Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
สาปสกาว
สการินวดี
คืน"เขา"
18
04/11/2554 23:41:36
448
เนื้อเรื่อง

“สิรัน..ค่ะ  พี่สกาวรู้จักสิรันปะคะ” 

-

            สกาวนั่งอึ้งไปครู่  แทบหยุดหายใจ  ในที่สุดวันที่สิรันโทรมาหาเธอก็เกิดขึ้น  สกาวหวั่นใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

“สิรันไหนอ่ะคะ” สกาวปั้นเสียงให้เหมือนกับว่าไม่รู้จัก

“ สิรันแฟนคณาอ่ะค่ะพี่”

“อ้อ!  น้องสิรัน  ค่ะนึกออกแล้ว  ว่าไงมีอะไรคะ”

“คือหนูอยากรู้ว่าพี่เป็นอะไรกับคณาอ่ะคะ” สิรันไม่อ้อมค้อมถามตรงๆ

“เป็นอะไร ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ เป็นพี่น้องกันอ่ะค่ะ”

“แล้วสนิทกันมากเลยหรอพี่  ทำไมพี่ต้องโทรหาคณาบ่อยๆด้วยล่ะ”

“ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ  ไม่ได้โทรบ่อยด้วยก็โทรไปคุยเล่น  เมาท์กับมันสนุกดี  พี่ไม่มีอะไรจริงๆนะสิรัน”  สกาวพยายามช่วยพูดให้สิรันเชื่อ  แต่สิรันไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อย

“แล้วพี่เคยไปไหนมาไหนกับ.........”  และแล้วมือถือสกาวก็ตัดไปเฉยๆ 

-

            สกาวหวั่นใจรีบโทรหาคณาในทันที  คณารับสายสกาวช้ากว่าปกติ

“คณา  สิรันโทรมาหาเค้า  สิรันเอาเบอร์เค้ามาจากไหนอ่ะ”  สกาวพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นตกใจ

“เค้าให้ไปเองแหละ  แล้วสิรันว่าไงบ้าง”

“ก็ถามว่าเป็นอะไรกับเธอ  เค้าก็บอกว่าเป็นพี่น้องกัน  แล้วสิรันก็ถามว่าเคยไปไหนมาไหนกับเธอรึป่าว แต่เค้าไม่ทันได้ตอบมือถือมันตัดไปซะก่อนอ่ะ เดี๋ยวถ้าสิรันโทรมาอีกจะให้บอกยังไงอ่ะ”

“ใจเย็นนะ  ทำไงดีล่ะก็บอกไปว่าไม่เคย”

“ไม่ๆบอกไปว่าเคยครั้งนึงดีกว่า  แต่ไปกันหลายคน  บางทีสิรันอาจเห็นรูปในเฟสเค้าก็ได้ก่อนเค้าลบไป”

“ลบไปแล้วหรอ” คณาถามทั้งที่ยังเปิดดูรูปเหล่านั้นในเฟสบุ๊คของสกาว

“ไม่หรอกเค้าตั้งเป็นส่วนตัวไง  เอ้อๆๆคณา  สิรันโทรมาอีกแล้วอ่ะ  เดี๋ยวเค้ารับสายก่อน  ไม่ต้องกลัวนะ  เค้าช่วยเธออยู่แล้ว  ใจเย็นนะ”  สกาววางสายจากคณาและรีบรับสายของสิรันทันที

-

“ฮัลโหลจ้าสิรัน  ไม่รู้ทำไมมันตัดไปอ่ะ”  สกาวปั้นเสียงให้ดูร่าเริงเสมือนไม่มีอะไรที่ผิด

“ตังมือถือหนูหมดอ่ะพี่  ก็คือหนูอยากรู้ว่าพี่กับคณาเคยไปไหนมาไหนด้วยกันปะ”

“อ้อ! ไปครั้งนึงอ่ะ  แต่ไปกันหลายคนนะ  พอดีพี่รู้จักกับเพื่อนในโต๊ะคณาไง  ก็ไปกินข้าวกันหลายคน”

“ไม่เคยไปกันสองต่อสองหรอพี่”

“อ้อ!  ไม่นะก็ไปกันหลายคนอ่ะค่ะ  สิรันมาสงสัยอะไรพี่เนี่ยคะ  ไม่มีอะไรเลยนะ”

“พี่สกาว  สิรันเป็นคนที่ไม่สนใจอะไรคณาสุดๆแล้วพี่  แต่เรื่องพี่มันทำให้สิรันต้องโทรมาถามอ่ะ  คือถ้าพี่กับคณารักกันอ่ะนะ  สิรันไม่ขวางหรอกพี่  เอาไปเลย  ยังไงหนูก็อยากให้คณามันมีความสุขอยู่แล้ว  ถ้าอยู่กับหนูมันไม่สุขใจ  อยู่กับพี่แล้วมีความสุขกว่าหนูจะไปทำอะไรได้”

“สิรันฟังพี่นะ  พี่กับคณารู้จักกันธรรมดาไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้นสบายใจได้  คณามันก็บ่นถึงสิรันให้พี่ฟังบ่อยๆ  มันมักบ่นว่าสิรันไม่ค่อยสนใจมันเลย  คณารักสิรันมากนะ  คณามันอยากให้สิรันสนใจมันมากกว่านี้แต่มันไม่อยากจะพูดให้สิรันไม่สบายใจ  มันมีอะไรก็ปรึกษากับพี่นี่ล่ะ  พี่ก็รับฟังมันก็คอยแนะนำว่ามันควรทำไงอะไรงี้ล่ะ  เป็นพี่เป็นน้องกันทั่วไป  สิรันตัดเรื่องพี่ทิ้งไปได้เลยนะคะ”

