Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เล่ห์รักร้าย นายลูกหนี้
TGpegasus
ตอนที่ 8
9
11/11/2554 09:59:57
230
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 8
>>Fresh<<
          อ๊ากกกก!วันนี้เป็นวันที่ฉันดีใจแทบบ้า ฮุๆ ในที่สุดสวรรค์ก็เข้าข้างคนสวยตาดำๆ อย่างฉัน อืม...คุณๆ คงจะงงกันล่ะสิว่ามันเป็นเรื่องอะไร เดี๋ยวรอดูยัยรันโวยเอาละกัน ฉันขอไปนั่งโต๊ะก่อนล่ะ คิๆ
            “ซิกๆๆๆ”
            “อ้าวรัน! เธอร้องไห้ทำไม” พุทราที่กวาดห้องอยู่ทักขึ้น...มันคงมาแล้วล่ะ
            “ฮือออออออออออออ!” แล้วก็ยิ่งร้องหนักกว่าเดิมค่ะ
            “เฟรช อึก กะ อึก แกรู้ข่าวรึยัง อึก วะ อึก ว่า...”
            “โอ้ย!ฉันจะรู้เรื่องมั้ยเนี่ย พูดยังกับเครื่องยนต์ใช้น้ำมันผิดกระตุกไม่หยุดเลย ฉันรู้แล้วน่าสวรรค์เข้าข้างคนไม่มีตังค์อย่างฉันจริงๆ คิกๆๆๆ ไม่เสียแรงที่ภาวนาขอให้คอนเสิร์ตเลื่อน หุๆ”
            “ยัยบ้า!Star Black เลื่อนคอนเสิร์ตนี่นะข่าวดีของแกน่ะ”เสียงรันกลับมาเป็นปกติ
            “อื้อ!ฉันจะได้มีเวลาทวงหนี้ไง อ้อ!แล้วช่วงเวลานั้นก็เก็บตังค์รอบใหม่ไปด้วย เผื่อหมอนั่นเบี้ยว”ฉันคิดแผนดีๆ ไว้ตั้งแต่เมื่อคืนหลังจากรู้ข่าวแล้วแหละ โฮ๊ะๆๆ
            “แต่ฉันอยากเห็นเฮนรี่ตอนนี้แล้วนี่นา”
            “แต่ถ้ามาตอนนี้ฉันจะหาตังค์ไหนไปดูล่ะ ฉันก็อยากเห็นเทมโปของฉันเหมือนกันนะ”ฉันเถียงมัน
            “แต่แกคนเดียวแลกกับคนทั้งประเทศที่อยากเห็นหน้าราชวงศ์ลิง(หมายถึงวงสตาร์ แบล็ค) นะ ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ”
            “ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นสักหน่อย เอ้า!ถ้าเป็นอย่างที่แกพูดจริง คนที่ขัดสนช่วงนี้ล่ะ จะเอาตังค์ที่ไหนไปดู มันคงจะมีไม่น้อยไปกว่าคนทั้งประเทศของแกหรอกรัน แกไม่สงสารพวกเขายิ่งกว่าเหรอที่ Star Blackขึ้นเครื่องจากยุโรปมาเหยียบแผ่นดินเดียวกันแล้วกลับไม่มีโอกาสได้เห็นเลยน่ะ”ฉันเถียง
            “มันก็จริงของเฟรชมันนะรัน”เผือกที่นั่งทำใจอยู่นานพูดขึ้นบ้าง
            ปิ๊บ!
