Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
สาปสกาว
สการินวดี
สงครามหัวใจ
20
04/11/2554 23:46:15
567
เนื้อเรื่อง
หญิงสาวใจเต้นระส่ำในการโทรทวงเครื่องรางในครั้งนี้  เธอเฝ้าหวังว่าคณาจะรับสายเธอ  แต่รอแล้วรอเล่าคณาก็ไม่รับสาย  จนกระทั่ง รับ !!!!

-

“ฮัลโหล”  สกาวกรอกเสียงสั่น  ขนุนนั่งมองลุ้นอย่างใจจดจ่อ

“พี่สกาวมีอะไรคะ  ทำไมยังโทรหาแฟนหนูอยู่อีก”  เสียงของสิรันลอดสายมาจนสกาวแทบทำมือถือหลุดมือ

“เอ่อ....คือ......ไม่มีอะไรค่ะ”

“ทำไมหรอ  คิดถึงงั้นหรอ”  สิรันใช้น้ำเสียงเชิงเยาะเย้ย  โดยมีคณานั่งสีหน้ากังวลอยู่ข้างๆ

“อย่าตอกย้ำพี่ได้มั้ย สิรัน” สกาวพูดเสียงสั่นด้วยอารมณ์ไม่พอใจ

“หนูต้องเป็นฝ่ายตอกย้ำหรอพี่  เรื่องนี้ไม่ใช่หนูที่ต้องเสียใจที่สุดหรอกหรอ......คุยกับคณาแล้วกัน” สิรันโมโหส่งมือถือให้คณาและเดินเชิดไปทันที  คณารับมือถือด้วยความลำบากใจก่อนจะรีบเดินตามสิรันไป

“อืม...” คณาไม่มีอะไรจะเอื้อนเอ่ย

“สบายดีหรอ”  สกาวน้ำตาซึมที่ได้ยินเสียงคณาอีกครั้ง

“ก็ดีอ่ะ  แค่นี้ก่อนนะ”  คณาวางสายไปทันทีและรีบเดินไปฉุดแขนสิรันที่เดินเชิดไปก่อนล่วงหน้าภายในห้างสรรพสินค้าซึ่งทั้งคู่มาดูหนังด้วยกัน

“สิรันเป็นอะไร”  คณาคว้าแขนสิรันไว้ สิรันสะบัดออกอย่างแรง

“ยังติดต่อกันอยู่ใช่มั้ยคณา  ไหนแกบอกว่าเลิกติดต่อไปแล้วไง”

“เค้าไม่ได้ติดต่ออะไรกับสกาวเลยนะ  สกาวโทรมาเองจริงๆ  ให้เค้าเปลี่ยนเบร์ก็ได้อ่ะ  เฟสบุ๊คก็ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน  MSN ก็บล็อกไปแล้ว”

“แล้วมันโทรมาทำไม”

“ไม่รู้เค้าวางไปก่อน  ไม่อยากคุยหรอก  ตอนนี้เค้าเกลียดผู้หญิงคนนี้มากเลยเธอ  ด่าเค้าใน เฟสบุ๊คมีคนเห็นตั้งมากมาย  คงกะเอาให้เค้าขายขี้หน้าคนทั่วมหาลัย  เพื่อนสกาวในเฟสก็เยอะชะมัด  คราวนี้เค้าต้องเอาปี๊บคลุมหัวเดินแล้วมั้ง”

“ให้มันแน่เถอะ  ถ้ารู้ว่ายังติดต่อกันอยู่  แกอย่าหวังเลยว่าเราจะไปกันได้ไกล”

            สิรันมองหน้าคณาด้วยสีหน้าระแวง  และเธอก็ระแวงตลอดเวลา  คอยเช็ค Facebook คณาและของสกาวทุกวี่วัน  และคอยดูการเปลี่ยนสเตตัส MSN ของสกาวอยู่เรื่อยๆ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            “เป็นไง” 

