Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
สาปสกาว
สการินวดี
สวนทาง
15
04/11/2554 23:31:32
543
เนื้อเรื่อง
 คณาเดินฝ่าลมฝนที่หนักหน่วงมาเจอนิชาและดาต้า ที่ยืนหลบฝนกันสองคนตรงฟุตบาทข้างป้อมยามที่มีหลังคากันฝน

“สวัสดีพี่นิชา  พี่ดาต้า  แล้วสกาวล่ะ”

“สกาวไม่มาแล้วล่ะ”  นิชาแกล้งหยอกคณา  และหัวเราะขำขันกับดาต้า

“อ้าว ! ทำไมเป็นงั้นล่ะครับ”  คณามีสีหน้างง

“ล้อเล่นจ่ะ  สกาวไปยืนโบกรถหน้าคณะอ่ะ”

“ฝนตกงี้อ่ะนะ  โห!”  คณาเหม่อมองออกไปด้านหน้าคณะ

“ฝนตกหนักไปปะเนี่ย  ล้อเลิกดีมั้ย  ไม่อยากไปแล้วอ่ะ”  ดาต้าบ่นพึมพำ

-

            คณาถือโอกาสรอสกาวโทรหาสิรันเพื่อบอกว่ากำลังจะไปดูหนัง  ไม่นานสกาวก็เดินฝ่าฝนเข้ามาด้วยสภาพเหมือนลูกหมาตกน้ำ  คณายืนยิ้มรับ

“เปียกหมดเลยอ่ะ  ไม่มีรถเลยสักคัน  แท็กซี่หายไปไหนหมดก็ไม่รู้”  สกาวบ่นพึมพำ  ฝนก็สาดเข้ามาในฟุตบาตรอย่างไม่ลดละ  คณายืนกอดอกข้างๆสกาว

“หรือค่อยไปวันหลังมั้ยเธอ  ถ้ามันไม่สมารถไปได้  เปลี่ยนไปกินอาหารญี่ปุ่นกันดีปะ”

“ไม่อ่ะ  เค้าอยากไปวันนี้เลยอ่ะคณา  กลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้ไปอีก  ไงก็จะไปให้ได้”

“อื้มๆ  งั้นก็รอแท็กซี่ต่อไป”

            สกาวยืนกอดอกตัวสั่นไปทั้งตัว  คณายืนข้างๆก็ไม่ได้ใส่ใจอาการหนาวสั่นของสกาวเลยแม้แต่น้อย  สกาวเกิดนึกน้อยใจขึ้นมาอีกรอบ

-

          ‘ ปกติถ้าคนเราห่วงกันจริง  คงไม่ปล่อยให้อีกคนยืนสั่นแบบนี้  ถ้าฉันเป็นเขา  ฉันจะถอดเสื้อนอกของเขามาคลุมให้ฉัน  แต่เขาก็คงต้องหนาวแทนฉันไป  ที่เขาไม่ทำอาจจะคิดไม่ถึง  หรือไม่ได้คิดว่าฉันจะหนาวหรือไม่  แต่ช่างเถอะ  หลายๆอย่างมันก็ฟ้องได้ชัดเจนอยู่แล้วว่าคณาคิดอะไรอยู่ในตอนนี้  เขาพร้อมจะไปจากฉันได้ทุกเมื่อ  แต่ฉันก็รั้งเขาไว้ทุกทางเช่นกัน’

-

            ไม่นานนักแท็กซี่ว่างคันหนึ่งก็เลี้ยวเข้ามาในคณะ  รับทั้ง 4 คนไปยังห้างสรรพสินค้าที่ใกล้กับมหาลัย  ในระหว่างทาง สกาว  นิชาและดาต้าพูดคุยกันในเรื่องต่างๆอย่างเฮฮา  ส่วนคณานั่งเบาะหน้าได้เพียงรับฟัง สกาวนั่งด้านหลังเบาะของคณา  เอื้อมมือไปเกาคางคณาเล่น

-

“หิวป่าวคณา”  สกาวถามขึ้น

“หิวเหมือนกัน  เดี๋ยวไปหาอะไรกินกันก่อนมั้ยล่ะ”