“แต่หนูเห็นในสเตตัสเฟสบุ๊คพี่เหมือนพูดถึงคณารึป่าว  คือหนูอ่ะ 

ไม่ได้ติดใจอะไรจนมาเห็นรูปก็เลยไม่เข้าใจว่าทำไมดูสนิทสนมกันมากขนาดนี้ คือเอาตรงๆนะพี่  ถ้าพี่ชอบคณาแล้วคณาก็ชอบพี่นะ  ก็บอกมาตรงๆเลย  หนูไปเอง  หนูไม่อยากโดนหลอก  ไม่อยากโง่อ่ะพี่เข้าใจปะ”

“เข้าใจสิเข้าใจ  สเตตัสเฟสบุ๊คพี่พูดถึงคนที่พี่ชอบอ่ะ  เค้ามีแฟนแล้วน่ะ  ไม่ได้หมายถึงคณาหรอก  เพราะงี้เลยทำให้สิรันเข้าใจผิดสินะ”

“หนูก็ไม่รู้อะไรหรอกพี่  หนูก็ไม่ค่อยได้เจอคณา  มันอยู่มหาลัยเป็นไงหนูก็ไม่รู้อะไรมากหรอก  ถ้ามันจะหลอกหนูก็คงไม่ยาก  พี่ก็เป็นผู้หญิงด้วยกันพี่ก็ต้องเข้าใจหนูนะว่าการถูกหักหลังมันเจ็บปวดแค่ไหนอ่ะ แล้วถ้าจับได้แล้วโกหกอีกมันก็ยิ่งเจ็บกว่า”

“ค่ะพี่เข้าใจ  แต่สิรันอย่าคิดมากนะ  สรุปให้ว่าพี่กับคณาเป็นคนรู้จักกันเฉยๆ  ตอนแรกพี่ก็คุยในเฟสบุ๊คกับคณาบ่อยๆ  แต่หลังๆก็พอดูออกเหมือนคณามีปัญหาก็เลยไม่ได้คุยอะไรมาก”

“ก็เลยไปคุยในข้อความแทน”  สิรันยังคงกัดไม่ปล่อย

“ก็คุยในข้อความบ้างอ่ะค่ะ  คุยเรื่องที่พี่อยากรู้ที่ไม่ควรให้สาธารณะรู้  แต่ก็คิดว่าสิรันก็เข้ามาดูได้รึป่าว”

“หนูไม่ได้เช็คขนาดนั้นหรอกพี่  เพราะหนูไม่ได้สนใจเรื่องไร้สาระพวกนี้มาก  วันๆหนูเรียนก็หนัก  ฝึกงานก็เหนื่อย  ไม่มีเวลามานั่งสอดส่องอะไรแบบนี้ หนูสู้พี่ไม่ได้หรอกพี่  ถ้าคณามันจะชอบพี่ก็ไม่แปลก  มีเวลาให้มันมากกว่าหนู”

“มันไม่ชอบพี่หรอกสิรัน  เพราะเป็นพี่น้องกันไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกันเลย  ตอนนี้คณามันก็ไม่ได้คุยอะไรกับพี่มากเหมือนเก่ามันปิดเฟสบุ๊คไปแล้วด้วยเห็นว่าจะได้มีสมาธิอ่านหนังสือทำโปรเจค  แต่พี่เดาว่ามันอาจมีปัญหากับสิรันรึป่าว”

“มันบอกหนูว่าตัดปัญหา  เฟสบุ๊คเป็นต้นตอของปัญหาก็เลยปิดไป  แต่หนูว่าเฟสบุ๊คมันไม่ได้ผิดหรอก  ถ้าจะมีใครผิดก็สักคนหนึ่ง  แต่ถ้าพี่ยืนยันว่าไม่มีอะไรหนูก็คงต้องเชื่อ  เพราะหนูก็ไม่รู้จะสงสัยอะไรไปมากกว่านี้  ขอโทษที่โทรมารบกวนพี่นะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ  ดีแล้วที่โทรมาจะได้เข้าใจ  จะได้ไม่ต้องคิดมากนะ”

-

            สกาววางสายสิรันไปด้วยความรู้สึกผิดที่เธอต้องยอมโกหกสิรันเพื่อปกป้องคณา  เพื่อไม่ให้คณาและสิรันต้องทะเลาะกัน  เพื่อเธอและคณาจะได้คบกันต่อไปได้อย่างเงียบๆแบบนี้ต่อไป  แต่เธอก็นึกสงสารสิรัน  ที่ไม่เคยได้รับรู้เลยว่าความจริงแล้วเป็นอย่างไร

            ‘อย่าเพิ่งทำอะไร  ค่อยๆแก้ปัญหาไป  แต่อย่าเพิ่งโทรมาตอนนี้ขอร้อง’

-

            คณาส่งข้อความเข้ามาในจังหวะนั้น ทำเอาสกาวน้ำตาไหลออกมา  เธอรู้สึกว่าเธอทำดีที่สุดแล้วที่จะช่วยคณา  แต่คณากลับเหมือนพยายามตีตัวออกห่างเธอ  คงจะทำตามที่เคยบอกว่าหากสิรันโทรคุยเขาจะต้องเลิกกับสกาว