            ขนุนซึ่งนั่งข้างๆสกาว  ไม่เป็นอันดื่มนมร้อนๆในมือ  รอลุ้นผลการโทรหาคณาของสกาวอย่างลุ้นระทึก

“ไม่ได้คุยเลยพี่  เจอสิรันรับสาย  พูดจาไม่ดีเลยอ่ะ  ไม่เข้าใจเลยจริงๆก็จบกันด้วยดีแล้ว  กับสิรันเองสกาวก็ไม่ได้คิดติดใจอะไรเลย  ทำไมสิรันถึงมาพูดจาแบบนี้”

“ไม่ยากเลยคำถามนี้  คณา ไงล่ะ  พ่อหนุ่มน้อยคนนั้นคงพูดอะไรไม่ดีให้สิรันฟัง  ไม่งั้นเขาไม่กลับมาคบกันง่ายขนาดนี้หรอก  นึกไปก็สงสารสิรันเนอะ  ไม่รู้ว่ายอมแกล้งโง่หรือโง่จริงๆ”

“ถ้าเป็นงั้นก็สุดแล้วแต่เวรแต่กรรมของคนคู่นั้นแล้วล่ะค่ะ”  สกาวถอนหายใจอย่างหมดหนทาง

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

               สิรันมาหาคณาทุกวันหยุดเสาร์อาทิตย์  เธอเปิดดู Facebook ของสกาวและพบว่าสกาวโพสข้อความใน MSN ที่คุยกับคณาไว้หลายข้อความ  จึงกลายเป็นประเด็นให้สิรันทะเลาะกับคณา

“ไหนแกบอกว่าไม่ได้ให้ความหวังสกาว  แล้วนี่อะไร”  คณาอ่านที่สกาวโพสด้วยสีหน้าซีดเคียงข้างสิรันที่มองค้อนคณายกใหญ่  ในห้องนอนของคณา

“มันผ่านไปแล้ว  สิรันอย่ารื้อฟื้นเลยหน่า  ยิ่งถ้าเธอโกรธเค้านะ  ก็เข้าทางสกาวเลยดิ  สกาวอยากให้เราเลิกกันนะ  อะไรที่มันผ่านไปแล้วเค้าขอโทษและขอให้มันผ่านไป”

“ก็บอกแล้วว่าไม่ชอบคนโกหก  ต่อไปแกต้องพูดความจริงกับฉันเท่านั้น  ถ้าฉันรู้ว่าแกโกหกอีก  ฉันจะไม่มีคำว่าให้อภัยเหลือให้แกอีกเลย”

“แน่นอนที่สุดอ่ะ  เค้าไม่อยากเสียเธอไปอยู่แล้ว  ที่ผ่านมาเค้ามันเลวเอง  สงสัยต้องกินเจทำบุญซะบ้าง”  คณาพยายามเปลี่ยนเรื่อง

“สกาวนี่ก็แปลกคน คิดหรอว่าถ้าทำแบบนี้แล้วจะได้เธอไป”  สิรันอ่านทุกข้อความด้วยความหึงหวง  คณาได้เพียงนั่งข้างๆและกล่ำกลืนน้ำลาย

“สกาวไม่มีวันทำให้เราแตกกันได้หรอก  เพราะเค้ารักสิรันคนเดียว”  คณาเข้าหอมแก้มแฟนสาวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

           ‘ นอกจากจะต่ำ!! แล้วยังจะโรคจิตอีกนะคะ!!’