“ก็ดีนะ  แต่รถติดขนาดนี้เมื่อไหร่จะถึง”

“แล้วก็จะมาดูวันนี้  อะไรๆก็ไม่เป็นใจอ่ะสกาว  ฟ้าฝนรถติด  เห็นมั้ยว่าไม่มีอะไรสนับสนุนสักอย่าง”  ดาต้าพูดกวนๆสกาว

“เอาหน่า  เชื่อว่าต้องได้ดูวันนี้แหละ”  สกาวพูดอย่างมั่นใจ

“แต่ถ้ามีรอบค่ำมากไม่ดูนะ  ต้องรีบกลับมาทำงานต่ออ่ะ”  ดาต้ารีบแย้ง

“ทำไมแกไม่ดูกับน้องคณาสองคนล่ะ”  นิชาถามขึ้น

“ก็อยากดูกับพวกแกด้วยไง  อีกอย่างเดี๋ยวเกิดมีใครมาเห็นจะได้บอกได้ว่ามากันหลายคน  ใช่ปะคณา”

“เอ่อ! ...ก็อ่าฮะ ครับ”  คณาตอบไม่ถูกเลยทีเดียว  คณาจับมือสกาวที่คล้องคอเขาจากด้านหลังไว้มั่น

“เห้อออ! ลำบากเนอะ  คนเรา  อะไรๆที่มันไม่ใช่ของเรามันก็ลำบากแบบนี้ล่ะ  คืนๆไปเหอะ” ดาต้าพูดขึ้นเพราะไม่ค่อยชอบคณาสักเท่าไหร่ ทำเอาทุกคนเงียบพูดไม่ออก  นิชาหันมายิ้มเจื่อนๆให้กับสกาว  ส่วนคณาก็ปล่อยมือสกาวในทันที

 

‘……..เวลาที่เธอกุมมือ... จับมือของฉันเอาไว้.........ฉันรู้ถึงความในใจ.....ที่มีให้กันวันนี้........ความรักที่เธอให้มา...... หล่อเลี้ยงหัวใจที่ฉันมี....  อยู่กับเธอทุกนาที..เหมือนฝันงดงาม.....ฉันรู้ฉันควรดีใจ...ที่เดินข้างเธอวันนี้...... ฉันรู้ฉันควรยินดีที่มีเธอกอดฉันไว้.......แต่ลึกเข้าไปในใจอ่อนไหวกังวลอยู่ทุกวัน  ยิ่งลึกซึ้งยิ่งไหวหวั่น  ยิ่งรักยิ่งกลัว

............วันพรุ่งนี้จะยังคงฝันดีอยู่ไหม......จะมีกันและกันอยู่ไหม...มือของเธอจะอุ่นอยู่นานแค่ไหน.....  ช่วงเวลานี้จะอยู่ไปอีกนานเท่าไร  .....อยากขอให้วันเวลา....หยุดเอาไว้แค่ตรงนี้ไป.........  ตราบนานเท่านาน........

-

            เพลงจากวิทยุดังขึ้นเป็นเพลงที่โดนใจสกาวจนน้ำตาซึม  สกาวพยายามคว้ามือคณามาจับไว้อีกครั้ง คณาเงียบไปไม่พูดอะไร

“ชอบเพลงนี้จังเลย”  สกาวพูดขึ้นกอบกู้สถานการณ์ที่เงียบงัน

“วันพรุ่งนี้จะยังคงฝันดีอยู่ไหม  จะมีกันและกันอยู่ไหม  มือของเธอจะอุ่นอยู่นานแค่ไหน  เพ้อเจ้อว่ะ  สักวันก้ต้องเปลี่ยนไปกันหมดแหละหน่า”  ดาต้ายังพูดตัดพ้อไปเรื่อย

“เอ้อ  เพื่อนๆเดี๋ยวเรากินอะไรกันดีล่ะ”  นิชารีบเปลี่ยนเรื่องในทันที  ทั้งหมดจึงเปลี่ยนเรื่องคุย  คณานั่งนิ่งรู้ว่าดาต้าพูดถึงตัวเขาเอง

           