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

 

            สิรันโทรหาคณาหลังจากคุยกับสกาวเรียบร้อย  ในใจสิรันไม่เชื่อสกาวทั้งหมด  แต่แอบหวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้น  เธอต้องการได้ฟังคำอธิบายของคณา

-

“เธอเคยไปไหนมาไหนกับสกาวมั้ย คณา”

“ก็เคยบอกไปแล้วนี่”  คณายังไม่กล้าที่จะบอกความจริง

“เธอเคยบอกว่าไม่เคยไป  ถามจริงอย่าโกหกเลย”

“ก็ไม่เคยจริงๆนี่นา  ทำไมหรอสกาวใส่ร้ายอะไรเค้าอีกล่ะ  สกาวว่าไงบ้าง”

“ก็ไม่ได้ว่าไงหรอก  ก็บอกว่าเป็นพี่น้องกันกับแก บอกว่าแกมักไปบ่นถึงฉันว่าฉันไม่สนใจ  ทำไมหรอคณา  ทำไมแกไม่บอกกับฉันเองล่ะทำไมต้องไปบอกคนอื่นด้วย  มีอะไรทำไมไม่พูดไม่บอกกัน  ฉันจะไปรู้หรอว่าแกต้องการอะไร”

“เอ่อ...เค้าไม่ได้พูดนะ  สกาวบอกแบบนั้นหรอ  เชื่อเค้าเหอะสกาวคงอยากให้เราแตกกันอ่ะสิรัน”

“แต่สกาวบอกว่าไม่ได้ชอบเธอนี่  ตอนนี้เค้าสับสนไปหมดแล้วนะ  ไม่รู้จะเชื่อใครดี”

“เชื่อเค้าสิ ทำไมถึงไม่เชื่อเค้าล่ะ  เค้าเป็นแฟนเธอนะ  ต้องจริงใจกับเธอกว่าใครอยู่แล้ว  เราคบกันมาปีกว่ารู้นิสัยใจคอกันดีอ่ะ  อย่างเธอโกหกเค้า  เค้ายังยอมเชื่อเธอเลยอ่ะ”

“แล้วไง  หมายความว่าครั้งนี้ถ้าเธอโกหกฉัน  ฉันก็ต้องเชื่อเธองั้นหรอคณา  สรุปยังไงแกยังยืนยันใช่ปะว่าไม่เคยไปไหนมาไหนด้วยกับสกาวอ่ะ”  สิรันร้องไห้ออกมาอย่างอึดอัดใจและแค้นใจที่คณาไม่พูดความจริงกับเธอ

“ใช่!ไม่เคย  ไม่เคยสนใจไม่คิดจะสนใจ  ไม่เคยอยากจะไปวุ่นวายกับผู้หญิงคนนี้ด้วยสักนิด”             คณาพูดออกมาอย่างหนักแน่น ทั้งที่ในใจของเขาหวั่นไหวและกลัวความจริงเป็นที่สุด

“แล้วถ้ามีหลักฐานล่ะ” สิรันพูดน้ำเสียงเย็นชา

“หลักฐานอะไร  มันจะมีได้ไงก็มันไม่มีอะไร  สิรันพอเหอะ เลิกทะเลาะกันเรื่องนี้สักทีเถอะนะ  เค้าไม่อยากให้เราต้องมาทะเลาะกันเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้เลยอ่ะ”

“พรุ่งนี้เที่ยงเจอกัน  แล้วจะได้รู้เรื่อง”

-

             สิรันวางสายและปาดน้ำตาด้วยความโกรธเคืองคณา  เธอเข้าสวมกอดเปรยซึ่งนั่งฟังเป็นกำลังใจข้างๆในทันที

“เป็นไงบ้างอ่ะแก  ร้องไห้ออกมาเลยร้องให้หมดกับผู้ชายคนนี้  แล้วพรุ่งนี้ก็ลืมมันไปซะ”  เปรยลูบหัวสิรันอย่างอบอุ่น

“เปรย  ไอคณามันไม่ยอมรับว่าเคยไปเที่ยวกับนังสกาว  มันโกหกฉันอ่ะแก  ทำไมมันทำกับฉันแบบนี้  ทำไมต้องโกหกด้วย  ถ้าไม่มีอะไรจริงๆอ่ะ”

“ก็แสดงได้ว่ามีอะไร แล้วสกาวว่าไงล่ะ  มันยอมรับปะ”

“สกาวก็โกหกเชื่อไม่ได้  รูปก็เห็นอยู่ว่าไปไหนกันหลายที่หลายครั้ง  มันยังมีหน้ามาบอกอีกว่าไปแค่ครั้งเดียว  ฉันไม่ได้โง่นะเว้ย  มันรวมหัวกันหลอกฉันอ่ะแก  คณามันทำกับฉันแบบนี้ได้ไง  ถ้ามันรักกันมากอ่ะนะก็ไปตายกันทั้งสองคนเลย ฉันจะเลิกกับคณา  ไม่จำเป็นต้องแคร์อยู่แล้ว” สิรันร้องไห้โฮด้วยความเสียใจอยู่เป็นชั่วโมง  ร้องไห้อย่างฟูมฟายจนตาบวม

