Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
สาปสกาว
สการินวดี
กลับหน้า...เป็นหลัง
14
04/11/2554 23:29:09
538
เนื้อเรื่อง
  ในมือของหญิงสาวมีช๊อคโกแลตคิทแคทที่ซื้อเอาไว้  เดินลงมาพบกับหนุ่มคณาซึ่งนั่งสวมแว่นสายตาตบยุงอยู่เพียงลำพังที่ม้านั่งใต้หอของสกาว  ในเวลาตี 4 กว่าๆ

            คณายิ้มรับหญิงสาวที่เดินมานั่งข้างๆ  พลางยื่นช๊อคโกแลตให้  คณารับและมองสกาวด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย

“ขอบคุณครับ  ไงสกาว  ดีขึ้นยัง”  คณานั่งหันมองหญิงสาวที่นั่งอมทุกข์อยู่ข้างๆ

“ไม่ดีเลยอ่ะ  รู้สึกแย่ๆ  อะไรๆมันก็ดูแย่ไปหมด”

“อย่าคิดมากเลยนะ  เธอต้องเข้มแข็งสิ ยังมีงานอีกเยอะมั้ยคืนนี้”

“เยอะอยู่นะ  พรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงานกลุ่ม  ช่วงนี้งานกลุ่มเยอะมากอ่ะ”

“สู้ๆแล้วกัน  เค้าก็ต้องทำโปรเจค  ช่วงนี้ต่อวงจรด้วยหนักเลยอ่ะ”

“เธอเองก็สู้ๆนะ  เค้าก็ต้องสู้ล่ะแต่ก็ไม่มีแรงจะทำอะไรเลย  เรื่องบางเรื่องมันพูดยากเนอะ สำหรับคนบางคน”  สกาวนั่งกอดเข่าและมองพื้นดินอย่างเลื่อนลอย  คณาจ้องสกาวอย่างไม่ลดละ

“มีอะไรก็บอกได้นะ  เค้าไม่อยากให้เธอเป็นงี้เลยอ่ะ  เธอกับพี่เปรมเป็นไงอ่ะช่วงนี้”

“ก็คุยใน BB กันบ้าง  ไม่ค่อยได้คุยหรอก  พี่เปรมเขาไม่ค่อยตอบเท่าไหร่  เด็กเขาเยอะแยะ”

“ชีวิตเธอน่าสงสารจัง  อย่าคิดมากล่ะรู้ป่าว” คณาเอามือมาบีบจมูกสกาวเชิงหยอก  หญิงสาวจึงจี้เอวคณากลับในทันที  คณาสะดุ้งโหยงยืนขึ้นทันที  สกาวหัวเราะร่ากับท่าทีของหนุ่มน้อย

“ถ้าแกล้งเค้าแล้วหัวเราะได้ก็เอาเลย  แต่อย่าดีกว่าเค้าไม่ไหวแน่เลยอ่ะ ฮ่าๆๆๆ” คณานั่งลงกับที่เดิมและหันไปยิ้มจางๆให้สกาว

“ไม่แกล้งเธอหรอกหน่า  เค้าเป็น FC เธอนะจะแกล้งได้ไง”

“อีกแล้วพูดเรื่องนี้อีกแล้ว”  คณาหน้าบูดลง

“ขำๆหน่า  ก็เธอ มีแฟนคลับเยอะนี่  หรือว่าผู้หญิงเหล่านั้นไม่ใช่แฟนคลับเธอ”  สกาวหันไปจ้องหน้าคณาเค้นความจริง  คณาหลบสายตามองท้องฟ้ายามค่ำคืน

“ไม่ใช่ไง  ก็เพื่อนๆกันทั้งนั้นล่ะ”

“มีใครเป็นแบบเค้ามั้ยอ่ะ”  สกาวตัดสินใจถามไปอีกครั้ง

“ไม่มีหรอก  เค้าอ่ะไม่ค่อยอยากทำร้ายใครหรอก  เมื่อก่อนเค้าเคยมีสาวเยอะมาก่อนอ่ะ เคยมีผู้หญิงคนหนึ่ง  ก็จีบๆไป  แต่ตอนนั้นเค้ายังไม่มีแฟนนะ  ก็คุยกันแล้วผู้หญิงคนนั้นติดเค้าอ่ะ  เค้าไม่ได้คิดอะไรไงก็แบบพยายามไม่รับโทศัพท์เขาไรงี้  รู้สึกผิดที่ทำให้ผู้หญิงคนนั้นคิดไปไกล  หลังจากนั้นเค้าก็ไม่ค่อยกล้าทำไรแบบนั้นอีก  ไม่อยากให้ใครเสียใจ” คณาเล่าเรื่องราวในอดีตของเขาให้สกาวฟัง  แต่สกาวกลับรู้สึกว่าเป็นการบอกอะไรบางอย่างกับเธออ้อมๆ

-

“แล้วเค้า....จะเป็นแบบผู้หญิงคนนั้นมั้ยอ่ะ”  สกาวน้ำตาซึมเล็กน้อยในการถามคำถามนี้

“ไม่หรอก  คิดมากหน่า”  คณาเอามือมาขยี้หัวสกาวเล่นกลบเกลื่อน

“วันนึงถ้าสิรันรู้เธอจะทำไง”

“เอ่อ....จะให้สิรันรู้ไม่ได้  ถ้าเกิดว่ารู้ขึ้นมาจริงๆ เค้าก็....ต้องเลิกคุยกับเธอจริงๆแหละสกาว” คณาพูดเสียงเศร้าๆ

“ไม่หรอก  สิรันจะไม่มีทางรู้หรอก  ช่วยกันประคับประคองกันไปจนเค้าจบนะ  เธอจำสัญญาได้ใช่มั้ย”

“อื้มได้สิ”  สีหน้าของคณาเริ่มเปลี่ยนไปเป็นครุ่นคิดบางอย่าง

“คณา  ไปเดินเล่นกันเถอะ  เค้าไม่เคยเดินไปหลังหมู่บ้านเลย อยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง”  สกาวยิ้มร่าแต่คณาเริ่มมีสีหน้ากังวล

“ก็มีคลอง  ไม่มีอะไรหรอก”

