Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ขอโทษที แต่ตอนนี้ฉันคือยมฑูต
Narybee
บทที่ 5 การตื่นสายเป็นเหตุและ เมื่อต้องร่วมงานกัน 2 กลุ่ม
6
07/11/2554 22:16:15
277
เนื้อเรื่อง
            บทที่ 5 การตื่นสายเป็นเหตุและ เมื่อต้องร่วมงานกัน 2 กลุ่ม
 
ในเช้าวันถัดมา เฟียร่ากับจัตตินก็มาที่ห้องทำงานประจำของกลุ่ม 9เมื่อมาถึงกลับไม่พบอะไรเลยนอกจากกองเอกสาร 3 – 4กองวางอยู่บนโต๊ะของเฟียร่า เมื่อเห็นดังนั้นจัตตินกับเฟียร่าก็หันมามองหน้ากันก่อนจะถอนหายใจ เฟียร่าก็พูดขึ้นว่า
 
            “ เราสองคนคงต้องจักการกับกองเอกสารบนโต๊ะของฉันก่อนแล้วละจัตติน ”
 
            “ ผมก็ว่าอย่างนั้นครับ ”
 
            “ งั้นนายเขาไปทำสองกอง ที่เหลือเดียวฉันจะจัดการเอง ”
 
            “ ครับ ”
 
            หลังจากนั้นจัตตินก็ยกกองเอกสารสองกองออกไปวางที่โต๊ะของตัวเอง แล้วทั้งสองก็เริ่มทำงาน
 
            ทางด้านของเคนโซ.....
 
            “ คุณหนูเคนโซค่ะตื่นเถอะค่ะ ได้เวลาทำงานแล้วนะค่ะ ”
 
            เสียงคนรับใช้ของบ้านของเคนโซ พยายามปลุกเคนโซให้ตื่นและลุกขึ้นจากเตียง แต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นผลเลย เพราะเมื่อวานหลังจากกับมา จากที่ยังไม่เมา คุณชายท่านก็สั่งให้คนใช้ในบ้านเอามาอีก กลายเป็นว่า จากเริ่มเมากลายเป็นเมาไม่รู้ทิศรู้ทาง เมื่อหมดทางที่จะปลุกคุณชายจอมยุ่งพวกสาวใช้ก็พากันหาทางอื่นที่จะปลุก แต่ยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรเสียงประตูห้องของเคนโซก็เปิดออกตามมาด้วยร้างของโซตะที่เดินเข้ามาดูลูกชายของตนนอนไม่รูเรื่องรู้ราวก่นจะส่งให้สาวใช้ออกไป เมื่อเสียงประตูปิดลง โซตะก็เดินไปข้างเตียงของลูกชายก่อนจะพูดว่า
 
            “ เคนโซ ตื่นได้แล้ว ”
 
            เงียบเคนโซยังคงนอนอยู่บนเตียงโดยไม่มีท่าทีว่าจะยอมตื่นอีกเช่นเคย โซตะที่เริ่มจะมีน้ำโหน้อย ๆ ก็ยิ้มออกมา มันเป็นรอยยิ้มที่ดูสดใสร่าเริงแต่ก็แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ถ้าเป็นคนที่รู้จักเขาดีก็คงจะมีแต่ต้องหนีลูกเดียวเท่านั้น แล้วทันใดนั้นเอง น้ำมากมายที่ไม่รู้มาจากไหนก็เทลงมาเหนือเตียงนอนของเคนโซ!!!
 
