Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
สาปสกาว
สการินวดี
ระยะสุดท้าย
16
04/11/2554 23:33:35
462
เนื้อเรื่อง
สกาวนั่งดูรูปภาพที่ถ่ายคู่กับคณามาทั้งหมดแล้วรู้สึกเสียดายวันเวลาดีๆเก่า  ซึ่งตอนนี้มันเปลี่ยนตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

-

“ปีโป้รูปที่เอามือถือแกถ่ายให้ฉันอ่ะ  ขอหน่อยสิ” สกาวนั่งทำงานภายในห้องของปีโป้

“แท็กไปให้ใน เฟสบุ๊คแล้วไงไม่เห็นหรอ  ขี้เกียจเอาลงคอมยุ่งยาก  แท็กให้แหละง่ายดี”

“ในรูปเห็นคณาด้วยอ่ะนะ”  สกาวเบิกตากว้างรีบเปิด Facebook ของเธอ

“จะกลัวอะไรล่ะ สิรันเข้ามาดูไม่ได้หรอกหน่า”

“นั่นสินะ ลืมไปว่าสิรันเข้ามาดูไม่ได้  บางทีฉันก็อยากอัพรูปคณาไว้ในเฟสบ้าง  อยากเอารูปคู่ขึ้นบ้าง  แต่ก็ทำไม่ได้เลย” สกาวดูรูปที่ปีโป้ส่งให้ใน Facebook แล้วเศร้าใจ

“ก็เอาขึ้นสิ  ก็เป็นพี่น้องกันไม่ได้เป็นอะไรกัน  ไม่เห็นต้องแคร์เลย  แกแคร์แต่คณา  แต่ไม่เคยแคร์ใจตัวเองเล้ย”

“ไม่หรอก ทุกวันนี้ฉันเองก็แคร์ตัวเองมากเกินไปจนกลายเป็นเห็นแก่ตัวไปแล้วล่ะ ไหนขอเอารูปตอนที่ไปเที่ยว HUFFY ลงรูปโพไฟล์แล้วกันนะ ในรูปก็มีนิชาและดาต้าด้วย  ไม่ใช่รูปคู่คงไม่เป็นไรหรอก”

-

            สกาวเอารูปที่ไปเที่ยวผับ HUFFY เป็นรูปโพไฟล์ Facebook  เป็นเวลา 1 วัน  แต่เธอก็เปลี่ยนรูป  โชคดีที่สิรันไม่ได้เข้ามาเช็คว่าสกาวรับแอดเฟรนน้องของเปรยหรือไม่

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            “คณา ทำอะไรอยู่เอ่ย”

            หญิงสาวโทรหาชายหนุ่มในยามเย็นที่อากาศดีไม่น้อย  สกาวตั้งใจจะชวนคณาทานอาหารเย็นเพื่อจะมอบสร้อยข้อมือเครื่องรางนำโชคแก่คณา

“เค้าอยู่ในคณะน่ะ  กำลังจะไปหาสิรันแล้วล่ะ  มีอะไรรึป่าว”

“เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอก  ถามดูน่ะ  แล้วจะกลับมากี่โมง”

“ไม่แน่ใจอ่ะเธอ  เอางี้ได้ปะเดี๋ยวเค้ากลับมาถึงแล้วจะโทรหา  เธอก็อย่าเพิ่งโทรหาเค้านะ  เดี๋ยวงานเข้า”

“อื้มได้ๆ อย่าลืมโทรมาล่ะ”

            สกาวนั่งทำงานอยู่ห้องปีโป้อย่างเช่นทุกวันเพราะไม่อยากอยู่หอกับน้องชายตัวป่วน  เธอเฝ้ารอคณาโทรมา  รอแล้วรอเล่าก็ไม่โทรมา  จนเวลาล่วงไปถึงสามทุ่มกว่าๆ คณาก็ยังเงียบหาย  สกาวจึงเสี่ยงโทรไปหา

“ฮัลโหลสกาว  ว่าไง”

“เธอกลับมารึยังหรอ”

“กลับแล้วล่ะ  เพิ่งแยกกับสิรันเมื่อกี้เลยอ่ะ  หวุดหวิดมากเธอโทรมา”

“เดี๋ยวกลับรถตู้สินะ กลับมาไปทำโปรเจคต่อใช่มั้ย”

“กลับรถตู้จ่ะ  แต่เค้าจะไปกินเหล้า วันนี้อาจารย์ห้องโปรเจคพาไปเลี้ยงที่ร้านรื่นเริงน่ะ”

“วันนี้ก็เมาสินะ”

“ก็ขอวันนึงแล้วกัน  เครียดๆมาหลายวันอ่ะเธอ”

