Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
ความอ่อนแอของการิน...!!
10
13/11/2554 13:09:42
480
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 10....ความอ่อนแอของการิน....
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 [....ทำไมฉันถึงต้องรู้สึกแบบนี้ด้วยนะ มันคล้ายๆกับว่าฉันเสียใจ ทั้งที่ฉันจะไปเสียใจให้กับผู้ชายคนนี้ทำไมกัน ฉันกำลังสับสนการิน ฉันกำลังหลงทาง ไม่!!ฉันต้องเข้มแข็ง...]
 

              การินพยายามปลอบใจตัวเองและรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีเดินออกมาจากร้านอย่างรวดเร็วก่อนที่ใครบางคนจะหันมาเห็นเธอ การินเดินลงมาชั้นล่างที่เป็นร้านสนุ๊กเกอร์ที่ถูกปิดเงียบ การินทรุดตัวลงเก้าอี้หน้าร้านอย่างหมดแรง 

                ภาพที่การินเห็นและทำให้เธออ่อนแอขึ้นมาอย่างตั้งตัวไม่ติดก็คือ ภาพหญิงสาวสวยหุ่นดีในชุดเดรสสั้นสีดำโน้มตัวเรียกใครบางคนที่อยู่ข้างๆปอ โดยเธอผู้นั้นอยู่ตรงหน้าปอ อ้อมแขนของปอคอยโอบเอวด้วยความถะนุถนอมเกรงว่าเธอผู้นั้นจะโดนโต๊ะที่ขวางอยู่ เธอผู้นั้นไม่ใช่คนแปลกหน้าแต่เป็นคนที่การินคุ้นตาเป็นอย่างดี

 
[....ไหนพี่ปอบอกว่าไม่ได้คุยกับพี่แบงแล้ว แล้วทำไมถึง... โกหกกันเห็นๆแสดงว่าพี่ปอไม่จริงใจกับฉันเลย สิ่งที่เขาพูดมาฉันจะเชื่อประโยคไหนได้บ้าง ทำไมต้องโกหกกันด้วย....]
 

                การินเงยหน้าขึ้นหลับตาเพื่อไม่ให้น้ำตาที่กำลังคลอเบ้าไหลออกมา เธอกำลังสับสนกับตัวเองอย่างมากทั้งที่เธอตั้งใจแค่อยากรู้สิ่งที่ปอเป็น แต่เมื่อรับรู้เธอกลับเสียใจขึ้นมา ทั้งที่เธอแทบจะไม่เคยเห็นปออยู่ในสายตา แต่เมื่อปอมาอยู่ในสายตาเธอกลับจริงจังกับการจับตามองความเคลื่อนไหวของปอเหลือเกิน

 
[....การิน!! ฉันมันบ้าไปแล้ว ฉันมาที่นี่เพื่ออะไรกัน เรามาเพื่อพิสูจน์ตัวเองและแกล้งปั่นหัวพี่ปอ ไม่ใช่มานั่งเสียใจแบบนี้ นี่ฉันคงบ้าไปแล้วแน่ๆลืมไปแล้วเหรอว่าพี่ปอเป็นไง ก็รู้แก่ใจดีอยู่แล้วก็ไม่เห็นต้องแปลกใจนี่ในสิ่งที่เห็น ฉันต้องสู้ไม่ใช่เดินหนีแบบนี้ ในเมื่อเขามาจีบฉันเองฉันก็ไม่ผิดและมีสิทธิ์จะยืนตรงนั้น  อยากรู้เหมือนกันถ้าเห็นฉันแล้วจะทำหน้ายังไง และพี่แบงจะทำยังไงไม่หรอก  ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่ปอหรอก  แค่สนุกๆหน่า...]
 

              การินเรียกสติและเจตนารมณ์กลับมาอย่างเข้มแข็งก่อนจะเดินขึ้นไปบนร้านอีกครั้งอย่างเชื่อมั่น เธอเปิดประตูเข้าไปก็พบปอยืนพิงบาร์หันหน้าเข้าหาร้านเพียงลำพังไร้วี่แววของแบง

 
[....อ่าว!! พี่แบงหายไปไหนแล้วล่ะ เสียดายจริงๆ เมื่อกี้เราไม่น่าเดินออกไปเลยเป็นไงล่ะ....]
 

             การินกวาดสายตามองหาแบง อยู่ตรงหน้าประตู ปอไม่ทันได้สังเกตเห็นการิน หรือเห็นแล้วแต่ทำเป็นไม่เห็น

 
"การิน มากับใคร" เสียงหนึ่งทักทายการินโดยการจับแขน การินสะดุ้งโหยง
"อ้าว!! พี่กก การินตกใจนึกว่า..."
"นึกว่าใคร มากับใครเนี่ย" กกรุ่นพี่สาวสวยร่างสูงผมยาวสลวยเข้ามาทักทายน้องภาคอย่างการิน
 "ป่าวค่ะ การินแวะมาเฉยๆยังไม่มีโต๊ะเลย มาคลายเครียดอ่ะค่ะทำโปรเจ็กอยู่หอ มันเก็บกด"
"งั้นไปโต๊ะพี่ก็ได้มาสิ อยู่กันเต็มเลย" ว่าแล้ว กก ก็ลากการินเลี่ยงไปมุมหนึ่งของร้านอยู่ริมหน้าต่างไกลจากบาร์พอสมควร เป็นมุมที่การินเห็นปอได้ดี และเห็นโต๊ะแบงอยู่ตรงหน้าบาร์
 
