายถึงผู้หญิงของเขาแน่ๆ จะหมายรวมถึงฉันด้วยรึป่าวนะ รู้สึกไม่ดีเลย  เหมือนเป็นตัวตลกในเกมของใครบางคน...
]
            บรรยากาศในโต๊ะที่ดูสนุกสนานคึกคักบวกกับเสียงเพลงที่มีจังหวะชวนให้โยกย้าย  แต่หญิงสาวการินกลับนั่งหน้านิ่งครุ่นคิดอะไรเพียงลำพัง  เธอไม่โวยวายใดๆที่ปอไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย ทำได้เพียงนั่งมองเงียบๆ  ปอสังเกตเห็นการินหน้านิ่วคิ้วขมวดจึงเดินมายืนข้างๆหญิงสาวและยิ้มจางๆให้แต่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยใดๆ
 
"พี่ปอ การินกลับก่อนนะคะ" การินไปกระซิบปอที่กลับมายืนข้างเธอ ถึงยืนใกล้ๆแต่ก็รู้สึกห่างเหินเหมือนคนไม่รู้จักกันเลยทีเดียว
"อ้าว!!นึกว่าคืนนี้จะอยู่ด้วยกัน" ปอเข้ามากระซิบแนบหู จนการินขนลุกไปทั่วทุกรูขุมขน
"การินต้องกลับไปทำโปรเจ็กค่ะ"  การินพูดเสียงแข็งสีหน้าเรียบเฉยด้วยความไม่พอใจบางอย่างที่เธอเองก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่รู้สึกและสัมผัสได้
"อยู่กับพี่นะครับ" ปอแสดงสีหน้าเว้าวร
"ภัทรีบกลับด้วยล่ะค่ะ" การินชี้ไปทางภัท  ภัทหน้ามึนตั้งตัวไม่ทันได้เพียงยิ้มแหยๆ
"ไปก่อนนะคะ" การินตัดบทและนำกระเป๋าสตางค์ปอวางไว้บนโต๊ะ รีบคว้าแขนภัทออกจากโต๊ะ การินหันไปสบตาปออีกครั้งด้วยความหวั่นใจแค่อยากรู้ว่าปอจะมีสีหน้าอย่างไร
 
            สีหน้าหนุ่มใหญ่ที่ปรากฏบ่งบอกว่าไม่ต้องการให้หญิงสาวกลับไปและบุ้ยไบ้ให้การินอยู่ต่อและเดินกลับมาโต๊ะ การินชี้ไปที่ภัทเพื่อนสาวทที่ได้เพียงทำหน้ามึนๆไม่รู้เรื่องรู้ราวใดๆเพื่อบอกว่าภัทรีบ ภัทค้อนใส่การินทันทีที่หญิงสาวโยนข้ออ้างมาที่เธอ  และแน่นอนคนในโต๊ะแปลกใจกันไปว่าทำไมการินไม่เข้าไปคุยกับปอใกล้ๆ บุ้ยไบ้กันสามเมตรเพื่ออะไร
 
[....ทำไมถึงอยากให้ฉันอยู่นักหนา มาสาม ไม่ใช่เหรอ ท่าทางน่ากลัวกะจะเผด็จศึกฉันคืนนี้รึไงไม่มีทางหรอก ดูสิขนาดจะรั้งให้ฉันอยู่ยังไม่เดินมาฉุดรั้งมัวบุ้ยไบ้อยู่หน้าบาร์นั่นแหละ สงสัยจะกลัวสามสาวที่มาเห็น  ฉันเข้าไปคุยใกล้ๆดีกว่า  ก็แกล้งให้เห็นไปเลย....]
 
