Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักซ้อน ซ่อนร้าย เจ้านายเย็นชา
สการินวดี
ก้าวถอยหลัง......!!
6
12/11/2554 13:39:37
438
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 6...ก้าวถอยหลัง...
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 

วันที่การินรอคอยก็มาถึง

 
"ฮัลโหล! พี่ปิมคะ วันนี้การินไปทำงานที่ร้านนะคะ"
"เหรอ วันนี้พี่ไม่แน่ใจว่าคนเต็มรึป่าวนะ"
"แต่การินให้น้องบอลลงเวรให้แล้วอ่ะค่ะ"
"คนอื่นก็ลงเหมือนกัน ก็ลองมาดูก่อนละกัน แต่พี่ไม่แน่ใจนะว่าจะได้ทำมั้ย"
"อืม!ค่ะ-_-!"
 
[...ฟังก็รู้ว่าไม่อยากให้ทำ ทำไมเหรอฉันมันทำงานแย่ขนาดนั้นเชียว ก็คอยดูว่าฉันจะขยันให้ดู...]
 
              การินรีบแต่งตัวและไปร้านก่อนเวลางาน เวลางานที่ถูกตั้งไว้ คือ หนึ่งทุมครึ่ง แต่การินถึงร้านหนึ่งทุ่มด้วยความมุ่งมั่นกับการกลับมาทำงานครั้งนี้ เหมือนเธอจะกลับมาพิสูจน์ตัวเองว่าเธอก็ทำงานได้ในระบบใหม่เช่นเด็กร้านคนอื่นๆ
 
              แต่สิ่งที่พบคือ ภายในร้านมีเพียงหนุ่มน้อยยืนเปิดเพลงฮิพฮอพสุดโปรดอยู่ที่บูทดีเจอย่างเพลินใจ และสภาพร้านที่เละเทะจากการบริการลูกค้าเมื่อคืน คราบพื้นที่สกปรก ฝุ่นและขยะมากมายเกลื่อนพื้น โต๊ะเก้าอี้ถูกยกวางกองไว้ริมๆร้าน ขวดเบียร์และแก้วเหล้าค้างไว้บนโต๊ะที่เก็บไม่หมดจากการเก็บร้านเมื่อคืน และห้องน้ำที่เหม็นและมีกองกระดาษทิชชูที่เอ่อล้นถังขยะมากองกับพื้นอย่างน่าขยะแขยง
 
              แต่ทว่า!!...........ไร้วี่แววเด็กร้านที่จะมาจัดการกับสิ่งเหล่านั้นนอกจากการิน และบอล
 
"น้องบอลไม่มีใครมาเลยเหรอ"
"ยังเลยพี่ ยังไม่ทุ่มครึ่งเลย ไม่ดิถึงทุ่มครึ่งเค้าก็ยังไม่มากัน"
 
                 การินงงๆกับสิ่งที่บอลบอกแต่ก็ไม่คิดจะถามต่อ และกวาดสายตาหาที่วางกระเป๋า

"น้องบอลวางกระเป๋าตรงไหนได้บ้างอ่ะแก"
"ในบาร์อ่ะพี่วางไปเลย" บอลไม่ได้เงยหน้ามองการินแต่นิด ห่วงเพียงเล่นแผ่นอย่างสนุกสนาน
 
                  การินทรุดตัวลงตรงโซฟามองนาฬิกาข้อมือบอกเวลา หนึ่งทุ่มยี่สิบนาที อีกสิบนาทีก็เปิดร้านได้ จริงๆถ้าเป็นเมื่อก่อนที่เธอเคยทำงาน เธอมาเมื่อไหร่เธอก็จะเริ่มลงมือทำเลย เพราะเธอขี้เกียจรอให้คนมากันครบ เพราะสุดท้ายยังไงก็ต้องทำอยู่ดี แม้จะมีผู้จัดการประจำร้านคนหนึ่งพูดกรอกใส่หูตลอดทุกครั้งที่เธอทำงานก่อนเด็กร้านคนอื่นจะมา ว่า....
 
"รอคนมาพร้อมกันก่อนสิการิน ทำก่อนเหนื่อยมากกว่านะ คนมาทีหลังก็ไม่มีอะไรทำ"
 
                 จริงๆมันก็ถูกแต่มันถึงเวลางานทุกคนก็น่าจะรู้ว่าควรเข้างานให้ตรงเวลา ขืนรอให้คนมาครบงานก็ล่าช้ากันพอดี การินจึงไม่ค่อยฟังที่ปิมพร่ำบอกนัก จนปิมรู้สึกว่าการินไม่ค่อยเชื่อฟังตน อาจเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ปิมไม่อยากจะรับการินกลับมาในครั้งนี้
 
19:35 น.!!
 