“อยากไปอ่ะ  พาไปดูหน่อยนะ  เธอกลัวเพื่อนสิรันเห็นหรอ”

“ก็...เอาตรงๆก็กลัวอ่ะ”  คณายิ้มเจื่อนๆ  สกาวหุบยิ้มเจือจางลง

“แย่จังเลยเนอะ  อุปสรรคมันเยอะเหลือเกิน  เธอคงลำบากใจมากสินะ”

“ก็มีบ้างอ่ะเธอ  แต่เค้าก็จะทำในสิ่งที่ทำได้นะ  สิ่งไหนทำไม่ได้และเสี่ยงก็คงไม่กล้าเสี่ยงอ่ะ”

“อยากไปหลังหมู่บ้านอ่ะ  ป่านนี้เพื่อนสิรันหลับไปแล้วล่ะ  เชื่อสิตี 5 แล้วนะ”  สกาวยังลองใจคณา สกาวมองสีหน้าคณาที่ดูลำบากใจไม่น้อย

“อื้ม  ไปสิๆ”

            ทั้งสองเดินเคียงกันไป  แต่คณาพยายามเดินออกห่างสกาวประมาณเมตรจนสกาวรู้สึกได้ว่าคณาระวังตัวตลอดเวลา

“อากาศเย็นๆเนอะ” สกาวชวนคณาคุยแก้สถานการณ์ที่ดูเครียดลงไป

“อื้มใช่  เธอหนาวหรอ”

“ไม่หรอก  กำลังดี  เพื่อนสิรันอยู่หอไหนกันบ้างล่ะ”  สกาวมองหอพักแต่ละตึกที่เรียงรายในหมู่บ้าน

 “ก็ตั้งแต่หอนี้เข้าไปเลยอ่ะ อยู่หอเดียวกับเค้าด้วย”  คณาพาสกาวเดินมาถึงหน้าหอของคณา  สกาวมองไปรอบๆบริเวณที่เงียบสงัด

“ด้านหลังเป็นคลองหรอ  อยู่มาหลายปีไม่เคยเดินมาดูเลยอ่ะ”  สกาวพยายามชะเง้อไปเบื้องหน้า  เสียงวงเหล้าคนเมาแว่วมาเบาๆ

“อื้ม  แต่อย่าเดินไปเลยมีคนกินเหล้ากันอยู่อ่ะ  ไปเถอะก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะแถวนี้”  คณาเดินนำกลับอย่างร้อนใจ สกาวยิ้มมุมปากรู้ทันว่าคณาไม่อยากอยู่บริเวณนั้นนานนัก  แต่เธอก็เดินกลับไปโดยไม่ร้องขอใดๆ

“เดี๋ยวเธอกลับห้องเลยมั้ย  เค้าว่าจะไปร้านค้าหน้าหมู่บ้านซื้อกาแฟกินสักแก้ว”  คณายังเดินรักษาระยะห่างกับสกาว

“งั้นเค้าไปด้วยละกัน  ยังไม่อยากขึ้นห้องเลยอ่ะ”  สกาวเหลือบมองสังเกตสีหน้าคณาที่ดูไม่ค่อยดีนัก

“เสียงพวกกินเหล้าด้านหลังดังมาถึงนี่เลย”  คณาหันหลังไปมองเพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครมาเห็นเขาและสกาว

“นั่นสินะ  เมาก็นอนๆไปสิเสียงดังจริงๆ”

“ไม่เหมือนเค้านะสกาว  เค้าเมาน่ารักนะเธอ  วิ่งรอบต้นไม้ตอนไปรับน้อง  ฮ่าๆๆๆ ปกติเค้าเมาก็หลับไปเลยอ่ะ ไม่ได้โวยวายอะไรแบบนี้”

“น่ารักงั้นหรอ  ฮ่าๆๆๆ”  สกาวมองคณาเชิงหยอก  คณาทำสีหน้างอนๆ

“ใช่สิ  ไม่น่ารักหรอกเค้าอ่ะ”

“คณา  เดินตรงๆสิ  เธอเดินหลังค่อมนะเนี่ย เสียบุคลิกหมด”  สกาวเอามือตบหลังคณาเบาๆ  คณายืดตัวขึ้นให้หลังตรงทันที  สกาวยิ้มมองหนุ่มข้างๆด้วยสีหน้าเอ็นดู

“อืมพูดเหมือนสิรันเลย  สิรันก็ชอบบอกว่า คณาทำไมแกต้องเดินหลังค่อม  เค้าก็เป็นงี้มานานแล้วอ่ะเปลี่ยนไม่ได้แล้วล่ะ”

-

            รอยยิ้มบนใบหน้าหญิงสาวค่อยๆจืดจางลงช้าๆ  เมื่อได้ยินคณาพูดถึงสิรันขึ้นมา  ในหลายครั้งหลายเวลาที่เธอมีความสุขเคียงข้างคณา  เธอมักลืมเจ้าของที่แท้จริงของคณาไปหมดสิ้น ซึ่งเมื่อก่อนคณาเป็นฝ่ายที่ไม่พูดถึงสิรันแต่สกาวจะเป็นฝ่ายคอยแซวถึง  แต่พักหลังสกาวพยายามไม่พูดถึงเพราะเมื่อนึกถึงสิรันเธอมักรู้สึกผิดและน้อยใจชีวิตที่เกิดมาเจอเรื่องราวแบบนี้ซ้ำซาก  แต่คณากลับเป็นฝ่ายพูดถึงสิรันบ่อยขึ้นแทนตอกย้ำว่าใคร คือ คนรักที่แท้จริงของเขา

-

“พรุ่งนี้สิรันก็มาหาแล้ว  เธอก็เลิกนอยสิรันได้แล้วนะ”  สกาวพูดน้ำเสียงเศร้าๆ 

“อื้ม  ไม่หรอก  เดี๋ยวก็มีเรื่องให้นอยอีกแหละ เดี๋ยวเค้าไปซื้อกาแฟแป๊บนึงนะ”

-

            สกาวยืนรอคณาหน้าร้านสะดวกซื้อเพียงลำพัง  จังหวะนั้นมีมอไซด์ขับผ่านหน้าเธอ  สกาวเงยหน้ามอง  คนขับ คือ โดนัท ซึ่งกลับจากไปกินเหล้า  โดนัทหันมองสกาว  แต่โดนัทจำสกาวไม่ได้  แต่หญิงสาวกลับรู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยเห็นโดนัทที่ไหนสักแห่ง