            กก เป็นรุ่นพี่ที่อยู่คณะเดียวกับการินและมักมาเที่ยวที่ร้านSway เป็นประจำ และดูเหมือนจะเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับชาย แต่ตอนนี้กกก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแฟนกกคือ เดล คนรู้จักของปอ
 

             ในโต๊ะกก การินรู้จักทุกคนเพราะรุ่นพี่กลุ่มนี้มาเที่ยวที่ร้านบ่อยจนการินสนิทมากกว่าเจอที่คณะเสียอีก การินจึงเนียนๆเต้นกับรุ่นพี่เธอไป แต่สายตาเธอก็ยังจับจ้องไปที่ปอซึ่งยืนนิ่งมองลูกค้าในร้านที่จะนำเงินเข้ากระเป๋าของเขาสลับกับดื่มเหล้าในมือ ส่วนแบงก็เต้นไปมาด้วยความเมาอย่างไม่สนใจโลก

 
[....แปลกที่พี่แบงไม่เข้าไปคุยกับพี่ปอเลย พี่ปอก็นิ่งซะเหลือเกิน ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะฉันไม่เข้าใจสิ่งที่เห็นจริงๆ อีกอย่างทำไมพี่ปอถึงไม่เห็นฉันทั้งที่ถ้ายืนหน้าบาร์เป็นตำแหน่งที่ยืนแล้วจะเห็นได้ทั่วร้าน และวันนี้คนก็ไม่ได้แน่นจนมองอะไรไม่เห็น เขาอาจจะเห็นแต่ทำเป็นไม่เห็นก็ได้ เข้าไปทักดีมั้ยนะเพราะฉันอยากรู้ว่าเขาจะทำยังไง ไม่ดีกว่าหากเข้าไปแล้วเขาวางท่านิ่งเฉยใส่ ฉันจะกลายเป็นตัวตลกให้เด็กร้านหัวเราะเล่น รอดูห่างๆดีกว่า....]
 

                การินแกล้งเดินไปเข้าห้องน้ำระหว่างทางเดินสวนกับแนม การินยิ้มกว้างให้แนมแต่แนมกลับยิ้มเยาะราวสมน้ำหน้าใส่การิน เดินผ่านอายและเตม ก็ยิ้มเหมือนยิ้มเยาะจนการินเริ่มคอตก

 
[...สายตาเหล่านั้นฉันเกลียดเหลือเกิน ฉันอยากตะโกนบอกไปว่าฉันไม่ได้โง่เง่าเหมือนผู้หญิงคนอื่นไม่ต้องมามองด้วยสายตาสมเพสฉันขนาดนั้น แล้วจะได้รู้กัน....]
 

                การินเข้าห้องน้ำไปก็ต้องหงุดหงิดขึ้นอีกหลายเท่า เมื่อคนที่ยืนล้างมืออยู่ไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหน แถมเขายังมองการินผ่านกระจกเงาด้วยรอยยิ้มเดียวกับเตมและอาย

 
"ไม่ไปหาแฟนล่ะ" การินชะงักงันทั้งที่ตัดสินใจหันหลังกลับจะเดินหนีไปจากห้องน้ำ ไม่เข้ามันแล้วอย่างอารมณ์เสีย
"พี่อันหมายถึงใครเหรอคะ" การินหันกลับมาต่อล้อต่อเถียงกับอันอย่างฉะฉาน
"ก็น่าจะรู้นี่ว่าหมายถึงใคร เข้าไปหาสิ"อันสบัดหน้าอันหล่อเหลาออกจากห้องน้ำไปอย่างไม่ใส่ใจการินที่ยืนกำหมัดด้วยความโมโห
 
[....อยากเห็นพี่ปองานเข้ากันนักใช่มั้ย เดี๋ยวการินจัดให้...]
 

                  การินรีบเดินพรวดออกจากห้องน้ำแต่ก็หยุดชะงักงันหน้าห้องน้ำ เพราะเธอใจไม่กล้าพอที่จะสร้างปัญหาให้มันใหญ่โตขึ้นมา หากการินเข้าไป อาจจะมีเรื่องให้เด็กร้านได้เมาท์กันไปอีกหลายวัน

 
[...ถ้ามีเรื่อง และฉันกับพี่ปอมองหน้าไม่ติด แล้วฉันจะมาทำงานได้ไงล่ะ อีกอย่างพี่แบงจะต้องเสียใจมากแค่ไหนหากรู้เรื่องฉัน ไม่ดีกว่าอย่าให้อารมณ์ชั่ววูบทำลายงานใหญ่เลย...]
 