            เมื่อถึงห้างสรรพสินค้า  สกาวเดินห่างจากคณาดูแล้วไม่เหมือนคู่รักเดินข้างกันเหมือนเพื่อนเดินด้วยกันมากกว่า  สรุปแล้วดาต้าและนิชาก็ไม่ดูหนังด้วยเพราะเหลือรอบดึก  ดาต้าต้องรีบกลับ  คณาและสกาวจึงจองตั๋วกันสองคน 

            ทั้งสี่เข้าไปร้านอาหารญี่ปุ่นหลังจากที่ตกลงเถียงกันไปมาว่าจะกินอะไรดี  สุดท้ายก็มาจบที่ร้านอาหารญี่ปุ่นของโปรดสกาว

“ใส่แว่นทำไมเนี่ย” สกาวนั่งข้างๆคณาหันไปถามชายหนุ่มที่ได้เพียงนั่งอมยิ้ม

“ก็เค้าสายตาสั้นนี่นา”

“ก็น่ารักดีออก”  นิชาชมจนคณายิ้มเขิน

“เห็นป่ะว่าพี่นิชาบอกว่าน่ารัก”“อ้องั้นหรอ  นิชาก็ชมทุกคนแหละ  ต้องถามดาต้านี่”  สกาวหันไปหาดาต้าที่นั่งกด BB อย่างไม่สนใจ  ดาต้าเหลือบมองสกาวเมื่อรู้สึกว่าถูกจ้องมอง

“ถามหรอ  ก็โอเคนะ  เอ๋อๆดีอ่ะ”  ดาต้าตอบกวนๆและนั่งกด BB ต่อ  สกาวหัวเราะชอบใจ

“แล้วบอกสิรันปะว่ามาดูหนัง”  สกาวหันไปถามอย่างจริงจัง

“บอกว่ามาดูคนเดียวอ่ะ  เพราะปกติเค้ามาดูหนังคนเดียวบ่อย  แต่บอกเพื่อนๆที่ห้องโปรเจคว่ากลับมานอน”  คณายิ้มและดูดน้ำชาเขียวในแก้ว

“ลำบากหน่อยนะ”  สกาวหน้าเศร้าลงไปเมื่อเห็นว่าคราจะต้องคอยโกหกทั้งเพื่อนและแฟนเพื่อมาดูหนังกับเธอ

-

            สกาวดึงแว่นสายตาของคณามาสวมและให้นิชาถ่ายรูปให้  ไปๆมาๆก็กลายเป็นถ่ายรูปเล่นกันอย่างเฮฮาจนกระทั่งอาหารมาถึง  ทั้งหมดก็ลงมือรับประทานอาหารค่ำกันอย่างเอร็ดอร่อย

-

“อิ่มแล้วหรอ”  นิชาถามขึ้นเมื่อเห็นคณารวบช้อนและไหว้ข้าว  ซึ่งเขาจะทำประจำหลังทานข้าวเสร็จ  คณายิ้มและพยักหน้า

 

“อิ่มแล้วล่ะพี่นิชา”

“คณากินน้อยอ่ะ  ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ แล้วก็แปลกคณาไม่กินของร้อนเหมือนฉันเลย”  สกาวยิ้มร่าอย่างสุขใจ

            หลังจากอาหารมื้อค่ำ  ดาต้าและนิชาก็แยกกับสกาวและคณา  คณาและสกาวได้เข้าไปดูหนังกันสองต่อสอง

-

            หนังดำเนินเรื่องไปอย่างช้าๆเป็นหนังแนวแดร๊กคูล่าสยองขวัญ  สกาวเจ้าแม่หนังสอยงขวัญดูอย่างน่าเบื่อเพราะเนื้อเรื่องไม่ตื่นเต้น  เธอเดาเนื้อเรื่องได้ไม่ยากนัก  ส่วนคณานั่งดูอย่างตั้งใจและลุ้นไปกับเนื้อเรื่อง

