Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
สาปสกาว
สการินวดี
เปิดหู...เปิดตา
19
04/11/2554 23:44:07
541
เนื้อเรื่อง
 ค่ำคืนนั้นทั้งคืนคณาโทรหาสิรันทั้งคืน  จนสิรันใจอ่อนยอมรับสายภายในห้องพักพยาบาลฝึกงาน

“สิรัน  เค้าขอโทษ  เค้าอธิบายได้นะ”

“ไม่ต้องหรอก  คำพูดของแก ฉันไม่เชื่ออีกต่อไปแล้ว”

“เค้าจำเป็นต้องโกหกเพราะเค้าไม่อยากให้สิรันคิดมากอ่ะ  เค้าขอโทษจริงๆ  จะให้เค้าทำไงก็ได้ให้เธอให้อภัยเค้า”

“ฉันให้โอกาสแกกี่ครั้งแล้วที่ให้แกอธิบาย  ให้แกยอมรับมา  ฉันรู้เรื่องนี้มาสักพักแล้วแกรู้ปะ  แต่ฉันก็ยังอดทน  ทนรอดูว่าแกจะสารภาพกับฉันเมื่อไหร่  แต่แกก็โกหกอ่ะ  แกไม่ยอมรับเลย  แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าแกกับสกาวคบกันยังไง  สกาวก็โกหก  แกก็โกหก  แกสองคนรวมหัวกันโกหกฉัน  แกเห็นฉันเป็นอะไร คณา”  สิรันเกรี๊ยดกราดใส่สายโทรศัพท์อย่างโหดร้าย ทำเอาหนุ่มน้อยคณาถึงกับน้ำตาไหล

“เค้าขอโทษที่เค้าโกหก  เค้ายอมรับผิดทุกอย่าง  แต่เรื่องสกาวเค้าไม่ได้ชอบไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวด้วยเลย  สกาวเข้าหาเค้าเอง  สกาวมาชอบเค้าเอง”

“ผู้หญิงอ่ะนะ  ถ้าผู้ชายมันไม่เล่นด้วยก็ไม่เป็นแบบนี้หรอก เคยได้ยินปะที่เค้าบอกว่า ตบมือข้างเดียวมันดังไม่ได้หรอก”

“แต่เค้าไม่ได้ชอบสกาวจริงๆ  แล้วก็ไม่ได้เป็นอะไรกันเลยด้วย  เค้ารักเธอคนเดียวนะสิรัน”

“รักงั้นหรอ  แกบอกว่ารักแต่แกโกหกฉันอย่างนั้นหรอ  แกบอกไม่ชอบเขาแล้วแกไปเที่ยวกับเขาทำไม  อย่ามองว่าฉันเป็นควายได้ปะ  ฉันไม่ได้โง่เหมือนคนอื่นๆนะ ถ้าคนรักกันทำกันแบบนี้ก็บ้าแล้วล่ะ”  สิรันน้ำตานองหน้าอีกรอบ

“ขอโทษ  จะไม่ทำแบบนี้อีก  จะไม่คุยกับใครอีกแล้วอ่ะสิรัน  ยกโทษให้เค้าเถอะนะ”

“ยกโทษให้  มันไม่ง่ายไปหน่อยหรอ  แกทำแบบนี้รู้บ้างมั้ยฉันเสียความรู้สึกและเสียใจมากแค่ไหน  ข้าวปลาก็กินไม่ลง  ทำอะไรไม่ได้เลย  ทำไมต้องทำกับฉันแบบนี้  ถามหน่อยฉันทำผิดอะไรอ่ะคณา  ฉันมันดีไม่พอหรอ...แกถึงต้องมีใครคนอื่น  ถ้าฉันมันไม่ดีก็เลิกไปเลย  ไปอยู่กับสกาวเลยดีกว่า  เขาดีกว่าน่ารักกว่ามีเวลาให้  ฉันมันไม่ดีไม่มีเวลาให้  ขี้วีน  เอาแต่ใจ  ไม่ดีสักอย่าง”

“ไม่เลย  เธอไม่ผิดเลยสิรัน  เค้าผิดคนเดียว  เค้าไม่เคยคิดไปชอบสกาวเลยเพราะเค้ารักเธอคนเดียว  ทุกวันคิดถึงเธอคนเดียว  ไม่ว่าเธอจะเป็นไงเค้าก็รัก  เธอจะขี้วีน  จะเอาแต่ใจ  จะด่าว่าเค้ามากแค่ไหนเค้าก็รับได้  ครั้งนี้เค้าผิดที่โกหก  แต่ก็แค่ไม่อยากให้เธอต้องคิดมาก”

“ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว  ไปเถอะคณา  อย่ามาจมกับคนแบบฉันเลย  ฉันเองก็ไม่ได้ดีแกก็รู้  บางทีเราอาจไม่ได้รักกันก็ได้นะคณา  แกอาจแค่ผูกพัน  แต่มันไม่ใช่รักหรอก  เพราะคนรักกันไม่ทำกันแบบนี้  คนรักกันจะไม่นอกใจกัน  คนรักกันจะไม่โกหกปิดบัง  คนรักกันจะไม่แทงข้างหลังแบบนี้”  สิรันร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล

“ไม่ว่าสิรันจะคิดยังไง  เค้าบอกเธอคำเดียวว่า  ชีวิตเค้าตอนนี้คนที่สำคัญที่สุด คือ สิรัน  ผู้หญิงที่เค้าคิดถึงและเป็นห่วงมากที่สุดคือเธอ  และจะเป็นเธอแค่คนเดียวเท่านั้น  เธอรู้ดีว่าเค้าเคยเลว เคยไม่ดีมามากแค่ไหน  แต่เธอทำให้เค้าหยุดได้  หยุดทุกอย่าง  เธอทำให้เค้าเปลี่ยนเป็นคนใหม่ที่ดี  เธอมีค่าและสำคัญที่สุด  หากมันไม่ใช่ความรัก  มันก็เป็นความรู้สึกบางอย่างที่ไม่มีชื่อเรียก เค้ามีความรู้สึกนี้ให้เธอได้แค่คนเดียวและจะรู้สึกแบบนี้ตลอดไป”