                     การินปลอบใจตัวเองก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง เพื่อไปยังโต๊ะรุ่นพี่ของเธอ ระหว่างทางเธอเดินผ่านอันที่ยืนเก๊กหน้าหล่ออยู่หน้าบูทดีเจ และโปรยยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่การิน จังหวะนั้นมีหญิงสาวร่างเพียวลมผมยาวแล่นปร๋อเข้ามาหาอันขวางทางเดินการิน

 
"พี่อันคะ วันนี้ว่างไปส่งมุตารึป่าว" สาวน้อยออดอ้อนเสียงใส กลิ่นเหล้าบางๆโชยให้รับรู้ถึงดีกรีความเมาการินรีบมองค้อนไปทางอัน ซึ่งมองการินด้วยสายตาแห่งผู้มีชัย
 "อย่าขวางค่ะ คนจะเดิน" การินหมั่นไส้อันและผลักสาวน้อยคนนั้นออกจากทางเดิน สาวน้อยได้ทีซบอกอัน การินสบัดหน้าเดินไปอย่างไม่สนใจ
 
[....เฮ้ย! คนแล้วคนเล่า ยังไงซะ ผู้ชายก็ได้เปรียบอยู่ดี ทำไมผู้หญิงแถวนี้ถึงได้โง่กันซะเหลือเกินเห็นแล้วเหนื่อยใจ...]
 
"การินพรุ่งนี้ปีแกสอบคณิตไม่ใช่เหรอ ทำไมแกชิวแบบนี้" ปุ๊ รุ่นพี่สาวหน้าหวานถามไถ่น้องร่วมคณะอย่างเป็นห่วง
"ใช่ค่ะ การินก็กะว่าจะกลับอยู่เหมือนกัน ยังไม่ได้อ่านเลย ยิ่งโง่เลขอยู่ด้วย แค่โปรเจ็กออกแบบห้างสรรพสินค้าที่ทำอยู่ก็จะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว นี่มาสอบคณิตอีก"
"อย่าไปเครียดเว้ย ชิวๆไป เครียดไปก็ไม่มีไรดีขึ้นมา เต้นดีกว่า" บาย รุ่นพี่หนุ่มตัวเล็กที่เตี้ยกว่าการินมาค้องบ่าการินและชวนเต้นการินต้องหลังงงอเต้นกับพี่ไปตามมารยาท
 

                   แต่การินก็ไม่เคยละสายตาจากปอและแบงเลย ใจนึงก็อยากจะเห็นทั้งคู่คุยกันจะได้มีประเด็นถามปอ แต่ก็ไร้วี่แวว ปอก็ยังคงทำหน้าเรียบเฉยมองผู้คนที่เต้นโยกย้ายตามจังหวะเพลงอย่างเคยชิน ส่วนแบงก็เต้นไปกับเพื่อนๆอย่างไม่สนใจปอที่ยืนอยู่ห่างไม่ถึง 2 เมตร

 
[....ฉันคงไม่มีเวลามากพอที่จะมาไร้สาระเฝ้าดูอากัปกิริยาของสองคนนี้ได้จนร้านปิดหรอก ฉันยังมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เสียดายหากพรุ่งนี้ฉันไม่มีสอบฉันจะดักรอดูว่าพี่ปอจะไปส่งพี่แบงรึป่าว...]
 

                   ว่าแล้วการินก็อำลาพี่ๆในโต๊ะและก้มหน้าก้มตาเดินออกจากร้านโดยไม่อำลาใครอีก เพราะเธอไม่อยากเห็นสายตาขับไล่ที่เธอคาดว่าจะได้รับจากเด็กร้านบางคน การินออกไปยืนนอกร้านและมองผ่านกระจกเข้าไปหน้าบาร์ ปอก็ยังคงยืนเหม่อมองภายในร้านนิ่งๆเช่นเดิม

 
[....พี่ปอไม่เห็นฉันจริงๆ หรือเขาแกล้งไม่เห็นกันแน่นะ จะเป็นไปได้ไงที่ไม่เห็น คนทำงานอย่างพี่ปอต้องคอยสอดส่องดูพฤติกรรมลูกค้าทั่วร้านอยู่แล้วนี่ เขาย่อมรู้ว่าลูกค้าคนไหนอยู่โต๊ะไหนเหมือนที่เด็กร้านต้องคอยจดจำเพื่อกันโต๊ะชิ่ง แต่ก็ช่างเถอะถือซะว่าไม่เห็นละกัน....]
 

                  การินถอดใจขึ้นแท็กซี่กลับอย่างกระวนกระวายใจบอกไม่ถูก เธอครุ่นคิดหลังจากบอกจุดมุ่งหมายที่เธอจะไปแก่คนขับแท็กซี่เรียบร้อยแล้ว

 
[...ฉันน่าจะโทรไปบอกพี่ปอ ว่าฉันขึ้นไปร้านมาแล้ว อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะว่าไงบ้าง อีกอย่างเขาจะได้ไม่มาโวยวายทีหลังว่าฉันไม่ไปหาเขาอย่างที่เขาต้องการ เพราะดูจากท่าทางพี่ปอคงชอบผู้หญิงที่เชื่อฟังและอยู่ในโอวาท ฉันก็ต้องแกล้งโง่ต่อไป เพราะคนโง่มักจะได้รู้อะไรมากกว่าคนที่อวดฉลาดก่อนได้รู้อะไรดีๆซะอีก...]
 