“สิรัน  อย่าคิดมากนะใจเย็นๆ ปล่อยคณามันไปในที่ของมัน  เพื่อนฉันออกจะสวยน่ารัก  มีผู้ชายมากมายรอแกอยู่  ไม่ต้องไปแคร์”

“ฉันไม่แคร์หรอก  ถ้ามันรักฉันจริงๆมันไม่ทำกับฉันแบบนี้  แสดงว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้จริงใจกับฉันเลย  ฉันจะไม่เอาอนาคตทั้งชีวิตมาทิ้งไว้ที่มันหรอก”  พูดไปน้ำตาก็ไหลไม่ยอมหยุด  ปากบอกว่าไม่แต่ในใจเธอยังอยากได้คณาที่แสนดีคนเดิมกลับมา

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            สกาวนอนไม่หลับพลิกตัวไปมาอย่างหวั่นใจ  คิดไปว่าในวันรุ่งขึ้นคณาและสิรันจะคืนดีกันหรือไม่  และคณาจะยังดีกับเธออยู่หรือไม่  สกาวนอนไม่หลับจึงเข้า Facebook  ลบรูปทุกรูปที่มีออกไป เธอกลัวว่ามันจะทำให้สิรันทะเลาะกับคณา  แต่สกาวกลับไม่รู้เลยว่ามันสายเกินไปแล้ว

            หนุ่มคณานอนไม่หลับเช่นกัน  ได้เพียงนอนภาวนาว่าให้บางอย่างดลใจสิรันให้เชื่อในสิ่งที่เขาพูด  คณารู้สึกกลัวการสูญเสียสิรันเป็นที่สุด  เขายอมเลิกกับสกาวอย่างไม่คิดถึงจิตใจใครอีกเพียงเพื่อได้สิรันกลับมารักกันดังเดิม  คณารู้สึกผิดพลาดที่ไปคบกับสกาว  และอยากจะขอโทษสิรันจากใจแต่เขาจะให้สิรันรู้ความจริงไม่ได้  เขารู้จักนิสัยสิรันดีว่าเป็นคนเด็ดขาด  หากบอกว่าไม่ก็จะทำตามนั้น

            สิรันนอนร้องไห้เคียงข้างเปรยที่หลับใหลไปอย่างเหนื่อยอ่อน  สิรันเคืองแค้นทั้งคณาและสกาวที่รวมหัวกันโกหกเธอ เธอรู้สึกเสียใจที่คณานอกใจและยังต้องเสียใจกับการโกหกของคณา  มิหนำซ้ำยังโดนชู้ของแฟนตัวเองหลอกเข้าให้อีก  ความเจ็บปวดนี้ทำให้เธอไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            สายๆวันใหม่อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนแต่เช้า คณาตื่นมาด้วยความงัวเงียในเวลา 10 โมงเช้า  เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่มองนาฬิกาเป็นเวลา 8 โมง  คณารีบแต่งตัวเพื่อออกไปพบแฟนสาวที่สุดแสนคิดถึงและไม่ได้เจอกันมาหลายวัน

            ในขณะที่สาวสิรันนอนไม่หลับเลยแม้แต่น้อย  ตื่นมานั่งจัดของเพื่อจะไปฝึกงานที่โรงพยาบาลใหม่ ตาที่บวมทำเอาเธอดูโทรมลงไปถนัดตา สิรันมองนาฬิกาบอกเวลา 11 โมงเธอพร้อมที่จะออกไปพบกับคณาด้วยความหวั่นใจ 

-

“รีบกลับมานะสิรัน  แกต้องเดินทางบ่ายสามนะ”  เปรยส่งสิรันด้านล่างคอนโดด้วยความเป็นห่วง

“กลับเร็วอยู่แล้วล่ะ นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอคณา” สิรันยิ้มจางๆ  ถือซองสีน้ำตาลไว้มั่นราวกับหวงแหนสิ่งที่อยู่ด้านในเท่าชีวิต

----------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            คณานั่งรอสิรันในร้านกาแฟร้านประจำที่ทั้งคู่มักนัดพบกันเสมอ  คณาดื่มกาแฟเอสเปรสโซของโปรดหมดไป 2 แก้วอย่างร้อนใจ

“ฮัลโหลสิรัน  เค้าอยู่ร้านเดิมนะ  ออกมารึยัง” คณาเป็นห่วงสิรันจึงโทรถามไถ่การเดินทาง

“กำลังไป แค่นี้ล่ะ  เดี๋ยวเจอกัน”  เสียงอันแสนเศร้าของสิรันทำเอาคณาใจไม่ดี  ได้เพียงนั่งภาวนาขออย่าให้มีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น

            ไม่นานนักสิรันก็เดินเข้ามาในร้านอย่างช้าๆ  คณามองใบหน้าสิรันที่ดูโทรมและเศร้าด้วยใจหวั่น  คณายิ้มและลุกไปเลื่อนเก้าอี้ให้สิรันนั่ง และกลับไปนั่งที่เดิมของเขา  แต่สิรันกลับยืนมองคณาด้วยแววตาที่เย็นชา

-

“สิรัน  เป็นอะไร”  คณาถามขึ้นพลางจับมือสิรันไว้  สิรันสะบัดออกอย่างแรง  คณาลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าหวาดหวั่น

“แกบอกว่าไม่เคยไปไหนด้วยกันใช่ปะ” 