            เสียงข้อความของฉัน ฉันกดรับ ปล่อยให้ยัยสองคนนั่นพล่ามไปก่อนละกัน
            ‘เจอกันหลังโรงเรียนเธอตอนเลิกเรียน’เอ๋!!!ใครส่งข้อความมาหาฉันเนี่ย
            ‘ใครน่ะ’ ฉันตอบกลับไป
            ‘แฟนสุดหล่อของเธอไง’ มังกร...ลูกหนี้
            ‘ลูกหนี้ฉันน่ะเหรอ’
            ‘เธอกล้าเรียกแฟนตัวเองว่าลูกหนี้งั้นเหรอ’
            ‘อือ!จะทำไมล่ะลูกหนี้ ตราบใดที่นายยังไม่ให้ตังค์ฉัน ก็ฟังคำนี้ต่อไปแล้วกัน’
            ‘ฉันขี้เกียจเถียงกับเธอแล้ว เลิกเรียนก็ออกมาเลยไม่งั้นฉันจะไปลากมาเอง’ชิ!ขู่ฉันอีกแล้ว ฉันเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์เผือกกับรันกำลังจ้องอยู่
            “ทำไรของแกน่ะ”
            “เล่นเกมมั้ง”
            “เชื่อแกล่ะ” เผือกจับผิด
            “ช่างเถอะ!ได้เวลาเรียนแล้ว” แล้วมันก็ลุกขึ้น
            “อ๊ากกก!แต่ฉันไม่มีกระจิตกระใจเรียนนะ”
            “แต่พรุ่งนี้สอบนะรัน”
            “เออ!ก็จริง” แล้วพวกเราก็เดินออกจากห้องไปเรียนที่ตึกดนตรี
 
            เลิกเรียน
          นี่ฉันต้องไปพบดรากอนที่หลังโรงเรียนจริงเหรอเนี่ย เอ๊ะ!หรือว่าหมอนั่นอยากจะใช้หนี้แล้วหว่า ฮุๆแผนการใบแจ้งหนี้ของฉันคงได้ผลแล้วแฮะ รีบไปดีกว่า
            “นี่ๆๆๆ แกจะไปไหนอ่ะ”
            “เก็บหนี้”
            “ว้าว!ไปหาดรากอนเหรอ ฉันไปด้วยๆๆๆ ฉันจะไปจ้องแฟนแก” รันทำท่ากระตือรือร้น
            “ไม่ต้องเลยๆ แกสัญญาแล้วว่าจะส่งฉันไปซื้อชุดให้หมูหย็อง” เผือกลากคอมันไป
            “หมาของแกจะสำคัญกว่าดรากอนของฉันได้ไงยะ”
            “มันสำคัญต่อจิตใจของฉันนะ”
            “แล้วดรากอนไม่สำคัญต่อจิตใจของฉันรึไงเล่า...”
            เผือกลากรันไป เสียงเถียงกันของพวกมันก็ห่างไกลไปเรื่อยๆ แล้วลูกหนี้ของฉันอยู่ไหนเนี่ย หรือว่าเจ้านั่นหลอกฉันให้มาพบอีกแล้ว ฮึ่ย!คิดแล้วไม่มีผิด
            “หึๆ มาช้าสิบห้านาที” ฉันมองหาต้นเสียง...มังกรค้างคาว
            “เพราะเดินหานายยังไงล่ะ ลงมาเดี๋ยวนี้นะฉันเมื่อยคอ”
            “อ้าว!ใครบอกให้เธอเงยขึ้นมาล่ะ หึ!คงอยากจะมองหน้าฉันล่ะสิ”
            “หน้าด้านชะมัด เฮ้อ!ทำไมฉันต้องมาพบคนหลงตัวเองอย่างนายด้วยนะ”
            “แล้วทำไมฉันต้องมาพบคนปากจัดอย่างเธอด้วยเนี่ย” พร้อมกับกระโดดลงจากต้นไม้ ไม่อยากจะบอกเลยว่าเท่ห์ชะมัด
            “ทำยังกับปากนายไม่จัด” ฉันพูดพึมพำ
            “แต่ปากอย่างนี้น่าจะโดนอีกซักจุ๊บนะ” อ๊ากกกก! มังกรร้ายจับคางช้านนนน
            “ปล่อยนะมังกรลูกหนี้!!!”
            “ว้า จะเอาให้อยู่แล้วเชียว งั้นก็อดต่อไปเถอะ” ลูกหนี้ล้วงกระเป๋าแล้วเดินออกไป
            “งั้นก็เอามาสิ!”
            “ไม่ละ เปลี่ยนใจ”
            “อ๊ากกกก! นายอยากตายรึไง”
            “หุบปาก!!!ไม่งั้นแผ่นดินกลบหน้าเธอตรงนี้แน่”
            “ขอโทษนะ บังเอิญศาสนาของฉันต้องเผาย่ะ”
            “แล้วอยากลองมั้ยล่ะ” ดรากอนตวัดสายตามาดูจริงจังชะมัด อึ๋ย!อย่าฆ่าช้านน๊า
            “ชิ!”
            “นี่!เธอยังไม่เลิกเอากระดาษบ้าๆ พวกนั้นไปติดในที่ที่ฉันไปอีกเหรอ บอกแล้วไงว่าไม่ได้ผลหรอก” ดรากอนพูดเสียงจริงจังพร้อมกับล้วงกระเป๋าเหมือนเคย
            “เรื่องของฉัน ถ้าไม่ได้ผลแล้ววันนี้นายจะติดต่อฉันเพื่อเอาตังค์มาคืนทำไมใช่มั้ย มันก็ต้องได้สักหน่อยล่ะน่า”
            “หึ!เธอลืมไปแล้วรึไงว่าเรามีข้อตกลงร่วมกันอยู่น่ะ แล้วยังจะเอาใบบ้าๆ พวกนั้นไปแปะให้โรงเรียนฉันรกขึ้นอีกทำไม”
            “อืม...ก็จริง ไว้ฉันค่อยคิดหาอะไรใหม่ๆ ให้นายละกัน จะได้ไม่ลืม”
            “นี่เธอ!พูดไม่รู้เรื่องรึไง ฉันจะคืนให้ก็ต่อเมื่อเธอทำผลงานให้ฉันพอใจแล้วเท่านั้น โอเค้?”