            การินตัดสินใจเดินกลับไปที่โต๊ะ เข้าไปหาปอใกล้ๆ ปอถึงกับเหวอเล็กน้อย  แต่ก็ยิ้มกว้างด้วยสายตาที่กลอกไปมาอย่างระแวดระวัง
 
"การินต้องไปทำงานจริงๆ ภัทก็ต้องไปทำเหมือนกัน"
"ก็ให้ภัทกลับไปก่อนสิจ๊ะ แล้วการินก็อยู่ต่อ เดี๋ยวพี่ไปส่งการินเอง"
"ไม่ได้หรอกค่ะเดี๋ยวษาจะโกรธเอา โทรตามการินยิกเลย  การินต้องกลับไปทำงานกลุ่มค่ะ  งานกลุ่มต้องช่วยกันทำ  ให้ษาทำกับนิชาสองคนไม่ได้" การินขนเพื่อนมาอ้างไม่ซ้ำหน้า ปอแสดงสีหน้าอ้อนวรและมองไปที่ภัทด้วยสายตาดุๆแกล้งภัท ภัทตัวลีบอีกครั้ง สายตาปอเหมือนไปสะดุดกับอะไรบางอย่างด้านหลังภัท
"จะกลับก็ได้เดี๋ยวพี่โทรหาแล้วกันจ่ะ"  การินเห็นสายตาปอที่เหมือนเห็นบางอย่างจากด้านหลังเธอ จึงสงสัยว่าด้านหลังเธอมีอะไร
 

                การินเดินหันหลังกลับทันทีที่ปอปล่อยให้กลับ เธอเดินสวนกับสาวสวยหุ่นดีมาในชุดเดรสสีดำชวนมองคนหนึ่งซึ่งเดินยิ้มปรี่มาแต่ไกล ทำเอาการินต้องเหลียวหลังกลับไปมอง  ภาพที่ปรากฏคือ เห็นสาวคนนั้นเดินเข้าไปคุยกับปอนั่นเอง  การินยืนมองนิ่งด้วยความอยากรู้ ภัทเดินนำมาจนถึงหน้าร้าน เห็นการินยังยืนเก้ๆกังๆอยู่ในร้าน  เธอจึงเดินไปลากเพื่อนสาวออกมาจากร้านด้วยความหงุดหงิด

 
"จะกลับไม่กลับหะไม่ต้องไปสนใจแล้ว หนอย!!เอาฉันไปอ้าง ดีพี่ปอไม่หักคอฉัน  หาว่าฉันเป็นก้างอีก หาเรื่องให้ฉันจริงๆ"   ภัทวีนแตกเมื่อลงมาหน้าร้านสนุ๊กเกอร์
"ฉันกำลัง ลังเลว่ะ ฉันเห็นผู้หญิงคนนึงเดินไปหาพี่ปอตอนเราออกมา  เดาว่าจะเป็นสาวๆของเขาแน่เลย  ฉันอยากรู้ว่าฉันคิดมากไปเองรึป่าว"
" กลับเหอะ  รู้แล้วแกทำอะไรได้  ฉันก็ไม่เข้าใจแกเลยนะรู้ทั้งรู้ว่าเขาเจ้าชู้จะมายุ่งด้วยทำไมกัน  ฉันง่วงนอนแล้ว  แกอ่ะคิดมาก  คิดเยอะ  เอาความคิดไปคิดเรื่องงานเห็นจะมีประโยชน์กว่านะ"
"ไม่ภัท!! แกต้องอยู่เป็นเพื่อนฉันนะ ฉันคิดว่าคืนนี้ถ้าแกปล่อยฉันไว้คนเดียวฉันอาจไม่ปลอดภัย"
"งั้นก็กลับเลยสิ  จะอยู่ทำไม  ไม่เข้าใจแกเลย  แกจะมาสนใจอะไรนักหนา  ไหนบอกแค่เล่นๆไง"
" ฉันอยากรู้ว่าถ้าฉันอยู่จนร้านเลิกพี่ปอจะทำยังไง ฉันรู้สึกได้ว่าอาจจะไม่ได้มีฉันคนเดียวในค่ำคืนนี้ที่มาหาพี่ปอในฐานะเดียวกับฉัน อยากรู้ความจริง  อยากพิสูจน์ว่าคิดมากไปเองรึป่าว"
"แล้วแกรู้ได้ไงว่าเป็นอย่างที่คิด"
"เออหน่า กลับขึ้นไปบน Swayเร็วเข้า  ฉันจะแกล้งบอกพี่ปอว่าฉันทะเลาะกับษาและไม่มีอารมณ์ทำงานเลยกลับมา  โอเคนะ"   