            การินกดโทรหาปอทันที เธอแอบหวั่นใจว่าปอจะรับสายเธอรือไม่
 
"พี่ปอ อยู่ร้านเหรอคะ" การินกรอกเสียงสั่นเมื่อปอรับสาย เสียงเพลงฮิพฮอพดังเข้าสายและค่อยๆเบาลง ปอคงเดินหลบเลี่ยงเสียงเพลงในร้านไปสักที่ แต่การินคิดว่าปอไม่อยากให้แบงเห็นเขาคุยโทรศัพท์มากกว่า
"ครับ!"
"คนเยอะมั้ยคะ"
"ก็ไม่เยอะมากอ่ะจ่ะ"
"แล้วนี่พี่ปอเมารึยังล่ะคะ"
"ไม่เมาหรอกจ่ะพี่กินไปหน่อยเดียวเอง"
"กินอยู่กับใครเหรอคะ"
"อ้อ! พี่กินอยู่กับพี่นิง พี่ชายพี่อ่ะ แล้วมีน้องพี่อีกสองสามคน"
"เออ...จริงๆ..การินขึ้นไปบนร้านมาแล้วล่ะค่ะ"
"อ้าว!ทำไมพี่ไม่เห็น อยู่โต๊ะไหนอ่ะจ๊ะ"
"นั่นสินะคะ แปลกที่พี่ปอไม่เห็นการิน ทั้งที่การินอยู่ตรงโต๊ะริมหน้าต่างใต้แอร์ มันเป็นมุมที่คนยืนหน้าบาร์อย่างพี่จะเห็นได้ชัด แต่พี่ปอกลับไม่เห็น" การินเริ่มใส่อารมณ์ฉุนเข้าไป
"อ้อ! โต๊ะไอกกอ่ะเหรอ"
"ใช่ค่ะ พอดีพี่กกเป็นรุ่นพี่คณะการินเอง" ปอรู้จัก กก ดีเพราะกกมาร้านบ่อยมาก จนการินเคยเข้าใจว่ากกเป็นกิ๊กกับชายหุ้นส่วนหนุ่ม แต่ตอนนี้กกคบกับเดลเพื่อนของปอไปแล้วซะงั้น
"อ่าวเหรอ" ปอแสดงเสียงสูงของความประหลาดใจ
"เออ! แล้วทำไมพี่ไม่เห็นเรา ทำไมไม่เห็นเข้ามาทักพี่เลยล่ะจ๊ะ"
"ใครจะกล้าเข้าไปล่ะคะ ก็ตอนที่การินไปถึง การินก็เห็นพี่แบงยืนอยู่ตรงหน้าพี่ในอ้อมแขนพี่ด้วย การินก็นึกว่าพี่คงจะปรับความเข้าใจกันดีแล้ว ขืนการินเข้าไปตอนนั้นมีหวังได้ทะเลาะกันอีกรอบ การินก็เลยหลบไปอยู่โต๊ะพี่กกดีกว่า"การินพร่ำพูดจนดูเป็นนางเอกแต่ปอหารู้ไม่ว่าใบหน้าภายหลังเสียงหวานจะดูโหดร้ายเหลือเกิน
"แบงอ่ะเหรอ....อ๋อ!!...ตอนนั้นไอแบงมันมาคุยกับพี่นิงพี่ชายพี่ มันเมาแล้วไม่มีไรหรอก แบงมันไม่คุยกับพี่สักคำเลย"
"ก็ไม่รู้สิคะ การินไม่อยากทำให้พี่ปอเดือดร้อน" การินยังคงตีหน้ายิ้มเล่าความเท็จ
"ไม่เดือดร้อนอะไรอยู่แล้วการิน มาทักได้ วันหลังการินก็เข้ามาทักพี่นะจ๊ะ"
"อีกอย่างการินก็ไม่รู้ว่าจะเข้าไปหาพี่ในฐานะอะไร" การินจดจ่อที่จะฟังคำตอบ
"แล้วการินอยู่ไหนอ่ะจ๊ะ" ปอตัดบททันที
"เออ... ใกล้ถึงหอษาแล้วล่ะค่ะ การินรีบกลับมาอ่านหนังสือ พรุ่งนี้การินมีสอบแต่เช้า" การินตัดใจที่จะถามต่อเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องทะเลาะกันตั้งแต่เริ่มแรก ต้องทำให้ปอรู้สึกคุยกับเธอแล้วสบายใจที่สุด
"ตั้งใจอ่านละกันนะ"
 

              การินเดินตัวเหี่ยวเข้าห้องษา ษาและนิชาหลับไหลอย่างสบายใจคงจะอ่านหนังสือจนแน่นสมองเตรียมพร้อมกับการสอบในวันพรุ่งนี้ แต่การินกลับไม่มีอะไรในหัวเลย และยังไปถเลไถลกับเรื่องไร้สาระอีกต่างหาก

 
[...ร้านปิดพี่ปอคงไปส่งพี่แบงและทั้งคู่ก็ปรับความเข้าใจกัน แล้วฉันล่ะ อยู่ตรงไหน...]
 

