Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
สาปสกาว
สการินวดี
คนในความลับ
17
04/11/2554 23:37:00
593
เนื้อเรื่อง
เวลาเดินล่วงไปจนตี 2 ครึ่ง คณาก็ไม่โทรมาตามที่รับปากไว้  สกาวคิดไว้แล้วว่าคณาจะต้องลืมเป็นแน่  เธอจึงโทรไปหาคณา คณารับสายช้ากว่าปกติเพราะต้องหลบมาคุยในห้องน้ำ

-

“สกาวเค้ายังไม่ได้กลับเลยนะ  พอดีต้องติวให้เพื่อนๆด้วยอ่ะ  เดี๋ยวเสร็จจะโทรบอกนะ”

“อ้อค่ะๆ  สู้ๆนะเธอ”

“ครับๆ  เค้าไปติวเพื่อนต่อแล้วนะครับ”

 

           สกาวก็ยังคงเฝ้ารออย่างใจเย็นนั่งทำงานไปอย่างเย็นใจ  จนเวลาล่วงเลยมาถึงตี 3 กว่าๆ  สกาวเริ่มสงสัยว่าทำไมคณาไม่กลับสักทีเธอจึงโทรไปหาคณาอีกครั้ง  ซึ่งคณากำลังติวหนังสืออยู่ข้างๆมะยม เบอร์สกาวโชว์ขึ้นและมะยมเหลือบไปเห็นพอดี คณาจึงกดตัดสายไปทันทีและปิดเสียงเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง

-

“สกาวอีกแล้วอ่ะ  ใช่สกาวในเฟสบุ๊คแก ที่เรียนถาปัตใช่ปะ”  มะยมแกล้งทำเป็นแซว

“อื้มใช่  ไม่รู้โทรมาทำไม รำคาญว่ะ”  คณาตีหน้าเซง

“แล้วปกติเขาโทรมาทำไมล่ะ”

“ปกติอะไรล่ะแก  ไม่เคยโทรมาหรอก  ไม่ได้สนิทขนาดนั้น”

“ไม่สนิทเลยหรอ แล้วเคยไปเที่ยวด้วยกันปะ”

“จะเคยได้ไงล่ะมะยม  เธอนี่ถามแปลก  อย่าพูดเรื่องนี้เลยไร้สาระหน่า  โดนสิรันกรอกหูมารึไงเนี่ย  สิรันก็อีกคนคิดเองเออเองทั้งนั้น”

            คณาทำเป็นเปิดหนังสือไปมาทั้งที่ในใจสั่นระทึกกลัวมะยมจับผิดอะไรได้  มะยมเองก็มองหน้าสบตากับโดนัทเป็นอันรู้กัน ไม่นานสกาวก็โทรมาอีกรอบแสงไฟลอดผ่านกระเป๋ากางเกงคณาทำให้คณาจำต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ

-

“ฮัลโหล สกาว  เค้ายังไม่เสร็จนะ  เพื่อนๆเค้ายังไม่รู้เรื่องกันเลยอ่ะ  เค้าคิดว่าอาจไม่ได้ไปเอาของแล้วล่ะ  ไว้วันหลังได้มั้ย”  สกาวเงียบไปครู่หนึ่ง

“อื้ม  ได้สิ  ให้เมื่อไหร่ก็ได้  ไม่เป็นไร” หญิงสาวปั้นเสียงใสทั้งที่น้ำตาเอ่ออีกตามเคย

“เอ้อ!!!....แล้วเค้าขอสมาธิอ่านหนังสือหน่อยนะ  อย่าโทรมาอีกได้มั้ยอ่ะ  ขอโทษจริงๆเค้าติวให้เพื่อนๆอยู่”

“ได้ค่ะ  ขอโทษนะไม่รู้ว่ารบกวนเธอ”

-

            คณาวางสายจากสกาวและถอนหายใจอย่างโล่งใจ คณาไม่รู้ตัวเลยว่าถูกโดนัทดักฟังอยู่ห้องน้ำอีกห้องหนึ่ง

“จากที่ฟังนะแกฉันว่ามันกิ๊กกันชัวร์เลย  พูดแทนตัวเค้าเธอด้วยล่ะ”  โดนัทคุยกับมะยมในระหว่างเดินไปซื้อกาแฟที่ร้านค้าใกล้ๆอาคารเรียนกันสองคน

“สงสารสิรันมันว่ะ  ไอคณาก็ไม่น่าทำแบบนี้เลย  สิรันก็เพื่อน  คณาก็เพื่อน ฉันล่ะไม่รู้จะช่วยใครดี  ช่วยสิรันก็สงสารคณา  ช่วยปิดบังเรื่องคณาก็สงสารสิรัน” มะยมพูดอย่างอ่อนใจ

“นั่นสิ  คนกลางนี่มันเหนื่อยจริงๆ นังสกาวนั่นก็หน้าด้านเนอะ  คณามีแฟนแล้วยังจะมายุ่งวุ่นวายอีก   ไร้ยางอายที่สุดอ่ะ”