-

             สกาวรู้ดังนั้นจึงชวนเพื่อนๆไปทานอาหารค่ำที่ร้านรื่นเริง  ซึ่งมีอาหารอีสานรสชาติดี สกาว ปีโป้  และมีนา  ฝ่าลมฝนที่ตกโปรยปรายไปถึงร้านรื่นเริง  ภายในร้านมืดจากกระจกใสรอบร้านทำให้เห็นคนแน่นขนัด

-

“นี่เค้าเลี้ยงอะไรกันอ่ะ”  ปีโป้ชะเง้อมองเข้าไปในร้าน

“ไม่รู้สิ  คณาบอกว่าอาจารย์โปรเจคเลี้ยง  ไม่คิดว่าจะคนเยอะแบบนี้”

“อย่าบอกนะว่าปิดร้านเลี้ยงกันเลย” มีนาชักสีหน้าด้วยความเหนื่อยใจที่ลำบากฝ่าลมฝนมาไกลแต่กลับไม่ทานอาหารที่อยากทาน

            คณานั่งอยู่ด้านในร้านชนแก้วกับเพื่อนๆอย่างสนุกสนาน  เหลือบไปเห็นสกาวและเพื่อนๆยืนเหม่อมองอยู่หน้าร้าน  คณาถึงกับอึ้งและพยายามหลบหน้า

-

“น้องๆ  ร้านนี้เต็มยังอ่ะ”  มีนาเรียกถามพนักงานที่เดินออกมาหน้าร้าน

“เต็มแล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ” พนักงานเดินผ่านไปพร้อมสีหน้ามีนาที่สิ้นหวัง

“กลับเถอะร้านเต็ม  ไปกินร้านแถวสนามบินกันดีกว่า” มีนาเสนอร้านสำรอง

“เดี๋ยวฉันขอเจอคราก่อนได้มั้ยมีนา ปีโป้  ไม่ได้เจอคณาเลยอ่ะ” มีนาหันมองหน้าปีโป้อย่างเหนื่อยใจแต่ก็สงสารสกาวซึ่งยืนทำสีหน้าอ้อนวรเต็มที่

“เร็วๆละกันจะไปรอหน้าซอยนะ”  ปีโป้และมีนาเดินกางร่มไปก่อน  สกาวยืนกดมือถือโทรหาคณา กลางร่มอยู่หน้าร้าน

-

            คณาเห็นสายสกาวโทรเข้ามาก็กดปิดเสียง เขาไม่กล้าออกไปเพราะหากออกไปเจอสกาว โดนัทและมะยมต้องคาบข่าวไปบอกสิรันแน่ๆ  คณาได้เพียงแอบมองสกาวซึ่งยืนกางร่มอยู่หน้าร้าน  สกาวโทรหาคณาอย่างไม่ลดละ สิบกว่าสายคณาก็ไม่รับ  คณารู้สึกสงสารจึงตัดสินใจจะออกไปหาสกาว

-

“โดนัทเดี๋ยวไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะ” คณาบอกดดนัทซึ่งชนแก้วกับเพื่อนโปรเจคอย่างไม่สนใจ  ส่วนมะยมก็ไปดูเพื่อนๆแทงพลูไม่ได้สนใจคณาเช่นกัน

-

             คณาเดินเอามือกันฝนที่ตกปรอยๆออกมาหน้าร้านปรากฏว่าไม่พบกับสกาวแล้ว  มือถือของเขาก็มีแสงวูบวาบให้รู้ว่ามีคนโทรเข้ามา และแน่นอนว่าเป็นสกาว  ครากดรับสายสกาวอย่างรวดเร็ว

“ฮัลโหลสกาว ว่าไงครับ”

“เธออยู่ไหนอ่ะคณา  ทำไมเธอไม่รับโทรศัพท์เค้าเลย”

“เค้าไม่ได้ยินอ่ะเธอ”

“เค้าไปยืนรอเธอหน้าร้านรื่นเริงตั้งนาน  แต่เธอก็ไม่รับสาย  ไม่ได้ยินหรือตั้งใจไม่รับกันแน่” สกาวตัดพ้อขึ้นมา

“ไม่ได้ยินจริงๆอ่ะ  เธออยู่ไหนล่ะเค้าอยู่หน้าร้านแล้วเนี่ย”

“เค้าอยู่บนแท็กซี่แล้วจะไปกินข้าวที่อื่นแล้ว”

“อ่าว  แล้วทำไงอ่ะ”

“ไม่ต้องทำไงหรอก”  สกาวกดวางสายไปในทันที  คณาถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยใจก่อนจะกลับเข้าไปสังสรรค์กับเพื่อนๆต่อในร้านรื่นเริง

“ทำไมวางสายไปก่อนล่ะ  แอบได้ยินเหมือนคณาจะพูดอะไร”  มีนาหูดีนั่งใกล้สกาวจึงแอบได้ยินบทสนทนาที่แว่วออกมาจากมือถือสกาว