            “ แว้กกกกกกก!!!!!!! ”
 
            ช่างหน้าอนาถเคนโซในตอนนี้อยู่ในชุดนอนสีเทาแขนยาวที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยสภาพเปียกปอมไปทั้งตัว(ทั้งเตียง) ที่สะดุ้งตื่นและมีท่าทีตกใจอย่างสุดขีด ส่วนผู้ต้นคิดนะหรือ ก็นั่งหัวเราะเจ้าลูกชายจนท้องแข็งเลยนะซิ นาน ๆ ทีจะมีโอกาสได้แกล้งคนแบบนี้มีที่ไหน และในใจยังขอบคุณเฟียร่าเสียด้วยซ้ำ โดยไม่ได้ดูเลยว่าลูกชายตัวเองตอนนี้ก็หันมาจ้องตนแบบที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อเลยทีเดียว ( ช่างเป็นพ่อที่รักลูกเสียจริง =_= ) คนเป็นพ่อเมื่อเริ่มสงบสติอารมได้แล้วก็พูดขึ้นว่า
 
            “ ไงลูก ตื่นสายอย่างนี้ไม่กลัวว่าเฟียร่าจะดุเอาหรือไง ”
 
            “ เขาจะมาว่าผมได้ไง นี้ยังเช้าอยู่เลยนะพ่อ ”
 
            “ แน่ใจนะลูก ดูนาฬิกาดี ๆ ซิว่านี่กี่โมง ”
 
            เคนโซหันไปหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูก่อนตอบว่า
 
            “ ก็ 9โมงไงพ่อ ....9โมง!!!!! แล้วทำไมไม่มีใครมาปลุกผมเลย!!! ”
 
            ว่าแล้วเคนโซก็ลืมเรื่องที่พ่อทำกับตนไปเสียสนิกแล้ววิ่งเข้าห้องนำแต่งตัวอย่างรีบร้อน
 
            กลับมาทางด้านของเฟียร่า.......
 
            ในขณะนี้เฟียร่าได้เคลียงานเอกสารไปมากกว่าครึ่งแล้วก็เป็นเวลา 9โมงครึ่ง พอดีและเป็นเวลาที่ทุกคนควรมาถึงเธอมองดูนาฬิกาซึ่งคาโอ้ก็เดินเข้ามาพอดีเฟียร่าก็พูดว่า
 
            “ ไงค่ะพี่ มาเกือบไม่ทันไปนะค่ะ ”
 
            “ เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อยนะเลยตื่นสาย ”
 
            “ ก็ยังดีที่มาทัน ..แล้วเคนโซละค่ะพี่ ”
 
            คาโอ้ได้แต่สายหน้าเฟียร่าจึงแบบงานเอกสารของเธอให้คาโอ้ไปทำ เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงตอน 10โมงตรงเคนโซก็เดินทางมาถึงพอดี เฟียร่าที่เห็นคนมาสายจึงพูดว่า
 
            “ ไงเคนโซ นายมาสายไปครึ่งชั้วโมงนะ ”
 
            “ ขอโทษที เมื่อคืนเมาไปหน่อย ”
 
            “ ไม่มีคำว่าให้อภัยให้นะ มีแต่โทษ วันนี้นายจะไม่ได้ออกไปทำงานที่โลกมนุษย์ แต่จะต้องทำงาน แก้ไขข้อมูล บันทึก และ ส่งเอกสารอยู่ที่นี่ นอกจากนี้นายจะต้องคอยผสารงานระหว่างพวกเรา 3คนที่อยู่บนโลกมนุษย์อีกด้วย แล้วเย็นนี้นายนายยังต้องทำงานอีก แต่ฉันจะใจดียังไม่บอกตอนนี้ให้นายท้อ เอกสารวางอยู่บนโต๊ะฉัน เอามาทำให้เสร็จด้วยละ ไปกันเถอะค่ะพี่คาโอ้ จัตติน ”
 
            เฟียร่าพูดทั้งที่ใบหน้ายังเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อพูดจบเธอก็เดินนำคนทั้งสองไป ส่วนเคนโซนะหรือ ก็แทบอยากตายเลยทีเดียว ก็เอกสารนั่นมันน้อยเสียเมื่อไร ปกติเวลามาสานพ่อของเขาก็แค่ให้เขาคอยส่งเอกสารให้เท่านั้นเอง แต่นี่ให้ทำทุกอย่าง ตาย ตายลูกเดียวงานนี้ แล้วไอ้งานตอนเย็นนั้นอีก คาโอ้กับจัตตินก็ได้แต่พูดให้กำลังใจ พร้อมกับคิดในใจว่าตนไม่ควรทำให้เธอโกรศหรือขัดคำสั่งเฟียร่าเป็นอันขาดถ้ายังรักชีวิตอยู่ พวกเฟียร่าเดินทางมาถึงห้องทำงานของโซตะ เฟียร่าที่เดินเข้ามาก็ทำเพียงก้มหน้าให้เล็กน้อยเพราะในห้องนั้นยังมีคนอยู่อีก เมื่อโซตะไม่เห็นลูกชายของตนก็ถามขึ้นว่า
 