ดรากอนตวัดสายตาอาฆาตมามองฉัน หวาย!น่ากลัวอย่างที่รันพูดไว้จริงๆ แต่เรื่องอะไรฉันจะไปทำท่ากลัวให้หมอนี่ได้ใจล่ะ
            “นายก็บอกมาเซ่ ว่าผลงานบ้าๆ ของนายมันคืออะไร”
            “ถ้าบอกมันก็ง่ายเกินไปน่ะสิ แล้วฉันก็จะได้ทดสอบดูความฉลาดของเธอด้วยว่าพอจะเดาออกมั้ย”
            “ไอ้บ้า!!!นายคิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ งั้นก็ได้”
            “ฉันจะคอยดู หึๆ ไปกันเถอะ”
            “ใครบอกว่าฉันจะไปกับนาย”
            “ตามใจเธอนะ มันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของผลงานเธอก็ได้” หมอนี่พูดแบบไม่ใส่ใจ
            “แล้วนายจะไปไหนอ่ะ” ดูหน้าหล่อๆ นั่นสิ ช่างกวนบาทาจริงๆ
            “เล่นเกม”
            “เฮ้อออ!”
            แล้วคนตัวสูงเกินมาตรฐานชายไทยก็เดินผิวปากลอยหน้าลอยตาพร้อมกับหิ้วคอฉันไปเลยค่ะ โหดร้ายยยย
 
            10 นาทีต่อมา
            “เข้าไปสิ”
            “นายยังคิดว่าจะมีที่นั่งอยู่อีกเหรอ”
            “หุบปากซะ!”
            แล้วก็โดนดรากอนลากคอไปอีกจนได้ จะพูดกับฉันดีๆ หน่อยไม่ได้รึไงนะ เอ๋!ที่นั่งข้างล่างเต็มหมดเลย มังกรโหดเดินผ่านไป แล้วหมอนี่จะพาฉันขึ้นบันไดไปไหนเนี่ย
            “หยุดทำหน้าแบบนั้นซักทีเถอะ ฉันไม่ได้พาเธอมาทำอะไรหรอกน่า”
            “เอ๋!ชั้นสองนี่มีร้านเกมด้วยเหรอเนี่ย”
            “อือ”
อ๊ากกกก!พอกดปุ่มเปิดเครื่องเสร็จหมอนี่ก็เข้าเกมโดยไม่สนใจฉันอีกเลยค่ะ แล้วจะพามาเพื่อ...
            “ไม่เล่นรึไง ยืนบื้ออยู่ได้”
            ตาบ้านี่ใช้สายตาปรายมาเสร็จก็หันไปสนใจอยู่แต่หน้าจอ อ๊ากก!~ฉันได้ชื่อว่าเป็นแฟนนายไม่ใช่รึไง หึ!คอยดูเถอะสักวันฉันจะเชิดใส่นายให้ดู ฮึ่ยย!~อย่างน้อยตอนนี้ไประบายในบอร์ด Star Black ดีกว่า
            ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ฉันยังตลุยท่องเวบไปเรื่อยๆ ก่อนจะไปเล่นเกมตีกอล์ฟ ฮี่ๆๆ ไม่ได้เล่นมาตั้งนานแล้วสินะ ตอนนี้เรเวลยังเป็นแค่บีกินเนอร์อยู่เลย
            “ไปกันเถอะ” เสียงๆ หนึ่งดังขึ้น เฮ้อออ!
            “แต่ฉันเพิ่งจะออกรอบนะ”
            “เล่นเกมนี้น่ะเหรอ โด่!อ่อนชะมัด”
            “เอ๊ะ!ก็ฉันชอบนี่ เกี่ยวไรกับนาย”
            “ตามใจ ตอนนี้เกือบทุ่มแล้ว ฉันหิว เธออยู่นี่ต่อไปแล้วกัน” พูดเรียบๆ ก่อนจะเดินออกไป
            “อ๊ากกก!ตาเบื๊อกนี่” ฉันเลยออกเกมแล้ววิ่งตามไป
            “พี่คะ เท่าไหร่” พอลงมาชั้นล่างฉันจึงถามคนที่คุมเครื่อง
            “อืม...สองชั่วโมงสองคน ก็สี่สิบบาทน้อง”
            “อ้าว!หมอนั่นไม่จ่ายเหรอคะ” ฉันทำหน้างง
            “มันบอกว่าให้น้องจ่ายให้ด้วย ตังค์มันหมด ฮะๆ พี่แทบจะไม่เชื่อแน่ะ” อะไรกันเนี่ยฉันต้องจ่ายอีกเหรอ
            “มัวทำไรอยู่ ช้าชะมัด”
            “เออน่า ไม่มีตังค์แล้วจะมาร้านเกมทำแป๊ะอะไรของนายฮะ...แล้วนี่จะไปไหนต่อเนี่ย พรุ่งนี้ฉันมีสอบนะต้องกลับแล้วล่ะ”
            “หึๆ หาไรกิน ไปมั้ยล่ะ”
            “ใครจ่าย” ฉันต้องถามก่อนล่ะ
            ตาทึ่มนี่ไม่ตอบค่ะ แต่เดินล้วงกระเป๋าไปที่ป้ายรถเมล์ ฮึ่ย!นี่ทำไมฉันต้องมาอยู่กับคนที่ไม่มีมารยาทอย่างนี้ด้วยนะ แต่ก็เอาเถอะไม่ตอบถือว่าเลี้ยงวุ้ย เรื่องสอบเอาไว้ทีหลัง กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ฮี่ๆๆ
           
            “อ้าว!น้องเฟรชรึเปล่าครับเนี่ย ไม่เจอกันนานเลยนะ” เอ๋!~ฉันมองไปตามเสียงนั้น แว๊กกก!