“กินมั้ย กาแฟ” คณาเดินออกมาเมื่อโดนัทขับรถผ่านไปได้สักพัก

“ไม่อ่ะ  เค้ากินมาเยอะแล้ว  กินมากจนไม่ได้ผลอะไรกับเค้าแล้วล่ะ  อย่างเค้าต้อง M150 แล้วล่ะเธอ ฮ่าๆๆๆ”

            คณาและสกาวเดินเคียงข้างกันไป จนถึงหอของสกาว

“ขอบใจนะที่ลงมาเจอเค้าอ่ะ”  คณาหยุดยืนส่งสกาวหน้าหอพัก

“อื้ม  ไม่เป็นไร  ก็บอกแล้วว่ายินดีช่วยเธอเสมอล่ะ”

“จ้ากลับหอดีๆล่ะ  ถ้าไม่นอนก็คุยเอ็มกันต่อละกันนะ”

-

----------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            คณาเดินกลับหอไปเพียงลำพังพลางระแวงมองไปรอบๆหอ  กลัวว่าโดนัทและมะยมจะมาเห็นเข้า  คณาเดินขึ้นหอไปจนถึงหน้าห้องของเขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นโดนัทยืนเคาะประตูอยู่

-

“อ้าว ! โดนัท  มีอะไร”  คณาถามหน้าตื่น

“แก  ฉันลืมกุญแจไว้ในห้องอ่ะ  ขอนอนด้วยดิ  เคาะตั้งนานนึกว่าหลับไปแล้วซะอีกกำลังจะโทรหาเลย ไปไหนมา”

“เอ่อ...ไป..ไปซื้อกาแฟมา”

“อ้าวหรอ  ฉันก็เพิ่งขับรถผ่านร้านค้ามาเมื่อกี้เอง  เมานิดหน่อย  ไปนอนเหอะแกเปิดประตูๆ”

“เอ่อ  อ้อ  อื้ม”  คณาตกใจ  ใจหายวาบ  เขากลัวว่าโดนัทจะเห็นเขากับสกาว  แต่เมื่อโดนัทไม่ถามเขาจึงได้เพียงเนียนๆเปิดประตูห้องเข้าไป

“ศิลากลับบ้านหรอแก” โดนัทกลิ้งลงไปนอนบนเตียงพลางถอดแว่นตาคู่ใจวางลงบนโต๊ะข้างเตียง ส่วนคณาเดินเข้าห้องน้ำไป

“ใช่ๆกลับบ้าน  พรุ่งนี้สิรันมาหาด้วย”  คณาตะโกนออกมาจากห้องน้ำ

“จริงอ่ะ  ชวนสิรันเล่นไพ่ดีกว่า  ฮ่าๆๆ  มันไม่ค่อยมีดวงฉันรวยตลอดเลยเล่นกับมันอ่ะ”

-

ติ๊ง ตึง!!!

-

            เสียงเตือนของ MSN ดังขึ้นซึ่งคณาเปิดค้างหน้า MSN  ของสกาวเอาไว้ลืมปิด  โดนัทหันมองไปหน้าคอมพิวเตอร์ที่ห่างจากเตียงไปประมาณเมตรกว่า

-

“ใครทักมาหว่า” 

            โดนัทที่สายตาสั้นมาก พยายามหยี่ตาอ่านข้อความที่ขึ้นแต่ก็มองไม่เห็นนัก  คณารีบออกจากห้องน้ำมาที่โต๊ะคอมพิวเตอร์และเห็นสกาวทักมาก็ต้องตกใจ

-

สกาว : ขอบใจนะคิดไม่ผิดที่ลงไปคุย ตอนนี้ก็เห็นจะมีแต่เธอที่ทำให้เค้าหายเศร้าได้

-

            คณารีบปิดหน้านั้นและเหลือบมองโดนัทซึ่งนอนกด BB อย่างไม่สนใจอะไรนัก  คณาถอนหายใจเฮือกใหญ่และตอบสกาวไปโดยเหลือบมองโดนัทตลอดเวลากลัวว่าโดนัทจะเห็น

-

คณา : บอกแล้วว่าพร้อมเป็นกำลังใจให้เสมอแหละ ^^

สกาว : จ้า  ขอบใจนะน้องคณา  รู้...ว่าเธอมีแต่..กำลังใจให้เสมอแหละ ^^

คณา : เค้านอนก่อนนะเธอง่วงละ

-

            คณารีบปิดคอมพิวเตอร์เพื่อไม่ให้โดนัทมาเห็น  ส่วนสกาวเองก็ยอมรับสภาพและนั่งทำงานต่อไปด้วยความเหงา

-

‘เค้ารู้ว่าเธอมีแต่กำลังใจให้  ส่วนความรักไม่เคยเกิดขึ้นในใจเธอเลย คณา! เธอไม่น่าเข้ามาในชีวิตเค้าเลย  เค้าไม่น่าใจอ่อนคุยกับเธอเลย’

            หญิงสาวได้เพียงตัดพ้อคณาในใจเพียงลำพังก่อนที่น้ำตาจะรินไหลอาบแก้ม

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            งานกลุ่มที่หนักหน่วง  ทำให้สกาวเกิดอาการเครียดจัด  รวมทั้งเรื่องเธอกับคณาที่ดูล้อแล้เต็มที  ทำเอาหญิงสาวเกิดอาการปวดหัวข้างเดียวอย่างหนักและล้มคะมำไปบนโต๊ะทำงานในห้องของยิปซี

-

“เป็นอะไรไปเนี่ยสกาว”  ยิปซีเข้ามาดูสกาวอย่างตื่นตระหนก  ปีโป้รีบลุกมาดูเช่นกันกับมีนา  นิชา  และดาต้า

“ปวดหัวมากเลยอ่ะ  ขอยาหน่อยดิ  สงสัยไมเกรนกำเริบ”  สกาวหน้าซีดเผือกจนเพื่อนๆตกใจ

“ฉันมียาไมเกรน  เดี๋ยวหาให้”  นิชารีบเปิดกระเป๋าเพื่อรื้อหายาก่อนจะยื่นให้สกาว  ยิปซีพยุงสกาวมานอนบนเตียงและหาน้ำให้สกาวกินยา