               การินลากภัทขึ้นร้านมาอีกรอบ  ภัทจำยอมเดินกลับขึ้นมาอีกครั้ง แต่แลกกับการมาดื่มเหล้าฟรีเธอก็พร้อมจะแลก  แต่เมื่อกลับขึ้นมากลับไม่เจอสาวสวยคนนั้นซะแล้ว ปอก็ยังยืนที่เดิมกด BB ไม่ได้สนใจใคร  การินเดินเข้าไปหาปอ ภัทก็กลับไปครองแก้วเหล้าแสนโปรดของเธอต่อ

"อ่าว!!" ปอถึงกลับหน้าเปลี่ยนสี เมื่อเห็นการินเดินกลับมาที่โต๊ะอีกครั้ง
"การินทะเลาะกับษาอ่ะค่ะ ไม่กลับแล้วล่ะ  ไม่มีอารมณ์จะทำงาน การินจะอยู่ต่อ"
"อ้อ จ่ะ" ปอตอบสั้นๆ และชี้มือให้กินเหล้าอีกตามเคย การินกลับไปยืนในตำแหน่งเดิมก็ยังคงกินน้ำอัดลมเช่นเดิม
 

                ทุกอย่างเหมือนเดิม คือ ปอก็ไม่พูดไม่จากับการินยืนข้างๆ นิ่ง เฉย จนการินเลิกจะสนใจจุดนั้นแต่คอยกวาดสายตามองผู้หญิงที่มาเฉียดโต๊ะปอมากกว่า เธอเชื่อว่าต้องมีสักคนที่จะเข้ามาหาปอ  แต่กลับไม่มีคนไหนให้น่าสงสัย ปอแนบเนียนอย่างมืออาชีพ จนกระทั่งปอตัดสินใจปิดร้าน Sway ก่อนเวลาเพราะลูกค้าน้อยเกินไปและไม่คุ้มที่จะเสียค่าไฟทั้งสองร้านในเวลาเดียวกัน สู้ดันลูกค้าให้ลงไปร้านHubrisร้านเดียวเสียดีกว่า ปอใช้เด็กร้านอพยพขนข้าวของเหล้าเบียร์บนโต๊ะลงไปสังสรรค์ต่อที่Hubris ซึ่งอยู่ชั้นล่าง

 

                 มาสู่Hubrisเด็กร้านเก่าๆที่รู้จักการินมานานมองอย่างประหลาดใจที่เห็นการินมาพร้อมปอไม่ว่าจะเป็นดีเจเอ  ที่ไม่ค่อยว่างมาทำงานในช่วงนี้และแวะมาทำวันนี้ หรือบอลที่คอยมองห่างๆ  เหตุการณ์ยังคงเป็นไปเช่นเดิม  การินนั่งนิ่งๆที่โต๊ะปอ โดยปอก็ไม่สนใจอะไรเลย ภัทไปเจอโต๊ะเพื่อนจึงหายไปแจมกับเพื่อนเก่าของเธอในกลุ่มลูกค้ากลางร้าน การินนั่งเก็บกดต่อสายตาที่มองเธอเหมือนหญิงโง่ที่กำลังโดนหลอก การินจึงลุกไปคุยกับดีเจเอที่เธอสนิทสนมเมื่อครั้งธนูเป็นเจ้าของร้าน Hubris

 
"พี่เอ พี่รู้เรื่องการินปะคะ" การินกระซิบถามเนียนๆ ในขณะที่เอก็เล่นเครื่องเสียงเปิดเพลงไปเนียนๆเช่นกัน
"เรื่องอะไรหรอ...เรื่องพี่ปอ...รึป่าว"
"อืมค่ะ ใช่ค่ะพี่เอ " ดีเจเอพยักหน้าหงิกๆเป็นคำตอบว่ารู้!
"พี่ว่าการินโง่มากปะ ถ้าใช่พี่ก็พยักหน้า" เอรีบพยักหน้าและหันมายิ้มอย่างลำบากใจกับการิน
"เขาไม่รักการินจริงๆหรอกเชื่อพี่ การินก็น่าจะรู้นี่ว่าเขาเป็นไง" การินนิ่งเงียบและเดินกลับมาโต๊ะโดยเธอไม่รู้ว่าปอมองเธอในขณะที่เธอไปคุยกับดีเจเอ
 