“ว่าแต่เราเอาไงล่ะ” มะยมหันไปทำท่าครุ่นคิดใส่โดนัท

“เฉยๆไปก่อนแล้วกัน  สืบได้ก็สืบ ถ้าสิรันถามก็บอกไป  ไม่ถามก็ไม่ต้องบอกหรอก ไม่อยากเห็นมันทะเลาะกัน”

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            เช้าวันใหม่อากาศแจ่มใส   คณายืนออหน้าห้องสอบกับเพื่อนๆ  กำลังจะเข้าห้องสอบจึงโทรหาสิรันเพื่อขอกำลังใจ

“สิรันเค้าจะสอบแล้วอ่ะ  ตื่นเต้นว่ะ” คณาเดินไปเดินมาด้วยความตื่นเต้น

“หรอ  ก็ขอให้สอบได้นะ”  สิรันพูดน้ำเสียงเรียบเฉย

“อื้มขอบใจนะ  ก็หวังว่าจะทำได้  แต่วิชานี้เค้าแม่นอยู่  เมื่อคืนยังติวให้มะยมกับโดนัทอยู่เลย”

“อื้มดีแล้วล่ะ ตั้งใจละกัน”

“เป็นอะไรไม่สบายรึป่าว  ทำไมเสียงเธอดูแปลกๆ”

“ป่าว  ไม่ได้เป็นอะไรหรอก  ไงก็สู้ๆนะ เดี๋ยวนอนต่อแล้วล่ะ”

            คณาวางสายไปโดยไม่ได้ติดใจสงสัยในอาการเสียงที่ผิดปกติของสิรันคิดไปว่าคงเพราะสิรันยังงัวเงียที่ตื่นมารับโทรศัพท์แต่เช้า  ทางด้านสิรันวางสายจากคณาก็กำมือแน่นด้วยความเจ็บใจและเสียใจที่คณาหลอกลวงเธอ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            เย็นของวันนั้นสกาวโทรหาคณาตามปกติ  ซึ่งเธอโทรบ่อยขึ้นเพราะไม่ได้คุย MSN และ Facebook กับคณาเลยแม้แต่น้อย

“คณาครับ วันนี้มาเอาเครื่องรางที่เค้านะ วันนี้ทำข้อสอบได้ปะ”

“วันนี้ก็พอได้นะ  อืมเดี๋ยวดูอีกทีนะว่าเค้าจะกลับหอกี่โมง  แต่คิดว่าคืนนี้กลับเร็วล่ะ เพราะสอบเช้าบ่ายเลย  ต้องพักผ่อนเยอะหน่อย”

“แล้วนี่เธออ่านหนังสืออยู่ในคณะใช่ปะ”

“อ้อ......เอ่อ...ใช่ๆ  ไงเดี๋ยวกลับไปจะโทรหานะ”

“เธออย่าพูดให้เค้ารอเก้ออีกนะ   ถ้าเธอบอกจะโทรหา   เค้าก็ต้องรออ่ะ  เค้านั่งทำงานกับนิชาที่ร้านนมใต้หอเธอนะคณา โทรมาด้วยนะ”

            สกาวและนิชานั่งทำงานกลุ่มที่ร้านนมใต้หอของคณากันอย่างเคร่งเครียด  งานระดมเข้ามาทุกวันแต่เวลาเหลือน้อยลงทุกที นักศึกษาสถาปัตย์ต้องรู้จักบริหารเวลาให้ดี

            ประมาณเที่ยงคืนคณาโทรเข้ามาหาสกาวอย่างที่บอกเอาไว้  สกาวรับสายด้วยความดีใจ

-

“ฮัลโหล”  สกาวกรอกเสียงใส

“เค้าอยู่หน้าหออ่ะ เธอออกมาสิ”

-

            สกาวไม่รอช้าหยิบเครื่องรางและที่คั่นหนังสือออกไปพบกับคณาซึ่งยืนรออยู่หน้าหอด้วยท่าทีที่ลุกลนเช่นเดิม  สกาวนำถุงของไปยื่นให้คณาด้วยรอยยิ้มสดใส คณายิ้มตอบและรับของไว้อย่างเบามือ

-

“ขอบคุณมากนะ  เห้ยน่ารักดี” คณาดูที่คั่นกระดาษอย่างประหลาดใจที่เห็นตัวเองในชุดแบทแมนการ์ตูนตัวโปรด

“ไปอ่านหนังสือมาหรอ” สกาวมองการแต่งตัวของคณาดูดีเกินกว่าการจะไปอ่านหนังสือ  เสื้อคอปกและกางเกงขาเดป ดูเหมือนคณาไปไหนมาสักแห่ง   แต่สกาวก็ไม่ปริปากถาม

“เค้าคิดถึงนะ” สกาวบอกแก่คณา  คณายิ้มและได้เพียงยื่นมือมาลูบแก้มสกาวเบาๆ

“ตั้งใจทำงานล่ะ  เดี๋ยวเค้าจะขึ้นไปนอนพักแล้วนะ”

“กว่าจะได้เจอเธอมันเหนื่อยมากเลยเนอะ” สกาวยิ้มแห้งๆพร้อมน้ำตาซึม  “ฝันดีละกันน้องคณา”  สกาวตัดใจเดินกลับมา  คณาก็เดินขึ้นหอของเขาเอง