“หยุดได้แล้วคณา  จะบอกว่า..........ฉันไม่เชื่อคำพูดอะไรของเธออีกแล้ว  เพราะสิ่งที่เธอทำมันบอกแทนคำพูดไปหมดแล้วว่าเธอเป็นไง   เราต่างคนก็ห่างไกล  คงไม่ยากหากเราจะทำใจแยกทางกัน  กลับไปใช้ชีวิตตามทางของแกเถอะ  ฉันก็จะเดินตามทางของฉันเหมือนกัน”

-

                สิรันวางสายคณาไปพร้อมน้ำตา เธอนอนร้องไห้ทั้งคืนอย่างเจ็บปวด  คณาก็ถึงกับน้ำตาไหล หนุ่มน้อยเดินตาแดงกร่ำกลับมาห้องโปรเจคอย่างอิดโรย

-

“ใจเย็นนะแก  เราสองคนจะช่วยพูดกับสิรันให้”  โดนัทเดินมาตบบ่าคณา เมื่อเห็นคณาฟุบลงกับโต๊ะทำงานอย่างหมดแรง

“ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว  สิรันไม่ให้อภัยฉันแล้วล่ะ สิรันบอกเลิกแล้ว” คณาน้ำตาไหล

“เชื่อสิ  สิรันมันไม่เลิกหรอก  แกก็ทะเลาะกันมาหนักๆก็หลายรอบแล้ว  สุดท้ายก็กลับมาคบกันอยู่ดีอ่ะ  แกก็ไม่น่าเลยว่ะคณา  เอาจริงๆนะถ้าฉันเป็นสิรันก็สมควรโกรธ”  มะยมนั่งลงข้างๆคณาและจับแขนคณาปลอบใจ

“ถามจริง  แกกับสกาว  ถึงขั้นไหนกันอ่ะเพื่อน”  โดนัทถามอย่างอยากรู้

“ไม่ได้ถึงขั้นไหนเลยเว้ย  ไม่ได้เป็นอะไรกัน  สกาวคิดไปเองทั้งนั้น”  คณาเงยหน้าขึ้นมาตะคอกโดนัทด้วยความโมโห  โดนัทงอนเดินกลับโต๊ะของเขาไปทันที

“ใจเย็นสิวะ  แกจะไปตะคอกใส่โดนัทมันทำไม  ยังไงแกกลับหอไปก่อนก็ได้  คืนนี้พวกฉันทำโปรเจคกันเอง  กลับไปพักผ่อนให้ใจเย็นๆ  แล้วค่อยว่ากันใหม่”  มะยมตบบ่าคณาและเดินกลับไปนั่งที่ของเธอและปลอบโดนัทที่งอนคณา 

            คณานั่งกำหมัดแน่นด้วยความโมโห  เขารู้สึกเคืองโกรธสกาวเรื่องรูปภาพ  เขาคิดว่าหากสกาวไม่อัพรูปจนสิรันเห็น  เรื่องทั้งหมดคงไม่เป็นแบบนี้  แต่เมื่อทบทวนไปมาก็มาจบที่ตัวเขาเอง  ไม่ควรจะไปยุ่งเกี่ยวกับสกาวแต่แรก  แค่ความเหงาทำให้เขาพลาดได้ถึงขนาดนี้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

             บลูรู้เรื่องสกาวโดนคณาบอกเลิกจึงมาหาสกาวที่หอเพื่อให้กำลังใจ  สกาวนอนนิ่งเหมือนร่างไร้วิญญาณ

“สกาวอย่าคิดมากนะ  ผู้ชายแบบนี้เลิกไปก็ดีแล้วล่ะ บลูอยากให้เลิกตั้งนานแล้ว”

“คณาไม่สนใจสกาวเลยอ่ะบลู  คงจะเบื่อสกาวแล้ว  ที่ผ่านมาคณาไม่ได้รู้สึกอะไรกับสกาวเลย”

“ก็รู้อย่างนี้ก็อย่าไปเสียน้ำตากับมันเลย  คนเลวๆก็ปล่อยไป  แล้วแฟนคณาว่าอะไรสกาวรึป่าว  ถ้าด่าว่าอะไรบอกบลูนะ  บลูด่ากลับให้”

“ไม่หรอกสกาวไม่ได้บอกความจริงกับสิรันไป  สกาวยังหวังดีกับคณากลัวว่าจะทะเลาะกับสิรันช่วยพูดให้ทุกอย่าง  สุดท้ายคณาก็บอกเลิกสกาว  สิรันน่าสงสารและไม่ผิดอะไรเลย  สกาวยังอยากโทรไปขอโทษสิรัน  เพราะไงคณาก็คงไม่กลับมา”

“โทรไปให้เขาสมน้ำหน้าเราทำไมล่ะ  ไม่ต้องโทรไปหรอก”

“สกาวอยากขอโทษอ่ะ  เรื่องนี้สกาวก็ผิด  สกาวรู้แก่ใจว่าคณามีสิรันแต่สกาวก็ยังแอบคบ แถมยังโกหกสิรันไปอีก  สิรันอาจจะเกลียดสกาวมากในตอนนี้  แต่สกาวขอแค่ได้ขอโทษ  อย่างน้อยความรู้สึกผิดก็อาจจะลดลงบ้าง”