            “พี่แม็ก!!!” ฉันร้องออกมาพร้อมกับยิ้มหน้าบาน ฉันตาไม่ฝาดใช่มั้ยเนี่ย!
            “เหอะๆ เบาๆ ก็ได้ครับ ดูน้องเปลี่ยนไปมากเลยนะ”
            ฉันมองดูหน้าพี่แม็กอีกครั้ง ฮุๆ ชายที่ฉันแอบชอบตั้งแต่ ม.ต้น ปี 3 เคยอยู่โรงเรียนเดียวกับฉัน ซึ่งตอนนี้มายืนอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว
            “ยังไงอ่ะ”
            “สวยขึ้น ฮะๆๆ ล้อเล่นๆ” ว๊ากก!ใจฉันตุ้มๆ ต่อมๆ เลย
            “คิๆ แล้วมหา’ลัยพี่เป็นไงบ้างอ่ะ สนุกมั้ย” ฉันถามกลับไป ใช่! พี่แม็กตอนนี้ใส่ชุดนักศึกษาสะพายเป้ ดูเท่ห์ชะมัด หุๆ อาหารตาจริงๆ
            “อืม ปีหนึ่งอย่างพี่ก็ถือว่าโอเค อยากรู้ลองตามเข้ามาดูสิ” พี่แม็กกล่าวพร้อมยักคิ้วให้ แต่หน้าฉันคงแดงไปแล้วแน่ๆ
            “แล้วนี่น้องเฟรชจะไปไหนอ่ะ”
            “เอ่อ...”
            “ไปทานข้าวครับ” มีปีศาจตนหนึ่งเดินมาโอบไหล่ฉันพร้อมกับพูดเสียงต่ำๆ ฮึ่ย!มารขัดขวาง
            “ที่รักทำไมเดินช้านักล่ะ เฮ้อออ!ขาสั้นก็งี้แหละนะ...งั้นพวกเราไปก่อนนะครับ”
             แล้วปีศาจมังกรตนนี้ก็ลากคอฉันออกจากตรงนี้ไป...ไปโดยไม่ได้ล่ำลากับเทวดาสุดเท่ห์คนนั้น แงๆๆๆ มารผจญจริงๆ ฮือๆๆ แล้วเมื่อกี้เรียกฉันว่าไงนะ ที่รักงั้นเหรอ อ๊ากกก!พี่แม็กต้องเข้าใจผิดแน่ๆ เลย
            “เป็นแฟนฉันไม่ถึงอาทิตย์นี่เธอกล้าคบชู้เหรอ”
            “ไอ้...”
