Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ขอโทษที แต่ตอนนี้ฉันคือยมฑูต
Narybee
บทที่ 6 อุซาจิ ปีศาจนรกผู้มีเวทมนตร์
7
09/11/2554 06:28:39
354
เนื้อเรื่อง

บทที่ 6 อุซาจิ ปีศาจนรกผู้มีเวทมนตร์

 
หลังจากปล่อยเกราะคาโอ้กับจัตตินไว้ด้านนอกเขตมนตราแล้วเธอก็เดินไปยังศาลเจ้าที่อยู่ทางหลังวัด ก็พบกับร่างของ คิตสึเนะ(ปีศาจจิ้งจอก) ที่โดนเชือกเวทมนตร์พันธนาการเอาไว้จนไม่สามารถขยับได้เฟียร่าเมื่อเห็นดังนั้นก็เรียกคทาของตัวเองออกมาทันทีพร้อมกับร่ายเวทมนตร์ว่า
 
“ ด้วยพลังแห่งแสงที่อยู่รอบกายข้า จงมาเป็นพลังให้แก่ข้า เพื่อปลดเปลื้องพันธนาการที่มีอยู่ให้หมดไป : ลิบ'บะเรท เดอะ เฟท'เทอะ ”
 
หลังจากสิ้นสุดเสียงของเฟียร่าก็เกิดแสงสว่างขึ้นพุ่งไปยังร่างของ คิตสึเนะ ตนนั้นแล้วทำลายเชือกเวทมนที่พันธนาการ คิตสึเนะ จนสะรายไปไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยแถมยังรักษาแผลที่เกิดจากการต่อสู้ทั้งหมดให้อีกด้วย คิคสึเนะเมื่อหลุดออกจากพันธนาการก็ยืนขึ้นแล้วพูดว่า
 
“ เราขอขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือ
 
“ ไม่เป็นไรค่ะ จะรังเกียจไหมถ้าฉันอย่ากจะถามคำถาม
 
“ ไดซิ แต่รีบหน่อยนะ ข้าจะต้องไปหยุดเจ้านั้น
 
 “ที่ฉันอยากถามคือ คุณพอจะเห็นปีศาจนรก อุซาจิ บ้างหรือเปล่าค่ะ
 
“ ...เห็นซิ ข้าเพิ่งจะสู้กับมันมา
 
“ งันเยี่ยม คุณพอจะบอกได้หรือเปล่าค่ะว่ามันอยู่ที่ไหน
 
คิตสึเนะ เมื่อเห็นเด็กสาวที่มีอายุไม่น่าจะเกิน 20 ปีถามแบบนี้ก็เริ่มลังเล เพราะถ้าตนบอกไปแล้วเธอไม่หามันแล้วสู้ไม่ได้ตนก็คงจะเสียใจที่ทำให้ผู้มีพระคุณต้องตาย แต่ในทางกลับกันถ้าเธอคนนี้มีพลังมากจนถึงขั้นสามารถจัดการกับมันได้แล้วเขาไม่บอกคนอื่นก็ต้องเดือดร้อน เฟียร่าที่รู้สึกถึงความกังวนนี้ก็พูดขึ้นว่า
 
“ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเป็นหัวหน้ายมทูตกลุ่ม 9 ฉันสามารถจัดการได้ค่ะ และฉันก็ยังมีกำลังเสริมอีก2คนจากกลุ่มของฉัน และอีก 5 คนจากกลุ่ม 6 พวกเราจัดการได้ค่ะ
 
เมื่อได้ยินดังนั้น คิตสึเนะ ตนนั้นก็ตกใจ ก็จะไม่ตกใจได้ไง หัวหน้ากลุ่มยมทูตกลุ่ม 9 ที่จัดตั่งขึ้นมาใหม่นะเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับทานโซตะที่เป็นผู้ควบคุมยมโลกอันดับสองและรั้งตำแหน่งผู้แทนราชา โควิล ที่ออกเดินทางไปทำภารกิจ แถมยังเป็นผู้ที่ได้รับความไว้ใจให้ไปรับพระธิดาของพระองค์ที่โลกมนุษย์อีก แล้วอีกอย่างกลุ่ม 9 ที่ตั่งขึ้นนะเพิ่งตั่งได้ 3 วันเองนะ จะไปหาคนที่ไหนที่จะเหมาะมาเป็นหัวหน้า(เธอคือใครนะ)นั่นคือสิ่งที่ คิตสึเนะ คิดมันจึงพูดว่า
 