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

               การฝึกงานเป็นไปอย่างทุลักทุเล  สิรันดูเหม่อลอยหยิบของผิดไปหลายอย่าง  เขียนผลแล็ปก็ผิดๆถูกๆ จนพยาบาลปล่อยให้กลับไปพัก  เธอไม่มีสมาธิในการทำงานใดๆ  ได้เพียงนั่งกอดเข่าตรงระเบียงห้องพักและเหม่อมองออกไปนอกอาคารในยามค่ำคืนอย่างเลื่อนลอย  เธอยังคงคิดถึงคณาอยู่ทุกลมหายใจ  คณายังโทรหาเธอทั้งวัน  แต่เธอก็ทำใจแข็งไม่รับสาย  เธอนั่งมองมือถือที่ตั้งปิดเสียงส่องแสงวูบวาบที่คณาโทรเข้ามาและดับไปอยู่หลายรอบ จนกระทั่งเบอร์ของสกาวโทรเข้ามาแทนที่  สิรันหวั่นใจแต่ก็รับสาย

“พี่สกาวมีอะไรคะ”

“สิรัน  พี่อยากโทรมาขอโทษ”  น้ำเสียงสกาวดูแย่ไม่ต่างจากสิรันเลย

“พี่จะขอโทษหนูเรื่องอะไรล่ะ”

“พี่ว่าสิรันรู้  เรื่องทั้งหมดพี่ก็มีส่วนผิด  พี่ก็เสียใจ”

“ไหนพี่บอกหนูเมื่อวานว่าไม่มีอะไรไง  ไหนว่าเป็นพี่น้อง  พี่จะมาโกหกหนูทำไม”

“พี่ก็ไม่อยากให้คณาต้องทะเลาะกับเธอ  แต่คณาก็มาบอกเลิกพี่เรียบร้อยแล้วล่ะ  พี่ก็เลยคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องโกหกเธอ  และอยากโทรมาขอโทษ”

“เลิกงั้นหรอ  แล้วเป็นอะไรกันอ่ะถึงต้องเลิก  พี่บอกให้หนูเข้าใจหน่อยได้ปะ  ว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นไงอ่ะ  หนูไม่เข้าใจ หนูไม่อยากโง่อีกแล้วอ่ะพี่”

“พี่ขอไม่พูดแล้วกัน  มันจบไปแล้ว  อย่าให้พี่ต้องรื้อฟื้นมันอีกเลย  แค่นี้พี่ก็เจ็บพอแล้ว”

“พี่เจ็บ  แล้วหนูล่ะพี่  หนูที่มันไม่รู้อะไรเลย  อยู่มาวันนึงโดนพี่กับคณารวมหัวกันหลอก  พี่คิดดูสิว่าหนูควรจะยิ้มได้อยู่หรอ  หนูควรจะรู้สึกยังไง”

“พี่ขอโทษ  พี่ขอโทษจริงๆ  พี่เลวที่รู้แก่ใจว่าคณามีเธออยู่แต่ก็ยังไปคุย  พี่ทำลงไปทั้งที่รู้  วันนี้ผลกรรมมันตามพี่ทันแล้วล่ะ”

“จะให้หนูบอกว่าไม่เป็นไรก็คงไม่ได้นะพี่  หนูเองก็เสียใจ  พี่ทำผิดได้ผลกรรม  แล้วหนูล่ะ  หนูทำอะไรอ่ะพี่  หนูผิดอะไรถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้  หนูอยากรู้ว่าพี่กับคณาคุยกันยังไงเริ่มยังไง  บอกหนูหน่อยเถอะ”

“พี่ไม่อยากพูดจริงๆว่ะสิรัน  เรื่องทั้งหมดไม่มีอะไรเลย  คงเพราความเหงาของพี่และความผิดพลาดของคณา  คณาคงแค่คิดผิดที่มาคุยกับพี่”

“มันเกิดมานานรึยัง”

“ก็ไม่นานเท่าไหร่หรอก  แต่มันก็ทำให้พี่รู้สึกดีๆกับคณาได้มาก  พี่ยอมรับว่าพี่ชอบคณา  แต่คณาไม่ได้คิดอะไรหรอก”

“แต่เท่าที่หนูรู้มามันนานอยู่นะ  พี่รู้ปะหนูเริ่มสงสัยมานานแล้วแต่หนูก็บอกกับตัวเองว่า  ไม่หรอก  ไม่ใช่หรอก  และหนูเป็นคนไม่ตามจิกอะไรคณาด้วย   หนูเป็นคนที่ไม่สนใจอะไรเลยปล่อยคณาสุดๆ    เลยไม่รู้ว่าลับหลังมีใครสวมเขาให้ไม่รู้ตัว  จากที่สงสัยหลายอย่างก็เริ่มชัดๆ จนสุดท้ายมันคือ ใช่ อ่ะพี่  พี่คิดดูหนูเจ็บปวดมากแค่ไหน  หนูเจ็บกว่าพี่หลายเท่า”  สิรันร้องไห้อีกครั้งส่วนสกาวก็ร้องไห้เช่นกัน  สกาวยิ่งรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปเมื่อได้รับฟังความรู้สึกของสิรัน

“พี่เข้าใจสิรันนะ  พี่ถึงมาขอโทษ  พี่เองที่ต้องไปจากเธอทั้งสอง  เรื่องมันต้องเป็นแบบนี้”

“ไม่ใช่หรอกพี่  หนูไม่เอาแล้วล่ะ  คณามันเป็นแบบนี้หลายครั้งแล้วล่ะ  ถามหน่อย  คณามันทำไงหรอพี่ถึงได้ชอบมันขนาดนี้อ่ะ  สิรันเชื่อว่าตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกใช่ปะพี่”

“คณาหรอ คณาดี  เอาใจใส่คอยเป็นห่วง  คณาเข้ามาในเวลาที่พี่กำลังเสียใจจากคนคนหนึ่ง  คณาทำให้พี่ลืมคนคนนั้นได้  แต่พอพี่รู้สึกดีๆด้วยคณาก็เปลี่ยนไป  เหลือพี่ที่คิดไปเองฝ่ายเดียว”

“ถึงขั้นไหนกันอ่ะพี่บอกหนูเถอะหนูไม่อยากโง่  พี่รู้ปะตอนนี้หนูสับสนไปหมดแล้ว  พี่จะให้หนูเชื่อใครพี่บอกอย่างนี้คณาบอกอีกอย่าง”