            “ อ่าวเคนโซไปไหนละคุณเกรนเซีย ”
 
            “ โดนทำโทษนะค่ะ ”
 
            “ งันหรือ ไมเป็นไร ผมมีคนที่จะแนะนำให้คุณรู้จัก นี่คุณ ซาซานาริ อิโนมิ หัวหน้ากลุ่ม 6  กับสมาชิกกลุ่ม 6อีก 4คน ”
 
            “ ยินดีที่ได้รูจักค่ะคุณ ซาซานาริ ฉันชื่อเฟียร่า เกรนเซีย ค่ะ ”
 
            “ เช่นเดียวกันค่ะคุณเกรนเซีย ”
 
            “ พวกคุณจะต้องเดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่น ในเมืองไซตะมะ แล้วตามหาอุซาจิปีศาจนรกที่หนีออกไป จัดการกับมันก่อนที่จะเกิดเรื่องร้ายแรง ”
 
            “ รับทราบค่ะ/ครับ ”
 
            หลังจากนั้นโซตะก็จัดการเปิดประตูมิติให้ทันที พวกเฟียร่ากับกลุ่ม 6ก็เดินเข้าไปทันทีเมื่อเดินออกมาเฟียร่า จัตตินและคาโอ้ก็กระโดดม้วนตัวกลางอากาศและลงกับพื้นอย่างสวยงาม แต่กลุ่ม 6ทั้งกลุ่มที่มาเนี่ยซิหมดสภาพไปตาม ๆ กัน ล่วงลงพื้นอย่างหน้าอนาถเฟียร่าเมื่อเห็นดังนั้นก็พึมพำกับตัวเองว่า
 
            “ มันจะไหวแน่หรอเนี่ย ”
 
            “ เมื่อกี่คุณว่าอะไรนะค่ะ ”
 
            “ ไม่มีอะไรค่ะ เรารีบกันดีกว่า พี่คาโอ้ จัตติน ไปเร็ว ”
 
            เฟียร่าพูแต่ก่อนจะไปเธอก็หันมาบอกกับพวกกลุ่ม 6ว่า
 
            “ ตามมาเร็ว ๆ นะค่ะ”
 
            เมื่อเธอพูดจบเธอก็พุ่งตัวตามพวกจัตตินไปแบบที่เรียกว่าสายตาของหัวหน้ากลุ่ม 6ที่ว่าเก่งเป็นอันดับสองของยมโลกยังมองแทบทัน ‘ อะไรกันผู้หญิงคนนี้มาทำงานวันแรกก็ได้เป็นหัวหน้าหน่วยใหม่ที่ก่อตั้งขึ้นยังไม่พอนี่ยังมีความสามารถในเรื่องต่างที่จำเป็นในการเป็นยมทูตทั้งที่ยังไม่ได้เรียนที่โรงเรียนยมโลกอีก เธอเป็นใครกันนะ ’ และนั้นคือสิ่งที่คนทุกคนในกลุ่ม 6คิด แต่เมื่อเห็นว่าเฟียร่าไปจนไม่รู้อยู่ที่ไหนแล้วพวกเขาก็เริ่มออกตัวทำงานกันบ้าง เฟียร่าเองก็รู้ดีคนคนกลุ่มนั้นทั้งกลุ่มมีพลังไม่ย่อยไปกว่ากันเลยถึงจะยังไม่เท่าเธอกับเคนโซ แต่สำหรับคนทั่วไปแล้วก็นับว่าสูงมากทีเดียวจึงไม่ต้องพะวงว่าพวกนั้นจะได้รับอันตราย แต่จู่ ๆ คาโอก็พูดขึ้นว่า
 