                   ไร้วี่แววของเด็กร้านคนอื่นที่จะขึ้นมา แต่สักพักก็เริ่มมากันเป็นเด็กร้านHubrisเก่าที่การินเคยรู้จัก น้องเหล่านั้นไหว้และทักทายการินอย่างอบอุ่น แต่ไร้วี่แววของผู้จัดการร้านคนเก่ง การินยังไม่สามารถแน่ใจได้ว่าเธอจะได้ทำงานหรือไม่
 
"พี่ยิกคะ พี่มาทำครบอาทิตย์ละ 3 วันรึป่าวคะ" การินเอ่ยถาม ยิก เด็กร้านHubrisเก่าที่กลับมาทำงานเช่นเธอ
"ไม่นี่ ทำไมเหรอ"
"ก็พี่ปิมบอกการินว่า ต้องทำงานอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 วัน"
"ก็เห็นว่างั้นแหละแต่พี่ว่างก็มาไม่ได้มา 3 วันอะไรเลย ไม่รู้สิ"
 
[...ดูพี่ยิกก็ไม่เห็นจะซีเรียสกับกฏนี้สักเท่าไหร่เลย ฉันอาจจะเคร่งครัดไปเองรึป่าว...]
 
                  จนกระทั่งสองทุ่มกว่าๆเด็กร้านเริ่มทยอยกันมาเกือบครบจำนวนที่กำหนดในแต่ละวัน แต่ก็ไร้วี่แววปิมอยู่ดี
 
[...รับผิดชอบกันเหลือเกินนะผู้จัดการ กับคนอื่นล่ะดุได้ทีตัวเองทำผิดล่ะไม่เคยจะตำหนิติติง การเป็นผู้จัดการก็น่าจะทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้องไม่ใช่เหรอ แต่นี่กลับเป็นตัวอย่างที่แย่เหลือเกิน...]
 
                  ไม่นานนักชายหน้าตี๋ วิ่งขึ้นร้านมาด้วยความหอบเหนื่อย ในมือถือข้าวและของกินหลายอย่างเดาได้ว่าคงซื้อมาจากตลาดนัดที่อยู่ไม่ไกลจากร้านมากนัก มาถึงก็ยิ้มร่าหยอกล้อกับเด็กร้านคนอื่นๆอย่างไม่สำนึกในความล่าช้าของตนเองเลยแม้แต่น้อย ปิมเหลือบหันมามองการินที่นั่งหน้านิ่งยกมือไหว้ปิมตามมารยาท ปิมยิ้มเจื่อนๆก่อนจะยกนิ้วนับจำนวนเด็กร้าน
 
"ครบแล้วพี่ 9 คนพอดี" บอลที่ยังคงนั่งอยู่ที่บูทดีเจพูดขึ้นเมื่อเห็นปิมยกนิ้วนับคน
"พี่ มีเด็กใหม่มาสมัครทำ 2 คน เป็นรุ่นน้องตอมเอง"

                ตอม  เด็กร้านผู้ชายร่างผอมผิวดำเดินมาสะกิดแขนปิมและชี้มือไปทางผู้หญิงสองคนที่นั่งอยู่กลางร้านด้วยสีหน้ามึนๆ ผู้หญิงคนหนึ่งใส่เสื้อยืดกางเกงขาถึงเข่าดูออกได้ชัดว่าเป็นทอม อีกคนเป็นสาวน้อยผิวขาวร่างอวบไม่สูงนักหน้าตาน่ารักเลยทีเดียว ดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะมาทำงานไหว
 
"เออ!! เดี๋ยวนะ คนมันเยอะว่ะ" ปิมเดินเอาถุงของกินในมือมาตั้งไว้บนโต๊ะตรงหน้าการิน และทำท่าคิดอย่างหนักหน่วง ก่อนจะเอามือถือขึ้นมากดโทรหาเด็กร้านคนอื่นๆนอกเหนือจากที่อยู่บนร้าน
 
"เออ อายกับเตมจะมาทำงานมั้ยเนี่ย ว่างป่าว เหรอเออ ไม่เป็นไรก็เห็นบอกจะทำ" ปิมวางสายและโทรหาคนอื่นไปเรื่อย
"บี้ จะมาทำงานมั้ย ไม่เหรออืมๆ" ปิมโทรหาอีกสองสามคน
 
[...ทั้งที่ตอนนี้บนร้านเด็กร้านครบแล้วสำหรับการทำงาน 1 วัน แต่ทำไมพี่ปิมถึงต้องพยายามโทรเรียกตัวเด็กร้านที่ไม่มาให้มาทำงานอีกล่ะ บ่งบอกเจตนาได้อย่างชัดเจนว่าไม่อยากให้ฉันทำ...]
 