“ ถ้าเจ้าจะไป ข้าจะไปด้วย
 
“ ได้ซิค่ะ
 
“ งั้นตามมา
 
หลังจากพูดจบ คิตสึเนะ คนนั้นก็เดินนำเฟียร่าไปที่ศาลากลางน้ำที่ด้านหลังของวัด ซึ่งอยู่ติดกับป่าที่ถูกตัดแต่งเป็นเขาวงกต เมื่อข้ามสะพานมายังศาลา คิตสึเนะ ก็เดินไปกดอะไรสักอย่างแล้วก็เดินเป็นทางเดินลงไป เมื่อเดินลงไปเรื่อย ๆ เฟียร่าก็พูดขึ้นว่า
 
“ หยุดก่อนค่ะคุณ คิตสึเนะ
 
“ มีอะไรหรือ
 
“ ตรงนี้มีกับดักมนตราค่ะ
 
เมื่อได้ยินดันนั้น คิตสึเนะ ก็ให้จมูกของตัวเองดมดูว่าใช่มนตราของคนในวัดหรือเปล่า แต่เมื่อดมดูก็รู้ว่าไม่ใช่ เข้าจึงหันไปมองเฟียร่าอย่างถามความคิดเห็น เพราะมนตราระดับนี้มีแต่แม่มดเท่านั้นที่จะสามารถล้างมันออกไปได้ เฟียร่าเองก็รู้หน้าที่เธอเดินเข้าไปใกล้ ๆ วงมนตรานั้น ก่อนจะเรียกคทาของตนออกมาแล้วร่ายมนทันที ซึ่งก็สามารถทำให้ คิตสึเนะ แปลกใจได้อีกเช่นเคยเพราะสัมผัสที่แสนคุ้นเคย เหมือนกับใครคนหนึ่งที่เคยรู้จักมาก่อนหน้านี้ (ช่างมีสัมผัสที่เหมือนกันหรือเกิน เหมือนท่านแม่มด เลซีน่า ) ขณะที่ คิตสึเนะ กำลังคิดถึงคน ๆ หนึ่งเฟียร่าก็สามารถทำลายกับดักเวนตะไรที่มีคนสร้างไวได้สำเร็จ เมื่อหันมาเห็น คิตสึเนะ ที่เหม่ออยู่ เฟียร่าก็ถามขึ้นว่า
 
“ เป็นอะไรไป ท่านคิตสึเนะ
 
“ ...........”
 
“ ท่านคิตสึเนะ!
 
“ หา!!! ...เออเมื่อกี่นี้เจ้าถามว่าอะไรนะ
 
“ ฉันถามท่านว่าเป็นอะไรไป เหม่อเชียว
 
“ แค่คิดถึงคน ๆ หนึ่งนะ นี่ข้าขอถามเจ้าอย่างหนึ่งได้หรือไม่
 
“ ได้ค่ะ แต่เดินไปถามไปดีกว่า
 
ว่าจบเจ้าตัวก็ออกเดินนำทันทีโดยมีคิตสึเนะเดินตามมาพร้อมกับพูดว่า
 
“ เจ้ารู้จักคนที่ชื่อ เลซีน่า เกรนเซีย หรือเปล่า นางหายตัวไปได้ 7 ปีแล้ว
 
“ คุณรู้จักเธอได้ยังไงค่ะ
 
“ นางเคยช่วยข้าเอาไว้จากพ่อมดคนหนึ่ง นางคือผู้มีพระคุณ แล้วเจ้าละ
 
“ คุณอาจจะยังไม่รู้ ...เธอ..เธอคนนั้น ..เลซีน่า เกรนเซีย เธอ.ตายแล้ว เมื่อ 7 ปีก่อน โดนปีศาจฆ่าตาย แต่ทุกคนบนโลกนี้ก็สรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ
 
“ ว่าไงนะ!!!! แล้วเจ้ารู้ได้ไง
 
“ ก็เพราะฉันอยู่ในเหตุการณ์ด้วยนะซิ
 
“ หมายความว่าไง เจ้าอยู่ในเหตุการณ์ได้ไง
 
พอพูดมาถึงตอนนี้เฟียร่าก็ได้แต่เงียบ เมื่อเธอนึกถึงตอนนั้นเธอก็รู้สึกเจ็บใจตัวเองที่ไม่สามารถช่วยใครได้เลย เธอถึงเลือกที่จะมาเป็นยมทูต เพื่อช่วยคนอื่นเป็นการทดแทน เธอไม่อยากเห็นหรือให้มีใครที่เป็นแบบเธอคนที่เจ็บปวดนะ ขอให้มีแค่เธอคนเดียวก็เกินพอแล้ว คิตสึเนะที่เห็นว่าเฟียร่าเงียบไปนานก็หันมามองเธอ เฟียร่าก็หันมาเช่นกันแล้วยิ้มให้เข้าพร้อมกับตอบว่า
 