“ไม่มีอะไรจะพูดอ่ะมีนา  ฉันรุ้สึกได้ว่าคณาตั้งใจจะไม่ออกมาเจอฉัน  คงกลัวเพื่อนๆเห็นอีกตามเคย  จะกลัวอะไรนักหนา  ไม่เข้าใจเลยอ่ะ  เป็นแบบนี้มันทรมานจริงๆ  อยากเจอกันก้แสนยากลำบาก  มีอุปสรรคตลอดเลย” สกาวร้องไห้อีกรอบซบไหล่มีนา

“ก็บอกแล้วไงสกาว  ว่าคณาก็ต้องแคร์สิรันมากกว่าแกอยู่แล้ว  ไม่ได้ตอกย้ำนะแต่อยากให้ตาสว่างว่าแกไม่ได้มีความหมายอะไรในชีวิตคณาเท่าสิรันหรอก”  ปีโป้พูดให้สกาวคิดและนั่นทำให้สกาวยิ่งร้องไห้ไปตลอดทาง

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

             หญิงสาวรอการโทรมาง้อของคณา  เธอคาดหวังว่าการวางสายของเธอจะทำให้คณารู้ว่าเธอโกรธ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไร้วี่แววที่คณาจะโทรมา เธอใจอ่อนต้องโทรไปง้อคณาเอง

-

“คณา  เมื่อวานเค้าขอโทษนะ  เค้าหงุดหงิดโมโหหิวนิดหน่อยน่ะ”

“อื้มไม่เป็นไรหรอก เข้าใจๆ  เค้าก็เป็นที่รองรับอารมณ์บ่อยๆ อย่างสิรันนี่บ่อยเลยล่ะ”

“อย่างงั้นหรอ  แย่เลยสิ  แค่สิรันคนเดียวก็เกินพอแล้ว  ยังมาเจอเค้าที่งี่เง่าอีก  เค้าไม่น่าเอาแต่ใจเลยเนอะ  ทำให้เธอต้องลำบากใจตลอดเลย เค้าเรียกร้องมากไปทั้งที่ไม่มีสิทธิ์อะไรเลย”

“ไม่หรอกช่างมันเถอะ”

“เค้าคิดถึงเธอนะ  อยากเจอเธอมากๆ  คิดถึงเค้าบ้างมั้ย” สกาวรอคำตอบซึ่งคณาเงียบไปครู่

“อื้ม...คิดถึงสิ”  คำตอบของคณาที่ฟังดูแล้วฝืนใจทำเอาหญิงสาวเจ้าน้ำตาอย่างสกาวเริ่มมีน้ำตาปริ่มเบ้าตาอีกครั้ง

“จ้า  ขอบใจนะ ขอบใจเธอมาก”

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            สกาวนั่งทำงานในห้องนอนของเธอด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้มตลอดเวลา  เธอรู้สึกว่าเธอเหลือเวลาน้อยเต็มทีที่จะมีคณาไว้แบบนี้  ไม่นานเธอจะต้องสูญเสียคณาไปในที่สุดซึ่งเธอยังทำใจไม่ได้  เธอยังอยากได้รับความสุข  ความห่วงใย  ความหวังดีจากคณาซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่ามันคือความจริงใจหรือแค่เสแสร้ง

            หญิงสาวเข้า Facebook ดู  Facebook คณาที่ดูไม่มีการเคลื่อนไหวนัก  คณาไม่ค่อยได้เล่น  สกาวกลับมาดู Facebook ของเธอเองก็เห็นมีใครหลายคนแอดเฟรนมา สกาวกดรับอย่างไม่ได้สนใจว่าเป็นใคร  และแน่นอนหนึ่งในนั้นคือน้องของเปรย

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            “สิรันมีข่าวดีมาบอก”

            เปรยเดินยิ้มแก้มปริเข้ามาในห้องนอนซึ่งสิรันกำลังคุย MSN กับคณาอยู่ที่โต๊ะทำงาน

“อะไรของแก  ยิ้มแบบนี้เป็นข่าวดีด้านไหนเนี่ย”

“ น้องฉันโทรมาบอกว่ายัยสกาวรับแอดเฟรนมันแล้ว  แต่ข่าวร้ายก็คือว่า มันไปเห็นรูปคู่คณากับสกาวด้วยล่ะ”

“ว่าไงนะ”

            สิรันเบิกตากว้างไม่รอช้ารีบเปิด Facebook ของน้องสาวเปรยเพื่อลิงค์ต่อไปดู Facebook สกาวในทันที  และแน่นอนภาพที่สิรันเห็นทำเอาสิรันนั่งนิ่งอึ้งไปครู่ ทั้งรูปที่ร้านอาหารญี่ปุ่น  รูปตอนไปเที่ยว HUFFY รูปตอนไปกินชาเขียวที่ร้านในคณะวิทยาศาสตร์ สิรันมือสั่นเทาสมองไม่สั่งการใดๆ เหมือนโลกแตกดับมืดมิดไปหมดทุกสิ่ง