                  การินนั่งนิ่งแววตากรอกมองพฤติกรรมของปิมตลอดเวลา ปิมยังกระเสือกกระสนที่จะหาเด็กร้านมาเพิ่มเติมทั้งที่เด็กครบแล้ว
 
"เด็กร้านก็ครบแล้วนี่พี่ จะโทรหาอีกทำไม" บอลที่นั่งมองดูเช่นเดียวกับการินพูดออกมาอย่างเหลืออด
"อ่าว!!ก็พวกนั้นมันทำประจำ ทำรายเดือน ไม่ได้ทำเป็นรายวัน  ก็ต้องให้มันมาทำ เห็นมันบอกว่าจะมาทำ"
"นี่ก็ครบแล้ว มาทีหลังก็ไม่ได้ทำอยู่ดี"
"ไม่ใช่สิบอล พี่ก็ต้องตามพวกนั้น เพราะมันบอกจะทำ"
"อ่าว!! แล้วคนที่ลงเวรอ่ะพี่ ก็ไม่ได้ทำเหรอ แต่คนที่บอกพี่ว่าจะทำได้ทำเหรอ"
"ให้พี่ทำไงล่ะ ยังไงก็ต้องถามพวกนั้นก่อนอยู่ดี"
 
                บทสนทนาที่เชื่อได้ว่าในที่นี้หลายคนเข้าข้างบอลจบลงโดยบอลเดินหงุดหงิดออกจากร้านไปสูบบุหรี่ด้านนอก
 
"เอาไงดีวะเด็กใหม่อีกสอง" ปิมทำท่าทางเครียดกับการตัดสินใจ และเหล่มองการินอย่างลำบากใจ
"ไงคะพี่ หนูจะได้ทำรึป่าว" การินก็รอลุ้นไม่ไหวว่าเธอจะได้ทำงานในวันนี้หรือไม่ จึงถามกดดันปิม
"ไม่ชัวร์ว่ะ เดี๋ยวพี่ขอโทรถามพี่ปอ ก่อนนะ"
 
[...ทำไมเรื่องแค่นี้เค้าแก้ไขไม่ได้ถึงกับต้องโทรไปขอคำตัดสินจากพี่ปอเชียวหรือ ก็เห็นอยู่ว่าตอนนี้มันก็ลงตัวดีอยู่แล้ว ทุกคนเตรียมจับไม้กวาดทำงาน แต่มัวมารอการตัดสินใจอะไรฟุ้งซ่านของผู้จัดการร้านคนนี้ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าพี่ปิมกำลังคิดอะไรอยู่ ฉันไม่ยอมแน่ถ้าผลคือฉันไม่ได้ทำ ฉันต้องเค้นเหตุผลที่สมเหตุสมผลที่สุดจากพี่ปิมให้ได้ว่าเพราะอะไรฉันถึงไม่ได้ทำ ในเมื่อฉันก็ทำตามกฏของร้านทุกอย่าง...]
 
"ก็ให้ทำหมดนี่แหละพี่ ไหนๆเค้าก็มากันแล้ว" บอลเดินเข้ามาพูดจบก็เดินเข้าห้องน้ำไปด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ เพราะปิมติดต่อ ปอ ไม่ได้
 
                  สายตาปิมมองบอลอย่างไม่พอใจแต่ก็ไม่พูดอะไร การินมองเหตุการณ์อย่างสงบก็พอเดาได้ว่าบอลและปิมไม่ถูกกัน บอลจากเด็กร้านธรรมดาศึกษางานและเรียนรู้งานอย่างรวดเร็วตั้งแต่ร้านยังอยู่ในการดูแลของธนู จนร้านถูกเปลี่ยนเจ้าของมา ปอเล็งเห็นความสามารถจึง ให้บอลเป็นรองจากปิม คือ มีหน้าที่ทำงานแทนเวลาปิมลางาน ขาดงาน หรือหายไปดื้อๆ จนปิมและบอลเขม่นกันเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงานมาโดยตลอด
 
                ปิมไม่ลดละกับความพยายามยื้อปัญหาให้แผ่วงกว้าง เขาโทรหา ชาย เพื่อหาข้อสรุป

"อ้อ!! เอางั้นเหรอพี่ ได้คับพี่ชาย" ปิมวางสายด้วยสีหน้าผิดหวังกับบทสรุปที่ได้ ฝืนยิ้มกว้างและเดินมาที่โซฟา
"เอาเป็นว่าวันนี้ก็ทำหมดนี่เลยละกัน เริ่มงานเหอะเวลาล่วงเลยมาเยอะแล้ว"
 