            สกาวคอยมองคณาซึ่งนั่งใกล้ๆ  เธอรู้สึกบางอย่างว่านี่อาจเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้มานั่งดูหนังกับคณา  ตั้งแต่นั่งรถมาสกาวสัมผัสได้ว่าคณาเปลี่ยนไปมากเป็นอีกคนที่เธอไม่ค่อยจะรู้จัก  คณาคนนี้ไม่ได้มีแววตาที่ส่อถึงความรู้สึกดีๆ และความห่วงใยที่เคยมีให้เหมือนก่อน  คณาคนนี้ดูห่างเหินแม้จะนั่งใกล้กันมากก็ตาม

            แม้หญิงสาวรอแค่การเอื้อมมือมากุมไว้ของคณา  ก็ไม่มีแม้แต่จะขยับตัวเข้ามาใกล้ๆ  เธอจึงได้เพียงเอนหัวไปพิงไหล่ของคณาในช่วงจังหวะที่หนังไม่สนุกนัก  คราเอามือลูบหัวสกาวเล่นอย่างเบามือ  หญิงสาวแอบปาดน้ำตาที่ซึมออกมา  เธอไม่ได้รับความอบอุ่นจากมือของคราอีกแล้ว  ทุกอย่างหายไปหมดสิ้น

            หนังจบลงคณาและสกาวเดินดุ่มๆออกจากโรงภาพยนตร์  ผู้คนทยอยกันเดินออกจาห้างสรรพสินค้าในเวลา 5 ทุ่ม

“เค้าว่าไม่ค่อยสนุกเลยอ่ะเนื้อเรื่องเดาได้”  สกาวบ่นขึ้น

“แต่เค้าว่าสนุกดีออก  ชอบเลยล่ะ”  คณายิ้มอย่างชื่นชอบ

“หรอ  อื้ม  คนเราก็ชอบอะไรไม่เหมือนกันหรอกเนอะ” 

             สกาวรู้สึกว่าความรู้สึกของเธอและคณาสวนทางกันแล้ว มิหนำซ้ำความคิดความชอบก็สวนทางกันอีก  ดูทุกอย่างขัดแย้งและไม่เข้ากันไปหมด  เหมือนบางสิ่งพยายามแยกเธอและคณาให้จากกันไป

-

 

“ฮัลโหล สิรันได้ยินปะ  อื้ม  เค้าออกจากโรงแล้วล่ะเดี๋ยวก็กลับหอแล้วล่ะเธอ”  คณารับสายสิรันในขณะที่เดินออกจากห้างกับเธอ ขึ้นสะพานลอยไป  เขาปล่อยสกาวให้เดินตามหลังอย่างไม่สนใจ หญิงสาวเดินน้ำตาซึมตามชายหนุ่ม ไปอย่างช้าๆ

-

‘ฉันยอมแพ้แล้วคำสาป  ฉันไม่รั้งผู้ชายคนนี้ไว้อีกแล้ว  เขาไม่ได้รักฉันและไม่มีวันรัก  ฉันพร้อมจะรับผลกรรมที่ไปแย่งคนรักของคนอื่นมาเป็นของตัวเองแล้วล่ะ  ในที่สุดก็รู้ว่าไม่สามารถครอบครองสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง’

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            บรรยากาศในรถแท็กซี่ที่มีสกาวนั่งด้านในและคณานั่งริมประตู  เงียบงันมีเพียงเสียงเพลงที่ดังจากวิทยุ สกาวนั่งเงียบไปตลอดทางจนคณารู้สึกผิดสังเกต

“เป็นอะไรไปสกาว” คณาเอื้อมมือมากุมมือหญิงสาวเอาไว้

“ป่าวนี่  เหนื่อยๆง่วงๆอ่ะ  เบื่อๆด้วยเดี๋ยวก็ต้องกลับไปทำงานอีกแล้ว”

“ตั้งใจๆ เดี๋ยวก็ผ่านไปได้  เดี๋ยวเค้าก็ต้องทำโปรเจคเหมือนกันล่ะ  เหนื่อยเหมือนกัน”

“ใช่ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป  แต่วันเวลาดีๆมักผ่านไปเร็วกว่าเวลาทำงานเนอะ  คนเรามักรู้สึกเสียดายเวลาเหล่านั้น” สกาวพูดไปน้ำตาคลอ  เธอต้องแอบปาดน้ำตาเมื่อจังหวะที่คณาหันไปมองนอกรถ