“คณา....บอก....ว่าไงหรอ”  สกาวแทบกลั้นใจเพื่อจะฟังคำตอบ

“คณา มันบอกว่าพี่เข้าหามันเอง  มันไม่เคยให้ความหวังอะไรพี่เลย  มันไม่ได้คิดอะไร พี่คิดไปเอง  แล้วพี่ก็มาบอกแบบนี้  ใครพูดความจริง  ใครโกหก  หนูสับสนไปหมด” สกาวได้เพียงเงียบเพราะอึ้งไปกับสิ่งที่ได้ยิน

 “แต่หนูก็ไม่เชื่อมันหรอก  อย่างที่บอกว่าตบมือข้างเดียวไม่ดัง  หนูก็เลยบอกกับมันไปว่าถ้าอยู่กับพี่แล้วมีความสุขกว่าก็ไปเลย  หนูยอมไปเองก็ได้  เพราะหนูรับไม่ได้อ่ะพี่  หนูรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้  หนูก็คงเลิกกับมันแหละพี่  พี่รักมันพี่ก็ไปคุยกับมันแล้วกัน”

“คณา....บอกอย่างนั้นหรอ  หึหึ  พี่ก็คงไม่มีวันกลับไปหาคณาหรอก  สิรันอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจเลยนะ  คบกันมาตั้งนาน  คณามันรักสิรันมาก  มันอยู่กับพี่ก็พูดถึงสิรันบ่อยๆ  พี่ว่าหลังจากวันนี้คณาคงไม่กล้าทำอะไรแบบนี้อีกแล้วล่ะ”

“ไม่หรอกพี่  คณามันเป็นแบบนี้ล่ะ  หนูคบมันมาเกือบสองปีหนูรู้ว่ามันเป็นไง คณามันเคยเลวมาไงหนูรู้หมด หนูเองก็ไม่ได้ดีนักหรอก  คณาเคยมีกิ๊กแต่ก็เลิกไปนานแล้ว  มันบอกว่ามันจะหยุดที่หนู  หนูคบกับมันแบบแฟร์ๆ  หนูบอกมันแต่แรกแล้วว่าถ้าหากคบกันไปแล้วเจอคนที่ดีกว่าก็แค่บอก  อย่าโกหก อย่าหักหลัง  ถ้าเจอคนที่ใช่กว่า   หนูก็พร้อมจะไป  หนูคบมันมามันดีกับหนูทุกอย่าง  คณาเป็นผู้ชายคนแรกที่ทุ่มเทเพื่อหนูได้ทุกอย่างจริงๆ จากที่มันเคยเลวมันก็หยุดเพื่อหนูได้  หนูเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ามัน  หนูก็มีคนคุยเหมือนกันมีคนเข้ามาเหมือนกัน  แต่หนูก็เข้มแข็งเพื่อมัน  แต่คณามันไม่เข้มแข็งเพื่อหนูเลย และอีกอย่างมันโกหกหนู  ทั้งที่หนูให้โอกาสมันหลายครั้งเพื่อให้มันพูดความจริงกับหนู  มันก็ยังโกหกซึ่งมันก็รู้ว่าหนูไม่ชอบและเกลียดการโกหกมากๆ  เพราะว่าหนูเป็นคนชอบโกหกก็เลยไม่ชอบให้ใครมาโกหก”

“พี่อยากรู้ว่าคณาเคยนอกใจสิรันแบบนี้...รึป่าว”

“มีสิพี่แต่ไม่หนักขนาดโกหกแบบนี้  มันเป็นแบบนี้แหละ  หนูก็มีเหมือนกันไง  แฟร์ๆ  ก็เลยทะเลาะกันบ่อยๆ  แต่สุดท้ายก็กลับมาคบกันอยู่ดี  แต่ครั้งนี้หนูไม่ไหวแล้วล่ะ  มันเกินไปละ”

“พี่นี่โง่เหมือนกันเนอะ”  สกาวกำมือแน่นด้วยความแค้นใจ  เธอไม่ใช่เคสแรก สกาวเข้าใจทุกอย่างชัดขึ้นว่าที่ผ่านมาคณาก็แค่เล่นๆกับเธออย่างที่เขาเคยทำมา

“พี่ไม่โง่หรอก  หนูสิโง่  อยู่ไปวันๆไม่ได้รู้เลยว่าแฟนตัวเองไปอยู่กับคนอื่น แล้วพี่เอาไงต่อล่ะ  ถ้าหนูจะแนะนำนะ  หนูว่าพี่ตัดใจจากคณาก็ดี  เพราะหนูก็จะเลิกกับมันเหมือนกัน”

“พี่จะทำไงต่องั้นหรอ...ยังไม่รู้เลย  คงปล่อยให้ตัวเองเจ็บไปสักพัก  ดีขึ้นก็ว่ากันใหม่  สิรัน! พี่ขอโทษเธออีกครั้ง  และขอบคุณมากที่ทำให้พี่ตาสว่างได้  อย่าคิดมากนะสู้ๆละกันกับวันพรุ่งนี้”

            สกาววางสายจากสิรันเธอนั่งกำมือแน่นน้ำตาเหือดหายไปหมดสิ้นเหลือเพียงความแค้นใจที่ได้คำตอบว่าเธอเองก็โดนหลอกมาตลอด

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

“ฉันโคตรโง่เลยว่ะแก  ที่แท้ฉันก็โดนเด็กหลอก  น่าสมเพชตัวเอง”

            สกาวพูดขึ้นขณะนั่งดื่มนมที่ร้านนมหน้าหมู่บ้านการันกับฐนิตาเพื่อนสาวที่แวะมาเยี่ยมเยียนเมื่อรู้ข่าวว่าสกาวถูกทอดทิ้ง