                 การินลุกพรวดจากโซฟาและมุ่งตรงสู่ห้องสต๊อก ด้วยความหงุดหงิดทั้งที่เธอก็ดีใจที่เหมือนเธอชนะกับการได้ทำงานในวันนี้ แต่ที่เธอหงุดหงิดก็คือว่า เวลานี้เกือบจะสามทุ่มแล้วแต่ร้านยังไม่ได้เปิดทั้งที่มันควรเป็นเวลาที่ร้านเปิดเสร็จแล้ว
 
                เด็กร้านทุกคนต่างทยอยกันหยิบจับอุปกรณ์ที่จะมาทำความสะอาดร้านตามที่เคยทำกันมา ส่วนเด็กใหม่ 2 คนก็มีตอมคอยเป็นพี่เลี้ยงและปิมคอยแนะนำให้ทำนั่นนี่ ส่วนตัวการินนั้นเธอรู้ตัวดีว่าหน้าที่ที่เธอจะได้รับก็หนีไม่พ้นหน้าที่ที่เธอเคยทำเป็นประจำจนทุกคนเข้าใจว่าเป็นหน้าที่ประจำของเธอไปเสียแล้ว นั่นคือ การล้างห้องน้ำ
 
                น้อยคนคงไม่รู้ว่าเมื่อหลายเดือนก่อนที่การินยังทำงานอยู่ที่นี่ ห้องน้ำที่สะอาดๆมาจากน้ำมือของผู้หญิงที่แต่งตัวจัดจ้านดูขัดกับอุปกรณ์ล้างห้องน้ำเป็นที่สุด แต่หน้าที่นี้เป็นหน้าที่ที่เธออาสาจะทำเองอย่างตั้งใจไม่มีใครบังคับ เพราะเธอไม่เคยเชื่อมั่นในห้องน้ำที่คนอื่นล้างว่าสะอาดแค่ไหนทำให้เธอไม่ค่อยกล้าเข้า แต่หากว่าเธอล้างเองเธอย่อมรู้ว่ามันสะอาดพอที่ผู้หญิงขี้ขยะแขยงห้องน้ำสกปรกอย่างเธอจะรับได้
 
                 แต่ด้วยความที่เธอห่างหายจากร้านไปนาน เธอจึงหาที่เก็บอุปกรณ์ล้างห้องน้ำไม่เจอ เธอจึงเดินไปหาชายร่างผอมผิวคล้ำที่ถอดเสื้อยกลังเบียร์มาวางในบาร์ จนรับรู้ว่าเขาผอมมากเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแรงยกลังเบียร์ได้
 
" ตอม อุปกรณ์ล้างห้องน้ำอยู่ไหนอ่ะคับ พี่หาไม่เจอ"
"ไม่รู้ดิพี่ ตอมไม่ได้ล้างห้องน้ำ ตอมก็ไม่รู้ว่าเค้าเก็บไว้ไหนกัน"
"อ่าวแล้วที่แล้วมาใครล้างอ่ะ"
"ไม่รู้ดิพี่ ลองไปถาม บัส ดูดิ"
 
                การินเกาหัวหงิกๆอย่างไม่คุ้นเคยและเดินตรงเข้าไปหาชายอีกคนร่างสูงผอมแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่แลดูเหมือนไม่ได้ซักเลยกับกางเกงเก่าๆที่ขาด ดูเซอร์ๆแต่ไม่ค่อยต่างไปจากคนบ้าข้างถนน บวกกับผมเผ้าที่ยาวรุงรังยุ่งเหยิง
 
"บัส รู้มั้ยว่าที่ล้างห้องน้ำอยู่ไหนอ่ะ"

                การินยิ้มให้บัสอย่างหวั่นๆเพราะเธอไม่เคยคุยกับบัสมาก่อน ทั้งที่คุ้นหน้าเป็นอย่างดีเพราะบัสเป็นเด็กร้านSwayและเช่าห้องพักอยู่ชั้นลอยของตึกนี้ และบัสมักทำงานในหน้าที่บาร์น้ำ จนได้ฉายาว่า 'บัสบาร์น้ำแห่งSway'
 
"อ้อ!! อยู่บนร้านSwayอ่ะ เดี๋ยวไปเอาลงมาให้แล้วกัน" บัส ยิ้มกว้างอย่างจริงใจ ทำให้การินโล่งใจขึ้นมาบ้างว่าอย่างน้อยบัสก็ไม่ใช่คนบ้าอย่างที่ภาพลักษณ์แสดงให้เห็น
 