“ คุณยังไม่รู้ซินะ ชื่อเต็มของฉันก็คือ เฟียร่า เกรนเซีย ฉันเป็นลูกสาวคนเล็กของ เลซีน่า เกรนเซีย กับ โควิล เกรนเซีย ฉันเห็นแม่กับพี่ชายตายไปต่อหน้าต่อตา แต่ช่างมันเถอะมันผ่านมาแล้ว และรู้สึกว่าเราก็เจอตัวปัญหาแล้วด้วย
 
เมื่อได้ยินเฟียร่าพูดดังนั้น คิตสึเนะ ก็หันไปมองข้างหน้าก็พบกับ คนที่มันเคยสู้ด้วยแต่แพ้ เฟียร่าเองไม่สนใจแต่ก็พูดกับปีศาจตนนั้นว่า
 
“ ไงอุวาจิ อุสาดั้นด้นหนีออกมาจากนรก แต่กลับมาอยู่ที่วันเนียนะ มันช่างไม่เข้ากับเจ้าเสียเลย
 
“ อย่ามายุ่งกับข้า ยมทูต!!!!
 
“ ฮึฮึฮึ.... ไม่ได้ ข้าคงจะทำเช่นนั้นไม่ได้หลอกนะ ก็จะปล่อยให้ปีศาจนรกที่อันตรายอย่างนี้ไปเพ่นพ่านได้ยังไงละ
 
 เฟียร่าพูด เมื่ออุซาจิได้ยินดังนั้นมันก็ตวัดมือที่มีเล็บแหลมคมมาทางด้านเฟียร่า แต่เฟียร่าที่เห็นใบมีดลมที่เกิดจากการตวัดเล็บของอุซาจิกลับไม่มีท่าทีว่าจะหลบเลย เธอยืนอยู่เฉย ๆ เมื่อใบมีดลมนั้นเข้ามาใกล้เธอเฟียร่าก็ทำเพียงแค่ยกมือมาเอาไว้ด้านหน้าของเธอ เมื่อมีดลมเข้ามาก่อนที่จะถึงตัวของเฟียร่ามันก็สลายไป เฟียร่าเอามือของตัวเองขึ้นมาดูก่อนจะพูดว่า
 
“ อืม... ช่างแปลกเสียจริงฮึฮึ ช่างเป็นปีศาจที่แปลกเสียจริง
 
“ อะไรกัน
 
“ ท่านคิตสึเนะ ท่านช่วยไปนำทางคนที่กำลังจะเข้ามาทีนะค่ะ ทางนี้เดียวฉันจัดการเอง
 
“ ระวังตัวด้วย
 
เมื่อพูดจบ คิตสึเนะ ก็วิ่งออกไปจากห้องนี้ทันที เฟียร่าเมื่อเห็น คิตสึเนะไปแล้วก็ยิ้ม ‘ เอาน่าได้สู้แบบเต็มที่เสียที ’ นั่นละสิ่งที่เธอคิด
 
...........กลับมาทางด้านของกลุ่ม 6 ...........
 
ในตอนนี้พวกเขามาพบกับ คาโอ้และจัตตินเรียบร้อยแล้วละกำลังจะเตรียมตัวบุกเข้าไปช่วยเฟีนร่า แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะใช้อาวุธของตัวเองทำลายเขตอาคม จู่ ๆ เขตอาคมก็สลายไปและสิงที่ปรากฏต่อหน้าพวกเข้าก็คือ คิตสึเนะ ตัวหนึ่งกำลังยืนขวางทางขึ้นเอาไว้ แล้วพูดว่า
 
“เจ้าคือยมทูตที่ท่านเฟียร่าเรียกมาให้หรือไม่
 
“...ใช่ ท่านละเป็นใคร
 
“อย่าเพิ่งถาม โปรดตามข้ามาก่อน
 
พูดจบคิตสึเนะก็วิ่งนำหน้า พวกเขาไปทันที คาโอ้เห็นดันนั้นก็วิ่งตามไปทันที ส่วนพวกที่เหลือจะทำอะไรได้นอกจากวิ่งตามไป
 
...........ทางด้านของเฟียร่า ...........
 