“แกรู้ได้ไง” ฐนิตาคนชาในแก้วด้วยสีหน้าสงสัย

“ฉันคุยกับสิรันแฟนของคณาแล้ว ได้รู้ว่าคณาไม่ได้เป็นกับฉันแค่คนเดียวและคนแรก  ฉันก็แค่ของเล่นฆ่าเวลาของคณาเท่านั้นเองอ่ะแก”  สกาวยิ้มสมน้ำหน้าตัวเองที่โง่งมงายคิดว่าที่ผ่านมาเป็นความรู้สึกดีๆที่คณามีให้

“ฉันรู้มานานแล้วล่ะ  แต่ไม่อยากบอกแก  เพราะคิดว่าแกคงไม่เชื่อ  คนอย่างแกฟังใครที่ไหน”

“แกรู้...” สกาวเบิกตากว้าง  “รู้ว่าอะไรหรอ”

“รุ่นน้องฉันคณะเกษตรก็เคยโดนมาแล้ว  ตอนแรกฉันไม่แน่ใจว่าใช่คณาเดียวกันรึป่าว  แต่พอไปถามรุ่นน้องคนนั้นก็บอกว่าใช่เลย  แบบเดียวกันเป๊ะ  แต่แกยังดีที่ไม่นานนัก  ดีแล้วล่ะที่หลุดออกมาได้ก่อนจะถลำลึกไปมากกว่านี้” สกาวอ้าปากค้างอึ้งพูดไม่ออกเลยแม้แต่น้อย

“ฉันจะบ้าตาย  แกเชื่อมั้ย  เหมือนฉันตื่นจากความฝันเลย ฝันดีที่แสนสวยงามและมีความสุข  วันนี้กลับมาอยู่ในโลกความเป็นจริงที่โหดร้าย  ผู้ชายที่เคยแสนดีในความฝัน  แต่ในวันนี้กลับเป็นซาตานที่ชั่วร้าย  ไม่อยากจะเชื่อว่าความรู้สึกต่างๆที่ผ่านมาที่ฉันสัมผัสได้จากคณามันจะเป็นแค่การเสแสร้ง  เพียงหวังแค่การปรนเปรอความเหงา”

“พล่ามเป็นนิยายไปได้สกาว  แกก็ทำใจซะ  แปลกนะที่คนอย่างแกโดนคำสาปอะไรของแกมาหลายต่อหลายคน  คนนี้ยังหลอกแกได้อีกอ่ะ  ฮ่าๆๆๆ”

“นั่นสินะ  ทำไมฉันถึงเป็นแบบนี้  ความจริงแล้วฉันก็พอจะรับรู้ได้บ้าง  แต่ฉันแค่กลัวความจริงคอยปิดหูปิดตามาตลอด  เพราะกลัวว่าสิ่งที่สงสัยจะเป็นอย่างที่คิด  พอเปิดหูเปิดตาก็รู้สึกได้ว่ามีเขาอยู่บนหัวซะแล้ว”

“ก็ถอนเขาบนหัวออกแล้วเอามาเสียบตรงจมูกเป็นนอยังดีซะกว่า  มีคนด่าว่า แรด ยังดีกว่าด่าว่าควายนะคะคุณเพื่อน” 

            ฐนิตายิ้มเชิดๆ สกาวยิ้มกับคำเปรียบเปรยของฐนิตาแต่ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงเตือนของ MSN ในมือถือดังขึ้น  หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงต้องดีใจเพราะรู้ได้ดีว่าคนที่ทักมาเป็นคณาแน่นอน  แต่ในวันนี้กลับมีเมลล์ของใครบางคนแอดมา

-

สิรัน : พี่สกาว  สิรันเองนะคะ  พอดีอยากคุยด้วยก็เลยแอดมา

สกาว : ว่าไงคะมีอะไร

สิรัน : คือหนูอยากรู้ว่าพี่เคยอยู่กับคณาสองต่อสองบ่อยมั้ย

สกาว : ก็ไม่บ่อยนะ คณาไม่ค่อยว่าง  พี่ก็ไม่ค่อยว่าง  ส่วนมากก็เจอกันที่ห้องพี่  เพราะคณากลัวเพื่อนเห็น

สิรัน : อ้อค่ะ  ขอบคุณมากนะพี่

สกาว : ไม่เป็นไรหรอกค่ะ  ต่อจากนี้ไปพี่คงไม่ต้องเกรงใจอะไรคณาอีกแล้ว  เมื่อพี่รู้ตัวเองว่าควรทำอย่างไร  แล้วสิรันโอเคขึ้นรึยัง

สิรัน : ก็ยังไม่ค่อยเท่าไหร่ค่ะ  ยังทำงานไม่ค่อยได้เลย  ตอนนี้คณาก็ทำโปรเจคไม่ได้เหมือนกัน

สกาว : 555+  พี่ก็ไม่ได้ส่งงานไป 2 ชิ้นเพราะเรื่องนี้ล่ะ

สิรัน : สู้ๆนะพี่  ช่วงนี้คงต้องต่อสู้ดิ้นรนกันไป  ทั้งสามคน

สกาว : สิรันพี่ขออะไรอย่างนะ  อย่าพูดถึงคณาอีก  พี่เกลียดคณาซะแล้วล่ะตอนนี้  พูดถึงแล้วอารมณ์ไม่ค่อยดี

สิรัน : ทำไมล่ะพี่

สกาว : ไม่มีไรหรอกจ่ะ  พี่แค่หูตาสว่างจากที่โง่มานาน

สิรัน : จนถึงตอนนี้คณายังบอกว่าพี่คิดไปเองอยู่เลย หนูก็บอกมันไปแล้วว่าคุยกับพี่แล้ว

สกาว : พี่เข้าใจคณานะ  เพราะว่านิสัยแบบนั้นทำหลายครั้งก็เลยกลายเป็นสันดาน  แก้ไม่ได้

            บทสนทนานี้ทำให้สิรันรู้ได้ว่าสกาวโกรธคณามาก และเธอเองก็ยังรู้สึกหวงคณาไม่อยากให้คณาจากไป  จึงเป็นช่องทางให้เธอทำอะไรบางอย่าง