                    การินฟุบลงไปกับโต๊ะ ร่วมชั่วโมงที่เธอนั่งอ่านชีสหน้าแรกจากหลายสิบหน้า เพราะในหัวของเธอมีเรื่องของปอมากวนใจทำให้เธออ่านหนังสือที่มีแต่คำนวณไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย เธอเหลือบมองชีสอีกหลายชุดซึ่งเธอยังไม่ได้แตะต้องเลยแม้แต่น้อยตั้งกดดันเธออยู่บนโต๊ะดร๊าฟ การินถึงกับน้ำตาซึมด้วยความเครียดหรือเพราะความกังวลเรื่องปอกันแน่

 
[...อะไรกัน การิน!! ฉันทำอย่างกะฉันชอบพี่ปออย่างนั้นแหละ แค่เขามาพูดดีทำดีให้เข้าหน่อยจะมาทำเป็นใจอ่อน สงสัยฉันมันบ้าไปแล้วฉันกำลังสับสนมากแน่ๆ ฉันอ่อนแออีกแล้ว อย่าลืมสิว่าฉันเคยให้ความอ่อนแอของฉันทำร้ายตัวฉันเองมาตั้งเท่าไหร่ และครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมให้ความอ่อนแอที่กำลังเกิดขึ้นมาหวนทำร้ายฉันอีกรอบหรอก ฉันต้องเข้มแข็งอย่าลืมสิว่าฉันมาคุยกับพี่ปอเพื่ออะไร ก็แค่อยากรู้ว่าจริงๆแล้วเขาเป็นคนยังไง อย่าให้ความรักมันก่อเกิดขึ้นมาเด็ดขาดเพราะความรัก มันจะบังตาไม่ให้ฉันเห็นความจริง และโง่งมงายเหมือนผู้หญิงอ่อนแอคนอื่น อย่ามัวมาเกรงใจกลัวพี่ปอจะต้องเดือดร้อน ในเมื่ออยากรู้ว่าเขาไปส่งแบงรึป่าวก็โทรไปถามเลย ฉันแกล้งโง่อยู่นี่ ยังไงก็ไม่ผิดหรอกก็คนมันไม่รู้ พี่ปอไม่รู้นี่ว่าฉันจ้องจับผิดเขาอยู่....]
 

                 ว่าแล้วการินก็ลุกเดินไปหยิบโทรศัพท์โทรหาปอทันที เธอคิดว่าปออาจจะไม่รับสายเธอ การินเดินเลี่ยงออกไปตรงระเบียงห้องษาเพื่อไม่ให้เพื่อนสาวสองคนของเธอที่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียงต้องสะดุ้งตื่น หากมีการปะทะคารมของเธอและปอ

 
"ฮัลโหล" การินกรอกเสียงใสแต่ภายในใจกลับงงว่าปอรับสายเธอได้ เธออาจไม่ได้อยู่กับแบง
"ครับ!"
"พี่ปอยังไม่นอนอีกเหรอคะ"
"ยังเลยจ่ะพี่เพิ่งออกมาจากร้าน เพิ่งเคลียร์ร้านเสร็จ"
"ตี 4 แล้วนะคะทำไมเคลียร์นานเชียว ปกติตี 3 ก็เสร็จแล้วนี่คะ"
"วันนี้แสงโสมหายขวดนึงอ่ะจ่ะ  ก็เลยเคลียร์กันนานไปหน่อย"
"แล้วพี่แบงล่ะคะ"
"แบงเค้าก็กลับบ้านเค้าไปแล้วสิจ๊ะ"
"อ่าวแล้วทำไมพี่ปอไม่ไปส่งพี่แบงล่ะคะ กลับไปคนเดียวโดนฉุดกันพอดี"
"แบงเค้าก็กลับกับบัวน้องสาวเค้าแหละจ่ะ ทำไมพี่ต้องไปส่งด้วยล่ะ คุยเค้ายังไม่คุยกับพี่เลย"
"ถ้าการินเป็นพี่การินก็จะไปส่งพี่แบงจะได้เคลียร์กันให้รู้เรื่อง" การินรู้ว่าปอยังอาลัยอาวรณ์ต่อแบงไม่น้อยจึงพูดในสิ่งที่เชื่อว่าปอก็อยากจะทำ
"ไม่ล่ะจ่ะ พี่ปอไม่ใช่คนง้อใคร ในเมื่อเค้าไม่คุยก็ไม่ต้องคุย การินอยากให้พี่ไปส่งแบงนักเหรอ งั้นวันหลังจะไปส่ง" ปอพูดเชิงประชด
"ก็แล้วแต่พี่สิคะ การินก็ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว"
"จะไปทำไมล่ะจ๊ะก็พี่กำลังขับรถไปหาเรา ลงมาหน่อยสิจ๊ะ กำลังจะถึง"
"ว่าไงนะคะ" การินร้องเสียงหลงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ และรีบชะโงกหน้าลงมาด้านล่าง ถนนยามตี 4 เริ่มมีพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งโต๊ะขายอาหารตอนรุ่งเช้า พริบตาก็มี Camryสีขาวเข้ามาจอดถนนฝั่งตรงข้ามหอษา
"ถึงแล้วลงมาหาหน่อยสิครับ"
"เออ...พี่...พี่ปอมา..มาทำไมคะ ทำไมไม่กลับบ้านไปนอน" การินรีบกลับเข้ามาในห้องและเดินไปเดินมาราวโลกจะแตก
"ก็พี่คิดถึง อยากเจอการินนี่จ๊ะ การินไม่ยอมเข้าไปหาพี่ที่ร้าน พี่ก็เลยมาหาการินแทนไงจ๊ะ ทำไมเหรอ ไม่อยากเจอพี่เหรอครับ"
"ป่าวค่ะ! งั้นรอแป๊บนะคะการินขอเปลี่ยนเสื้อแป๊บนึง"
"ไม่ต้องเปลี่ยนหรอกจ่ะ ลงมาแค่นี้เอง"
"คือการินใส่เสื้อกล้ามมันโป๊ไปหน่อยอ่ะค่ะ" การินควานหาเสื้อที่ดูมิดชิดในตะกร้าผ้า
"ไม่โป๊หรอกจ่ะ การินใส่อะไรก็น่ารก"
 