-

            สิรันค่อยๆหยิบบางอย่างในซองสีน้ำตาลออกมาอย่างช้าๆ  และสิ่งนั้นก็คือ  รูปถ่ายทั้งหมดที่สกาวอัพไว้ใน Facebook ทุกรูป  สิรันซัดภาพเหล่านั้นใส่หน้าคณาอย่างแรง  คณามองภาพเหล่านั้นด้วยความตกใจ  ทั้งภาพที่ร้านนมคณะวิทยาศาสตร์ที่คณาชวนสกาวไปกันเพียงลำพังสองคน  ภาพที่ไปเที่ยวปาร์ตี้คนเศร้าที่ร้าน HUFFY  ภาพที่สกาวถ่ายเล่นในห้องนอนของสกาว  ภาพที่ไปทานอาหารญี่ปุ่น  และภาพที่ไปดูหนัง  ทุกภาพปลิวว่อนหล่นลงสู่พื้น  คณายืนตัวชาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่น้อย

-

“แล้วนี่มันอะไร  ไอเลว  ในรูปนี่ใช่แกรึป่าว  ทำไมต้องโกหกกันด้วย  ทำไมแกทำกับฉันแบบนี้”

-

เพี๊ยะ!!!!!!!!!!!!!.....................................

-

            สิรันตบหน้าคณาอย่างแรงพร้อมน้ำตาสิรันที่พรั่งพรูออกมาก่อนจะวิ่งออกจากร้านไป  ลูกค้าในร้านสองสามคนมองเหตุการณ์ราวถูกสะกด  คณาทรุดลงนั่งอย่างหมดแรงน้ำตาซึมโดยไม่รู้จะทำอย่างไรดี  เขาค่อยๆก้มลงหยิบรูปภาพที่หล่นเกลื่อนพื้นขึ้นมาดูอย่างแค้นใจพาลนึกเคืองโกรธสกาวที่ไม่ยอมลบรูปออกไป คณาขยำรูปภาพจนแหลกคามือ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            สิรันเดินกลับออกมาจากร้านกาแฟด้วยน้ำตานองหน้า  เธอเดินร้องไห้ไปอย่างไร้จุดหมายในห้างสรรพสินค้าจนออกไปสู่ถนนใหญ่  ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่กันอย่างรีบร้อน  รถเมย์ รถตู้  รถยนต์ยี่ห้อนั่นนี้วิ่งสวนกันไปสวนกันมาจนทำให้สิรันสับสนและไม่รู้จะเดินไปทางไหน คณาโทรเข้ามาเรื่อยๆ แต่สิรันก็กดตัดสายคณาทิ้ง จนคิดจะปิดเครื่องหนี  แต่เบอร์ที่เธอไม่คิดว่าจะโทรมาในเวลานี้ก็โทรเข้ามา

“ฮัลโหลพี่...”  สิรันร้องไห้ใส่ปลายสายอย่างห้ามไม่อยู่

“เป็นอะไรไป สิรัน  ร้องไห้ทำไม”  ปลายสายมีน้ำเสียงห่วงใย

“สิรันจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ฮือๆๆๆๆๆ T^T”

“อยู่ไหนเดี๋ยวไปหา”

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            คณาเดินเตะฝุ่นมาตามทางเดินจากรถไฟฟ้า เขายังกดโทรหาสิรันจนกระทั่งติดต่อสิรันไม่ได้ คณาปาดน้ำตาที่กำลังจะไหล  ยืนพิงเสาหลังคาทางเดินอย่างอ่อนแรง เขาตัดสินใจโทรไปหาสกาว

            หญิงสาวสะดุ้งตื่นในบ่ายของวันนั้นด้วยเสียงโทรศัพท์  เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์คณา  สกาวดีดตัวลุกนั่ง สกาวกดรับสายคณาด้วยมือที่สั่นเทา  

-

“ฮัลโหล ว่าไงคณา” สกาวใจเต้นแรงระส่ำไม่เป็นจังหวะเลยทีเดียว

“ทำอะไรอยู่” คณาก็เสียงสั่นเช่นกัน

“ไม่ได้ทำอะไรหรอก...เป็นไงบ้าง  เคลียร์กับสิรันรึยัง”

“คงไม่ต้องเคลียร์แล้วล่ะ  จบแล้วล่ะ  วันนี้มาเจอสิรัน  สิรันปริ้นรูปคู่ของเธอกับเขามาทุกรูปเลย แล้วร้องไห้ด้วย  สิรันไม่รับโทรศัพท์เลย คงโกรธมากอ่ะ”

“หะ!...จริงหรอ  เค้าขอโทษนะ เป็นความผิดเค้าเอง ถ้าเค้าไม่อัพรูปก็คงไม่เป็นแบบนี้” สกาวพูดน้ำเสียงแสนเศร้าไม่แพ้คณาเลย

“ไม่หรอก  เค้าผิดเองที่ทำให้เรื่องทุกอย่างมันเป็นแบบนี้  ตอนนี้เค้าแย่มากอ่ะ  ไม่รู้จะเดินไปไหน  ไม่มีแรงจะทำอะไรเลย”  คณาพูดน้ำเสียงคุมเคลือราวจะร้องไห้

“เธออยู่ไหนตอนนี้  กลับมามหาลัยก่อนดีมั้ยแล้ว ค่อยหาทางแก้ไข”