-

            คณาต้องหยุดสะดุดตรงหน้าประตูหอเมื่อมะยมมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ไม่คลาดสายตา  คณาตกใจจนทำถุงของที่สกาวให้หล่นจากมือ  มะยมเดินมาเก็บถุงของที่พื้นยื่นให้คณา  ด้วยสีหน้าที่มีคำถามมากมาย

-

“มีอะไรจะเล่ารึป่าวเพื่อน” มะยมยิ้มเจื่อนๆ

“คือ.....ฉันไม่ได้อะไรเลยนะ  พี่สกาวเขาชอบฉันเองอ่ะ  ฉันก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน”  คณาเดินไปคุยกับมะยมที่ม้านั่งริมคลองท้ายหมู่บ้าน

“คือแกไม่ได้ชอบ  พี่เขามาชอบแกงั้นหรอ  แล้วเขาไม่รู้รึไงว่าแกมีแฟน”

“พี่สกาวรู้  แต่เขาก็แค่รู้สึกดีด้วยอ่ะ  เนี่ยเขาก็เอาของมาให้  ฉันก็รับไว้ รักษาน้ำใจไปงั้นแหละ”

“แล้วทำไมไม่เล่าให้ฉันฟังเลยล่ะ  รู้ปะว่าสิรันมันเข้าใจแกผิด”

“มะยม  ถ้าเห็นฉันเป็นเพื่อนแกอยู่อ่ะ  ขอร้องล่ะเรื่องราววันนี้อย่าบอกสิรันได้มั้ย  ฉันไม่อยากให้สิรันคิดมากเรื่องไร้สาระนี่อ่ะ  เพราะมันไม่มีอะไรเลย  แต่สิรันกลับมาคิดเล็กคิดน้อย”

“ได้  ฉันก็คิดจะไม่บอกสิรันเหมือนกัน  สงสารสิรัน  แกคิดสงสารมันบ้างมั้ย”

“สงสารอะไรล่ะมะยม  ก็มันไม่ใช่เรื่องอะไรนี่นา  สิรันคิดมากไปเองนะ  ฉันกับสกาวไม่ได้เป็นอะไรกัน  เป็นคนรู้จักธรรมดาเท่านั้น”

“เคยไปกินข้าวด้วยกันปะ” มะยมยังไม่ค่อยเชื่อคณานักจึงถามคำถามนี้เพื่อวัดใจ

“เอ่อ.....ก็ครั้งนึงอ่ะ  พี่สกาวชวน”  โชคดีที่คณาตอบตรงกับภาพที่มะยมรู้มาจากสิรัน  แม้เธอจะไม่ได้เห็นภาพนั้นกับตา  มะยมจึงเชื่อที่คณาพูดและเต็มใจเก็บเรื่องราวในคืนนี้เป็นความลับต่อไป

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            ความกดดันตกมาอยู่ที่คณา  เมื่อเขาโทรคุยกับสิรันอย่างปกติแต่กลับรู้สึกได้ว่าสิรันไม่ปกติเท่าที่ควร

“วันนี้ข้อสอบออกตรงกับที่เค้าติวด้วยล่ะเธอ  มะยมกับโดนัทยิ้มเลยอ่านข้อสอบเสร็จ  ทำได้กันถ้วนหน้า”

“อื้มก็ดีแล้ว”

“แล้วสิรันจะมาหาเค้าวันไหนอีกอ่ะ  คิดถึงปลาทองจะแย่  อยากกอดที่สุดอ่ะ”

“ไม่ว่าง”

“เธองานเยอะอีกแล้วหรอสิรัน”

“ใช่  ฉันงานเยอะแยะไปหมด เคสเยอะจนทำไม่ถูกแล้ว  ไม่มีเวลาไปไร้สาระกับอะไรที่มันไร้สาระนักหรอก..คณา”

“สิรันเป็นอะไรไปอีกอ่ะ  เธอดูแปลกๆนะ”

“เครียดเข้าใจปะ  งานมากเกินไปเครียด  ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น  อย่าถามจุกจิกนักได้มั้ย”

“มีอะไรก็บอกเค้าได้นะ  เครียดเรื่องเค้ารึป่าวเนี่ย  เธอชอบคิดไปเองอ่ะ”

“คิดไปเองงั้นหรอ  หึหึ  เอ้อ...ถามอะไรหน่อยสิ  อย่าโกหกเค้านะ  ตอบตรงๆจะไม่โกรธ”

“อื้มถามได้ทุกเรื่องล่ะ”

“เคยไปไหนมาไหนกับคนที่ชื่อสกาวปะ” คำถามนี้ทำเอาคณาเงียบไปครู่หนึ่ง

“เงียบทำไม  เคยรึป่าว”  สิรันถามน้ำเสียงเย็นชา

“ไม่เคย  เค้ากับสกาวไม่ได้สนิทกันถึงขนาดไปไหนมาไหนด้วยกันนี่นา  แค่สนิทกันในเฟสเฉยๆ  ตอนนี้เค้าก็ปิดเฟสบุ๊คไปแล้วก็ไม่ได้คุยกับใครทั้งนั้น”