[...ขืนใส่เสื้อกล้ามไปโดนเฒ่าหัวงูอย่างคุณข่มขืนกันพอดี มาแบบนี้หวังอะไรแน่เลย อย่าหวังฉันไม่มีทางให้ได้แตะต้องแม้แต่ปลายผม ฉันต้องระวังเนื้อระวังตัวมากๆ...]
 

                การินเดินลงไปถึงรถปอ ปอกำลังนั่งกดBB ของเขาอย่างพัลวัน เมื่อเห็นการินยืนเอ๋ออยู่นอกรถปอก็บุ้ยไบ้ให้การินขึ้นรถ การินจำใจทำตามเธอขึ้นรถไปและนั่งอย่างสำรวมเงียบๆ

 
"อ่านหนังสือถึงไหนแล้วอ่ะจ๊ะ" ปอเอ่ยถามทั้งที่ยังจดจ่ออยู่กับมือถือ
"ไม่ถึงไหนเลยค่ะพี่ พอดีการินโง่เลข การินกะจะจดโพยสูตรเข้าสอบพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ" การินเหลือบมองปอที่ยังง่วนกับการกดมือถือยิกๆ 
"พี่ก็เคยทำตอนเรียน แต่ก็ต้องระวังอาจารย์สักนิด แต่ตอนนี้พี่เรียนโทรัฐศาสตร์ราม เวลามีการบ้านพี่ก็แค่ให้น้องช่วยทำแล้วค่อยเลี้ยงข้าวพวกมันทีหลัง ใครที่อยู่กลุ่มเดียวกับพี่ย่อมรู้ดีว่าพี่ไม่มีเวลามาทำงาน  พวกมันก็ทำกันเองและพี่ก็ค่อยพามันไปเลี้ยงข้าว" ปอพูดปนขำ
 
[...ก็พูดง่ายๆว่าเอาเงินฟาดหัวคนอื่นแลกกับเกรด ภูมิใจนักรึไงที่ป่าวประกาศให้โลกรู้ว่าจบโทมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของคนอื่น...]
 
"พี่ปอเมารึป่าวคะ"  การินหันไปถามด้วยสีหน้าจริงจัง
"ไม่เลยจ่ะ พี่กินแค่นี้ไม่เมาหรอก พี่เปิดร้านมาตั้งนานก็กินแบบนี้เกือบทุกวัน วันนี้อยากเจอการินมากกว่า" ปอวางมือถือลงที่วางของข้างๆได้สักที และยิ้มให้การินอย่างหวานซึ้ง
"น่าแปลกนะคะที่คนอย่างพี่ปอ สามารถจีบผู้หญิงที่สวยกว่าการินได้ตั้งเยอะ ทำไมถึงมาจีบการินล่ะคะ"
"ก็ถูกครับว่าคนอย่างพี่ปอจะจีบใครก็ได้ แต่คนเหล่านั้นเค้าจะมาสนใจอะไรกับคนแก่อย่างพี่ พี่แก่แล้วครับการิน การินรู้รึป่าวว่าพี่อายุเท่าไหร่"
"ไม่ทราบสิคะ" การินส่ายหน้าไปมา ปอยิ้มเจ้าเล่ห์
"ลองทายสิ" ปอยังคงยิ้มกรุ้มกริ่ม การินหันไปเพ่งหน้าปอ
"28 ปะ" การินลองเสี่ยงทาย
"ไม่ใช่ครับ ไบ้ให้ว่าพี่แก่กว่าธนู" การินทำหน้าฉงนเพราะเธอก็ไม่รู้ว่าธนูเจ้านายเก่าของเธออายุเท่าไหร่ และดูเผินๆเหมือนธนูจะแก่กว่าปอด้วยซ้ำ ไม่น่าเชื่อว่าปอจะแก่กว่า ทำให้การินลำบากใจที่จะคิด
"32" หญิงสาวเสี่ยงอีกครั้ง
"ผิดจ่ะ น้อยคนที่จะรู้ว่าพี่อายุมากแล้ว เพราะพี่หน้าอ่อน แต่เด็กร้านSwayรู้ทุกคนครับว่าพี่อายุเท่าไหร่ และพวกมันก็รอคอยวันนั้น วันที่ 28 มีนาคม ที่จะถึงนี้พี่ก็ 34 แล้วครับ"
 