-

            หญิงสาวนั่งอ่านสเตตัส MSN ของสิรันจากมือถือจนหน้าชา  ความโกรธเคืองพลุ่งพล่านเข้าสู่กระแสเลือดตรงสู่สมอง สกาวมั่นใจว่าสิรันต่อว่าเธอ  หญิงสาวไม่รอช้าตั้งสเตตัส MSN กลับไปในทันที

-

            ‘พยาบาลนี่ฉลาดเนอะ  แต่โง่เรื่องความรัก’

-

            สกาวไม่ได้ด่าทอด้วยคำหยาบคาย แต่ต้องการสื่อเป็นนัยให้สิรันได้รู้ว่าตัวหล่อนถูกผู้ชายที่หล่อนรักมากกำลังหลอกลวงความเป็นจริงอยู่ทุกวินาที ซึ่งสกาวเองก็ไม่รู้ว่าเป็นความเต็มใจของสิรันที่จะยอมทำเป็นไม่รับรู้อะไรหรือไม่รู้จริงๆ

-

“ด่าแค่นี้อ่ะนะ  โหอะไรอ่ะสกาว  เป็นบลูนะบลูจัดหนักอ่ะ  มาว่ากันแบบนี้  ท่าจะไม่ยอมจบง่ายๆ”  บลูรับฟังเรื่องราวจากสกาวเพราะมานั่งเล่นห้องสกาวพอดี

“ด่าให้คิดดีกว่าด่าให้เจ็บนะบลู  ใจจริงสกาวไม่ได้อะไรกับสิรันเลย  ยังรู้สึกผิดอยู่ทุกวัน  ไม่ได้ทำตัวเป็นนางเอกด้วยแต่รู้สึกแบบนั้นมาตั้งแต่แรกที่คุยกับคณาแล้ว  แต่สกาวเห็นแก่ตัวเองล่ะ  จึงต้องมาเป็นแบบนี้  แต่ท่าทางสิรันจะโกรธมาก  สกาวก็ไม่เข้าใจจะมาโกรธอะไรสกาวขนาดนี้  ทำไมถึงไม่โกรธคณาบ้าง”

“ก็รักจนทำให้ตาบอดสนิท  เขาก็งอกออกมา  น่าสมเพชสุดๆอ่ะ  บลูเป็นสกาวนะ  บลูจะโทรไปด่าเลยอ่ะ  บลูไม่ยอมหรอก  แล้วสกาวด่าในสเตตัสเอ็มถ้ามันไม่เห็นล่ะ  โอ๊ยย!! ไม่ได้ดั่งใจบลูเลยอ่ะ”  บลูงอนสกาวนอนอ่านนิตยสารแฟชั่นต่อไป

            ไม่นานนักสกาวต้องยืนอึ้งเมื่อเห็นสเตตัสของสิรันเปลี่ยนอย่างรวดเร็วแสนจะยาวและเจ็บปวด  สกาวถึงกับทำอะไรไม่ถูก

“มีไรอีกอ่ะสกาว” บลูปิดนิตยสารและลุกฮือด้วยความสงสัย  ก่อนจะคว้ามือถือสกาวมาดูสเตตัส MSN ของสิรันด้วยตัวเอง

-

            ‘ชอบจิ๊งง  เรื่องเป็นของเล่นให้แฟนชาวบ้าน  หลงคารมต่ำๆ  ถึงเค้าจะเลิกกับฉัน  เค้าก็ไม่เอาเธอหรอก  อิปลวก’

-

อ๊ากกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

-

            บลูร้องลั่นด้วยความโกรธแทนสกาว  บลูเดินไปเดินมาอย่างกระส่ำกระส่าย  ส่วนสกาวนั่งกำมือแน่นบนเตียงด้วยความอึ้ง

“แรงมาก  แรงที่สุด  อย่ายอมนะสกาว  ทำอะไรตอบกลับไปบ้างสิ”  บลูเดือดร้อนแทนสกาวอย่างร้อนรน

“สิรันว่าก็ถูก  ของเล่นของชาวบ้าน ใช่ฉันเป็นของเล่นให้ไอ้คณามาตลอด  โง่มาตลอด  สมน้ำหน้าแล้ว”  สกาวตะคอกใส่ตัวเองพร้อมน้ำตาที่หลั่งไหล