“กินข้าวไปยังอ่ะ”  ดาต้าถามขึ้นเพราะคิดว่าสาเหตุอาจมาจากไม่ได้กินข้าวเที่ยงก่อนมาทำงานกลุ่ม

“กินไปนิดหน่อยอ่ะ  กินอะไรไม่ค่อยลงช่วงนี้”  สกาวนอนเอามือบีบหัวตัวเองอย่างทรมาน

“ปวดข้างไหนมากอ่า”  มีนาถามด้วยความสงสัย

“ซ้ายอ่ะแก  ปวดมากเลยอ่ะทรมาน”  สกาวน้ำตาไหล  และอยู่ๆก็รู้สึกคลื่นไส้และอาเจียนออกมาในที่สุด

-

            เพื่อนๆต่างดูแลสกาวจนไม่เป็นอันทำงาน  สกาวยังนอนปวดหัวไม่หายง่ายๆ จนปีโป้และมีนาต้องพาสกาวกลับหอของเธอเอง

           

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

            หญิงสาวนอนปวดหัวเพียงลำพังในห้องนอนเล็กๆของเธอ  น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความทรมาน  พาลนึกไปถึงคณา  สกาวอยากให้คณามาอยู่ใกล้ๆในเวลาที่เธอป่วยแบบนี้ สกาวคว้ามือถือได้ก็โทรหาคณาทันที โดยลืมไปว่าสิรันมาหาคณา

            จังหวะที่สกาวโทรเข้ามาเป็นจังหวะเดียวกับที่สิรันหยิบมือถือคณามาเล่นเพื่อจะถ่ายรูปเล่นกับคณาบนเตียงภายใต้ผ้าห่มแสนนุ่ม  เบอร์สกาวโทรเข้ามาเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของทั้งคู่หยุดลงภายในห้องเงียบงันมีเพียงเสียงริงโทนเพลงร๊อคที่ดังสนั่นไปทั่วห้อง ทำเอาคณาใจหายไปสุดตาตุ่ม  สิรันหันมองหน้าคณาอย่างเย็นชา

-

“นี่นอกจากคุยกันในเฟสบุ๊คแล้วยัง โทรคุยกันด้วยหรอ”  สิรันยื่นมือถือให้คณาและดีดตัวนั่งด้วยความโมโห  คณาตัดสายสกาวไปทันที

“ไม่ได้คุยอะไรเลย  ไม่รู้พี่สกาวเขาโทรมาทำไม  ปกติก็ไม่ได้คุยอะไรอ่ะ  เค้าก็รำคาญไม่อยากรับอยู่แล้วล่ะ” คณาดีดตัวนั่งจับไหล่สิรันเชิงง้อ

“รับสิ วางสายเขาไปทำไม  เขาอาจมีธุระด่วนก็ได้  โทรกลับไปดิ”  สิรันจ้องหน้าคณาอย่างโหดร้าย  คณาหน้าซีดทำหน้าไม่ถูก

“ไม่อยากโทรอ่ะ  ไม่อยากคุย  อย่าไปใส่ใจเลยนะ”  คณาเข้ากอดสิรัน  แต่สิรันผลักออกและหยิบมือถือคณามากดโทรออกหาสกาว

“คุย!  ฉันอยากรู้ว่าเขาโทรหาแกทำไม” สิรันยื่นมือถือให้คณาเชิงบังคับ

-

            จากการโทรไปรอบแรกและคณากดตัดสายสกาวนึกขึ้นได้ทันทีว่าคณาบอกไว้ว่าสิรันจะมาหา  สกาวยิ่งร้องไห้เสียใจเพราะในช่วงจังหวะที่เธอต้องการคณามากเช่นเวลาร่างกายอ่อนแอเช่นนี้ แต่ก็ไม่สามารถพบได้เมื่อคณาอยู่กับตัวจริงของเขา และเมื่อเห็นเบอร์คณาโทรเข้ามา สกาวที่ยังคงปวดหัวเริ่มหวั่นใจกดรับสายด้วยเสียงสั่น

-

“ฮัล...โหล”

“เอ้อ! มีอะไร”  คณากรอกเสียงเข้มผิดปกติจนสกาวเดาได้ทันทีว่าคณาต้องอยู่กับสิรันแน่นอน สิรันแย่งมือถือคณามาฟังคำตอบของสกาว

“อ้อ  ป่าวๆไม่มีไรหรอก” น้ำเสียงสกาวเศร้าและเครือด้วยน้ำตา  สิรันเปิดลำโพงมือถือและยื่นกลับให้คณาคุย

“แล้วมีอะไรปะเนี่ย  เห็นโทรมา”  คณาหน้าซีดเป็นไข่ต้ม

“ไม่มีๆ งั้นแค่นี้แหละนะ”  สกาวรู้ทันว่าสิรันต้องฟังอยู่จึงวางสายไปทันที

-

            คณาวางสายและมองหน้าสิรันที่จ้องมองหน้าคณาด้วยความไม่ไว้ใจอีกต่อไป คณาแอบถอนหายใจเบาๆ

“ไม่นึกว่าจะโทรคุยกันด้วย ไม่ธรรมดาแล้วล่ะฉันว่า  แกบอกมาเดี๋ยวนี้ว่าแกกับสกาวมีอะไรมากกว่านี้รึป่าว”

“ไม่มีอะไรจริงๆสิรัน  เชื่อหน่อยดิ  ก็เห็นอยู่โทรไปก็ไม่มีอะไรเห็นปะล่ะ”

“ไม่ใช่ว่าเตี๊ยมกันไว้หรอกหรอ”

“ไม่ได้เตี๊ยมอะไรสักหน่อย  ถ้ามันมีอะไรแล้วเค้าเตี๊ยมนะ  เค้าก็เตี๊ยมไม่ให้โทรเข้ามาไม่ดีกว่าหรอ  แต่นี่มันไม่มีอะไรจริงอ่ะ  แล้วเค้าก็รำคาญพี่สกาวเหมือนกัน  เฟสก็ไม่ค่อยได้คุยแล้วด้วย  เค้าเองก็กลัวพี่สกาวจะคิดอะไรกับเค้าเกินเลยอ่ะ  แต่เค้าไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ”  คณาพูดด้วยสีหน้าจริงจังจนทำให้สิรันเริ่มใจอ่อน