“ไม่เคยงั้นหรา”  สิรันกำมือแน่นน้ำตาไหลออกมาอย่างแค้นใจที่คณาโกหกเธอ  สิรันพยายามปรับเสียงให้เป็นปกติเพื่อไม่ให้คณารู้ว่าเธอร้องไห้

“แล้วทำไมต้องปิดเฟสบุ๊คด้วยล่ะ  ถ้ามันไม่มีอะไรจริงๆอ่ะ”

“ก็ปัญหามันมาจากเฟสบุ๊ค  ก็ต้องแก้ไขที่ต้นตอของปัญหา  ไม่มีเฟสบุ๊คเค้าก็ไม่ต้องคุยกับใคร  เธอก็จะไม่ต้องมาระแวงเค้าแบบนี้  เค้าตัดปัญหาทิ้งไปเลยอ่ะสิรัน  เค้าอยากให้เธอสบายใจนะ  ไม่ต้องมาคอยระแวงสงสัยเค้าแบบนี้อีกอ่ะ”

“ขอบใจนะ  ที่เป็นห่วงความรู้สึกเค้า  แต่บางทีปัญหาอาจไม่ใช่เฟสบุ๊คก็ได้  คณาเค้าให้โอกาสเธอได้พูดความจริงนะ  อยากบอกเมื่อไหร่ก็บอกมา  จำเอาไว้ว่าเค้าเกลียดคนโกหกที่สุด”

-

            หนุ่มน้อยถึงกับไม่เป็นอันอ่านหนังสือเมื่อถูกสิรันกดดันมาถึงขนาดนี้ คณาไม่รู้จะทำอย่างไรดี  คนหนึ่งก็แฟน  อีกคนก็ต้องรักษาน้ำใจให้ถึงที่สุด

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

           การสอบในวันต่อมาคณาใส่สร้อยข้อมือเครื่องรางนำโชคของสกาวเข้าห้องสอบด้วย  เพียงหวังว่าจะช่วยได้เพราะเขาไม่ค่อยได้อ่านวิชานี้มากนัก

“ฮัลโหล.....คณาสอบเป็นไงบ้าง”  สกาวโทรเข้ามาหลังจากคณาสอบเสร็จ

“เห้ยย!!!  เครื่องรางเธอช่วยได้มากเลยล่ะสกาว  เขาไม่ค่อยได้อ่านวิชานี้  แต่มันออกตรงกับที่เค้าอ่านผ่านตามาพอดีเลยอ่ะ  ขอบคุณมากนะสำหรับเครื่องราง”

“บอกแล้วว่ามันนำโชค  ขอให้เป็นแบบนี้ทุกวิชานะ  เอ้อ..คณาเดี๋ยวปลายเดือนมีงานคอนเสริตที่ร้าน HUFFY  เธอไปกับเค้ามั้ยเค้าได้บัตรฟรีมาล่ะ”

“เอ่อ...เค้ายุ่งๆอ่ะสกาวคงไม่ได้ไปหรอกนะขอโทษที”

“อ่าว! ทำไมไม่ไปกับเค้าล่ะ  เค้าอุตส่าไปขอบัตรฟรีมาเผื่อเธอเลยนะ”

“ขอโทษด้วยเพราะช่วงนั้นเค้าคงทำโปรเจคอย่างหนักเลยล่ะ  คงไม่มีเวลาไปเที่ยวแน่ๆอ่ะ”

“อื้ม  งั้นไม่เป็นไรจ่ะ”

-

            สกาวต้องผิดหวังที่ถูกคณาปฏิเสธ  ความหวังในการได้ไปเที่ยวกับคณาพังทลายลงอีกครั้ง  แต่เธอก็เริ่มชินกับความผิดหวังในแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยขึ้นในช่วงหลังนี้  แม้สกาวจะหวั่นใจอยู่ตลอดเวลาว่า  คณาจะไปจากเธอเมื่อไร......

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            หนุ่มคณาเกิดข้อสงสัยว่าทำไมสิรันถึงถามคำถามนั้นว่า      ‘เคยไปไหนมาไหนกับสกาวหรือไม่’      คณาจึงเปิดเฟสบุ๊คของเขาและเข้าไปดูในเฟสบุ๊คของสกาว และเขาก็พบรูปภาพที่สกาวอัพเป็นรูปคู่ของเขาและสกาวมากมายอยู่ในอลบั้มความทรงจำ   คณาหวั่นใจในทันทีว่าสิรันจะมาเห็นรูปหรือไม่  อีกทั้งสเตตัส  Facebook ของสกาวที่เพ้อรำพันถึงคณาอ้อมๆ ซึ่งเขารู้ดีว่าสกาวหมายถึงเขา  ตัดพ้อว่า 

            ‘ถ้าเธอกล้าจะบอกให้ฉันไปจากเธอ  พูดออกมาตรงๆและดังๆ  ก็กรุณาพูดออกมาอย่างชัดเจน  เหมือนตอนที่เธอเข้ามาคุยแรกๆที่ชัดเจน  และทำให้ฉันกลายเป็นคนที่ไม่ชัดเจนแบบนี้  พูดมันออกมา  จะไม่รั้งใดๆ  เพราะฉันรู้ว่าเธออยากไปจากฉันใจจะขาดแล้ว’