“ไม่มีแรงเลย  ไม่อยากไปไหน  ไม่อยากเดินไปไหน  เค้าเจอมาหนักมากอ่ะเธอ  ไม่ไหวแล้วจริงๆ”

“คณา...เค้าเป็นห่วงเธอนะ” สกาวน้ำตาซึมออกมาอย่างหวั่นใจ

“ขอโทษด้วยนะสกาว  ตอนนี้เค้าแย่มากเลยว่ะ  เค้าไม่เคยเจ็บปวดแบบนี้เลยอ่ะ”

“แล้วคือ.....ยังไงอ่ะ.....จะ.....ไม่คุย.....กับเค้าอีกก็ได้นะ” สกาวน้ำตาไหลอาบแก้ม  ที่พูดออกไปไม่ได้มาจากใจได้เพียงหวังว่าคณาจะบอกว่าไม่

“เค้าไม่รู้อ่ะเธอ  เค้าไม่ไหวจริงๆ  สิรันร้องไห้แล้วเดินไปเลย  ไม่ได้คุยอะไรกันเลยอ่ะ  ทำไมเป็นแบบนี้  เค้ามันแย่มากเลย  เค้าไม่น่าเลย  เข่าอ่อนเลยอ่ะ”

“เค้าก็ผิด  เค้าก็แย่  เป็นเพราะเค้าเธอถึงต้องทะเลาะกับสิรัน  เค้าไปเองก้ได้  มันคงช่วยให้อะไรดีขึ้นมาบ้าง”

“อืม เอาเป็นว่าอย่าโทรมาอีกเลยนะสกาว” คณาปาดน้ำตาที่เอ่อล้นออกจากเบ้าเล็กน้อยด้วยความลำบากใจในการจะออกปาก

“อืม!” .....................................................................

             สกาวกดตัดสายคณาไปในทันที  มือถือหล่นจากมือตกไปบนเตียง  สกาวนั่งน้ำตาไหลฟูมฟายราวคนบ้า เธอนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้นร่วมชั่วโมง  น้ำตาก็ไม่เหือดแห้ง

-

‘จบแล้ว  ทุกอย่างมันจบไปหมดสิ้น  คณาไม่รั้งอะไรไว้เลย  ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว  ทั้งที่ฉันพยายามจะช่วยเขาทุกทางเพียงหวังว่าเขาเองก็จะรักษาสัญญาที่ให้ไว้   แต่เขากลับไม่ได้ใส่ใจและปล่อยทิ้งฉันลงกลางทาง  แล้วฉันจะยอมโกหกสิรันให้ตัวเองดูแย่ไปทำไม  ทำไปเพื่ออะไร’

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

               หญิงสาวสกาวนั่งนิ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ รูปคู่ของเธอและคณาที่เธอลบออกไปจาก Facebook เธออัพลงใหม่โดยไม่ต้องแคร์ว่าใครจะเดือดร้อนอีกแล้ว  และยังมีรูปภาพอีกหลายรูปที่ถ่ายเล่นกัน  เธอก็อัพหมดทุกรูป  และรับแอดเฟรนของมะยม  บล๊อคFacebook ของคณา  และอัพทุกอย่างที่บ่งบอกความสัมพันธ์ของเธอและคณา  ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนาใน MSN ที่เธอเซฟเอาไว้เป็นไฟล์รูปภาพ  เพราะจากประสบการณ์เธอรู้ดีว่าต้องมีวันนี้  วันที่เธอต้องประกาศตัว  วันที่เธอจะออกมาจากมุมมืดที่คณาคอยปิดบัง  วันที่อากาศธาตุจะปรากฏกายและสัมผัสได้  และเธอก็ต้องการให้สิรันได้รับรู้ว่าเธอและคณามีอะไรมากกว่าที่สิรันรู้  เธอทำทุกอย่างทั้งน้ำตาที่นองใบหน้าตลอดเวลา

              จากสกาวหญิงสาวที่ยังมีจิตใจที่สำนึกดีอยู่บ้าง  ตอนนี้เธอไม่มีอีกแล้ว  สกาวที่บริสุทธิ์สะอาดถูกสิ่งต่างๆที่เลวร้ายรุมเร้าจิตใจจนเธอต้องแปดเปื้อนด้วยการกระทำของเธอเอง  ความคิดชั่วร้ายครอบงำจิตใจเธอ ด้วยความเสียใจที่คณาจากไปอย่างไร้เยื่อใย

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

               หนุ่มคณากลับถึงหอพักด้วยความเหนื่อยใจ  คณานอนบนเตียงเงียบๆในห้อง  ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดีเมื่อไม่สามารถติดต่อสิรันได้เลย

-

            “สิรัน  เค้าขอโทษ ขอโอกาสให้เค้าได้อธิบายหน่อยได้มั้ย” 

-

            คณาส่งข้อความไปหาสิรันหลายฉบับเพื่อให้สิรันเปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายเกี่ยวกับรูป   ซึ่งคณานอนครุ่นคิดว่าจะอธิบายอย่างไรจนตกเย็น

-

ตืดดดด  ตืดดดดดดติ๊ดดดดดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

-

            หนุ่มน้อยสะดุ้งตื่นเมื่อเสียงมือถือดัง  เขาหวังว่าจะเป็นสิรัน  แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงทันทีเมื่อเบอร์ที่โชว์คือเบอร์ของสกาว  คณาชั่งใจว่าจะรับสายดีหรือไม่ แต่เขาก็ตัดสินใจรับสายเพราะยังรู้สึกผิดกับสกาว