            “ด่าจูบนะ”
            “เฮอะ!~เอาแขนนายออกจากไหล่ฉันได้แล้ว”
            “ทำไม เธอกลัวไอ้น่าจืดนั่นรู้รึไง แต่มันก็ไม่โง่นี่ คงได้ยินที่ฉันพูดเมื่อกี้นะ”
            “มารมังกร”
            “ว่าไงนะ พูดดังๆ สิ”
            “เปล่า” ย๊ากก!อยากจะเอากำปั้นยัดปากจริงๆ ฉันไม่น่าไปตกลงคบกับเจ้าเบื๊อกนี่เลย
            ทันทีที่ปีศาจมังกรลากฉันเข้าร้านอาหาร ผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยเหมือนนางฟ้าก็เดินนวยนาดเข้ามา แน่ะ!แล้วยังมาแทรกฉันกับหมอนี่อีกนะ ฮึ!อยากจะเข้าใกล้ตายล่ะ
            “อุ้ย!ดรากอน ฮิๆ ไม่เจอกันนานเลยนะ” ปีศาจเดินไปหาโต๊ะตรงมุมร้าน นางฟ้าตามไป
            “เธอเป็นใคร”
            “จิณน์ไงคะ จำไม่ได้เหรอ แหมน่าน้อยใจจัง” ปีศาจขมวดคิ้ว นั่งนิ่ง ทำท่าคิด
            “ว่าแต่ดรากอนไปหงุดหงิดอะไรมาเนี่ย หน้าบึ้งเชียว” นางฟ้ายื่นมือไปตรงหน้า แต่ปีศาจปัดหนีพร้อมกับสั่งอาหาร
            “อุ้ย!ขอบคุณนะคะ ที่สั่งเผื่อ” นางฟ้าพูดเองเออเองเสร็จสรรพ
            “หยุดยุ่งกับฉันสักทีเถอะ รำคาญ!...แล้วนั่นเธอจะยืนทื่ออยู่ตรงนั้นอีกนานมั้ย” ปีศาจดุนางฟ้าเสร็จ ก็หันมาว่าให้ฉันทันที
            “นี่!ดรากอนลืมไปแล้วเหรอว่าเราเป็นอะไรกัน แล้วนังนี่เป็นใคร” นางฟ้าตวัดสายตามาทางฉัน เหอะ!ว่าไงนะ นังนี่งั้นเหรอ คนเจอกันครั้งแรกเขาเรียกกันแบบนี้กันเรอะ คงไม่ต้องการมีมิตรสินะ แม่จัดให้
            “ฉันเหรอ เหอะ!คนตกกระป๋องอย่างเธอจะยุ่งอะไรด้วย”
            ฉันตอกกลับไป นางฟะ เอ้ย!เปลี่ยนเป็นนางมารแล้วกัน...นางมารชักสีหน้าโกรธจัด หุๆ ดูทำหน้าเข้าสิ ทำไมฉันต้องคิดว่ายัยคนนี้จะเป็นนางฟ้าไปได้นะ
            “นี่เธอคิดจะมาแย่งสามีฉันรึไง ที่ตรงนั้นมันเป็นของฉันนะ เอ่อ...ใช่มั้ยคะดรากอน”
            แอ๊กก!ฉันสะอึกน้ำไปเลยค่ะ แค่แกล้งยั่วหน่อยเดียวเองดันพูดมาได้ เฮอะ!ใครจะอยากได้คนไร้มารยาทอย่างหมอนั่นกันล่ะ
            “นี่!เป็นไรมากมั้ย”
            อยู่ๆ ผู้ชายที่ฉันเรียกว่าปีศาจก็รีบเข้ามาลูบหลังลูบไหล่ด้วยสีหน้าเป็นกังวล เฮอะ!ปลื้มตายล่ะ เมื่อกี้ยังด่าฉันคบชู้ฉอดๆๆ นี่คงอยากจะกำจัดยัยนางมารนี่สิท่า อ๋อ!ผลงานที่หมอนี่พูดคงจะเป็นเรื่องนี้สินะ เอาเล้ย!เดี๋ยวแม่จัดไปชุดใหญ่
            “ไม่เป็นไรหรอก นายอย่าห่วงฉันนักเลยเล่นห่วงกันทุกเวลาอย่างนี้เดี๋ยวฉันรำคาญนะ...จริงมั้ยคะ”          ประโยคหลังฉันหันไปถามนางมารที่ได้แต่ยืนส่งรังสีอำมหิตมาให้ ส่วนปีศาจมังกรก็โอบไหล่ฉัน ฉันออดอ้อนนิดๆ เอาหัวไปซบบ่าปีศาจร้ายตนนี้ ก่อนจะชำเลืองหางตาไปทางนางมารเพื่อบอกให้รู้ว่าเป็นส่วนเกิน
            “นี่เธอว่าการห่วงใยของฉันน่ารำคาญนักรึไง”
            “เปล่าหรอก บางทีฉันก็ต้องการช่วยเหลือตนเองบ้าง ทุกวันนี้อะไรนายก็ทำให้หมดจนอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองได้เป็นง่อยไปแล้ว รู้มั้ยทำแบบนี้มันเหมือนทาสฉันเลยนะ” นางมารกำมือแน่นพร้อมกับจิกสายตามาให้ ฉันแสยะยิ้มตอบกลับไป
            “นี่เธอ!...”
            “อยู่เฉยๆ เถอะน่า นายต้องการแบบนี้ไม่ใช่รึไง” ฉันก็กัดฟันกระซิบตอบเสียงดรากอนที่โวยวายขึ้นมา
            “กรี๊ด!จริงเหรอดรากอนทีกับจิณน์ไม่เคยทำแบบนั้นเลยนะ!!! แต่จิณน์ก็ไม่เคยเรียกร้องเพราะคิดว่าคนอย่างดรากอนคงไม่เคยทำแบบนี้ให้ใคร มีแต่ผู้หญิงมากมายที่จะทำแบบนั้นให้เธอฝ่ายเดียว แล้วกับนังคนนี้คงไม่ได้เป็นอย่างที่จิณน์คิดหรอกใช่มั้ย”
            “แล้วเธอคิดว่าไง” ปีศาจตอกกลับ
            “ไม่จริง!เธอโกหก!!!” ยัยนี่ยังไม่ยอมแพ้ ดรากอนลุกขึ้นกระชากนางมารที่ชื่อจิณน์ให้ลุกตาม ก่อนจะก้มลงจูบอย่างดูดดื่ม
            เพล้ง!!!