[...เด็กร้านมองฉันด้วยความคิดว่าฉันโง่จริงๆเพราะอะไร  มันมีอะไรที่ฉันไม่รู้  อยากรู้ทุกอย่าง  อยากรู้ที่มาของสายตาเหล่านั้น เรื่อ งของพี่ปอที่ใครๆเขาพูดกันหนาหู  มันจริงรึป่าว  ฉันอยากจะบอกพี่เอนะว่าไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะระวังตัวไม่ให้ตกเป็นควายอย่างที่ทุกคนคาดคิด ฉันต้องรู้เรื่องบางอย่างให้ได้...]
 

                ไฟร้านHubrisสว่างโล่ง ร้านปิดลงความสนุกจบลงเช่นกัน ลูกค้าทยอยออกจากร้านไปเด็กร้านเก็บกวาดร้านกันตามปกติ ปอก็ดูวุ่นวายกับการเช็คยอดเงินรายวันที่เขาดูแลอยู่ การินเดินตามบอลเข้าไปในห้องสต๊อก โดยไม่ทันเห็นว่าปอซึ่งนับเงินอยู่ที่มุมแคชเชียร์ภายในบาร์เหลือบมองการินอยู่

 
"บอลพี่ถามอะไรตรงๆสักอย่างได้มั้ย"  การินเอ่ยขึ้นภายในห้องสต๊อกที่มีเธอและบอลสองคนลำพังเท่านั้น
"เรื่องไรพี่" บอลว่าขวดเบียร์ลงในลังอย่างเป็นระเบียบ
"ที่พี่คบกับพี่ปอ บอลว่าไง"  บอลถึงกับต้องชะเง้อมองออกไปนอกห้องสต๊อกเพื่อดูว่ามีใครมาแอบฟังการสนทนาของพวกเขาอยู่รึป่าว
"พี่การินไม่รู้เหรอว่าพี่ปอเป็นไง บอลยัง งงเลยว่าพี่ไปคบได้ไง"
"เค้ามีสาวเยอะใช่ปะ  แล้วมีใครบ้าง"
“ก็.....ประมาณนั้นอ่ะพี่  ผมก็ไม่ค่อยรู้หรอก ทางที่ดี  เลิกเหอะ  อย่าไปยุ่งกับเค้าเลย  ที่บอลบอกก็เห็นพี่เป็นพี่นะเนี่ย”  บอลยิ้มเจื่อนๆก่อนจะเดินออกจากห้องสต๊อกไป
 

              การินและภัทปลีกตัวจากความวุ่นวายของการทำความสะอาดร้านมานั่งที่โต๊ะโซฟามุมหนึ่งของร้าน ภัทยังควงแก้วเหล้ามานั่งจิบอย่างสบายใจด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ แต่การินกลับนั่งนึกถึงคำพูดของดีเจเอและบอล  คนที่ไม่น่าจะต้องมาโกหกอะไรกับเธอ

 
[...หดหู่ใจชอบกล  เหมือนฉันเกือบจะเชื่อในสิ่งที่พี่ปอแสดงออกใน 2-3 วันที่ผ่านมาว่าเค้าจริงใจ  ทั้งที่ฉันเองก็พอรับรู้ข่าวลือเกี่ยวกับเค้ามาอยู่บ้าง  แต่เหมือนฉันคอยปลอบใจตัวเองหลอกตัวเองมาตลอดเวลา  สิ่งที่พี่เอกับน้องบอลพูดมันตอกย้ำว่าสิ่งที่ฉันหลอกตัวเองเรื่อยมามันเป็นความจริง  แต่ฉันเองก็ไม่อยากจะเชื่อ  ไม่อยากรับความจริงเลยว่ามันคือ เรื่องจริง  เรื่องจริงที่ว่า  ฉันโดนพี่ปอหลอก!ไม่สิ  ฉันกำลังหลอกตัวเองต่างหาก  รู้สึก.......เสียใจบอกไม่ถูก...]
 