                การินถึงกับอ้าปากหวอ โดยที่เธอเองไม่รู้ตัว ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายใส่แว่นหน้าละอ่อนคนนี้จะมีอายุมากถึง 34 นี่เขาผ่านชีวิตมาโชกโชนมาก จนทำให้การินเริ่มหวาดหวั่น

 
"จริงๆครับ" ปอย้ำเมื่อเห็นสีหน้าของการิน
 "พี่แก่ขนาดนี้ใครจะมาสนใจพี่ล่ะ เนี่ยพี่จีบการินมาหลายวันแล้ว เมื่อไหร่จะให้พี่เป็นแฟนสักทีล่ะจ๊ะ"
"ก็การินคิดว่ามันเร็วไปอ่ะค่ะ พี่ปอมั่นใจได้ไงคะว่าการินเป็นคนดี" การินมองปอด้วยแววตาเจ้าเล่ห์บ้าง
"ไม่มีใครดีพร้อมหรอกจ่ะ ถ้าพี่จะเลือกคนดีมาเป็นแฟนพี่ก็ไปหาตามบ้านนอกที่ช่วยพ่อแม่เก็บขยะขายโน่นแล้ว พี่ปอไม่ได้ต้องการคนที่สวย คนที่รวย หรือดีมาก แค่อยู่กับพี่ได้  รับในสิ่งที่พี่เป็นได้ แค่นั้นก็พอจ่ะ"
 
[...แน่ใจเหรอ แต่เท่าที่ดูเด็กๆที่เขาสนใจมา ก็สวยน่ารักกันทั้งนั้น นี่แหละนะคำพูดจะสร้างสรรค์ให้สวยหรูไงก็ได้ การกระทำกลับสวนทาง...]
 
"การินรู้สึกว่าอยากจะดูกันไปเรื่อยๆก่อนที่จะตัดสินใจเป็นแฟน"
"เดี๋ยวก็มีหนุ่มๆมาจีบการินตัดหน้าคนแก่ๆอย่างพี่สิครับ" ปอทำเสียงออดอ้อน
"ไม่มีหรอกค่ะพี่" การินยิ้มเขินๆ
"การินครับบางทีระยะเวลาของการคบกันก็ไม่ได้ทำให้คนเรารักกันมากขึ้นหรอกนะ พี่แก่ขนาดนี้การินอาจไม่รู้ว่าพี่เคยมีแฟนครับ  คบกันมานานตั้ง 8 ปีเรารักกันมาก และเราจะแต่งงานกัน แต่แล้วก็มีเรื่องผิดพลาดให้ต้องเลิกกัน หลังจากนั้นพี่ก็มีคนคุยเรื่อยๆ แต่ก็ต้องเลิกกันไปหมดเพราะพี่เป็นคนบ้างานครับ พี่ไม่ค่อยมีเวลา การินก็เห็นว่าพี่มาร้านแทบทุกวันกลางวันพี่ก็นอน ตอนเย็นๆก็สั่งของ เสาร์อาทิตย์พี่ก็ต้องไปเรียนที่ราม แบงมันยังเคยพูดเลยว่าถ้าอยากจะเจอพี่ก็ต้องมาเที่ยวที่ร้าน ที่แบงเลิกกับพี่เพราะพี่ไม่มีเวลาให้ พี่ปอไม่ใช่คนโรแมนติก พี่ปอไม่ใช่คนที่คอยเทคแคร์ดูแลและดูเหมือนไม่สนใจ อาจเป็นเพราะพี่อยู่คนเดียวมานานจนพี่ไม่รู้ว่าถ้าพี่จะจีบใครสักคนต้องหวานซึ้งมากแค่ไหน พี่ก็เป็นแบบนี้แหละจ่ะ"
 

                 การินฟังปอจนเคลิ้ม แต่สติก็กลับมาเมื่อปอเดินหน้ารถเพราะรถคันยาวของเขาขวางทางพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังขนของกันอย่างเร่งด่วน