“อย่าร้อง  เลิกร้องได้แล้ว  ถึงเวลาที่สกาวต้องเอาคืนบ้างนะ  จะมานั่งทำตัวหงอยเป็นนางเอกไม่ได้  เรื่องนี้สกาวก็เป็นนางร้ายแต่ต้นแล้ว  ก็ร้ายให้มันเต็มที่  เราไม่ได้เริ่มก่อนนะสกาว  สิรันเริ่มก่อน  เราอย่าให้มันข่มเราฝ่ายเดียวสิ  เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับที่เธอไปแย่งแฟนมันแล้วนะ  แต่มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีที่อยู่ๆก็มีคนมาด่า  ยอมไม่ได้” บลูจับไหล่สกาวและเขย่าเรียกสติ

“ไม่มีประโยชน์หรอกบลู  สกาวไม่ได้โกรธแค้นอะไรสิรันมากเท่าคณาหรอก  หากจะมีเรื่องขอมีกับคราดีกว่า  เรื่องทั้งหมดเกิดจากผู้ชายคนนี้”  สกาวมีสายตาอาฆาตรพยาบาท

            สกาวสะดุ้งเมื่อเสียงเตือน MSN ของมือถือดังขึ้น สกาวเปิดดูปรากฏเป็นสิรันทักมา

สิรัน : ^^

สกาว : ทักมาก็ดีแล้ว พี่ก็เหนื่อยที่จะมานั่งด่ากับเธอ  จะเอาไงว่ามาดีกว่า

สิรัน : นั่นสิ  คุณมาด่าฉันทำไมไม่ทราบ

สกาว : ที่ด่าไปก็เพราะเห็นเหมือนเธอด่าพี่ ตั้งแต่ อีดอกทอง  และมาครั้งนี้ต่ำและโรคจิต  ถ้าพี่เข้าใจผิดก็คงต้องขอโทษด้วย  พอดีพี่ก็โตแล้วไม่อยากมีปัญหากับเด็ก

สิรัน : ผู้ใหญ่งั้นหรอคุณ  แต่ความคิดนี่ไม่โตเลยนะ

สกาว : ประเด็นไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก  เธอมีอะไรจะถามมั้ย  เพราะหลังจากนี้เราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกทุกทาง

สิรัน : อยากรู้ว่าเมื่อไหร่พี่จะเลิกวุ่นวายกับคณาสักที รู้ไว้ว่าคณาไม่มีทางกลับไป

สกาว : ไม่ต้องการให้กลับมา  คนมันรู้สึกดีไปแล้วมันก็ยากที่จะลบความรู้สึกได้ง่ายๆ คงต้องใช้เวลา  แต่ฉันก็คงไม่ไปวุ่นวายอะไรเธอหรอก

สิรัน : ก็ดีแล้วล่ะ อยากอยู่อย่างสงบสุข

สกาว : งั้นพี่ถามบ้าง  เธอติดใจอะไรทำไมต้องด่าพี่ด้วย  ครั้งที่พี่โทรไปหาคณาเธอก็พูดจาไม่ดี  พี่ว่าเราไม่ควรจะมาเคืองกันแล้วเพราะมันจบแล้ว

สิรัน : แต่ฉันว่าคุณไม่จบนะ  ลองคิดดูว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่  มันไม่สำเร็จหรอก  แล้วก็เลิกโทรหาคณาได้แล้ว  คณามันรำคาญ

สกาว : ที่โทรไปก็เพราะว่ามีธุระค่ะ

สิรัน : พี่สกาวมีธุระอะไรอีก

สกาว : พี่ต้องการเครื่องรางคืนจากคณา มันเป็นของพ่อพี่  พี่ให้คณาไว้ตอนสอบ

สิรัน : อ้อ..งั้นรอให้คณาโทรมาแล้วจะบอกให้นะ

สกาว : สิรัน  พี่บอกตรงๆว่าพี่ไม่ได้ติดใจอะไรกับเธอ  และไม่อยากมีปัญหา  พี่รู้สึกผิดและขอโทษเธอไปแล้วคิดว่าเราควรจบกันได้แล้ว