“แกจะบอกว่าพี่สกาวเขามาชอบแกแต่แกไม่ชอบงั้นหรอ”

“ก็ไม่รู้พี่สกาวคิดไงหรอก  แต่เค้าก็นับถือเป็นพี่คนนึงเท่านั้นล่ะ เค้ารักเธอนะสิรัน  อย่าระแวงเค้าเลยนะ  เค้าไม่มีอะไรจริงๆอ่ะ”

“เค้าไม่รู้หรอกคณา ว่าความจริงเป็นไงกันแน่  แต่ช่วยแสดงให้เห็นหน่อยว่ามันไม่มีอะไร  เพราะที่ผ่านมามันมีแต่สิ่งที่ทำให้คิดว่ามีอะไรอยู่ตลอด”

“ได้ๆเค้าจะทำให้เธอมั่นใจในตัวเค้าอีกครั้งนะ” คณาพูดด้วยความมุ่งมั่น กุมมือสิรันไว้มั่นก่อนจะเข้าโอบกอดสิรันไว้แน่น  สิรันมองคณาด้วยสายตาไม่ไว้ใจอีกเลย

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            สกาวอาการดีขึ้นจากโรคไมเกรน  แต่ก็คิดมากเรื่องคณาอยู่ดี เธอกลัวว่าคณาจะโกรธจึงเข้าไปส่งข้อความใน Facebook เพื่อขอโทษ

-

สกาว : คณาเค้าขอโทษนะ  เค้าเป็นไมเกรนอ่ะ ไม่สบายก็เลยอยากโทรหา ลืมไปว่าสิรันมาหา  ว่างแล้วโทรมาหาหน่อยนะ  เค้าป่วยอยากคุยกับเธอ

-

            แต่กว่าคณาจะเห็นข้อความก็ต้องรอสิรันกลับไปในวันรุ่งขึ้น

-

คณา : เทอ T T

            คณาทักเข้ามาในช่วงเวลาเกือบเที่ยงคืนของอีกวัน  สกาวเห็นข้อความที่ทักเข้ามาใน MSN แล้วหวั่นใจจนไม่กล้าตอบเธอกลัวว่าคณาจะบอกเลิกเธอ

-

สกาว : เค้าเดาว่าเธอมีปัญหาใช่มั้ย  เค้าขอโทษ เค้าผิดเองอ่ะ  ไม่ต้องคุยกับเค้าแล้วก็ได้  ขอโทษด้วยจริงๆ

คณา : ไม่เป็นไรๆ  เดี๋ยวไว้เล่าให้ฟังแล้วกัน

สกาว : อ่าว! ทำไมอ่ะ  เล่ามาเหอะเค้าก็อยากรู้  เค้าเดาว่าที่เธอโทรมาสิรันก็อยู่ใช่ปะล่ะ

คณา : อยู่คร๊าบบบ  แหะๆ  เดี๋ยวเค้าจะไปทำงานที่สนามบินแล้วล่ะ  เดี๋ยวเล่าให้ฟังนะ

สกาว : อื้มขอโทษอีกครั้งนะ  เค้าไม่สบายอ่ะ TT

คณา  : ดูแลตัวเองด้วยนะ  เค้าขอโทษที่คุยด้วยไม่ได้  ไปก่อนล่ะเดี๋ยวสาย

-

            สกาวได้เพียงรอลุ้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้นอย่างหวั่นใจ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            “เปรย แกแอดเฟรนยัยสกาวนั่นไปอ่ะ  มันรับรึยัง”

            สิรันพูดขึ้นขณะนั่งทานอาหารเที่ยงกับเปรยเพื่อนรักของเธอในร้านอาหารของโรงพยาบาล

“ยังเลยแก  ฉันเอาเฟสบุ๊คน้องแอดไปไง  ไม่รับสักที  ใจเย็นสิแก”

“เย็นไม่ไหวแล้วล่ะ  แกรู้ปะว่าเมื่อวานสกาวโทรเข้ามาหาคณาด้วยตอนที่อยู่กับฉันอ่ะ  มันต้องมีอะไรแน่ๆเลยอ่ะ”

“แล้วคณาว่าไงอ่ะ  เขาคุยไรกันหรอ” เปรยเบิกตากว้างอย่างสนใจ

“ไม่ได้คุยเลย  ฉันเปิดโฟนฟัง  ไม่เห็นสกาวจะคุยอะไร ไม่รู้โทรมาทำไม  แล้วคณาก็บอกว่า ยัยสกาวนี่อ่ะเหมือนจะชอบมัน  แต่คณามันไม่ได้คิดอะไร”

“ก็มีสิทธิ์เป็นไปได้นะแก  บางทีคณาก็อาจไม่ได้เล่นด้วย  ผู้หญิงแรดเข้ามาหาเอง  แต่ก็สงสัยว่ายัยนั่นไม่รู้รึไงว่าคณามีแฟนแล้ว”

“นั่นสิ  ผู้หญิงที่ไหนจะหน้าด้านมาชอบคนที่มีแฟนแล้วได้ล่ะ  นอกจากผู้ชายจะบอกว่าไม่มี”

“ก็รอดูต่อไปแล้วกัน  แล้วถ้ามันมีอะไรจริงๆล่ะ”

“ยัยสกาวต้องโดนฉันด่าสักดอก  ส่วนคณาก็เลิก!!”  สิรันพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“โห! เพื่อนฉันโหดจังเลยอ่ะ  ถึงขนาดเลิกเลยหรอ”

“ใช่  ในเมื่อนอกใจกันได้ขนาดนี้  ก็จะคบกันไปทำไม  มีครั้งที่หนึ่ง  ครั้งที่สองก็ไม่ยากแล้วล่ะ”

“ก็อย่าเพิ่งคิดอะไรไปเองนะ  รอดูไปก่อน”  เปรยจับมือสิรันไว้ให้กำลังใจ  สิรันยิ้มเจื่อนๆด้วยความหวั่นใจ  เธอเองก็ภาวนาขอให้เป็นเรื่องที่เธอคิดไปเอง