            ยิ่งกดดันคณาเข้าทุกทาง คณาจึงโทรไปหาสกาวทันทีในค่ำคืนนั้น

-

“นึกไงโทรมาเนี่ยคณา  แปลกจังปกติไม่เคยเห็นโทรมา  มีอะไรจะบอกเค้ารึป่าว”  สกาวกลัวอยู่ทุกวี่วันว่าเมื่อไรที่คณาจะโทรมาบอกเลิกกับเธอ

“ป่าวหรอก  ไม่มีอะไร  เค้าก็อยากคุยด้วย  ดูเหมือนเธอไม่สบายใจใช่มั้ย”

“ก็มีบ้างแหละ แต่ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวเค้าก็ดีขึ้นเองล่ะ  เธอไม่ต้องมาสนใจหรอกเค้าก็ไร้สาระไปเรื่อย”

“สนใจสิเธอ  เค้าแคร์เธอนะสกาว  ไม่อยากเห็นเธอเป็นแบบนี้เลยอ่ะ  ใจเค้าไม่เคยอยากให้เธอต้องมาเสียใจเลยนะ”

“เค้าเข้าใจ  ปล่อยเค้าเป็นแบบนี้ล่ะ  เดี๋ยวมันก็ชินไปเอง”  หญิงสาวน้ำตาไหลอีกรอบ

“อยากเห็นรอยยิ้มของสกาวนะ  ไม่อยากให้ต้องมาทุกข์ร้อนใจเรื่องเค้าเลย  หากมีอะไรที่เค้าทำให้เสียก็...ขอโทษนะ”

“ไม่ต้องขอโทษหรอก  เธอไม่ผิดหรอก”

“เอ่อ...สกาว.....เค้ามีเรื่องจะขอร้องอ่ะ”

“อื้ม....ว่ามาเลยเรื่องอะไรเค้าช่วยเธอได้หมดล่ะ”

“รูปเธอกับเค้าในเฟสบุ๊คเธอน่ะ  มันเสี่ยงมากเลยอ่ะ  เค้ากลัวสิรันหรือเพื่อนเค้าไปเห็นเข้าอ่ะ  เธอช่วยลบอลบั้มความทรงจำออกได้มั้ย......  เค้าขอร้อง” 

-

            สกาวน้ำตาไหลไม่หยุดเมื่อในที่สุดเจตนารมณ์ที่แท้จริงในการโทรมาครั้งนี้ก็ปรากฏขึ้น  สกาวแอบดีใจในตอนแรกว่าคณาเป็นห่วงเธอ  แต่สุดท้ายก็เป็นห่วงตัวเองกลัวสิรันจะมาเห็นรูปเหล่านั้น  หญิงสาวเกิดความรู้สึกอัดอั้นตันใจ  คับแค้นขุ่นเคืองขึ้นมาในทันที

“ไม่เห็นหรอกเธอ  เพราะเค้าไม่ได้เป็นเฟรนกับสิรันและเพื่อนๆของเธอ”

“แต่มันก็เสี่ยงอ่ะเธอ  สิรันมีเพื่อนเรียนที่นี่เยอะไง  บางคนที่เป็นเฟรนในเฟสบุ๊คเธออาจจะเป็นเพื่อนของสิรันก็ได้  ลบให้เค้าหน่อยนะ”

“ได้......เค้าจะไปลบให้แล้วกัน”

-

            สกาวรู้สึกว่าคณาไม่แคร์ ไม่ได้สนใจเธออย่างที่พูด  คณากำลังหลอกลวงให้เธอทำตามที่เขาต้องการนั่นคือ ลบรูปออกไป  สกาวจึงไม่ลบ  เธอออยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเธอไม่ทำตามที่คณาร้องขอ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

             ‘......“คนหนึ่ง”  โกหก  “อีกคน”  เพราะ “ความรัก”  ไม่อยากให้เสียใจ

“อีกคน”   ยอมแกล้งโง่ให้กับ  “คนหนึ่ง”  เพราะ  “ความรัก”  ไม่อยากให้เสียใจกันทั้งคู่

“หนึ่งคน”   ยอมโกหก  “อีกคน”  เพื่อไม่อยากให้  “คนหนึ่ง”  เสียใจเพราะ  “ความรัก”

แต่......................”คนหนึ่ง”   ไม่เคยรัก  “หนึ่งคน”

และ.......................”อีกคน”  และ “หนึ่งคน”  ยอมโง่เพื่อ  “คนหนึ่ง”

“อีกคน”  โง! ที่ยอมเชื่อทั้งที่ไม่เคยเชื่อ

“หนึ่งคน” โง่! ที่ยอมทนทั้งที่รู้ว่าไม่มีวันเป็นไปได้................คนที่ผิดที่สุดคือใคร.....’