“เธออย่าเครียดเลยนะครับ” คณาอ้อนสกาวสบสายตาที่ห่วงใยและโน้มหัวซบไหล่หญิงสาว  มือก็ยังกุมไว้มั่น

“อืม.....ไม่เป็นไรหรอก  ไม่เป็นไรเลย  เดี๋ยวมัน....ก็ผ่านไป”

-

             สกาวพูดด้วยน้ำเสียงสุดเศร้า หนุ่มคณารับรู้ได้ถึงอาการของสกาวแต่เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากเงียบและนิ่งพิงไหล่หญิงสาวไปตลอดทางจนเข้าสู่เขตมหาลัย  คณาปล่อยมือสกาวและนั่งตัวตรงเหมือนไม่ได้เป็นอะไรกับสกาว  สกาวรู้สึกใจหายช่วงเวลาที่ดีๆมันจบลงแล้ว

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            หลังจากกลับจากดูหนังสกาวและคณาก็พูดคุยใน MSN กันเป็นปกติโดยไม่มีอะไรแปลกไป  นอกจากความรู้สึกของสกาวและคณาที่เริ่มสวนทางกัน

-

คณา : เป็นไงบ้าง  มีกำลังใจทำงานบ้างยัง

สกาว : ทำไมต้องมีอ่ะ555+

คณา : ก็เค้าไปดูหนังด้วยอ่ะ  ไม่ต้องก็ได้ ชิชิ

สกาว : ขอบใจมาก ถ้าเค้าเข้มแข็งจะไม่รบกวนเธอบ่อยๆแล้วนะ ^^  เดี๋ยวเค้าว่าจะไป SODA แป๊บนึง  ไปหาฐนิตาอ่ะ  ไม่เจอกันนาน  เอ้อ! วันนี้เค้าลืมให้เครื่องรางเธอด้วย  วันนี้เอาไปแล้วแต่ลืมให้อ่ะ

คณา : โอเคร๊  อย่าลืมเอามาให้นะ  ไปแล้วรีบกลับล่ะ

สกาว : คร้า  เป็นห่วงเค้าด้วยหรอ

คณา : ห่วงดิๆ แล้วไปก็ต้องเจอพี่เปรมสินะ

สกาว : ไม่รู้เหมือนกัน  บางทีเขาอาจไม่เข้าร้านก็ได้  อยากเจอพี่เปรมเหมือนกัน

คณา : กลับดีๆแล้วกัน

-

            สกาวพยายามแสดงให้คณาเห็นว่าเธอยังรักเปรมอยู่มากเพื่อดูว่าคณาจะสนใจเธอบ้างหรือไม่  ผลก็คือไม่เลย  คราก็ยังคงเฉยไม่มีอาการใดๆ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            บรรยากาศในร้าน SODA ดูคึกคัก  ลูกค้าไม่มากนักแต่ก็พอเต็มร้าน  สกาวเดินไปหาฐนิตาที่โต๊ะและกอดกันกลมด้วยความคิดถึง

“ไม่เจอแกนานมากอ่ะสกาว”  ฐนิตาทักทายพลางลูบผมสกาวที่สั้นผิดหูผิดตาไป

“ใช่สิแก  ฉันงานเยอะจะแย่อ่ะ  เป็นไงผมสั้นของฉันตลกปะ”

“ไม่นี่ก็ดีออกหน้าเด็กดี  แต่ดูแกโทรมๆไปนะสกาว”

“โทรมสิก็งานท่วมหัวมากมาย อีกอย่างก็คิดมากเรื่องคณา”  สกาวและฐนิตานั่งลงในโต๊ะซึ่งมีเพื่อนๆของฐนิตาประมาณสามสี่คน  สกาวมองไปยังหน้าบาร์  เห็นเปรมยืนกด BB อย่างไม่สนใจสิ่งแวดล้อม

“นี่แกยังคุยกับคณาอยู่อีกหรอ”  ฐนิตาถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ

“อื้มก็คุยกันมาเรื่อยๆ  แต่ตอนนี้รู้สึกว่าอะไรๆกำลังเปลี่ยนไปแล้วล่ะ  รู้สึกเหมือนกำลังโดนหลอกยังไงไม่รู้”

“อย่างแก ผ่านยอดชายเจ้าชู้อย่างพี่เปรมมานี่ยังโดนหลอกอีกหรอเนี่ย  มีระดับเทพกว่าพี่เปรมอีกหรอ”

“นั่นสินะ คณาเนียนเวอร์มากเลยแก  จนฉันรู้สึกว่าคณาจริงใจ  แต่หลังๆเริ่มไม่ใช่ละ  เรื่องคาวๆเริ่มเข้ามาเรื่อยๆ  คิดว่าไม่นานฉันกับคณาคงจบ”

“จบไปเหอะผู้ชายแบบนี้อยู่ไปก็ลดค่าตัวเองป่าวๆ  ฉันไม่เคยคิดจะลดตัวลงไปคบกับผู้ชายสองใจเลยรู้ปะ  ฉันเลือกได้ก็ต้องเลือกที่ดีๆไม่ใช่เลือกเลวๆ  แล้วกับพี่เปรมนั่นล่ะ เป็นไงบ้าง” ฐนิตา สาวสวยเฉี่ยวมั่นใจในตัวเองเหลือบไปมองทางเปรมซึ่งหันมามองทางสกาวพอดี

“ตั้งแต่คุยกับคณา  ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องพี่เปรมเท่าไหร่  แต่ก็ยังคิดถึงอยู่  อยู่ในใจตลอด  แต่พี่เปรมก็คงลืมฉันไปแล้วล่ะไม่ค่อยได้คุยกันเลยอ่ะ”  สกาวดื่มเหล้าที่ฐนิตาชงให้

“แล้วพี่เปรมรู้ปะว่าแกคุยกับคณา”

“รู้แหละเพราะฉันเอารูปคู่ฉันกับคณาขึ้น BB ตลอดอ่ะ  แต่พี่เปรมก็ไม่ได้สนใจอะไรเลยนี่สิ”  สกาวยิ้มแห้งๆและมองไปทางเปรมซึ่งยืนมองไปรอบๆร้าน

“ปล่อยลุงเปรมไปเถอะ  คณาก็ปล่อยไป  หาใหม่ในอนาคตแกต้องได้เจอเนื้อคู่ที่เป็นของแกจริงๆ”

“ที่เป็นของฉันจริงๆงั้นหรอ  ถ้าไม่มีสำหรับฉันล่ะแก  ถ้าเนื้อคู่ฉันเพิ่งตายไปเมื่อวาน  ฉันก็ต้องขึ้นคานสินะ  ฮ่าๆๆๆ”

“แช่งเนื้อคู่ตัวเองทำไมยะ”  ฐนิตาและสกาวนั่งดื่มและพูดคุยกันไปสักพักสกาวก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อ

-

            หญิงสาวเดินแหวกผู้คนที่เริ่มเยอะขึ้นเพื่อไปหาเปรมที่โต๊ะ เปรมยืนกด BB และเห็นสกาวเดินเข้ามาหา  เปรมยิ้มเล็กๆ

“พี่เปรมไม่เจอกันนานเลยนะคะ”  สกาวยกมือไหว้เปรม หนุ่มใหญ่รับไหว้

“อื้ม! นั่นสินะ เธอก็ไม่ค่อยมา SODA เลยนี่”

“งานเยอะนี่คะ  อยากมาหาพี่เปรมเสมอล่ะ  บางครั้งมาก็ไม่เจอพี่”

“อ้อหรอ นึกว่ามัวอยู่กับเด็ก”

“ไม่เลยค่ะ  แต่สกาวต้องกลับแล้ว ไว้คุยกันใน BB นะคะ  สกาวทักไปพี่เปรมก็ตอบสกาวบ้างนะคะ”

“อื้ม!” 