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            สกาวเก็บกักทั้งความเก็บกด  และความขุ่นแค้นมาปลดปล่อยใน Facebook เธออัพ บทสนทนาที่เคยหวานชื่นของเธอและคณาลงใน Facebook และด่าทอคณามากมาย

-

 

‘ทุกอย่างที่ผ่านมาก็แค่การเสแสร้งแกล้งทำ  โดยที่ไม่ได้มีฉันเป็นเหยื่อแค่คนเดียว  คณาเธอมันเลวที่สุด’

 -

            สิ่งต่างๆที่สกาวทำเพื่อทำให้โลกได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้ที่กล่าวหาว่าเธอเข้าหา  ว่าเธอคิดไปเอง  ความจริงมันคืออะไรกันแน่  หญิงสาวผู้เก็บกดได้ระบายทุกอย่างลงใน Facebook  มีหลายคนรับรู้เรื่องราว  รวมไปถึงมะยมที่เข้าดู Facebook สกาวเมื่อเห็นว่าสกาวรับแอดเฟรนของเธอแล้ว มะยมถึงกับอึ้งไปเมื่อเห็นบทสนทนาต่างๆ

-

“โดนัทแกมาดูนี่สิ”  มะยมถึงกับเรียกโดนัทซึ่งนั่งทำโปรเจคอย่างเคร่งเครียดมาดู  โดนัทไม่รอช้ารีบมาดูทันที

“อุ๊บสสสส์  นี่ตกลงมันยังไงกันเนี่ย  คณามันบอกว่าสกาวคิดไปเองไม่ใช่หรอ  แล้วทำไมในนี้คณาหยอดคำหวานมีคิดถงคิดถึงด้วยล่ะ” โดนัทนั่งเกาหัวด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

“ฉันเดาจากเหตุการณ์ทั้งหมด  คณามันโกหกเรา คณามันก็คงมีใจให้ยัยสกาวนี่บ้างล่ะ  ส่วนสกาวพอโดนคณาทิ้งก็โกรธก็เลยมาโพสด่าคณามันแบบนี้ เดี๋ยวจะเรียกมันมาดู”

            คณามาดูข้อความต่างๆใน Facebook สกาวที่กระหน่ำด่าทอคณาซะหมดเปลือก  คณายอมเล่าเรื่องต่างๆให้มะยมและโดนัทฟัง โดยมะยมและโดนัทรับปากจะไม่บอกสิรันแลกกับการที่คณาจะไม่กลับไปวุ่นวายกับสกาวอีก

-

“แน่นอนมะยม  โดนัท  ฉันไม่มีทางกลับไปคุยกับสกาวแน่นอน  ผู้หญิงคนนี้ร้ายกว่าที่คิดจริงๆ”หนุ่มน้อยนั่งมองข้อความที่สกาวต่อว่าเขาอย่างแค้นใจ

 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

                คณายังคงโทรไปง้อสิรันจนสิรันใจอ่อน  เพราะเธอก็รักคณามากไม่อยากเสียคณาไป

“เค้าสัญญาจากใจว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”

“คณาไม่ต้องสัญญาอะไรทั้งนั้น  ฉันจะขอดูพฤติกรรมแกต่อไป  เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแกจะทำได้หรือไม่  แต่แกช่วยไปบอกสกาวด้วยนะว่าเลิกปั่นหัวฉันสักที  ฉันไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี”

“ทำไมล่ะ  สกาวทำอะไรเธอ”

“สกาวโทรมาคุยบอกกับฉันอีกอย่างไม่ตรงกับเธอ  ฉันไม่รู้จะเชื่อใครดี  สกาวบอกด้วยว่าเธอมีคนอื่นอีกมากมายให้ฉันระวังไว้  ฉันต้องระแวงเธอตลอดเวลาเลยใช่ปะ”

“ไม่ใช่เลย  ทำไมสกาวพูดแบบนี้  เค้าไม่มีใครแล้วจริงๆนะสิรัน เธอช่วยเชื่อเค้าเถอะ  สกาวอยากให้เราแตกกัน  สกาวคงคิดว่าหากสิรันเลิกกับเค้า  สกาวจะสามารถมาคบเค้าได้  แต่เค้าบอกได้เลยว่าไม่มีทางกลับไปคุยกับผู้หญิงคนนี้แน่นอน”

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

            คณาเริ่มรู้สึกโกรธเคืองสกาว  แต่ก็อยากจะอธิบายให้สกาวเข้าใจจึงโทรหาสกาวในเวลาตี 5 ของค่ำคืนหนึ่ง  สกาวสะดุ้งตื่นมารับสายด้วยอาการงัวเงียแต่เมื่อเห็นเป็นเบอร์ของคณา เธอก็ตาสว่างขึ้นทันที

“สกาว เธอกำลังเข้าใจเค้าผิดนะ”

“เรื่องอะไร”  สกาวกรอกเสียงที่แสนเย็นชา

“เธอบล็อคเฟสบุ๊คเค้าแล้วใช่ปะ  แต่เพื่อนเค้าเปิดให้ดูที่เธอโพสในเฟสบุ๊คของเธอ  มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดเลย”

“งั้นหรอ”

“แล้วเธอโทรไปหาสิรันมาหรอ”

“ใช่!”