            “ เฟียร่า พี่ว่าเราแยกกันออกตามหาจะดีกว่าไหม ถ้าใครเจอก่อนก็เรียกคนอื่น ๆ ให้ไปสมทบ ”
 
            “ เอางั้นหรอค่ะ งั้นก็แยก!!!! ”
 
            เมื่อจบเสียงของเฟียร่าพวกเขาก็แยกออกจากกันไปคนละทิศเพื่อออกตามหาปีศาจนรกที่หนีออกมา
 
            ทางด้านเคนโซที่อยู่ยมโลก....
 
            “ โฮ.... ทำไมงานเอกสารมันถึงได้เยอะแยะอย่างนี้เนี่ยทำเท่าไรก็ไม่หมดเสียที สาบานเลยคราวหน้าฉันจะไม่ยอมมาสายอีกแล้ว!!!!~ ”
 
            เสียงเคนโซที่นั่งปั่นงานเอกสารอยู่ที่ห้องทำงานของกลุ่ม แต่ยังไม่ทันที่จะได้บ่นอะไรต่อเสียประตูเปิดก็ดังขึ้น และผู้ที่เข้ามาก็คือ โซตะ พ่อของเขานั่นเอง โซตะเดินเข้ามาพร้อมกับถือลูกแก้วที่ใช้บันทึกข้อมูลเดินเข้ามาแล้วพูดว่า
 
            “ ไงละเคน เป็นยังไงบ้างลูก ”
 
            “ ก็โดนเอกสารทับอยู่นี่ไงละพ่อ ยัยนั่นล่อให้ผมทำทั้งหมดนี่เลย ”
 
            “ พยายามเข้า แล้วก็ฝากนี่ส่งไปให้เฟียร่าด้วยนะลูก งานของลูกจะได้เสร็จไว ๆ หลังจากเฟียร่ากลับมา ”
 
            “ ครับ ”
 
            หลังจากนั้นโซตะก็เดินออกจากห้องไป เคนโซจึงหันมาสนใจกับงานที่เหลืออีกประมาณหนึ่งกองกว่า ๆ เวลาผ่านไปตอนนี้เคนโซก็ได้จัดการงานเอกสารทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาวิ่งส่งเอกสารตามที่ต่าง ๆ
 
            ทางด้านเฟียร่า .................
 
            เธอลองไปหาตามที่ต่าง ๆ แต่ก็ไม่เจออะไรเลย เธอจึงลองลบสัมผัสทั้งหมดแล้วจับกระแสคลื่นแทน พยายามไล่ไปในแต่ละจุดของเมืองแต่ก็ยังไม่เจอเธอจึงลมเลิกเพราะถ้าขืนยังทำแบบนั้นต่อไปถึงจะเจอแต่ก็จะไม่มีแรงไปสู้กับมันอีก เธอพยายามนึกวิธีที่จะหาตัวมันให้เจอแต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก แต่จู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียจากตุ้มหูที่เธอใสมันเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับสื่อสารที่ถูกดัดแปลงมาเป็นพิเศษเพื่อให้เฟียร่าใช้โดยเฉพาะ เฟียร่ารีบรับทันทีพร้อมพูดว่า
 
            “ นายมีอะไร งานนะเสร็จแล้วหรอ! ”
 
            “ งานเอกสารนะเสร็จแล้ว แต่อย่างอื่นยัง ที่ติดต่อมาก็จะเอาข่าวมาบอกตอนนี้เธออยู่ใกล้เจ้าปีศาจนั่นมากที่สุด ก็เลยติดต่อมา ”
 
            “ มีอะไรก็ว่ามา เอาเนื้อ ๆนะ ”
 
            “ มันอยู่ห้างจากเธอไปไม่ไกล อยู่ในวัดทางทิศเหนือประมาณ 500เมตร”
 
            “ ขอบใจ ”
 
            เมื่อพูดจบเธอก็พุ่งไปในทิศที่เคนบอกทันทีพร้อมกันนั้นเธอก็ติดต่อคาโอ้ จัตตินและคนกลุ้ม 6ทั้งหมดให้มารวมตัวกันที่ที่เธอกำลังมุ่งหน้าไป
 
.......ทางด้านกลุ่ม 6 .........
 