                วันนี้ร้านSway ปิด เปิดร้านHubrisร้านเดียวเพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่นักศึกษาทยอยกันกลับบ้านเนื่องจากเป็นการเริ่มต้นของการปิดภาคเรียนซัมเมอร์ จึงมีคนเที่ยวน้อยลง ปอ จึงสั่งปิดSwayและเปิดร้านHubrisเพียงร้านเดียว ก็เห็นจะมีแต่การินที่คณะของเธอยังแจกโปรเจ็กให้ไม่หยุด ทำให้เธอยังกลับบ้านเหมือนเพื่อนคณะอื่นๆเค้าไม่ได้
 
                การินเดินไปหยิบไม้กวาดและที่โกยเพื่อจะเดินไปกวาดหน้าร้านงานที่หลายคนมักมองข้ามผ่าน มัวงุ่นง่านกับภายในร้านจนลืมงานที่เป็นหน้าเป็นตาแก่ร้าน เมื่อเธอเดินออกมาหน้าร้านเธอก็ดีใจที่สุดที่อย่างน้อยก็มี ยิก ที่ไม่มองข้ามงานนี้เหมือนเธอ ยิกกำลังยกถังที่เขี่ยบุหรี่หน้าร้านเทใส่ถุงดำใบโต
 
                ยิก เป็นเด็กร้านรุ่นก่อเกิด  Hubris  เลยทีเดียวนั่นคือ เด็กร้านรุ่นที่ 1 ส่วนการินนั้นอยู่รุ่นที่ 3 การที่มีรุ่นไว้เพียงเพื่อบอกให้รู้ถึงประสบการณ์การทำงาน เพื่อเด็กร้านรุ่นหลังจะได้รู้ว่าควรปรึกษาอะไรกับใครดี และเคารพกันมากขึ้น แต่ยิก หายไปตั้งแต่ร้านถูกขาย ยิกไม่มาทำงานอีกเลยรวมถึงพี่ๆรุ่นที่ 1 ก็หายหน้ากันไป แวะเวียนมาเที่ยวบ้าง แต่ไม่นานมานี้เองที่ยิกกลับมาทำงาน การินเข้าใจว่ายิกคงมีปัญหาเรื่องเงินถึงได้กลับมาที่ร้านแห่งนี้ทั้งที่มัน ไม่เหมือนเดิม
 
"การิน ตรงนี้พี่กวาดแล้ว การินลงไปกวาดที่บันไดดีกว่ามีขยะเต็มเลย"
 "อ้อค่ะพี่" การินเดินลงบันไดไปกวาดตามที่ยิกแนะนำ ยิก มองไล่หลังด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
 
              เสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินขึ้นตึกมาทำเอาการินชะงักงัน และภาวนาว่าอย่าเป็นลูกค้าเลยเพราะร้านยังเปิดไม่เสร็จเพราะปัญหาเด็กร้านที่ไม่ลงตัวของผู้จัดการร้านหรือปัญหาที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาเอง แท้ๆ
 
              แต่เมื่อใบหน้าของคนผู้นั้นปรากฏให้การินเห็นเป็นคนแรกเธอก็โล่งใจ และยกมือไหว้ตามมารยาทที่ควรจะทำ
 
"ขยันจังเลยคนนี้" ปอหยอกทักและมาหยุดยืนมองการินที่ก้มหน้าก้มตากวาดขยะอย่างไม่สนใจคำหยอกเย้าของเจ้านายเลยแม้แต่น้อย
 
"มีแฟนยังครับ!" ปอยิงคำถามนี้ไปจนการินต้องกรอกสายตามองใบหน้าอันเรียบเฉย สายตาผ่านเลนส์แว่นดูรอคอยคำตอบ
"โอโห!!" การินอุทานกลับไปและก้มหน้าก้มตากวาดต่อพร้อมรอยยิ้มแหยๆ
"โอโห!! นี่หมายความว่าไงครับ" ปอถามหลังจากเดินขึ้นไป 2 ก้าว
"ป่าวค่ะ แค่แปลกใจเฉยๆว่าเจอกันก็ทักแบบนี้เลยเหรอ" การินพูดไปก้มหน้ากวาดต่อเพราะเธอไม่อยากสบตาปอด้วยสายตาอันแข็งกร้าวของเธอให้ปอเห็น กลัวปอรับรู้ความรู้สึกกระด้างที่มีผ่านสายตาของเธอ
 
               ปอยิ้มมุมปากก่อนจะวิ่งขึ้นไปโหวกเหวกโวยวายบนร้าน
 
"โห! เฮ้ย...สามทุ่มแล้วยังเปิดร้านกันไม่เสร็จอีกเหรอ"เสียงโวยวายของปอดังมาจนการินได้ยิน จนเธอต้องเบ้ปาก
 
[...ที่เปิดช้าเพราะอะไรคุณลองถามผู้จัดการร้านดูสิ...]
 