"เด็กร้านทุกคนครับ" ปอตะโกนลั่นอยู่ที่โต๊ะ ทำเอาการินที่นั่งเหม่อลอยต้องเหลือบไปมองทางต้นเสียง  เห็นเด็กร้านยืนล้อมวงกันที่โต๊ะปอ
"ค่าๆๆๆ ว่าไงพี่" แนมตะโกนตอบอย่างติดตลก
"เด็กร้านเก็บความลับกันได้มั้ยครับ" ปอมีเด็กร้านรุมล้อมนับสิบ การินรีบเงี่ยหูฟัง
"ได้ครับ/ค่ะ" เด็กร้านพร้อมใจกันตอบ
 
[...คงจะเห็นที่ฉันเดินไปคุยกับพี่เอกับน้องบอลสินะ ก็เลยพูดดักคอแน่ๆเลย ใช้จิตวิทยาแบบนี้นี่เอง เด็กร้านถึงรู้งาน คิดเหรอว่าฉันจะโง่ไปถามเด็กร้านว่าพี่ปอมีคนอื่นรึป่าว ไม่มีใครบอกหรอกนอกจากบอลและพี่เอที่บอกฉันไปเรียบร้อย ...]
 

                 การินทำเป็นนั่งคุยกับภัทเรื่อยเปื่อยเพื่อรอดูว่าปอจะทำอย่างไรกับเธอ แต่หูและตาเธอยังกวัดแกว่งมองรอบๆร้าน เด็กร้านต่างมองมาที่การินกับภัทและกระซิบกระซาบกันอย่างมันส์ปาก โดยเฉพาะแนม  เตม และอาย

 
"เฮ้ย!! พี่กลับแล้วโว้ย! ง่วงนอนจะแย่แล้ว กลับไปนอนก่อนนะน้องๆ  กลับหอกลับบ้านกันดีๆล่ะ" ปอตะโกนบอกเด็กร้านและเดินออกจากร้านส่งสายตาพลางพยักหน้าให้การินตามเขาไป การินจึงจูงมือภัทเดินตามออกไป
"กลับไปนอนจริงเหรอพี่" เตมตะโกนแซวขึ้นไล่หลังการิน  การินหันไปยิ้มแห้งๆให้เตม  แต่เตมกลับหันไปหัวเราะกับแนม
 
[...ขนาดจะกลับพี่ปอยังไม่เดินมาบอกดีๆ จะเนียนไปไหน ไม่ให้เกียรติกันเลย แน่จริงก็เปิดตัวว่าฉันเป็นแฟนกับเด็กร้านสิ ไม่กล้าล่ะสิกลัวเด็กร้านไปเมาท์ปากต่อปากจนถึงหูสาวๆเขาล่ะสินะ  เด็กร้านแต่ละคนก็ดูนินทากันสนุกเลย...]
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

                  ปอขับ Camry สีขาวคันเดิมไปส่งภัทที่หอ การินนั่งเงียบไปตลอดทางที่ไปส่งภัท ปอก็ไม่ปริปากถามอะไรคงเห็นว่าการินนิ่งจนน่ากลัว จนภัทลงจากรถหันสบตากับการินด้วยความเป็นห่วง การินส่งสายตาบอกภัทว่าไม่เป็นไร

 
"การินหิวมั้ยจ๊ะ" ปอพูดเสียงหวาน เมื่อขับรถออกมาจากหอภัท
"ไม่ค่ะ พี่ปอหิวก็ไปกินเถอะค่ะ การินไปเป็นเพื่อนได้" การินพูดเสียงนิ่งสีหน้าเรียบเฉย จนปอสังเกตุถึงความผิดปกติ
"มันไม่ใช่อ่ะจ่ะ มันไม่ใช่การินอ่ะ วันนี้การินเป็นอะไรไปจ๊ะไหนบอกพี่มาซิ"
"ป่าวค่ะ การินมีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย"
"เรื่องอะไรล่ะจ๊ะ"
"หลายๆเรื่องอ่ะค่ะ มันตีกันในหัวก็เลยเครียด" การินไม่เผยรอยยิ้มออกมาแม้แต่น้อย
"อย่าไปเครียดเลยค่อยๆคิด ค่อยๆแก้กันไปเถอะจ่ะ เดี๋ยวพี่จะพาไปกินข้าวแกงที่ตลาด พี่ไปกินบ่อยมากอร่อยสุดๆเลยจ่ะ เผื่อการินจะอารมณ์ดีขึ้น"
 […สุดท้ายฉันก็เป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับพี่ปอในค่ำคืนนี้  แล้วคนอื่นๆที่ฉันสงสัย  มาสามที่พรพูด  มันยังไงกันแน่  เหมือนจะไม่เป็นไปอย่างที่คิด หรือหลังจากส่งฉันกลับหอษาเรียบร้อยเค้าอาจจะไปหา หนึ่งในสามที่พรพูดก็เป็นได้…] 