-

“สิรัน  แกไหวมั้ยเนี่ย” เปรยตบบ่าสิรันเบาๆ

“ไม่ ฉันไม่ไหว คณามันกล้าโกหกฉันขนาดนี้เลยหรอ” สิรันอ่านสเตตัสสกาวอย่างละเอียดและพอเข้าใจได้ดีว่าสกาวพูดถึงคณา

“แล้วแกจะเอาไง”

“นั่นสิเปรย  ฉันควรทำไงดี” สิรันโกรธจนตัวสั่น  น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่

“ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำไง  มันตื้อไปหมด คนที่ฉันรักและบอกว่ารักฉัน  ทำกับฉันแบบนี้ได้ไง” สิรันเข้าสวมกอดเปรยและร้องไห้โฮด้วยความเสียใจสุดแสนทรมาน

“ฉันว่าแกลองถามคณาดูก่อนมั้ย  บางทีมันอาจไม่ได้มีอะไรเกินเลยอย่างที่เราคิดก็ได้นะ  บางทีอาจแค่ไปเที่ยวกินข้าวกัน ในรุปก็ดูออกว่าไม่ได้ไปกันสองคนนี่นา”

“แกเข้าใจปะว่าหลายวันมานี้ฉันเริ่มเชื่อใจมันอ่ะ  เพราะมันไม่ค่อยเล่นเฟสไม่ได้คุยอะไรกับใคร  ฉันเชื่อไปแล้วว่าไม่มีอะไรอ่ะ  แล้วนี่มันอะไรอ่ะแก  หลักฐานชัดเจนขนาดนี้  ความไว้ใจที่ฉันมีให้มัน  พังทลายไปหมดแล้ว  ไม่เหลือแล้ว  ต่อให้ถามอะไรคณามันก็ต้องโกหกฉันอยู่ดี  เสียใจว่ะแก ทำไมคณามันทำแบบนี้อีกแล้วอ่ะ”

            สิรันร้องไห้โวยวายดังก้องห้องนอน  เปรยได้เพียงปลอบใจเพื่อนสาวด้วยความสงสาร พลางมองรุปสกาวด้วยสีหน้าเกลียดชัง

“ฉันไม่ยอมหรอกเปรย  แกได้ยินปะว่าฉันไม่ยอมแน่” สิรันโวยวายลั่นอย่างบ้าคลั่ง

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

เพล้ง !!!!

-

            สกาวทำแก้วเหล้าตกแตกเสียงดังภายในร้าน SODA ขนุนรีบเอาเท้าเขี่ยเศษแก้วเข้าใต้โต๊ะ

“เหม่ออะไรล่ะเรา อย่าคิดมากสิพี่อุตส่าชวนมาผ่อนคลายนะ  ไม่ใช่มาทำหน้าเครียด” ขนุนเรียกพนักงานร้านมาขอแก้วใบใหม่

“สกาวไม่สบายใจไงบอกไม่ถุกอ่ะพี่ขนุน ทั้งเรื่องงานและเรื่องคณา”

“ปล่อยวางเถอะ  ถ้ามันหนักมากจะแบกรับไว้ทำไม  ไม่ไหวก็ปล่อยไปเถอะคณาน่ะ  มันอาจถึงเวลาที่สกาวต้องคืนเจ้าของแล้วก็ได้นะ”

“ไม่ใช่ตอนนี้ได้มั้ยอ่ะ  สกาวยังไม่พร้อมเลย”  สกาวน้ำตาซึมอีกรอบ

“อย่าร้อง  ถ้าร้องไห้พี่กลับเลยนะ  ชวนมาให้สนุกไม่ใช่ให้มาเสียน้ำตา  โน่นคนที่สกาวลืมเดินมาโน่นละ” ขนุนใช้แก้วบุ้ยไบ้ไปทางหนุ่มใหญ่ที่เดินถือแก้วเปล่าเข้ามาให้สกาว

“ระวังเศษแก้วนะ” เปรมยื่นแก้วให้สกาวและเดินกลับไปโต๊ะหน้าบาร์ สกาวรับแก้วโดยไม่ทันได้อ้าปากขอบคุณใดๆ

“พี่เปรมก็ดูเป็นห่วงสกาวอยู่นะ”

“เค้าก็เห็นเป็นลูกค้าคนหนึ่งล่ะค่ะพี่ขนุน สกาวไม่ได้คุยกับพี่เปรมเลยอ่ะ มาเจอแบบนี้ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย  ไม่ว่าจะมีใครเข้ามาในชีวิตสกาว  แต่ในใจสกาวก็ยังระลึกถึงพี่เปรมตลอดเลย แต่ก็รู้ดีว่าไม่มีทางจะได้เป็นคู่ครอง  แต่ก็ขอมีพี่เปรมไว้เป็นกำลังใจก็พอ”     