          การจูบอย่างเร่าร้อนจบลงเมื่อเด็กเสิร์ฟทำจานสลัดหล่นลงพื้นเสียงดัง เรียกสายตาจากแขกที่ยังไม่มากในร้านให้หันมาทางมุมที่พวกเรานั่งอยู่จุดเดียว
            “ต่อไปอย่ามายุ่งกับฉันอีกนะ” สายตาบวกกับน้ำเสียงของดรากอนที่พูดออกไปหลังถอนริมฝีปากออกฟังดูเย็นชาชะมัด ฉันชักจะสงสารผู้หญิงคนนี้แล้วสิ
            “กรี๊ดๆๆๆ ก็ได้ถ้าเธอต้องการแบบนั้น ส่วนเธอขอเตือนไว้ก่อนนะว่าถ้าหมอนี่เบื่อก็คงจะโดนเฉดหัวทิ้ง!”
            “เหมือนเธอใช่มั้ยล่ะ” ฉันตอบกลับอย่างรวดเร็วความสงสารนางมารหมดไป
            “เฮอะ!ฝากไว้ก่อนเถอะ นังบ้า!!!”
            แล้วยัยจิณน์อะไรนี่ก็กระชากกระเป๋าเดินออกไป ดีนะที่ตอนนี้ร้านอาหารคนยังไม่เยอะไม่งั้นคงตกเป็นเป้าสายตามากกว่านี้แน่ๆ ดรากอนวางเงินลงบนโต๊ะแล้วลากแขนฉันออกจากร้านบ้างเดินมาเรื่อยๆ ก่อนจะมาหยุดลงที่ร้านข้าวมันไก่
            “เอาร้านนี้แล้วกันนะ” ฉันพยักหน้าให้ก่อนจะเปิดปากพูดบ้าง
            “นายหาเงินเองได้รึไงถึงต้องผลาญมันเล่นแบบนี้น่ะ”
            “หรือเธอจะนั่งกินอยู่ตรงนั้นโดยทำเป็นไม่สนใจสายตาหลายคู่ที่จ้องเราอยู่ล่ะ”
            “มันก็จริงแต่นายยังใช้เงินพ่อแม่นะ ไม่ต้องมาอวดร่ำอวดรวยต่อหน้าฝูงชนขนาดนี้หรอก มิน่าล่ะผู้หญิงถึงกัดไม่ปล่อย”
            “ช่างฉันเถอะน่า ว่าแต่เธอทำได้ดีนี่”
            “นี่คือผลงานที่นายต้องการไม่ใช่รึไง” ดรากอนสั่งข้าวมันไก่สองจานกับเด็กน้อยที่อายุคงยังไม่น่าจะเกินสิบขวบที่มารับออร์เดอร์ก่อนจะหันมาพูดกับฉัน
            “เธอรู้แล้วเหรอว่าผลงานที่ว่าคืออะไร”
            “ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ผู้ชายอย่างนายมันก็ได้แค่นี้แหละ อยากมีฉันไว้เป็นไม้กันหมาใช่มั้ยล่ะ พอกำจัดคนเก่าได้แล้วก็ออกตามหาเหยื่อรายใหม่อีก ฮึ!” ฉันก็เพิ่งจะเกทเมื่อกี้นี้แหละ
            “โอ้ววว!เธอเดาออกด้วย ไม่ได้โง่อย่างที่คิดแฮะ พวกนั้นมาหาฉันเองนะฉันไม่ได้ตามพวกหล่อนซะหน่อย อืม...แต่ที่เธอพูด มันก็เป็นจริงอยู่กึ่งหนึ่งนะ”
            “นั่นไงล่ะ คนหลงตัวเอง ว่าแต่นายคิดว่าฉันโง่เลยคิดจะมาหลอกใช้งั้นเหรอ” ฉันถามเอาเรื่อง
            “เปล่าสักหน่อย ถ้างั้นทำไมเธอถึงมาคบกับฉันล่ะ” หน้าหมอนี่ยาวไปแล้วหนึ่งศอก ฮึ!หลงตัวเองชะมัด
            “เพราะเงินของฉันไงล่ะ นายอย่าคิดนะว่าฉันจะมาคบเพราะติดกับหน้าหล่อๆ ของนายน่ะ ชิ!”