“เค้ารู้สึกแย่ว่ะสกาว  เธอจะโทรไปทำไมกัน  สิรันรู้สึกว่าเธอไปปั่นหัวสิรันอ่ะ  เธอพอเถอะนะขอร้อง”

“ไม่ได้ปั่นหัวใคร  จะรู้สึกอะไรก็เรื่องของเธอ”

“คือเค้าอยากให้เธอเข้าใจว่ามันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ  เค้าไม่ได้คิดแบบนั้น  เธอโทรกลับหน่อยมือถือเค้าจะตัดแล้วอ่ะ”

“ไม่ต้องคุยอะไรกันอีกแล้วล่ะ  แค่นี้นะ”

            สกาวใจเด็ดกดวางสายคณาไปด้วยอารมณ์โกรธที่พลุ่งพล่าน  น้ำตาของความแค้นใจไหลออกมาจนได้  เธอรู้สึกเสียใจที่ถึงวินาทีนี้คณาก็ยังคงไม่สนใจเธอและแคร์ความรู้สึกของสิรันเท่านั้น

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

             ผ่านไปหลายสัปดาห์  สุดท้ายแล้วสิรันก็ยอมใจอ่อนกลับมาคบกับคณาอีกครั้ง  แม้จะหวั่นใจกลัวคณาจะกลับไปติดต่อกับสกาวอีก  จากการที่เธอเป็นแฟนที่ไม่เคยสนใจคณา  ไม่เคยมาโพสอะไรในเฟสบุ๊ค  ไม่ค่อยโทรหาคณา  ไม่มีเวลามาหาคณา  ทุกอย่างตาลปัตรกลับกัน  สิรันโพสข้อความใน Facebook ของคณาบ่อยขึ้นเพื่อแสดงตัวเป็นแฟนอย่างชัดเจน  เธอโทรหาคณาวันละหลายรอบเพราะระแวงกลัวคณาจะอยู่กับใครอีกคนหรือไม่โดยเฉพาะสกาว  และเธอมาหาคณาทุกวันที่เธอไม่มีเรียน  ทั้งคู่รักกันมากขึ้น คณามีความสุขมากขึ้นจากการเอาใจใส่ของสิรันที่มากขึ้นจากที่แต่ก่อนคณาเรียกหามาตลอด

            แต่หญิงสาวสกาวกลับกลายเป็นคนที่ปากดี  ปากกับใจไม่ตรงกัน  ปากบอกว่าเกลียดชังคณาเข้าไส้  แต่เธอกลับคิดถึงคณาอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายเธอก็ต้องยอมรับกับตัวเองว่าเธอไม่สามรถลืมคณาไปจากใจได้  สกาวยังคงพร่ำความคิดถึงในสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็น Facebook  ในสเตตัส BB  ในสเตตัส MSN แม้เธอจะรับรู้ว่ามันไม่สามารถไปถึงคณาได้  แต่เธอก็หวังว่าคณาจะเห็นในสเตตัส MSN ว่าเธอยังรักและอาลัย  แต่คนที่เห็นและเฝ้าติดตามสเตตัสของสกาวกลับเป็นสิรัน  ที่ยังคงระแวงสกาวไม่เสื่อมคลาย

-

“เปรย  แกดูนังสกาวสิ  ยังหน้าด้านไม่เลิก ตั้งสเตตัสเอ็มบ่นคิดถึงคณาทุกวัน”  สิรันยื่นมือถือให้เปรยซึ่งกำลังทานอาหารเที่ยงอย่างเอร็ดอร่อยได้ดูในโปรแกรม MSN ในมือถือ

“ก็คนมันรักไปแล้วอ่ะนะแก  ก็สมน้ำหน้าแล้วล่ะ”

“เห็นตอนแรกบอกเกลียดมาก  สุดท้ายก็มาบ่นคิดถึง  ฉันรู้สึกว่าที่สกาวบอกว่าเกลียดคณาเพราะอยากให้ฉันตายใจแล้วแอบกลับไปคุยกันอีกแน่ๆ”

“คิดมากไปมั้งสิรัน  อาจไม่ได้เป็นงั้นก็ได้”

“แต่มันจะไม่มีทางเป็นงั้นหรอก  ฉันไม่ปล่อยคณาให้ตกถึงท้องยัยนั่นแน่ๆ”

            ด้วยความหมั่นไส้และหึงหวงคณา  สิรันจึงตั้งสเตตัส MSN ต่อว่าสกาวทางอ้อม  หวังว่าสกาวจะเห็นและเป็นเช่นนั้น

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

             สกาวจ้องมองมือถืออย่างครุ่นคิดในร้านอาหารญี่ปุ่นที่เคยไปทานกับคณา  แต่ในวันนี้เธอมานั่งทานกับปีโป้และมีนาเท่านั้น

“อ่านอะไรอ่ะสกาว  ไม่กินปลาดิบแกจะสุกแล้วนะ ฮ่าๆๆ” ปีโป้แซวขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทีสกาว

“พวกแก  อ  ด  ท  พวกแกคิดว่าแปลว่าอะไร”

“ออ  ดอ  ทอ  ก็คงเป็น.....”  ปีโป้พยายามคิด

“อีดอกทอง ไง  ฮ่าๆๆ”  มีนาหัวเราะร่ากับคำแปลที่เธอเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นคำแปลที่ถูกต้อง

“ทำไมหรอ”  ปีโป้ถามเมื่อเห็นใบหน้าสกาวหมองลงไปทันที

“ฉันว่าสิรันตั้งสเตตัสเอ็มด่าฉันอ่ะ  น้องเขาตั้งว่า  อ  ด  ท”

“แรงอ่ะ  ทำไมต้องมาตั้งงี้ด้วยวะแก  ก็จบไปแล้วไม่ใช่หรอ”  มีนาเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นความสงสัย

“ก็นั่นน่ะสิ  สิรันคง....คงยังโกรธอยู่  ก็ฉันไปแย่งแฟนเขามานี่นา  ก็ต้องโกรธเป็นธรรมดา”

“แต่ก็จบแล้วนี่นาไม่น่าจะต้องมาด่าอะไรอีกไม่ไหวว่ะ”  มีนาส่ายหน้าไปมา

“บางทีน้องเขาอาจไม่ได้หมายถึงแกก็ได้นะสกาว  อาจจะด่าเพื่อนเขารึป่าว”  ปีโป้พยายามมองโลกในแง่ดี