            สกาวพูดด้วยรอยยิ้มจางๆ เมื่อร้าน SODA ปิดลง สกาวหันไปมองหาเปรมเพื่ออำลา แต่ก็ไร้วี่แวว สกาวและขนุนจึงเดินออกจากร้านมาพร้อมกับผู้คนที่ทยอยกันออกมา

-

“สกาวกลับเองได้นะ  พี่กลับหอก่อนล่ะ  กลับดีๆนะ” ขนุนแยกตัวกลับไปเพราะอยู่หอคนละทางกับสกาว  หญิงสาวยืนกด BB อยู่หน้าร้านเพื่ออำลาเปรมใน BB แทน

-

“ขึ้นรถสิ”      เสียงที่คุ้นหูดังอยู่ตรงหน้า  สกาวเงยหน้ามองเห็นเปรมขับรถ Camry สีขาวคันโปรดมาจอดอยู่ตรงหน้า  สกาวอึ้งไปเล็กน้อย

“บอกว่าให้ขึ้นรถ  จะกลับมั้ย”

-

            สกาวตกใจแต่ก็ยอมเดินไปขึ้นรถแต่โดยดี  ท่ามกลางสายตาลูกค้ามากมายที่ยืนออกันอยู่หน้าร้าน หนึ่งในนั้นคือ โดนัทและมะยม

“โดนัท  ฉันคุ้นหน้าผู้หญิงที่ขึ้นรถเจ้าของร้านไปอ่ะ” มะยมสะกิดโดนัทที่ยืนสูบบุหรี่หน้าร้านให้ดูสกาวที่เดินขึ้นรถเปรมไป

“ฉันไม่ทันเห็นอ่ะ  แกก็คุ้นไปเรื่อยนะยะ จะเป็นใครก็ช่างเถอะกลับดีกว่าง่วงนอน”  โดนัทเดินนำมะยมและเพื่อนๆไปยังลานจอดรถ

“ไอ้โดนัทฉันนึกออกแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” มะยมฉุดกระชากแขนโดนัทอย่างแรงด้วยความตื่นเต้นตกใจ

“โอ๊ยยย! นังมะยม  ไม่เอาให้แขนขาดไปข้างเลยล่ะยะ อะไรของแกเนี่ย”

“ผู้หญิงคนนั้น คือ สกาวไง  คนที่สิรันสงสัยอ่ะ”

“เอ้อ  แล้วไงอีก  ยัยสกาวแล้วไง  แขนฉันขาดแล้วสกาวมันมาต่อให้ได้รึไง  กลับๆเลยนะ”

-

ติ๊ด  ติ๊ด  ตี่ ติดๆๆๆๆๆๆ...........

-

“ฮัลโหลสิรัน  แกโทรมาพอดีเลยมีเรื่องจะเมาท์” มะยมรับสายสิรัน ทำเอาโดนัทซึ่งง่วงนอนนั่งยองๆเท้าคางอย่างเบื่อหน่าย

“ไม่มะยม  แกฟังฉันนะ  คณากับสกาวต้องมีอะไรมากกว่าการเป็นพี่น้องแน่  ฉันเห็นรูปคู่ของนางนั่นกับคณาใน Facebook คณามันโกหกฉันอ่ะแก”  เสียงสิรันดูดุดันและโมโหมาก

“จริงหรอแก  ทำไมคณามันทำงี้ล่ะ  แล้วคณามันยอมรับแล้วหรอว่าแอบกิ๊กกับสกาวอ่ะ”

“ยังๆ  ฉันยังไม่ได้ถามเลย  ฉันรู้ว่าคณาต้องปฏิเสธเสียงแข็งแน่  ฉันอยากให้แกไปสืบความจริงมาหน่อยว่าเรื่องราวจริงๆเป็นไงกันแน่  คณาบอกว่าแค่พี่   แต่ฉันว่าไม่ใช่พี่ธรรมดาหรอกไปเที่ยวเล่นกินข้าวกันถึงขนาดนี้”

“แล้วแกจะให้ฉันทำไงล่ะ สืบจากไหนล่ะแก”

“ลองหลอกถามคณาดู  แต่แกอย่าให้คณารู้นะว่าฉันรู้เรื่องแล้ว  ฉันอยากรู้ว่าหากฉันรู้เรื่องทั้งหมดแล้วคณามันจะยังโกหกอยู่อีกรึป่าว”