-

            สิรันนั่งอ่านสเตตัส Facebook ของสกาวที่พยายามอธิบายเรื่องราวของคนสามคนไว้ทั้งหมด  สิรันรู้ตัวดีว่าเธอคือ  “อีกคน”  และคณา คือ “คนหนึ่ง”  สิรันร้องไห้ทุกครั้งที่เปิดรูปภาพของคณาและสกาว  แม้ในภาพจะไม่ได้เคียงข้างแนบชิด  แต่ภาพเหล่านี้ทำให้เธอรู้ว่า  แฟนหนุ่มที่เธอไว้ใจ  เชื่อใจ  ได้หักหลังและโกหกเธออย่างยากลำบากที่จะให้อภัยได้

-

“สิรัน  ตกลงแกเคลียร์กับคณารึยัง”  เปรยซื้ออาหารเย็นเข้ามาให้สิรัน  เพราะเธอไม่ยอมออกไปหาซื้ออะไรกิน  เพราะรู้สึกกินอะไรไม่ลง

“ยัง  ฉันรอให้คณามันยอมรับความจริงมา  อยากได้ยินความจริงจากปากมัน  แต่มันก็ยังโกหกไม่เลิกเลย”  สิรันน้ำตาไหลออกมาด้วยความเจ็บใจ

“ใจเย็นหน่าเพื่อน  กินข้าวเหอะสักนิดนะ  เดี๋ยวก็ต้องไปฝึกงานอีกโรงบาลไกลนะ  เดี๋ยวแกไม่มีแรงรู้ป่าว”

“กินไม่ลงว่ะ  ไม่อยากกิน  ยิ่งเห็นรูปนังนี่แล้วก็ยิ่งกินไม่ลง”  สิรันนอนคว่ำหน้า ปิดโน๊ตบุ๊คลงอย่างเหนื่อยใจ

“ก็เลิกดูได้แล้ว  ไม่ต้องไปดูอีก  ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก  สุดท้ายก็รู้แล้วว่ามันแอบคบกัน  ถูกมั้ย”

“ถ้าคณาไม่ยอมพูดความจริง  ฉันจะไปถามความจริงจากสกาวเอง”  สิรันพูดด้วยความแค้นใจ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

           สกาวเปิด Facebook ของเธอและเห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งแอดเฟรนมา  เธอจำได้ว่าเป็นเพื่อนของคณา  เพราะเคยเห็นไป comment ใน Facebook ของคณาเรื่องงานบ่อยๆ และเธอเดาว่าเธอผู้นี้จะเป็นเพื่อนของสิรัน เธอผู้นี้ก็คือ  มะยม นั่นเอง  แต่สกาวยังไม่กล้ากดรับ

-

“มะยมแอดเฟรนมาทำไมกัน”  สกาวพึมพำในขณะที่นั่งทำงานกลุ่มในห้องสมุดคณะสถาปัตยกรรม กับนิชาและดาต้า

“ใคร คือ มะยม หรอ”  นิชาถามขึ้นและชะเง้อมองหน้าจอโน๊ตบุ๊คของสกาว

“เพื่อนของคณา  และฉันคิดว่าเป็นเพื่อนของสิรันด้วย  ฉันว่า.....ตอนนี้สิรันคงกำลังสงสัยฉันแล้วล่ะ  และอีกไม่นานคณาต้องเลิกกับฉันแน่  ภาวนาขอให้สิรันอย่าโทรมาคุยกับฉัน  เพราะว่าคณาเคยบอกว่าถ้าสิรันได้คุยกับฉัน  คณาก็คงต้องเลิกกับฉัน”

“คณามันกลัวเมียหลวงเมียน้อยคุยกันแล้วไม่ตรงกันสิ  มันก็คงพูดกับเมียหลวงอย่าง  พูดกับเมียน้อยอีกอย่าง”  ดาต้าเบ้ปากด้วยความไม่สบอารมณ์

“ก็จริง  ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าคณาคุยกับสิรันถึงฉันว่าไงบ้าง”

“คงไม่ใช่แง่ดีอ่ะแก”  ดาต้ายังช่วยเสริม เพราะหล่อนไม่ชอบคณาเข้าไส้

            หญิงสาวโทรหาคณาในเช้าวันนั้น  เพราะอยากจะเจอกับคณา

“คณา  เที่ยงนี้ทานข้าวกันนะ”  สกาวรู้ดีว่าอาจถูกปฏิเสธได้ง่ายๆ

“ที่ไหนหรอ”

“โรงอาหารวิศวะนั่นล่ะ ว่างรึป่าว”

“เอ่อ...ได้ๆ  มาถึงก็โทรมาแล้วกันนะ”

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            พักเที่ยงสกาวรีบรุดไปโรงอาหารพร้อมกับดาต้าที่โดนสกาวบีบบังคับให้ไปเป็นเพื่อน  คณามาตามนัดโดยที่สกาวก็ยังแปลกใจว่าทำไมคณาถึงกล้ามาพบเธอ

            คณานั่งยิ้มเพราะทานอาหารเที่ยงเรียบร้อยแล้ว มองดูสกาวที่นั่งทานอาหารไปกับดาต้า สกาวซื้อช๊อคโกแลตคิทแคทมาให้คณา  อย่างเคยๆ