 
"พี่ปอชอบการินจริงๆเหรอคะ" การินมองปอด้วยสายตามุ่งมั่น
"จริงสิจ๊ะ  พี่ปลื้มการินมาก พี่มองการินมานานมากจริงๆ  พี่ไม่กล้าจีบการินเพราะสิ่งที่พี่พูดตอนซื้อร้านมันคับคอ พี่ไม่น่าพูดออกไปเลยนะ พี่ก็ไม่เคยคิดด้วยว่าการินจะยอมมาคุยกับพี่ ทำไมการินถึงยอมมาคุยกับพี่ล่ะครับ"
"เอ่อ!!!..."
            คำถามนี้ทำเอาการินไปไม่ถูกเลยทีเดียว    
" ก็การิน...คือว่าที่ผ่านมาการินไม่เคยมีแฟนค่ะ การินไม่เคยสนใจคนที่มาจีบการินก่อนเลยสักคน เพราะการินชอบเป็นฝ่ายไปชอบก่อน และคนที่การินชอบเค้าก็มักมีแฟนแล้วทั้งนั้น ที่ผ่านมาการินต้องตกอยู่ในสถานะกิ๊กมาโดยตลอด การินต้องทนหลบๆซ่อนๆไม่เคยได้ใช้ชีวิตรักที่สมบูรณ์แบบเหมือนคนอื่นๆ พอพี่เข้ามาจีบการินก็เลยอยากรู้ว่าถ้าการินคุยกับพี่ไปจะทำให้การินเกิดความรักได้ รึป่าว ก็ลองดู"
 

                 การินเผลอพูดความรู้สึกคับแค้นใจที่มีมาแสนนานเป็นคำแก้ตัวกับคำถามของปอไปโดยปริยาย การินหันมองปอด้วยสีหน้าเศร้าๆ แต่กลับพบว่าปอมองเธอด้วยสีหน้าสงสารและเห็นใจ ปอค่อยๆยิ้มแก้มปริ

 
"การินไม่ใช่อย่างที่พี่คิดไว้เลยครับ ผิดคาดมากๆ" ปอพูดออกมาจากใจแววตาทึ่งในการินมาก
"แล้วพี่คิดว่าการินเป็นไงล่ะคะ"
"ก็ไม่ได้คิดไรหรอกจ่ะ แต่พี่เพียงไม่คิดว่าการินจะจริงจังกับความรักขนาดนี้"
"ค่ะ!! การินจริงจังกับความรักมากและไม่อยากจะเสียใจอีกแล้ว"
"ครับพี่เข้าใจครับ" ปอออกตัวรถไปทันทีทำเอาการินนั่งหน้าเหวออีกครั้ง
 
[...นี่เขาจะพาฉันเข้าซอยไปไหนเนี่ย กลัวนะเนี่ย คิดจะพาฉันไปทำมิดีมิร้ายรึป่าว ทำไงดีล่ะ...]
 
"คือ พี่จะไปวนรถกลับมาส่งเรา พอดีพี่เห็นว่ามันจะเช้าแล้วเดี๋ยวเราจะอ่านหนังสือสอบไม่ทัน พี่มารบกวนเวลาการินนานแล้ว"
 
[...ทำอย่างกะรู้ว่าเราคิดไรอยู่ แต่ทำไมเขาจะไม่รู้ก็เขาแก่ขนาดนี้ผ่านโลกมาเยอะ ย่อมมีประสบการณ์และรู้ทันอะไรหลายๆอย่าง ฉันจะต้องระมัดระวังคำพูดของฉันไม่ให้เผยอะไรให้เขารู้ทัน...]
 
"พี่ปอคะ แล้วถ้าการินคบกับพี่ พี่จะบอกเด็กร้านยังไง"
"ก็ไม่เห็นต้องบอกไรนี่ครับ เด็กร้านพี่อยู่กับพี่มานาน มันรู้ได้อยู่แล้วว่าพี่คบกับใครพวกมันฉลาดกันจะตาย"ปอยิ้มกว้างและหันมองหน้าการินที่จ้องมองหนุ่มสูงอายุหน้าละอ่อน
"ทำไมล่ะจ๊ะ"
"ป่าวหรอกค่ะ ถามดู"
 

รถคันสวยมาจอดแน่นิ่งอยู่หน้าหอษา

 
"การินไปก่อนนะคะ" การินยกมือไหว้ปอ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่การินรู้สึกว่าเธอไหว้ผู้ใหญ่จริงๆ
"ตั้งใจอ่านล่ะ" ปอเอื้อมมือหนาๆมาลูบหัวการินอย่างเอ็นดูจนการินขนลุกซู่
 

การินโบกมือหงิกๆ ปอพยักหน้ารับในรถและขับออกไปช้าๆ

 
[...ทำไมฉันถึงรู้สึกอบอุ่นใจแปลกๆเวลาที่พี่ปอเอามือมาลูบหัว บางทีพี่ปออาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ฉันคิดก็ได้มั้ง เขาไม่เห็นจะมีท่าทีล่วงเกินเหมือนที่พี่อันทำทั้งที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน บางทีฉันคิดระแวงมากไปเองรึป่าว ฉันน่าจะลบอคติออกไปบ้าง อคติก็คล้ายๆความรักที่มาบังตาให้ฉันไม่เห็นความเป็นจริง ต่อให้พี่ปอทำดีจริงฉันก็ใช้อคติมองเขาแย่ๆเช่นเดิม แล้วความจริงมันคืออะไร มันอยู่ตรงไหน ฉันจะลองตกลงเป็นแฟนกับเขา และคอยดูกันว่าเด็กร้านที่ยิ้มเยาะฉันในวันนี้จะทำหน้ายังไง ฉันจะใช้ฐานะนี้เสาะหาตัวตนที่แท้จริงของพี่ปอ...]
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 172 ท่าน