“โอเคได้เลย  แกอย่าคิดมากนะ  ฉันว่าหากคณามันกิ๊กกับสกาวนี่จริงๆล่ะก็  คงแค่ขำๆล่ะ  ยัยนี่ดูแรงอยู่  ที่ฉันจะเมาท์ให้แกฟังก็คือ ฉันเห็นสกาวขึ้นรถเจ้าของร้านเหล้ากลับไปโน่นแล้ว ท่าทาง  she จะแรงได้โล่อยู่อ่ะแก”

“แรงงั้นหรอ  เดี๋ยวก็ได้รู้กันว่าใครแรงกว่ากัน” เสียงที่ดุดันของสิรันทำเอามะยมกลืนน้ำลายไม่ลงคอเลยทีเดียว

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------  

            Camry สีขาวแล่นไปในเส้นทางที่ไม่ได้ไปหอพักของสกาว  หญิงสาวจำได้ดีว่ามันเป็นทางไปบ้านของเปรมซึ่งสกาวไม่ได้ไปเหยียบที่นั่นหลายเดือนแล้ว

-

“พี่เปรมจะพาสกาวไปบ้านพี่หรอคะ” สกาวถามขึ้นหลังจากนั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง

“ทำไมล่ะ จะกลับหอหรอ” เปรมกลับถามสวนทางกับความต้องการคำตอบของสกาว

“เอ่อ ไปบ้านพี่เปรมก็ได้ค่ะ  ไม่ได้ไปนานแล้ว  คุณป้าสบายดีมั้ยคะ”

“แม่สบายดี  นอนไปแล้วล่ะ”

“นึกยังไงถึงรับสกาวมาด้วยล่ะคะ  สกาวทัก BB ไปก็ไม่ค่อยคุยกับสกาวเลย”

“ก็พี่ไม่ว่างจะเล่น”

-

          ถึงบ้านสีขาวหลังเดิมที่คุ้นตา สกาวเดินเข้าบ้านด้วยความอุ่นใจ  นึกถึงเมื่อครั้งที่เคยคบหากับเปรมเธอมาที่นี่ค่อนข้างบ่อย  และไม่ได้มาอีกเลยหลายเดือน  สกาวแอบดีใจที่เปรมพาเธอมาที่นี่อีกครั้งเธอหวังในใจว่าเปรมอาจจะกลับมาให้ความสำคัญกับเธออีกครั้ง

“นวดให้หน่อยเมื่อยหลัง”

-

            เปรมเอ่ยร้องขอเมื่อสกาวเข้ามาในห้องนอนของหนุ่มใหญ่ที่คุ้นเคย  และการนวดเป็นสิ่งที่สกาวต้องทำประจำให้กับเปรม  เปรมนอนคว่ำกายลงบนเตียงอย่างสบายใจ หญิงสาวนวดไหล่ให้อย่างชำนาญและคุ้นเคย

“นานมากเลยนะคะที่ไม่ได้มาที่นี่  ไม่เปลี่ยนเลย”

“เป็นไงล่ะช่วงนี้” เปรมเปลี่ยนเรื่องทันที

“หมายถึงเรื่องอะไรหรอคะพี่เปรม”

“เรื่องทุกเรื่อง  แล้วแต่จะเล่า”  น้ำเสียงที่เย็นชาของเปรมทำเอาสกาวรู้สึกสับสนว่าเปรมพาเธอมาทำไมกัน เขาน่าจะดีกับเธอมากกว่านี้

“ถ้าเป็นเรื่องเรียนก็หนักเลยค่ะ  กำลังเครียดเลย แต่ถ้าเรื่องความรักยิ่งแย่กว่า”

“ยังไง”

“เด็กคนนั้นเหมือนจะหลอกสกาวเลยค่ะพี่เปรม  สกาวโดนหลอกอีกแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ” สกาวแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อนความเสียใจ

“หลอกยังไง”

“หลอกให้สกาวรู้สึกดี  หลอกให้สกาวรู้สึกว่าเค้าห่วงใย  แต่สุดท้ายก็ไม่อ่ะ  มันหายไปหมดแล้ว” สกาวพูดไปน้ำตาเอ่อไป

“แล้วจะทนทำไม”

“เอ่อ! .....สกาวไม่ได้อยากจะทนหรอกค่ะ  แต่แค่รู้สึกว่ายังขาดเขาไม่ได้  ยังทนไม่ได้ที่จะไม่มีเด็กคนนั้น”

“อืม...คิดดีๆแล้วกัน”

“แต่ถ้าพี่เปรมดีกับสกาวเหมือนเดิม  สกาวคงไม่ต้องการคณาอีกเลย”

“งั้นหรอ” เปรมเหวี่ยงตัวลุกนั่งในทันที และเดินไปหยิบโน๊ตบุ๊คมาเปิดบนเตียง

“พี่เปรมสนใจสกาวมากกว่านี้ได้มั้ย  พี่เปรมจะมีใครสกาวไม่ว่าเลย สกาวรับได้  แต่อย่าเฉยชากับสกาวแบบนี้นะคะ”