-

“คณา  เพื่อนเธอแอดเฟสบุ๊คเค้ามาอ่ะ”  สกาวเปิดประเด็นในระหว่างทานอาหารเที่ยงในโรงอาหารที่คนไม่ค่อยพลุกพล่านนักเพราะเป็นช่วงสอบ

“ใครอ่า  ชื่ออะไร”  คณามีสีหน้ากังวลในทันที

“ชื่อ  มะยม  น่ะ  แต่ไม่ต้องตกใจหรอกนะ  เพราะเค้าไม่ได้รับหรอก  รู้ว่ามะยมคงอยากเข้ามาดูบางอย่าง”

“ขอบคุณมากนะ เค้าไม่ค่อยสบายใจเลยว่ะ”  คณามีสีหน้าวิตกทันที

“กรรมใดใครก่อ”  ดาต้าพึมพำขึ้นมา  ก่อนจะลุกเดินไปซื้อน้ำอย่างไม่สนใจคณาว่าจะคิดอย่างไร

“ดาต้ามันแกล้งอ่ะ  อย่าไปสนใจเลยนะ”  สกาวแก้แทนเพื่อน  คณายิ้มเจื่อนๆ

“ไม่ต้องคิดมากนะคณา  หากเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ  เค้าช่วยเธออยู่แล้ว  เค้าจะไม่ยอมให้เธอต้องผิดใจกับสิรันหรอก  เพียงเธอบอกเค้ามาว่าเกิดอะไรขึ้น  เค้าพร้อมตั้งรับเสมอ อยากให้เธอ....อยู่กับเค้าไปนานๆ”

“ครับ  ขอบคุณ  แต่ยังไม่มีอะไรหรอกสกาว  ว่าแต่เธอลบรูปไปยังอ่ะ  เค้าว่ารูปอ่ะน่ากลัวสุดแล้ว”

“เค้าตั้งค่าอลบั้มนั้นเป็นส่วนตัวแล้วล่ะ  มีเค้าดูได้คนเดียว  เธอไม่ต้องกลัวนะ”  สกาวยิ้มมุมปากก่อนจะลงมือทานอาหารต่อ  เธอรู้แก่ใจดีว่าเธอไม่ได้ลบและไม่ได้ตั้งค่าใดๆเลย  นั่นคือ  สิรันสามารถเห็นรูปได้อย่างชัดเจน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

“สิรัน  พรุ่งนี้เค้าไปหาได้มั้ย  ไปกินสุกี้กัน  เค้าอยากกินอ่ะ”

-

             คณาพยายามโทรหาสิรันให้เป็นปกติที่สุดในค่ำคืนที่แสนเงียบเหงา  คณากลับบ้านไปด้วยความหวั่นใจในทุกๆเรื่อง

“ไม่ว่าง  บอกว่าช่วงนี้ต้องเตรียมไปฝึกงาน ไว้เจอกันก่อนวันที่ฉันไปฝึกงานแล้วกัน  แกตั้งใจอ่านหนังสือไปเถอะ”

“แต่เค้าคิดถึงเธอนะ  มาพบกันสักแป๊บไม่ได้เลยหรอ”

“อย่าให้ฉันต้องพูดมาก  เข้าใจปะว่าไม่ว่างอ่ะ เธอเอาเวลาไปนั่งทบทวนสิ่งที่ทำมาดีกว่านะ”

“ทำอะไรอ่ะ  เค้าไม่เข้าใจที่สิรันต้องการสื่อ เธอมีอะไรก็บอกมาตรงๆเลยดีกว่านะ  เป็นแบบนี้เค้าไม่สบายใจเลย”

“ใครกันแน่ที่ไม่ยอมพูดตรงๆ  ถ้าเธอกล้าพูดออกมานะ  ฉันก็จะพูดทุกอย่างเหมือนกัน  ใครพูดอะไรฉันไม่อยากรับฟังเท่าคำสารภาพของเธอหรอก คณา”

“จะให้เค้าสารภาพอะไรล่ะเธอ  มันไม่มีอะไรจริงๆอ่ะ  นี่เธอระแวงเค้าเรื่องสกาวใช่ปะ  เธอบอกมาเลยดีกว่า ให้เค้าทำไงเธอถึงสบายใจอ่ะ”

“เธอพูดความจริงมาเหอะคณา  เค้าจะไม่โกรธเลย อย่าโกหก”

“เค้าไม่ได้โกหกอะไรเธอเลยนะ  เชื่อเค้าหน่อยเถอะนะสิรัน  เชื่อใจเค้า”

“ถ้าเธอยืนยันว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ  กล้าให้ฉันคุยกับสกาวรึป่าวล่ะ”

“เอ่อ....คุยทำไมกัน  อย่าไปยุ่งกับพี่เขาเลยเธอ  เขาเป็นคนนอกไม่เกี่ยวกับเราสองคนเลยนะ  อย่าไปเอาคนอื่นมาเกี่ยวเลย”

“คนอื่นงั้นใช่ปะ  ไหนบอกว่าทำอะไรที่ฉันสบายใจไง  เอาเบอร์สกาวมาสิ”