            “เธอนี่พูดซะฉันหมดความมั่นใจไปเลยนะ”
            “มันเป็นงานอดิเรกของฉันย่ะ อ้อ!งั้นขอเพิ่มข้อตกลงอีกหน่อยเป็นไง”
            “อะไรของเธอเนี่ย ข้อตกลงมันจบไปตั้งแต่วันนั้นแล้วไง”
            “ไม่ได้!อย่าลืมสิว่านายเป็นลูกหนี้ฉันอยู่นะ ไหนยังคิดจะมาหลอกไปเป็นไม้กันหมาอีก อืม...งั้นเอางี้ ฉันจะช่วยนายกำจัดผู้หญิงพวกนั้นเอง แต่ต้องเพิ่มดอกเบี้ยจากอันเดิมบวกเงินต้นรวมเป็นห้าพันนะ” ฉันร่ายยืดยาว โอ้วว!โอกาสงามๆ
            “เธอนี่มันร้ายกาจชะมัด หึ!~หน้าเลือดยิ่งกว่าอสูรอีก”
            “หรือว่านายจะไม่เอา”
            “หึๆ ฉันเป็นหนี้เธอก็จริง แต่ไม่มีสัญญาทำไว้นี่ เพราะงั้นฉันจะจ่ายก็ได้ไม่จ่ายก็ได้”
            “อ๊ากกก!นี่นายขู่ฉันเหรอ มังกรเปรต!!ฉันน่าจะรู้ตั้งแต่แรกนะว่านายมันคบไม่ได้!!!~หลอกแม้กระทั่งผู้หญิง” ฉันโวยวายเสียงดังจนเด็นคนเดิมที่ถือจานข้าวมันไก่มาให้ถึงกับตกใจ
            “อ้าว!ก็ผู้หญิงดันโง่มาให้ฉันหลอกนี่นา” พูดพร้อมยักคิ้วกวนมาทาส่วนมือก็ลูบหัวเด็กเบาๆ
            “ไอ้...” ฉันเถียงไม่ออกเลยค่ะ ฮึ่ย! อยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ ชะมัด
            “ฮะๆ ฉันล้อเล่นน่า ดูหน้าเธอตอนนี้สิ บี้ยิ่งกว่ากระป๋องโดนเหยียบอีก ตกลงตามนั้นก็ได้”
            “แล้วนายจะขู่ฉันให้เสียเวลา แล้วยังเปลืองหน้ากระดาษทำไม
            “ก็เธอมันน่าแกล้งนี่ ฮะๆๆ”
            “เชอะ!”
            “เฮ้ออ!เจ้าหนี้ที่ไหนจะคุ้มแบบเธออีกเนี่ย ดอกเบี้ยก็ตั้งพันนึง แถมยังได้มาคบกับคนเพอร์เฟ็กต์อย่างฉันอีก ผู้หญิงแถวนี้อิจฉาตายเลย”
            “มันน่าปลื้มใจตรงไหนยะ ฉันต้องมาปวดหัวเพราะมัวแต่นั่งคิดน่ะสิ ว่านายจะเบี้ยวรึเปล่า”
            “ฉันไม่เบี้ยวเธอหรอกน่า วันนั้นที่ไปเจอยัยน้ำหวานหน้าโรงเรียนเธอเพราะฉันตั้งใจจะเอาตังค์ไปให้หรอก แต่ยัยนั่นดันมาเกาะแกะซะก่อน”
            “เออ!พ่อคนหล่อคนดัง เชอะ!!!”
            “เอาเถอะๆ ผลงานเธอทะลุเป้าเมื่อไหร่ฉันจะจ่ายให้อย่างงาม”
            “หวังว่าผู้หญิงของนายคงจะไม่ครึ่งค่อนเมืองหรอกนะ” ฉันใจห่อ ก็รันมันเคยเมาท์แบบนั้นนี่
            “ไม่รู้สิ แต่ฉันจะให้เธอช่วยเฉพาะผู้หญิงที่สลัดไม่หลุดแค่นั้นแหละ ไม่ต้องห่วงหรอก”
             “เฮอะ! สายตานายแค่ตวัดปราดเดียวยัยพวกนั้นก็หนีกระเจิงแล้ว ทำไมจะกำจัดเองไม่ได้” ฉันประชด
            “มันก็จริงแค่บางส่วน แต่พวกงี่เง่าอีกส่วนถึงจะกลัวแต่ก็ยอมตายเพื่ออยากมาซบอกฉันกันทั้งนั้น ความจริงก็ดีอยู่หรอก แต่มากไปมันก็รำคาญ”
            “เหอะ!ผู้ชายอะไรหลงตัวเองชะมัด”
            “มันเป็นเรื่องจริงนี่ ฉันเข้าใจว่าฉันหล่อ แต่ความหล่อก็เป็นภัยสู่ตัวเองเหมือนกันนะ เธอไม่เข้าใจหรอก”
            “เออ!ยังไม่หยุด”
            “ทำไมล่ะ ก็คนมันมีดีให้หลงนี่ หวังว่าเธอคงไม่ได้อิจฉาฉันหรอกนะ ฮะๆ”
            “เชอะ!”