            เปรมรับปากผ่านๆซึ่งสกาวรู้ดีว่ายังไงเปรมก็ไม่ค่อยตอบ BB อยู่ดี  หญิงสาวเดินออกจากโต๊ะเปรมและเดินแหวกผู้คนเพื่อจะออกจากร้าน  ผู้หญิงผมปะบ่าคนหนึ่งเดินสวนกับสกาว  อะไรบางอย่างทำให้สกาวเหลียวหลังกลับไปมองผู้หญิงคนนี้  เธอเห็นสาวปริศนาเดินเข้าไปคุยกับเปรมที่โต๊ะอย่างสนิทสนมแต่เธอกลับไม่เห็นหน้า  เธอเข้าใจว่าคงเป็นเด็กๆของเปรมทั่วไป  สกาวถอนหายใจก่อนจะเดินออกจากร้านไปอย่างอ่อนใจ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            ยิ่งนับวันสกาวแทบไม่ได้คุยกับคณาเลย  คุยกันใน MSN เล็กๆน้อย ส่วน Facebook ไม่ได้คุยกันเลยแม้แต่น้อย

คณา : งานถึงไหนแล้วเธอ

สกาว : เรื่อยๆอ่ะ  ทำไมวันนี้ออนเฟสล่ะ

คณา : ส่งงานให้เพื่อนทางเฟสบุ๊ค เดี๋ยวต้องออกแล้วล่ะ

สกาว : ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยออนเฟสบุ๊คเลยล่ะคณา

คณา : เค้าทำงานน่ะ  กลัวไม่มีสมาธิก็เลยอย่าเล่นดีกว่า  ออกก่อนนะ เดี๋ยวต้องไปต่อวงจรแล้วล่ะเธอ

-

            สกาวไม่เชื่อที่คณาบอกเลยแม้แต่น้อย  เธอคิดว่าคณาจะต้องมีปัญหาอะไรกับสิรันเรื่อง Facebook แน่ๆจนเธอไม่กล้าไปโพสหรือคอมเมนท์อะไรในFacebook ของคณาเลยแม้แต่น้อย

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

คณา : ฮัลโหลๆๆๆ  เทอๆๆ

-

            คณาทักทายเข้ามาในค่ำคืนที่สกาวเครียดงานจนอยากจะร้องไห้  แต่เมื่อเห็นคณาทัก เข้ามาใน Chart Facebook เธอก็ดีใจมากแต่ก็แอบน้อยใจที่คณาไม่ออน Facebook เลย  และไม่ค่อยรับโทรศัพท์สกาว

-

สกาว : จ้า  ว่างาย  ทำงานถึงไหนแล้ว

คณา : ดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับจ่ะ ^^

สกาว : ดีแล้ว ทำไมวันนี้ออนเฟสได้ล่ะ

คณา : อ่าววว  ไม่ออนก็ได้นะ  ก็อยากพักบ้างอะไรบ้าง

สกาว : ก็ถามเฉยๆ  อารมณ์ไม่ดีสินะโทษทีแล้วกัน

คณา : ไม่เป็นไรๆ  เค้าขอโทษๆ ที่ไม่ได้คุยกับเธอเลย

สกาว : ไม่เป็นไรหรอก  ไม่ต้องคุยกันทุกวันก็ได้  เค้าก็เกรงใจเธอเหมือนกัน

คณา : ไม่อ่ะ  ไม่ต้องเกรงใจ  ถ้ามีไรแล้วเค้าจะบอกนะ

สกาว : ถ้ามีไร  คือ  อะไรอ่ะ  เค้ารู้สึกว่าเธอฝืนๆที่ต้องมาคุยกับเค้าเลย  เค้าเข้าใจว่าเธอหวังดีกับเค้านะ แต่ดูเหมือนเค้าจะเรียกร้องนั่นนี่เธอมากเกินไป  อยากเจอเธอ  คิดถึงเธอ  เกินกว่าที่เธอมีให้ได้ เค้าถึงบอกว่าเกรงใจไง