“อืมใช่  ฉันก็แอบรู้สึกแบบนั้นล่ะ  แต่ถึงจะด่าฉัน  ก็ไม่โกรธหรอก  เข้าใจสิรันว่าคงต้องเกลียดฉัน  ใครจะมาญาติดีกับผู้หญิงที่แย่งแฟนได้ล่ะ  ฉันก็สมควรโดนด่าแล้วล่ะ  มันก็เป็นผลของการทำเลวของฉันเอง”  สกาวพูดอย่างปลงในชีวิต  ความสิ้นหวังหลายครั้งที่ซ้ำซากทำเอาเธอซึมลงไปมาก

“นางเอกจริงๆเพื่อนเรา ฮ่าๆๆ” ปีโป้ยังคงแซวพร้อมเสียงหัวเราะของมีนาที่ปะปนมาตอนท้าย

“ไม่หรอก  แค่นี้ไม่เป็นไร  แต่ถ้ามันมากกว่านี้ฉันก็ร้ายได้ไม่ยากหรอกหน่า”

“เชื่อนะ”  มีนายิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะตักน้ำซุปเข้าปากไปอย่างเรียบเฉย

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

 

            สกาวก็ยังคงใช้เวลาในการทำงานยามค่ำคืนเฉกเช่นทุกวัน  แต่ในค่ำคืนนี้และต่อๆไปจะไม่มีคณาที่คอยให้กำลังใจและคอยปั่นป่วนให้เธอไม่ง่วงนอนอีกแล้ว  สกาวยังนั่งอ่านข้อความเก่าๆใน   Facebook ที่คณาเคยส่งกำลังใจมาให้อยู่บ่อยๆ

-

‘ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งนะ ตั้งใจทำงานนะ  อย่ามัวหลับเพลินล่ะ  เข้าเรียนให้ครบอย่าให้ขาด’

-

            หญิงสาวอ่านข้อความแล้วน้ำตาไหลอยู่ทุกวี่วัน  เรื่องทั้งหมดมันดำเนินมาตามที่เธอคิดไว้  แต่ที่เธอไม่คาดคิดก็คือ  เรื่องทั้งหมดมันเป็นสิ่งที่เธอเข้าใจไปเองว่าคณามีความรู้สึกดีๆให้  เมื่อไรที่เธอต้องรับความจริงว่าเธอโดนคณาหลอกมาตลอด  น้ำตาที่รินไหลไม่ได้มาจากความเสียใจอีกต่อไป  แต่มันกลั่นออกมาพร้อมการกำหมัดแน่นด้วยความแค้นใจ  แต่ถึงอย่างไรเธอก็ต้องยอมรับความจริง  และไม่สามารถแก้ไขอะไรได้

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

 

“ต่อไป  สกาวจะไม่พูดว่า จะไม่ยอมให้คำสาปเล่นงานได้อีกแล้วล่ะพี่ขนุน  สุดท้ายมันก็เล่นงานสกาวทุกที”

            สกาวนั่งบ่นพึมพำในร้านนมหน้าหมู่บ้านการันกับขนุน

“นี่เรายังคิดว่ามันเป็นคำสาปอยู่อีกหรอสกาว”  ขนุนมองน้องสาวด้วยสายตาที่ห่วงใย

“ถ้าไม่ใช่คำสาป..........มันก็คงเป็นเวรกรรมสินะคะ สกาวต้องชดใช้อีกสักกี่คนถึงจะหมดเคราะห์กรรมนี้”

“บางครั้ง  การดำเนินชีวิตของคนเรา  อาจไม่ได้มีโชคชะตานำพาอย่างเดียวหรอกนะสกาว  มันอยู่ที่การกระทำของเราด้วย  บางครั้งเราก็เลือกได้ที่จะทำ  หรือไม่ทำ  ลองคิดดูว่าถ้าวันนั้นเราตัดสินใจอีกแบบ  เรื่องราวจะมาเป็นแบบวันนี้รึป่าว”

“ก็บางอย่างมันดลใจสกาวนี่คะ  ให้สกาวเลือกแบบนี้”

“แล้วทำไมสกาวไม่กินของร้อน  ทำไมถึงชอบสีเขียว  สกาวเลือกได้นี่  มันอยู่ที่ตัวเรา  สกาวอ่อนแอเอง  สกาวต้องเข้มแข็งมากกว่านี้  อนาคตสกาวต้องเจออะไรอีกมากมาย  ถ้าสกาวยังอ่อนแอแบบนี้  สกาวก็จะหลงทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องนี่ต่อไป  พอทำบ่อยๆขึ้นสกาวก็จะมองว่ามันไม่ผิด  และทำมันลงไปด้วยความรู้สึกเฉยๆทั้งที่คนรอบข้างไม่ได้เฉยกับการกระทำเหล่านี้  ที่พี่เตือนพี่เป็นห่วงเรานะ”

 

“ค่ะ  สกาวเข้าใจ  แต่สกาวเชื่อเรื่องโชคลาง  ยังไงสกาวก็ยังเชื่อว่ามันมีผลในชีวิต”

“มันจะมีหรือไม่พี่ไม่รู้นะ  แต่ถ้าเราทำในสิ่งดีๆ  คิดดี  พูดดี  ทำดี  อะไรดีๆก็จะตามมาอยู่แล้ว  เรื่องนี้ที่สกาวต้องมาเจ็บปวดเพราะสกาวทำไม่ดีไม่ใช่หรอ  คำสาปอะไรนั่นมันไม่มีตัวตนหรอก  แต่มันเป็นการกระทำที่มีตัวตน  เชื่อพี่นะ  เริ่มใหม่”

“สกาวอยากได้สร้อยข้อมือนำโชคคืน  เครื่องรางนั้นนำโชคให้สกาวเสมอ  ตั้งแต่สกาวให้คณาไปก็มีแต่เรื่องแย่ๆเข้ามา”

“เห้อออ....ก็สุดแล้วแต่จะเชื่อกันไป  ให้เขาไปแล้วจะคืนยังไง”

“สกาวจะโทรไปขอคืนค่ะ”  ว่าแล้วสกาวก็กดโทรหาคณาในรอบ 2 อาทิตย์ที่ไม่ได้ติดต่อกันเลย

------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 408 ท่าน