-

            สกาวเข้าไปจับแขนเปรมเป็นการร้องขออ้อนวร เปรมขยับแขนออก สกาวหุบยิ้มทันที  ความเงียบเข้ามาเยือน เมื่อเปรมเปิดดูข้อมูลงานอย่างไม่สนใจสกาว

“พี่เปรมโกรธอะไรสกาวหรอคะ” สกาวใช้เวลารวบรวมสติและถามออกไป

“เธอเห็นพี่เป็นอะไร ถามจริงๆ” เปรมหันมาจ้องหน้าสกาวด้วยสายตาแข็งกร้าว

“ไม่ได้เห็นเป็นอะไรนี่คะ  สกาวเห็นพี่เปรมเป็นคนที่สกาวระลึกถึงในใจเสมอ”

“พอเธอมีเด็ก เธอก็หายไปเลย  พี่ก็โอเคของพี่  ไม่สนใจพี่พี่ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเธอ  เพราะพี่เคยบอกไปหลายสิบครั้งว่า  ผู้หญิงของพี่ต้องมีพี่คนเดียว  แต่ในเมื่อเธอมีคนอื่น  ก็ไปเลยพี่ไม่เคยคิดเสียดายด้วย  เพราะถือว่าเธอไม่รักจริง  แล้วเป็นไง  วันหนึ่งโดนทิ้งมา  เธอจะมาเรียกร้องให้พี่กลับไปดีด้วย  มันไม่ง่ายไปหน่อยหรอสกาว พี่ว่าเธอคิดตลกไปแล้วล่ะ  พี่เป็นคนนะมีความรู้สึกเหมือนกัน  พี่ต้องเป็นที่หนึ่งไม่เคยเป็นตัวสำรองของใคร” เปรมต่อว่าสกาวจนหญิงสาวร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

-

“ที่สกาวมีคนอื่นอ่ะ  เพราะพี่เปรมไม่สนใจสกาวเลยต่างหาก  สกาวรู้ตัวว่าต้องตัดใจจากพี่เปรมสถานเดียว  สกาวจึงมองหาใครก็ได้ที่จะทำให้สกาวลืมพี่ได้  แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครเลยที่รักสกาวจริง  สกาวก็กลับมา  จริงๆแล้วสกาวไม่เคยไปไหน  สกาวยังวนเวียนอยู่รอบๆตัวพี่  แวะเวียนไป SODA เพื่อไปเจอพี่เปรมอยู่เสมอ  แต่พี่เองต่างหากที่ไม่เคยสนใจสกาวเลยแม้แต่น้อย  ถึงตอนนี้ก็ไม่มีทางจะมาสนใจ  สกาวจะไม่ร้องขอให้พี่เปรมมาสนใจอะไรในตัวสกาวอีกแล้ว  สกาวขอโทษที่บังอาจไปเรียกร้องทั้งที่ไม่มีสิทธิ์  สกาวจะกลับไปอยู่ในส่วนของสกาว  เป็นมดตัวเล็กๆที่นั่งมองพี่ไปวันๆ ให้พี่เดินเหยียบเล่นอย่างไม่สนใจ”

-

            เปรมรับฟังที่สกาวพล่ามทั้งน้ำตาแล้วก็อดสงสารหญิงสาวไม่ได้  เปรมเอื้อมมือไปปาดน้ำตาให้สกาว หญิงสาวโผเข้ากอดเปรมทันที

“เชื่อสกาวนะคะ  ว่าสกาวรักพี่เปรมมากจริงๆ สกาวยอมพี่ทุกอย่าง ขอให้สกาวได้พบเจอพูดคุยกับพี่เปรมมากกว่านี้  พี่เปรมคุยกับสกาวเหมือนเดิมไม่เมินเฉยเย็นชากับสกาวเหมือนทุกวันนี้  สกาวก็พอใจแล้วอ่ะ”

“ฟังพี่นะ  เธอจะมาจมปรักกับพี่ไม่ได้หรอก  สักวันหนึ่งเธอต้องไปมีอนาคตที่ดี  เธอต้องได้เจอโลกอีกว้างไกล  ผู้คนอีกมากมายรอจะทักทายรู้จักเธอ สกาวก็รู้ว่าพี่เป็นยังไง  พี่ก็จะเป็นของพี่แบบนี้จนกว่าจะพบคนที่ใช่จริงๆ  เราสองคนมันหมดบุญวาสนากันแล้ว  คงไม่มีทางสานต่ออะไรได้อีกแล้ว  ที่พี่เย็นชากับเธอทุกวันนี้เพราะอยากให้เธอไปให้ไกล  ไกลจากคนแบบพี่ที่มันไม่มีอะไรดีพอสำหรับเธอหรอก  เธอยังเด็กนะสกาว  อย่าเอาทั้งชีวิตที่มีค่าของเธอมาทิ้งไว้กับพี่เลย”