“ หัวหน้าครับเครื่องจับมือที่เอามาไม่สามารถหาตัวของอุซาจิได้ครับ เราจะทำยังไงกันดี ”
 
เสียงคนในกลุ่ม 6คนหนึ่งรายงานกับซาซานาริ เธอดูจากสถานการณ์แล้วเจ้าอุซาจิคงใช้พลังทั้งหมดพลางตัวเองเอาไว้จนมิดชิดมาก เธอคงต้องใช้วิธีกระจายตัวออกตามหาเสียแล้ว แต่ยังไม่ทันได้ทำตามที่คิดเสียงของเครื่องมือสื่อสารของเธอก็ตังขึ้น เธอหยิบเอาโทรศัพท์ซึ่งปกติจะเป็นอุปกรณ์สื่อสารมาตรฐานทั่วไปสำหรับยมทูตขึ้นมาแล้วรับ
 
“ ซาซานาริพูดค่ะ ”
 
‘ คุณซาซานาริ ตอนนี้คุณกับทุกคนรีบมาที่วัด บันคุตะ ด่วนเลยนะค่ะอุซาจิอยู่ที่นั่น ’
 
“ รับทราบค่ะ ”
 
หลังจากวางสายเธอก็หันไปสั่งลูกน้องของตนแล้วมุ่งหน้าไปที่วัดบันคุตะทันที
 
.............กลับมาทางเฟียร่าอีกครั้ง............
 
เมื่อเธอมาถึงด้านหน้าวัดบันคุตะเธอก็พบกับคาโอ้และจัตตินพอกีจัตตินที่เมื่อมาถึงก็ทำท่าว่าจะเดินเข้าไปแบบโต้งๆเฟียร่ากับคาโอ้ก็ตะโกนเรียกไว้แทบไม่ทัน
 
“ เจ้าบ้าจัตติน!!!! เดินเข้าไปแบบนั้นเดียวก็โดนมันเจียนเอาหรอ!!! ”
 
“ อ่าวแล้วจะทำยังไงละ ”
 
“ รอพวกกลุ่ม 6มาสมทบก่อนจะดีกว่าไหมครับน้องเฟียร่า ”
 
“ พี่กับจัตตินรอพวกกลุ่ม 6มาก่อนแล้วค่อยเข้าไป เดียวฉันจะเข้าไปก่อน ”
 
“ ได้ไง!!! จะบ้าหรอเฟียร่า ”
 
“ เงียบ!! แล้วฟัง รอบ ๆ วัดนี้ลงมนตราไว้ ฉันที่เป็นลูกครึ่งแม่มดไม่มีทางเป็นอะไรงาย ๆ ในที่แบบนี้หรอก ฉันเข้าไปดักไอ้เจ้าตัวนั้นไว้ก่อน แล้วพวกนายก็รีบเข้าไปสมทบจะดีกว่า และนี่เป็นคำสั่ง!!! ”
 
และเมื่อเห็นจัตตินทำท่าว่าจะท้วงอีกเฟียร่าก็ตะโกนขึ้นมาขัดเอาไว้ก่อนจะใช้เวทมนเปิดทางให้ตัวเองสามารถเข้าไปในเขตมนตราและปิดประตูทันที ส่วนพวกที่เหลือนะหรือ ก็จะทำอะไรได้นอกจากเชื่อฟังและทำตามอย่างไม่พอใจนัก
  
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สวัสดีคะท่านผู้อ่านทุกท่าน ^ ^!
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณมากๆๆนะคะที่เข้ามาอ่านกัน
ถ้าหากมีข้อผิดพลาด(ข้าน้อยขออภัยจ้าวค้าTTOTT)
แบบ...ว่า......ผู้เขียนอยากได้คอมเม้น..เม้น...เม้น
(อยากรู้ความเน่าของนิยาย)>w<
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 289 ท่าน