หลังจากที่เธอเห็นว่าคิตสึเนะออกไปแล้วเธอก็หันกลับมาที่ปีศาจตัวปัญหาแล้วพูดว่า
 
“ไงฉันรออยู่นะถ้าไม่บุกเข้ามาฉันจะลุยแล้วนะ
 
“ แล้วแกจะต้องเสียใจ ในนามแห่งข้าผู้รับใช้แห่งรัตติกาลสีม่วงของได้โปรดท่านจงฟังคำขอร้องของข้าด้วย ได้โปรดมอบพลังให้แก่ข้าเพื่อกำจัดสัตรูที่อาจหารมาท้าทาย  ”
 
มันร่ายเวทมนตร์ทันทีที่มันพูดจบ แต่เฟียร่าเองก็ไม่น้อยหน้าในเมือนกันในเมื่อมันเล่นเวทมนตร์มา เธอก็จะเล่นเวทมนตร์กลับให้ดู คิดดังนั้นเฟียร่าก็ร่ายบทลำนำว่า
 
“ในนามของข้าเฟียร่า เกรนเซีย ผู้ได้รับพรแห่งแสงสว่างขอได้โปรดท่านจงรับฟังคำวิงวอนของข้าด้วย ขอได้โปรดเทพแห่งสงสว่างจงประทานพลังลังให้แก่ข้าเพื่อทำลายปีศาจร้ายแห่งรัตติกาล : ไวท์ คาทูเควส์ ”
 
หลังจากนั้นก็เกิดลำแสงสองสายพุ่งเข้าหากันลำแสงสีดำและขาวพุ่งเข้าหากัน และชนกันอย่างแรงจนกลายเป็นระเบิดเฟียร่ากระโดดหลบพร้อมกับสร้างโล่ป้องกันตัวเอง ทางด้านของอุซาจิเองก็เช่นกัน หลังจากระเบิดสงบลงก็เกิดฝุ่นควันลอยอยู่เต็มไปหมดจนไม่สามารมองเห็นด้านหน้าได้มากนัก เพียร่าคิดว่าแบบนี้ไม่ดีแน่จึงร่ายเวทเบา ๆ ว่า
 
“ วินดี่ ”
 
เมื่อสิ้นเสียงก็มีลมพัดเข้ามาแล้วพัดเอาฝุ่นในห้องออกไปจนหมด แต่แล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดคิด ปีศาจร้ายอุซาจิได้หายไปแล้วเธอมองรอบ ๆ ห้องด้วยความระมัดระวัง เปิดประสาทรับรู้ทั้งหมด แต่กลับไม่มีวีแววว่ามันจะบุกเข้ามา ลางสังหรณ์ของเธอบอกว่ามันไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้วแต่นั่นละคือสิ่งที่เธอกลัว เพราะถ้ามันออกไปข้างนอกจริง นั่นหมายความว่าเธอต้องสู้ไปด้วยและระวังมนุษย์ที่อาจจะโดนลูกหลงจากการต่อสู้ไปด้วยนั่นเอง แต่ว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมานั่งคิด เฟียร่าออกตัวตามมันไปด้านนอกทันที เธอประเมินไว้ว่าถ้าโชคดีเธอคงไปทันแล้วพวกคาโอ้และกลุ่ม 6 ก็คงมาถึง แต่ถ้าไม่ ก็ไว้หาวิธีแก่ไขทีหลังแล้วกัน เฟียร่าที่วิ่งออกมาเมื่อพ้นประตูเธอก็มองไปรอบ ๆ แล้วก็ก็เห็นเงาดำวูบไหวตรงไปยังทางออก เธอรีบตามมันไปทันทีพร้อมกันนั้นเฟียร่าก็เอามือข้างหนึ่งจับที่ตุ้มหูแล้วพูดว่า
 
“ ทำการติดต่อคาโอ้ ”
 
เมื่อจบคำพูดประมาณ 2-3 นาทีคาโอ้ก็พูดว่า
 
“ ครับ น้องเฟียร่า ”
 
“ พวกพี่เข้ามากันหรือยังค่ะ ”
 
“ เข้ามาแล้วครับมีอะไรหรอ ”
 
“ อุซาจิกำลังตรงไปทางนั้น เตรียมตัวไว้คาดว่าจะถึงไหนไม่ช้า กางอาณาเขตจำกัดรอบ ๆ วัดไว้ด้วย เพราะดูเหมือนเราจะเจองานใหญ่เสียแล้ว ”
 
“ ครับ ”
 
...........ทางด้านของคาโอ้ ...........
 