สิรัน : รู้สึกผิดจริงหรอ

สกาว : เธอมีสิทธิ์ที่จะไม่เชื่อ  เพราะเธอไม่ได้รู้จักพี่จริงจัง  ยังไงก็ฝากบอกคณาเรื่องเครื่องรางด้วย  ถ้าคราไม่สะดวกจะคืนด้วยตัวเองก็ให้ฝากพิพัทมาก็ได้

สิรัน : ค่ะๆๆๆๆ  รอก่อนแล้วกัน

            สกาววางมือถือลงพร้อมถอนหายใจยาวๆ  บลูรีบมานั่งข้างๆอย่างสนใจ

“เป็นไงมันว่าไงบ้าง”  บลูถามขึ้นทันที  สกาวยื่นมือถือให้บลูอ่าน

“ยอมอีกแล้ว  สกาวยอมตลอดเลยอ่ะ  แต่ว่าไปจบดีๆก็ดี  มีเรื่องก็ปวดหัวป่าวๆ  แล้วสกาวคิดว่าคณาจะเอาเครื่องรางมาคืนหรอ”

“ไม่รู้สิ  อาจจะฝากใครมาคืน  คงไม่คืนเองหรอก  คนอย่างคณาไม่กล้าเผชิญหน้ากับสกาวหรอก”

            ไม่นานนักสิรันก็ทัก MSN มาอีกครั้ง

-

สิรัน : พี่สกาว คณามันโทรมาแล้ว  คราบอกว่าทิ้งไปแล้วอ่ะพี่

-

            สกาวอ่านข้อความใน MSN ที่สิรันส่งมาเธอลุกขึ้นและโวยวายราวกับคนบ้า

“ทิ้งไปแล้วงั้นหรอ  ไอ้คณามันกล้าดีไงทิ้งเครื่องรางของฉัน”  บลูตกใจกับอาการโกรธที่ดูน่ากลัวของสกาวจนไม่กล้าพูดอะไรออกมาได้เพียงนั่งมองตาปิบๆ

-

สกาว : มันทิ้งไปได้ไง  นั่นมันเป็นของพ่อฉัน  บอกมันนะว่าหากมันเอาเครื่องรางมาคืนไม่ได้เรื่องนี้จบไม่สวยแน่ๆ  ฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

สิรัน : มันบอกว่าทิ้งไปแล้วจริงๆ  ให้ทำไงล่ะพี่

สกาว : มันอยู่ที่ไหนฉันจะเอาช็อคโกแลตที่มันให้ไปปาหัวมันสักหน่อย

สิรัน : ไม่รู้สิพี่  หนูไม่ได้อยู่กับมันนี่คะ

-

            สกาวไม่รีรอเลิกคุย MSN กับสิรันและโทรหาคณาในทันที  คณาชั่งใจไม่กล้ารับสาย  แต่ก็รับในที่สุด

“แกเอาเครื่องรางมาคืนฉันเดี๋ยวนี้”  สกาวกรอกเสียงอย่างเหี้ยมโหด  จนคณาตกใจเพราะไม่เคยได้ยินเสียงสกาวที่โหดร้ายเช่นนี้

“เอ่อ..ทิ้งไปแล้ว  เอ่อ.....ไม่ๆ  ไม่ได้ทิ้งหรอก  ลืมไว้ในห้องสอบอ่ะ”

“ทำไมแกถึงไม่รักษาของที่ฉันให้  นั่นมันเป็นของพ่อฉัน  ฉันให้แกเพราะอยากให้โชคดีในการสอบ  สารเลว  เรื่องมันไม่จบแค่นี้แน่  ระวังตัวเอาไว้เถอะ”

            สกาววางสายด้วยความโกรธขั้นสุดยอด  ทำเอาบลูนั่งตัวลีบ  สกาวกระวนกระวายเดินไปเดินมาครุ่นคิดว่าจะแก้แค้นคณาอย่างไรถึงจะสาสมพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความโกรธแค้นแสนสาหัส