               ปอจอดรถหน้าตลาดเช้า เวลาตี 4 แบบนี้ตลาดเริ่มจัดวางของขาย ชุมชนเล็กๆในย่านนี้ขายของจิปาถะทั่วไป การินมาแถวนี้ไม่บ่อยนัก หญิงสาวสงสัยว่าข้าวแกงอะไรจะมาเปิดตอนนี้ ปอเดินโอบไหล่การินเข้าไปในตลาดอย่างอารมณ์ดี  แต่การินกลับหวั่นใจทุกครั้งที่ปอมาแตะเนื้อต้องตัว

 
"บอกได้มั้ยว่าการินไม่สบายใจเรื่องอะไร พี่ไม่ชอบให้การินเป็นแบบนี้เลยนะ"
"การินทะเลาะกับษาเรื่องงานค่ะ ไม่มีไรหรอก"  การินฝืนยิ้มเล็กน้อย
"อ้อ อย่าคิดมากนะ มากินข้าวกับพี่ปอดีกว่า ที่นี่เป็นบ้านพี่ปอครับ พี่เกิดและโตที่นี่ คนแถวนี้รู้จักพี่หมดแหละจ่ะ พี่มากินข้าวร้านนี้ประจำ"
 

                   ปอเดินนำมาถึงร้านข้าวแกงที่มีเจ้าของร้านเป็นผู้ชายสูงวัยดูออกได้ชัดว่าเป็นคนจีนด้วยรอยยิ้มที่ตาปิดมิด มีอาหารร้อนๆอยู่ในถาดนับสิบบนโต๊ะยาวในตลาดเช้า หน้าตาอาหารช่างน่ารับประทาน แต่เสียดายที่การินกินไม่ลง

 
"ไงปอ กินไรดีวันนี้ เอาข้าวไม่เยอะเหมือนเดิมใช่มั้ย"
"จ้าลุง”  ปอยิ้มกว้างให้กับเจ้าของร้านตาตี่ที่ตักข้าวในหม้อที่มีควันโพยพุ่งให้รับรู้ได้ว่ากำลังร้อนๆ
“ การินกินอะไรดีจ๊ะ  อร่อยทุกอย่าง" ปอหันมาถามสาวน้อยข้างๆ
"ไม่อ่ะค่ะ  การินไม่หิวจริงๆ" หญิงสาวฝืนยิ้มจางๆ
 
[....ดูพี่ปอเป็นคนมีเงินที่ใช้ชีวิตติดดินกินข้าวแกงธรรมดา ไม่อวดรวย หรือใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อ เสื้อผ้าที่ใส่ก็ดูไม่แพงมากมาย ถึงว่าล่ะได้รวยวันรวยคืน เรื่องนี้น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างมาก ขอชม....]
 
            ปอรับจานข้าวเปล่าจากเจ้าของร้านมาตักกับข้าวในถาดที่เรียงรายเองอย่างละนิดละหน่อยอย่างอารมณ์ดี
 
"ตักเยอะๆสิปอ วันนี้มีพะโล้ที่ปอชอบด้วยนะ" เจ้าของร้านใจดียิ้มกว้าง
"เยอะแล้วครับ เดี๋ยวปอกินไม่หมด"
 

                 ปอถือจานเดินลิ่วๆไปนั่งหน้าตึกแถวเก่าๆที่เป็นร้านขายของแต่ยังไม่เปิดร้าน ม้านั่งเก่าๆคือที่นั่งสุดหรูที่พอจะกินข้าวได้ ทำเอาการินงงไปเล็กน้อยที่ไม่มีโต๊ะให้นั่งกิน  แถมต้องมานั่งม้านั่งเก่าๆนี้แทน แต่ก็ได้บรรยากาศเช้าตรู่ไปอีกแบบ