“เธอจะโทรไปเลยหรอ”  คณานั่งกุมขมับอย่างหวาดวิตก ที่ม้านั่งหน้าบ้าน

“ทำไม  จะโทรไปเตี๊ยมหรอ”

“ไม่ใช่เลย  แต่คือเค้าไม่อยากให้สกาวมาเกี่ยวกับเรื่องของเราสองคนไง  เค้ารำคาญสกาวอ่ะบอกตรงๆ  เธอยิ่งไปดึงเขาเข้ามายิ่งปวดหัวนะ”

“ก็ถ้าเธอบริสุทธิ์ใจจริงก็อย่ากลัวสิ  เธอกลัวอะไร”

“ไม่ได้กลัวเลย  โอเคร๊งั้นเอาเบอร์ไปเลย  เค้าไม่มีอะไรจริงๆ  เค้าไม่รู้ว่าสกาวจะพูดอะไรให้เราแตกกันรึป่าวนะเธอ  อย่างที่บอกสกาวเหมือนจะชอบเค้า  แต่เค้าไม่ได้คิดอะไร”

“พูดเหมือนรู้ว่าสกาวจะพูดอะไรเลยนะ”

“สิรันอย่าหาเรื่องเค้าสิ  ไม่รู้อะไรหรอกแค่พูดในสิ่งที่มันอาจจะเป็นไปได้เท่านั้นล่ะ  เอาเบอร์ไปเลยถ้าเธอจะสบายใจ”

                 คณาบอกเบอร์ของสกาวให้แก่สิรัน  ด้วยความวิตกกังวลในใจอย่างมากมาย  เมื่อสิรันวางสายไปคณาเข้าไปเปิดดูใน Facebook เพื่อเช็คดูว่าอลบั้มความทรงจำของสกาวที่มีรูปคู่ของเขากับสกาวมันยังสามารถดูได้อีกหรือไม่  ปรากฏว่ายังดูได้ 

-

“ไหนว่าลบไปแล้ววะ  อะไรเนี่ยสกาว  เธอต้องการอะไรกันแน่”  คณาทุบโต๊ะทำงานในห้องนอนของเขาอย่างอึดอัดใจ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

“อ้าว!!!  ชนแก้ว”

            ดาต้ายกแก้วชูลอยทุกคนในโต๊ะต่างยกแก้วชนด้วยความสนุกสนาน  และเต้นไปกับคอนเสริตนักร้องชื่อดังภายในร้าน HUFFY

“เป็นอะไรไปสกาว  ดูเหมือนไม่ค่อยสนุกเลยนะ”  บลูเข้ามาคุยข้างๆพร้อมชนแก้ว

“ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ  ใจไม่ค่อยดีไงไม่รู้  อาจเพราะสกาวหวังว่าวันนี้คณาจะมาด้วย  แต่คณาก็ไม่ได้มา”

“ก็ดีแล้วล่ะ แล้วเป็นไงช่วงนี้กับคณา  ยังราบรื่นดีมั้ย”

“ไม่ราบรื่นเลย  ทุกอย่างดูแย่ไปหมด  กลับจากหน้าเป็นหลังมือ  ยิ่งช่วงนี้คณาก็กลัวสิรันรู้ทุกอย่าง  ทำอะไรไม่ได้เลย  ไม่รู้ตอนนี้สิรันจะรู้เรื่องรึยัง”

“รู้ก็รู้ไปสิ  สกาวไม่ได้ผิดคนเดียวสักหน่อย  คณาก็ผิดเหมือนกันจะมาโทษสกาวฝ่ายเดียวได้ไง”

“ก็อย่ารู้เลย  ถ้ารู้เรื่อง  สกาวกับคณาก็จบเหมือนกัน  แต่บางทีจบๆไปก็อาจจะดีกว่าที่เป็นอยู่” สกาวนั่งมองแก้วเหล้าด้วยความหวั่นไหว  ท่ามกลางความสนุกสนานภายในร้าน

            คอนเสริตจบลง  ลูกค้าภายในร้านต่างเมามาย  เต้นโยกย้ายกันอย่างสนุกสนาน  บลูและเมทากอดคอกันเต้นอย่างหวานชื่น  สกาวได้เพียงยืนมองด้วยความอิจฉาลึกๆ  สกาวนึกถึงวันปาร์ตี้คนเศร้าที่มีคณาอยู่เคียงข้าง  แต่ในวันนี้มันว่างเปล่า

-

ตืดดดด  ติ๊ดๆๆๆๆ  ตืดดดดดดดดดด................

-

สกาวหยิบมือถือขึ้นมาดูมีเบอร์ประหลาดโทรเข้ามา  สกาวรีบเดินแหวกผู้คนที่มากมายเหลือเกินในร้านเพื่อออกไปรับสายด้านนอกร้าน

“ฮัลโหลค่ะ”  สกาวเดินออกมานั่งม้านั่งด้านข้างร้านที่เงียบพอจะคุยรู้เรื่อง

“นี่พี่สกาวปะคะ”  ปลายสายถามด้วยเสียงสั่นๆ

“ใช่ค่ะ  นี่ใครคะ”  สกาวแอบหวั่นใจว่าจะเป็น......

------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 440 ท่าน