“สกาว  ใจเย็นก่อนนะ”บลูจับแขนสกาวที่เดินไปเดินมาราวคนบ้า  สกาวสะบัดแขนออกเบาๆ

“เย็นไม่ไหวแล้วล่ะบลู  มันบอกว่าลืมเครื่องรางของพ่อ  ฉันไม่น่าให้มันไปเลย  มันเลวจริงๆ  มันไม่ดูแลไม่ใส่ใจทั้งที่ฉันหวังดีมาก  มันต้องได้รับบทเรียน”

“เธอจะทำไงล่ะสกาว”

“ไม่รู้เลย  เอาให้ถึงที่บ้านมันเลยดีมั้ย"

            ผ่านไปชั่วโมงกว่าที่สกาวนั่งจมอยู่กับความเคียดแค้นที่มีต่อคณา  เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเป็นเบอร์ของคณา

“ฮัลโหลสกาว  จริงๆเครื่องรางยังอยู่นะ  เดี๋ยวจะเอาไปคืนให้  เมื่อกี้ที่ต้องบอกว่าหายเพราะเธอคุยกับสิรันอยู่ใช่ป่ะล่ะ”

“ถึงขนาดนี้แล้วยังมีหน้าโกหกอีกหรอ”

“คืนแล้ว เธอจบนะ”

“ หึ!! เอามาคืนฉันด้วย  มันไม่จบง่ายๆหรอกเรื่องนี้”  สกาววางสายไปในทันที

“คณาโทรมาหรอสกาว”บลูถามขึ้นทันที

“ใช่! มันบอกยังไม่ได้ทิ้ง  มันยังโกหกไม่หยุดเลยอ่ะ  ตลกเนอะ สงสัยที่ผ่านมาโกหกสกาวทุกคำพูด”สกาวยิ้มทั้งน้ำตา

 

            สกาวต้องการบอกสิรันอ้อมๆว่าคณาโกหกหล่อน  สกาวจึงทัก MSN ไปในทันที

สกาว : น้องสิรันฝากบอกคณาให้เอาเครื่องรางมาคืนพี่ด้วย อย่างไวนะคะ

สิรัน : ก็มันบอกว่าทิ้งไปแล้ว

สกาว : ก็คณาบอกพี่ว่าไม่ได้ทิ้งนี่นา

            และเป็นเรื่องทันที  เมื่อสิรัยเกลียดการโกหกที่สุด  สิรันโทรด่วนหาแฟนหนุ่มทันที

“คณา  ไหนแกบอกฉันว่าทิ้งเครื่องรางของสกาวไปแล้วไง”  เสียงสิรันทำเอาคณาต้องเดินออกจากห้องโปรเจคในทันที  เพราะรู้ว่าต้องเคลียร์อย่างด่วน

“ไม่ได้ทิ้งหรอกเธอ  คือ เค้าลืมน่ะว่าเก็บไว้ไหน  หาไม่เจอ  ก็เลยบอกไปว่าทิ้งแล้วจะได้จบๆ  แต่พี่แกดูไม่จบ  เค้าก็เลยไปค้นดูก็เจอก็เลยโทรไปบอกสกาวว่าเจอแล้วจะได้เอาไปคืนให้จบๆไป”

“แล้วไป  นึกว่าแกโกหกอะไรฉันอีก”

“สิรัน  ต่อไปนี้เธอไม่มีความไว้ใจให้เค้าแล้วใช่ปะ”

“เรียกร้องหาความไว้ใจ  แล้วแกมีความจริงใจแลกปะล่ะคณา”

“เค้ารักและจริงใจกับเธอเสมอล่ะ  อยากให้เธอไว้ใจเค้า  เค้าจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเค้าจะไม่นอกใจเธออีกแล้ว  ให้เวลาเค้าหน่อยนะ  เค้ารักสิรันนะเว้ย”