คาโอ้ที่ตามคิตสึเนะเข้ามาก็พูดขึ้นว่า
 
“ ท่านคิตสึเนะ หยุดก่อนครับเราไม่ต้องไปที่นั้นแล้ว และก็คุณซาซานาริช่วยกางเขตอาณาเขตจำกัดรอบ ๆ ตัววัดไวด้วยครับ ทีเหลือก็เตรียมตัวไว้ เพราะมันกำลังจะมาทางนี้ ตอนนี้น้องเฟียร่ากำลังตามมันมา ”
 
“ ค่ะ เดียวฉันกลับลูกน้องอีก 3 คนจำออกไปยังจุดต่าง ๆ เพื่อกางอาณาเขตจำกัด ส่วนอีก 2 คนจะอยู่ที่นี่เป็นกำลังหนุนให้พวกคุณนะค่ะ ”
 
“ ครับขอบคุณมากครับ ”
 
“ ไม่เป็นไรค่ะเพราะมันก็เป็นงานของดิฉันเหมือนกัน
 
พอพูดจบทังซาซานาริและลูกน้องของเธออีกสองคนก็ตามเธอไปทันทีส่วนอีกสองคนก็หันมาหาคาโอ้แล้วถามว่า
 
“ ไม่ทราบว่าจะเอาไงต่อดีครับรองหัวหน้ากลุ่ม 9 ”
 
“ เตรียมตัวต้านมันไว้ ผมว่าเราอาจจะต้องใช้พลังบางอย่างจากเฟียร่าถึงจะเอามันอยู่ เพราะจากข้อมูลที่ได้รับมา เมื่อก่อนนี้เราต้องขอความร่วมมือจากสมาคมแม่มดถึงจะสามารถรับมือและผนึกมันไว้ได้ ”
 
“ ถ้างั้นเราเรียกสมาคมแม่มดมาไม่ดีกว่าหรอครับ
 
“ ไม่ครับ เพราะตอนนี้ทางสมาคมแม่มดยังขาดแม่มดอาวุโสไปคนหนึ่งครับ ”
 
“ อ่าวพี่แล้วเราจะไม่แย่หรอครับ ” จัตตินถามคาโอ้
 
“ ไม่หรอกครับ น้องลืมชื่อท่านแม่ของน้องเฟียร่าไปแล้วหรือครับ
 
“ เออ....จริงซิผม.....!!!!! ”
 
จัตตินพูดยังไม่ทันจบเขาและคนอื่น ๆ ก็จับจิตสัมผัสของอุซาจิได้จึงเรียกอาวุธของตนเองออกมาในขณะเดียวกันก็มีมานสีม่วงครอบคลุมพื้นที่เอาไว้ จัตตินก็พูดว่า
 
“ผมว่างานนี้คุณหนูเฟียร่าของเราคงกะจัดเต็มแน่เลย
 
“ พี่ว่างานนี้มีรับเละแน่ ๆ นั่นไงมากันแล้ว
 
หลังจากที่คาโอ้พูดจบพวกเขาก็เห็นเฟียร่าที่ไล้ล่าปีศาจนรกนามว่าอุซาจิมาทางเขา หลังจากนั้นทุกคนก็เข้าล้อมไว้เพื่อกันไม่ให้มันมีทางหนีจัตตินจับคู่กับคาโอ้วิ่งเข้าไปสกัดขาของมันไว้เพื่อให้การเคลื่อนไหวของมันช้าลง เฟียร่าที่วิ่งตามมากระโดดม้วนตัวข้ามหัวอุซาจิมาด้านหน้า อีกสองคนที่เหลือก็วิ่งไปด้านหน้าของเฟียร่า และอุซาจิก็กระโดดไปด้านหลังแล้วร่ายเวทพันธนาการปีศาจไว้แล้วพูดว่า
 
“ ท่านเฟียร่ารีบจัดการเร็วข้าพันธนาการมันไว้แล้วแต่คงได้อีกไม่นาน
 
เฟียร่าพยักหน้ารับแล้วเรียกคทาของเธอออกมาแล้วพูดว่า
 
“ ปีศาจนรกอุซาจิบัดนี้ข้า เฟียร่า เกรนเซีย หัวหน้ากลุ่ม 9 ขอพิพากษาเจ้าตามกฎของแดนยมโลก ”
 