            ฉันตักข้าวมันไก่ใส่ปากเป็นการตัดบท โอ้วววว!รสชาติเยี่ยมค่ะ แค่นี้ก็มีแรงไว้เถียงผู้ชายตรงหน้าแล้ว ก่อนจะตัดกำลังด้วยการยื่นช้อนไปที่จานของฝ่ายตรงข้ามตักหนังไก่มาไว้ในจานของตัวเอง โฮ๊ะๆ มีความสุข!!!
 
            วันนี้เป็นวันสอบกลางภาควันแรก ทุกคนในห้องไม่เดินไปเดินมาเพ่นพ่านวุ่นวาย เกากีตาร์ หรือเล่นแผ่นสี่เหลี่ยมห้าสิบสองใบเหมือนทุกวัน เอาแต่นั่งที่โต๊ะหรือตามมุมต่างๆ ท่องหนังสือ ซึ่งร้อยวันพันปีจะไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้ค่ะ บรรยากาศเลยดูเงียบๆ ผิดปกติ นี่พวกมันจะมาเคร่งเอาอะไรวินาทีสุดท้ายแบบนี้เนี่ย ฮ่าๆๆ แล้วอยู่ๆ เสียงรันก็ดังขึ้น
            “กรี๊ด!พวกแกๆๆ มีข่าวมาบอก” เสียงแจ๊ดๆ ของมันมีผลให้ทุกคนทำหน้าแบบว่า อะไรของมันอีกเนี่ย
            “เกิดอะไรขึ้นอ่ะ อุกาบาตจะพุ่งมาชนโรงเรียนเรารึไง”
            “นี่แกเงียบๆ ไปเลยเผือก ไม่ฟังก็อยู่เฉยๆ เถอะน่า”
            “แล้วมีไรเหรอ” วิเวียนที่ตั้งหน้าตั้งตาท่องกริยาภาษาฝรั่งเศสอยู่ถามขึ้น
            “แกก็เงยหน้าขึ้นมาฟังดิ อย่าเพิ่งไปท่องเลยเดี๋ยวไม่มีคู่นะยะ” รันยังคงทำหน้าแป๊ะยิ้มเหมือนเพิ่งได้กระดูกไก่เป็นรางวัลมาสดๆ
            “อะไรๆ คู่เค่ออะไร” ยัยวิเวียนพับหนังสือทันที
            “เก๊าะโรงเรียนของเรามีเด็กใหม่มาไงจ๊ะ อยู่ปีสอง”
            “ผู้ชายหรือผู้หญิงวะ!” ทั้งผู้ชาย ชะนี แม้กระทั่งกะเทยที่ท่องหนังสือเตรียมสอบอยู่วิ่งกรูมาทางรันทันที
            “ผู้ชายจ้า” แล้วพวกที่ไม่ชอบไม้ป่าเดียวกันก็ถอยออกไปตามเคย
            “เป็นไงหล่อมั้ยรัน สู้ดรากอนของยัยเฟรชได้รึเปล่า” คำถามของพวกมันยังพาดพิงมาถึงฉันอีกแหนะ        “แล้วย้ายมาจากโรงเรียนไหน”
            “ขาวมั้ย”
            “สูงเท่าไหร่”
            “ฯลฯ”
            ทั้งชะนีและกะเทยรุมถามยัยรันจนไม่ได้หุบปาก ฮะๆๆ สะใจชะมัด มันไม่ได้จดสูตรเลขเพื่อแอบเอาเข้าห้องสอบแน่ๆ โฮ่ๆๆ ฉันกับเผือกมองหน้ากัน
            “ฮ่าๆๆ ฉันว่าแล้ว ห้องนี้มันก็เงียบได้แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ”
            “อย่าไปสนใจพวกนั้นเลยน่า แกจดสูตรเลขเผื่อฉันใบนึงสิเฟรช”
            “อ้าว!แล้วแกจะไปทำบ้าอะไรที่ไหนอีกล่ะ”
            “หลับ”
            อ๊ายยยย!ยัยนี่ก็อีกคน ฉันอยากจะควักลูกตามันออกแล้วโยนลงหน้าต่างชะมัด ดูสิคะ ดูเซ่!มันฟุบหน้าลงไปแล้ว อยากรู้ชะมัดว่านอกจากหมาหมูหย็องแล้วมันเคยสนใจอะไรอีกบ้าง เดี๋ยวแม่ก็จัดให้หลับไปชั่วนิรันดร์ซะหรอก และอีกยี่สิบนาทีต่อมาทั้งโรงเรียนก็เงียบเหมือนอยู่ในพระราชวังต้องห้ามเพื่อเข้าสู่การสอบวิชาแรก 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 246 ท่าน