คณา : บอกว่าไม่ต้องๆ

สกาว : เอาเป็นว่าถ้าเค้าไม่สบายใจจริงๆค่อยกวนเธอดีกว่าเนอะ

คณา : ยังไงก็ได้คร๊าบบบ

สกาว : แต่เค้าจะไม่รบกวนเธอมากแล้วล่ะ  เค้าเข้มแข็งแล้ว เธอตั้งใจทำงานนะ

คณา : เค้าว่าเค้าจะงีบสักหน่อยอ่ะ

สกาว : เค้าขอโทรไปคุยได้มั้ย

คณา : คุยอารายอ่า

-

            สกาวทนกับการคุยในอินเตอร์เน็ทไม่ไหว  เพราะมันมีแต่ตัวหนังสือ  ไม่ได้ยินน้ำเสียงไม่สามารถบอกถึงความรู้สึกที่แท้จริงได้ เธอจึงโทรหาคณาแทน

“ว่าไงสกาว  เธอเป็นอะไรไปอีก  ไม่ร่าเริงอีกแล้วนะ”  คณาต้องออกมาคุยนอกอาคารเช่นเดิม

“คณา  เธอรู้สึกมั้ยว่าเราไม่ได้เจอกันเลย  เราไม่ค่อยได้คุยเอ็มกันเลย  เราห่างกันมากเลย รู้สึกรึป่าว”

“ก็รู้สึกแหละ  ก็เค้างานเยอะ  เธอเองก็งานเยอะ  ต่างคนต่างทำงานอ่ะเธอให้ทำไงดีล่ะ”

“แต่การที่เราจะได้เจอกันมันไม่ยากเลยนะคณา  หอเราอยู่ใกล้กันไม่กี่เมตร  อย่างสิรันอยู่ตั้งไกลเธอยังไปเจอได้เลยอ่ะ เค้ารู้สึกว่าเธอไม่อยากเจอ  ไม่อยากคุยกับเค้า”  สกาวร้องไห้โฮออกมาอย่างอึดอัดใจ

“ไม่ใช่หรอกสกาวเธออย่าร้องไห้สิ  อย่าคิดแบบนั้น  ช่วงนี้เค้าหนักจริงๆอ่ะ  เรื่องนั้นเรื่องนี้ปวดหัวไปหมด  แล้วเค้าชอบเอาทุกเรื่องมารวมกันมันก็เลยแย่ๆหน่อยอ่ะ  ขอให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อนได้มั้ย”

“คณา เค้ารู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไปมากเลย”

“เค้าเปลี่ยนไปยังไงอ่ะ”

“เธอไม่สนใจเค้าเลยสักอย่าง  เธอไม่เหมือนคณาคนเดิมที่คอยห่วงใยสนใจเค้า  จนเค้าไม่รู้ว่าที่เธอเคยดีกับเค้ามันมาจากใจจริงหรือแค่เสแสร้ง”

“เค้าเหมือนเดิมแหละสกาว  ไม่ได้เปลี่ยนไป  แค่ตอนนี้เค้าไม่มีเวลาให้เธอจริงๆอ่ะ  ปัญหาก็เยอะด้วยอ่ะ”

“ถ้าเป็นปัญหาเกี่ยวกับเค้าก็บอกมานะ  เค้าจะได้ช่วยให้เธอไม่มีปัญหา  เค้าอยากประคับประคองเรื่องของเราไปให้นาน  แต่ถ้าเธอไม่ไหวจริงๆก็บอกนะ  เค้าจะไม่รั้ง”

“ไหวสิๆ  แต่ขอให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อนได้มั้ยอ่ะ”

“ผ่านช่วงโปรเจค ก็ไปเจอสอบ  ผ่านสอบก้เจอโปรเจค  เสร็จโปรเจคก็ปิดเทอม  เราก็คงไม่ได้เจอกันหรอก”

“มันก็ต้องได้เจอกันบ้างแหละหน่า  เธอใจเย็นนะสกาว  อย่าเพิ่งคิดอะไรมากในตอนนี้  ตั้งใจทำงานไปก่อนให้มันผ่านไปก่อนได้ปะ”

 -          

         ผลสรุปสุดท้าย สกาวก็ยังคงต้องทนรอต่อไปด้วยเงื่อนไขที่คราวางไว้ว่าใหผ่านช่วงสอบและโปรเจคไปก่อน สกาวทำใจยอมรับเพราะไม่มีสิทธิ์จะต่อรองใดๆ

------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 434 ท่าน