ในขณะที่เพียร่าพูด อุซาจิก็มองมาที่เฟียร่าด้วยความหวาดกลัว ในเสียวินาทีหนึ่งมันนึกถึงครั้งแรกที่พวกมันสู้กับคนของแดนยมโลกและแม่มดสาวผู้หนึ่งขึ้นมา มันรู้สึกว่าเด็กสาวตรงหน้าช่างคล้ายกันแม่มดสาวผู้นั้นเหลือเกิน แล้วในเวลาถัดมาเฟียร่าก็พูดต่อว่า
 
“ ในนามของข้า เฟียร่า เกรนเซีย ผู้เป็นเจ้าแห่งเปลวเพลิงขอบันชา เปลวเพลิงที่สถิตอยู่ ณ กายข้าของเจ้าจงแสดงพลังออกมาเพื่อพิชิตสัตรูผู้อาจหารมาท้าทายเรา : เปลวเพลิงพิฆาต ”
 
เมื่อสิ้นเสียงของเฟียร่าพลังมากมายที่เคยถูกสะกดไว้ก็ถูกปลดปล่อยออกมาก็มารวมตัวกันด้านหน้าเป็นรูปวิหกที่มีเปลวเพลิงห่อหุ้มเอาไว้ทังตัวมันมองมาทางเฟียร่าและก้มหัวลงด้วยความเคารพ แล้วมันก็บินพุงตรงเข้าไปหาอุซาจิทันที พลังของมันชนเข้ากับร่างของอุซาจิทำให้เกิดการระเบิดอย่างแรงและกินเนื้อที่ในบริเวณนั้นหลายเมตร ส่วยคนทั้ง 5 คน(รวมเฟียร่าด้วย)ไม่ได้รับอันตรายใด ๆ ทั้งที่อยู่หางจากที่เกิดระเบิดไม่มากนั่นก็เพราะ ก่อนที่จะเกิดการระเบิดของพลังเวทเฟียร่าได้ร่ายเวทสร้างบาเรียให้กับทุกคนแล้ว
 
หลังจากจัดการอุซาจิเรียบร้อยแล้วคาโอ้ก็เรียกพวกกลุ่ม 6 ที่กระจายตัวไปให้กลับมารวมตัวกันส่วนจัตตินก็ติดต่อเคนโซให้เปิดประตูมิติ เมือเดินทากลับมาถึงยมโลกเฟียร่า คาโอและจัตตินก็แยกตัวจากกลุ่ม 6 กลับมาที่ห้องทำงานของกลุ่ม 9 เมือเข้ามาเธอก็เห็นเคนโซที่นอนอยู่บนโซฟา เฟียร่าที่เดินเข้ามาก่อนเดินไปตรวจกองเอกสารทุกกองว่าเรียบร้อยดีหรือป่าว เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีเหลือแต่เอกสารที่เธอจะต้องลงตราประทับเท่านั้นเธอก็ลงมือทำทันที ส่วนคาโอก็เดินไปปลุกเคนโซ และจัตตินก็ไปชงน้ำชามาให้กับทุกคน เวลาฝานไปเฟียร่าที่เคลียเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็พูดขึ้นว่า
 
“ ไงเคนโซเป็นไงบ้างที่ต้องอยู่ทำงานทางนี้ ”
 
“ เหนื่อยซิถามได้ ”
 
“ ดีแล้วคราวหลังจะได้ไม่ทำอีก นี่เป็นเอกสารสุดท้ายที่นายจะต้องเอาไปส่ง หลังจากนั้นเป็นการลงโทษตอนเย็น นายจะต้องทำความสะอาดห้องทำงานของกลุ่มเราให้สะอาดไรที่ติ พรุ่งนี้ฉันจะเข้ามาตรวจนะ”
 
“ แต่พรุ่งนี้วันหยุดนะครับน้องเฟียร่า”
 
“ ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงก็ต้องเอาของมาไว้ที่นี่อยู่ดี พรุ่งนี้ก็เจอกันที่นี่ก็แล้วกันนะ ฉันไปละ ไปกันเถอะจัตติน”
 
“ครับ”
 
หลังจากนั้นเฟียร่ากับจัตตินก็กลับปราสาทไป ส่วนคาโอ้ก็อยู่ช่วยเคนโซจัตห้องจนเรียบร้อยหลังจากนั้นทั้งสองก็แยกย้ายกันกลับบ้านไป.... 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 321 ท่าน