“เวลาจะพิสูจน์ทุกอย่าง  ทั้งความรักและความจริงใจ  แต่ก่อนอื่นแกรีบเอาของไปคืนยัยสกาวนั่นดีกว่านะ  ท่าทางเจ๊แกจะวีนหนัก”

“สกาว บ้าไปแล้ว  เค้าปวดหัวกับผู้หญิงคนนี้จริงๆ”

“ช่วยไม่ได้  กรรมใดใครก่อ”  สิรันค้อนใส่มือถือตัวเอง

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

             เย็นของอีกวัน  สกาวตื่นขึ้นมาจากการนอนพักผ่อนหลังการส่งงานที่หนักหน่วง  เสียงข้อความในมือถือเข้า  หญิงสาวควานหามือถือที่วางไว้ข้างหมอนเพื่อดูข้อความ

-

            ‘เอาของไปฝากไว้ที่เคาร์เตอร์หอเธอ  เป็นถุงเล็กๆ ส่วนของที่เคยให้โยนทิ้งไปได้เลย’

-

            สกาวถึงกับน้ำตาซึม  ทั้งที่ใจจริงเธอไม่ได้อยากจะเกลียดคณา  แต่เรื่องราวทุกอย่างทำให้เธอต้องเกลียดผู้ชายที่เธอเกือบจะรัก  เธอหันไปมองทางช๊อคโกแลตที่คณาเคยให้ไว้ซึ่งเธอเก็บไว้อย่างดี  คงถึงเวลาที่จะทิ้งมันไป  แต่เธอก็ทิ้งไม่ลง

            หญิงสาวเดินไปรับของจากเคาร์เตอร์ของหอพัก  พนักงานสาวหน้าหมวยนั่งเท้าค้างอย่างเบื่อหน่าย

“พี่คะ  พอดีมีน้องเอาของมาฝากไว้ให้ค่ะ”

“ของ คือ อะไรคะ”  พนักงานถามด้วยสีหน้าหน่ายๆแบบไม่เต็มใจนัก

“เอ่อ...มันเป็นสร้อยข้อมือ  น้องบอกว่าใส่ในถุงเล็กๆอ่ะค่ะ”

“สร้อยยังไง  อย่างเดียวหรอ”  สกาวชะงักไปเมื่อพนักงานถามว่าอย่างเดียวหรือไม่

“ไม่แน่ใจค่ะ  คือ  มีคนเอาไรมาฝากมั้ยล่ะคะ”  สกาวเริ่มหงุดหงิดกับการซักถามจุกจิกของพนักงานคุมหอพัก

“มีค่ะ  แต่นี่ใช่ของน้องรึป่าว”  พนักงานหยิบถุงกระดาษเล็กๆและเปิดออกให้ดูของภายใน  เมื่อสกาวเห็นของที่อยู่ภายในถุง  เธอถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว

“ใช่ของน้องรึป่าว”  พนักงานถามย้ำอีกครั้ง  แต่สกาวยืนน้ำตาคลอ  เพราะของในถุงเป็นสิ่งของทุกอย่างที่สกาวให้คณา  ไม่ว่าจะเป็นผ้าพันคอ  กระถางดอกไม้ประดิษฐ์  เครื่องราง  และที่คั่นหนังสือ

“ว่าไงน้อง  ถ้าไม่ใช่พี่จะได้เก็บ”  พนักงานเริ่มหงุดหงิดเช่นกัน

“ใช่ค่ะ”  สกาวเอื้อมมืออันสั่นเทาเพื่อจะรับของ  แต่พนักงานดึงกลับพร้อมสีหน้าไม่แน่ใจ

“ใช่ชัวร์รึป่าว”

“ ของๆหนูพี่”  สกาวชักสีหน้าโหดจนพนักงานยอมยื่นถุงของให้แต่โดยดี  เมื่อรับถุงกระดาษมาหันหลังกลับหญิงสาวก็น้ำตาไหลออกมาในทันที