                การินกวาดบันไดจนเสร็จเหงื่อเริ่มออกเธอรู้สึกดีที่มีเหงื่อออกบ้างถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัว เธอเดินเข้าร้าน ภายในร้านกำลังเข้าที่เข้าทางและใกล้จะเสร็จ เธอหันไปดูในห้องน้ำมีคนกำลังล้างอยู่เธอรีบรุดเดินเข้าไปคนที่แย่งเธอล้างห้องน้ำเป็นเด็กร้านHubrisใหม่ ที่มาทำงานหลังจากที่การินหยุดทำไป แต่การินรู้จักผู้หญิงตัวเล็ก ผอมบาง ผมสั้นสุดเฉี่ยว แต่งตัวจัดจ้านไม่แพ้เธอเลยคนนี้
 
"ปลา พี่ช่วยนะ" ปลา หันมามองการินแบบงงๆ
"ปลาจำพี่ไม่ได้เหรอ พี่เป็นเพื่อนภัทไง" การินยิ้มกว้างพลางเอาที่รีดน้ำมารีดน้ำที่พื้นห้องน้ำให้แห้งกว่าที่เป็น
"อ้อ! จำได้" ปลายิ้มแหยๆอย่างไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ และก้มหน้าก้มตาขัดพื้นต่อไป
 
[...อะไรกันเด็กคนนี้ ทักทายแล้วดูไม่เป็นมิตรเลย สงสัยจะไม่ชอบหน้าฉันมั้ง ช่างเขาเถอะ...]
 
              ครั้งหนึ่ง ภัทหนีมาเที่ยวHubrisกับกิ๊กและเมาไม่เป็นท่า กิ๊กภัทรู้จักกับปลาจึงให้ปลาไปส่งภัทที่หอภัทเป็นเพื่อน คงเกรงว่าจะเข้าไปส่งภัทบนห้องไม่ได้เพราะหอภัทเป็นหอหญิง การินมารู้ทีหลังภัทก็แนะนำให้รู้จักปลาก่อนหน้านี้ แต่สาวน้อยปลากลับแสดงสีหน้าไม่อยากสนทนาด้วย การินรีดน้ำไปและมองไปในร้านซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ปอซึ่งกำลังคุยกับ แบน แคชเชียร์สาวของSwayที่โยกย้ายลงมาปฏิบัติหน้าที่ข้างล่างแทนฝันที่ไม่ได้มาทำงานในฐานะแคชเชียร์ของHubrisปอมองมาพอดี การินพยายามยิ้มให้เพื่อไม่ให้ปอคิดว่าเธอเป็นพวกต่อต้าน
 
"โห!....ใครให้การินมาทำงานหนักแบบนี้เนี่ย" ปอทำท่าทางราวกับการินเป็นทรัพย์สินที่ตนทะนุถนอมและไม่ยอมให้ใครมาทำร้าย ทำเอาการินยิ้มฝืดลง
 
[...ทำไมฉันจะล้างไม่ได้ห้องน้ำเนี่ย ฉันก็ล้างมาตลอดแหละย่ะ ทำอย่างกะคนอย่างฉันจะกะแดะไม่ล้างห้องน้ำหรือล้างห้องน้ำไม่เป็น ฉันไม่ยอมหรอก สักวันคุณปอ คุณต้องยอมรับฉันและเลิกกัดและกดดันฉันสักที...]
 
                 สิ่งที่ปอแสดงทำให้การินครุ่นคิดแอบกดดันอีกตามเคย แม้เจตนาของปออาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น
 
                 ร้านเปิดเสร็จเรียบร้อยหลายแรงช่วยกันจึงไม่มีใครเหนื่อยมากเหนื่อยน้อยไปกว่ากัน การินเดินไปที่บาร์หยิบผ้าสีแดงที่กองไว้อย่างไม่เป็นระเบียบในบาร์มาคลี่ออกสลัดๆให้มันเป็นรูปเป็นร่าง มันคือ uniform ของเด็กร้านเวลาทำหน้าที่เสริฟมันคือผ้ากันเปื้อนสีแดงมีรอยสกรีนตรงอกว่า Hubris ดีๆนี่เอง นี่เป็นอีกสิ่งใหม่ที่ปอ นำลงมาให้เด็กร้านHubrisปรับปรุง ซึ่งแต่ก่อนเด็กร้านHubrisเก่าไม่มี การแสดงความแตกต่างระหว่างเด็กร้านกับลูกค้าแบบนี้ การินก็ยอมรับในเรื่องนี้ว่าเป็นการดีที่ลูกค้าจะได้รับรู้ได้ง่ายว่าใครเป็นเด็กร้านจะได้เรียกสั่งของได้ถูกคน
 