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------      

-   

            เย็นของอีกวันสกาวโทรไปเอาคำตอบจากคณาว่าเกิดอะไรขึ้นในวันที่เธอป่วยไมเกรนอย่างใจร้อน

“เรื่องเป็นไงอ่ะคณา  เล่าให้เค้าฟังหน่อยสิ”  สกาวนอนกลิ้งอยู่บนเตียงในห้องของดาต้า

“ก็ไม่มีอะไรมากมายหรอก  ก็สิรันให้เค้าโทรกลับแล้วสิรันก็ฟังด้วยอ่ะ  แต่ดีที่เธอไม่ได้หลุดอะไรเลย เค้าก็บอกสิรันว่าเธอเป็นรุ่นพี่ไม่มีอะไร”

“เห้อออ!!  โล่งไปอ่ะ  เค้าไม่สบายใจเลย  กลัวเธอมีปัญหา”

“ไม่มีหรอกครับ  ไม่เป็นไรๆ  มีอะไรก็จะบอกแล้วกันนะ” คณาเดินออกจากห้องโปรเจคมานั่งคุยที่โต๊ะห้องซึ่งย้ายมาใกล้อาคารเรียนของเขาเอง

“แล้วเธอทำอะไรอยู่”

“ทำโปรเจคอ่ะแหละ  แต่กำลังจะออกไปหาสิรันแล้วล่ะ  ว่าจะไปดูหนังอ่ะ”  สกาวหน้าเจื่อนลงอีกครั้ง

“อ้อ! อื้มแล้วจะดูเรื่องอะไรกัน”

“ยังไม่รู้เลย  คงแล้วแต่สิรัน  ช่วงนี้ต้องเอาใจหน่อย”

“นั่นสินะ ว่าแต่เรายังไม่เคยไปดูหนังด้วยกันเลย”

“ไปดิ  ไปวันไหนดีล่ะ  เธอว่างวันไหนล่ะ”

“ไปได้หรอ  เธอจะสะดวกและว่างไปหรอ”  สกาวทำน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ และเสียงอ่อนท้ายประโยค

“ก็สักวันคงไม่เป็นไรหรอก  วันพุธนี้มั้ยล่ะว่างรึป่าว”

“ได้สิ เธอนัดเองนะ  นัดแล้วอย่าเบี้ยวเค้าล่ะ เข้าใจมั้ย”

“แน่นอนจ้า  เดี๋ยวเค้าไปทำงานก่อนนะ เดี๋ยวรีบไปหาสิรันอีก”

            สกาววางสายคณาด้วยรอยยิ้ม  เธอดูปฏิทินในมือถือเพื่อดูว่าอีกกี่วันเธอจะได้ไปดูหนังกับคณา  ในช่วงเวลาที่คุมเครือและล้อแล้  แต่ก็ยังดีที่ยังได้ไปดูหนังด้วยกันเพื่อสานความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นกว่าเดิม

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

            วันต่อมาสกาวชวนคณาไปกินอาหารญี่ปุ่นที่ร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้ๆมหาลัย  คณารับปากและไปรอที่ร้านในเวลาเย็นๆ

“คณาขอโทษนะที่เค้ามาช้า”

            สกาวเดินมากับปีโป้และมีนา  คณานั่งรอหน้าร้านเพียงลำพังยิ้มรับ  และเดินตามสกาวเข้ามาในร้านและสั่งอาหารกันอย่างเมามันส์ด้วยความหิว

“เค้าไม่สบายอ่ะเธอ  ตัวร้อนปะ” คณาอ้อนหญิงสาวในระหว่างรออาหาร  สกาวเอามือแตะหน้าผากคณาอย่างห่วงใย

“ไม่ค่อยนะ  ดูแลตัวเองด้วยนะเค้าเป็นห่วงอ่ะ  แล้วเธอสอบวันไหนบ้าง”

“อาทิตย์หน้าล่ะ  ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลย”

“เดี๋ยวเค้ามีเครื่องรางให้เธอ  จะได้ทำข้อสอบได้  เป็นของพ่อเค้าให้มาอ่ะ  เป็นเครื่องรางนำโชคพกไว้แล้วจะโชคดี  แต่วันนี้เค้าไม่ได้เอามาให้ไว้ใกล้สอบแล้วบอกนะ”

“ดีเหมือนกันเค้าก็อยากมีอะไรยึดเหนี่ยวจิตใจเหมือนกัน ฮ่าๆๆ”

            เมื่ออาหารมาทั้งสี่คนก็ลงมือรับประทานไปพลางพูดคุยกันในเรื่องต่างๆ  พูดถึงเรื่องราวความแตกต่างระหว่างคณะวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม  คณาดูเข้ากับปีโป้และมีนาได้ดี  เพียงแต่คณาไม่ค่อยพูด

“ปีโป้ว่าคณาน่ารักปะ”  สกาวถามขึ้นเมื่อทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย  หนุ่มคณาทานน้อยเช่นเดิม

“น่ารักสิ  อ่าวก็จริงอ่ะ  น่ารักเกินกว่าจะมาคุยกับแกอ่ะ ฮ่าๆๆ”  ปีโป้และมีนาหัวเราะชอบใจ คณาแอบยิ้มขำจนสกาวต้องเหลือบมองเขม่น

“ขำไรยะ  เดี๋ยวจี้เอวเลยนะ”  สกาวหันไปโวยวายกับคณา

“ป่าวค๊าบบ  โหดจังพี่คนนี้” คณายิ้มแก้มปริพลางคุย Facebook ในมือถือกับสิรันทำทีว่าอยู่หอเล่น Facebook ตามปกติ  ซึ่งสิรันก็ไม่ได้ติดใจอะไร

“มีนาถ่ายรูปให้หน่อยสิ”   สกาวพูดพลางส่งกล้องให้มีนาซึ่งนั่งฝั่งตรงข้าม 

“คณา ถ่ายรูปกันๆ” สกาวสะกิดคณา คณาหน้าเหวอไปเล็กน้อยแต่ก็ยอมถ่ายด้วยอาการเกร็งๆ คณาไม่ยอมขยับเข้ามาใกล้สกาวเลย  แต่มีนาก็เก็บภาพได้ 2- 3 รูป แต่ละรูปคณามีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด

            เมื่อเดินออกจากร้านอาหารญี่ปุ่นคณาช่วยสกาวถือกระเป๋าโน๊ตบุ๊คและไปส่งขึ้นรถ

“เดี๋ยวเธอกลับไงคณา”

“อ้อ เค้าเอามอไซด์มาแต่จอดไว้ตรงซอยโน้นน่ะ  เดี๋ยวเข้าคณะไปทำโปรเจคต่อเลย  ขยันปะ” คณายิ้มร่า

“จ้าขยันจริงพ่อคุณ  ปวดหลังอ่ะ  เธอนวดให้หน่อยดิ”  สกาวอ้อนคณาขณะรอรถ คณาส่งกระเป๋าโน๊ตบุ๊คให้สกาวและนวดให้อย่างเบามือ  ทำให้สกาวหายเมื่อยลงได้บ้างก่อนจะขึ้นรถแท็กซี่ลาจากคณาไป

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            สกาวไม่ได้พบกับคณาในคณะเลย  ได้เพียงโทรหาซึ่งคณาไม่โทรมาหาสกาวอีกเลย  มีเพียงสกาวที่ยังโทรไปหาคณาเพียงฝ่ายเดียว  การโทรแต่ละครั้งก็คุยกันไม่นานนัก  แม้การคุย MSN ก็ลดน้อยลง  คณาเริ่มไม่ค่อยออน Facebook  และไม่เคยมา comment อะไรใน Facebook ของสกาวอีกเลย  ทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ  จนสกาวรู้สึกน้อยใจ

-

“ปีโป้  แกว่าคณามันหลอกฉันปะ”  สกาวถามขึ้นในขณะทำงานคู่กับปีโป้ในห้องของปีโป้อีกเช่นเคย

“หลอกไงล่ะ  เขาก็บอกแกตรงๆว่ามีแฟนจะหลอกเรื่องอะไร”

“หลอกว่าห่วง  หลอกว่าคิดถึง  หลอกว่าชอบ  หลอกว่าสนใจ  ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าที่ผ่านมามันคือความจริงใจหรือการหลอกลวงเสแสร้ง”

“อย่าคิดมากไปเลยนะสกาว  ก็น่าจะเดาได้แต่แรกแล้วว่าคณาไม่ได้อะไรกับแกแต่แรก  เพื่อนเตือนแกก็ไม่ฟัง  อย่าลืมสิว่าคณาต้องเลือกแฟนมันอยู่แล้ว  บางทีมันก็แค่เหงาเลยมายุ่งเกี่ยวกับแก  มันอาจคิดว่าแกก็แค่ขำๆกับมันด้วยไง  แต่แกกลับจริงจัง  แล้วตอนนี้มันก็อาจเบื่อแกแล้วก็ได้  ที่ฉันพูดมาทั้งหมดอ่ะ ก็อยากให้แกคิดได้ว่าควรปล่อยคณาไปเถอะ ปล่อยกลับไปหาเจ้าของที่แท้จริงของเขาอ่ะ”

            สกาวฟังปีโป้แล้วน้ำตาไหลรินด้วยความเสียใจ  เธอรู้สึกเหมือนถูกหลอกลวงมาตลอด  เธอไม่สามารถสัมผัสถึงความห่วงใย  ความคิดถึง  ความใส่ใจของคณาได้อีกแล้ว

-

“แล้วความรู้สึกของฉันล่ะปีโป้  คณาจะปล่อยให้ฉันรู้สึกแล้วก็จากไปแบบนี้น่ะหรอ”

“ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาในช่วงแรกแกมีความสุข  แต่แกไม่รู้หรอกว่าแฟนคณาต้องเจ็บปวดแค่ไหน  ถึงตอนนี้แกเป็นฝ่ายเจ็บปวดก็เป็นเพราะผลที่แกทำนั่นแหละสกาว”

“สิรันเจ็บที่โดนคณาหักหลัง  ฉันเจ็บเพราะโดนคณาหลอกลวง แล้วคณาเจ็บปวดเพราะอะไร  คณาจะเจ็บปวดบ้างมั้ย  จะรู้สึกผิดหรือเสียใจบ้างรึป่าว”  สกาวกำมือแน่นอย่างอึดอัดใจ

“ก็ถ้าสิรันเลิกกับคณา  นั่นล่ะคือความเสียใจที่คณาต้องเจอ”  ปีโป้เอาประสบการณ์ตรงของตัวเองมาบอกกล่าวแก่สกาว

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

สกาว : คณา FC คิดถึงคณานะ

คณา : อิอิ  เขินเว้ย  ดีดอ๋อเธออ่ะ

สกาว : ไม่ได้คิดถึงหรอกล้อเล่น ฮ่าๆๆๆ  เธอล่ะคิดถึงเค้าบ้างปะ

คณา : คิดสิ ^^

สกาว : จริงหรอ  ไม่ได้ยินนานเลย

คณา : อื้มเธอตั้งใจทำงานล่ะ  เค้าไปทำงานก่อนนะ จุฟฟฟ

-

            ช่วงหลังบทสนทนาเริ่มสั้นลงทุกที คณาไม่ค่อยกล้าออนFacebook เพราะเขากลัวว่าสิรันจะเอารหัสของเขาเข้ามาพอดีในตอนที่เขาคุยกับสิรัน  นั่นทำให้สกาวรู้สึกน้อยใจมากขึ้น

-

สกาว : คณาไปเรียนด้วยนะ

-

            สกาวยังขยันส่งข้อความความห่วงใยให้คณาอยู่เรื่อยๆ  และแน่นอนสิรันเข้ามาอ่านก่อนที่คณาจะลบออกทำลายหลักฐาน  คณาและสิรันจึงมีเรื่องทะเลาะกันบ่อยขึ้น

“ทำไมสกาวต้องส่งข้อความในเฟสบุ๊คด้วย  ทำไมไม่ไปโพสในหน้าโพไฟล์ของแก”  สิรันโทรหาคณาในค่ำคืนที่คณาปั่นงานอย่างเคร่งเครียด