-

            สกาวได้เพียงร้องไห้จุกจนพูดอะไรไม่ออกกอดเปรมไว้แน่นอยู่นานสองนาน  หนุ่มใหญ่ถอนหายใจเบาๆ

“แล้วสักวันเธอจะได้พบความรักที่แท้จริง  เธออาจไม่ได้รักพี่จริงๆหรอกนะ แค่เพียงเธอไม่มีใครเท่านั้น ไม่ต้องร้องไห้”  เปรมปลอบโยนสกาวด้วยความผูกพันก่อนเก่า แต่ไม่มีความรักใดๆหลงเหลือให้สกาวอีกแล้ว

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            ผ่านไป 2 วัน สกาวไม่ได้คุยกับคณาเลยในทุกทาง  เธอไม่ได้โทรหาเพราะอยากรู้ว่าคณาจะโทรหาเธอบ้างหรือไม่ก็ไร้วี่แวว จนกระทั่งเธอจะเข้าดู Facebook ของคณา  ปรากฏเธอไม่สามรถดูได้ สกาวเข้าใจว่าคณาบล๊อกFacebook เธอไปเสียแล้ว

-

“คณา เธอบล็อก เฟสบุ๊คเค้าเลยหรอ มีปัญหาขนาดนั้นเลยหรอ”  สกาวถึงกับต้องโทรหาคณาในทันที

“เค้าไม่ได้บล็อกเธอหรอกสกาว  ที่เธอเข้าดูเฟสบุ๊คเค้าไม่ได้เพราะว่าเค้าปิดตัวเองไปต่างหาก”

“แล้วจะปิดทำไมอ่ะคณา  มีปัญหาอะไรกับสิรันหรอ”

“ไม่หรอก  คือ แบบว่าเค้าอยากมีสมาธิในการทำโปรเจคและอ่านหนังสือน่ะ  ถ้าเค้าไม่ปิดเค้าก็จะยังเล่นอยู่ตลอด ไม่มีสมาธิกันพอดี ก็เลยปิดชั่วคราว”

“ขนาดนั้นเลยหรอเธอ  พยายามเนอะ” สกาวพูดเชิงประชดเพราะเธอไม่เชื่อเหตุผลของคณาเลยแม้แต่น้อย

“แล้วเธอเป็นไงบ้างล่ะ”

“ไม่เป็นไงหรอกก็สบายดี  ทำงานเครียดๆเหมือนเดิม เธอไม่ค่อยออนเอ็มเลยเนอะ”

“พอดีเค้าให้เพื่อนลงวินโดว์ให้ใหม่แล้วต่อเอ็มไม่ได้อ่ะ  ไม่รู้มันเป็นอะไร”

“เค้าก็ไม่ได้คุยกับเธออีกสินะ โทรหาได้อย่างเดียว”

“ก็สักพักอ่ะเธอ”

            มันเริ่มชัดมากขึ้นทุกวันเมื่อคณาพยายามปิดกั้นทุกทางที่สกาวจะติดต่อเขาได้  สกาวจึงทำได้เพียงโทรหาคณาทุกวัน  วันละครั้งเพื่อไม่ให้คณารำคาญ

“ฮัลโหลคณาทำอะไรอยู่”  สกาวพยายามกรอกเสียงใส

“อ่านหนังสือน่ะเธอ  ปวดหัวมากๆเลย  เหลืออีกเยอะเลยล่ะ”

“วันนี้เธอจะกลับหอกี่โมงล่ะ  แวะมาเอาเครื่องรางที่เค้าได้ป่าว  เค้าทำที่คั่นหนังสือน่ารักๆให้เธอด้วยนะ”

“อ้อ! ขอบคุณมาก  เค้ายังไม่รู้เลยอ่ะว่าจะกลับเมื่อไหร่  คงประมาณตี 2 แหละมั้งเพราะว่ามีสอบเช้าเดี๋ยวไม่ไหว”

“งั้นเธอแวะมาเอาเครื่องรางด้วยนะ  เค้าอยากเจอเธอมากเลย  เค้าคิดถึงเธอนะ”

“อื้มเดี๋ยวไงถ้ากลับไปจะโทรหาแล้วกันนะ”

            การบอกแบบนี้ของคณาทำให้หญิงสาวเกิดการคาดหวังและรอคอย  สกาวนั่งทำงานพลางมองเครื่องรางที่เป็นสร้อยข้อมือ  และที่คั่นหนังสือที่เธอทำขึ้นตัดต่อรูปคณาจากโปรแกรมโฟโตช๊อบ ให้คณาอยู่ในชุดแบทแมนการ์ตูนตัวโปรดของคณา

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 352 ท่าน