                 ในระหว่างที่การินง่วนกับการหันแหงนมองเหลียวหลังของตนเองผูกผ้ากันเปื้อนนี้จากด้านหลัง มีมือดีเข้ามาโอบเธอจากข้างหน้าเสมือนสวมกอด เธอหันกลับมามองด้วยความตกใจ ปะทะแววตาและรอยยิ้มที่เธอไม่เคยปรารถนา
 
"มาๆพี่ช่วยผูกนะครับ" ปอทำทีเล่นทีจริงโอบการินจากด้านหน้าอ้อมหลังไปจะผูกผ้าให้การิน การินรีบสลัดตัวออกอย่างรวดเร็วและฝืนยิ้มกว้าง
"ไม่เป็นไรพี่ การินผูกเองได้พี่" และการินรีบเดินเข้าห้องน้ำไป เสียงหัวเราะของปอยังแว่วมาให้ได้ยิน
"โหไปเลยอ่ะ ฮ่าๆๆๆ"  ปอหัวเราะอย่างสนุกปาก
 
[...ฉันว่าที่ฉันคิดอย่างแรกอ่ะถูกแล้วล่ะ หม้อเด็กร้านไม่อายปากบ้างรึไงที่เคยเอ่ยปากอะไรไป แต่ทำไมฉันต้องใจเต้นรัวด้วยเนี่ย จะไปตื่นเต้นอะไรกับตาแว่นนั่น...]
 
เวลาล่วงเลยไปเกือบสี่ทุ่มลูกค้าเริ่มทยอยเข้าร้านเรื่อยๆเด็กร้านทำหน้าที่ไปตามหน้าที่ที่ตนได้รับ การินทำหน้าที่เสิร์ฟ การรับโต๊ะเป็นสิ่งที่การินไม่ชอบที่สุดเพราะเธอไม่ชอบคุยกับลูกค้า หากลูกค้าถามเรื่องราคาเหล้าเธอก็ต้องวิ่งไปถามคนอื่นเพราะเธอไม่เคยจำราคาเหล้าได้เลย ไม่หรอกทุกอย่างที่เป็นตัวเลขเธอไม่เคยจำ แต่วันนี้เธอกลับต้องเป็นคนรับโต๊ะบ่อยที่สุด
 
[...เอาวะ บางอย่างที่เราไม่ชอบเราก็ต้องทำให้ได้และให้ดีที่สุด ท่องเอาไว้ว่าเราต้องเอาชนะพวกเด็กร้าน Swayที่ดูถูกเราให้ได้...]
 
                การินพึมพำกับตัวเองในใจเงียบๆมือก็ยกของที่ลูกค้าสั่งไปส่งถึงโต๊ะ เธอยื่นบิลล์ให้ลูกค้าเซ็นรับของ นี่ก็เป็นอีกอย่างที่ถูกปรับใช้วิธีนี้ปอ เชื่อว่าเป็นการลดกรณีลูกค้าไม่ยอมรับว่าบิลล์นั้นๆเป็นของโต๊ะนั้นแบบหาว่าเอาบิลล์โต๊ะอื่นมาให้ แต่การินกลับคิดว่าหากลูกค้ามีเจตนาจะโกงจริงๆถึงเซ็นชื่อไว้หลังบิลล์จริงก็เซ็นชื่อคนอื่นที่ไม่ใช่ชื่อตนและเซ็นหลายๆแบบสุดท้ายก็อ้างได้ว่าไม่ได้เป็นคนเซ็น แต่เอาเถอะมันก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรป้องกันไว้เลย
 