 
"ตอนเด็กๆพี่ก็วิ่งเล่นอยู่แถวนี้แหละจ่ะ กินข้าวแกงนี่มาแต่เด็กๆ คนขายจึงรู้ว่าพี่ชอบกินอะไรบ้าง นี่ถ้าเช้าอีกหน่อยก็จะมีเด็กนักเรียนมานั่งกินเป็นแถวเลย ร้านข้างๆนั่นก็รู้จักพี่ เขาขายขนมหวานพี่ก็กินประจำ"
 
 

                ปอกินไปก็ร่ายยาวถึงวิถีชีวิตชาวตลาดหัวตะโก การินแอบขำตัวเอง มาคบกับเจ้าของร้านเหล้าใหญ่ แต่มานั่งกินข้าวแกงในตลาดเช้าตอนตี 4 แบบนี้  ไม่คิดว่าปอจะใช้ชีวิตที่ดูเรียบง่าย  การินคงจะมีความสุขมากกว่านี้  หากไม่มีคำถามอื่นในใจตลอดเวลา

 
"บ้านพี่ปออยู่ในตลาดนี้ด้วยเหรอคะ"
"อ้อ ป่าวจ่ะ อยู่ฝั่งโน้นข้ามสะพานไป"
            ไม่นานปอก็กินข้าวเสร็จปอเดินเอาจานไปเก็บที่ร้านและจ่ายเงินในราคาที่แสนถูก การินนั่งรอที่ม้านั่งเพราะขี้เกียจเดินตามไป ปอเดินตรงเข้าไปในตลาดลึกๆพลางหยิบโทรศัพท์มาโทร หญิงสาวนั่งมองอย่างใจเย็น
 [...รับโทรศัพท์ ถ้าให้เดาฉันคิดว่าคงเป็นสาวๆของเค้า ถึงต้องหลบเดินหนีไปคุยในตลาดลึกๆ แต่ระดับพี่ปอไม่มีทางทำให้เห็นพิรุธแบบนี้หรอกเดี๋ยวเขาต้องออกมาพร้อมของบางอย่างและอ้างว่าเข้าไปซื้อของนั้นมา....]
 

              และการินก็คิดไม่มีผิด ปอเดินกลับออกมาพร้อมขนมกล้วยในมือและยื่นให้การิน แต่การินยังคงปฏิเสธ ยังไงก็ไม่เนียนพอสำหรับการินอยู่ดีเพราะ ร้านขนมที่ปอพูดถึงให้ฟังตอนแรกมันอยู่ใกล้ร้านข้าวแกง ไม่เห็นจำเป็นต้องเดินเข้าไปลึกขนาดนั้นเลย แต่การินก็ไม่โวยวายเพราะเธอรู้ว่าถึงต่อให้ถามไปปอก็หาข้ออ้างมาตอบเธอได้อยู่ดี

 
            ปอเดินโอบไหล่การินกลับรถอย่างสบายใจอิ่มหนำสำราญ การินเดินนิ่งเงียบหน้าบึ้งตึงเช่นเดิม
 
"พี่คิดว่าแถวๆนี้คือ บ้านพี่จ่ะ พี่มีความสุขที่ได้มาแถวนี้ พี่ผูกพันกับที่นี่ ทำไมการินเงียบจัง ปกติการินพูดจ้อนี่จ๊ะ"
"ก็เครียดนี่คะจะให้พูดอะไร" การินยังคงวางสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะเดินขึ้นรถ
 

                ปอขับรถของเขาไปตามเส้นทางแต่เขากลับขับรถแล่นขึ้นสะพานไปหน้าตาเฉย การินเบิกตากว้างด้วยความตกใจเห็นผิดสังเกตุเพราะมันไม่ใช่ทางไปซอยจิดาที่ต้องไปอีกทาง แต่หญิงสาวไม่กล้าโวยวายคิดว่าปออาจจะไปธุระที่ไหนก่อนไปส่งเธอ  การินนั่งนิ่งแต่ในใจกระวนกระวาย

--------------------------------------------------------------------------------------------------------- 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 145 ท่าน