“เค้าจะไปรู้ได้ไงล่ะสิรัน เพราะเค้าไม่ได้สนใจอะไรสกาวอยู่แล้ว  เขาจะมาโพสหรือไม่โพสอะไรก็เรื่องของเขา”

“แล้วพี่สกาวไม่รู้หรอว่าแกมีแฟนอ่ะ”

“เขารู้  พี่สกาวก็คงไม่ได้อะไรหรอกมั้ง  แต่สำหรับเค้าอ่ะ  เค้าไม่ได้คิดอะไรแน่นอน  เชื่อใจเค้าหน่อยนะสิรันขอร้องล่ะ  ช่วงเวลานี้เค้าต้องการกำลังใจ  เค้าเครียดโปรเจ็ค  ไหนจะสอบอีกอย่ามาทะเลาะกันให้เค้าไม่สบายใจเลยนะ”

“เห้ออ  แกก็ตั้งใจอ่านหนังสือล่ะ  ฉันก็เอาใจช่วยแกอยู่ตลอดอยู่แล้ว  ถึงไม่บอกแกก็รับรู้ได้ใช่มั้ยว่าฉันเป็นห่วง”

“รับรู้ได้แต่ก็อยากให้พูดออกมา  มันรู้สึกดีกว่าอ่ะ”

“อื้ม  เค้าคิดถึงแกนะไออ้วน  ตั้งใจล่ะสู้ๆนะ”

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            สกาวเห็นคณาไม่ค่อยออน MSN และ Facebook จึงเลือกโทรหาคณาแต่แล้วคณาก็ไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอยู่ในห้องโปรเจค  คณาเกรงว่ามะยมและโดนัทจะคอยจับผิดเขา

คณา : อาโหลๆๆ

สกาว : โทรไปไม่รับล่ะจร้าไอหนู

คณา : กำลังจะออนเฟสก็เลยไม่รับ

สกาว : แหมะ คนดีจริงๆ  แต่เค้าอยากคุยโทรศัพท์มากกว่าว่ะเห้ย

คณา : กลังเปลืองตัง  อิอิ  อ่ะๆโทรมา

-

            สกาวเพียงสงสัยว่าคณาอาจจะอยู่กับใครจึงไม่รับสายเธอ  แต่เมื่อคณายอมให้โทรหาได้  เธอก็เบาใจลงไปหน่อย

“ครับผม  ว่าไงๆ”

“เครียดอ่ะ  เหนื่อยด้วย  งานเธอเป็นไงบ้างล่ะคณา”

“ก็เหนื่อยเหมือนกันล่ะช่วงนี้  ต้องเริ่มๆอ่านหนังสือด้วยอ่ะ”

“สู้ๆแล้วกันนะ  แล้วจะกลับหอเมื่อไหร่”

“ก็ยังไม่รู้เลยอ่ะ  รอเพื่อนๆกลับพร้อมเพื่อนอ่ะ”

“ถ้ากลับแล้วโทรมาบอกด้วยนะ  เค้าเป็นห่วง”

“ได้ครับๆ  เดี๋ยวไงคุยเอ็มดีกว่า  เค้าจะได้ทำงานด้วยนะ”

-

            สกาวนั่งทำงานไปเรื่อยๆจนเกือบเช้า  เธอคอยมองนาฬิกาตลอดเวลาว่าเมื่อไหร่คณาจะโทรมา  แต่ก็ไร้วี่แวว  เธอคิดว่าคณาไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดที่ให้ไว้กับเธอเลยสักนิด เธอจึงไปตัดพ้อใน Facebook ของเธอเองว่าคณาไม่สนใจ  จนกระทั่ง 7  โมงเช้าคณาโทรเข้ามา

“สกาวเค้าเพิ่งกลับถึงหอนะ”

“อ้อจ้า  เค้าก็งอนไปแล้วนึกว่าเธอลืมซะอีก”

“ไม่ลืมหรอก  แล้วเธอได้นอนบ้างยัง”

“ยังเลย  งานไม่เสร็จเลย  คงไม่ได้นอนหรอกทำใจไว้แล้วล่ะ”

“สู้ๆนะ  ไม่ไหวก็พักบ้างล่ะ  เดี๋ยวเค้าขอไปนอนก่อนไม่ไหวจริงๆ ง่วงมาก”

            สกาวพอยิ้มออกที่คณาไม่ได้ลืมที่พูดไว้กับสกาว  หญิงสาวมักยึดติดกับสิ่งที่คณาพูดไว้  หากคราทำไม่ได้อย่างที่พูดเธอจะโมโหมาก  นั่นทำให้คณารู้สึกกดดันในการจะรับปากใดๆกับสกาวในทุกๆเรื่อง

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-

            เย็นวันพุธ  วันที่สกาวรอคอยก็มาถึง  เธอมีนัดดูหนังกับคณา  แต่สกาวก็ชวนนิชาและดาต้าไปด้วย  เพราะเธอไม่อยากไปสองต่อสองกับคณา  เกรงว่าจะไปเจอเพื่อนคณาเข้าแล้วจะมีปัญหา  หญิงสาวตื่นเต้นดีใจโทรหาคณา

-

“คณา  เราจะเจอกันที่ไหนดี  เอาเป็นว่าเค้าไปเจอเธอที่โรงอาหารวิศวะแล้วกันนะ”  สกาวเดินมุ่งหน้าไปโรงอาหารกับนิชาและดาต้า

“อย่าดีกว่ามันเสี่ยงอ่ะ  ไปเจอหน้าคระแล้วกัน เดี๋ยวเค้าเดินไปเลยนะ”

“อ้อ....อื้มงั้นหน้าคณะก็ได้  เธอมีร่มรึป่าว  ฝนจะตกอ่ะ”

“ไม่มีอ่ะ  แต่ไม่เป็นไรหรอก คงไม่ตก”

            สามสาวเดินตามฟุตบาตที่มีหลังคาบังมาตลอดทางและแล้วฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก  ทำให้ไม่สามารถออกไปหน้าคณะเพื่อโบกรถแท็กซี่ได้  สกาวอาสาออกไปยืนโบกรถเพียงลำพังด้วยร่มของนิชาที่มีคันเดียว

------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 217 ท่าน

Line PM