            สกาวหวังจะได้เครื่องรางคืนเท่านั้น  แต่คณากลับคืนทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาให้เธอหมดสิ้น  แต่สิ่งที่คณาคืนกลับมาให้เธอไม่ได้คือ  ความรู้สึกดีๆที่เธอมอบให้ไป  แม้มันจะยังอยู่  แต่ตอนนี้มีความโกรธแค้นเข้ามาแทนที่

            หนุ่มคณาเดินผ่านมาเห็นจังหวะที่สกาวมารับของที่เคาน์เตอร์หอพอดี  คณาได้เพียงแอบมองห่างๆด้วยความหวั่นใจ

“จบเถอะ เหนื่อยมามากพอแล้วกับเรื่องนี้”  คณาพึมพำในใจหวังเล่นๆว่าสกาวจะได้ยิน

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            ทุกอย่างดูเหมือนจะจบไปได้ด้วยดี  หญิงสาวดำเนินชีวิตได้เหมือนก่อนหน้าที่จะมีคณาเข้ามาในชีวิต  แม้เธอจะแอบร้องไห้เสียใจอยู่บ่อยครั้ง  เมื่อได้ไปในที่เก่าๆและมองข้าวของที่เคยให้คณาไป

            คณาและสิรันยังประคับประคองกันมาได้ด้วยดี  ทั้งสองเอาอกเอาใจ  ดูแลกันมากขึ้นกว่าเดิม  สิรันพยายามตั้งสเตตัส MSN ให้ดูหวานชื่นกับคณามากที่สุด  เพราะรู้ดีว่าสกาวจะต้องดูอย่างแน่นอน  และสิรันก็คอยดูสเตตัส MSN ของสกาวด้วยเช่นกัน  สิรันยังหวั่นใจกลัวคณาจะกลับมาหาสกาว  จึงใส่ไฟสกาว

-

“คณา  เธอกอดสกาวกับกอดฉันแบบไหนอบอุ่นกว่าหรอ” สิรันถามขึ้นในอ้อมกอดของคณาในค่ำคืนที่เงียบสงัด

“ถามแปลกๆ  ก็ต้องกอดเธออุ่นกายอุ่นใจกว่าอยู่แล้ว  ทำไมอยู่ดีๆพูดถึงสกาวขึ้นมาอีก  เค้าได้ยินชื่อนี้แล้วเค้าเซงว่ะ”

“ก็สกาวชอบตั้งสเตตัสเอ็มว่าแกกอด  รัก  หวง  ฉันก็เข้าใจนะว่าอยากให้ฉันหึง  แต่ฉันไม่หึงหรอก  ฉันรู้ว่าตอนนี้เธอเกลียดยัยนั่น”  สิรันยิ้มเจ้าเล่ห์

“ทุเรศมากเลยอ่ะ  กล้าตั้งแบบนั้นได้ไงกัน  สิรันอย่าไปเชื่อนะ  ถ้าเจอคงต้องโดนเค้าด่าสักตั้ง”

“ด่าผู้หญิงเลยหรอ”

-

“เค้าจะเป็นสุภาพบุรุษเฉพาะสุภาพสตรี  แต่ถ้าอัพปรีสตรีเค้าก็ไม่เว้นจ่ะ”

-

“โหดจริงแฟนใครนะ”  สิรันและคณาเล่นหยอกล้อกันอย่างมีความสุข

-

ตืดดดดด  ติ๊ดดดดด  ตืดดดดดด.......

-

            มือถือสิรันกรีดร้อง  สิรันดูเบอร์ที่โทรเข้าแล้วหน้าเปลี่ยนสี  คณามองชื่อคนที่โทรเข้าด้วยความหวั่นใจ

-

“หวานนี่โทรมาบ่อยนะ” 

            คณาพูดขึ้นก่อนสิรันจะรับสายและเดินออกไปคุยนอกระเบียงห้อง  แม้คณาจะกังวลเกี่ยวกับคนคนนี้  แต่เขาก็ไม่อยากจะสร้างเรื่องทะเลาะกับสิรันอีก

------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 392 ท่าน