-

“คณา  เธอเป็นไงบ้าง” สกาวปรับน้ำเสียงให้ปกติทั้งที่กำลังร้องไห้อย่างต่อเนื่อง

“ไม่ดีเลย  ติดต่อสิรันไม่ได้เลย”

“เค้าขอโทษนะคณา  แต่อย่าเพิ่งทิ้งเค้าไปได้มั้ย”  หญิงสาวปล่อยน้ำตารินไหลอีกรอบ

“เธอ ...เค้าบอกตรงๆว่าตอนนี้เค้ารับอะไรไม่ไหวแล้วจริงๆอ่ะ  ขอโทษด้วยนะ”

“ไหนเธอบอกจะอยู่กับเค้าไปจนเค้าจบไง  เธอจำไม่ได้หรอคณา” เสียงร่ำไห้ของสกาวทำเอาคณาถึงกับกุมขมับอย่างลำบากใจ

“เค้าคงทำไม่ได้แล้วล่ะ  เค้าขอโทษ  ขอโทษจากใจจริง”

“คำขอโทษไม่ได้ทำให้เค้าดีขึ้นหรอกเธอ  ไม่เป็นไร  เค้าต้องยอมรับมันสินะ  งั้นเค้าขอพบเธอครั้งสุดท้ายได้มั้ย”

“สกาว  คือ ตอนนี้เค้าไม่มีแรงจะไปไหนทำอะไรจริงๆ  ขอโทษด้วย”

“ขอร้องล่ะคณา  ขอให้เค้าได้พบเธอครั้งสุดท้าย  เค้าขอร้องครั้งสุดท้ายแล้วจะไม่ขออะไรอีกเลย”

“อย่าเลยสกาว  ตอนนี้เค้ากลัวไปหมดทุกอย่าง  เค้าไม่อยากให้สิรันโกรธไปมากกว่านี้  เค้าขอบ้างได้มั้ยอ่ะ  เค้าไม่ได้ขอมากไปใช่ปะ”

“เค้าอยากพบเธอ  อยากเห็นหน้าเธออีกสักครั้ง  แค่ครั้งเดียวเท่านั้น”

“ถ้าเธอยิ่งเจอเค้าอ่ะ  เธอจะยิ่งตัดใจไม่ได้นะสกาว  อย่าเจอกันเลยดีกว่า”

“ถึงยังไงเค้าก็ต้องตัดใจอยู่ดี  เค้าขอร้อง  มาพบเค้าหน่อยเถอะนะ  แล้วเค้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเธออีกเลย”

“เห้ออ!......  อืมก็ได้”  คณาจนปัญญาจะปฏิเสธ

-

            คณาเดินมาถึงหน้าหอของสกาว สกาวเปิดประตูให้คณาเข้ามา

“ม้านั่งด้านนอกมีคนอ่ะ  คุยด้านในดีกว่า”  คณาเดินหันซ้ายหันขวาอย่างระแวดระวังและระแวง  สกาวมองอาการคณาแล้วสลดใจ

            ทั้งสองมานั่งในมุมเงียบๆที่บันไดหนีไฟของหอพักซึ่งมั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครเดินผ่านมา  สกาวนั่งในบันไดขาขึ้น  ส่วนคณานั่งส่วนบันไดขาลง  สกาวและคณานั่งเงียบไม่มีอะไรจะพูดกันอยู่พักใหญ่

-

“เธอเอาไงต่อ”  สกาวมองหน้าคณาที่โทรมไม่แพ้กับเธอ  คณานั่งก้มหน้ามองบันไดขั้นที่ต่ำกว่าอย่างไร้จุดหมาย

“ยังไม่รู้เลย  เค้าติดต่อสิรันไม่ได้  คงต้องให้เวลาสิรันคิด  ถ้าเขาคิดได้เมื่อไหร่ก็คงติดต่อกลับมาเอง  ถ้าสิรันจะเลิก....เค้าก็คงทำอะไรไม่ได้  ....ตอนนี้....ก็ทำได้แค่ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเค้าก็ต้องไปทำโปรเจคแล้วก็อ่านหนังสือ”

“ขอโทษด้วยที่มีส่วนทำให้เธอและสิรันต้องทะเลาะกัน”

“ช่างเถอะ  มันแก้อะไรไม่ได้แล้วล่ะ ก็คงต้องยอมรับ”  คณาหันมองสกาวซึ่งนั่งน้ำตาคลอ  คณาถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจและรู้สึกผิด

“แล้ว....เรื่องของเรา......” สกาวน้ำตาคลอเบ้า

“ไม่รู้อ่ะ เธอ...แต่ตอนนี้เค้าไม่ไหว”

-

            คณาลุกขึ้นยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างทำตัวไม่ถูกไม่กล้าจะมองหน้าสกาวด้วยความรู้สึกผิด สกาวน้ำตาไหลออกมาในทันที  เธอรู้ได้ดีว่าไม่สามารถฉุดรั้งคณาได้อีกต่อไป

“ขอโทษที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้  มันเป็นความผิดเค้าเอง  แต่ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าไม่มีเจตนาให้เธอต้องเจ็บปวด  และมานั่งร้องไห้แบบนี้  เค้าขอโทษ”