"เขียนเบอร์โทรด้วยนะคะ" การินบอกย้ำลูกค้าหนุ่มวัยรุ่นที่กำลังเซ็นอยู่ที่ด้านหลังบิลล์ใบแรก ตามกฎที่ว่าบิลล์ใบแรกต้องมีลายเซ็นและเบอร์โทรลูกค้าโต๊ะนั้นๆด้วย
"ทำไม ชอบผมเหรอ" ลูกค้ากวนตีนกลับทันทีพลางหัวเราะอย่างสนุกปาก การินถึงกับอารมณ์ฉุนแต่พยายามระงับภายใต้รอยยิ้มเจื่อนๆ
"ป่าวค่ะ มันเป็นกฏของร้าน"
"โธ่นึกว่าชอบผม" ลูกค้าตัวแสบส่งบิลล์คืนแก่การิน การินยิ้มก่อนจะบอกว่า
"ก็ถ้าหล่อเหมือนโดมก็ว่าไปอย่าง" และเธอก็เดินเชิดกลับมาหน้าบาร์ ทำเอาลูกค้าคนนั้นทำหน้าเบ้อย่างไม่พอใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การินถูกลูกค้าแทะโลม และเธอก็ไม่เคยยอมให้ถูกรังแกทางคำพูดแบบนี้ นี่อาจเป็นข้อเสียที่การินควรปรับปรุงในงานบริการแบบนี้ คงต้องท่องไว้ว่าลูกค้า คือ พระเจ้า แต่การินไม่สนใจกับลูกค้าชั้นนั้นอยู่แล้ว เธอรู้ดีว่าเวลาเสิร์ฟเธอจะเป็นคนที่สีหน้านิ่งแต่นิ่งของเธอคือ บึ้งตึง สำหรับคนอื่น เธอจึงพยายามชวนเด็กร้านคนอื่นๆคุยเพื่อจะได้มีรอยยิ้มบนใบหน้าเธอบ้าง และเธอก็เหลือบมองปอ ที่เหมือนจะคอยมองเธออยู่เกือบตลอดเวลา
 
[...คิดจะจ้องจับผิดฉันล่ะสิ ก็เชิญเลยฉันจะขยันให้ดู ถ้าไม่ไปมีเรื่องกับลูกค้าก่อนอ่ะนะ...]
 
                 การินพยายามเดินเก็บขวดซึ่งเป็นหน้าที่ของเด็กเสิร์ฟอีกอย่างที่ปอคอยกระตุ้นให้เด็กร้านขยันเก็บขวดเปล่าบนโต๊ะลูกค้าเพื่อเป็นการเร่งให้ลูกค้าสั่งของมากขึ้น แต่การินก็เคยเป็นลูกค้ามาเธอรู้สึกรำคาญมากกว่าเวลามีคนมาเดินส่องไฟที่โต๊ะเธอและมองหาขวดเปล่าอย่างน่ารำคาญ บางครั้งก็มาแหวกในระหว่างที่เธอเต้นอย่างสนุก ขัดอารมณ์สนุกได้มากทีเดียว และเธอพยายามจะไม่ทำในสิ่งที่เธอรู้สึกว่าเธอไม่ชอบตอนที่เธอเป็นลูกค้า นี่รึป่าวคือความจริงใจของผู้ให้บริการที่ดี
 
                วันนี้วันศุกร์เป็นวันที่คนมาเที่ยวเยอะที่สุดในรอบสัปดาห์ นักเที่ยวยามราตรีรู้ดีว่าถ้าอยากสนุกแบบคนแน่นๆต้องมาวันศุกร์ แต่มันเป็นวันที่เด็กร้านไม่อยากลงเวรมากที่สุดเพราะมันเหนื่อยจนยากจะอธิบาย แต่เท่าที่การินเคยทำมาเธอมักทำวันศุกร์ตลอดเพราะวันต่อไปเป็นวันเสาร์ที่เธอไม่มีเรียนและไม่มีงานต้องส่ง และเธอไม่จำเป็นต้องตื่นเช้าอีกด้วย
 
                และวันนี้คนก็เยอะมากเป็นพิเศษเพราะเปิดHubrisร้านเดียวปิดSwayการินเดินไปเดินมาแทบไม่ได้หยุด รวมถึงเด็กร้านคนอื่นๆด้วยแม้จะเหนื่อยและร้อน การินกลับรู้สึกดีที่ทำให้ปอเห็นว่าเธอก็ขยันไม่แพ้เด็กร้านSwayจนราวๆตี 1 เธอถึงได้นั่งพักบ้างเพราะเป็นช่วงที่ลูกค้าเริ่มเมากันทั้งร้านและเต้นกันอย่างไม่รู้ว่าจะต้องสั่งอะไรเพิ่มอีก การสั่งของจึงขาดตอนให้เด็กร้านได้พักบ้าง
 
"ไงเหนื่อยล่ะสิ"
 
                 เสียงที่ห่างหายไปจากความทรงจำแวบเข้ามาใกล้ๆหู การินหันมองต้นเสียงนั่นที่ยืนอยู่เคียงข้างโดยที่เธอไม่ได้สังเกต

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 205 ท่าน