-

            สกาวพูดอะไรไม่ออกได้เพียงนั่งก้มหน้ากอดเข่าและร้องไห้ออกมาไม่หยุด  คณายืนมองสกาวร้องไห้พลางถอนหายใจ

“อย่าร้องเลยนะ  กลับเข้าไปในห้องเถอะ” คณากดมือถือเมื่อเห็นว่ามะยมโทรเข้ามาไม่ได้รับสายเพราะเขาตั้งเสียงเงียบไว้  แต่สกาวกลับนั่งนิ่งเป็นปูนปั้นที่ไร้ความรู้สึก

“สกาว”

             คณามาหยุดยืนตรงหน้าสกาว  หญิงสาวเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้า  ผู้ชายที่เคยแสนดี ผู้ชายที่เคยมีแววตาของความรู้สึกดีๆและความห่วงใยให้เสมอมา ในวันนี้ผู้ชายตรงหน้าเธอมีแววตาของความเศร้าหมองและความลำบากใจอย่างหนักหน่วง

             สกาวเอื้อมมือไปจับมือของคณาเอาไว้ มือที่เคยจับแล้วอบอุ่นเสมอ   ในวันนี้มันเย็นยะเยือกราวน้ำแข็งไร้ไออุ่นที่เคยสัมผัสได้  คณาบีบมือสกาวเชิงปลอบใจ

“เข้าห้องเถอะนะ” คณาพยายามดึงมือสกาวให้ลุกขึ้น  สกาวปล่อยมือคณาออกทันทีในขณะที่น้ำตายังไหลพราก

“กลับไปก่อนเถอะ....ขอบคุณมากที่มาพบเค้าครั้งสุดท้าย....โชคดีนะ” 

             สกาวฝืนยิ้มสุดใจทั้งที่ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา  คณาหันหลังเดินไปได้เพียงสองก้าวก็หันหลังเดินกลับมายืนหยุดตรงหน้าสกาว

“อย่านั่งอยู่แบบนี้เลย  สกาว”

“เค้าไม่เป็นไร....ไปเถอะ” สกาวน้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสายก้มหน้าไม่อยากเห็นคณาเดินจากไป

            คณาเอื้อมมือมาปาดน้ำตาให้สกาวและใช้มือทั้งสองจับหัวสกาวและลูบเบาๆเชิงปลอบใจ  ก่อนที่จะโน้มหน้าผากของเขามาชิดหน้าผากของสกาว

“ขอโทษจริงๆ  เธอต้องอยู่ได้โดยไม่มีเค้า”  คณาปาดน้ำตาให้สกาวอีกรอบ  สกาวฝืนยิ้มกว้างสุดใจ

"ไปเถอะ  เดี๋ยวเค้ากห็กหลับเข้าห้องปแล้วล่ะ" สกาวยิ้มด้วยความฝืน  คณารับรู้ได้ดีของรอยยิ้มที่เศร้ายิ่งกว่าคำพูดใดๆ

            คณากลับหลังหันและเดินจากไปจนลับตา  เท่านั้นเองน้ำตาของหญิงสาวที่อดทนฝืนกลั้นเอาไว้ก็หลั่งไหลออกมาอีกรอบ สกาวยังนั่งร้องไห้อยู่ตรงบันได  เธอไม่มีเรี่ยวแรงจะลุกไปไหนทั้งสิ้น  รู้สึกได้เพียงร่างกายไม่มีแรงจะหยิบจับทำอะไรทั้งนั้น  ทำได้เพียงนั่งนึกถึงวันเวลาเก่าๆที่เคยมีคณาเคียงข้าง  ความสุข  และรอยยิ้ม  ซึ่งนับจากวันนี้มันจะกลายเป็นเพียงแค่ภาพความทรงจำ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

           สิรันเดินทางไปยังโรงพยาบาลที่อยู่แถบปริมณฑลเพียงลำพังพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าและกระเป๋าโน๊ตบุ๊คที่แสนหนัก สิรันนั่งน้ำตาซึมไปตลอดการเดินทาง

“สิรันถึงยังเพื่อน”  เปรยโทรเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง  สิรันรับโทรศัพท์เมื่อลงจากรถโดยสารพอดี

“เพิ่งถึงว่ะแก  เดี๋ยวเอาของไปเก็บที่อาคารพักแล้วจะออกมาหาอะไรกินแล้วล่ะ  แกถึงโรงพยาบาลยัง”

“ยังเลย  แกก็อย่าคิดมากนะเรื่องนั้น  หาอะไรกินแล้วรีบนอนซะนะ  พรุ่งนี้ต้องเข้าเคสแต่เช้าเลยใช่ปะ”

“อื้มใช่  แกฉันไม่มีแรงจะเดินเลยว่ะ  รู้สึกกระเป๋ามันหนักกว่าปกติ  ฮ่าๆๆ”  สิรันหัวเราะกลบเกลื่อนความเศร้า

“เอาหน่า  หัวเราะได้ก็ดีแล้วเว้ย  สู้ๆเพื่อน  ตั้งใจฝึกงานนะ”  เปรยให้กำลังใจสิรันด้วยความหวังดี สิรันถึงกับน้ำตาไหลรืมฟุตบาตรหน้าโรงพยาบาลอย่างไม่อายใคร

------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 398 ท่าน